สสว. ศูนย์ OSS เพชรบุรี

สสว. ศูนย์ OSS เพชรบุรี ศูนย์ให้บริการ SMEครบวงจร เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตาม Life Cycle

เปิดเหมือนปกติ

12/09/2021

📣 ...เข้าใจลูกค้าขั้นเทพ วางแผนโลจิสติกส์อย่างเซียนด้วย Google Data Studio...
.
📣 หลักสูตรที่จะทำให้ DATA ขององค์กร ดูดี เข้าใจง่าย แบบ Visualization
.
📣 15 กันยายน 2564
📣 09.00 น.- 16.30 น.
📣 ณ ห้องประชุมผาแต้ม ชั้น 2 อาคารอำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7
.
📣 และเรียนรู้พร้อมกันสดๆ ผ่าน facebook ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7
📣 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 อุบลราชธานี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
.
📣 ลงทะเบียนคลิก
https://bit.ly/3z5kDiW
.
📣 จัดโดย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7
.
📣 วิทยากรโดย ดร.พัฒนพงศ์ เพ็งจันทร์ ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นด้านโลจิสติกส์ กระทรวงอุตสาหกรรม
.
#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่7
#GoogleDataStudio

12/09/2021

FREE💸 วิกฤตมีโอกาส และโอกาสอยู่ตรงนี้ 👇
.
✨ ครั้งแรกกับการร่วมมือกันของ 3 หน่วยงาน สสว. EXIM BANK และ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กับกิจกรรม Connecting an excellent expansion พิชิตตลาดโลก กลเม็ด"ส่งออก" เพื่อ SME ไทยใน Online Event “Upskill SME Exporters"เสริมความรู้เพิ่มความสามารถในการส่งออกให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย
.
📌เตรียมพบกับวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ การค้า การตลาด และการส่งออกชั้นนำของไทย มากมาย
.
📍วันที่ 16-17 กันยายน 2564, 9-4pm SME กรุงเทพมหานคร
.
*หมายเหตุ
คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
สมัครสมาชิกของ สสว. หากยังไม่เป็นสมาชิกสามารถ
สมัครได้ที่ https://members.sme.go.th/newportal/
.
เป็นผู้ประกอบการนิติบุคคล
มีสินค้าหรือบริการเป็นของตัวเอง
กรอกใบสมัครได้ที่ https://forms.gle/sm7ntRGS2MaR2spK7
.
หรือ Scan QR Code เพื่อสมัครได้เลย
ด่วนรับจำนวนจำกัด!
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับ Link Online ในการเข้าร่วมงานผ่านทางอีเมลล์
.
👇 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 👇
โทร ☎️ : 06-1695-4256
.
📍 ติดตามข่าวสารเพื่อ SME ได้ที่
Facebook : สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย SME Thai
: www.facebook.com/smethai.or.th
Line สมาพันธ์ฯ : https://lin.ee/2clvQnQ
#เพื่อนช่วยเพื่อนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
#สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

12/09/2021

แจ็ค ไรเดอร์ ชวนคนไทย ตะลุยช้อปผ่าน “มหกรรม Live สด
ของดี ของเด่น 5 จังหวัดชายแดนใต้” ยกขบวนสินค้าลดพิเศษช่วงFlash Sale
ในวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ย.นี้
.
สินค้าท้องถิ่นจากจังหวัดสตูล ยะลา ปัตตานี สงขลา และนราธิวาส ครบทั้งแฟชั่น ของกิน ของใช้ ของฝาก มากกว่า 500 รายการ จากผู้ประกอบการการกว่า 150 ราย
.
ขอชวนนักช้อปชาวไทย ชมไป ช้อปไป เหมือนได้บินไปช้อปที่ภาคใต้
แบบไม่ต้องรอคลายล็อกดาวน์
ผ่านเฟซบุ๊กเพจ สสวconnext-ตลาดออนไลน์ (https://www.facebook.com/smeconnextonlinemarket/)

และเพจ ของดี ของเด่น 5 จังหวัดชายแดนใต้
(https://www.facebook.com/5southsmes/)
.
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาช้อปกันให้เพลิน
เพื่อร่วมอุดหนุนพี่น้องผู้ประกอบการไทยไปด้วยกัน

11/09/2021

“Agile” แนวคิดการทำงานขององค์กรยุคใหม่

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล องค์กรที่จะอยู่รอดได้ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถเท่านั้น ยังวัดเรื่องความเร็วในการทำงาน ดังนั้นหลาย ๆ องค์กร จึงพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ โดยหลายแห่งเริ่มนำแนวคิดการทำงานแบบ Agile เข้ามาปรับใช้

Agile คืออะไร
Agile เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น โดยลดการทำงานที่เป็นขั้นตอนและงานด้านเอกสารลง และมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารกันในทีมให้มากขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น พร้อมนำมาทดสอบ และเก็บผลตอบรับต่าง ๆ เพื่อกลับไปแก้ไขปรับปรุง ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วและตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้นนั่นเอง

ทาง Motive Talent และ JobThai ได้จัดงาน Human Reset Series Episode 2: Becoming Agile Organization และสรุปเนื้อหามาให้เพื่อให้เข้าใจแนวคิดการทำงานแบบ Agile มากขึ้น

#Agile ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกองค์กร
Agile เป็นแนวคิดในการทำงานที่กระตุ้นให้ทุกคนสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับกล้าจะทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ แม้จะยังไม่แน่ใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แต่ต้องกล้าเสี่ยงที่จะลองและเรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้น พร้อมปรับปรุงตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งแนวคิดการทำงานแบบ Agile นั้นอาจจะฟังดูดี และกระตุ้นให้คนทำงานสร้างสรรค์นวัตกรรมออกมาได้ แต่หากจะลองนำไปประยุกต์ใช้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาบริบทรอบข้างประกอบด้วย เพราะ Agile ไม่ได้เหมาะกับทุกองค์กร และไม่ได้เหมาะกับทุก Project เสมอไป

##เริ่มจากเล็ก ๆ ทดลองให้แน่ใจก่อน ค่อยขยายผล
แนวคิดแบบ Agile ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว หากองค์กรพิจารณาแล้วอยากจะทดลองนำแนวคิดแบบ Agile ไปใช้กับงาน ควรทดลองกับทีมหรือ Project เล็ก ๆ ก่อน ช่วยกันปรับความคิดของทีมงานให้สอดคล้องกับ Agile ซึ่งการทำงานครั้งแรกย่อมมีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นวิธีการทำงานที่ทีมไม่คุ้นเคย ดังนั้นต้องพยายามพูดคุยกันในทีมบ่อย ๆ เพื่อหาปัญหาให้เจอ และแก้ไขปรับปรุงเรื่อย ๆ ถ้ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ค่อยขยายผลทดลองกับทีมหรือ Project ที่ใหญ่ขึ้นต่อไป แต่ถ้าหากไม่มีการทดลองใช้แล้วประกาศเป็นนโยบายให้ทุกทีมในองค์กรทำเลย อาจจะทำให้เกิดการต่อต้านและไม่เปิดรับแนวคิดในการทำงานรูปแบบนี้

###สร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการทำงานแบบ Agile
หัวใจสำคัญของแนวคิดการทำงานแบบ Agile คือ คน การสื่อสารระหว่างกัน และการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมในองค์กรหรือในทีมให้เอื้อต่อการใช้แนวคิดการทำงานแบบ Agile ให้มีประสิทธิภาพ นั่นคือ

– ให้การเคารพในความเป็นปัจเจกบุคคลของกันและกัน ไม่ว่าความแตกต่างนั้นจะเป็นเรื่องเพศ อายุ วัยวุฒิ และทักษะความสามารถต่าง ๆ ความหลากหลายของคนในทีมนี้จะสามารถทำให้เราทำงานที่มีคุณค่าตอบโจทย์คนในวงกว้างได้

– เชื่อมั่นว่าแต่ละคนจะทำงานของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ บริหารจัดการงานต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง มีแรงจูงใจที่อยากจะพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้นอยู่เสมอ

– กระตุ้นให้เกิดการสื่อสารในทีม เพื่อให้ทีมมองเห็นเป้าหมายตรงกันว่าเราจะทำงานในทิศทางไหน ทุกคนเข้าใจกระบวนการการทำงานซึ่งกันและกัน ใครติดปัญหาหรืออยากแก้ไขปรับปรุงอะไร จะได้มีการร่วมมือแก้ไขกันได้อย่างรวดเร็ว

– ไม่จำกัดเฉพาะแค่เรื่องที่เป็นปัญหาเท่านั้น ถ้ามีเรื่องที่ชอบ พอใจ หรืออยากจะชื่นชมทีมก็สามารถทำได้ เพื่อเป็นการช่วยให้ทีมมีกำลังใจในการทำงานต่อไป นอกจากนี้ยังสร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทีมจะเปิดใจที่จะนำเสนอความคิดเห็น หรือแนวคิดใหม่ ๆ ในการทำงานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

– กระตุ้นให้คนในทีมปรับปรุงและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อได้รับความคิดเห็นไม่ว่าจะจากทีม หรือพนักงานคนอื่นที่เกี่ยวข้องก็ต้องรีบกลับมาปรับปรุง แก้ไขทันที เปิดใจให้กว้าง พร้อมเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเองและทีมเสมอ นอกจากนี้ต้องไม่รอแค่ความคิดเห็นจากคนภายนอกเท่านั้น แต่ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอด้วย

