สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค

สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค
(1)

เปิดเหมือนปกติ

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 282 "เตือนประชาชนระมัดระวังการรับประทานอาหารทะเลจำพวก แมงดาทะเล ปลาปักเป้า หากไม่ทราบ แ...
10/10/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 282 "เตือนประชาชนระมัดระวังการรับประทานอาหารทะเลจำพวก แมงดาทะเล ปลาปักเป้า หากไม่ทราบ แยกไม่ออก ไม่ควรนำมารับประทาน เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีพิษรุนแรง เสี่ยงได้รับอันตรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้" ..... https://is.gd/8eSdq0

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 281 "เตือนประชาชนในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะและวัสดุต่างๆ ...
04/10/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 281 "เตือนประชาชนในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะและวัสดุต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกได้"..... https://is.gd/8SQpvT

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 280 "เตือนประชาชนในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และบางพื้นที่มีฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมหร...
26/09/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 280 "เตือนประชาชนในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และบางพื้นที่มีฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลาก ขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำ อาจเสี่ยงจมน้ำเสียชีวิตได้" ..... https://is.gd/GOpwUm

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 279 "เตือนประชาชนในช่วงฤดูฝนนี้ หากเดินป่าหรือขึ้นเขาขอให้ระวังป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุง...
19/09/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 279 "เตือนประชาชนในช่วงฤดูฝนนี้ หากเดินป่าหรือขึ้นเขาขอให้ระวังป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด อาจป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียได้" ..... https://is.gd/vCliHu

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 278 "เตือนประชาชนระมัดระวังการทำงานในพื้นที่แคบหรืออับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มักลง...
12/09/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 278 "เตือนประชาชนระมัดระวังการทำงานในพื้นที่แคบหรืออับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มักลงไปซ่อมแซมบ่อน้ำลึกและแคบเพื่อรองรับน้ำฝน อาจเสี่ยงเสียชีวิตในพื้นที่อับอากาศได้" ..... https://is.gd/sWJlDt

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 277 "เตือนประชาชนระมัดระวังการจมน้ำในช่วงน้ำท่วม ไม่ควรลงไปเล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง...
06/09/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 277 "เตือนประชาชนระมัดระวังการจมน้ำในช่วงน้ำท่วม ไม่ควรลงไปเล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง น้ำเชี่ยว อาจเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิตได้"..... https://is.gd/LncLAh

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
01/09/2020

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

สธ. ย้ำจุดยืนแบน 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย

กระทรวงสาธารณสุขย้ำจุดยืน แบนการใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตร ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เพื่อปกป้องเกษตรกร ประชาชน ไม่ให้เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตจากสารเคมีอันตราย เผยปี 2563 พบผู้ป่วยโรคพิษสารกำจัดศัตรูพืช จำนวน 4,933 คน เสียชีวิต 1 ราย

วันนี้ (31 สิงหาคม 2563) ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดี เลขาธิการอย. และรองอธิบดีทุกกรม ร่วมแถลงข่าว “สธ.ย้ำจุดยืน แบน 3 สารเคมีอันตราย” โดยนายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของประชาชน ขอแสดงจุดยืนในการแบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่ให้หยุดการใช้สารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เพื่อปกป้อง คุ้มครองเกษตรกร และประชาชน ไม่ให้เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตจากสารเคมีอันตรายดังกล่าว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดขึ้นจากใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด

“กระทรวงสาธารณสุขขอยืนยันว่าจะคัดค้านอย่างเต็มที่และจะคุ้มครองประชาชนให้มีความปลอดภัยจากสารเคมีอันตราย ขอให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาทบทวนมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย คิดถึงสุขภาพของพี่น้องประชาชน ความปลอดภัยของประเทศ และความมั่นคงยั่งยืนของระบบเกษตรกรรมในประเทศไทยเป็นสำคัญ ไม่เอาสารเคมีอันตรายกลับมาทำร้ายคนไทยอีกต่อไป แม้ว่าตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขมี 2 คนในคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่จะขอยืนหยัดแบนการใช้ 3 สารเคมีอันตรายถึงที่สุด ” นายอนุทินกล่าว

ด้านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพ คำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ให้ยุติการใช้สารเคมีอันตราย และให้ความรู้แก่ประชาชน เกษตรกร ผ่านคณะกรรมการจังหวัด เกี่ยวกับอันตรายจากสารเคมีทางการเกษตร เพื่อให้คนไทยได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย ลดการปนเปื้อนสารเคมีในสิ่งแวดล้อม และเกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษในการทำงาน นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขมี นโยบายชัดเจนว่าในปี 2563 เป็น “ปีแห่งเกษตรอินทรีย์ปลอดโรคประชาชนปลอดภัย” ให้ทุกโรงพยาบาลและหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปรุงอาหารจากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ให้คนไข้ได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัย โดยมีเป้าหมายขยายใน 5 ร. คือ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม โรงอาหาร และเรือนจำ เพื่อให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรงปลอดภัยจากโรค

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค มีการดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกร และประชาชนที่เจ็บป่วย และเสียชีวิต จากสาเหตุการใช้ หรือสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการให้บริการในหน่วยบริการสาธารณสุข ฐานข้อมูล 43 แฟ้ม พบว่ามีผู้ป่วยจากโรคพิษสารกำจัดศัตรูพืช จำนวน 41,941 ราย โดย ปี 2560 มีผู้ป่วยสูงสุด จำนวน 10,686 ราย ส่วนปี 2562 พบผู้ป่วยจำนวน 6,008 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงนั้น สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสารเคมีที่ลดลงในปี 2562สำหรับในปี 2563 (1 มกราคม – 29 สิงหาคม 2563) พบผู้ป่วยโรคพิษสารกำจัดศัตรูพืช จำนวน 4,933 ราย โดยพบผู้ป่วยจากกลุ่มสารกำจัดแมลง รวมถึงสารคลอร์ไพริฟอส จำนวน 2,951 ราย กลุ่มสารกำจัดวัชพืช รวมถึงสารพาราควอต และไกลโฟเซต มีจำนวน 889 ราย

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ทำงานเชิงรุก สำรวจข้อมูลสถานการณ์การใช้สารเคมีทางการเกษตรและอาการผิดปกติในครัวเรือนที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร ผ่านการสำรวจโดย application อสม. ออนไลน์ และจาก อสม. และหน่วยงานเครือข่าย ในปี 2563 ทั้งสิ้น 2,646,260 ครัวเรือน พบมีครัวเรือนที่ยังคงใช้สารเคมีทางการเกษตรจนถึงปัจจุบันจำนวน 677,522 ครัวเรือน (ร้อยละ 25.60) ซึ่งมีสมาชิกที่มีอาการผิดปกติ ได้แก่ มือสั่นร่วมกับเดินเซ (โรคพาร์กินสัน) 12,554 คน , ชาปลายมือ ปลายเท้า 79,645 คน, ผิวหนังอักเสบ 22,569 คน, เนื้อเน่า 641 คน ไตเสื่อม (ต้องทำการฟอกไตเป็นประจำ) 2,349 คน, มะเร็งเม็ดเลือดขาว 370 คน, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 922 คน และปัญญาอ่อน 1,132 คน นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจากพาราควอต จำนวน 1 ราย ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเกิดจากการหกรดระหว่างฉีดพ่นสารดังกล่าว ทำให้สารพาราควอต ดูดซึมผ่านทางผิวหนัง และร่างกาย ก่อให้เกิดอาการ

ทางระบบหายใจ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากสารเคมีกําจัดศัตรูพืชทุกชนิดมากกว่า 20 ล้านบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่ได้ผลกระทบอันดับแรก คือเกษตรกรประมาณร้อยละ 43.2 รองลงมาคือรับจ้างทั่วไปร้อยละ 21.1 โดยพาราควอต มักส่งผลกระทบต่อปอด ผิวหนัง ไกลโฟเซต ส่งผลกระทบต่อ ต่อมน้ำเหลือง สำหรับคลอร์ไพริฟอส ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท และพัฒนาการในเด็ก และจากข้อมูล 4 ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจาก 3 สารเคมี ดังกล่าว ประมาณ 2,000 ราย

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทำการตรวจวิเคราะห์สารเคมีอันตรายตกค้างในผักและอาหารในการเฝ้าระวังและตรวจสอบสารตกค้างในผักและผลไม้สด จากตลาดในเครือข่าย 41 จังหวัด จำนวน 154 ตัวอย่าง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - กรกฎาคม ปี 2563 ตรวจวิเคราะห์ 3 สาร พบคลอร์ไพริฟอส ตกค้างอยู่ร้อยละ 13 ไกลโฟเซต ตกค้างร้อยละ 4 ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะตกค้างในสิ่งแวดล้อม เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและเข้าไปในร่างกายมนุษย์เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานหลักในการคุ้มครองความปลอดภัยด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยยึดหลัก “ความปลอดภัย ไม่มีการต่อรอง” เฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหารทั้งในประเทศและการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำงานร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และภาคเอกชน ในปี 2563 ได้ดำเนินการเฝ้าระวังเก็บผัก ผลไม้ ในประเทศ ส่งตรวจหาสารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส กว่า 770 ตัวอย่าง โดยในภูมิภาค เก็บตัวอย่างส่งตรวจ 692 ตัวอย่างจากแปลงปลูก สถานที่ คัดบรรจุ ตลาดสด/นัด ห้างสรรพสินค้า พบคลอร์ไพริฟอส 14 ตัวอย่าง โดยเฉพาะกะเพราพบ คลอร์ไพริฟอสสูงเกินค่ามาตรฐาน 2 ตัวอย่าง ในกรุงเทพมหานคร เก็บตัวอย่างจากห้างสรรพสินค้า 80 ตัวอย่าง พบพาราควอต 8 ตัวอย่าง โดยเฉพาะ คื่นช่าย พบเกินค่ามาตรฐาน 1 ตัวอย่าง สำหรับการเฝ้าระวังผัก ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ 496 ตัวอย่าง ในจำนวนนี้ เป็นผัก 240 ตัวอย่าง พบคลอร์ไพรีฟอสตกมาตรฐาน จำนวน 21 ตัวอย่าง เช่น ปวยเล้ง คะน้า คื่นช่าย ถั่วลันเตา ผักชี เป็นต้น ส่วนผลไม้ 256 ตัวอย่าง พบคลอร์ไพริฟอสตกมาตรฐาน จ้านวน 5 ตัวอย่าง ทับทิม องุ่น ลูกแพร/สาลี่ และยังพบพาราควอตตกมาตรฐาน 2 ตัวอย่าง องุ่น บลูเบอร์รี่ เป็นต้น ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ. ศ. 2563 ได้กำหนดให้สารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ซึ่ง อย. ในฐานะเลขานุการ ของคณะกรรมการอาหารได้ดำเนินการต่อเนื่อง ในการเตรียมออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง โดยร่วมหารือ กับทุกภาคส่วน ยึดหลักการคุ้มครองผู้บริโภค ความปลอดภัยด้านสุขภาพ และความเท่าเทียมทางการค้า ซึ่งคณะกรรมการอาหาร ได้เห็นชอบ กำหนดค่าสารตกค้างเป็นค่าต่ำสุดที่ห้องปฏิบัติการสามารถตรวจได้ หรือค่า LOD ขอให้ประชาชนมั่นใจ อย. ยึดมั่นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทำงานร่วมกับ อสม. ทั้งประเทศโดย อสม. 1 คน ดูแลประชาชน 15 ครัวเรือน สิ่งที่ได้ดำเนินการคือ 1. ชมรมอสม. ทุกจังหวัดยืนยันจุดยืนแบน 3 สาร เช่นเดียวกับสถานพยาบาลทั่วประเทศ 2. อสม. จะเป็นผู้นำในด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เป็นตัวอย่างเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อลดละเลิกการใช้ 3 สาร 3. อสม.ทำการสำรวจการใช้สารเคมีในครัวเรือนร่วมกับกรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง และให้ความรู้กับประชาชน สำหรับทิศทางขับเคลื่อนต่อไปคือ อสม.จะมีบทบาทสำคัญในตำบลปรับเปลี่ยนสุขภาพ โดยจะบรรจุเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์และการต่อต้านสารพิษ เพื่อจะทำให้เป็นพลังในการขับเคลื่อน ร่วมกับประชาชน

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต เกี่ยวข้องกับสารเคมีที่ตกค้างทำให้สมองในเด็กไม่พัฒนาเท่าที่ควร การที่จะระงับการใช้สารพิษต่างๆ จึงมีความจำเป็น นอกจากนี้ยังพบการนำสารเคมีมาใช้เพื่อฆ่าตัวตาย หลังจากการควบคุมการใช้ ข้อมูลในต่างประเทศ พบว่า อัตราการใช้สารพิษเพื่อฆ่าตัวตายลดลงเกือบร้อยละ 20

“ขอยืนยันว่า จะดำเนินนโยบายเรื่องการแบน 3 สาร ต่อจากท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่ให้เป็นปัญหาด้านสุขภาพเพราะเป็นสารพิษที่มีอันตราย เรื่องของสุขภาพของประชาชนต้องมาก่อนกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มีหน้าที่รักษาโรคอย่างเดียว แต่มีหน้าที่ควบคุม ระงับยับยั้งปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ ให้มีผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยให้น้อยที่สุด”

นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่ากรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกขอยืนยันว่ายาแผนไทยหรือยาพัฒนาจากสมุนไพรรวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ เช่นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ควรเป็นวัตถุดิบที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ป่วย ได้ใช้ยาที่มีคุณภาพมาตรฐาน นอกจากนี้สามารถนำผลิตภัณฑ์ ส่งออกไปยังต่างประเทศได้ เนื่องจากตลาดทั้งในและต่างประเทศมีความต้องการสมุนไพรที่เป็นเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก

นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมีบทบาทสำคัญในการดูแลการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในส่วนของการส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก มีรายงานว่า สารเคมีอันตรายเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กที่ล่าช้า จากการพบสารเคมีตกค้างในน้ำนมแม่ และในขี้เทาของเด็ก เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงปัจจัยเสี่ยงในการเจริญเติบโตของเด็กและเยาวชนในอนาคต เพราะปัจจุบันเด็กเกิดใหม่ มีเพียงปีละ 6 แสนคน เท่านั้น และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่จะต้องตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อให้เด็กที่เกิดน้อยเหล่านี้ อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงทุกด้านรวมถึงสารเคมีอันตรายเหล่านี้ด้วย

จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

กรมควบคุมโรค รับการตรวจประเมินองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2563วานนี้ (28 สิงหาคม 2563) ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงส...
29/08/2020

กรมควบคุมโรค รับการตรวจประเมินองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2563

วานนี้ (28 สิงหาคม 2563) ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมรองอธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรค ร่วมรับการตรวจประเมิน (Site Visit) องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2563 โดยมีนางสาวเอมอร เสียงใหญ่ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และคณะผู้ตรวจประเมินจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมตรวจประเมินในครั้งนี้ ซึ่งทางกรมควบคุมโรคได้นำเสนอความสำเร็จในการดำเนินการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามแผนปฏิบัติราชการของกรมควบคุมโรค ที่สอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2562-2566) และร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนของกรมควบคุมโรค พร้อมนำคณะผู้ตรวจประเมินเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานของกรมควบคุมโรค ต่อไป

ข้อมูลจาก : กลุ่มคุ้มครองจริยธรรม กรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 276 "เตือนประชาชนช่วงฤดูฝนนี้ ขอให้ระมัดระวังการรับประทานกลอย ควรเลือกซื้อกลอยจากแหล่งท...
29/08/2020

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 276 "เตือนประชาชนช่วงฤดูฝนนี้ ขอให้ระมัดระวังการรับประทานกลอย ควรเลือกซื้อกลอยจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและมีการขจัดพิษแล้ว หากไม่แน่ใจควรปรุงกลอยโดยผ่านกรรมวิธีการขจัดพิษที่เหมาะสมก่อนทุกครั้ง" ..... https://is.gd/XXzQjF

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)วันนี้ (19 สิงหาคม 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธ...
19/08/2020

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

วันนี้ (19 สิงหาคม 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย และเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 1 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,199 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 94.59 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 125 ราย หรือร้อยละ 3.70 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,382 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย เป็นเพศหญิง อายุ 37 ปี สัญชาติไทย อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 8 สิงหาคม 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ในจังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจในครั้งที่ 2 วันที่ 17 สิงหาคม 2563 (วันที่ 9 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ โดยก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 18 ราย

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกขณะนี้ยังคงมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ซึ่งประเทศไทยยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ คนในประเทศยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง เนื่องจากมีบทเรียนจากต่างประเทศที่พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนอีกครั้งจากการรวมตัวของคนจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้สามารถทำให้การแพร่ระบาดมีความรุนแรงแล้วกระจายเป็นวงกว้างได้

อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงให้ผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ในระดับต่ำ มีการเฝ้าระวัง และค้นหากลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1. ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งสถานที่กักตัวทั้งที่รัฐจัดให้ และสถานที่กักตัวทางเลือก (โรงแรม,โรงพยาบาล) ต้องเข้มงวดในมาตรการเฝ้าระวังกักตัวผู้เดินทาง 2. แรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย 3. การรวมตัวของคนจำนวนมาก 4. กำชับให้โรงพยาบาลทุกสังกัด ค้นหา ตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคปอดอักเสบทุกราย รวมทั้งในบุคลากรทางการแพทย์

“การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนไทยทุกคน” นายแพทย์ธนรักษ์กล่าว

จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

19/08/2020
สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค

สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค

[🔴Live] สัมมนาการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลระดับชาติ ครั้งที่ 17
เรื่อง “COVID–19 Thailand Perspective”

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
18/08/2020

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่าย เปิดตัวโครงการศึกษาการเข้าถึงบริการ และความเป็นไปได้ในการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง ผ่านร้านขายยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะยุติปัญหาเอดส์ โดยมีเป้าหมาย ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ลดการเสียชีวิต ลดการรังเกียจตีตราและเลือกปฏิบัติ ให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2573

วันนี้ (18 สิงหาคม 2563) ที่สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์ประสานความร่วมมือระหว่างไทย-ออสเตรเลีย-เนเธอร์แลนด์ เพื่อการวิจัยด้านเอดส์ (HIV-NAT) คุณลอรี่ ฟูลเลอร์ รองผู้อำนวยการโครงการเอชไอวีและวัณโรค ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ผู้แทนสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ สมาคมฟ้าสีรุ้ง และบริษัทบู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดตัวโครงการศึกษาการเข้าถึงบริการ และความเป็นไปได้ในการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง ผ่านร้านขายยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ ซึ่งมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ลดการเสียชีวิต ลดการรังเกียจตีตราและเลือกปฏิบัติ ให้บรรลุเป้าหมาย 90-90-90 ภายในปี 2573 ซึ่งเป้าหมาย 90 แรกนั้น หมายถึง 90% ของผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะได้รับการวินิจฉัย และนำผลการตรวจไปสู่การป้องกันและรักษาต่อไป แต่ยังมีผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมากไม่ได้รับการวินิจฉัย อันเนื่องมาจาก การตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความยุ่งยาก ต้องไปตรวจที่สถานบริการสุขภาพ ใช้เวลานาน และต้องแสดงตัวตน ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ ดังนั้น การตรวจเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงการตรวจ

ทั้งนี้ ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข และเครือข่ายอื่นๆ ได้ดำเนินงานร่วมกัน เพื่อผลักดันการตรวจคัดกรองการติดเชื้อด้วยตนเอง เป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในนโยบาย และคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วย การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ มีมติเห็นชอบส่งเสริมเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองการติดเชื้อด้วยตนเอง ของประชาชน ในปี 2558 และในปี 2562 มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง โดยชุดตรวจนั้นต้องได้รับการขึ้นทะเบียน มีคุณภาพ และมาตรฐานตามเกณฑ์ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเอง

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินโครงการศึกษาการเข้าถึงบริการ และความเป็นไปได้ในการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองผ่านร้านขายยาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อหารูปแบบการดำเนินงานการเข้าถึงชุดตรวจคัดกรองเอชไอวีด้วยตนเองในกลุ่มประชากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง โดยผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายหรือผู้หญิงข้ามเพศ ไม่เคยตรวจการติดเชื้อ เอชไอวีมาก่อน หรือเคยตรวจครั้งสุดท้ายมากกว่า 3 เดือน อาศัยหรือทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งอาสาสมัครจำเป็นต้องตอบแบบสอบถามของโครงการด้วย โดยเริ่มรับสมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ขอเชิญชวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่สนใจสามารถร่วมลงทะเบียน และทำแบบสอบถามผ่านเว็บไซต์ PrEPThai.net/HIVST และรับชุดตรวจจากแผนกเวชภัณฑ์ของร้านบู๊ทส์ (Boots) จำนวน 36 สาขา นอกจากนี้ ยังมีระบบสายด่วนให้คำปรึกษา 1663 สายสบายใจ 08 2582 1714 และในกรณีที่ผลคัดกรองเป็นบวก ต้องไปตรวจยืนยันการติดเชื้อที่หน่วยบริการสุขภาพ ซึ่งรูปแบบการพัฒนาดังกล่าว จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยยุติปัญหาเอดส์ได้ในอนาคต และขอให้ประชาชนทุกคนร่วมประชาสัมพันธ์โครงการนี้ เพื่อ “ให้การตรวจ คือ คำตอบเพื่อก้าวต่อ” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค โทร 09 8482 5598 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข้อมูล : กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค

ที่อยู่

Amphoe Muang Nonthaburi
11000

ข้อมูลทั่วไป

เป็นองค์กรชั้นนำด้านการเฝ้าระวัง ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคภัยสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ สื่อสารความเสี่ยงที่ถูกต้องและทันสถานการณ์ พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรโดยการบริหารงานที่มีประสิทธิผล

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรคผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Amphoe Muang Nonthaburi

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

คุณเสี่ยงแค่ไหน? กับพฤติกรรมทำ “ตับ” พัง! #สุขภาพ-ความงาม
โรงงานไอศกรีมโฟร์โมสต์ เชิงสะพานหลักสี่ ส่งกลิ่นเหม็นตลบตลอดเวลา ในวันหยุดยาวที่ผ่านมา ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงมากๆ ชาวบ้านเขตหลักสี่ ทุ่งสองห้องแจ้งวัฒนะซอย10 ในซอยหลังวัดหลักสี่ อยู่ทางทิศเหนือ (ใต้ลม) โรงงานของโฟร์โมสต์ ทนเหม็นกลิ่นมานานแล้ว ช่วยแก้ไขให้ด้วย จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง