สวท.ปัตตานี News

สวท.ปัตตานี News สวท.ปัตตานี คลื่นนี้เกินร้อย

ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) มุ่งยกระดับศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษา ผ่านกิจกรรม “ยกระดับศักยภาพผ...
03/09/2026

ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) มุ่งยกระดับศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษา ผ่านกิจกรรม “ยกระดับศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษา ด้วยต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 2” ภายใต้โครงการยกระดับการเรียนรู้ สร้างสรรค์อนาคตการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งให้ผู้บริหารได้เรียนรู้จากสถานศึกษาที่มีแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 กันยายน 2569 โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา จำนวน 118 คน เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการศึกษาดูงานสถานศึกษาต้นแบบ 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวรพัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และโรงเรียนพัฒนาวิทยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งแต่ละแห่งมีแนวทางและประสบการณ์ในการบริหารจัดการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทของสถานศึกษา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้บริหารได้เห็นแนวปฏิบัติจากพื้นที่จริง ทั้งด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา การพัฒนาศักยภาพครู การออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ตลอดจนการเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และแนวคิดในการพัฒนาการศึกษาก่อนนำองค์ความรู้และประสบการณ์กลับไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากการดำเนินงาน รุ่นที่ 1 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนด้านการบริหารสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารสถานศึกษาจากหลากหลายสังกัด จึงนำมาสู่การขยายผลและต่อยอดการเรียนรู้ รุ่นที่ 2

นอกจากการศึกษาดูงานแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์จากสถานศึกษาต้นแบบ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายนิกร เซ้งเถียร ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กระทรวงศึกษาธิการ) เป็นประธานในพิธีปิด พร้อมทั้ง พบปะ พูดคุย กับผู้เข้าร่วมประชุม

ศค.จชต. มุ่งหวังให้การพัฒนาครั้งนี้นำไปสู่การสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา” ที่สามารถขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกภายในสถานศึกษา พัฒนาครูให้มีศักยภาพในการออกแบบการเรียนรู้ และสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ลงมือทำ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่
ที่มา : ศค.จชต.

#เรื่องเล่าเมืองตานี

#สวทปัตตานีnews

วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 18.05 น. ณ เวทีร้านนาวากาชาด จังหวัดปัตตานี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี...
03/09/2026

วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 18.05 น. ณ เวทีร้านนาวากาชาด จังหวัดปัตตานี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี / นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาด และประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและโปร่งใส
การจัดกิจกรรมออกสลากกาชาดในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สนับสนุนภารกิจสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี ทั้งการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส การมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ โดยขั้นตอนการออกรางวัลดำเนินการอย่างรัดกุมตามมาตรฐาน เพื่อความบริสุทธิ์และยุติธรรมทุกขั้นตอน ซึ่งมีการถ่ายทอดสด (Live) ให้ประชาชนได้รับชมพร้อมกันผ่านทางเพจ Facebook สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี และ สวท.ปัตตานี

สำหรับประชาชนที่ซื้อสลากกาชาด สามารถตรวจผลการออกรางวัลอย่างเป็นทางการได้ที่:

ป้ายประชาสัมพันธ์: บริเวณศาลากลางจังหวัดปัตตานี และที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง
ช่องทางออนไลน์: เพจ Facebook สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี, สวท.ปัตตานี และเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี
ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกรางวัลสามารถติดต่อขอรับรางวัลได้ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมนำสลากฉบับจริงและบัตรประจำตัวประชาชน มาแสดงเป็นหลักฐาน


#เรื่องเล่าเมืองตานี

#สวทปัตตานีnews

03/09/2026

Live กิจกรรมหมุนวงล้อ สลากกาชาด ในงานแสดงสินค้า วัฒนธรรม และงานของดีเมืองตานี ประจำปี 2569

นายกฯ ชูไทยฐานเศรษฐกิจ-แพลตฟอร์มเชื่อมภูมิภาค สร้างความเชื่อมั่น ดึงลงทุนแห่งอนาคต(3 ก.ย. 69) ณ ห้องบอลรูม 1-2 ชั้น 1 ศู...
03/09/2026

นายกฯ ชูไทยฐานเศรษฐกิจ-แพลตฟอร์มเชื่อมภูมิภาค สร้างความเชื่อมั่น ดึงลงทุนแห่งอนาคต

(3 ก.ย. 69) ณ ห้องบอลรูม 1-2 ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในงาน The Bangkok Business Summit 2026 Reinvent Thailand, Resilient ASEAN และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Thailand’s Offer to the World”

โดยงานนี้จัดขึ้นโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชน เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลไทยและนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเปิดตัวรายงานธนาคารโลก “Building Thailand’s Future Today” เพื่อผลักดัน GDP ไทยให้เติบโต และก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ที่ประชุมยังจะหารือถึง “ข้อเสนอของประเทศไทยบนเวทีโลก” มุ่งยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและบริการมูลค่าสูงของอาเซียน เน้น 5 อุตสาหกรรมหลักแห่งอนาคต ได้แก่ การผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและสุขภาพ บริการดิจิทัล ธุรกิจเกษตร และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

งานนี้มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมงานกว่า 400 คน นับเป็นเวทีสำคัญก่อนการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนและสื่อสารวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทยสู่ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประธานอาเซียนในปี 2571

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงใน 4 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร ไทยจึงไม่สามารถหยุดนิ่งและต้องปรับตัว เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างประเทศไทยที่เข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ผ่านการดำเนินการ ดังนี้

ประการแรก การตอบสนองของไทยต้องเริ่มจากการเปิดกว้างและการมีส่วนร่วมกับโลก โดยไทยต้องกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน และเชื่อมโยงภาคธุรกิจและเครือข่ายการผลิตระหว่างภูมิภาค

ประการที่สอง การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ไทยต้องก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากต่างประเทศ โดยส่งเสริมการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถภายในประเทศ เทคโนโลยีต้องช่วยเพิ่มศักยภาพแรงงาน เสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs เพิ่มผลิตภาพ และช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถสร้างนวัตกรรมและแข่งขันได้

ประการที่สาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวสามารถเป็นแหล่งการลงทุนและการเติบโตใหม่ โดยการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (climate finance) ควรนำทรัพยากรจากทั่วโลกมาสนับสนุนพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น และการแก้ไขปัญหาบนฐานธรรมชาติ

ประการที่สี่ ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัย โดยมุ่งสร้าง “Longevity Economy” ที่ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีทักษะ สามารถทำงานและมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้ยาวนานขึ้น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ด้านสุขภาพ สุขภาวะ การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) ในเดือนตุลาคม 2569 ว่า ไทยไม่ควรเป็นเพียงเจ้าภาพ แต่ควรมีสิ่งที่มีความหมายเพื่อนำเสนอต่อประชาคมโลก โดยนำเสนอศักยภาพของไทยในฐานะประเทศที่มีความพร้อมด้านอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงทำเลที่ตั้ง บริษัทที่เข้ามาลงทุนไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ เพราะไทยมีคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง แรงงานที่มีประสบการณ์ ซัพพลายเออร์ในประเทศ ระบบโลจิสติกส์และเครือข่ายดิจิทัล ตลอดจนจุดแข็งด้านยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้ามาต่อยอดแนวคิด พัฒนาผลิตภัณฑ์ เข้าสู่ตลาด และขยายธุรกิจได้

ไทยยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับภูมิภาค โดยตั้งอยู่ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีปและเชื่อมโยงกับตลาดและห่วงโซ่อุปทานสำคัญของอาเซียน อีกทั้งมีความสามารถในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิตขั้นสูงกับเทคโนโลยีดิจิทัล การเกษตรกับเทคโนโลยีชีวภาพและอาหารแห่งอนาคต สุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจอายุยืน ตลอดจนพลังงานสะอาดกับยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล

นอกจากนี้ ไทยยังมีอุตสาหกรรม บริการ และเครือข่ายบุคลากรที่พร้อมต่อยอดสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต รวมทั้งมีจุดแข็งในฐานะสถานที่ที่ผู้คนสามารถสร้างได้ทั้งธุรกิจและคุณภาพชีวิต การลงทุนระดับโลกย่อมมาพร้อมกับบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งไทยมีระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ภาคบริการที่เข้มแข็ง สังคมที่เปิดกว้าง และคุณภาพชีวิตที่ช่วยดึงดูดและรักษาบุคลากรจากทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนและมีความแน่นอนสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยจะเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบกว่า 7,000 ฉบับที่อาจเป็นภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงยกระดับมาตรฐานผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล พร้อมมุ่งส่งเสริมการลงทุนที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทย พัฒนาซัพพลายเออร์ในประเทศ ยกระดับทักษะบุคลากร เสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs และสร้างองค์ความรู้ใหม่ภายในประเทศ

“ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นมากกว่าฐานการผลิตหรือตลาดการขาย แต่ต้องการเป็นหุ้นส่วนในการสร้างอุตสาหกรรมที่จะกำหนดอนาคต” พร้อมเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศว่า “อย่าเพียงมาสร้างธุรกิจในประเทศไทย แต่จงร่วมสร้างไปกับประเทศไทย”

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อทั่วโลกมารวมตัวประชุมที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคมนี้ ไทยต้องการนำเสนอประเทศที่เปิดกว้างสู่โลก มีความมั่นใจในศักยภาพ และพร้อมสนับสนุนการลงทุนที่ดีให้ประสบความสำเร็จ โดยข้อเสนอของไทยไม่ได้ตั้งอยู่บนจุดแข็งเพียงด้านเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรม การเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ความสามารถในการเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ และการเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตและการทำงานของบุคลากรจากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นเป็นหุ้นส่วนที่ดียิ่งขึ้นสำหรับอาเซียนและประชาคมโลก

ไม่ปล่อยผ่าน! "ศุภมาส" ส่ง สคบ. ช่วยผู้บริโภคโดนป้ายยา "ครีมฟรี" ไกล่เกลี่ยจบไว วันเดียวได้คืน 8.5 หมื่นวันนี้ (2 ก.ย.69...
03/09/2026

ไม่ปล่อยผ่าน! "ศุภมาส" ส่ง สคบ. ช่วยผู้บริโภคโดนป้ายยา "ครีมฟรี" ไกล่เกลี่ยจบไว วันเดียวได้คืน 8.5 หมื่น
วันนี้ (2 ก.ย.69) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยผลสำเร็จในการช่วยเหลือครอบครัวผู้บริโภค กรณีซื้อเครื่องสำอางจากร้านภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเงิน 85,800 บาท โดย สคบ. เข้าช่วยเหลือทันที แม้ผู้บริโภคยังไม่ได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ และสามารถไกล่เกลี่ยจนร้านยอมคืนเงินเต็มจำนวนภายในวันเดียว

กรณีดังกล่าวเริ่มจากบุตรสาวโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า บิดาและมารดาถูกพนักงานชักชวนเข้าร้าน โดยแจ้งว่าจะมอบครีมให้ฟรี ก่อนเสนอขายเครื่องสำอางและเรียกเก็บเงินผ่านบัตรเครดิต รวมทั้งกล่าวอ้างถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณหัวไหล่จนเกิดบาดแผล

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามการช่วยเหลือ พร้อมกำชับนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเขต 7 และ สคบ. จังหวัดเชียงใหม่ เร่งติดต่อครอบครัวผู้บริโภคและลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

ผลการตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง ไม่ใช่คลินิกหรือสถานพยาบาล พนักงานขายยืนยันว่าไม่มีการบีบบังคับให้ซื้อสินค้าและไม่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณหัวไหล่ โดยร้านมีบริการนวดใบหน้าให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบเครื่องสำอางที่ร้านนำมาแสดงได้ 5 รายการ จากสินค้าตามใบเสร็จทั้งหมด 6 รายการ พบว่ามีฉลากภาษาไทย มีเลขที่ใบรับจดแจ้ง และข้อความบนฉลากตรงตามที่จดแจ้งไว้ พร้อมยืนยันว่าร้านไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตประกอบกิจการสถานเสริมความงาม

ด้าน สคบ. ได้ติดต่อผู้บริโภคและประสานไกล่เกลี่ยจนได้ข้อยุติ โดยร้านตกลงคืนเงินจำนวน 85,800 บาท และถอนการแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทกับบุตรสาวซึ่งเป็นผู้โพสต์ ส่วนผู้บริโภคจะคืนสินค้าและถอนการแจ้งความกับร้าน ขณะที่ผู้โพสต์จะลบข้อความที่เกี่ยวข้องกับร้านออกจากสื่อสังคมออนไลน์

สคบ. ได้นัดหมายคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้ไปพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง วันนี้ เวลา 13.00 น. เพื่อลงบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐาน พร้อมติดตามการคืนเงินและการปฏิบัติตามข้อตกลงจนแล้วเสร็จ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องเห็นผลจริง กรณีนี้ สคบ. ไม่รอให้ผู้บริโภคเดินเข้ามาร้องทุกข์ แต่เร่งติดต่อ ลงพื้นที่ และไกล่เกลี่ยจนร้านยอมคืนเงินเต็มจำนวนภายในวันเดียว สะท้อนการทำงานที่รวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้จริง” นางสาวศุภมาสกล่าว
ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายหรือต้องการแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือ สคบ. จังหวัดทั่วประเทศ