แม้แนวคิดการทำงานแบบ Agile จะเป็นอีกทางเลือกสำหรับองค์กรที่ต้องทำงานให้สอดรับกับการที่โลกเปลี่ยนแปลง ทว่าแนวคิดดังกล่าว ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ในทุกบริบท แต่สิ่งที่ทุกคนในองค์กรสามารถเรียนรู้และปรับใช้ได้คือ ความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ ตลอดจนเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นไม่ว่าทีมหรือองค์กรจะใช้วิธีการทำงานในรูปแบบไหน คนทำงานก็พร้อมที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อยู่เสมอ และองค์กรก็จะสามารถเดินไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

ที่มา : เว็บไซต์ marketingoops

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipromindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK

#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

11/09/2021

🎯ถอดรหัส "Business in COVID crisis"
เจาะลึกเคสที่ลงไปทำจริง แก้ปัญหาธุรกิจท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่รุมเร้า ค้นหาทางออก ประยุกต์กลยุทธ์ธุรกิจตนเอง
📌เตรียมพบกับ SME Coach ที่จะมาร่วมแชร์ และเปิดเคล็ดลับความสำเร็จ...
นอกจากนี้ ในยุค 5.0 โลกหมุนไปด้วยเร็วของเทคโนโลยีดิจิตอล
📌เตรียมพบกับ ทีมกูรูที่จะมาชี้ช่อง และเทรนใหม่ที่ธุรกิจต้องไม่พลาด...
เพื่อนำไปสู่การก้าวกระโดด ออกจากคลื่นวิกฤตเศรษฐกิจนี้

📢📢ขอเชิญที่ปรึกษา ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจ
เข้าร่วมงานแถลงข่าวความสำเร็จโครงการ Train the coach ปี 2564
วันที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 13.00-16.00 น. . ถ่ายทอดสดผ่านทางโปรแกรม ZOOM

🎯สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จัดการแถลงข่าวความสำเร็จโครงการ Train the coach ปี 2564 โดยมีกำหนดการดังนี้
📌พิธีเปิดงาน โดย รองศาสตราจารย์​ ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
กล่าวแถลงผลสำเร็จโครงการ “SME Coach 4.0”

📌บรรยายหัวข้อ “Business thrive and strive with digital technology”
ดร.สุทธา ศรมยุรา ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเซนต์โทมัสอะควานัส มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ
คุณปูมโชค อินทรโฆษิต อาจารย์พิเศษ ภาควิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

📌การเสวนา “ถอดรหัสต้นแบบการปรับเปลี่ยนธุรกิจ SME ปี 2021”
ดำเนินรายการโดย คุณวรงค์ ยมาภัย ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาโครงการ
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ร่วมด้วย ตัวแทนผู้ประกอบการต้นแบบ และตัวแทนที่ปรึกษา ได้แก่
บริษัท มิตรแมน มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด คุณประทีป สิงหาสนธิบุตร
โรงแรมลิตเติ้ล บอกซ์ คุณฤทัยทิพย์ กระภูชัย
ห้างหุ้นส่วนจำกัด 4 เฮงดี ฟูดส์ คุณจรรญานุช รัศมีจำรัส
บริษัท รักงานพิมพ์ จำกัด คุณฤทธิ์ เทพบุตร
ที่ปรึกษาประจำโครงการ อาจารย์สิทธิชัย เหลืองเรืองโรจน์
ที่ปรึกษาประจำโครงการ อาจารย์สุมนตรา จักรคำปิง

📌บรรยายหัวข้อ “การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจและแนวโน้มในอนาคต”
คุณวสุพล ธารกกาญจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ ไมโครซอฟท์
อาซัวร์ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย หัวข้อ “Digital with New normal” และ
คุณสถาพน พัฒนะคูหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาร์ทคอนแทรคท์
บลอกเชน สตูดิโอ จำกัด หัวข้อ “Digital : Practice and Cases”

💥ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/X9ZSQYXvoXgX99aZ8

📍หลังจากลงทะเบียนผ่านระบบแล้ว เจ้าหน้าที่จะจัดส่ง Link งานแถลงข่าวส่งไปยังอีเมลของท่าน หากท่านไม่ได้รับภายใน 24 ชั่วโมง
โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ โทร : 082-450-2615 , 062-646-8686 , 092-224-5633

💰ขอสินเชื่อ/แก้ไขหนี้/ที่ปรึกษาธุรกิจ 👩‍💻
10/09/2021

💰ขอสินเชื่อ/แก้ไขหนี้/ที่ปรึกษาธุรกิจ 👩‍💻

📢📢📢ด่วน!!!
ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร พื้นที่ 35 จังหวัดได้เฮ! สสว. - SME D Bank ขยายเวลายื่นกู้ถึง 12 ก.ย.นี้ หนุนเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ย 1% ต่อปี “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย”

