ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแ

ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแ ส่งเสริมความรู้ สนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัยแก่บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป

เปิดเหมือนปกติ

📣สวัสดีเช้าวันจันทร์นะครับทุก ๆ ท่านช่วงนี้หลาย ๆ ท่านต้องประสบปัญหาทั้งน้ำท่วม และโควิด - 19 ไปพร้อมกันไม่ว่าใครก็มีควา...
25/10/2021

📣สวัสดีเช้าวันจันทร์นะครับทุก ๆ ท่านช่วงนี้หลาย ๆ ท่านต้องประสบปัญหาทั้งน้ำท่วม และโควิด - 19 ไปพร้อมกันไม่ว่าใครก็มีความเครียด
เข้ามารุมเร้าทั้งนั้น ในฐานะที่แอดมินเพจ ก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วม
ด้วยเช่นกัน แอดขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านต่อสู้และผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และวันนี้แอดอยากจะแนะนำหนังสืออ่านเพื่อคลายความเครียดลงบ้างไม่มากก็น้อยสำหรับสัปดาห์เป็นชุดหนังสือนิยายมีชื่อว่า พฤกษนิยาย สัตวนิยาย เทวนิยาย อมนุษยนิยาย ทั้ง 4 เล่มนี้เป็นนิยายของนามปากกาที่มีชื่อว่า ส.พลายน้อย ท่านศิลปินแห่งชาติ ปี 2553 นิยายชุดนี้เป็นผลงานที่ทรงคุณค่า ถือเป็นหนังสือที่คู่ควรแก่การอ่านมาก

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣สวัสดีเช้าวันจันทร์นะครับทุก ๆ ท่านช่วงนี้หลาย ๆ ท่านต้องประสบปัญหาทั้งน้ำท่วม และโควิด - 19 ไปพร้อมกันไม่ว่าใครก็มีความเครียด
เข้ามารุมเร้าทั้งนั้น ในฐานะที่แอดมินเพจ ก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วม
ด้วยเช่นกัน แอดขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านต่อสู้และผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และวันนี้แอดอยากจะแนะนำหนังสืออ่านเพื่อคลายความเครียดลงบ้างไม่มากก็น้อยสำหรับสัปดาห์เป็นชุดหนังสือนิยายมีชื่อว่า พฤกษนิยาย สัตวนิยาย เทวนิยาย อมนุษยนิยาย ทั้ง 4 เล่มนี้เป็นนิยายของนามปากกาที่มีชื่อว่า ส.พลายน้อย ท่านศิลปินแห่งชาติ ปี 2553 นิยายชุดนี้เป็นผลงานที่ทรงคุณค่า ถือเป็นหนังสือที่คู่ควรแก่การอ่านมาก

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣 สวัสดีวันจันทร์อันแสนสดใสแดดจ้าตอนเช้า ๆ สัปดาห์นี้ทางห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์มีหนังสือน่าอ่านมาแนะนำ มีชื่อว่า"คมคำคมคิ...
18/10/2021

📣 สวัสดีวันจันทร์อันแสนสดใสแดดจ้าตอนเช้า ๆ สัปดาห์นี้ทางห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์มีหนังสือน่าอ่านมาแนะนำ มีชื่อว่า"คมคำคมคิด
ชีวิตที่เปลี่ยนได้" เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังท้อ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจ เพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่กำลังสิ้นหวังอยู่ต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้น เพียงแค่ "คำคม" ประโยคเดียวอาจจะทำให้กลับมามีกำลังใจสู้ชีวิตและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ✌️

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣 สวัสดีวันจันทร์อันแสนสดใสแดดจ้าตอนเช้า ๆ สัปดาห์นี้ทางห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์มีหนังสือน่าอ่านมาแนะนำ มีชื่อว่า"คมคำคมคิด
ชีวิตที่เปลี่ยนได้" เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังท้อ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจ เพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่กำลังสิ้นหวังอยู่ต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้น เพียงแค่ "คำคม" ประโยคเดียวอาจจะทำให้กลับมามีกำลังใจสู้ชีวิตและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ✌️

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣ประกาศ ประกาศ ประกาศ 📣 สัปดาห์นี้ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"เ...
11/10/2021

📣ประกาศ ประกาศ ประกาศ 📣 สัปดาห์นี้ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"เล่มนี้ เป็นหนังสือที่นำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ในเรื่องของกรรมมาอธิบายอย่างง่ายและชัดเจนอันจะทำให้ความคลุมเครือของคำตอบต่าง ๆ อันเกี่ยวกับมนุษย์เราชัดเจนยิ่งขึ้น🙏

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣ประกาศ ประกาศ ประกาศ 📣 สัปดาห์นี้ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"เล่มนี้ เป็นหนังสือที่นำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ในเรื่องของกรรมมาอธิบายอย่างง่ายและชัดเจนอันจะทำให้ความคลุมเครือของคำตอบต่าง ๆ อันเกี่ยวกับมนุษย์เราชัดเจนยิ่งขึ้น🙏

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣สัปดาห์นี้ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "โลกเปลี่ยนคนปรับ หลุดจากกับดัก ขยับสู่ความยั่งยืน"...
04/10/2021

📣สัปดาห์นี้ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า
"โลกเปลี่ยนคนปรับ หลุดจากกับดัก ขยับสู่ความยั่งยืน" เป็นหนังสือที่เสนอแนวคิดร่วมสมัย มองปัญหาที่รากฐาน และชักชวนให้คนไทยปรับกระบวนทัศน์และวิธีคิด โดยยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อปรับให้โลกสู่สมดุลย์ หลังวิกฤตโควิดผ่านไป มิติต่าง ๆ ที่ต้องเปลี่ยนแปลง เช่น จิตสำนึก การรับรู้ วิธีคิด จิตใจ ความมุ่งหมาย วิธีการทำงาน ฯลฯ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำด้วยความสุข ความสร้างสรรค์และปัญญา

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣สัปดาห์นี้ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า
"โลกเปลี่ยนคนปรับ หลุดจากกับดัก ขยับสู่ความยั่งยืน" เป็นหนังสือที่เสนอแนวคิดร่วมสมัย มองปัญหาที่รากฐาน และชักชวนให้คนไทยปรับกระบวนทัศน์และวิธีคิด โดยยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อปรับให้โลกสู่สมดุลย์ หลังวิกฤตโควิดผ่านไป มิติต่าง ๆ ที่ต้องเปลี่ยนแปลง เช่น จิตสำนึก การรับรู้ วิธีคิด จิตใจ ความมุ่งหมาย วิธีการทำงาน ฯลฯ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำด้วยความสุข ความสร้างสรรค์และปัญญา

ท่านที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญที่ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคารสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣 ประกาศ วันนี้ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เรื่องเล่าพวกเราชาวระบาด" เป็นหนังสือเกี่ยวก...
27/09/2021

📣 ประกาศ วันนี้ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เรื่องเล่าพวกเราชาวระบาด" เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเล่าสุดท้ายในสมัยรัชการลที่ ๙ การเล่าเรื่องและเรื่องเล่าต่างๆ นั้นเป็นวิธีการพื้นฐานเกี่ยวกับประสบการณ์ของมนุษย์ ต่างก็อาศัยเรื่องเล่าไม่ว่าจะเป็นมหากาพย์ ตำนาน นิทาน หรือชาดกในการปลูกฝังมโนทัศน์ ถ่ายทอดแง่คิด รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่มนุษยชาติมาตลอด

ท่านใดที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญ ที่ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

📣 ประกาศ วันนี้ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอแนะนำหนังสือที่มีชื่อว่า "เรื่องเล่าพวกเราชาวระบาด" เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเล่าสุดท้ายในสมัยรัชการลที่ ๙ การเล่าเรื่องและเรื่องเล่าต่างๆ นั้นเป็นวิธีการพื้นฐานเกี่ยวกับประสบการณ์ของมนุษย์ ต่างก็อาศัยเรื่องเล่าไม่ว่าจะเป็นมหากาพย์ ตำนาน นิทาน หรือชาดกในการปลูกฝังมโนทัศน์ ถ่ายทอดแง่คิด รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่มนุษยชาติมาตลอด

ท่านใดที่สนใจยืมหนังสือ เรียนเชิญ ที่ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ชั้น 2
ช่องทางการติดต่อสอบถาม
เพจ #ห้องสมุดกรมวิทยาศาตร์การแพทย์
☎️ โทร 02-951-0000 ต่อ 99339

24/09/2021

๒๔ กันยายน วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญานามจากแพทย์และประชาชนทั่วไปว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย"

คณะผู้บริหาร และบุคลากรห้องสมุด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

https://library.cm.mahidol.ac.th/librarybak/index.php/about/archive-news

16/09/2021

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ "อ่านกันวันละเล่ม" ซึ่งเป็นการสรุปสาระสำคัญของหนังสือที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นประจำทุกวัน

วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง "Organic101 วิถีออร์แกนิกง่าย ๆ" โดย นางสาวตะวัน ประนิล บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ

หนังสือเล่มนี้โดดเด่นด้วยภาพประกอบที่วาดด้วยสีคั้นสกัดจากดอกไม้ ใบไม้ และลูกไม้ต่าง ๆ จากธรรมชาติสันปกหุ้มด้วยผ้ามัสลินย้อมสีธรรมชาติจากพรรณไม้หลายชนิด ส่วนเนื้อหาผู้เขียนได้เขียนจากประสบการณ์การที่เคยเจ็บป่วยจากโรคร้ายอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตอย่างไม่ใส่ใจโดยการหันกลับมาใช้ชีวิตแบบพลิกฝ่ามือด้วยวิธีออร์แกนิกและธรรมชาติบำบัดควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตปกติ ทำให้สุขภาพของผู้เขียนดีขึ้นอย่างแท้จริง ผู้เขียนได้แนะนำวิธีใช้ชีวิตแนวออร์แกนิกแบบง่าย ๆ สำหรับนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้ก่อนแล้วค่อย ๆ ทำเพิ่มขึ้น สรุปได้ดังนี้

1. กินอาหารรสชาติธรรมชาติ
“อาหารที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุด ดีที่สุดสำหรับเรา”
อาหารและเครื่องดื่มคือสิ่งที่เรานำเข้าร่างกายรองจากอากาศที่หายใจเข้าไป ในยุคปัจจุบันมีอาหารสำเร็จรูปทุกรูปแบบและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาหารเหล่านี้แม้ว่าจะทำให้มีชีวิตกันมาได้แต่ในระยะยาวต้องมีผลกระทบเรื่องสุขภาพแน่นอนเพราะอาหารที่เอาเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายจิตใจมันห่างจากความเป็นอาหารจริง ๆ มากเกินไป อาหารที่แท้จริงนั้นควรจะเป็นธรรมชาติให้มากที่สุดขอให้เราลองมาปรับทัศนคติที่มองว่า “อาหารสุขภาพ” ไม่อร่อย เราลองมาปรับลิ้นให้สัมผัสรสชาติของวัตถุดิบธรรมชาติให้ได้โดยการลดอาหารสำเร็จรูปลงแล้วเพิ่มอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบธรรมชาติเพราะว่าเมื่อตัวเราเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติร่างกายและจิตใจของเราจึงรับในสิ่งที่เป็นธรรมชาติได้ดีที่สุด

2. ทำความรู้จักเรื่องราวของอาหาร
“อาหารก็มีสตอรี่ ถ้ารู้ที่มาของมัน เราจะเลือกกินถูก”
กุญแจสำคัญของสุขภาพคือเราต้องรู้ว่าอาหารที่กินเข้าไปทุกวันมีส่วนผสมของอะไรบ้างและแต่ละส่วนผสมนั้นมาจากไหนอย่างไร เราจะกินหมู ไก่ ไข่ เราลองศึกษาดูว่าเขาเลี้ยงกันมาอย่างไร ถ้าเนื้อและผักถูกเลี้ยงและปลูกอย่างผิดธรรมชาติมาก ๆ พยายามอย่าเลือกมากิน ไข่ไก่ก็หาเบบเลี้ยงปล่อยอิสระไม่ใช้สารเร่งไข่แดง เนื้อหมูก็มีแบบที่เลี้ยงแบบธรรมชาติไม่ให้ฮอร์โมนเร่งสีเร่งโต ไม่ให้ยาปฏิชีวนะที่จะตกค้างในร่างกาย เราควรมีอิสระในการเลือกกินอาหารให้ตัวเองและครอบครัวอาหารที่ดีควรเป็นอาหารธรรมชาติไม่ซับซ้อนไม่ผ่านกระบวนการมากมายไม่จำเป็นต้องมีโฆษณาไม่จำเป็นต้องแพง

3. หาพืชผักพื้นบ้านตามฤดูกาลมากิน
“ถ้ากินผักพื้นบ้าน เราจะมีข้าวปลาอาหารเพิ่มอีกนับร้อยชนิด”
ผักเศรษฐกิจ เช่น กะหล่ำปลี คะน้า หัวหอมใหญ่ มีฤดูกาลในการปลูกถ้าปลูกนอกฤดูกาลจะต้องอัดปุ๋ย ยา เข้าไปอีกเยอะ ถ้าเราอยากลดจำนวนความต้องการของผักเคมีเราควรจะกินผักผลไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะผักพื้นบ้านมีประโยชน์เยอะเพราะธรรมชาติได้จัดสรรให้เป็นวิตามินอาหารเสริมบำรุงร่างกาย

4. กินอาหารป่าถ้าหาได้
“อาหารป่านั้นอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิต”
อาหารป่าเป็นอาหารที่เกิดขึ้นเองไม่มีใครใส่สารอะไรเร่งสีเร่งโตมีความแข็งแรงและภูมิต้านทานสูงในตัวเองเพราะเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้ถูกช่วยเหลือแบบสัตว์ในฟาร์ม อาหารจากป่ามีพลังชีวิตสูงเพราะต้องอยู่รอดได้ในธรรมชาติเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาตามธรรมชาติมักจะมีไขมันต่ำและอร่อยเพราะสัตว์ได้ออกกำลังกายตามธรรมชาติ

