สุขภาพดีที่นี่มีคำตอบ

สุขภาพดีที่นี่มีคำตอบ เพจนี้เปิดขึ้นเพื่อการสื่อสารเกี่ยวกับความสุข สุขภาพที่ดี เป็นองค์กรของรัฐที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
(1)

เปิดเหมือนปกติ

25/06/2021
สปสช.เขต 4 สระบุรีประชุมพิจารณาคำร้องผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุขส่วนใหญ่ถูกผู้ป่วยทำร้ายและติด...
21/06/2021

สปสช.เขต 4 สระบุรีประชุมพิจารณาคำร้องผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข
ส่วนใหญ่ถูกผู้ป่วยทำร้ายและติดเชื้อวัณโรค

21 มิถุนายน 2564 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรีจัดประชุม คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหาย เขต 4 สระบุรี ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรีและระบบ zoom โดยมี นายสืบ รอดประเสริฐ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีประธานอนุกรรมการ เป็นประธานการประชุม มีอนุกรรมการเข้าร่วมครบองค์ประชุม ทั้งนี้มี นพ.ชลอ ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 4 สระบุรี เป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการ
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ผู้ให้บริการถูกผู้ป่วยทำร้ายร่างกาย จำนวน 3 ราย และผู้ให้บริการติดเชื้อวัณโรค จำนวน 2 ราย อนุกรรมการมีมติจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข ทั้งสิ้นเป็นเงิน 80,500 บาท

ทั้งนี้ในการประชุมยังได้มีการรายงานสถานการณ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในห้วง 3 เดือนมีผู้ยื่นคำร้องสะสม 44 ราย (5 เม.ย.64ถึง 18 มิ.ย.64) จ่ายเงินช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 3,031,500 บาท ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัดที่รับผิดชอบพบว่าจังหวัดนนทบุรีมีผู้ยื่นมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 40.91 รองลงมาเป็นจังหวัดปทุมธานี คิดเป็นร้อยละ 20.45 จังหวัดสระบุรี คิดเป็นร้อยละ 18.18 ตามลำดับ ขณะที่จังหวัดที่ไม่มีการยื่นคำร้องได้แก่จังหวัดลพบุรี

//////21 มิ.ย.64////งานประชาสัมพันธ์ สปสช.เขต 4 สระบุรี ข่าว/////Tel.0901975188

ประเทศไทย มีแผนการฉีดวัคซีนต่างจากอังกฤษ ที่ ไทยเราฉีดคละกันไปในผู้ใหญ่ กลุ่มอายุต่างๆโดยเพิ่ม กลุ่มวัยทำงานที่กำลังเป็น...
19/06/2021

ประเทศไทย มีแผนการฉีดวัคซีนต่างจากอังกฤษ
ที่ ไทยเราฉีดคละกันไปในผู้ใหญ่ กลุ่มอายุต่างๆ
โดยเพิ่ม กลุ่มวัยทำงานที่กำลังเป็นกลุ่มที่
ติดเชื้อกลุ่มก้อนใหญ่ในปัจจุบัน
เข้าไป
คู่ขนานกับ กลุ่มผู้สูงอายุ+ กลุ่ม ๗ โรคเรื้อรัง ด้วย

ของอังกฤษมีแผนฉีดกลุ่มสูงอายุ+กลุ่มโรคเรื้อรังก่อนจนหมดแล้ว
จึงจะเริ่มฉีดให้กลุ่มคนหนุ่มคนสาว

แต่หลังจากเกิดการระบาดในกลุ่มคนหนุ่มคนสาว
ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
อังกฤษได้ปรับแผนให้ฉีดในกลุ่มคนหนุ่มคนสาว
คู่ขนานกับกลุ่มสูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ด้วย

อังกฤษ พบจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน
เมื่อวันพฤหัสบดี (17 มิถุนายน) มากกว่า 11,000 คน
นับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ หรือในรอบ 4 เดือน
.
การศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ ที่ Imperial College London ชี้ว่า
"ความชุก" ของเชื้อโควิด-19 นั้นสูงที่สุด ในช่วงอายุ 5-12 ปี
รวมถึงกลุ่มคน "วัยรุ่น" 20-29 ปี

“ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19”

