กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด

กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมการค้าต่างประเทศ พลิกโฉมงานบริการสู่ “DFT Smart Services” เชื่อมโยง 4 ระบบงานสำคัญกับแอปทางรัฐ ยกระดับ One Stop Servi...
14/08/2026

กรมการค้าต่างประเทศ พลิกโฉมงานบริการสู่ “DFT Smart Services” เชื่อมโยง 4 ระบบงานสำคัญกับแอปทางรัฐ ยกระดับ One Stop Service อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ

กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้ายกระดับงานบริการสู่ DFT Smart Services เชื่อมโยงระบบ 4 งานสำคัญด้านการส่งออกและนำเข้า กับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพิ่มช่องทางการเข้าถึงงานบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ลดขั้นตอนและภาระในการติดต่อราชการ ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจยุคดิจิทัล พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการให้บริการแก่ผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการ ตลอดจนเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการเข้าถึงงานบริการของกรมฯ โดยได้เชื่อมโยง 4 ระบบงานที่สำคัญ ได้แก่ 1) ระบบ DFT SMART C/O: ระบบให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า 2) ระบบ ROVERs PLUS: ระบบให้บริการตรวจรับรองคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด 3) ระบบ Self - Origin Certification: SOC: ระบบให้บริการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองแก่ผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และ 4) ระบบ e – TCWMD: ระบบให้บริการขออนุญาตส่งออกหรือส่งกลับสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ซึ่งมีปริมาณคำขอหนังสือสำคัญการส่งออก - นำเข้าสินค้า ปีละกว่า 1.2 ล้านฉบับ กับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางของประเทศที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้เข้าถึงงานบริการภาครัฐ แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) โดยการเชื่อมโยงระบบงานที่สำคัญของกรมฯ กับแอปพลิเคชันทางรัฐในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการยกระดับงานบริการภาครัฐที่มุ่งเน้นผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง โดยกรมฯ อยากให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงงานบริการด้านการค้าระหว่างประเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และง่ายที่สุด การเชื่อมโยงระบบงานบริการในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงงานบริการที่สำคัญของกรมฯ ผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน และลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับงานบริการภาครัฐเป็นแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service)

นางอารดา เฟื่องทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาระบบงานของกรมการค้าต่างประเทศให้เชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันทางรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการให้บริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล โดยมุ่งให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการได้จากช่องทางเดียว ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอน และเชื่อมโยงบริการภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน อันจะนำไปสู่การให้บริการแบบ One Stop Service ที่ตอบสนองตามความต้องการของผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะเปิดให้บริการระบบงานทั้ง 4 ระบบดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการด้านการค้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ผ่าน “Application ทางรัฐ” บนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกและนำเข้าสินค้าของไทยให้มีความคล่องตัว ลดระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามหรือติดตามข้อมูล ข่าวสาร ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 ดูน้อยลง

กรมการค้าต่างประเทศ ผนึกอียู ยกระดับป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้ากรมการค้าต่างประเทศ ส่งผู้แทนร่วมประชุมกับสหภาพยุ...
21/07/2026

กรมการค้าต่างประเทศ ผนึกอียู ยกระดับป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า

กรมการค้าต่างประเทศ ส่งผู้แทนร่วมประชุมกับสหภาพยุโรปและสเปน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าและการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมศึกษาการใช้ AI และเทคโนโลยีบริหารความเสี่ยง เพื่อยกระดับมาตรฐานการค้าของไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า

#กระทรวงพาณิชย์ #กรมการค้าต่างประเทศ #สหภาพยุโรป #เศรษฐกิจไทย

“คต.-ศุลกากร" ผนึกกำลัง! เข้มข้น ต่อเนื่อง สกัดกั้นสินค้าสวมสิทธิถิ่นกำเนิด พร้อมอัพเดทมาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้า ...
21/07/2026

“คต.-ศุลกากร" ผนึกกำลัง! เข้มข้น ต่อเนื่อง สกัดกั้นสินค้าสวมสิทธิถิ่นกำเนิด พร้อมอัพเดทมาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่นสินค้าส่งออกไทย

กรมการค้าต่างประเทศผนึกกำลังกรมศุลกากรอย่างต่อเนื่องในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าและสกัดกั้นการหลบเลี่ยงอากร AD/AC สร้างความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่าไทยมีแนวทางการใช้มาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศโดยคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-กรกฎาคม 2569) กรมศุลกากรตรวจยึดและสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 1,377.8 ล้านบาท โดยปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ กรณีสำแดงถิ่นกำเนิดเท็จ 8.8 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหาย 442.64 ล้านบาท ประเภทสินค้า เช่น บุหรี่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน และอุปกรณ์มีด เป็นต้น

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า การแถลงข่าวจับกุมสินค้าผิดกฎหมายร่วมกับกรมศุลกากร (กศก.) ในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569) เป็นผลจากความร่วมมือดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งหลายประเทศนำมาตรการทางการค้ามาใช้อย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่ง คต. ให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ไขปัญหาการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า อีกทั้งการหลบเลี่ยงมาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้าของไทยที่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโอกาสการส่งออกของไทยในระยะยาว

ที่ผ่านมา คต. และ กศก. ดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยอาศัยการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ได้แก่ ข้อมูลผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงในการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้าในพื้นที่กำกับดูแลของ กศก. และข้อมูลผู้ประกอบการที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากับ คต. ในเชิงลึก รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อใช้จัดทำความเสี่ยงก่อนการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สถานประกอบการที่พบว่าเข้าข่ายหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ในส่วนของการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า คต. ได้ออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ไม่ใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าเฝ้าระวังสำหรับการส่งออกไปสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยปรับปรุงรายการสินค้าเฝ้าระวังจากเดิม 49 รายการ (194 พิกัดฯ) เป็น 67 รายการ (294 พิกัดฯ) และปรับปรุงอายุผลตรวจถิ่นกำเนิดจาก 2 ปี เป็น 1 ปี เพื่อให้ผู้ส่งออกได้ทบทวนข้อมูลต้นทุนที่เป็นปัจจุบัน ซึ่ง กศก. ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพิกัดศุลกากรของรายการสินค้าเฝ้าระวังให้เป็นปัจจุบันอีกด้วย อย่างไรก็ดี คต. อยู่ระหว่างการปรับกระบวนการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า โดยในปี 2570 มีแผนจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจจับความผิดปกติของคำขอ การเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการตรวจสอบย้อนหลังความถูกต้องของถิ่นกำเนิด เป็นต้น

นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – มิ.ย. 2569) คต. ตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าก่อนออกหนังสือรับรองที่ส่งออกไปสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ผ่านระบบไร้กระดาษ ROVERs Plus ทั้งสิ้น 986 คำขอ พบว่า เป็นสินค้าได้ถิ่นกำเนิดไทย 903 คำขอ และไม่ได้ถิ่นกำเนิดไทย 83 คำขอ โดยกลุ่มสินค้าที่ขอรับการตรวจ ได้แก่ ส่วนประกอบรถยนต์ สายไฟ สายดาต้าเคเบิล และเฟอร์นิเจอร์ไม้ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและการส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าแก่ผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคำขอตรวจถิ่นกำเนิดสินค้ามีความถูกต้อง รวมทั้งให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น และการเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งออกกรณีถูกตรวจสอบย้อนหลัง นอกจากนี้ ที่ผ่านมา คต. ได้ให้ความร่วมมือกับศุลกากรปลายทางในการตรวจสอบย้อนหลังความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้ามาโดยตลอด ทั้งการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของหนังสือรับรองฯ และการพิสูจน์ความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้า ณ สถานประกอบการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ไทยมีการกำกับดูแลการตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ จากสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศ มีการใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า (Trade Remedies) เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดไทยมีการบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) รวมทั้งสิ้น 61 กรณี จาก 22 ประเทศ ซึ่งจีนยังคงเป็นประเทศหลักที่ถูกไทยใช้มาตรการมากที่สุดถึง 17 กรณี (ร้อยละ 27.9) รองลงมา คือ เกาหลีใต้ 8 กรณี (ร้อยละ 13.1) ตามด้วยไต้หวันและเวียดนาม ประเทศละ 6 กรณี (ร้อยละ 9.😎 โดยกลุ่มสินค้าเหล็กครองแชมป์ถูกใช้มาตรการสูงสุดถึง 55 กรณี นอกจากนี้ยังมีสินค้าสำคัญอื่น ๆ อีก 6 กรณี ได้แก่ กรดซิตริก ยางรถจักรยานยนต์ ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ BOPP และอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป พร้อมกันนี้ไทยยังได้ใช้มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AC) กับสินค้าจีนอีก 2 กรณี และจะมีการใช้มาตรการเพิ่มเติมอีก 4 กรณีภายในปี 2569 และอยู่ระหว่างไต่สวนมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (SG) อีก 4 กรณี เพื่อสกัดสินค้าที่สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน ในขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกของไทยกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก ปัจจุบันประเทศไทยเป็นอันดับ 5 ของโลกที่ถูกใช้มาตรการ AD มากที่สุด รวมทั้งสิ้น 85 กรณี จาก 20 ประเทศ ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำการใช้มาตรการกับไทยถึง 19 กรณี ตามด้วยอินเดีย และตุรกี โดยกลุ่มสินค้าเป้าหมายหลักยังคงเป็น เคมีภัณฑ์ เหล็ก และผลิตภัณฑ์ยาง นอกจากนี้ ไทยยังถูกใช้มา ตรการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) อีก 7 กรณี ซึ่งมีอินเดียและสหรัฐฯ เป็นผู้ใช้หลักถึงร้อยละ 86 (ร้อยละ 43 ต่อประเทศ) ในกลุ่มสินค้าเหล็ก เคมีภัณฑ์ น้ำตาล และซิลิคอนสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ สำหรับมาตรการ SG ไทยถูกบังคับใช้แล้ว 17 กรณี และอยู่ระหว่างการไต่สวนอีกถึง 20 กรณี โดยมีอินโดนีเซียและตุรกี เป็นคู่กรณีหลักที่ประเทศละ 5 กรณี โดยเป็นกลุ่มสินค้าสิ่งทอและกระดาษ อีกทั้งยังเผชิญมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง (AC) อีก 15 กรณี จากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ตุรกี และออสเตรเลีย ในกลุ่มสินค้าเหล็ก สินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ รถลากพาเลท กระดาษทิชชู่ เป็นต้น

จากสถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยอยู่ท่ามกลางกระแสการถูกใช้มาตรการทางการค้าที่รุนแรง คต. จึงขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎระเบียบทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การค้าเป็นไปอย่างราบรื่น สร้างความเชื่อมั่นกับประเทศคู่ค้า และรักษาส่วนแบ่งการตลาดสำหรับสินค้าส่งออกในตลาดเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกรมการค้าต่างประเทศ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 4808 และ 0 2547 5132 และกองปกป้องและตอบโต้ทางการค้า หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 4722 สายด่วน 1385 หรือเว็บไซต์ www.dft.go.th
ผู้ติดตาม

🚢SMEs ไทย ห้ามพลาด!กับโอกาสสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ขยายธุรกิจสู่ตลาดยุโรปและอินเดีย🔥🔥กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญ...
30/06/2026

🚢
SMEs ไทย ห้ามพลาด!
กับโอกาสสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ขยายธุรกิจสู่ตลาดยุโรปและอินเดีย🔥🔥

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs ไทย สมัครเข้าร่วมโครงการ “BOOST UP SMEs สู่ตลาด FTA” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. เพื่อยกระดับธุรกิจและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์

📣สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ:
✅ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA
✅การเตรียมความพร้อมด้านการส่งออกและการขยายตลาดในต่างประเทศ
✅โอกาสในการพัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากลอย่างยั่งยืน
✅การเชื่อมโยงเครือข่าย การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าและโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ

🆓สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
🚩เพียงสแกน QR Code
หรือกดสมัคร https://boostupfta.com/
📅 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น!!

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
🌐Website : www.dft.go.th
📍page : กรมการค้าต่างประเทศ DFT
📞สายด่วน
090 699 0239 [กลุ่มตลาดนอร์เวย์]
090 655 0974 [กลุ่มตลาด
สวิตเซอร์แลนด์]
090 699 0642 [กลุ่มตลาดอินเดีย]
063 543 4745 [กลุ่มตลาดอินเดีย]


#สสว #กรมการค้าต่างประเทศ
#ธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก

การเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมพาณิชย์คุณธรรมของ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด
29/06/2026

การเผยแพร่องค์ความรู้หรือผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมพาณิชย์คุณธรรมของ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด

การมอบประกาศนียบัตร ยกย่อง สำนัก/กอง ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานที่ทำความดีจนเป็นแบบอย่าง เป็นหน่วยงานที่ให้ความร่ว...
29/06/2026

การมอบประกาศนียบัตร ยกย่อง สำนัก/กอง ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานที่ทำความดีจนเป็นแบบอย่าง เป็นหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือดำเนินกิจกรรมของกองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด และร่วมปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวม ได้แก่ กองคลัง

การมอบประกาศนีบัตรยกย่อง เชิดชู คุณธรรมหรือทำความดีของบุคลากร ด้านจิตอาสา ได้แก่  นายจามร  อ่างแก้ว   พนักงานธุรการ กลุ่...
29/06/2026

การมอบประกาศนีบัตรยกย่อง เชิดชู คุณธรรมหรือทำความดีของบุคลากร ด้านจิตอาสา ได้แก่ นายจามร อ่างแก้ว พนักงานธุรการ กลุ่มกลุ่มงานบริหารทั่วไป

12/06/2026

ที่อยู่

กรมการค้าต่างประเทศ 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด:

ทางลัด

แชร์