สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

เปิดเหมือนปกติ

ASEAN Cultural Center ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน
22/09/2020

ASEAN Cultural Center ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน

เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชมการแสดงนาฏศิลป์ “รามายณะ สองแผ่นดิน ๗๐ ปี ไทย-อินโดนีเซีย” ผ่านระบบออนไลน์ Live Broadcast โดยการสแกน QR Code ของกระทรวงวัฒนธรรม ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๙.๐๐ น.

ลำดับการแสดง
อินโดนีเซีย : พระรามยกศร-ลักสีดา (บันทึกการแสดง)
ไทย : ถวายพล-ข้ามสมุทร
อินโดนีเซีย : ศึกกุมภกรรณ (บันทึกการแสดง)
ไทย : ยกรบ-พระรามครองเมือง

สำนักการสังคีต กรมศิลปากรขอเชิญชมโขน เรื่องรามเกียรติ์  ชุด “ขุนยักษ์ผู้ภักดี”วันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน...
09/09/2020

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ขอเชิญชม

โขน เรื่องรามเกียรติ์
ชุด “ขุนยักษ์ผู้ภักดี”

วันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๓
เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติ

นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต
กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์

บัตรราคา ๒๐๐, ๑๕๐, ๑๐๐ บาท

วันเสาร์ที่ ๒๖ และวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๓ จำหน่ายบัตรวันที่ ๑๔ - ๒๔ กันยายน ๒๕๖๓
ซื้อบัตรชมการแสดงได้ที่เว็บไซต์​https://ntt.finearts.go.th/ และห้องจำหน่ายบัตรชมการแสดง วันแสดง (จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๒ ชั่วโมง)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ ๐ ๒๒๒๑ ๐๑๗๑ ในวันและเวลาราชการ

ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน "สามรัก สามร่าง"อมตะนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน "สามรัก สามร่าง" เป็นตอนต่อจาก ตอนไบ้า...
08/09/2020

ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน "สามรัก สามร่าง"
อมตะนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน "สามรัก สามร่าง" เป็นตอนต่อจาก ตอนไบ้านขุนวัง" ซึ่งมีเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม จากเมื่อครั้งที่อุปราชสอพินยาได้มีโอกาสพบและรู้จักจะเด็ดกับนันทวดีธิดาท่านขุนวัง ด้วยความสวยน่ารักของนางจึงทำให้อุปราชสอพินยาเกิดจิตเสน่หา ปฏิพัทหลงใหล และขอให้จะเด็ดเป็นพ่อสื่อ จะเด็ดเห็นว่าสอพินยากำลังลบหลู่ศักดิ์ศรีของหญิงตองอู จึงคิดอุบายที่จะให้บทเรียนแก่สอพินยา กับหมายจะลองใจนันทวดีซึ่งตัวเองก็หลงรัก ในช่วงเดียวกันนั้นมังตราราชบุรีมีความคิดถึงจะเด็ด จึงปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านพร้อมด้วยทหารที่ปลอมตัวมาตามหาจะเด็ดที่บ้านขุนวัง และที่นี่เองมังตราได้พบกับนันทวดีและสอพินยา โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเป็นองค์มังตราราชบุตร ทั้งนันทวดีก็ใช้วาจาว่ากล่าวมังตรา และขอให้สอพินยามาช่วยขับไล่ สอพินยาก็แสดงวาจา กิริยาอวดเบ่ง จนถึงขั้นใช้อาวุธ แต่มังตราก็ป้องกันไว้ได้ ขณะนั้นขุนวังและจะเด็ดกลับถึงบ้านพอดี ครั้นเห็นองค์มังตราจึงบอกให้ทุกคนรู้ มังตราไม่ได้ถือโทษ กลับเกิดหลงรักนันทวดี แล้วขอให้จะเด็ดเป็นสื่อให้ ซึ่งเรื่องราวความสนิทสนมระหว่างมังตราและจะเด็ดนั้น ก็ได้หารอดพ้นหูพ้นตาของสอพินยาและครูดาบไขลูไม่ ดังนั้นไขลูจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลมโดยอาสาสอพินยาว่าจะกำจัดจะเด็ดให้ได้

ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน "สามรัก สามร่าง"
อมตะนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน "สามรัก สามร่าง" เป็นตอนต่อจาก ตอนไบ้านขุนวัง" ซึ่งมีเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม จากเมื่อครั้งที่อุปราชสอพินยาได้มีโอกาสพบและรู้จักจะเด็ดกับนันทวดีธิดาท่านขุนวัง ด้วยความสวยน่ารักของนางจึงทำให้อุปราชสอพินยาเกิดจิตเสน่หา ปฏิพัทหลงใหล และขอให้จะเด็ดเป็นพ่อสื่อ จะเด็ดเห็นว่าสอพินยากำลังลบหลู่ศักดิ์ศรีของหญิงตองอู จึงคิดอุบายที่จะให้บทเรียนแก่สอพินยา กับหมายจะลองใจนันทวดีซึ่งตัวเองก็หลงรัก ในช่วงเดียวกันนั้นมังตราราชบุรีมีความคิดถึงจะเด็ด จึงปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านพร้อมด้วยทหารที่ปลอมตัวมาตามหาจะเด็ดที่บ้านขุนวัง และที่นี่เองมังตราได้พบกับนันทวดีและสอพินยา โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเป็นองค์มังตราราชบุตร ทั้งนันทวดีก็ใช้วาจาว่ากล่าวมังตรา และขอให้สอพินยามาช่วยขับไล่ สอพินยาก็แสดงวาจา กิริยาอวดเบ่ง จนถึงขั้นใช้อาวุธ แต่มังตราก็ป้องกันไว้ได้ ขณะนั้นขุนวังและจะเด็ดกลับถึงบ้านพอดี ครั้นเห็นองค์มังตราจึงบอกให้ทุกคนรู้ มังตราไม่ได้ถือโทษ กลับเกิดหลงรักนันทวดี แล้วขอให้จะเด็ดเป็นสื่อให้ ซึ่งเรื่องราวความสนิทสนมระหว่างมังตราและจะเด็ดนั้น ก็ได้หารอดพ้นหูพ้นตาของสอพินยาและครูดาบไขลูไม่ ดังนั้นไขลูจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลมโดยอาสาสอพินยาว่าจะกำจัดจะเด็ดให้ได้

ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน "พระสุธนเลือกคู่"พระสุธนเลือกคู่ เป็นการแสดงตอนหนึ่งในละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ซึ่งแสดงให้เห็...
08/09/2020

ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน "พระสุธนเลือกคู่"
พระสุธนเลือกคู่ เป็นการแสดงตอนหนึ่งในละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักที่ต่างเพศเผ่าพันธุ์ ต่างดินแดน เช่นความรักของพระสุธนผู้เป็นมนุษย์กับนางมโนห์รากินรี สัตว์ประเภทครึ่งคนครึ่งนก แต่ทั้งคู่ก็ยังรักผูกพันกันอย่างมั่นคงได้ ทั้งนี้โดยเหตุบังเอิญของนาย บุณ พรานป่าผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าฝูงนางกินรีจะบินจากยอดเขาไกรลาสลงมาเล่นน้ำที่สระโบกขรณีกลางป่าหิมพานต์ทุกๆวันเพ็ญ พรานบุณจึงไปขอบ่วงนาคจากท้าวชมพูจิตเจ้าเมืองบาดาลมาคอยดักจับนางและในที่สุดก็จับได้นางมโนห์รา และนำไปถวายพระสุธนยุพราชแห่งเมืองปัญจาล ซึ่งขณะนั้นเสด็จมาประพาสป่า เมื่อทั้งคู่แรกพบสบตากันพระสุธนก็หลงเสน่หานางมโนห์รายิ่งนัก จึงพากลับเข้าบ้านเมืองและอภิเษกนางให้เป็นมเหสี นางกินรีได้พบรักแท้แต่ต้องแพ้อุปสรรค เพราะจะถูกจับตัวบูชายัญ ขณะที่พระสุธนไปปราบศึก ด้วยความเฉลียวฉลาดนางจึงบินหนีกลับนครไกรลาศได้ อันเป็นเหตุให้พระสุธนต้องเดินทาง ฝ่าแดนดงกันดารเป็นเวลาถึง ๗ ปี ๗ เดือนกับอีก ๗ วัน เพื่อติดตามมาจนถึงนครไกรลาส ได้เข้าเฝ้าท้าวทุมราชและพระมเหสี แจ้งความประสงค์ขอรับนางมโนห์รากลับไปยังบ้านเมืองของตน ท้าวทุมราชจึงให้พระสุธนเลือกพระธิดาทั้ง ๗ องค์ ว่าคนไหนคือนางมโนห์รา พระสุธนเห็นพระธำมรงค์ที่เคยมอบไว้ให้จึงเลือกได้ถูกต้อง ท้าวทุมจึงราชยกนางมโนห์ราให้เป็นคู่ครอง

ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน "พระสุธนเลือกคู่"
พระสุธนเลือกคู่ เป็นการแสดงตอนหนึ่งในละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักที่ต่างเพศเผ่าพันธุ์ ต่างดินแดน เช่นความรักของพระสุธนผู้เป็นมนุษย์กับนางมโนห์รากินรี สัตว์ประเภทครึ่งคนครึ่งนก แต่ทั้งคู่ก็ยังรักผูกพันกันอย่างมั่นคงได้ ทั้งนี้โดยเหตุบังเอิญของนาย บุณ พรานป่าผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าฝูงนางกินรีจะบินจากยอดเขาไกรลาสลงมาเล่นน้ำที่สระโบกขรณีกลางป่าหิมพานต์ทุกๆวันเพ็ญ พรานบุณจึงไปขอบ่วงนาคจากท้าวชมพูจิตเจ้าเมืองบาดาลมาคอยดักจับนางและในที่สุดก็จับได้นางมโนห์รา และนำไปถวายพระสุธนยุพราชแห่งเมืองปัญจาล ซึ่งขณะนั้นเสด็จมาประพาสป่า เมื่อทั้งคู่แรกพบสบตากันพระสุธนก็หลงเสน่หานางมโนห์รายิ่งนัก จึงพากลับเข้าบ้านเมืองและอภิเษกนางให้เป็นมเหสี นางกินรีได้พบรักแท้แต่ต้องแพ้อุปสรรค เพราะจะถูกจับตัวบูชายัญ ขณะที่พระสุธนไปปราบศึก ด้วยความเฉลียวฉลาดนางจึงบินหนีกลับนครไกรลาศได้ อันเป็นเหตุให้พระสุธนต้องเดินทาง ฝ่าแดนดงกันดารเป็นเวลาถึง ๗ ปี ๗ เดือนกับอีก ๗ วัน เพื่อติดตามมาจนถึงนครไกรลาส ได้เข้าเฝ้าท้าวทุมราชและพระมเหสี แจ้งความประสงค์ขอรับนางมโนห์รากลับไปยังบ้านเมืองของตน ท้าวทุมราชจึงให้พระสุธนเลือกพระธิดาทั้ง ๗ องค์ ว่าคนไหนคือนางมโนห์รา พระสุธนเห็นพระธำมรงค์ที่เคยมอบไว้ให้จึงเลือกได้ถูกต้อง ท้าวทุมจึงราชยกนางมโนห์ราให้เป็นคู่ครอง

การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด "ท้าวเวสสุวัณ"เรื่องราวของท้าวเวสสุวัณ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู...
08/09/2020

การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด "ท้าวเวสสุวัณ"
เรื่องราวของท้าวเวสสุวัณ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวไว้ว่า เป็นบุตรพระฤษีวิศระวัส (วิศราวะ) กับนางธาดาหรือเทพวรรณี ธิดาพระภารทวาชมหาฤาษี ตั้งแต่กำเนิดมามีร่างกายไม่งดงามจึงมีอีกนามหนึ่งว่า กุเวร หมายถึง ตัวขี้ริ้ว อาศัยอยู่ยังป่าหิมพานต์ เมื่อเจริญวัย ได้บำเพ็ญตบะอยู่หลายพันปี พระพรหมและพระอินทร์จึงพากันเสด็จลงมาโปรด ท้าวเวสสุวัณขอพรให้ตนมีฤทธิ์อำนาจเป็นผู้ดูแลครอบงำมนุษย์โลก พระพรหมประทานพรให้ตามที่ขอ และมอบหน้าที่ให้เป็นโลกบาลประจำทิศอุดร (ทิศเหนือ) แล้วยังประธานบุษบกวิเศษให้สำหรับใช้เดินทางไปในอากาศตามต้องการ พระอินทร์เชิญให้ไปประทับยังพิมานชั้นจาตุมหาราชิกา เพราะเป็นที่สถิตของท้าวโลกบาลอีก ๒ องค์ คือพระวรุณและพระยม แต่ท้าวเวสสุวัณขอผัดผ่อน โดยให้เหตุผลว่าต้องการอยู่ปรนนิบัติพระบิดาที่ชรามากแล้วไปจนกว่าจะละสังขาร ต่อมาพระวิศรวัสผู้เป็นพระบิดาแนะนำให้ไปอยู่เมืองลงกา ซึ่งพระวิศณุกรรมได้สร้างขึ้นไว้ในปางก่อน เพื่อเป็นที่อยู่ของพวกรากษส แต่ได้ทิ้งร้างหนีไปอยู่บาดาลเพราะเกรงเดชพระนารายณ์ อยู่มามีพญารากษสตนหนึ่งชื่อท้าวสุมาลี ซึ่งถูกพระนารายณ์ขับไล่ลงไปอยู่บาดาลได้ขึ้นมาเยี่ยมโลกมนุษย์ เห็นท้าวกุเวรขึ้นบุษบกลอยไปในอากาศเพื่อไปเฝ้าพระบิดาก็มีใจริษยา จึงคิดอุบายแย่งชิงและเอาพระนครลงกาคืน โดยใช้ให้ธิดาชื่อ"ไกกะสี" บางตำราว่าชื่อ "นิกษา" ไปยั่วยวนพระฤษีวิศรวัส จนเป็นที่พอใจรับนางไว้เป็นชายาให้กำเนิดบุตรธิดา คือ ท้าวราพณ์(ทศกัณฐ์) กุมภกรรณ พิเภษณ์(พิเภก) และนางศูรปนขา(สำมนักขา) นางไกกะสีมีความอิจฉาและเกลียดแค้นท้าวเวสสุวัณ เมื่อเห็นไปเฝ้า พระบิดาจึงยุยงเท้าราพณ์ให้คิดแข่งกับเวสสุวัณ ท้าวราพณ์กับ ๒ อนุชา จึงพากันไปร่ำเรียนศิลปศาสตร์ยังสำนักพระฤาษีโคกรณมุนี ( ในรามเกียรติ์คือพระฤาษีโคบุตร) ได้บำเพ็ญพรตและทุกกิริยาต่างๆถึงพันปีจนพระพรหมเมตตาประทานพรให้หลายประการ เมื่อท้าวราพณ์มีฤทธิ์อำนาจ จึงไปชิงเอาเมืองลงกาและบุษบกท้าวเวสสุวัณ ท้าวเวสสุวัณสู้ท้าวราพณ์น้องชายไม่ได้จึงหลบหนีภัยออกมาจากกรุงลงกาแรมรอนหลบซ่อนมาในป่าแทบสิ้นชีวิต จากนั้นได้วิงวอนขอให้เทพยดาปกปักคุ้มครองจนพระพรหมได้มาปปรากฏกายช่วยเหลืออีกครั้ง ด้วยเห็นความทุกข์ยากของท้าวเวสสุวัณ โดยบัญชาให้พระวิศณุกรรมไปสร้างเมืองใหม่ ให้ทางทิศอุดรชื่อว่า อลกา หรือมีชื่อเรียกอื่นๆบ้างว่า "ประภา" หรือ"วสุสถลี" (วสุธา)
เมืองอลกาเป็นเมืองทิพย์มีอุทยานวิเศษรโหฐานชื่อว่าเจตระรถ หรือ เจตรถ อยู่บนเขามันทร อันต่อเนื่องกับเขาพระสุเมรุ พระนครและสวนขวัญเป็นรมณียะสถานสำราญ ผู้ที่อยู่ในที่นั้น จะปราศจากโรค ความเหน็ดเหนื่อย ความวิตก ความหิว และไม่กลัวเกรงภัยต่างๆ มีอายุยืนถึงหมื่นปี ต้นไม้มีใบเป็นผ้าเนื้อดี มีดอกเป็นมณีมีค่า และมีผลออกมาเป็นนารี (นารีผล) เหล่าข้าบาทบริจาในเมืองอลกา ล้วนแต่เป็นกินนร กินรี จึงมีนามเรียกอีกว่า "มยุราช" (เจ้าแห่งมยุ คือกินนร) นอกจากนี้พระพรหมยังประทานให้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์สินทั้งหลายบนแผ่นดินโลกมนุษย์ จึงมีนามอีกนามหนึ่งว่า "ธนบดี" (หมายถึงเจ้าแห่งทรัพย์ทั้งหลาย) และให้อยู่เป็นอมฤต (ไม่มีตาย) ท้าวเวสสุวัณมีมเหสีเป็นยักษิณี ชื่อจารวี หรือ ฤทธีบุตรีมุราสูร มีโอรส ๒ ตน คือ มณีครีพหรือวรรณกวี และนลกุพรหรือมยุราช มีธิดา ๑ ตนชื่อ มีนากษี(ตาปลา)
การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด"ท้าวเวสสุวัณ" จัดทำบทโดยนายจรัญ พูนลาภ บรรจุเพลงโดยนายสมชาย ทับพร ตรวจ/แก้ไขโดยนายประสาท ทองอร่าม

การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด "ท้าวเวสสุวัณ"
เรื่องราวของท้าวเวสสุวัณ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวไว้ว่า เป็นบุตรพระฤษีวิศระวัส (วิศราวะ) กับนางธาดาหรือเทพวรรณี ธิดาพระภารทวาชมหาฤาษี ตั้งแต่กำเนิดมามีร่างกายไม่งดงามจึงมีอีกนามหนึ่งว่า กุเวร หมายถึง ตัวขี้ริ้ว อาศัยอยู่ยังป่าหิมพานต์ เมื่อเจริญวัย ได้บำเพ็ญตบะอยู่หลายพันปี พระพรหมและพระอินทร์จึงพากันเสด็จลงมาโปรด ท้าวเวสสุวัณขอพรให้ตนมีฤทธิ์อำนาจเป็นผู้ดูแลครอบงำมนุษย์โลก พระพรหมประทานพรให้ตามที่ขอ และมอบหน้าที่ให้เป็นโลกบาลประจำทิศอุดร (ทิศเหนือ) แล้วยังประธานบุษบกวิเศษให้สำหรับใช้เดินทางไปในอากาศตามต้องการ พระอินทร์เชิญให้ไปประทับยังพิมานชั้นจาตุมหาราชิกา เพราะเป็นที่สถิตของท้าวโลกบาลอีก ๒ องค์ คือพระวรุณและพระยม แต่ท้าวเวสสุวัณขอผัดผ่อน โดยให้เหตุผลว่าต้องการอยู่ปรนนิบัติพระบิดาที่ชรามากแล้วไปจนกว่าจะละสังขาร ต่อมาพระวิศรวัสผู้เป็นพระบิดาแนะนำให้ไปอยู่เมืองลงกา ซึ่งพระวิศณุกรรมได้สร้างขึ้นไว้ในปางก่อน เพื่อเป็นที่อยู่ของพวกรากษส แต่ได้ทิ้งร้างหนีไปอยู่บาดาลเพราะเกรงเดชพระนารายณ์ อยู่มามีพญารากษสตนหนึ่งชื่อท้าวสุมาลี ซึ่งถูกพระนารายณ์ขับไล่ลงไปอยู่บาดาลได้ขึ้นมาเยี่ยมโลกมนุษย์ เห็นท้าวกุเวรขึ้นบุษบกลอยไปในอากาศเพื่อไปเฝ้าพระบิดาก็มีใจริษยา จึงคิดอุบายแย่งชิงและเอาพระนครลงกาคืน โดยใช้ให้ธิดาชื่อ"ไกกะสี" บางตำราว่าชื่อ "นิกษา" ไปยั่วยวนพระฤษีวิศรวัส จนเป็นที่พอใจรับนางไว้เป็นชายาให้กำเนิดบุตรธิดา คือ ท้าวราพณ์(ทศกัณฐ์) กุมภกรรณ พิเภษณ์(พิเภก) และนางศูรปนขา(สำมนักขา) นางไกกะสีมีความอิจฉาและเกลียดแค้นท้าวเวสสุวัณ เมื่อเห็นไปเฝ้า พระบิดาจึงยุยงเท้าราพณ์ให้คิดแข่งกับเวสสุวัณ ท้าวราพณ์กับ ๒ อนุชา จึงพากันไปร่ำเรียนศิลปศาสตร์ยังสำนักพระฤาษีโคกรณมุนี ( ในรามเกียรติ์คือพระฤาษีโคบุตร) ได้บำเพ็ญพรตและทุกกิริยาต่างๆถึงพันปีจนพระพรหมเมตตาประทานพรให้หลายประการ เมื่อท้าวราพณ์มีฤทธิ์อำนาจ จึงไปชิงเอาเมืองลงกาและบุษบกท้าวเวสสุวัณ ท้าวเวสสุวัณสู้ท้าวราพณ์น้องชายไม่ได้จึงหลบหนีภัยออกมาจากกรุงลงกาแรมรอนหลบซ่อนมาในป่าแทบสิ้นชีวิต จากนั้นได้วิงวอนขอให้เทพยดาปกปักคุ้มครองจนพระพรหมได้มาปปรากฏกายช่วยเหลืออีกครั้ง ด้วยเห็นความทุกข์ยากของท้าวเวสสุวัณ โดยบัญชาให้พระวิศณุกรรมไปสร้างเมืองใหม่ ให้ทางทิศอุดรชื่อว่า อลกา หรือมีชื่อเรียกอื่นๆบ้างว่า "ประภา" หรือ"วสุสถลี" (วสุธา)
เมืองอลกาเป็นเมืองทิพย์มีอุทยานวิเศษรโหฐานชื่อว่าเจตระรถ หรือ เจตรถ อยู่บนเขามันทร อันต่อเนื่องกับเขาพระสุเมรุ พระนครและสวนขวัญเป็นรมณียะสถานสำราญ ผู้ที่อยู่ในที่นั้น จะปราศจากโรค ความเหน็ดเหนื่อย ความวิตก ความหิว และไม่กลัวเกรงภัยต่างๆ มีอายุยืนถึงหมื่นปี ต้นไม้มีใบเป็นผ้าเนื้อดี มีดอกเป็นมณีมีค่า และมีผลออกมาเป็นนารี (นารีผล) เหล่าข้าบาทบริจาในเมืองอลกา ล้วนแต่เป็นกินนร กินรี จึงมีนามเรียกอีกว่า "มยุราช" (เจ้าแห่งมยุ คือกินนร) นอกจากนี้พระพรหมยังประทานให้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์สินทั้งหลายบนแผ่นดินโลกมนุษย์ จึงมีนามอีกนามหนึ่งว่า "ธนบดี" (หมายถึงเจ้าแห่งทรัพย์ทั้งหลาย) และให้อยู่เป็นอมฤต (ไม่มีตาย) ท้าวเวสสุวัณมีมเหสีเป็นยักษิณี ชื่อจารวี หรือ ฤทธีบุตรีมุราสูร มีโอรส ๒ ตน คือ มณีครีพหรือวรรณกวี และนลกุพรหรือมยุราช มีธิดา ๑ ตนชื่อ มีนากษี(ตาปลา)
การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด"ท้าวเวสสุวัณ" จัดทำบทโดยนายจรัญ พูนลาภ บรรจุเพลงโดยนายสมชาย ทับพร ตรวจ/แก้ไขโดยนายประสาท ทองอร่าม