รัฐมนตรีสาธารณสุข แมตต์ แฮนค็อก ได้ประกาศว่า
"คนในวัย 18 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้แล้ว
ตั้งแต่วันศุกร์( ๑๘ มิ.ย. ๖๔ ) เป็นต้นไป"

https://www.facebook.com/142621129084261/posts/4492022510810746/

ประเทศไทย มีแผนการฉีดวัคซีนต่างจากอังกฤษ
ที่ ไทยเราฉีดคละกันไปในผู้ใหญ่ กลุ่มอายุต่างๆ
โดยเพิ่ม กลุ่มวัยทำงานที่กำลังเป็นกลุ่มที่
ติดเชื้อกลุ่มก้อนใหญ่ในปัจจุบัน
เข้าไป
คู่ขนานกับ กลุ่มผู้สูงอายุ+ กลุ่ม ๗ โรคเรื้อรัง ด้วย

ของอังกฤษมีแผนฉีดกลุ่มสูงอายุ+กลุ่มโรคเรื้อรังก่อนจนหมดแล้ว
จึงจะเริ่มฉีดให้กลุ่มคนหนุ่มคนสาว

แต่หลังจากเกิดการระบาดในกลุ่มคนหนุ่มคนสาว
ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
อังกฤษได้ปรับแผนให้ฉีดในกลุ่มคนหนุ่มคนสาว
คู่ขนานกับกลุ่มสูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ด้วย

อังกฤษ พบจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน
เมื่อวันพฤหัสบดี (17 มิถุนายน) มากกว่า 11,000 คน
นับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ หรือในรอบ 4 เดือน
.
การศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ ที่ Imperial College London ชี้ว่า
"ความชุก" ของเชื้อโควิด-19 นั้นสูงที่สุด ในช่วงอายุ 5-12 ปี
รวมถึงกลุ่มคน "วัยรุ่น" 20-29 ปี

“ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19”

รัฐมนตรีสาธารณสุข แมตต์ แฮนค็อก ได้ประกาศว่า
"คนในวัย 18 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้แล้ว
ตั้งแต่วันศุกร์( ๑๘ มิ.ย. ๖๔ ) เป็นต้นไป"

https://www.facebook.com/142621129084261/posts/4492022510810746/

เทคนิคอยู่กับตัวเองยังไง ให้ชีวิตรุ่งเรือง👉ก๊อต จิรายุhttps://youtu.be/mpheqiWByMI
13/06/2021
เทคนิคอยู่กับตัวเองยังไงให้ชีวิตรุ่งเรือง | ก๊อต จิรายุ

เทคนิคอยู่กับตัวเองยังไง ให้ชีวิตรุ่งเรือง
👉ก๊อต จิรายุ

https://youtu.be/mpheqiWByMI

เพราะแบตชีวิตเรามีจำกัด เราจึงต้องเลือกแต่สิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต.แนวคิดการอยู่กับตัวเองยังไงให้พลังเห....

'หมอยง'เปรียบเทียบผลข้างเคียงวัคซีน Sinovac กับ AstraZeneca ต่างกันชัดเจน
11/06/2021
'หมอยง'เปรียบเทียบผลข้างเคียงวัคซีน Sinovac กับ AstraZeneca ต่างกันชัดเจน

'หมอยง'เปรียบเทียบผลข้างเคียงวัคซีน Sinovac กับ AstraZeneca ต่างกันชัดเจน

11 มิ.ย.64-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิท....

https://www.posttoday.com/social/general/654120
30/05/2021
เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เผยได้รับ "ซิโนฟาร์ม" 1 ล้านโดส มิ.ย.นี้ ยันไม่ได้ฉีดฟรี

https://www.posttoday.com/social/general/654120

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แถลง "ซิโนฟาร์ม" ล็อตแรกเข้าไทย 1 ล้านโดส มิ.ย.นี้ ยันไม่ได้ฉีดฟรี แต่ไม่ได้เอากำไร

เริ่มแล้ว “ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่”แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงรีบฉีด ช่วงรอวัคซีนโควิด-19https://www.nhso.go.th/news/3078
08/05/2021
เริ่มแล้ว “ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่”แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงรีบฉีด ช่วงรอวัคซีนโควิด-19

เริ่มแล้ว “ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่”แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงรีบฉีด ช่วงรอวัคซีนโควิด-19
https://www.nhso.go.th/news/3078

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สปสช.เขต 4 สระบุรี
03/10/2020

สปสช.เขต 4 สระบุรี

ผู้ว่าฯ กทม.ประชุม สปสช. เร่งแก้ปัญหาสิทธิบัตรทองชาว กทม. 1 พ.ย. นี้ เลือกหน่วยบริการประจำใหม่ได้

ผู้ว่าฯ กทม. ประชุมหารือ “เลขาธิการ สปสช.” เร่งความร่วมมือแก้ปัญหา ชาว กทม. สิทธิบัตรทอง หลัง สปสช.ยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชน เผยแนวทางพัฒนา “ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง” เป็นแม่ข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ ดึงคลินิกเอกชนร่วมเครือข่าย มั่นใจประชาชนเลือกหน่วยบริการประจำใหม่ได้ภายใน 1 พ.ย. นี้ พร้อมพัฒนายกระดับบริการสุขภาพ กทม. ครอบคลุมชาว กทม. เข้าถึงบริการยิ่งขึ้น

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พญ.วันทนีย์ วัฒนะรองปลัดกรุงเทพมหานคร, นพ.ชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมร่วมกับ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการ สปสช. และ นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 13 กทม. เพื่อหารือความร่วมมือในการดูแลประชาชนในพื้นที่ กทม. ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีหน่วยบริการประจำถูกยกเลิกสัญญาการเป็นหน่วยบริการประจำในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กทม. เข้าร่วม

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า การเข้าถึงบริการสุขภาพของชาว กทม. เป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของ กทม. ที่ผ่านมา ชาว กทม. ส่วนหนึ่งเข้าถึงการรักษาพยาบาลและบริการสุขภาพโดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ “บัตรทอง” ผ่านคลินิกเอกชนในการช่วยดูแล แต่จากกรณีที่ สปสช. ยกเลิกสัญญากับคลินิกเอกชนที่เบิกค่าบริการไม่ถูกต้องทำให้กระทบต่อประชาชน โดยการยกเลิกสัญญารอบแรกมีประชาชน 2 แสนคนที่ได้รับผลกระทบ ทาง กทม. จึงร่วมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนหน่วยบริการใหม่ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขไปแล้ว แต่ในรอบที่ 2 และ 3 ที่ สปสช. ยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชนเพิ่มเติม ด้วยจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากถึง 1.9 ล้านคน ทำให้หน่วยบริการเขต กทม.ที่มีอยู่ในระบบ 137 แห่ง ไม่เพียงพอต่อการรองรับได้ เพื่อดูแลชาว กทม.ที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นที่ผ่านมา กทม. และ สปสช. ได้มีการหารือนอกจากแก้ปัญหาแล้ว วางแนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพใน กทม. ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมการดูแลยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ

ทั้งนี้การประชุมร่วมกันระหว่าง กทม. และ สปสช. ในวันนี้ เราเห็นด้วยในหลักการที่มีเป้าประสงค์เดียวกันคือประชาชน โดยหน่วยบริการทุกระดับของ กทม. จะให้บริการผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบโดยไม่มีการปฏิเสธและไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการจากประชาชน และเห็นชอบให้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. 69 แห่ง เป็นแม่ข่ายการให้บริการปฐมภูมิในพื้นที่และกำกับคุณภาพบริการของคลินิกที่จะเข้าร่วม คาดกว่าจะมีคลินิกเอกชนจำนวนมากเข้าร่วม โดยจะรีบส่งรายชื่อคลินิกเอกชนที่ร่วมเครือข่ายให้ สปสช โดยเร็วที่สุด คาดว่าจะสามารถให้ชาว กทม.ที่รับผลกระทบเลือกหน่วยบริการประจำได้ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ขณะที่ในส่วนโรงพยาบาลสังกัด กทม. จะทำหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยที่ต้องนอนในโรงพยาบาลโดยแบ่งความรับผิดชอบเป็นโซน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้จะต้องเดินหน้าควบคู่กับนโยบายการพัฒนาการให้บริการสุขภาพของ กทม. โดยเฉพาะการลดการรอคอยบริการ รอพบแพทย์ไม่เกิน 60 นาที และลดความแออัดในโรงพยาบาล

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า จากการหารือกับท่านผู้ว่าฯ กทม. วันนี้ ประเด็นหารือไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับบริการสุขภาพในพื้นที่ กทม. ในอนาคต ทั้งในส่วนระบบบริการปฐมภูมิ ระบบส่งต่อและบริการผู้ป่วยใน ซึ่งต้องขอบคุณทาง กทม. โดยเฉพาะท่านผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และรองปลัดที่ดูแล ในส่วนของ สปสช. จะได้เร่งดำเนินในส่วนของการพัฒนาระบบพื้นฐานเพื่อรองรับ ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูล ระบบการเบิกจ่ายค่าบริการ งบประมาณดำเนินการและการลงทุนในส่วนต่างๆ เพื่อเข้ามาเสริมและสนับสนุน นอกจากนี้ในวันนี้ยังได้หารือถึงความร่วมมือในการลดความแออัดในโรงพยาบาลจากกลไกที่ สปสช. ดำเนินการอยู่ ทั้งโครงการเจาะเลือดผู้ป่วยที่บ้าน โครงการผู้ป่วยรับยาที่ร้านยา และโครงการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ เพื่อสนับสนุนนโยบายของท่านผู้ว่าฯ กทม. ที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

https://gnews.apps.go.th/news?news=69986

26/06/2020
สปสช.เขต 4 สระบุรี

สปสช.เขต 4 สระบุรี

✅เชิญเสนอความคิดเห็นเพื่อพัฒนาสิทธิบัตรทอง

🔥แจกแจก ลุ้นลุ้น รับของที่ระลึก กด like กดแชร์ หน้าไลฟ์นี้ ท่านที่แชร์มากที่สุดรับของที่ระลึกสุดอลังไปเลย 10 รางวัล🔥 อาทิ พาวเวอร์แบงค์. กระเป๋า. ฯ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งขาติ
กำหนดการ
การประชุมวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อสรุปข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นทั่วไปประจำปี ๒๕๖๓
เพื่อการจัดทำข้อเสนอในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ภายใต้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ มาตรา ๑๘(๑๓) ประจำปี ๒๕๖๓
โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี
วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ ณ ห้องเพื่องฟ้า โรงแรมกรุงศรีเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา

🔥แจกแจก ลุ้นลุ้น รับของที่ระลึก กด like กดแชร์ หน้าไลฟ์นี้ ท่านที่แชร์มากที่สุดรับของที่ระลึกสุดอลังไปเลย 10 รางวัล🔥

12/06/2020
รพ.คลองหลวงโชว์ New Mormal ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ข่าวค่ำ 12 มิ.ย. 63 ช่อง9 MCOT HD

รพ.คลองหลวงโชว์ New Mormal ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ข่าวค่ำ 12 มิ.ย. 63 ช่อง9 MCOT HD

รพ คลองหลวงโชว์ New Mormal ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รายการข่าวค่ำ 12 มิถุนายน 2563 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง9 MCOT HD

สปสช.เขต 4 สระบุรี
12/06/2020

สปสช.เขต 4 สระบุรี

รพ.คลองหลวงโชว์ New Normal ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

โรงพยาบาลคลองหลวง โชว์ New Normal ระบบดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทีมคลินิกพิเศษโทรประเมินอาการทางโทรศัพท์ หากจำเป็นสามารถพบแพทย์ผ่านใช้วิดีโอคอลหรือมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามปกติ และเลือกรับยาตามความสมัครใจได้ถึง 3 ช่องทาง

ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงพื้นที่เยี่ยมชม New Normal การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน ของโรงพยาบาลคลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2563 โดยมี นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และนางประเทือง วงษ์แจ้ง นายก อบต.คลองสี่ ให้การต้อนรับ

พญ.ชลนิสา รุ่งเรือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองหลวง ให้ข้อมูลว่า อ.คลองหลวงมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวน 14,200 คน ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลจำนวน 6,966 คน ซึ่งหลังจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ทางโรงพยาบาลได้ปรับระบบการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อแต่ยังคงสามารถให้การดูแลรักษาได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลารอคอยให้สั้นลง โดยในส่วนของกลุ่มผู้ป่วยที่อาการคงที่ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทีมคลินิกพิเศษจะโทรประเมินอาการเบื้องต้น อาการทางคลินิก ความเสี่ยงเฉพาะโรค ฯลฯ หากอาการปกติ จะเข้าสู่ระบบรับยาช่องทางด่วนตามความสมัครใจ 3 ช่องทาง คือ 1.นัดรับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยแจ้งชื่อกับ รพ.สต. แล้วโรงพยาบาลโรงพยาบาลจัดส่งยาให้ จากนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดส่งยาพร้อมใบนัดให้ถึงบ้าน 2.ส่งยาทางไปรษณีย์ และ 3.นัดรับยา Easy Pass ที่ห้องยาโรงพยาบาล โดยในกรณีนี้แพทย์จะสั่งยาให้เพียงพอสำหรับทาน 3-6 เดือน

