สถานีตำรวจภูธรพยุหะคีรี

สถานีตำรวจภูธรพยุหะคีรี สถานีตำรวจภูธรพยุหะคีรี โทร.0-5627-8304 , 0-5627-8305
สมาร์ทโฟน 08-6217-0102

27/08/2026

📍 “สำนักงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” รุกปราบปรามบัญชีม้า ตัดเส้นทางการเงิน แก๊งสแกมเมอร์

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดสถิติ 1 ตุลาคม 2568 – 15 สิงหาคม 2569

▪️ตรวจพบบัญชีม้า 397,223 บัญชี

▫️เดือนสิงหาคมตำรวจกดดันปราบปรามเข้ม
(1-15 สิงหาคม 2569)

🔻บัญชีม้าลดลง 60.3%
🔻มูลค่าความเสียหายลดลง 86.9%

คำเตือน ⚠️

•รับจ้างเปิดบัญชีม้า “โทษหนัก”
•มีสติก่อนโอน ตรวจสอบก่อนโอนได้ทาง แอป Police Care

#ปราบบัญชีม้า
#ปราบสแกมเมอร์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

27/08/2026

🚨 เตือนภัยนิสิต นักศึกษา ⚠️
ภัยหลอกลวงออนไลน์ กำลังระบาด เจาะกลุ่มเป้าหมายนิสิต-นักศึกษา Gen Z
.
เปิดเคสตัวอย่าง: วิดีโอคอลนาน 50 ชั่วโมง นักศึกษาปี 1 ตกเป็นเหยื่อ สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท

📍กลลวง‼️

* หลอกว่าข้อมูล เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน ถูกนำไปใช้ทำผิดกฎหมาย

* โอนสายให้คุย “ตำรวจปลอม” สอบสวนออนไลน์บอกว่ามีคดีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โชว์หลักฐานสารพัดให้ตกใจกลัว ซึ่งทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม

* ควบคุมด้วยวิดีโอคอล กำชับห้ามวางสาย ห้ามบอกใคร

* ช่วยสร้างเรื่องให้ขอเงินผู้ปกครองมาเคลียร์คดี ส่วนใหญ่จะให้ใช้มุกหลอกว่าได้ทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ต้องชำระเงินบางส่วน

* เมื่อได้เงินจากผู้ปกครองแล้ว จะให้โอนเข้าบัญชีม้า ขณะเดียวกันก็ให้เหยื่อไปถอนเงินจากธนาคารนำเงินสดมามอบให้ มีม้ามารับเงิน

อย่าเชื่อ อย่าหลง อย่าโอน

🔺ตำรวจจริงจะไม่สอบสวนทางวิดีโอคอล
🔺ตำรวจจริงไม่สั่งโอนเงินเพื่อตรวจสอบ

รีบวางสาย แล้วโทร 1441 สายด่วน AOC 

#เตือนภัยออนไลน์ #วัคซีนไซเบอร์
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

27/08/2026

📍3 พฤติกรรม ”นอมินี“
ถือหุ้นให้ชาวต่างชาติ
ผิดกฎหมาย ถูกดำเนินคดี‼️
1.ให้คนไทยถือหุ้นแทนโดยไม่ได้ลงทุนจริง

2.คนไทยไม่มีอำนาจบริหาร หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการ

3.ใช้บริษัทบังหน้าเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์ในไทย
⚠️4 เรื่องสำคัญ รู้ก่อน! ไม่ตกเป็นนอมินี⚠️

▫️อย่าให้ใครใช้ชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทน หากไม่ได้ลงทุนจริง

▫️อย่าเซ็นเอกสารโดยไม่เข้าใจว่าตนมีหน้าที่และความรับผิดอะไร

▫️ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและผู้มีอำนาจแท้จริง

▫️ หากจะร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติให้ตรวจสอบกฎหมายก่อนทำธุรกรรม
🚨การให้ผู้อื่นยืมชื่อถือหุ้น หรือตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อถือครองที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ โดยไม่ได้ลงทุนจริงและไม่มีอำนาจบริหาร มีความผิดตามกฎหมายไทย

📍 กรณีตัวอย่าง (ศาลจังหวัดหัวหิน) มีคำพิพากษา กรณีตรวจพบบริษัทใช้คนไทยถือหุ้นแทนนายทุนต่างชาติ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษปรับนิติบุคคล 10,000 บาท และสั่งจำคุกชาวต่างชาติ 6 เดือน

จำไว้! แค่ให้ยืมชื่อถือหุ้น อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
หากไม่ได้ลงทุนจริงและถือหุ้นแทนผู้อื่น อาจถูกตรวจสอบว่าเป็น "นอมินี"

สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร 1599

#ปราบนอมินี
#นอมินีต่างชาติ
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ข่าวประชาสัมพันธ์
25/08/2026

ข่าวประชาสัมพันธ์

🚨SMS แอบอ้างค้างใบสั่งจากมิจฉาชีพระบาด!อย่าเพิ่งสแกน นี่คือกลโกงของมิจฉาชีพ ⚠️แก้ปัญหาด้วยการรับแจ้งเตือนใบสั่งจราจร บนแ...
22/08/2026

🚨SMS แอบอ้างค้างใบสั่งจากมิจฉาชีพระบาด!
อย่าเพิ่งสแกน นี่คือกลโกงของมิจฉาชีพ ⚠️
แก้ปัญหาด้วยการรับแจ้งเตือนใบสั่งจราจร บนแอปทางรัฐอย่างปลอดภัย เช็ก & จ่ายได้ทันที
✅มั่นใจ ปลอดภัยกว่า ข้อมูลส่งตรงจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เข้าสู่แอปทางรัฐ > เมนู ‘บริการทั้งหมด’ > หมวดหมู่ ‘ยานพาหนะ’ > บริการ ‘ตรวจสอบใบสั่งจราจร’ และดูข้อมูลใบสั่งที่ค้างชำระ หรือ ชำระแล้ว และ จ่ายค่าปรับได้ทันที พร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีใบสั่งใหม่'
รับแจ้งเตือนไว จ่ายง่าย ปลอดภัย 100% ด้วยความห่วงใยจากแอปฯ ทางรัฐ มีติดเครื่องไว้ ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น มั่นใจขึ้น ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
#ทางรัฐ #ใบสั่ง #ใบสั่งปลอม #มิจฉาชีพ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล #รัฐบาลดิจิทัล

คุกคามทางเพศ ไม่จำเป็นต้อง “แตะตัว” ก็ผิดได้​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง การตามรังควาน หรือการคุกคามผ่าน...
21/08/2026

คุกคามทางเพศ ไม่จำเป็นต้อง “แตะตัว” ก็ผิดได้
​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง การตามรังควาน หรือการคุกคามผ่านออนไลน์ หากมีลักษณะส่อไปในทางเพศและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอาย หวาดกลัว หรือไม่ปลอดภัย ก็อาจเข้าข่ายความผิดได้
​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ที่สำคัญ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ผู้ชายก็สามารถเป็นผู้ถูกคุกคามได้เช่นกัน
​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ชวนดูสรุปกฎหมายและโทษแบบเข้าใจง่ายในภาพนี้ค
​ที่มา: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (19), 284/1–284/3

