ศูนย์วิทยุมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุด สภ.หนองโดน จ.สระบุรี

ศูนย์วิทยุมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุด สภ.หนองโดน จ.สระบุรี องค์กรสาธารณกุศล

เปิดเหมือนปกติ

มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION
21/11/2020

มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION

หลายครั้งอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ หากเราจอดรถผิดที่ผิดทาง ฉะนั้นก่อนจะจอดรถครั้งต่อไป หรือ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เราควรเตรียมตัวสำหรับการรับมือให้ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุตามมา

5 วิธีจอดรถให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

1. หลีกเลี่ยงการจอดรถริมข้างทาง โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น - ลงสะพาน ถนนที่มีไหล่ทางแคบหรือมีลักษณะเป็นคอขวด ทางแยก ทางม้าลายและปากซอยทางเข้า - ออก

2. หากต้องจอดแวะซื้อของริมข้างทาง ผู้ขับขี่ควรให้สัญญาณไฟล่วงหน้า หรือจอดซื้อของในจุดที่มีที่จอดรถไว้เท่านั้น

3. กรณีรถจอดเสีย ประสบอุบัติเหตุหรือจำเป็นต้องจอดรถริมข้างทาง ควรจอดรถให้ชิดไหล่ทางมากที่สุด พร้อมเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน

4. กรณีผู้ขับขี่มีอาการง่วงนอน ให้นำรถไปจอดพักหลับในบริเวณที่ปลอดภัยหรือผลัดเปลี่ยนผู้ขับขี่ยานพาหนะ

5. หลีกเลี่ยงการจอดรถถ่ายภาพหรือชมวิวทิวทัศน์ข้างทางตามแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะตามเส้นทางขึ้น - ลงเขา

ข้อมูลจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

.
.
#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน
#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยชีวิตรักษาชีวิตสร้างชีวิต
☎ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
📲 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
🚨 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

โรงพยาบาลหัวเฉียว--HUA CHIEW HOSPITAL
16/11/2020
โรงพยาบาลหัวเฉียว--HUA CHIEW HOSPITAL

โรงพยาบาลหัวเฉียว--HUA CHIEW HOSPITAL

โรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นโรงพยาบาลเอกชน ที่ไม่มุ่งแสวงหาผลกำไร ในสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉี.....

มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION
11/11/2020

มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION

#RSV สามารถติดเชื้อได้ทุกคน
แต่กลุ่มเสี่ยงมากที่สุดคือเด็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายไม่แข็งแรง หากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงได้
#ข่าวช่องวัน
https://www.facebook.com/onenews31/photos/a.1122306951191112/3716701878418260/
.
.
#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน
#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยชีวิตรักษาชีวิตสร้างชีวิต
☎ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418
📲 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
🚨 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ลิงค์สมัครและลงทะเบียนพร้อมข้อสอบหลักสูตร “การปฐมพยาบาลฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐา
07/11/2020
ลิงค์สมัครและลงทะเบียนพร้อมข้อสอบหลักสูตร “การปฐมพยาบาลฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐา

ลิงค์สมัครและลงทะเบียนพร้อมข้อสอบหลักสูตร “การปฐมพยาบาลฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐา

แผนกอาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
30/10/2020

แผนกอาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ว.8 ประชาสัมพันธ์ถึงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
การเปิดรับสมัครอาสาสมัครฯเข้าอบรม EMT ของ รพ.หัวเฉียว

หลักฐานการสมัคร

1.ใบสมัคร (เอาที่ รพ.หัวเฉียว)
2.รูป 1.5 นิ้ว 2 ใบ พื้นหลังสีขาวหรือน้ำเงินเท่านั้นและถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
3.สำเนาบัตรประชาชน 2 ฉบับ
4.สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ฉบับ
5.สำเนาวุฒิการศึกษา 2 ฉบับ
6.ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ไม่เกิน 1 เดือน
7.หนังสือรับรองประสบการณ์ด้านปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินจากแผนกอาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สำนักงานใหญ่ พลับพลาไชย และจะต้องมีชื่ออยู่ในระบบ เท่านั้น
8.สำเนาผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นต้น (EMR) หากเรียนกับ รพ.หัวเฉียว แล้วยังไม่ได้รับใบประกาศ ให้ติดต่อ ชั้น 4 ตึกประกันสังคม

หมายเหตุ: กรณีชำระค่าสมัคร จำนวน 8,500 บาท นั้น จะต้องสอบผ่านและมีรายชื่อเป็นผู้เข้าฝึกอบรมก่อน

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
แผนกอาสาสมัคร
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สำนักงานใหญ่ พลับพลาไชย
สายด่วน 1418

มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION
29/10/2020

มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION

กำเนิดป่อเต็กตึ๊ง คณะเก็บศพฯที่ ร.6 พระราชทานทุน

"สาธารณกุศล" ในสังคมสมัยใหม่ช่วยเหลือและสร้างสิ่งดีๆ ต่อสมาชิกในชุมชนได้มากมาย
บนเส้นทางของกลุ่มคนที่รวมตัวกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
ในประวัติศาสตร์ไทยมีบันทึกเกี่ยวกับกลุ่มป่อเต็กตึ๊ง
มูลนิธิซึ่งดำเนินงานสาธารณกุศลบนแผ่นดินไทยปรากฏอยู่ด้วย
ไม่เพียงแต่ประโยชน์ต่อส่วนร่วม
แต่อย่างน้อยเสี้ยวหนึ่งของกิจกรรมนี้สร้างแรงบันดาลใจสู่คนในสังคมและต่อยอดกลายมาเป็นกำลังในการสานต่อเจตนารมณ์แห่งสาธารณกุศล

สำหรับมูลนิธิด้านสาธารณกุศลในไทยที่มีความเป็นมายาวนานอย่างมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ต้องย้อนกลับไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ซึ่งติดต่อด้านการค้ามาอย่างยาวนาน

ความสัมพันธ์ไทย-จีน
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้านการค้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนั้น
ผู้สืบค้นทางประวัติศาสตร์เชื่อว่า บ้านเมืองในสุวรรณภูมิติดต่อกับฮั่นไม่ต่ำกว่า
2,000 ปีมาแล้ว
ส่วนหลักฐานด้านการค้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพบว่ามีการค้าขายแลกเปลี่ยนในสมัยสุโขทัย
ตรงกับปลายราชวงศ์ซ่ง (ประมาณพ.ศ. 1503-1822) พบการมาของคณะทูตจีนเมื่อ พ.ศ. 1825
(สกินเนอร์, 2548) และสัมพันธ์สืบเนื่องต่อมาถึงราชวงศ์หยวน (พ.ศ. 1822-1911)
(กรรณิการ์ ตันประเสริฐ, แสงอรุณ กนกพงศ์ชัย และคณะ, 2545)

นับตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มปรากฏชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแถบนี้เรื่อยมา
หลักฐานปรากฏชัดตั้งแต่สมัยอยุธยา กระทั่งถึงต้นรัตนโกสินทร์
ในบรรดาพ่อค้าชาวจีนที่มาตั้งรกรากนี้มี "พ่อค้าจีนธรรมรายหนึ่ง" เชิญรูปเคารพ
"ไต้ฮงกง" มายังสยาม แล้วจึงเริ่มมีกิจกรรมเก็บศพไร้ญาติ
นั่นจึงเป็นการเริ่มต้นของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งซึ่งก่อตั้งโดยชาวจีนในสมัยรัชกาลที่ 5