📢 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะหน่วยร่วมดำเนิน “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย” วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ขยายระยะเวลาแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ออกไปจนถึงภายในวันที่ 12 กันยายน 2564 นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยพิเศษ 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 12 เดือน

📢📢 วงเงินกู้ บุคคลธรรมดา สูงสุด 3 แสนบาท นิติบุคคล สูงสุด 5 แสนบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายธุรกิจโรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮาต์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (Supply Chain) ได้แก่ ธุรกิจนำเที่ยว-ทัวร์ ธุรกิจคมนาคมขนส่ง ธุรกิจสปา และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก จำหน่ายสินค้าที่ระลึก ธุรกิจนันทนาการ และธุรกิจเพื่อความบันเทิง รวมถึงธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร ได้แก่ เครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ขนม เบเกอรี่ เป็นต้น

📢📢 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนำร่องเปิดการท่องเที่ยว และจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวม 35 จังหวัด หรือที่จะมีประกาศเพิ่มเติมในอนาคต โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาจากหลักฐานแบบแสดงการยื่นภาษี ภ.ง.ด.90 และการชำระภาษี ในปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่าเป็นฐาน ช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย

📢📢📢 ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจ ขอให้รีบดำเนินการแจ้งความประสงค์โดยเร็ว ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือคลิก https://qrgo.page.link/VF6Ka รวมถึง เว็บไซต์ SME D Bank (https://www.smebank.co.th/), Line OA : SME Development Bank และแอปพลิเคชั่น : SME D Bank สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357
#สสว #Osmep #ธพว #SmeDbank

10/09/2021

🎯” ตื่นตาตื่นใจกับสินค้ากว่า 500 รายการ
จากผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 150 ชีวิต
5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ "
.
จัดหนัก จัดเต็ม คัดสรรสินค้าดี มีคุณภาพไอเดียสร้างสรรค์ ครบทั้งแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า ของกิน อาหารคาวหวานน ของใช้ ของฝาก ของตกแต่งบ้าน

✨ พบกับ "จ๊ะจ๋า พริมรตา" และ "แจ็ค ไรเดอร์"
ช่วงแฟลชเซลล์ สินค้าดีราคาสุดพิเศษที่มมีเฉพาะในงานเท่านั้น

🚩 ตั้งแต่วันที่ 9 – 12 กันยายน 2564 เวลา 11.00 – 22.00 น.

ติดตาม Live ได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

ผ่านเฟซบุ๊กเพจ สสวconnext-ตลาดออนไลน์ 
(https://www.facebook.com/smeconnextonlinemarket/)

เพจ ของดี ของเด่น 5 จังหวัดชายแดนใต้ 

(https://www.facebook.com/5southsmes/)
.
🌟 มาร่วมอุดหนุนพี่น้องผู้ประกอบการไทยไปด้วยกัน

🌟

10/09/2021

“บอก เล่า เก้าสิบ กับปั้นดาว”

พาแหลงใต้ “ของใต้นิ ลองแลตะ” พบกับ "คุณจ๋า เน็ตไอดอล ร้อยรีวิว
จาก facebook เพจ อรุณี มาระโภชน์ (เอเลี่ยน'ฮีโร่)" ที่จะมาพาช้อปสินค้าจาก SME โซนภาคใต้ ห้ามพลาด! ปักหมุดพบกันที่นี่ 9 ก.ย. 2564 เวลา 20.00 น.
.
พร้อมนำเสนอสินค้าเด่น อาทิ
PD 33 สบู่เทียนดำ https://bit.ly/2YdWIRB
PD 43 น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น https://bit.ly/2VfIuhQ
PD 61 กระเป๋าเชือกกล้วย Ko Cho https://bit.ly/3tiQvPN
PD 62 สบู่ตาลโตนด https://bit.ly/3t2KE12
PD 65 ใยบวบขัดผิว https://bit.ly/3DApSKG
PD 70 ผ้าปาเต๊ะปักเลื่อมข้ออ้อย https://bit.ly/38ERXm9
PD 71 เดรส ผ้าปาเต๊ะ ปักลูกปัด https://bit.ly/3zMjhe3
PD 72 ผ้าบาวา ประดับคริสตัลแท้ https://bit.ly/3thwlWa
PD 73 เซรั่มส้มโอทับทิมสยาม https://bit.ly/3DAvaG2
.

หรือ ดูสินค้าเพิ่มเติมทั้งหมด คลิกเลย >>> https://www.lazada.co.th/sme2021
พบกับสินค้ากว่า 80 รายการ พร้อมรับส่วนลดสุดพิเศษ
เลือกช้อปจากร้านค้าใน LAZADA ช้อปสะดวก สั่งซื้อตรง ส่งถึงบ้าน
สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิด-19
ร่วมช้อปได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
.
#smeconnextmarket #ช้อปของดีSMEไทยไฟต์โควิด #smeonline #ปั้นดาว #lazada

Photos from สสวconnext-ตลาดออนไลน์'s post
10/09/2021

Photos from สสวconnext-ตลาดออนไลน์'s post

10/09/2021

KPI และ OKRs คืออะไร

ทุกวันนี้หลาย ๆ คน น่าจะรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่า KPI กันอยู่แล้ว สำหรับคนที่ทำงานในบริษัทสมัยใหม่หน่อยก็อาจจะเคยได้ยินคำว่า OKR กันมาบ้าง ซึ่งหลายที่มองว่าเป็น “หัวใจของการทำงานในสมัยใหม่” เลยทีเดียว แต่ทั้งสองอย่างนี้คืออะไรกัน วันนี้มีคำตอบ

KPI นั้นย่อมาจาก Key Performance Indicator คือ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กรหรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด เป็นการตีค่าการทำงานของพนักงานเอามาเป็นตัวเลขชัดเจน โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อให้องค์กรสามารถวัดผลการทำงาน และพนักงานก็จะได้เห็นทิศทางในการพัฒนาตัวเองในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมาก เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า KPI ตัวนี้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ เพราะหากประสิทธิภาพในการทำงานมีมาก หรือมีเท่ากับเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนดไว้ก็แสดงว่าการทำงานนั้นประสบความสำเร็จบรรลุผล

OKRs ย่อมาจาก Objectives and Key Results เป็นวิธีการตั้งเป้าหมายไปสู่ความสำเร็จขององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์หลัก (Objectives) ที่จะมีความสอดคล้องกันในทุก ๆ ระดับในองค์กร ตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงระดับพนักงาน โดยที่ผู้บริหารระดับสูงจะตั้ง OKRs ระดับองค์กรขึ้นมาก่อน จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้บุคลากรในระดับต่าง ๆ รวมถึงพนักงาน ตั้ง OKRs ทั้งของตนเองและหน่วยงานตนเอง ที่สอดคล้องกับ OKRs ของทั้งองค์กร เป็นระบบที่แสดงให้เห็นถึง Teamwork เพราะทุกฝ่ายประสานงานกัน เพื่อไปบรรลุเป้าหมาย และมีผลลัพธ์หลัก (Key Results) คือการกำหนดตัววัดผลที่เป็นวิธีการที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ โดยจะต้องปฏิบัติไปในทางเดียว เพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

คำถามสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักสงสัย คือ KPI กับ OKRs มีความแตกต่างกันอย่างไร จะขอสรุปความต่างที่เห็นได้ชัดเจนดังนี้

KPI
- เป้าหมายของตัวชี้วัดถูกตั้งขึ้นโดยองค์กรเป็นหลัก
- ตัวชี้วัดมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เมื่อตกลงกันแล้วจะคงระบบเดิมไว้
- มีผลโดยตรงต่อผลตอบแทนที่พนักงานได้รับ หรือที่เราเรียกว่า Compensation KPI
- สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ทั้งหมด เพราะจะเป็นตัวชี้วัดที่มีผลเป็นตัวเลขที่ชัดเจน
- KPI มักจะไม่ค่อยมีการทำงานประสานกัน มักจะเน้นแต่เฉพาะ KPIs ของตัวเอง
- การออกแบบจะเน้นในรูปแบบของ Top-Down เป็นหลัก คือผู้บริหารระดับสูงจะออกแบบตัววัดระดับองค์กร จนไปถึงระดับพนักงานด้วยตนเอง

OKRs
- พนักงานมีส่วนร่วมหรือเป็นคนตั้งเป้าหมาย OKRs ขององค์กร
- ท้าทายระบบการทำงานแบบเดิม และสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลาจึงทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ได้ง่ายกว่า
- ไม่มีผลต่อผลตอบแทนของพนักงานในแต่ละบุคคล
- ทีมสามารถควบคุมผลลัพธ์ของ OKR ได้เพียงบางส่วน เพราะเป็นการตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ก่อน
- OKRs จะทำให้เกิด Teamwork มากกว่า ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงาน
- การออกแบบจะเป็นรูปแบบผสมระหว่าง Top-Down กับ Bottom-Up ผู้บริหารระดับสูงจะตั้ง OKRs ระดับองค์กรขึ้นมาก่อน จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้บุคลากรในระดับต่าง ๆ ตั้ง OKRs ที่สอดคล้องกันทั้งองค์กร

หากทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้คงจะพอเห็นภาพกันแล้วใช่ไหมว่า KPI และ OKRs เหมือนและต่างกันอย่างไร กล่าวโดยสรุปก็คือ ทั้งสองตัวมีหน้าที่ในการวัดผลของการทำงานเหมือนกัน แต่ KPI เป็นการกำหนดเป้าหมายจากผู้บริหารมาสู่พนักงานในลักษณะ top down มีข้อดีตรงที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนและผลออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบ คำนวณต่อได้ง่าย แตกต่างจาก OKRs ที่มีความหลากหลายและเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดแลกเปลี่ยนเป้าหมาย ในลักษณะ two way ซึ่งตรงจุดนี้ถือว่าได้เปรียบ เพราะผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับตัวงานมากกว่า ย่อมมองเห็นปัญหา ทราบปัญหาที่แท้จริงขององค์กร และตั้งเป้าหมายเพื่อไปเติมเต็มจุดบอด หรือสิ่งที่ยังขาดไปขององค์กร เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้ไปโดนใจหลายองค์กรระดับโลก เช่น Google, Twitter, Intel, Uber หรือผู้ให้บริการเครือข่ายใหญ่ ๆ อย่าง AIS และ DTAC ให้เลือกใช้ OKRs ด้วยเหมือนกัน

ดังนั้นการวัดผลหรือการประเมินผลในการทำงานนั้น องค์กรควรวัดประสิทธิภาพของการทำงานหรือผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อการวางแผนกลยุทธ์หรือแนวทางในการทำงานต่อไป ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์กับบริษัทที่ได้วัดความสามารถของพนักงานแล้ว พนักงานเองก็ยังได้เห็นภาพรวมการทำงานที่ผ่านมา แล้วหาจุดที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นอีกด้วย

ที่มา : เพจ MyCloudFulfillment

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipromindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK

#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

09/09/2021

เมื่อโควิด-19 มา จะทำธุรกิจให้ทันยุคดิจิทัล ได้อย่างไร

ช่วงก่อนโควิด-19 การทำธุรกิจยังเป็นระบบอะนาล็อก คนครึ่งประเทศยังคุ้นชินกับการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ แต่เมื่อมีโควิด-19 ทุกภาคส่วนต่างก็หันเข้าสู่ออนไลน์ทั้งหมด

ฉะนั้นถ้าคุณกำลังทำธุรกิจอยู่ คุณควรมุ่งไปที่อันดับแรกเลยคือ E-Marketing การทำการตลาดทำให้คนรู้จัก ทำให้คนอยากได้ หลังจากนั้นคือการดึงคนเข้ามาในช่องทางของเรา นั่นคือ E-Commerce ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ หรืออาจจะเป็นช่องทางแชตก็ได้ เมื่อธุรกิจมีคนซื้อ ขาย จ่ายเรียบร้อยแล้ว ธุรกิจเราจะเป็นอย่างไรต่อ ก็ต้องกลับมาที่ E-Business ว่าธุรกิจเรามีการปรับตัวเองเป็นดิจิทัลหรือยัง ซอฟต์แวร์บัญชีมีไหม ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องคน หรือซอฟต์แวร์การบริหารจัดการเรื่องลูกค้า และเมื่อเราเปลี่ยนจากธุรกิจธรรมดากลายเป็น E-Business แล้ว มีประสิทธิภาพก็จะเกิดประสิทธิผลตามมา

เมื่อธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลได้แล้วเราควรวางแผน Framework ต้องดูว่าลูกค้าเราเป็นใคร ทุกวันนี้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปหรือยัง เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวบอกว่ากลยุทธ์ที่เราควรไปต่อคืออะไร เช่น เมื่อก่อนคุณขายรองเท้าส้นสูงอยู่ที่สยาม แต่ตอนนี้คนไม่เดินสยามแล้ว เพราะมันปิด เราก็ต้องดูว่าตอนนี้ลูกค้าผู้หญิงเขาไปซื้อรองเท้าที่ไหนกัน ต้องไปขายใน Instagram, Facebook หรือ Lazada หรือเปล่า ฉะนั้นกลยุทธ์อยู่ที่การปรับตัวของลูกค้า เมื่อลูกค้าเปลี่ยนไปแบบไหน เราต้องปรับตัวตามลูกค้าด้วยเหมือนกัน ซึ่งหากพฤติกรรมลูกค้าของเราเปลี่ยนไปอย่างไร ช่องว่างของปัญหาที่เขามีมันจะกลายเป็นกลยุทธ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการขาย วิธีการที่เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้า วิธีการซื้อสินค้า การบริการหลังการขาย การเก็บข้อมูล การรักษาความสัมพันธ์เพื่อทำให้เกิดการซื้อซ้ำ เป็นต้น การทำธุรกิจสมัยนี้เป็น Number Oriented คือทุกอย่างเป็นตัวเลขได้หมด เราต้องเริ่มจากการเซ็ตว่ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร ตั้ง KPI ขึ้นมาว่าเราจะมียอดขายเท่าไร ยอดขายออนไลน์จะมาจากช่องทางไหน ต้องมีงบในการลงโฆษณาออนไลน์เท่าไร ทุกอย่างต้องถูกเซ็ตด้วยกลุ่มเป้าหมาย แล้วตัวเลขเหล่านี้จะทำให้เห็นว่านี่คือไดเรกชั่นที่เราจะไป