5. ปลูกวิตามินเอาไว้กินเอง
“ปลูกผลไม้ไว้ในสวนที่บ้านเรา”
การปลูกผลไม้ไว้ที่บ้านเป็นเรื่องดีที่มีผลไม้บนต้นให้เด็ดกินได้ทันทีในบ้าน วิตามินสด ๆ ผลไม้ทั้งหลายที่ซื้อกินกันนั้นล้วนแต่ใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเยอะเพราะชาวสวนต้องการให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ

6. เป็นเกษตรกรวันหยุด
“กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ปลูกผัก เอากลับมากินในเมือง”
เกษตรกรในวันหยุดกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะผู้คนในเมืองใหญ่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของอาหารปลอดภัยกันมากขึ้นเนื่องจากความเจ็บป่วยด้วยโรคคนเมือง ในเมืองไทยก็มีเทรนด์เป็นของตัวเองเหมือนกันแต่นิยมผันตัวเองไปเป็นเกษตรกรในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยมักจะเป็นคนที่มีที่อยู่ต่างจังหวัด หรือที่หาซื้อที่ดินเพื่อเป็นเกษตรกรวันหยุดก็มีให้เห็น หากใครยังไม่พร้อมลองใช้พื้นที่ดาดฟ้าตึกแถว ระเบียงคอนโด หรือเข้าร่วมกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ต่าง ๆ ที่ปัจจุบันนี้มีอยู่มากมายให้เลือกทั้งในกรุงเทพฯ ปริมาณฑล จนไปถึงจังหวัดใกล้ ๆ ที่พอจะไปเช้าเย็นกลับ หรือพักสัก 1 คืนได้ เช่น ไร่ปลูกรัก จังหวัดราชบุรี กลุ่มสวนผักคนเมือง เครือข่ายตลาดสีเขียว เป็นต้น

7. ทำอาหารกล่องไปกินเองที่ทำงาน
“อาหารกล่องของเรา เราเลือกวัตถุดิบเองได้”
ในชีวิตของคนเรากินอาหารแถวที่ทำงานมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารจะขนาดเล็กขนาดใหญ่อาหารข้างทางตลาดนัดประจำวันมีอยู่มากมายที่รอต้อนรับมนุษย์เงินเดือน แต่เราสามารถไว้ใจอาหารที่ซื้อมากินได้ดีแค่ไหนเราจะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าและทำลายสุขภาพจากสิ่งนี้ความไม่ปลอดภัยที่แฝงตัวอยู่ในทุกเมนู ถ้าเราแบ่งเวลาสักนิดจัดระเบียบชีวิตมาทำอาหารกล่องไปกินที่ทำงานหรือถ้ามันยากนักลองแค่หุงข้าวของเราใส่กล่องไปอย่างน้อยข้าวนั้นปลอดภัยต่อเราก็ยังดี แต่ถ้าทำอาหารกล่องไปกินเองเป็นประจำทุกวันจะเป็นเรื่องทั้งดีและประหยัดอีกด้วย

8. เอาผลไม้ผักเหลือล้นมาถนอมอาหาร
“ทำ Probiotic เองที่บ้าน”
วัฒนธรรมอาหารของทุกชาติจะมีของดองอยู่ในมื้ออาหาร ของหมักดองแบบธรรมชาติจะมี Probiotics ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่ร่างกายต้องการช่วยในการย่อยอาหารและทำความสะอาดลำไส้ ส่วนของหมักดองที่ซื้อจากร้านค้ามักจะมีข่าวว่าใช้สารมากมาย เช่น สารฟอกขาว สารกันเชื้อรา วัตถุกันเสีย เป็นต้น ถ้าเรามีผักผลไม้เหลือจากกินก็เอามาถนอมอาหารเก็บไว้กินนาน ๆ จะมีอาหารปลอดภัยที่ทำจากมือตัวเองกินเพิ่มอีก เช่น ผักถ้าใบก็แค่เอาน้ำออกจากผักด้วยการบีบน้ำออกหรือทับด้วยของหนักแล้วโรยเกลือทะเล โรยน้ำตาล ราดน้ำส้มสายชู ส่วนผลไม้ เช่น มะม่วง มะขามอ่อน มะกอกน้ำก็เอามาดองหรือแช่อิ่ม หากเหลือกินก็ได้แบ่งปันให้คนอื่นอีกด้วย