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย ออกมาเตือนภัยหลังพบสถิติที่น่ากังวลไม่น้อยแก๊งมิจฉาชีพมุ่งเป้าคนวัยเกษียณ พบยอดความเสียหายพุ่งสูงเพ...
03/09/2026

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย ออกมาเตือนภัยหลังพบสถิติที่น่ากังวลไม่น้อยแก๊งมิจฉาชีพมุ่งเป้าคนวัยเกษียณ พบยอดความเสียหายพุ่งสูงเพียง 8 เดือนทะลุ 3 พันล้านบาท แม้ตัวเลขคดีไม่สูงแต่ยอดความเสียหายจำนวนมาก โดยการหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ฮิตที่สุด โดยทยอยหลอกให้ลงทุนจนเป็นจำนวนเงินที่สูง

พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท. เผยว่าจากข้อมูลการรับแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ระบบรับแจ้งความออนไลน์มีรายการรับแจ้งจากประชาชนทุกช่วงอายุรวมประมาณ 221,626 ราย โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11,039 ล้านบาท เมื่อกรองเฉพาะผู้เสียหายที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปพบรายการรับแจ้งจำนวน 17,895 รายการ หรือคิดเป็นประมาณ 8.07% ของรายการรับแจ้งทั้งหมด

โดยผู้สูงอายุจำนวนดังกล่าวกลับมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 3,152,075,191.13 บาท หรือประมาณ 3.15 พันล้านบาท คิดเป็นถึง 28.55% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนภาพสำคัญว่า แม้คดีของผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนเพียงประมาณ 8 ใน 100 รายการ แต่เงินที่สูญเสียกลับเป็นยอดความเสียหายคิดเป็นเกือบ 3 ใน 10 บาทของความเสียหายทั้งหมด
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำความเข้าใจภัยออนไลน์ในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะคำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุถูกหลอกง่ายกว่าคนอื่นหรือไม่” แต่ควรถามต่อว่า “เหตุใดเมื่อผู้สูงอายุถูกหลอก คนร้ายจึงสามารถพาเหยื่อไปถึงจุดที่ยอมโอนเงินหลักแสน หลักล้าน หรือกระทั่งนำเงินเก็บทั้งชีวิตออกมาได้”

พ.ต.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า หากจัดอันดับคดีตามมูลค่าความเสียหายกับผู้สูงอายุที่พบว่ามีการถูกหลอกมากที่สุด ได้แก่ 1 หลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ลักษณะการหลอกมักไม่ได้เริ่มด้วยการขอเงินก้อนใหญ่ทันที แต่เริ่มจากการชักชวนให้ “ทดลอง” เปิดบัญชีลงทุน มีโค้ช มีอาจารย์ มีผู้ช่วย มีห้อง LINE มีสมาชิกคนอื่นโชว์ผลกำไร และมีหน้าจอหรือเว็บไซต์ที่แสดงยอดเงินลงทุนในการสร้างแรงจูงใจ

2 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน กลโกงประเภทนี้อาศัย “ความกลัว” มากกว่าความโลภ คนร้ายอาจอ้างว่าเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ค่ายมือถือ ธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐ และใช้เรื่องที่คนทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบได้ทันที เช่น มีพัสดุผิดกฎหมาย มีบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน มีบุคคลใช้ชื่อของเหยื่อเปิดซิมโทรศัพท์ มีหมายจับมีเงินผิดกฎหมายไหลผ่านบัญชี จากนั้นจะทำให้เหยื่ออยู่กับสถานการณ์นั้นให้นานที่สุด ไม่ให้วางสาย ไม่ให้เล่าให้ลูกหลานฟัง และพาเข้าสู่ขั้นตอน “ตรวจสอบเงิน” หรือ “พิสูจน์ความบริสุทธิ์”