พอมีสินค้าและบริการแล้วเราก็ต้องเตรียมช่องทางการขาย ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์เยอะมาก โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่องทางหลัก

1. Social Commerce หรือโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram
2. Marketplace เช่น Lazada, Shopee, JD
3. Owned Channel คือช่องทางของเราเอง เช่น เว็บไซต์

ซึ่งการเริ่มต้นจากการขายของบนโซเชียลมีเดียที่ดีที่สุด คือ Facebook และ Instagram เพราะไม่มีต้นทุน วิธีการแรกที่ง่ายที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินบูสต์โพสต์เลยก็คือ Live Commerce หรือการไลฟ์ขายของ หลาย ๆ คนจะเจอปัญหาว่าพอเริ่มนำธุรกิจเข้าสู่ออนไลน์แล้วไม่มีลูกค้า ไม่มีคนรู้จัก แล้วใครจะมาซื้อ สิ่งที่ควรทำคุณต้องเริ่มเข้าสู่คอมมูนิตี้ต่าง ๆ เช่น Facebook Group

และต่อมาคือ Chat Commerce เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัล การแชตคุยกับลูกค้าคือหัวใจของการค้าในยุคนี้ ไม่ว่าจะช่องทาง LINE หรือว่า Facebook Messenger เพราะเมื่อเปรียบเทียบ Chat Commerce กับช่องทาง E-Commerce พบว่า Chat Commerce เป็นช่องทางที่สามารถปิดการขายได้ดีที่สุด การที่คนเข้ามาใน Chat Commerce จำนวน 100 คน เราจะสามารถปิดการขายได้ถึง 20-30% เลยทีเดียว เยอะกว่าการที่ลูกค้าจะเข้ามาเลือกดูสินค้าแต่ละชิ้นด้วยตัวเองแล้วค่อยตัดสินใจ แต่การแชตคืออยากรู้อะไรมีคนตอบให้หมด ฉะนั้นจึงทำให้การปิดการขายทางแชตดีกว่าการขายทุกช่องทาง

นอกจากนั้นแล้วเราต้องกลับมาดูด้วยว่าภาพถ่ายสินค้าของเราดูแล้วน่าซื้อหรือไม่ ตรงนี้การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งก็สำคัญมาก ต้องให้เห็นภาพปุ๊บแล้วอยากซื้อเลย หลังจากทุกอย่างพร้อมเราก็เริ่มอัดมาร์เก็ตติ้งได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Facebook Ads เราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้เลยว่าต้องการคนแบบไหน หรืออีกวิธีหนึ่งคือ Influencer Marketing การจ้างคนนั้นคนนี้มาพูดถึงสินค้าของเรา ให้เขารีวิวให้ ให้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนพูดแทนเรา

ส่วนการคำนวณต้นทุนการตลาดออนไลน์ให้เหมาะสม งบมาร์เก็ตติ้งยิ่งต่ำยิ่งดี แต่ต่ำแล้วต้องมีประสิทธิภาพด้วย เราต้องรู้จักวิธีการปรับแต่ง (Optimize) ให้โฆษณาเรามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น คือจ่ายเท่าเดิม แต่ได้ยอดขายมากขึ้น เช่น การลงโฆษณาในโซเชียลมีเดีย การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่แคบลงแต่แม่นยำมากขึ้น จากเดิมเราอาจจะหว่านเงินเพื่อซื้อจำนวนลูกค้า ตอนนี้อาจจะต้องลองเปลี่ยนมาทำการตลาดกับลูกค้าใหม่ดูบ้าง

การหาลูกค้าใหม่ และไม่ละเลยลูกค้าเก่า ตามหลักการตลาดแล้วสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ #การตลาดสร้างลูกค้าใหม่คือการลงโฆษณาเพื่อให้คนที่ไม่เคยเจอเรามาก่อนได้เห็นสินค้าเรา และเมื่อเขาซื้อของแล้ว เราจะมีฐานข้อมูลของเขา มี Facebook มีแชต มีเบอร์โทร มีอีเมล์ ข้อมูลเหล่านี้จะพาเราเข้าสู่ #การตลาดในการรักษาลูกค้าเก่า ซึ่งเรียกว่า Retention Marketing ลูกค้าเก่าการซื้อซ้ำจะไม่ยาก แต่ลูกค้าใหม่จะต้องใช้เวลาตัดสินใจ ฉะนั้นวันนี้คุณต้องเริ่มมีการเก็บข้อมูลลูกค้า ถ้าคุณขายรองเท้าส้นสูง ทุก 6 เดือนคุณอาจจะมีสินค้าใหม่ ลองยิงแอดไปซ้ำคนเดิม พอเขาเห็นแล้วอาจจะกดซื้อเลย ไม่คิดมาก เพราะเคยซื้ออยู่แล้ว นี่คือการรักษาลูกค้าเก่าให้เกิดการซื้อซ้ำไปเรื่อยๆ โดยการใช้เครื่องมือทางการตลาดที่มีอยู่