20/08/2026

🚨 “งานสบาย รายได้วันละพัน”… มีแต่ในนิทาน! รู้ทันหลุมพรางโฆษณาหางานทิพย์ 🚨
ใครที่กำลังมองหารายได้เสริมหรือหางานผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องระวังให้ดี! เพราะมิจฉาชีพกำลังใช้ “ประกาศรับสมัครงานปลอม” เป็นเหยื่อล่อ จากที่หวังจะมีรายได้ อาจกลายเป็นผู้ต้องหาคดี “บัญชีม้า” จนเสี่ยงติดคุกและเสียอนาคตโดยไม่รู้ตัว
🎣 กลลวงของมิจฉาชีพ: หลอกให้ตายใจ แล้วใช้เป็นเครื่องมือ
มิจฉาชีพมักแฝงตัวอยู่ตามกลุ่มหางาน เว็บไซต์สมัครงาน หรือสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมใช้ข้อความชวนเชื่อ เช่น
✅ ทำงานจากบ้าน รายได้สูง
✅ ใช้เวลาวันละไม่กี่ชั่วโมง
✅ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
✅ สมัครได้ทุกวัย
✅ รับจำนวนจำกัด ต้องรีบสมัคร
⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง
มิจฉาชีพจะพยายามขอข้อมูลสำคัญ โดยอ้างว่าใช้สำหรับ
• เปิดบัญชีรับเงินเดือน
• ทดลองระบบการทำงาน
• รับชำระเงินจากลูกค้า
• ยืนยันตัวตนก่อนเริ่มงาน
และอาจขอข้อมูลส่วนตัว เช่น
❌ สำเนาบัตรประชาชน
❌ ภาพสแกนใบหน้า
❌ Username และ Password
❌ PIN หรือรหัส OTP
⛓️ จาก “คนหางาน” สู่ “ผู้ต้องหา” คดีบัญชีม้า
เมื่อมิจฉาชีพเข้าถึงบัญชีของคุณได้ บัญชีนั้นอาจถูกนำไปใช้เป็นเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมทันที ไม่ว่าจะเป็น
🔴 แก๊งคอลเซ็นเตอร์
🔴 เว็บพนันออนไลน์
🔴 การฟอกเงิน
🔴 เครือข่ายค้ามนุษย์
⚖️ โทษหนักกว่าที่คิด
แม้จะอ้างว่าไม่รู้เห็น แต่การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเอง อาจเข้าข่ายร่วมกันฟอกเงินหรือฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
📌 ไม่ใช่แค่เสียเงิน แต่เสียอนาคต
🛡️ 4 วิธีป้องกันตัวเอง ก่อนตกเป็นเหยื่อ
✔️ เช็กประวัติบริษัท
ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์หรือช่องทางที่น่าเชื่อถือก่อนสมัครงาน
✔️ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่ดูดีเกินจริง
จำไว้เสมอว่า “งานสบาย รายได้สูงเกินจริง” ไม่มีอยู่จริง
✔️ ปกป้องข้อมูลส่วนตัว
ห้ามส่งภาพบัตรประชาชน ภาพสแกนใบหน้า รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้ผู้อื่นโดยเด็ดขาด
✔️ บริษัทที่น่าเชื่อถือจะไม่ขอให้ทำสิ่งเหล่านี้
หากมีการขอให้เปิดบัญชีรับเงินแทนบริษัท หรือขอให้ส่งมอบสมุดบัญชี ให้ยุติการติดต่อทันที

📞 หากตกเป็นผู้เสียหาย หรือสงสัยว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชี รีบโทรสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออายัดบัญชีโดยเร็วที่สุด

💻 แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th

#ตำรวจไซเบอร์ #หางานออนไลน์ #บัญชีม้า #มิจฉาชีพ #ภัยไซเบอร์

20/08/2026

ผบ.ตร. สั่งด่วน!
คดีคนหาย ไม่ต้องรอ 24 ชั่วโมง
แจ้งความได้ทันที

วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับแนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม เพื่อให้การช่วยเหลือ ประสานงาน และสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

📌 สาระสำคัญของข้อสั่งการ:
1️⃣ รับแจ้งแล้วต้องทำทันที: กำชับพนักงานสอบสวนและผู้รับแจ้งเหตุ ห้ามยกเหตุผลว่าต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงมาปฏิเสธการรับแจ้งเหตุโดยเด็ดขาด! ให้ลงบันทึก กระจายข่าวผ่านศูนย์วิทยุ และส่งฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เร่งติดตามทันที
2️⃣ เกาะติดและรายงานญาติเป็นระยะ: ฝ่ายสืบสวนต้องรายงานความคืบหน้าให้ผู้แจ้งหรือเครือญาติทราบอย่างต่อเนื่อง และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อเก็บข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
3️⃣ เชื่อมโยงฐานข้อมูลส่วนกลาง: ให้ทุกหน่วยประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ศปก.ตร. (คบคน.ตร.) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อขับเคลื่อนการสืบสวนและยืนยันตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำ
4️⃣ ปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัย: มอบหมายสำนักงานกฎหมายและคดี ปรับปรุงประมวลระเบียบการชันสูตรพลิกศพและการประกาศตำหนิรูปพรรณคนหายให้สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน

ผบ.ตร. ย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะทุกวินาทีของ "คนหาย" คือความห่วงใยและความสงบสุขของครอบครัวพี่น้องประชาชนครับ