อย่างไรก็ดี หากผู้ป่วยมีอาการไม่คงที่ มีภาวะแทรกซ้อน หรือมีนัดตรวจพิเศษ ก็สามารถพบแพทย์ตามระบบปกติของโรงพยาบาลโดยยึดหลัก Social Distancing หรืออีกทางหนึ่งก็สามารถพบแพทย์ด้วยระบบ Line Call โดยมีทีม รพ.สต. ทีม Home Health Care หรือ อสม. อยู่กับผู้ป่วยด้วย ซึ่งเมื่อพบแพทย์แล้วก็จะจัดส่งยาตามความสมัครใจ 3 ช่องทางต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างเดือน มี.ค. - พ.ค. 2563 มี รพ.สต.เข้าร่วม 7 แห่ง มีผู้ป่วยรับบริการ 4,768 คน นัดรับยา Easy Pass ที่ห้องยา 709 คน หรือ 14.86% รับยาผ่าน รพ.สต. 276 คน หรือ 5.78% นัดรับยาทางไปรษณีย์ 35 คน หรือ 0.73% และรับยาทางอสม. 35 คน หรือ 0.73%

ด้านนายเชาวลิต ประเสริฐสุด สาธารณสุขอำเภอคลองหลวง กล่าวว่า สสอ.มีบทบาทเป็นหน่วยประสานระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน อำนวยความสะดวกในการจัดส่งยาแก่ชาวบ้าน รวมทั้งประสานท้องถิ่นในเรื่องยานพาหนะ วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณต่างๆมาสู่ รพ.สต. อสม. และ care giver

"เรื่องการส่งยาให้ที่บ้าน จริงๆเราทำตั้งแต่สมัยน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แล้ว ตอนนั้นเราพายเรือส่งยาตามบ้าน มีการวิเคราะห์ประมวลผล พบว่าชาวบ้านมีทัศนคติที่ดีถึงดีมากที่จะทำระบบนี้ พอมีเรื่องโควิด-19 เข้ามา ก็ทำให้เรานำระบบนี้กลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง และหลังจากผ่านพ้นสถานการณ์ไปแล้ว สิ่งที่จะเป็น New normal ต่อไปคือเรื่องการนัดหมายล่วงหน้าก่อนรับการตรวจโดยมีการคัดกรองผ่านระบบหรือแอปพลิเคชั่นต่างๆเพื่อลดความแออัดของหน่วยบริการและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ถ้าเคสที่ไม่ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ใช้ระบบการส่งยาแบบนี้เป็น New normal ต่อไป"นายเชาวลิต กล่าว

ด้าน ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายลดความแออัดในโรงพยาบาลอยู่แล้ว ยิ่งเกิดสถานการณ์โควิด-19 ก็ยิ่งเห็นความจำเป็นในการปรับระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเสี่ยงในการติดโควิดของทั้งผู้ให้บริการและประชาชน ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลคลองหลวงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีกระบวนการหลายๆกระบวนการที่เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ทั้งการตรวจคัดกรองคนไข้เพื่อให้ทราบว่าสามารถรับยาโดยไม่ต้องมาพบแพทย์ได้หรือไม่ หรือสามารถรับยาได้เลยที่บ้านหรือ รพ.สต. มีการนำเทคโนโลยี Line Call มาช่วยในการให้คำแนะนำคนไข้ ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์โดยที่ยังรักษาระยะห่างได้ ที่สำคัญคือสามารถคงมาตรฐานการรักษาและมาตรฐานวิชาชีพในการส่งมอบยา หลังจากการส่งมอบยาแล้วยังมีการติดตามประเมินผลอีกด้วย

"นโยบายนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระงานแก่บุคลากร แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการทำงานโดยไม่ลดมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งจากการทำงานที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทำให้โรงพยาบาลคลองหลวงสามารถลดความแออัดลงได้ 40-50% ซึ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19ผ่านไปแล้ว เราก็จะยังคงประสิทธิภาพแบบนี้ไว้ต่อไป" ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว

สปสช.เขต 4 สระบุรี
04/06/2020

สปสช.เขต 4 สระบุรี

พุธที่ 10 มิ.ย.63 เวลา 09.00-12.00 น. รับฟังความคิดเห็นผ่าน Facebook live “หลักประกันสุขภาพคนพิการในยุค New normal”

สปสช.ขอเชิญคนพิการทุกประเภท ทั่วประเทศ ร่วมให้ความเห็นเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ และการเข้าถึงระบบบริการ ในการรับฟังความเห็นทั่วไปสำหรับคนพิการ และรับชม Facebook Live เรื่อง "ระบบสาธารณสุขสำหรับคนพิการในยุค New Normal"

Facebook
1.สปสช. www.facebook.com/NHSO.Thailand/
2.ข่าวสด www.facebook.com/Khaosod/

หากท่านมีความเห็น หรือข้อคำถาม สามารถส่งมาได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/12rxjA_w2rPjs4E_HYGYkP5FoJjRwDo9jftuLjnSLjko/edit?ts=5ed70b07

กลไก อสม.เข้าถึงทุกพื้นที่ ระบบสุขภาพชุมชนในอนาคต
24/05/2020
กลไก อสม.เข้าถึงทุกพื้นที่ ระบบสุขภาพชุมชนในอนาคต

กลไก อสม.เข้าถึงทุกพื้นที่ ระบบสุขภาพชุมชนในอนาคต

โรงพยาบาลท่าช้าง จ.สิงห์บุรี จัดส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้าน ด้วยรูปแบบที่น่าสนใจ โดยดึง รพ.สต.ในพื้นที่ร่วมกระ....

สปสช.เขต 4 สระบุรี
20/05/2020

สปสช.เขต 4 สระบุรี

รพ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี “อสม.จัดส่งยาให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน” ลดความแออัดใน รพ.

จับกระแส | 20 พฤษภาคม 2563

สปสช.เยี่ยมชม รพ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ศึกษาตัวอย่างระบบจัดส่งยาให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้านโดย อสม. ลดความแออัดแผนกผู้ป่วยนอกได้ถึง 63% ชี้เป็นตัวอย่างดีๆ ของการสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งในชุมชนและเชื่อว่าจะเห็นภาพเหล่านี้ในชุมชนต่างๆ มากขึ้นในอนาคต

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงพยาบาลท่าช้าง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการลดความแออัดในโรงพยาบาลด้วยระบบจัดส่งยาให้ผู้ป่วยที่บ้าน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยโรงพยาบาลดังกล่าวได้จัดระบบดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังด้วยการกระจายยาไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แล้วให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นำยาไปกระจายแก่ผู้ป่วยในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถลดความแออัดในคลินิกผู้ป่วยนอกได้ถึง 63% อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงแก่ผู้สูงอายุในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอีกด้วย

นพ.สันติสุข พักธรรมนัก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าช้าง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมา 4-5 ปีแล้ว เนื่องจากบริบทของพื้นที่มีประชากรผู้สูงอายุถึง 28% และในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คนกลุ่มนี้แต่เดิมต้องให้ลูกหลานพามารับยาที่โรงพยาบาลหรือหากลูกหลานไม่ว่างก็ต้องเหมารถมา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลูกหลานในวัยทำงานก็ต้องหยุดงานมาส่ง ทำให้สูญเสียรายได้ เกิดปัญหาขาดนัดรับยาและเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น

ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดระบบบริการโดยดึง รพ.สต. ในพื้นที่ ประกอบด้วย สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ต.พิกุลทอง รพ.สต.ถอนสมอ และ รพ.สต.วิหารขาว มาร่วมกระจายยาให้ผู้ป่วย โดยโรงพยาบาลจะจัดยามาส่งให้ที่ รพ.สต. จากนั้น ทาง อสม.จะเป็นผู้นำส่งยาไปให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่แต่ละรายอีกทอดหนึ่ง

นพ.สันติสุข กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องคุณภาพการบริการนั้น จะมีการติดตามอาการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยมี อสม.ไปดูแลที่บ้าน เจาะเลือด วัดความดัน และบันทึกข้อมูลในแบบฟอร์มที่โรงพยาบาลกำหนด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อถึงรอบนัดรับยา แพทย์จะเข้าไปพิจารณาข้อมูลว่าสถานะทางสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นอย่างไร หากมีอาการเข้าเกณฑ์มาตรฐานก็จะจ่ายยาตามปกติ แต่หากเคสไหนมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หรือความดันสูง ก็จะนัดให้มารับการตรวจที่โรงพยาบาล และหากผู้ป่วยมาเองไม่ได้ ก็จะมีรถของโรงพยาบาลไปรับด้วย