การแสดงอำนวยพร ชุด "นาฏยะเทวะสตรี"การแสดงสร้างสรรค์แนวอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยแบบดั้งเดิมจัดอยู่ในประเภทการแสดงอำนวยพรหรืออวย...
08/09/2020

การแสดงอำนวยพร ชุด "นาฏยะเทวะสตรี"
การแสดงสร้างสรรค์แนวอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยแบบดั้งเดิมจัดอยู่ในประเภทการแสดงอำนวยพรหรืออวยพร ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง ใช้ท่ารำตีบท หรือใช้บทประกอบบทร้องซึ่งประพันธ์ขึ้นใหม่ และท่ารำประกอบเพลงหน้าพาทย์ โดยมีแนวคิดที่จะแสดงให้เห็นพระบารมีและอำนาจ ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสตรี อันหมายถึงเทวดาผู้หญิง บุคลาธิษฐานแห่งธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของเพศหญิงในฐานะผู้ให้กำเนิด อันเป็นที่นับถือในสังคมไทยมาแต่โบราณ ซึ่งเชื่อว่าอาจดลบันดาลให้เกิดความสมบูรณ์ความเจริญงอกงามของพืชพันธุ์ธัญญาหาร และให้ความคุ้มครองแก่มวลมนุษย์ สรรพสัตว์ ตลอดจนสิ่งของ
เทวะสตรีสูงศักดิ์หลายพระองค์ เป็นผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ต่างๆ ทำหน้าที่สร้างและทำลาย ดูแลให้ความสุข ความทุกข์ แก่มนุษย์และสรรพสัตว์ เป็นเทวดาผู้หญิงในฐานะผู้ช่วยเหลือเกื้อกูลบรรเทาภาระกิจให้มหาเทพเจ้า เทพารักษ์ ซึ่งเป็นเทวดาผู้ชาย ผู้มีอำนาจคุ้มครองและบันดาลให้เกิดความสมบูรณ์ ความเจริญงอกงามแก่มวลมนุษย์โลก
การแสดงชุดนี้ได้สมมติให้นาฏศิลปินฝ่ายหญิง รับบทบาทเป็นเทวะสตรีหรือเทวดาผู้หญิง ผู้ดูแลทิศทั้ง ๘ เห็นความทุกข์ยากอันเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ กำลังเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรง น้ำ พืชพันธุ์ธัญญาหารเกิดความแห้งแล้ง ไม่สมบูรณ์ จึงพร้อมกันขึ้นไปเฝ้าพระอุมามหาเทพเทวี ผู้เป็นมารดาแห่งไตรโลกให้ทรงช่วยเหลือ พระอุมาทราบว่าขณะนี้ พระมหาเทพทั้งสามพระองค์ คือ พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ต่างตรงกำลังบำเพ็ญยาน มิอาจไปกราบทูลรบกวนให้ทรงพระเมตตาลงมาช่วยเหลือได้ จึงได้เชิญพระลักษมีชายาพระนารายณ์ พระสุรัสวดีชายาพระพรหม พระอินทราณีชายาพระอินทร์ ผู้เป็นมหาเทพสตรีสูงศักดิ์ มาชุมนุมพร้อมทั้งเทวะสตรีผู้มีหน้าที่รักษาธรรมชาติเกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์ ได้แก่ พระแม่ธรณีผู้ดูแลรักษาแผ่นดิน พระแม่คงคาผู้ดูแลรักษาน้ำ พระแม่โพสพ ผู้ดูแลรักษาพืชพันธุ์ธัญญาหาร รวมทั้งเทวะสตรีผู้ดูแลรักษาทิศทั้ง ๘ ให้ร่วมกันร่ายรำบูชามหาเทพทั้งสามพระองค์ ให้ทรงรับรู้และโปรดแสดงมหาฤทธานุภาพปราบโพยภัย ขจัดโรคร้าย บันดาลความเจริญงอกงามให้ธรรมชาติในโลกมนุษย์ ทุกสรรพสิ่งบังเกิดความพิพัฒนสิริสวัสดิ์อุดมสมบูรณ์
การแสดงเทพอำนวยพร ชุด "นาฏยะเทวะสตรี"นี้ ประพันธ์บทโดยนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ชำนาญการด้านศิลปะการแสดง บรรจุเพลงโดยนายไชยะ ทางมีศรี ผู้ชำนาญการด้านดนตรีไทย กรมศิลปากร ประดิษฐ์ท่ารำโดยนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ นางศิริวรรณ อาจมังกร นาฏศิลปินอาวุโส และนางสาวมณีรัตน์ มุ่งดี นาฏศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

การแสดงอำนวยพร ชุด "นาฏยะเทวะสตรี"
การแสดงสร้างสรรค์แนวอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยแบบดั้งเดิมจัดอยู่ในประเภทการแสดงอำนวยพรหรืออวยพร ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง ใช้ท่ารำตีบท หรือใช้บทประกอบบทร้องซึ่งประพันธ์ขึ้นใหม่ และท่ารำประกอบเพลงหน้าพาทย์ โดยมีแนวคิดที่จะแสดงให้เห็นพระบารมีและอำนาจ ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสตรี อันหมายถึงเทวดาผู้หญิง บุคลาธิษฐานแห่งธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของเพศหญิงในฐานะผู้ให้กำเนิด อันเป็นที่นับถือในสังคมไทยมาแต่โบราณ ซึ่งเชื่อว่าอาจดลบันดาลให้เกิดความสมบูรณ์ความเจริญงอกงามของพืชพันธุ์ธัญญาหาร และให้ความคุ้มครองแก่มวลมนุษย์ สรรพสัตว์ ตลอดจนสิ่งของ
เทวะสตรีสูงศักดิ์หลายพระองค์ เป็นผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ต่างๆ ทำหน้าที่สร้างและทำลาย ดูแลให้ความสุข ความทุกข์ แก่มนุษย์และสรรพสัตว์ เป็นเทวดาผู้หญิงในฐานะผู้ช่วยเหลือเกื้อกูลบรรเทาภาระกิจให้มหาเทพเจ้า เทพารักษ์ ซึ่งเป็นเทวดาผู้ชาย ผู้มีอำนาจคุ้มครองและบันดาลให้เกิดความสมบูรณ์ ความเจริญงอกงามแก่มวลมนุษย์โลก
การแสดงชุดนี้ได้สมมติให้นาฏศิลปินฝ่ายหญิง รับบทบาทเป็นเทวะสตรีหรือเทวดาผู้หญิง ผู้ดูแลทิศทั้ง ๘ เห็นความทุกข์ยากอันเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ กำลังเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรง น้ำ พืชพันธุ์ธัญญาหารเกิดความแห้งแล้ง ไม่สมบูรณ์ จึงพร้อมกันขึ้นไปเฝ้าพระอุมามหาเทพเทวี ผู้เป็นมารดาแห่งไตรโลกให้ทรงช่วยเหลือ พระอุมาทราบว่าขณะนี้ พระมหาเทพทั้งสามพระองค์ คือ พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ต่างตรงกำลังบำเพ็ญยาน มิอาจไปกราบทูลรบกวนให้ทรงพระเมตตาลงมาช่วยเหลือได้ จึงได้เชิญพระลักษมีชายาพระนารายณ์ พระสุรัสวดีชายาพระพรหม พระอินทราณีชายาพระอินทร์ ผู้เป็นมหาเทพสตรีสูงศักดิ์ มาชุมนุมพร้อมทั้งเทวะสตรีผู้มีหน้าที่รักษาธรรมชาติเกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์ ได้แก่ พระแม่ธรณีผู้ดูแลรักษาแผ่นดิน พระแม่คงคาผู้ดูแลรักษาน้ำ พระแม่โพสพ ผู้ดูแลรักษาพืชพันธุ์ธัญญาหาร รวมทั้งเทวะสตรีผู้ดูแลรักษาทิศทั้ง ๘ ให้ร่วมกันร่ายรำบูชามหาเทพทั้งสามพระองค์ ให้ทรงรับรู้และโปรดแสดงมหาฤทธานุภาพปราบโพยภัย ขจัดโรคร้าย บันดาลความเจริญงอกงามให้ธรรมชาติในโลกมนุษย์ ทุกสรรพสิ่งบังเกิดความพิพัฒนสิริสวัสดิ์อุดมสมบูรณ์
การแสดงเทพอำนวยพร ชุด "นาฏยะเทวะสตรี"นี้ ประพันธ์บทโดยนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ชำนาญการด้านศิลปะการแสดง บรรจุเพลงโดยนายไชยะ ทางมีศรี ผู้ชำนาญการด้านดนตรีไทย กรมศิลปากร ประดิษฐ์ท่ารำโดยนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ นางศิริวรรณ อาจมังกร นาฏศิลปินอาวุโส และนางสาวมณีรัตน์ มุ่งดี นาฏศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

ภาพการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี รายการ"ศรีสุขนาฏกรรม ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓" จัดแสดงวันเสาร์ที่ ๒๙ และวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ...
07/09/2020

ภาพการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี รายการ"ศรีสุขนาฏกรรม ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓" จัดแสดงวันเสาร์ที่ ๒๙ และวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติ พระนคร

รายการแสดง ประกอบด้วย
๑ การแสดงอำนวยพร ชุด “นาฏยะเทวะสตรี”
๒. การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด “ท้าวเวสสุวัณ”
๓. ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน “พระสุธนเลือกคู่”
๔. ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน “สามรัก สามร่าง”

นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต
อำนวยการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์

ภาพการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี รายการ"ศรีสุขนาฏกรรม ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓" จัดแสดงวันเสาร์ที่ ๒๙ และวันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติ พระนคร

รายการแสดง ประกอบด้วย
๑ การแสดงอำนวยพร ชุด “นาฏยะเทวะสตรี”
๒. การแสดงเบิกโรง เรื่องเทวะนิยาย ชุด “ท้าวเวสสุวัณ”
๓. ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน “พระสุธนเลือกคู่”
๔. ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอน “สามรัก สามร่าง”

นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต
อำนวยการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์

ที่อยู่

เลขที่ 2 ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622216532

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักการสังคีต กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักการสังคีต กรมศิลปากร:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด