กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร

กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่และความ รับผิดชอบในการกำหนดโครงการ เป้าหมาย วัตถุประสงค์และแผนงานประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรม/กระทรวง ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านศิลปวัฒนธรรมแก่สื่อมวลชนและหน่วยงาน ต่างๆ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจและกิจกรรมของหน่วยงาน จัดทำและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารหนังสือทางวิชาการต่างๆ ของกรมศิลปากรในรูปแบบต่างๆ เช่น หนังสืออันทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม นิตยสาร เอกสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ จัดกิจกรรมเผยแพร่งานด้านศิลปวัฒนธรรม และผลิตสื่อเพื่อการเผยแพร่ในรูปแบบของรายการวิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ ดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมให้หน่วยงาน และประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นศูนย์กลางการประสานงานเผยแพร่ข้อมูลและกิจกรรมของกรม และให้บริการการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและการดำเนินการของกรม แก่หน่วยงานและบุคคลภายนอก
(208)

เปิดเหมือนปกติ

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๓ บรรยากาศนักท่องเที่ยวเข้าชมโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จำนวนทั้งสิ้น ๑,๒๖๔ คน...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๓ บรรยากาศนักท่องเที่ยวเข้าชมโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จำนวนทั้งสิ้น ๑,๒๖๔ คน (แบ่งเป็นชาวไทย จำนวน ๑,๒๓๘ คน และชาวต่างชาติ จำนวน ๒๖ คน)

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๓ บรรยากาศนักท่องเที่ยวเข้าชมโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จำนวนทั้งสิ้น ๑,๒๖๔ คน (แบ่งเป็นชาวไทย จำนวน ๑,๒๓๘ คน และชาวต่างชาติ จำนวน ๒๖ คน)

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี มีผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้นจำนวน ๒๙ คน(เป็นชาวไทยทั้งหมด)
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี
มีผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้นจำนวน ๒๙ คน
(เป็นชาวไทยทั้งหมด)

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี
มีผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้นจำนวน ๒๙ คน
(เป็นชาวไทยทั้งหมด)

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓- มีผู้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จำนวน ๑,๔๓๘ คน (ชาวไทย ๑,๔๓๖ คน ชาวต่างชาติ ๒ คน)- มีผ...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
- มีผู้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จำนวน ๑,๔๓๘ คน (ชาวไทย ๑,๔๓๖ คน ชาวต่างชาติ ๒ คน)
- มีผู้เข้าชมปราสาทเมืองต่ำ จำนวน ๒๙๗ คน (ชาวไทย ๒๙๗ คน ชาวต่างชาติไม่มี)
- รวมทั้งสิ้น ๑,๗๓๕ คน

เวลา ๐๙.๓๐ น. คณะครูนักเรียน โรงเรียนบ้านดวนใหญ่ (ลีราษฎร์วัฒนา) อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๑๓๒ คน เข้าศึกษาและเยี่ยมชมปราสาทพนมรุ้ง (นำชม/รายงานโดย นายเทอด คะเชนทร) และเวลา ๑๑.๐๐ น. เข้าศึกษาและเยี่ยมชมปราสาทเมืองต่ำ (นำชม/รายงานโดย นายรณชัย ดำประภา)

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
- มีผู้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จำนวน ๑,๔๓๘ คน (ชาวไทย ๑,๔๓๖ คน ชาวต่างชาติ ๒ คน)
- มีผู้เข้าชมปราสาทเมืองต่ำ จำนวน ๒๙๗ คน (ชาวไทย ๒๙๗ คน ชาวต่างชาติไม่มี)
- รวมทั้งสิ้น ๑,๗๓๕ คน

เวลา ๐๙.๓๐ น. คณะครูนักเรียน โรงเรียนบ้านดวนใหญ่ (ลีราษฎร์วัฒนา) อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๑๓๒ คน เข้าศึกษาและเยี่ยมชมปราสาทพนมรุ้ง (นำชม/รายงานโดย นายเทอด คะเชนทร) และเวลา ๑๑.๐๐ น. เข้าศึกษาและเยี่ยมชมปราสาทเมืองต่ำ (นำชม/รายงานโดย นายรณชัย ดำประภา)

วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๖.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะ...
01/11/2020

วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๖.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกรมศิลปากร ร่วมพิธีตักบาตรรับรุ่งอรุณแห่งสุโขทัย ณ วัดตระพังทอง

วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๖.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกรมศิลปากร ร่วมพิธีตักบาตรรับรุ่งอรุณแห่งสุโขทัย ณ วัดตระพังทอง

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ เวลา ๒๑.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบ...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ เวลา ๒๑.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกรมศิลปากร และนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยพร้อมคณะ ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี ๒๕๖๓ พร้อมสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง และอัญเชิญพระประทีปลงลอยเป็นปฐมฤกษ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประกวดนางนพมาศ การจุดพลุตะไลไฟพะเนียงตามประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟที่สืบเนื่องมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ เวลา ๒๑.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกรมศิลปากร และนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยพร้อมคณะ ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี ๒๕๖๓ พร้อมสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง และอัญเชิญพระประทีปลงลอยเป็นปฐมฤกษ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การประกวดนางนพมาศ การจุดพลุตะไลไฟพะเนียงตามประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟที่สืบเนื่องมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๓มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว - เป็นจำนวนทั้งหมด ๒๓๙ คน - แ...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๓
มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์
สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว - เป็นจำนวนทั้งหมด ๒๓๙ คน - แบ่งเป็น
-พระ ๓ รูป
-นักท่องเที่ยวชาวไทย ๑๙๑ คน
-นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ๑๐ คน
-คณะ สมาคมส่งเสริมธรกิจท่องเที่ยวไทย ท.ท.ท. ๓๕ คน จาก.กรุงเทพๆ

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๓
มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์
สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว - เป็นจำนวนทั้งหมด ๒๓๙ คน - แบ่งเป็น
-พระ ๓ รูป
-นักท่องเที่ยวชาวไทย ๑๙๑ คน
-นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ๑๐ คน
-คณะ สมาคมส่งเสริมธรกิจท่องเที่ยวไทย ท.ท.ท. ๓๕ คน จาก.กรุงเทพๆ

บรรยาการนักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี  ประจำวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓  จำนวน ๘๑ คน
01/11/2020

บรรยาการนักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี
ประจำวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จำนวน ๘๑ คน

บรรยาการนักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี
ประจำวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จำนวน ๘๑ คน

วันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว จำนวนทั้งสิ้น ๖๗๕ คน แบ่ง...
01/11/2020

วันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว
จำนวนทั้งสิ้น ๖๗๕ คน แบ่งเป็น
๑.นักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน ๔๖๙ คน
๒.นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จำนวน ๘ คน
๓.นักเรียน/นักศึกษา จำนวน ๙๙ คน
๔.ผู้สูงอายุ จำนวน ๙๙ คน
ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ฯ ยังคงดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ อย่างต่อเนื่อง

วันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว
จำนวนทั้งสิ้น ๖๗๕ คน แบ่งเป็น
๑.นักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน ๔๖๙ คน
๒.นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จำนวน ๘ คน
๓.นักเรียน/นักศึกษา จำนวน ๙๙ คน
๔.ผู้สูงอายุ จำนวน ๙๙ คน
ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ฯ ยังคงดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ อย่างต่อเนื่อง

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ บรรยาการนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จำนวน ๘๒ คน(ลงทะเบียน ๘๐ คน สแกน...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ บรรยาการ
นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จำนวน ๘๒ คน
(ลงทะเบียน ๘๐ คน สแกนคิวอาร์โค้ด ๒ คน)นักท่องเที่ยวทุกคนให้ความร่วมมือ
และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรน่า เป็นอย่างดี

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ บรรยาการ
นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จำนวน ๘๒ คน
(ลงทะเบียน ๘๐ คน สแกนคิวอาร์โค้ด ๒ คน)นักท่องเที่ยวทุกคนให้ความร่วมมือ
และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรน่า เป็นอย่างดี

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ทั้งหม...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ทั้งหมด ๑๓๙ คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ๑๐๑ คน
ชาวต่างชาติ ๘ คน เด็ก/เยาวชน ๑๔ คน
ผู้สูงอายุ ๑๖ คนและมีการทำความสะอาดพื้นที่ทุกสองชั่วโมงตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ทั้งหมด ๑๓๙ คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ๑๐๑ คน
ชาวต่างชาติ ๘ คน เด็ก/เยาวชน ๑๔ คน
ผู้สูงอายุ ๑๖ คนและมีการทำความสะอาดพื้นที่ทุกสองชั่วโมงตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓เวลา ๑๔.๕๐ นคณะอาจารย์และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามจำนวน ๖๑ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถาน...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
เวลา ๑๔.๕๐ นคณะอาจารย์และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จำนวน ๖๑ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยมีคุณวันลีย์ กระจ่างวีเป็นวิทยากรนำชม

มีผู้เข้าชมชาวไทย ๓๐๙ คน ชาวต่างชาติ ๖ คน รวมทั้งสิ้น ๓๑๕ คน โดยเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยว ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน การระบาดของโรคติดต่อโควิด-๑๙
อย่างเคร่งครัด

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
เวลา ๑๔.๕๐ นคณะอาจารย์และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จำนวน ๖๑ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยมีคุณวันลีย์ กระจ่างวีเป็นวิทยากรนำชม

มีผู้เข้าชมชาวไทย ๓๐๙ คน ชาวต่างชาติ ๖ คน รวมทั้งสิ้น ๓๑๕ คน โดยเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยว ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน การระบาดของโรคติดต่อโควิด-๑๙
อย่างเคร่งครัด

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย  นครราชสีมา มีนักท่องเที่ยวเข้าชม ดังนี้คณะครูและนักเรียน โรงเรียนวัด...
01/11/2020

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย นครราชสีมา
มีนักท่องเที่ยวเข้าชม ดังนี้คณะครูและนักเรียน โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา จังหวัดนครปฐม ๑๘ คน คณะสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร ๑๕ คน ชาวไทย ๒๕๐ คน ชาวต่างชาติ ๒ คน
ผู้สูงอายุ ๗๑ คน เด็ก ๓๙ คน พระภิกษุ ๑๒ รูป รวมทั้งสิ้น ๔๐๗ คน โดยปฎิบัติตามมาตรการป้องกันของโรคติดต่อไวรัสโควิต -๑๙ อย่างเคร่งครัด

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย นครราชสีมา
มีนักท่องเที่ยวเข้าชม ดังนี้คณะครูและนักเรียน โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา จังหวัดนครปฐม ๑๘ คน คณะสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร ๑๕ คน ชาวไทย ๒๕๐ คน ชาวต่างชาติ ๒ คน
ผู้สูงอายุ ๗๑ คน เด็ก ๓๙ คน พระภิกษุ ๑๒ รูป รวมทั้งสิ้น ๔๐๗ คน โดยปฎิบัติตามมาตรการป้องกันของโรคติดต่อไวรัสโควิต -๑๙ อย่างเคร่งครัด

วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี มีผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้นจำนวน ๘ คน (เป็นชาวไทยทั้งหมด)
01/11/2020

วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี มีผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้นจำนวน ๘ คน (เป็นชาวไทยทั้งหมด)

วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี มีผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้นจำนวน ๘ คน (เป็นชาวไทยทั้งหมด)

เมื่อวันพุธที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราช...
31/10/2020

เมื่อวันพุธที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงลอยพระประทีป ณ ท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร
------------------------------------------
องค์ความรู้จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

#ทรงลอยพระประทีป #วันลอยกระทง

เมื่อวันพุธ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงลอยพระประทีป ณ ท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร

ภาพจากหนังสือหนังสือพระฉัตรเกล้าของชาวไทย The Esteemed King of Thai People พิมพ์ครั้งที่ ๒

จำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ https://bookshop.finearts.go.th

องค์ความรู้ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงในภาคใต้"
31/10/2020

องค์ความรู้ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงในภาคใต้"

องค์ความรู้เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงในภาคใต้"

#องค์ความรู้จากสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
#กลุ่มจารีตประเพณี
#ลอยกระทงภาคใต้

องค์ความรู้ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ไหลเฮือไฟ"
31/10/2020

องค์ความรู้ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ไหลเฮือไฟ"

องค์ความรู้เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ไหลเฮือไฟ"

#องค์ความรู้จากสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
#กลุ่มจารีตประเพณี
#ไหลเฮือไฟ
#ลอยกระทงภาคอีสาน

องค์ความรู้ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์เรื่อง "ประเพณียี่เป็ง"
31/10/2020

องค์ความรู้ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
เรื่อง "ประเพณียี่เป็ง"

องค์ความรู้เรื่อง "ประเพณียี่เป็ง"

#องค์ความรู้จากสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
#กลุ่มจารีตประเพณี
#ประเพณียี่เป็ง
#ประเพณีลอยกระทงภาคเหนือ

องค์ความรู้ : หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติเรื่อง เพลงอีแซว เพลงพื้นบ้านสุพรรณบุรีเพลงพื้นบ้านไทย จัดว...
31/10/2020

องค์ความรู้ : หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
เรื่อง เพลงอีแซว เพลงพื้นบ้านสุพรรณบุรี

เพลงพื้นบ้านไทย จัดว่าเป็นวัฒนธรรมทางการบันเทิงที่มีอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน สืบทอดจากปากต่อปากมาหลายชั่วอายุคน โดยการอาศัยการบอกเล่าหรือท่องจำ ไม่มีกำเนิดที่แน่ชัด เป็นศิลปะพื้นบ้านที่ปรากฏอยู่คู่ชาติไทยมานานแสนนาน และมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ
เพลงอีแซว เป็นเพลงพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี มีความเป็นมาที่ยาวนานมากกว่า ๑๐๐ ปีโดยในช่วงแรกๆนั้นมีลักษณะเพลงปฏิพากย์ (เพลงโต้ตอบ) ที่หนุ่มสาวใช้ร้องยั่วเย้า เกี้ยวพาราสีกันอย่างง่ายๆ สั้นๆกระทั่งเมื่อ ๖๐ - ๗๐ ปีที่ผ่านมาจึงได้พัฒนาเป็นเพลงปฏิพากย์ยาว คือมีเนื้อเพลงที่ใช้ร้องในแต่ละครั้งยาวมากขึ้นพร้อมกับมีการดัดแปลงทำนองและลักษณะการร้องรับของลูกคู่

ข้อมูลอ้างอิง
วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี. โครงการธำรงรักษาดนตรี การแสดงและการละเล่นพื้นบ้านเพลงอีแซว. สุพรรณบุรี : วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี, ๒๕๕๑ เลขหมู่ 782.48 ว585ค

สุนันทา สุนทรประเสริฐ. เพลงอีแซวยังแว่วเสียง. สุพรรณบุรี : สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี, ๒๕๔๐ เลขหมู่ 782.4 ส816พ

สุพัตรา บรรจงจิตต์. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง บทเพลงไร้ตำนาน (เพลงอีแซว) ตามรอยโบราณคดีสุพรรณบุรี. สุพรรณบุรี : ม.ป.ป. ๒๕๕๑ เลขหมู่ 782.48 ส831อ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีสมบูรณ์สุวัฒนะ. เอกสารประกอบการนำเสนอของเทคนิค เรื่องรายละเอียดสื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์ AV 22 “เพลงอีแซว”. สุพรรณบุรี : ศรีสมบูรณ์สุวัฒนะ, ม.ป.ป.