ความเชื่อเรื่องความตายสู่สุสานสาธารณะ
แม้ว่าชาวจีนส่วนหนึ่งจะประสบความสำเร็จสามารถยกระดับสถานะของตัวเองมาเป็นชนชั้นแนวหน้าได้ก
แต่บางส่วนก็ไม่สำเร็จดังหมายต้องเดินทางกลับจีน
หรือบางรายที่ไม่มีโอกาสก่อร่างสร้างตัว บางคนจบชีวิตโดยไร้ญาติขาดมิตร
ชาวจีนเชื่อกันว่า การตายโดยไม่มีหลุมฝังศพจะทำให้จิตวิญญาณไม่เป็นสุข
ประกอบกับชาวจีนไม่นิยมเผาศพ เพราะถือว่าร่างกายเป็นของที่บรรพบุรุษให้มา
ต้องรักษาให้ดีที่สุด จึงเกิดสุสานสาธารณะที่เรียกว่า "หงี่ซัว" ที่เชิงเขา
ถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายยามยากของชาวจีนอพยพ

หากไม่ลงเอยที่สุดท้าย สภาพร่างที่เป็นศพไร้ญาติอาจเคราะห์ไม่ดี ถูกทิ้งไว้ 2-3 วัน
ดังบันทึกของขุนวิจิตรมาตรา (กาญจนาคพันธุ์)
ที่เขียนถึงสภาพบ้านเมืองสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ว่า

"...ข้างกำแพงวัดมหาธาตุมีต้นมะขามใหญ่มากต้นหนึ่ง มีคนนอนตายอยู่โคนต้นมะขามถึง
2-3 วัน จนขึ้นอืดไม่เห็นมีใครมาจัดการอย่างไร (คงจะเป็นคนขอทานหรืออย่างไรไม่ทราบ)
ข้าพเจ้าออกไปดูทุกวันจนกระทั่งศพหายไป แสดงว่าพลตระเวณ
หรือกรมสุขาภิบาลอะไรยังล้าหลังเหลือเกิน"

"หงี่ซัว" ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมในช่วง พ.ศ. 2442-2443
โดยชาวจีนเรี่ยไรเงินซื้อที่นาแถบตำบลวัดดอน และตำบลทุ่งคอกกระบือ
ทางด้านใต้ของชุมชนจีนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอบ้านทวายเพื่อทำป่าช้า
(ทั้งสองตำบลในสมัยใหม่อยู่ในอำเภอยานนาวา อันมีที่ตั้งสุสานจีนหลายแห่ง)

ในหนังสือ "ป่อเต็กตึ๊ง บนเส้นทางประวัติศาสตร์สังคมไทย"
เล่ากระบวนการช่วยเหลือผู้ตายโดยไร้ญาติว่า
การช่วยเหลือเป็นระบบมากขึ้นภายหลังพ่อค้าชาวจีน 12 คนร่วมตั้ง "คณะเก็บศพไต้ฮงกง"
เมื่อ พ.ศ. 2452 เก็บศพไร้ญาติโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ
คณะเก็บศพฯนี้เองเป็นรากฐานของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานกว่า
90 ปี

ไต้ฮงกง
สำหรับประวัติของไต้ฮงกง ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุอำเภอเตี้ยเอี้ย (เฉาหยัง)
เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง แต่ก็ต้องยอมรับประวัติส่วนหนึ่งเป็นการบอกเล่ากันต่อมา
ประวัติส่วนหนึ่งเล่าว่า ไต้ฮงกง เกิดในเมืองเวินโจว เมื่อ พ.ศ. 1582
เดิมชื่อหลิงเอ้อ เกิดในครอบครัวฐานะดี สอบได้เป็นบัณฑิตระดับจิ้นซื่อ
เข้ารับราชการเป็นนายอำเภอเมื่ออายุ 54 ปี
แต่ออกจากราชการเพราะเบื่อหน่ายการแก่งแย่งและสภาพผันแปรทางการเมือง
และมาอุปสมบทเผยแพร่ธรรมะในมณฑลฮกเกี้ยนอย่างยาวนาน

ไต้ฮงกงปฏิบัติธรรมและยังจัดการเก็บศพผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนน
และตั้งศาลาทานรักษาโรค จัดหาอาหารและสิ่งของให้ผู้ยากไร้
ชักชวนชาวบ้านและศิษย์ให้ประกอบกุศล
จนชาวจีนทางตะวันออกเฉียงใต้เลื่อมใสศรัทธาสืบต่อกันมา

ไต้ฮงกงในไทย
ความเลื่อมใสในไต้ฮงกงเข้ามาในไทยอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกเมื่อนายเบ๊ยุ่น
พ่อค้าชาวจีนโพ้นทะเลจากฮั่วเพ้ง อัญเชิญรูปจำลองไต้ฮงกงมากรุงเทพฯ เมื่อพ.ศ. 2439
ในสมัยรัชกาลที่ 5 สันนิษฐานว่าอัญเชิญมาทางเรือกลไฟจากท่าเรือซัวเถา
อันเป็นวิธีเดินทางของพ่อค้าส่วนใหญ่ นายเบ๊ยุ่น
อัญเชิญไต้ฮงกงมาที่ร้านค้าของเขาชื่อร้านกระจกย่งชุ้นเชียงแถววัดเลียบ
หลังจากนั้นก็เริ่มแผ่ขยายความเลื่อมใสมายังชาวจีนในกรุงเทพฯ

ช่วงเวลา 3-4 ปี (พ.ศ. 2442-2443) หลังจากการอัญเชิญพระพุทธรูปไต้ฮงกงมาบูชาในสยาม
ชาวจีนเริ่มจัดซื้อที่นาที่ตำบลวัดดอนและวัดทุ่งคอกกระบือในอำเภอบ้านทวายเพื่อทำป่าช้าสาธารณะโดยมีการเรี่ยไรเงินด
ปรากฏผู้บริจาค 710 ราย รวมทั้งหมด 74,199 บาท (สมัยนั้น 1
ตำลึงใช้เป็นค่าภาษีผูกปี้ทดแทนแรงงานได้ 3 ปี)

ช่วงเวลานั้นมีป่าช้าขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง แต่มีการฝังศพมากกว่าปีละ 800 ศพ
กระทั่งในปีพ.ศ. 2452 พ่อค้าชาวจีน 12 คนรวมตัวกัน
(ปรากฏนามบุคคลหรือยี่ห้อตามเอกสารในหอจดหมายเหตุด้วย)
เรี่ยไรจัดตั้งคณะเก็บศพไม่มีญาติทำสาธารณประโยชน์ในชื่อกลุ่ม "คณะเก็บศพไต้ฮงกง"
กลายเป็นรูปธรรมของการสาธารณกุศลที่สำคัญอีกแห่งของไทย
ปรากฏการจ้างพนักงานนำโลงกับเครื่องนุ่งห่มสำหรับศพ ไปหามศพมาจัดการฝัง
เรียกได้ว่าเป็นการสอนต่อเจตนารมณ์ของไต้ฮงกง
และคณะฯนี้เองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งแห่งประเทศไทย

พ่อค้าชาวจีน 12 คน สู่คณะเก็บศพไต้ฮงกง
สิ่งที่น่าสนใจของพ่อค้าชาวจีน 12 รายนี้
บางรายเป็นที่รู้จักและเป็นต้นตระกูลบุคคลสำคัญหลายวงการในปัจจุบัน อาทิ
พระอนุวัตร์ราชนิยม (ยี่กอฮง) ต้นตระกูลเตชะวณิช, ตันลิบบ๊วย บุตรชายของตันฉื่อฮ้วง
บรรพบุรุษต้นตระกูลหวั่งหลี, อึ๊งยุกหลง บุตรชายของอึ้งเหมี่ยวเหงี่ยน
บรรพบุรุษต้นตระกูลล่ำซำ

งานวิจัยเจาะลึกเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพ่อค้า 12 รายนี้ฉายภาพเพิ่มเติมว่า
เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว 10 คน จีนแคะ 1 คน และจีนฮกเกี้ยน 1 คน
ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าจีนอิสระยุคคลื่นอพยพในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5
ไม่ได้เป็นกลุ่มนายทุนเจ้าภาษีที่สืบทอดฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมจากยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นน
กล่าวได้ว่า เป็นกลุ่มพ่อค้าที่ต่อสู้ก่อร่างสร้างตัวจากชนชั้นแรงงานเป็นส่วนใหญ่
ย่อมเข้าใจสภาพพื้นฐานในสังคมได้ดี

คณะเก็บศพฯ ที่ก่อตั้งในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ดำเนินไปอย่างราบรื่น 3
ปีแรกเก็บศพไปฝั่งที่สุสานสาธารณะในซอยวัดดอนประมาณปีละ 2,250 ศพ
ค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 15,000 บาท โดยส่วนใหญ่ได้มาจากการเรี่ยไรพ่อค้า ในพ.ศ. 2455
คณะเก็บศพฯ ประสบภาวะเงินไม่พอใช้จ่าย สืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจไม่ดี
ฝนไม่ตกตามฤดูกาล คณะไต้ฮงกง
จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาขอรับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ หนังสือถึงเจ้าพระยายมราช
เสนาบดีกระทรวงนครบาล ลงวันที่ 16 กรกฎาคม ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2455)

เจ้าพระยายมราชกราบบังคมทูลถวายความเห็นใจความตอนหนึ่งว่า

"...การที่คณะไต้ฮงกงได้จัดทำขึ้นนี้ก็เปนสาธารณะกุศลพิเศษส่วนหนึ่ง
แลเปนประโยชน์แก่การศุขาภิบาลสำหรับพระนครด้วยมากอยู่
ถ้าจะเทียบกับโรงพยาบาลเนอซิงโฮมเซนหลุยก็หนักกว่า
สมควรที่จะได้รับพระราชทานพระมหากรุณาให้ศุขาภิบาลออกเงินช่วยอุดหนุนคณะนี้สักปีละ
2,000 บาท พอให้เปนกำลัง อย่างที่ได้พระราชทานโรงพยาบาลเนอซิงโฮมอยู่ปีละ 960
บาทนั้น แต่เกรงว่าเงินในกรมศุขาภิบาลปีนี้อยู่ในอาการคับแคบจะไม่พอจ่ายรายการประจำ
ถ้าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เพิ่มงบประมาณเป็นพิเศษเฉภาะปีนี้ได้ก็จะเปนการสดวก..."

คณะผู้จัดทำวิจัยบรรยายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเงินดังกล่าวแก่คณะเก็บศพไต้ฮงกง
ทำให้สามารถดำเนินกิจการต่อ ปรากฏพระราชหัตถเลขาว่า
"ดีแล้ว อนุญาต"

การดำเนินงานในช่วงยุคแรกอยู่ภายใต้การดูแลของเบ๊ง่วนหลี
และสืบทอดมาถึงรุ่นลูกคือเบ๊กุ่ยคิม การเก็บศพระยะแรกใช้การหาม
ไม่กี่ปีก็ถึงจะใช้รถลาก แต่เป็นคนละแบบกับรถลากที่คนกรุงเทพฯนิยม
รถลากเก็บศพสมัยก่อนเป็นรถไม้ ใช้ล้อไม้ขนาดใหญ่ มีช่องพอดีวางศพ คนข้างหน้าลาก 1
คน คนข้างหลังใช้ผลักอีก 1 คน
เวลาต่อมา ปลายทศวรรษ 2470
จากการบอกเล่าของศิลปินนักดนตรีเก่าแก่ที่เกิดในย่านสี่พระยา บอกเล่าว่า
เมื่อคนตายไม่มีญาติ มักบอกกันให้รถป๋องแป๋งมารับศพ จะใช้ตะโกนกัน และรถมาเร็วด้วย

"ป๋องแป๋งเขาจะเคาะกลองใบเล็กๆ ดังโป๋งปั๋งๆๆ
เหมือนอย่างเจ๊กย้อมผ้า...แต่ว่าเจ๊กย้อมผ้าเขามีกลองอีกอย่าง
...ชาวบ้านเห็นคนตายก็จะบอกว่าตายอยู่ตรงนั้น คือเป็นสื่อตลอดทาง คือหาง่าย
เดี๋ยวนี้บ้านอยู่ติดกันยังไม่รู้จักเลยว่าบ้านไหน..."
เสียง "ป๋องแป๋ง" ในยุคนั้นเปรียบเสมือนเสียงไซเรน ซึ่งนายสมาน (ใหญ่) นภายน
ผู้เล่าบอกไว้ว่า คำว่า "ป่อเต็กตึ๊ง" มาทีหลังคำว่า "ป๋องแป๋ง"
เสียงเคาะนี้ยังมีความหมาย นายวัย วรรธนะกุล เล่าว่า "การเคาะเช่นนี้เป็นการภาวนา
เหมือนกับการเคาะและภาวนาในพิธีกรรมต่างๆ แบบจีนอย่างที่เคยเห็นกัน
เขาภาวนาแผ่กุศลให้ศพไร้ญาติ..."

สู่ป่อเต็กตึ๊ง

ในพ.ศ. 2480 คณะเก็บศพฯ ปรับปรุงวัตถุประสงค์และจัดระเบียบข้อบังคับ
พร้อมขออนุญาตจัดตั้งเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในพ.ศ. 2480
อันทำให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
กลายเป็นองค์กรที่ทำงานสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้กว้างขวางยิ่งขึ้น
และแบ่งเบาภาระราชการ ทั้งในช่วงที่บ้านเมืองประสบภัย อาทิ สงครามโลก และสงครามเย็น

(ในปีที่จัดตั้งคณะเก็บศพฯ มีการซื้อที่ดินถนนพลับพลาไชย
และได้สร้างศาลเจ้าในที่ดินผืนนี้ ใช้ชื่อว่าศาลป่อเต็กตึ๊ง
อัญเชิญพระพุทธรูปไต้ฮงกงที่นายเบ๊ยุ่นอัญเชิญมาจากจีน มาประดิษฐานเป็นพระประธาน
ดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ คณะกรรมการมูลนิธิสมัยที่ 1
เล่าความหมายของจารึกชื่อบนประตูทางเข้าว่า "ป่อเต็กตึ๊ง" ว่า ป่อเต็ก แปลว่า
การสนองคุณ ตึ๊ง แปลว่า ศาลา หมายถึงสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกพระคุณท่าน)

เหตุการณ์ในช่วงทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา
เกิดปัญหาทางสังคมและความผกผันทางการเมืองอันส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนหลายครั้งั
แต่มูลนิธิฯ ยังยืนหยัดเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนในสังคม บรรเทาสาธารณภัย
ครั้งหนึ่งที่เกิดพายุโซนร้อนแฮเรียตเข้าทางภาคใต้ เมื่อพ.ศ. 2505
สร้างความเสียหายรุนแรงใน 12 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะแหลมตะลุมพุก
ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายครั้งนั้นนับพันราย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมกับมูลนิธิต่างๆ
ในท้องถิ่น เก็บและฝังศพผู้เสียชีวิต โดยฝังเป็นหมู่ หลุมละ 6-7 ศพ
เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด
เมื่อเหตุการณ์ผ่านแล้วจึงขุดหลุมชั่วคราวขึ้นมาประกอบพิธีทางศาสนา

ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร มูลนิธิฯ พัฒนาเครือข่ายและปรับปรุงการดำเนินงานมาตามลำดับ
มีตั้งแต่การจัดตั้งโรงพยาบาลหัวเฉียว และสถานศึกษาคือวิทยาลัยหัวเฉียว
เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่มูลนิธิฯ
เสด็จพระราชดำเนินมามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งหลายครั้ง ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2489 ตามเสด็จฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ครั้งต่อมาในพ.ศ. 2522 เสด็จฯ ทรงเปิดอาคาร
22 ชั้น โรงพยาบาลหัวเฉียว และพ.ศ. 2537 เสด็จฯ
พิธีเฉลิมพระเกียรติและสถาปนามหาวิทยาลัย พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า
"มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ"
เส้นทางจากจุดเริ่มต้นมาถึงการปรับปรุงเป็นมูลนิธิฯ
สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยเฉพาะแง่ความสัมพันธ์ไทยจีน
ซึ่งช่วยเพิ่มความใกล้ชิดท่ามกลางความทุกข์ยากสืบต่อกันมา
และสอดคล้องกับหลักคุณธรรม 8 ประการที่ชาวจีนอบรมลูกหลาน คือ

ตง - ซื่อสัตย์สุจริจ จงรักภักดี
ห่าว - กตัญญู
หยิ่ง - เมตตา กรุณา
ไอ่ - รัก
ชิ่ง - สัจจะ รักษาคำมั่นสัญญา
หงี - สัจธรรม ความเป็นธรรม
ฮั่ว - อ่อนโยน สมัครสมาน สามัคคี
เพ้ง - เสมอภาค สงบ

เครดิตแหล่งข้อมูล : silpa-mag
#เจาะเวลาหาอดีต

สำนักข่าวไทย
29/10/2020

สำนักข่าวไทย

ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5 คาด ธ.ค.63-ก.พ.64 เป็นช่วงหนักสุด
.
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือฝุ่น PM2.5 ว่า เป็นเรื่องที่ กทม.กังวล โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 - กุมภาพันธ์ 2564 ที่สภาพอากาศจะปิด เนื่องจากความกดอากาศสูงจะทำให้สภาพอากาศใน กทม.ปิด ลมนิ่งสงบ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยตัวออกไปได้ โดย กทม.ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมล่วงหน้ากับกรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย กรมอุตุนิยมวิทยา กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจจราจร และกรมการขนส่งทางบก ในขั้นแรก กทม.ได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดค่าฝุ่นละอองครบทั้ง 50 เขตแล้ว จะทำให้ทราบข้อมูลฝุ่นขนาดเล็กได้อย่างทันท่วงที เพื่อประชาชนจะได้รับมือเตรียมตัวได้ และอยู่ระหว่างการติดตั้งบริเวณสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 20 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้ประชาชนที่ไปใช้พื้นที่ออกกำลังกายได้รับทราบข้อมูลคุณภาพอากาศภายในสวนสาธารณะว่าสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่
.
ขณะเดียวกัน กทม.ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) จะออกคำสั่งห้ามรถยนต์ 6 ล้อขึ้นไปวิ่งเข้าพื้นที่ กทม.ในช่วงเวลา 06.00–21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพื่อลดมลพิษจากควันรถที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ โดยเข้าใจความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ แต่ข้อมูลที่เก็บในปีที่แล้ว การออกมาตรการดังกล่าว ให้รถ 6 ล้อขึ้นไปวิ่งเฉพาะในช่วงเวลา 21.00-05.00 น.ของอีกวัน ช่วยให้ค่าฝุ่นละอองใน กทม.ลดลงได้ อย่างน้อยร้อยละ 39
.
นอกจากนี้จะขอความร่วมมือสถานศึกษาให้งดจัดกิจกรรมในที่โล่งแจ้งในช่วงเดือนธันวาคม 2563 ถึงกุมภาพันธ์ 2564 เช่นเดียวกัน หากสถานการณ์วิกฤติและค่าฝุ่นสูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน จะพิจารณาให้ปิดโรงเรียนตามความเหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานในสังกัด กทม.จัดกะเวลาทำงานใหม่ หรือการเหลื่อมเวลา เพื่อลดการใช้ยานพาหนะ และรถที่ใช้ในราชการสั กัด กทม.ต้องตรวจค่าการเผาไหม้ให้ได้ตามค่ามาตรฐานไม่สร้างมลพิษในอากาศ คันไหนไม่ผ่านการตรวจจะไม่สามารถนำออกมาวิ่งได้ รวมถึงอาจให้โรงเรียนต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯจัดเวลาเรียนใหม่ด้วย ลดการเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครอง สำหรับการก่อสร้าง เช่น อาคาร และรถไฟฟ้า หากในช่วงวิกฤติที่มีปริมาณฝุ่นสูงจะห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างบริเวณนอกอาคารเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่ในพื้นที่ปิดภายในอาคารยังสามารถทำได้
.
ส่วนมาตรการที่ทำตลอดในรอบปีที่ผ่านมาก็จะทำต่อเนื่องเช่น การปลูกไม้ 2 ฝั่งถนนที่สร้างใหม่และปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับฝุ่นบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆให้มากที่สุด การพ่นละอองน้ำในอากาศ การฉีดล้างทำความสะอาดถนนและใบไม้ เป็นต้น.

ถ้าขี้เกียจอ่านโน้ตย่อมั้ยล่ะ
22/10/2020

ถ้าขี้เกียจอ่านโน้ตย่อมั้ยล่ะ

Guidelines CPR 2020 ⚡⚡ออกแล้ววันนี้ แอดสรุปมาจากการฟังไลฟ์ สั้นม้าก ไปอ่านกันค่าว่ามีอะไรใหม่บ้าง ❤️⚡ ภาพที่แปะเป็น infographic ของ AHA ที่แอดสรุปจะอยู่ในเม้นนะคะ💕

กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุดสน.ลาดกระบัง
22/10/2020

กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุดสน.ลาดกระบัง

🔥🚨 ท่อส่งก๊าซระเบิด 🚨🔥
22/10/63 เกิดเหตุท่อส่งก๊าซระเบิด ใกล้กับสภ.เปร็ง ทำให้โรงเรียน/สถานีตำรวจ/บ้านเรือนประชาชน เกิดไฟไหม้และได้รับความเสียหายจำนวนมาก

🚑ผู้บาดเจ็บจำนวนมาก หน่วยกู้ภัยระดมกำลังเร่งช่วยเหลือ โปรดหลีกทางให้รถกู้ภัย

*ที่เกิดเหตุ ถนนทางไปตลาดคลองสวน100ปี
(วิ่งตรงจากหัวตะเข้ไปยาวๆ)
Cr.ภาพจากLineกู้ภัย

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669
21/10/2020

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669

สพฉ.ออกประกาศคำแนะนำและแนวทางปฏิบัติของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือรถพยาบาลที่ต้องปฏิบัติการผ่านพื้นที่ชุมนุม
ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 โดยในหลายพื้นที่หลายจังหวัด มีการชุมนุมปิดเส้นทางการจราจรทางบกทำให้รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือพยาบาลที่ต้องปฏิบัติการฉุกเฉินในส่วนของการลำเลียงหรือขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไม่อาจใช้เส้นทางเดินรถตามสภาวะปกติได้ เพื่อให้การปฏิบัติการฉุกเฉินมีความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินและบุคลากรที่ให้บริการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจึงประกาศให้คำแนะนำให้ผู้ขับขี่รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือรถพยาบาลที่ต้องออกปฏิบัติการฉุกเฉิน ปฏิบัติตามประกาศที่แนบมานี้ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและผู้ให้บริการ และขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่เปิดทางให้รถปฏิบัติการฉุกเฉินหรือรถพยาบาลให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ และแม้ในช่วงสถานการณ์ชุมนุม ประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ยังสามารถใช้บริการ 1669 ได้ตามปกติ ตลอด 24 ชั่วโมง.
รายละเอียดเพิ่มเติม>>>https://www.niems.go.th/1/Ebook/Detail/11264?group=10

เรื่องเล่าเช้านี้
21/10/2020

เรื่องเล่าเช้านี้

คุณหมอ จาก ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สุดเก่งผลิต อุปกรณ์ช่วยพ่นยา สำหรับเด็กหอบหืด ราคาประหยัด รายละเอียดเพิ่มเติม 02-926-9973 ถึง 4 http://www.tuasthmaclub.com/main.php #เรื่องเล่าเช้านี้

ที่อยู่

54 ม.9 ต.หนองโดน อ.หนองโดน จ.สระบุรี
Nong Don
18190

เบอร์โทรศัพท์

+66906573311

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์วิทยุมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุด สภ.หนองโดน จ.สระบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