และ ปัจจัยที่จะทำให้ E-Commerce ในยุคดิจิทัลประสบความสำเร็จ คือสินค้าและบริการที่คุณขาย ถ้าคุณขายของทั่วไปที่หาซื้อได้ง่าย ๆ ตามท้องตลาด สิ่งที่ต้องทำงานหนักคือเรื่องมาร์เก็ตติ้ง เพื่อที่จะพยายามเข้าถึงคนให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าสินค้าและบริการของคุณมีความแตกต่าง มาร์เก็ตติ้งจะเบาลง ความแตกต่างจะทำให้คุณได้เปรียบ แต่ถ้าเราขายสินค้าเหมือน ๆ กับคนอื่น ต้องสร้างความแตกต่างเรื่องบริการ สมมติปกติลูกค้าซื้อรองเท้าตอนช่วงโควิด-19 ครั้งละ 1 คู่ เราอาจจะสร้างความแตกต่างด้วยการให้ลูกค้าซื้อกี่คู่ก็ได้ แต่ถ้าใส่แล้วไม่ชอบก็ส่งคืนได้ เราคิดเงินเฉพาะคู่ที่คุณเลือก ตรงนี้คือของเหมือนกัน แต่เรามีบริการที่แตกต่าง นี่คือการปรับ Business Model

คำแนะนำสุดท้าย คือ “คำตอบอยู่ที่ลูกค้า” คุณอาจจะต้องไปนั่งคุยกับลูกค้า ว่าซื้อสินค้าเราไปแล้วเป็นอย่างไร วิกฤตครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้น คุณจะซื้อสินค้าเราอย่างไร คุณมีคำแนะนำอะไรบ้าง ซึ่งองค์ความรู้ต่าง ๆ มีอยู่แล้ว พร้อมให้คุณหยิบมาใช้ทันทีบนโลกออนไลน์ แต่จะใช้อย่างไร จะใช้เมื่อไร ใช้กับใคร “คำตอบอยู่ที่ลูกค้า” จงคุยกับลูกค้าให้มาก แล้วคุณจะได้กลยุทธ์ที่เอามาปรับธุรกิจของคุณให้อยู่รอดต่อไปได้

ที่มา : เว็บไซต์ thestandard

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipromindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK

#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี
Phetchaburi
76000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

032 400337

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สสว. ศูนย์ OSS เพชรบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สสว. ศูนย์ OSS เพชรบุรี:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Phetchaburi

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ฝากประชาสัมพันธ์ โครงการด้วยครับ หลังวิกฤตโควิด ....รายได้ลดลง ผู้คนตกงาน ธุรกิจบางส่วนต้องปิดตัวลง อยากรอด ต้องปรับเปลี่ยน และเสริมแกร่ง สมัครด่วน..โครงการปรับแผนกลยุทธ์องค์กรฝ่าวิกฤต (Survival Kit - Change2Shift) รับสมัคร SMEs ทั่วประเทศ 1. เรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง หาแนวทางแก้ปัญหาด้วยสูตร BPCDR กับกูรูเซียนธุรกิจระดับประเทศ รู้ลึก รู้จริง แก้ปัญหาใหญ่มามากมาย 2. สามารถฝากคำถามหาคำตอบจากระบบ IMAGINET chatbot จากทีมที่ปรึกษาในแขนงต่างๆ 24 ชั่วโมง 3. เสริมด้วย ทีมที่ปรึกษาเชิงลึกระดับ Turn Around พลิกธุรกิจจากวิกฤติให้รอดได้มามากกว่า 100 ธุรกิจ สมัครทันที วันนี้ ถึง 31 กค.นี้ หรือ จนกว่าที่นั่งจะเต็ม www.change2shift.com
สัมมนาฟรี สำหรับ ผู้ประกอบการอาหาร ขอ อย.อย่างไรให้ผ่านฉลุย 25 ก.ค. นี้ ที่โรงแรมธารามันตรา ชะอำรีสอร์ท เพชรบุรี สนใจลงทะเบียนสมัครได้ที่ http://goo.gl/forms/bcQAscA6M3TAJfYI2 หรือสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการปี 2560 ลงทะเบียนด่วน ได้ที่ http://www.smestrong.rmutt.ac.th/register_nfi.php