ผู้เรียบเรียง นางสาววารุณี วิริยะชูศรี บรรณารักษ์หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ

องค์ความรู้ : หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
เรื่อง เพลงอีแซว เพลงพื้นบ้านสุพรรณบุรี

เพลงพื้นบ้านไทย จัดว่าเป็นวัฒนธรรมทางการบันเทิงที่มีอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน สืบทอดจากปากต่อปากมาหลายชั่วอายุคน โดยการอาศัยการบอกเล่าหรือท่องจำ ไม่มีกำเนิดที่แน่ชัด เป็นศิลปะพื้นบ้านที่ปรากฏอยู่คู่ชาติไทยมานานแสนนาน และมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ
เพลงอีแซว เป็นเพลงพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี มีความเป็นมาที่ยาวนานมากกว่า ๑๐๐ ปีโดยในช่วงแรกๆนั้นมีลักษณะเพลงปฏิพากย์ (เพลงโต้ตอบ) ที่หนุ่มสาวใช้ร้องยั่วเย้า เกี้ยวพาราสีกันอย่างง่ายๆ สั้นๆกระทั่งเมื่อ ๖๐ - ๗๐ ปีที่ผ่านมาจึงได้พัฒนาเป็นเพลงปฏิพากย์ยาว คือมีเนื้อเพลงที่ใช้ร้องในแต่ละครั้งยาวมากขึ้นพร้อมกับมีการดัดแปลงทำนองและลักษณะการร้องรับของลูกคู่

ข้อมูลอ้างอิง
วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี. โครงการธำรงรักษาดนตรี การแสดงและการละเล่นพื้นบ้านเพลงอีแซว. สุพรรณบุรี : วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี, ๒๕๕๑ เลขหมู่ 782.48 ว585ค

สุนันทา สุนทรประเสริฐ. เพลงอีแซวยังแว่วเสียง. สุพรรณบุรี : สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี, ๒๕๔๐ เลขหมู่ 782.4 ส816พ

สุพัตรา บรรจงจิตต์. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง บทเพลงไร้ตำนาน (เพลงอีแซว) ตามรอยโบราณคดีสุพรรณบุรี. สุพรรณบุรี : ม.ป.ป. ๒๕๕๑ เลขหมู่ 782.48 ส831อ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีสมบูรณ์สุวัฒนะ. เอกสารประกอบการนำเสนอของเทคนิค เรื่องรายละเอียดสื่อระบบโสตทัศนูปกรณ์ AV 22 “เพลงอีแซว”. สุพรรณบุรี : ศรีสมบูรณ์สุวัฒนะ, ม.ป.ป.

ผู้เรียบเรียง นางสาววารุณี วิริยะชูศรี บรรณารักษ์หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านเรื่อง ผางลาง
31/10/2020

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
เรื่อง ผางลาง

ผางลาง

เครื่องทำเสียงสัญญาณสำหรับแขวนคอวัวควาย ทำด้วยโลหะ รูปร่างคล้ายระฆังแต่เป็นสี่เหลี่ยม ด้านบนโค้งมน มีหูสำรับสอดไม้แขวนลอยอยู่ระหว่างขาไม้โค้ง ซึ่งตั้งอยู่บนฐานไม้

ผางลางใช้วางไว้บนหลังวัวหรือเกวียนเล่มแรกของขบวนขนส่งสินค้า เพื่อให้เกิดเสียงดัง เช่นเดียวกับกระดิ่งหรือกะลอที่แขวนคอวัว แต่ผางลางจะมีเสียงก้องกังวานไปไกล เป็นสัญญาณให้ขบวนวัวที่อยู่ถัดไปตามได้ถูกทางและรู้ตำแหน่งของหัวหน้าขบวนหรือผู้นำทางของตน

ในกองคาราวานของพ่อค้าวัวต่างมักประกอบด้วยพ่อค้าวัวต่าง ๓-๕ คน พ่อค้าแต่ละคนอาจมีวัวต่างของตัวเอง ๑๐-๖๐ ตัวโดยอาจว่าจ้างคนในหมู่บ้านหรือพี่น้องเครือญาติช่วยควบคุมวัวของตนเอง ในการเดินทางขบวนวัวต่างมักเดินตามกันเป็นแถว โดยวัวตัวที่นำหน้าอาจมีผางลางวางบนหลัง หรือมีกระดิ่งแขวนไว้ที่คอ เพื่อเป็นสัญญาณให้ทราบว่ากองคาราวานเดินทางไปถึงไหน และยังเป็นสัญญาณให้ทราบว่ากองคาราวานได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจในการเดินทางแต่ละวัน พ่อค้าวัวต่างต้องหยุดพักที่ปาง โดยต้องเลือกทำเลที่มีหญ้า มีน้ำ อุดมสมบูรณ์ เป็นที่ราบหรือพื้นที่ที่ค่อนข้างโล่งปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายและสัตว์ป่า มีการจัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังอันตราย

เอกสารอ้างอิง
พจนานุกรมหัตถกรรม เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน : รศ.วิบูลย์ ลี้สุวรรณ สนพ.เมืองโบราณ
รายงานการวิจัยเรื่องพ่อค้าวัวต่าง : ชูสิทธิ์ ชูชาติ ศูนย์ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น, ๒๕๔๕

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านเรื่อง บางส่วนจากบันทึกของหม่อมศรีพรหมา กฤดากร
31/10/2020

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
เรื่อง บางส่วนจากบันทึกของหม่อมศรีพรหมา กฤดากร

บางส่วนจากบันทึกของหม่อมศรีพรหมา กฤดากร

...วันนั้น (๒๒ ตุลาคม ๒๔๕๓) บรรยากาศเงียบเหงามาก บนพระที่นั่งก็สงัด โดยปกติเวลาใกล้เที่ยงจะมีผู้คนเดินขวักไขว่ เพราะพระเจ้าอยู่หัวบรรทมตื่นแล้ว และจะเสวยพระกระยาหารกลางวัน.....แต่วันนี้ไม่มีเสียงอะไรเลยแม้แต่เสียงพูดกัน ผู้เขียนได้แต่สันนิษฐานว่าคงทรงประชวรหนัก...

...ขอทวนกล่าวถึงฝ่ายผู้เขียนว่า ในระยะนั้นต้องนอนพักในเวลากลางวันเพื่อรับเวรในเวลากลางคืน เฉพาะในวันนี้หลับไม่ลงเพราะใจเป็นห่วงและทุกคนก็นั่งจับเจ่าเหงาหงอยตาจ้องไปทางชั้น ๓ ของพระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งอยู่ตรงข้ามตำหนักสมเด็จซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า “สวนสี่ฤดู” ...

...ระหว่างเวลาพักกลางวันในวันนั้นผู้เขียนไม่ได้พักผ่อนหรือนอนหลับเลย ได้แต่เดินใจลอยและมิได้พูดคุยจอแจกับเพื่อนๆ เช่นเคย จนพลบค่ำจึงจำเป็นต้องบังคับตัวเองให้นอน เพราะอีกไม่ช้าก็ต้องไปรับเวร ในที่สุดก็หลับไป มาตกใจตื่นเพราะมีตัวอะไรมากัดหัวแม่เท้าจนเลือดไหล พร้อมกันก็ได้ยินเสียงหนูประมาณว่าหลายสิบตัวยกขบวนกันวิ่งไปวิ่งมาเหนือฝ้าเพดานในอาคารที่ผู้เขียนอยู่..... ผู้เขียนเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่ากันว่าเมื่อหนูร้องกุกๆ จะมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้น แต่ผู้เขียนไม่เคยได้ยินจึงมีความกลัวเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยพระเจ้าอยู่หัวก็กำลังทรงประชวรอยู่ ขณะนั้นเวลาประมาณ ๒๓ นาฬิกา เห็นจะได้ บรรยากาศเงียบสงัด.....แต่เมื่อมองไปยังพระที่นั่งอัมพรฯ ซึ่งมองเห็นพระบัญชรชั้น ๓ ถนัด ทันใดนั้นผู้เขียนก็เห็นดวงดาวหนึ่งส่องแสงสว่างลอยอยู่ในระดับเดียวกับพระแท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เขียนคะเนได้เพราะเคยขึ้นเฝ้าเวลาเสวยเนืองๆ ดาวนี้มีแสงสว่างมากยิ่งกว่าดาวใดๆ ที่ผู้เขียนเคยเห็นและมีหางพาดยาวไปทางพระที่นั่งอนันตสมาคมคล้ายแสงไฟฉายใหญ่ๆ จึงทราบว่าเป็นดาวหางเฮลี่ (Haileys Comet) ที่โจษจันกันในขณะนั้น ผู้เขียนยืนพิงประตูไม่อาจเคลื่อนไหวได้อยู่พักหนึ่ง จึงได้สติว่าต้องไปเปลี่ยนเวรเจ้าจอมถนอมในไม่ช้า ซึ่งเธอได้ตามเสด็จสมเด็จขึ้นไปเฝ้าพระอาการประชวรอยู่บนพระที่นั่งอัมพรฯ ชั้น ๓...

...ชั้น ๓ เงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงคล้ายเสียงกรนมาจากห้องพระบรรทม.....เมื่อไปถึงเห็นสมเด็จทรงบรรทมกับพื้นอยู่สุดห้องบรรทมพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากผู้เขียนไม่เคยเห็นอาการเจ็บในขณะหนัก ซึ่งภาษาสมัยใหม่เรียกว่าเข้าขั้นโคม่า ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงคล้ายเสียงกรนจึงนึกว่าในหลวงทรงสบายขึ้นแล้ว และกำลังบรรทมหลับสนิท จึงดีใจเป็นอันมากนึกว่าจะนอนให้สบายเสียที และได้ล้มตัวลงนอนที่ปลายพระบาทสมเด็จ.....

...ด้วยอารามดีใจที่ในหลวงทรงสบายขึ้นแล้วและเห็นสมเด็จบรรทมอยู่ และเนื่องด้วยความตึงเครียดได้หย่อนคลายลง ประกอบกับความเหนื่อยอ่อนมาทั้งวัน ดังนั้นเมื่อล้มตัวลงหนุนพระที่สมเด็จจึงหลับปุ๋ยไปทันที

....มารู้ตัวตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องเซ็งแซ่ ซึ่งขณะนั้นผู้เขียนเหลือที่จะเดาว่าเป็นเสียงอะไร เหลือบตาไปดูนอกห้องบรรทม เห็นคนจำนวนมากมายกำลังหมอบซบกับพื้นเป็นกองๆ ไม่ทราบว่าใครเป็นใคร.....เมื่อผู้เขียนทราบว่าเสียงเซ็งแซ่ข้างต้นเป็นเสียงร้องไห้ของคนจำนวนมากพร้อมๆ กัน จึงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคตแล้ว....

...ต่อมาผู้เขียนได้รับหมายให้ไปเป็นนางร้องไห้ ให้ไปตั้งแต่ ๘ โมงเช้าในวันนั้น โดยแต่งชุดขาวทั้งชุด.....ผู้เขียนได้ไปนั่งร้องไห้อยู่ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท การร้องไห้นั้นแท้จริงเป็นการร้องเพลงอย่างเศร้าที่สุด เกิดมาผู้เขียนก็เพิ่งเคยได้ยิน ขณะนั้นผู้เขียนอายุในราว ๑๙ - ๒๐ และรู้สึกว่าเพลงร้องไห้นี้ช่างเศร้าเสียนี่กระไร ทุกคนน้ำตาไหลรินจริงและสะอื้นจริงๆ ยิ่งมีเสียงปี่ที่โหยหวลและเสียงกลองชนะเลยยิ่งไปกันใหญ่...

เนื้อความส่วนหนึ่งจากหนังสือ ชีวิตในวังสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ของ หม่อมศรีพรหมา กฤดากร

ที่อยู่

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร
Phra Nakhon
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