นพ.สันติสุข กล่าวด้วยว่า ยิ่งในช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดอยู่นี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีมีนโยบายเน้นการดูแลป้องกันในกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งทั้งจังหวัดมีจำนวนกว่า 4 หมื่นคน โดยมีการจัดหาเครื่องเทอโมสแกน และจัดทีม อสม. ลงพื้นที่ไปสแกนเฝ้าระวังให้แก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนจัดหางบประมาณสนับสนุนค่าเบี้ยเลี้ยงแก่ อสม. ด้วย ขณะที่ที่ประชุม Service Plan จ.สิงห์บุรี ก็มีนโยบายว่ากลุ่มผู้ป่วยสีเขียวหรือผู้ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะจัดส่งยาไปให้ในชุมชน ส่วนกลุ่มสีแดงหรือผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน จะให้มาตรวจที่โรงพยาบาล จากการเก็บข้อมูลพบว่าทั้งจังหวัดมีผู้ป่วยมาที่แผนกผู้ป่วยนอกลดลง 52% โดยเฉพาะที่ รพ.ท่าช้าง ซึ่งมีการจ่ายยาลงในชุมชน ผู้ป่วยนอกลดลงถึง 63% จาก 160-170 คน/วัน เหลือ 52 คน ยิ่งในช่วงรอบนัดรับยาเดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีการรับยาที่บ้านถึง 71% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า การมาเยี่ยมชมในพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อมาดูตัวอย่างดีๆ ของการสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งในชุมชน โรคเรื้อรังบางอย่างสามารถจัดระบบบริการในชุมชนได้โดย อสม.เป็นคนกลางดูแล เจาะเลือด วัดความดัน ถ้ามีปัญหาก็ปรึกษาเจ้าหน้าที่อนามัย นี่เป็นอีก 1 ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนและเชื่อว่าในอนาคตจะเห็นภาพเหล่านี้มากขึ้นในชุมชนต่างๆ

"โครงการนี้ทำมา 4 ปีแล้ว ประชาชนได้ประโยชน์ ได้รับยาจากการส่งยาโดย อสม. การจัดส่งนี้ไม่ใช่แค่ส่งอย่างเดียวแต่มีการตรวจจากเภสัชกร เจ้าหน้าที่อนามัย มีสมุดประวัติบันทึกข้อมูลไว้อย่างดี ทำให้คนไข้ได้รับยาสม่ำเสมอ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีงบประมาณสนับสนุนค่ารถให้ อสม. นี่คือความสวยงามในพื้นที่ ถ้าทุกชุมชนทำอย่างนี้ได้ คนไข้ก็จะอยู่ในชุมชน แล้วมันมีความอบอุ่นเพราะทาง รพ.สต. อสม. และผู้ป่วยก็สะดวกในการพูดคุยกัน ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง" นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพิ่งกำเนิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ทาง สปสช.ก็ต้องมาคิดว่าระบบสุขภาพชุมชนในอนาคตจะเป็นอย่างไร ผู้ให้บริการในชุมชนที่ไม่ใช่สายอาชีพ เช่น อสม. Care Giver พนักงานรถฉุกเฉินของท้องถิ่น แพทย์แผนไทย หมอชาวบ้าน หรือแม้กระทั่งพระสงฆ์ที่มีบทบาทนำในด้านสุขภาพจะได้รับการสนับสนุนอย่างไร สปสช.อาจต้องหางบประมาณสนับสนุนให้คนกลุ่มนี้ในการดูแลคนในชุมชน ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยมชมครั้งนี้ก็เป็นการศึกษาตัวอย่างที่ดีและจะนำข้อมูลที่ได้ไปออกแบบระบบบริการในอนาคต

http://nhsonews.com/index.php/news/content/880

ที่อยู่

100/9 ต.ปากเพียว อ.เมือง จ.สระบุรี
Mueang Saraburi District
18000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สุขภาพดีที่นี่มีคำตอบผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Mueang Saraburi District บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

อบรม RCM