9. พกภาชนะไปใส่อาหารเอง
“ปิ่นโนของเรา สวย ไม่เสี่ยง”
เกือบจะร้อยทั้งร้อยของร้านอาหารมักใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมซึ่งทั้ง 2 วัสดุนี้เป็นทั้งขยะทำลายยากและเป็นสารก่อมะเร็งอันตรายต่อทั้งโลกและเรา ครั้งต่อไปที่จะออกไปซื้ออาหารจากข้างนอกมากินอย่าลืมหาซื้อปิ่นโตแบบที่เป็นสแตนเลสเพราะเป็นวัสดุที่ปลอดภัยที่สุด หรือปิ่นโตรุ่นใหม่สีสันน่ารักขอให้เลือกแบบที่เป็นเครื่องเคลือบดีนาเมลแท้ ๆ หรือกล่องข้าวที่ใช้วัสดุปลอดภัยเอาไว้ใส่อาหารซึ่งดีกว่าไปเสี่ยงภัยจากถุงพลาสติกและกล่องโฟม

10. พกแก้วรีฟิลและตะเกียบส่วนตัว
“ก๋วยเตี๋ยวทุกกลางวัน กาแฟทุกบ่ายไม่ให้เป็นขยะ”
ภาชนะและอุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้งเป็นสิ่งที่นิยมใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ และมีแนวโน้มที่จะใช้มากขึ้น เช่น ตะเกียบ ซึ่งดู ๆ ไปก็เหมือนน่าจะดีมีอนามัยแต่ว่าจริง ๆ แล้วตะเกียบไม้แบบใช้แล้วทิ้งนั้นปนเปื้อนสารอันตรายหลายสิ่ง เช่น สารฟอกขาวซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดซัลฟูริกเมื่อถูกความร้อน มีสารกันเชื้อรา ลองหาซื้อตะเกียบไม้สวย ๆ ขอให้เลือกแบบเป็นผิวไม้ธรรมชาติไม่เคลือบอะไรทั้งสิ้นหรือตะเกียบสแตนเลสแบบเกาหลีก็ได้ และเดี๋ยวนี้ร้านอาหารมักนำแก้วพลาสติกใส่เครื่องดื่มมากขึ้นเป็นการสร้างขยะเพิ่มขึ้น ถ้าลูกค้าประชาชนผู้ซื้อเครื่องดื่มร้อนเย็นกินในทุกวันควรใช้แก้วรีฟิลนอกจากช่วยลดขยะแล้วก็ลดความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็งได้

11. รับกากกาแฟมาทำปุ๋ย
“ขยะอย่าให้เสียเปล่า”
ในการทำเกษตรอินทรีย์นั้นไม่มีอะไรสูญเปล่าอะไรที่ถูกทิ้งจากที่หนึ่งเอามาใช้ประโยชน์ในอีกที่หนึ่งได้เสมอ เช่น เปลือกไข่ทุบให้ละเอียดนำมาโรยที่โคนต้นไม้เพิ่มแคลเซี่ยมในสวน เศษผักนำมาสับให้ละเอียดเป็นวัสดุสำหรับปรุงดิน โดยเฉพาะกากกาแฟนนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายวิธีเอามาขัดผิวหน้าและผิวกายเป็นสครับจากธรรมชาติ กากกาแฟตากแห้งเอาไปผสมกับดินนำไปทำปุ๋ยเพิ่มธาตุไนโตรเจน หรือเอากากกาแฟผสมกับเปลือกไข่บดใช้ไล่แมลงศัตรูพืชได้

12. พักผ่อนก่อนใช้ยา
“เชื่อหรือไม่ว่าร่างกายของเราเยียวยาตัวเองได้”
ถ้าหากเกิดอาการไม่สบายขึ้นมา เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ปวดท้อง อาหารเป็นพิษ วิธีที่เราควรทำก่อนอื่นคือหยุดพักจากทุกอย่างแล้วไปนอนให้ร่างกายมีโอกาสเยียวยาตัวเองไม่ใช่หายามากิน มีผลการวิจัยเกี่ยวกับพลังแห่งการเยียวยาของการนอนหลับซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายที่เมื่อเราไม่สบายเราจะรู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนและหลับคนปกติหลับเยอะมากไม่ได้แต่เมื่อไม่สบายกลไกของร่างกายจะกำหนดให้เราได้พักผ่อนเพื่อจะได้เยียวยารักษาตัว การเลือกใช้วิธีกินยาเคมีซึ่งเป็นการรักษาปลายเหตุไปกดอาการป่วยซึ่งอาการนั้นจะยังไม่ได้ถูกแก้ปัญหาแต่ยังสะสมอยู่ในร่างกายของเราเมื่อกินยาเคมีมากก็มีผลให้ตับและไตทำงานหนักมีปัญหาระยะยาว การพักผ่อนนอนหลับก่อนที่จะใช้ยาเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองดีต่อร่างกายไม่มีผลข้างเคียงไม่ต้องใช้เงินดีทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ

13. โยคะแทนยา
“ทางเลือกในการรักษามีมากกว่าที่เราคิด”
ทุกวันนี้อุตสาหกรรมยาและอาหารเสริมจัดว่าเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และโรงพยาบาลมีเป้าหมายทางการตลาดมากกว่าเอาไว้รักษาโรค วิธีที่คนเราจะหายขาดจากโรคภัยไข้เจ็บไม่ได้มีแค่วิธีเดียวมีทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแผนธรรมชาติคนป่วยหรือคนที่จะเข้ารับกระบวนการรักษาต้องมีศรัทธาในแผนไหนแล้วไปศึกษาแผนนั้นดี ๆ แล้วค่อยลงมือไปหาผู้ที่เชี่ยวชาญจริงในแผนนั้น ๆ จะดีที่สุด การเจ็บไข้ได้ป่วยที่อาการหนักต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแต่การเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ต้องรักษาด้วยยาเคมีก็หาย เช่น อาการบางอย่างสามารถหายด้วยการทำโยคะ ด้วยการว่ายน้ำ ด้วยน้ำร้อน ด้วยการแช่น้ำร้อนหรือน้ำเย็น เป็นต้น

14. ใส่เสื้อผ้าธรรมชาติบ้าง
“เส้นใยธรรมชาติ สีธรรมชาติ สวยและดี”
เสื้อผ้าเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 และเสื้อผ้าแบบอุตสาหกรรมมีมากมายจนล้นโลกทั้งทันสมัยและราคาไม่แพง การจะทำเสื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติขึ้นมาดูยากและแพงเมื่อเทียบกับของอุตสาหกรรม แต่อุตสาหกรรมเสื้อผ้านั้นใช้สารเคมีหลายตัวที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม และตัวสีเคมีสำหรับย้อมผ้าเป็นสารเคมีที่สามารถแตกตัวออกมาเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อสัมผัสผิวหนังก็สามารถเข้าไปสะสมในร่างกายเรา นอกจากจะอันตรายต่อตัวผู้ใส่แล้วอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มก็เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เริ่มตั้งแต่การปลูกฝ้ายแบบเกษตรเคมี ฝ้ายแบบ GMOs การฟอกสี การย้อมสี ทางเลือกอื่นนอกจาเสื้อผ้าอุตสาหกรรม คือ เสื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ ดีกับร่างกายและโลก ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ผลิตเสื้อผ้าจากธรรมชาติเยอะขึ้นทั้งรูปแบบก็ทันสมัย ในทางการแพทย์จีนระบุว่าเสื้อผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติจะไม่ไปปิดกั้นการไหลเคลื่อนของซี่ในร่างกาย ผ้าย้อมครามผ้าม่อฮ่อมมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV จากแสงแดด

15. กิน ดื่ม ช้อปที่ร้านออร์แกนิก
“เพื่อสนับสนุนคนตั้งใจจริงและส่งเสริมธุรกิจที่ดีต่อสุขภาพ”
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่สะดวกในการทำอาหารกินเองคือมีร้านอาหารและร้านค้าที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกเปิดเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ ผู้คนก็นิยมกินกันมากขึ้น มีทั้งร้านระดับราคาไม่แพงที่สามารถกินได้เรื่อย ๆ ไปจนถึงร้านอาหารมีระดับที่ราคาสูง ขึ้นอยู่กับความนิยมความอร่อยของเมนูและปัจจัยด้านอื่น ๆ ของทางร้าน การที่ไม่ต้องไปโฟกัสไปที่ความเป็นสุขภาพหรือออร์แกนิกทำให้คนที่ไม่ได้สนใจสุขภาพก็จะได้มากินด้วย การโฟกัสไปที่เป็นอาหารสุขภาพหรือออร์แกนิกบางทีก็จะถูกมองด้วยทัศนคติผิด ๆ ว่าอาหารสุขภาพไม่อร่อยนั้นมาบดบังไป

16. เป็นสมาชิก CSA
“ถ้าไม่สามารถปลูกผักกินเองได้ นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด”
การปลูกผักกินเองในครัวเรือนมันง่ายมากไม่ต้องปลูกผักที่มันยากเย็นนักเอาแค่แบบง่าย ๆ ในกระถาง เช่น กระเพรา โหระพา แมงลัก หรือพวกต้นอ่อนเพาะงอกต่าง ๆ เช่น ถั่วงอกไควาเระจากเมล็ดหัวไชเท้า ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนงอกส่วนใหญ่มีสารอาหารสูง ปลูกผักกินเองที่บ้านไว้ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยังดี แล้วผักอื่นก็หาซื้อ มีอีกทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับการซื้อผักและอาหารอื่น ๆ นั่นคือการเป็นสมาชิก CSA (Community-supported Agriculture) ระบบสมาชิกผักอินทรีย์ ซึ่งลูกค้าที่อยากได้ผักอินทรีย์จะมีการตกลงกับฟาร์มผักหรือกลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันขึ้นมาว่าจะรับเป็นสมาชิกผักจากที่นั่นโดยมีข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้ บางทีอาจจะมีไข่ ขนมปังนวดมือ น้ำผึ้ง หรือผลิตผลอื่น ๆ ที่ชุมชนทำออกมาให้มาด้วย ปัจจุบันมีระบบสมาชิก CSA อยู่หลายเจ้า เช่น ไร่ปลูกรัก มีการจัดเซ็ตผักสลัดส่งถึงบ้าน กลุ่มตะกร้าปันรัก (Organic Way) โครงการสมาชิกผักไร้สารพิษ เป็นต้น

17. เลือกร้านที่ทำอาหารโฮมเมด
“อุดหนุนร้านอาหารที่ทำอาหารแบบบ้าน ๆ ไม่ใช้ของอุตสาหกรรม”
ถ้าเรารู้ว่าอาหารแต่ละอย่างทำมาจากอะไร ดีหรือแย่ต่อร่างกาย เราก็มีอิสระในการเลือกกินอาหารเราจะเลือกอาหารที่ดีมากินมากขึ้นและเลือกที่จะซื้อหาอาหารที่ไม่ดีมากินน้อยลง บรรดาคนทำอาหารนั้นมีจำนวนเยอะขึ้นที่คิดถึงเรื่องนี้ ถ้าเราจะกินขนมหรือไอศกรีมลองตามหาร้านที่ทำแบบโฮมเมดและใช้วัตถุดิบธรรมชาติร้านแบบนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ อาหารและขนมที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติคุ้มค่าแก่การเสียเงินซื้อมากินเพราะคนทำอาหารจากใจมักไม่ปล่อยของออกมาถ้าไม่ได้คุณภาพ หรือหาขนมไทย ๆ กินก็ดีเพราะขนมไทยมักจะทำสดวันต่อวันด้วยวัตถุดิบที่ค่อนข้างจะเป็นธรรมชาติ

18. นัดกันทำขนมปังอาทิตย์ละครั้ง
“ทำขนมปังเองอาทิตย์ละครั้ง เราจะได้ไม่ต้องรับสารกันบูดทุกเช้า”
ตอนเช้ากินขนมปังมันง่ายและเร็วกว่าหุงข้าวทำกับข้าวแต่สิ่งที่ไม่ค่อยดีก็ตรงที่ขนมปังนั้นมันเสียและขึ้นราง่ายขนมปังที่เห็นขายทั่ว ๆ ไปจึงใส่วัตถุกันเสียและสารกันเชื้อราเอาไว้ด้วย ถ้าเรากินขนมปังพวกนี้ทุกมื้อตอนเช้าก็เท่ากับว่าเรารับวัตถุกันเสียเข้าไปสะสมนอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ดีต่อร่างกาย เช่น Trans fat มีการแต่งกลิ่น และสีสังเคาะห์ สารเสริมคุณภาพซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยทุ่นเวลาการทำขนมปัง การจะทำขนมปังทานเองในปัจจุบันนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรช่วงหลังนี้มีเครื่องทำขนมปังขายแค่เราเตรียมส่วนผสมใส่เข้าไปแล้วกดปุ่มเหมือนหุงข้าวขนมปังที่ได้ก็อร่อย ลองไปเข้าคอร์สเรียนทำขนมปังแบบที่อยากทำสักครั้งสองครั้งแล้วกลับมาฝึกมือลองทำเองอุปกรณ์และวัตถุดิบในการทำขนมปังมีไม่มากและหาไม่ยาก ทำขนมปังให้ครอบครัวกินกันเองเรารู้วัตถุดิบทุกอย่าง สบายใจ ไม่มีอะไรแปลกปลอม

19. ใช้เมล็ดกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่
“สนับสนุนสินค้าออร์แกนิกและแฟร์เทรด”
ชีวิตคนยุคนี้ต้องวนเวียนซื้อหาของใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งขนาดเล็กและในห้องสรรพสินค้าใหญ่กันไม่น้อยถ้าต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก็อาจต้องทำความรู้จักชื่อเรียกสินค้าอ่านฉลากและตรารับรอง สำหรับคอกาแฟเวลาเลือกซื้อกาแฟคงเคยเห็นคำว่า Shade-grown Coffee ซึ่งคำนี้ถือว่าเป็นการปลูกแบบธรรมชาติและยั่งยืนเป็นการปลูกต้นกาแฟเอาไว้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ซึ่งเป็นการปลูกแต่ดั้งแต่เดิมเอื้อประโยชน์ต่อกันทั้งพืชและสัตว์ในระบบนิเวศบริเวณนั้น บนห่อของกาแฟใต้ร่มเงาไม้แบบนี้อาจจะมีตรารับรองรูปกบสีเขียวของ Rainforest Alliance ซึ่งเป็นมาตรฐานอันหนึ่งของ SAN (Sustainable Agriculture Network) หรือมีตรารับรองรูปนก Bird Friendly ของ SMBC (Smithsonian Migratory Bird Center) อยู่ด้วย ซึ่งถ้าหากว่ามีตรานกแบบนี้ก็แปลว่าเมล็ดกาแฟนั้นถูกปลูกแบบออร์แกนิกด้วย โดยเฉพาะตรารับรองการค้าโดยชอบธรรม หรือ Fairtrade ซึ่งรับรองว่าสินค้าตัวนี้ผลิตและจัดจำหน่ายอย่างเป็นธรรมต่อผู้ผลิต ต่อสังคม และต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เอารัดเอาเปรียบเกษตรกร ไม่ใช้แรงงานเด็ก เป็นต้น

20. จำชื่อสารเคมีรุนแรง
“ปลอดสารเคมีดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ให้เลี่ยงสารเคมีรุนแรง”
รอบตัวเรามีแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีแฝงตัวอยู่ในทุกที่ให้เราได้รับเข้าไปสะสมในร่างกายการจะหลีกเลี่ยงหรือลดจำนวนสารเคมีอันตรายจากชีวิตประจำวันเราต้องรู้จักและจดจำสารเคมีที่เป็นอันตรายกันบ้าง ยกตัวอย่างเช่น Paraben ซึ่งถูกใช้เป็นวัตถุกันเสียเป็นสารรบกวนฮอร์โมน, SLS, SLES มาจาก Sodium Lauryl Sulfate หรือ Sodium Lauryl Ether Sulfate อยู่ในสบู่เหลว แชมพู น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า ยาสีฟัน เป็นสารลดแรงตึงผิวและทำให้เกิดฟองจึงนิยมใส่กันในทุกสินค้าที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด, MEA, DEA, TEA พวกนี้เป็นสารลดแรงตึงผิวทำให้เกิดฟอง มีในเครื่องสำอาง เช่น บลัชออน อายไลเนอร์ มาสคารา, สีสังเคราะห์ต่าง ๆ ฉลากจะมีคำว่า FD&C หรือ D&C ซึ่งอาจมีโลหะหนักปนเปื้อน, กลิ่นสังเคราะห์ซึ่งระบุเอาไว้ในฉลากว่า Fragrance ครอบคลุมสารเคมีเอาไว้เป็นร้อยชนิด, สารที่ได้จากการสกัดจากปิโตรเคมีมีคำว่า Petrolatum หรือ Petroleum รวมถึง Mineral Oil พวกนี้เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และขัดขวางกระบวนการสร้างความชุ่มชื้นผิวของร่างกาย สารทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสารก่อมะเร็ง ทางเลือกสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้สารเคมีรุนแรงของบริษัทที่ตระหนักถึงปัญหานี้มักจะระบุชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ให้เรารู้ว่าไม่ใส่สารเคมีรุนแรง เช่น ใช้คำว่า Noncarcinogenic หรือ Paraben Free

21.ทำทุกอย่างให้ง่าย
“ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำเองได้ยิ่งดี”
การใช้ชีวิตออร์แกนิกไม่ยากอย่างที่คิดเพื่อสุขภาพของคุณและครอบครัว หรือเพื่อโลกที่ดีขึ้น ข้อไหนที่ทำได้บ้างแล้วก็จะได้ลงมือทำเลย แล้วค่อย ๆ ขยับขยายไปทำข้ออื่น ๆ ในภายหลัง ข้อไหนยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนใจ แค่มีใจคิดอยากทำก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นแล้ว

หนังสือเรื่อง “Organic 101: วิถีออร์แกนิกแบบง่าย ๆ” ให้บริการอยู่ที่ ห้องหนังสือทั่วไป ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ

บรรณานุกรม
ต้องการ. Organic 101: วิถีออร์แกนิกแบบง่าย ๆ. นนทบุรี: ฟูลสต็อป, 2558.

#อ่านกันวันละเล่ม #หอสมุดแห่งชาติ

ที่อยู่

ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคาร 1 ชั้น 2 เลขที่ 88/7 ถนนติวานนท์ ต.ตลาด
Nonthaburi
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6629510000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์การแ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Nonthaburi

แสดงผลทั้งหมด