ความคิดเห็น

เป็นความคิดเห็นของผมคนเดียว ผมไปถ่ายที่วัดศิริไอยสวรรค์ พระนาคปรกชัดชัด แต่บังเอิญมีกระปุกยา เมื่อเมษาไปถ่ายใหม่ กระปุกยาหายไป ทำให้คิดว่าไม่ใช่พระไภษัชยคุรุแน่นอน และผมย้อนกลับไปดูภาพเก่าตอนที่ถ่ายณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เจอองค์หนึ่งหน้าตาเหมือนคนเขมรมากน่าจะเป็นพระไภษัชยคุรุ มากกว่า ท่านผู้รู้ผมผิดยังไง ช่วยแก้ไข ขอบคุณมาก
องค์ความรู้ เรื่อง สงกรานต์ แผ่นดินพระจอมเกล้าฯ ตอนที่ ๓ นับตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๐๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ออกประกาศวันมหาสงกรานต์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น จากเดิมที่มีเนื้อความว่าด้วยวันมหาสงกรานต์ และวันสำคัญประจำปีนั้น ๆ ปรากฏว่าได้โปรดให้ประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงคำนวณด้วยพระองค์เอง และในประกาศมหาสงกรานต์ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ เป็นต้นมา โปรดให้แจ้งกำหนดวันสำหรับพระราชพิธีต่าง ๆ ด้วย ดังความว่า “...ใน ปีจอจัตวาศกนี้ วันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๓ ค่ำ วันหนึ่ง วันอาทิตย์ เดือน ๑๐แรม ๑๓ ค่ำวันหนึ่ง เปนวันประชุมถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา วันพฤหัสบดี เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เปนวันจะทำพระราชพิธีจรดพระนังคัล ให้ราษฎรลงมือทำนาภายหลังวันนั้น ตั้งแต่วันศุกร เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำไป ห้ามมิให้ลงมือทำนาก่อน ฤๅในวันนั้นตลอดพระราชอาณาเขตร์ พระราชพิธีจองเปรียงในปีจอจัตวาศกนี้ ยกโคมวันพุธ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ลดโคมวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ ณวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรมค่ำ ๑ เปนวันชีพ่อพราหมณ์จะได้ทำพระราชพิธีกฤติเกยาณพระเทวสถาน พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ๒ ครั้ง แลพระราชพิธีสารท แลพระราชพิธีตรียัมพวายตรีปวาย แลพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ คงทำในวันคืนแลเดือนขึ้นแรมนั้นๆ ตามเคยเหมือนอย่างทุกปี...” และมีในประกาศสงกรานต์ปีขาล อัฐศก พุทธศักราช ๒๔๐๙ ความตอนหนึ่งว่า “...ในกลางเดือน ๖ นั้นมีแต่ราชการฉัตรมงคล คือในพระบรมมหาราชวังนี้ จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันเสาร์เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันอาทิตย์เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม วันจันทร์เดือน ๖ แรมค่ำหนึ่ง เปนการมงคลสำหรับพระราชวังตามปี...” พระราชพิธีที่ปรากฏในประกาศดังกล่าว บางพระราชพิธีมีมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บางพระราชพิธีเพิ่งเกิดมีขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นคราวแรก อย่างเช่น พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน หรือพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งมีที่มาอยู่ในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระปิยมหาราช ความว่า “....ธรรมเนียมแต่ก่อนมีมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเปลี่ยนปีใหม่ถึงเดือนหกพนักงานข้างหน้าข้างในบรรดาซึ่งรักษาเครื่องราชูปโภคและรักษาตำแหน่งหน้าที่มีพระทวารและประตูวังเป็นต้น ต้องทำการสมโภชเครื่องราชูปโภคและตำแหน่งซึ่งตนรักษาคราวหนึ่ง ข้างฝ่ายหน้าแต่ก่อนมาถึงมีสวดมนต์เลี้ยงพระด้วยก็มี แต่ข้างฝ่ายในนั้นมีแต่เครื่องสังเวยเครื่องประโคม แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายอุบะมาลัยแขวนตามกำลังมากและน้อย เป็นส่วนของเจ้าพนักงานทำเอง หาได้เกี่ยวข้องเป็นการหลวงไม่ ครั้นมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกในวันพฤหัสบดีเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุนตรีศก จุลศักราช ๑๒๑๓ จึงทรงพระราชดำริว่าวันบรมราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ซึ่งประเทศทั้งปวงที่มีพระเจ้าแผ่นดินปกครองย่อมนับถือวันนั้นว่าเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล แต่ในกรุงสยามนี้เฉยๆ อยู่มิได้มีการนักขัตฤกษ์อันใด ครั้งนี้การบรมราชาภิเษกของพระองค์เฉพาะตรงกับสมัยที่เจ้าพนักงานเคยสมโภชเครื่องสิริราชูปโภคแต่เดิมมา ควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ จึงได้ทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศล ซึ่งพระราชทานชื่อว่าฉัตรมงคล...” ในปี พุทธศักราช ๒๔๐๗ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา โปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และเฉลิมฉลอง ซึ่งได้เป็นแบบอย่างในเวลาต่อมา ประกาศวันสงกรานต์ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ มาจนสิ้นรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงมีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ราษฎรว่าด้วยเรื่องของชีวิตและการปฏิบัติตน เช่นในประกาศมหาสงกรานต์ ปีขาลอัฐศก มีว่า “...เมื่อวันคืนเดือนปีล่วงไปๆ ดังนี้ อายุของมนุษย์ทั้งปวงในโลกครั้งนี้ประมาณ ๘๐ ปีแลต่ำลงมากว่านั้นก็หมดไปสิ้นไป ใกล้ต่อเวลาที่จะถึงแก่ความตายเข้าไปทุกวันๆ สั้นเข้าไปทุกเวลา ความตายไม่เลือกหน้าว่าผู้ใด เปนคนจนคนมีผู้ดีแลไพร่ชาวบ้านชาววัด ไม่ล่วงพ้นจากความตายได้เลย ก็แลสัตว์ทั้งปวงมนุษย์ทั้งปวงย่อมรักชีวิตหมดด้วยกัน กลัวตายไม่อยากตายเปนธรรมดา ถึงกระนั้นก็ไม่ล่วงความตายไปได้ตามปราถนา ชีวิตของมนุษย์ทั้งปวงของสัตว์ทั้งปวงน้อยนักน้อยหนามีแต่หมดไปสิ้นไป เหมือนหนึ่งน้ำในแม่น้ำน้อยในคราวระดูแล้ง มีแต่แห้งไปหมดไปถ่ายเดียว ก็อายุของมนุษย์ทั้งหลายสัตวทั้งหลายน้อยนัก ควรที่ผู้เปนคนดีมีปัญญาจะพึงเบื่อหน่ายเกลียดชัง แล้วรีบเร่งประพฤติการดีการชอบ ที่เปนที่ตั้งสุขประโยชน์แก่กันให้มากโดยเปนการเร็วการด่วน เหมือนคนที่ศีร์ษะเพลิงไหม้ รีบร้อนหาน้ำเครื่องเย็นดับเพลิงในศีร์ษะนั้น การประพฤติชอบดี เปนคุณเปนประโยชน์แก่กันแลกัน ซึ่งสำเร็จเปนที่พึ่งพำนักของสัตว์ทั้งปวง ที่นักปราชญ์เปนอันมากเห็นว่าชอบดีพร้อมกันนั้น คือความเมตตากรุณาแลสงเคราะห์อนุเคราะห์เผื่อแผ่ความสุขให้แก่กัน ทั้งในหมู่มนุษย์แลหมู่สัตว์ แลตั้งตนไว้ให้เต็มพร้อมด้วยความดีความชอบ๑๐ อย่าง คือไม่ฆ่าสัตว์เปนให้ตาย ไม่ลักฉ้อทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ประพฤติผิดในที่ๆ ไม่ควรล่วง เปนผู้ถือสัตย์ไม่กล่าวเท็จฬ่อลวงให้ผู้อื่นหลงไม่พูดยุยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าวกัน ไม่พูดคำหยาบให้เจ็บร้อนใจผู้อื่น ไม่พูดเพ้อเจ้อเปล่าจากประโยชน์ ไม่มุ่งหมายอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นด้วยความมักได้ ไม่มีผูกใจเจ็บจนถึงแช่งให้ผู้นั้นตาย ย่อมตริตรองด้วยปัญญาที่ชอบ ไม่ถือมั่นตามความเห็นผิดทางดีทางชั่ว การประพฤติชอบดี ๑๐ อย่างดังว่ามานี้ เปนความดีความชอบมีสำหรับโลกตั้งอยู่เสมอ จะมีผู้ถือก็ดีไม่มีใครถือก็ดี ก็คงมีอยู่อย่างนั้นไม่แปรผันยักเยื้องเปนอย่างอื่นไปเลยเปนอันขาด นอกจากนี้ ยังทรงขยายความถึงการประพฤติตนตามหลักพุทธศาสนาเพิ่มเติมไปอีก ในขณะเดียวกัน ก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตแก่ประชาราษฎรในการนับถือศาสนา ดังประกาศมหาสงกรานต์ ปีมะโรงสัมฤทธิศก พุทธศักราช ๒๔๑๑ “... อนึ่งการแสวงหาแลถือสาสนา ซึ่งจะเปนที่พึ่งของตนในชาตินี้ ก็เปนการดีสมควรเปนที่ยิ่งแล้ว ควรที่ท่านทั้งปวงทุกๆ คนจะตริตรองใคร่ครวญด้วยปัญญาตนเอง เมื่อเห็นคุณประจักษ์ว่า สาสนาใดในหมู่ใดพวกใด จะเปนที่พึ่งได้ควรแก่ปัญญาแล้ว ก็จงถือแลปฏิบัติตามสาสนานั้นโดยน้ำใจตนเอง อย่าถือด้วยการตื่นการเกณฑ์ แลการเล่าลือแลว่าธรรมเนียมเคยถือสืบๆ มา ฤๅอาการที่ไม่เห็นมาว่ามาขู่ให้กลัวให้ดีใจ ก็อย่ามีความพิศวงต่อเหตุต่างๆ แล้วถือตามทำตาม เมื่อได้ที่พึ่งนับถืออันงามดีควรแล้ว จงประกอบความเลื่อมใสให้มากจึงปฏิบัติตาม ก็จะมีความเจริญดีแก่ตนทุกๆ คนนั้นแล...” เทศกาลสงกรานต์ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีต ถือกันว่าเป็นช่วงเวลาของการเข้าสู่ศักราชใหม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงรอบรู้ในสรรพวิทยา ทรงศึกษาในศาสตร์ต่างๆ อย่างรอบด้าน ได้ทรงให้ความสำคัญกับช่วงเวลาดังกล่าว จึงโปรดให้ออกประกาศสงกรานต์ในเวลาจะเข้าสู่ศักราชใหม่ เพื่อจะทรงแสดงวันเวลาที่ถูกต้อง ด้วยมีพระราชประสงค์จะไม่ให้ราษฎรทั้งหลายเกิดความเข้าใจผิด ทรงให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญที่จะเกิดป้องกันการตื่นตระหนก และที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีพระบรมราโชวาท โดยทรงอ้างอิงคติทางพุทธศาสนาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิต ทั้งยังทรงมีพระราชกระแสตักเตือน ด้วยทรงหวังให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในชีวิตของประชาราษฎรทั้งหลาย เรียบเรียง/ภาพ : วสันต์ ญาติพัฒ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ภาพประกอบ : ถนนสนามไชย ถนนเส้นแรกๆ ในพระนคร มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซ้ายมือคือพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ตรงข้าม คือสนามไชย ที่มา : พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ. พระราชพิธีสิบสองเดือน.กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๕๖. พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ. รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๔๘.
ต้องการทราบว่า ภาพนี้เป็นมรดกโลกที่ไหนครับ และชื่อว่าอะไรครับ
ต้องการทราบว่า แหล่งมรดกโลกจากภาพนี้คือ อะไรและตั้งในประเทศไหนครับ เพื่อต้องการไปประกอบการศึกษา ขอบคุณครับ
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ ___________________________________________ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางจาริกบุญ-จาริกธรรม ตามรอยพระพุทธเจ้า ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล แสวงธรรม บำเพ็ญบุญ บูชาคุณพระรัตนตรัย ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล สถานที่ ประสูติ-ตรัสรู้–ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน เมือง ลุมพินี - พุทธคยา - พาราณสี - กุสินารา – นาลันทา – สาวัตถี เดินทางวันที่ 8 - 15 กุมภาพันธ์ 2563 นำทางธรรมโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สำเนียง เลื่อมใส ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และพระวิทยากรสายพุทธภูมิร่วมบรรยายพุทธประวัติ ราคาท่านละ 56,800 บาท สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมการเดินทางได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1HoYaUKDSRqjNZiilg9k1FoR8kPaZbkpd/view?usp=sharing ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งตั้งแต่บัดนี้ ได้ที่ คุณชิษณุพงศ์ (086-9777043), คุณกิตติพร (081-8809437), คุณวรพจน์ (098-3050723), คุณนุชนารถ (094-8236649)
คาดว่าเป็นศิลปต้น ร.5 และ หลวงปู่โต สร้างถวาย ร.4 ถ้าเป็นจริงเจ้าของที่ดินจะโดยเวนคืนไหมครับ
เป็นพระบาทที่พบเมื่อ2490 แต่โดนลืมมานาน ขอความช้วยเหลือในการตรวจสอบทางกรมศิลปากรด้วย
#แจกฟรี2000
ขอบคุณค่ะ
นี่คือหินอะไร ครับ เก็บได้จากป่าครับ