#กองสารนิเทศ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผบตร #คนหายพลัดหลง #ไม่ต้องรอ24ชั่วโมง #คบคนตร #ตำรวจไทยใจประชาชน #1599

14/08/2026
14/08/2026

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงหลักเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดความจำเป็นและบริบทการปฏิบัติหน้าที่”

วันนี้ (14 สิงหาคม 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.(ปป)) ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะการ ควบคุม กำชับ และขับเคลื่อน การปฏิบัติงานของสายตรวจทั่วประเทศ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามยุทธวิธีได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับมาตรการกวดขันการพกพาอาวุธปืน ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “หากข้าราชการตำรวจพกพาอาวุธปืนไปใช้ในยามวิกาล ดื่มสุรา หรือนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้นเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป”
การพิจารณาข้อกฎหมายและบริบทการปฏิบัติงาน
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ อธิบายว่า การจะพิจารณาว่าการพกพาอาวุธปืนของข้าราชการตำรวจนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่สามารถตัดสินจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงลำพังได้ แต่จะต้องพิจารณาจากบริบทและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป โดยต้องนำองค์ประกอบต่อไปนี้มาพิจารณาร่วมด้วย:
* หน้าที่ราชการ และความจำเป็น
* เหตุอันสมควร และพฤติการณ์แห่งกรณี
* การได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
* กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
โดยหลักการแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ แต่งเครื่องแบบ ขณะปฏิบัติหน้าที่ของตนในพื้นที่รับผิดชอบ จึงสามารถพกพาอาวุธปืนได้ รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ในบางภารกิจที่มีความจำเป็นต้องพกพาอาวุธปืน เช่น การปฏิบัติภารกิจนอกเครื่องแบบ หรือการสืบสวนนอกเวลาราชการ ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปในร้านอาหารหรือสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการพกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ

ระเบียบและบรรทัดฐานทางกฎหมาย
เพื่อให้เกิดความชัดเจน ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 22 บทที่ 13 (ว่าด้วยการพกพา อาวุธปืน ดาบปลายปืน และตะบอง) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า ข้าราชการตำรวจที่มีความจำเป็นต้องพกพาอาวุธปืนติดตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการ จะต้อง:
1. ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาชั้นสารวัตร (หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า) ขึ้นไป
2. พกพาอาวุธปืนอย่างมิดชิด เรียบร้อย และเหมาะสมกับกาลเทศะ
ซึ่งหลักการนี้สอดคล้องกับ **คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9690/2557** ที่เคยวินิจฉัยไว้ว่า ข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาตามระเบียบฯ ให้พกพาอาวุธปืนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ และขณะเกิดเหตุยังอยู่ในระยะเวลา ที่ได้รับอนุญาต ศาลถือว่าจำเลย ไม่มีความผิด ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
คำพิพากษาฎีกาที่ 13535/2553 มีสาระสำคัญว่า ร้อยตำรวจเอก ป. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจและหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและทำการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายได้

นอกจากนี้ ยังมีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (16) (17) และมาตรา17 ซึ่งเป็นไปโดยผลของกฎหมาย ดังนั้น ร้อยตำรวจเอก ป. จึงมีอำนาจจับกุม ควบคุมตัวจำเลย ตลอดจนการจัดทำเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอำนาจหน้าที่ได้ หาใช่จะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหรือไม่ขึ้นอยู่กับ การลงบันทึกประจำวันว่าออกปฏิบัติหน้าที่ดังที่จำเลยอ้างในฎีกา แต่อย่างใดไม่ ดังนั้นข้าราชการตำรวจจึงเป็นตำรวจตลอดเวลา
สรุป ข้าราชการตำรวจเป็นตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง ตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า ย่อมสามารถเข้าระงับเหตุ จับกุม หรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ทันที เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในที่สาธารณะเช่น สถานบริการหรือร้านอาหาร เป็นต้น ย่อมต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยการพกพาอาวุธปืนต้องกระทำอย่างมิดชิดและเหมาะสมกับภารกิจ เพื่อมิให้กระทบต่อความปลอดภัยหรือความเชื่อมั่นของประชาชน

ที่อยู่

113 ม. 3
Nakhon Sawan
60130

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีตำรวจภูธรพยุหะคีรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สถานีตำรวจภูธรพยุหะคีรี:

ทางลัด

แชร์