3 หลอกทำงานหารายได้พิเศษ รูปแบบนี้อาจเริ่มจากงานง่าย ๆ เช่น กดไลก์ รีวิวสินค้า ทำภารกิจ หรือรับออเดอร์ช่วงแรกอาจได้รับเงินคืนจริง เพื่อสร้างความรู้สึกว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้เงิน จากนั้นภารกิจจะเริ่มมีมูลค่าสูงขึ้น ต้องวางเงิน ต้องสำรองเงิน หรือต้องทำภารกิจต่อเนื่องจึงจะถอนเงินออกได้ เหยื่อจึงไม่ได้รู้สึกว่ากำลัง “โอนให้มิจฉาชีพ” แต่รู้สึกว่ากำลัง ทำงานให้เสร็จเพื่อเอาเงินของตัวเองกลับคืนมา

4 หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น โดยมีพฤติการณ์หลากหลาย ตั้งแต่เงินช่วยเหลือ เงินคืนค่ามิเตอร์ไฟฟ้า,ประปา เงินประกัน เงินรางวัล สิทธิประโยชน์ เช่น สิทธิบำเหน็จบำนาน ไปจนถึงการแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐต่างๆ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง กล่าวเตือนภัยไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มข้าราชการ ,รัฐวิสาหกิจ หรือผู้ที่จะเกษียณจากการทำงานในช่วงเดือนกันยายนนี้ ที่จะได้รับเงินบำเหน็จบำนานก้อนใหญ่ หรือเงินที่สะสมมาตลอดชีวิตในช่วงการทำงาน ควรเพิ่มความระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพหรือหากมีบุคคลที่ไม่รู้จักติดต่อมาในช่องทางต่างๆ อ้างเตัวป็นตำรวจ ปปง. ธนาคาร ไปรษณีย์ ค่ายโทรศัพท์ หรือหน่วยงานรัฐต่างๆ โดยกล่าวหาว่าเราไปเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ฟอกเงิน ยาเสพติดพัสดุผิดกฎหมาย หมายจับ ซิมโทรศัพท์ผิดกฎหมาย

นายกฯ เปิดทำเนียบต้อนรับ "ลอว์เรนซ์ หว่อง" โชว์มิตรภาพผ่านของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แผ่นป้ายปีกนักบินสิงคโปร์ RSAF สลักรหัส...
03/09/2026

นายกฯ เปิดทำเนียบต้อนรับ "ลอว์เรนซ์ หว่อง" โชว์มิตรภาพผ่านของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แผ่นป้ายปีกนักบินสิงคโปร์ RSAF สลักรหัส "MICKEY" สะท้อนมิตรภาพแนบแน่นที่รู้ใจ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนความคุ้นเคยและมิตรภาพที่ดีระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งมีโอกาสพบปะและหารือกันอย่างต่อเนื่อง
การพบกันครั้งนี้นับเป็นอีกโอกาสที่ผู้นำทั้งสองได้สานต่อความคุ้นเคยและมิตรภาพที่มีต่อกัน หลังจากมีโอกาสพบปะและหารือกันอย่างต่อเนื่องในหลายเวที ทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ การประชุม APEC ที่เมืองคยองจู การประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู รวมถึงการเดินทางเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ไปยังห้องสีม่วง เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความใส่ใจในรายละเอียดที่มีต่อกัน
สำหรับของที่ระลึกที่ฝ่ายสิงคโปร์มอบให้นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ลำโพงศิลปะรุ่นคลาสสิก “Architecture” ซึ่งออกแบบโดยแบรนด์ชั้นนำของสิงคโปร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบล็อกช่องลม (Breeze Blocks) อันเป็นเอกลักษณ์ของสิงคโปร์ในช่วงทศวรรษ 1950 และตกแต่งด้านหน้าด้วยลวดลายบาติกที่สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเปอรานากัน (Peranakan) เป็นการผสานงานศิลปะ วัฒนธรรม เข้ากับเสียงดนตรีผ่านงานฝีมือของช่างท้องถิ่นและวัสดุที่คำนึงถึงความยั่งยืนได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ฝ่ายสิงคโปร์ยังมอบแผ่นป้ายตราปีกนักบินกองทัพอากาศสิงคโปร์ (RSAF Wings Patch) พร้อมชื่อและรหัสเรียกขาน “MICKEY” ซึ่งเป็นนามเรียกขานทางอากาศของนายกรัฐมนตรี โดยจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสะท้อนถึงความชื่นชอบด้านการบินของนายกรัฐมนตรี และสื่อถึงความร่วมมือทางทหารอันใกล้ชิดระหว่างกองทัพอากาศสิงคโปร์และกองทัพอากาศไทย

ถ้วยแชมป์เอเชียถึงทำเนียบแล้วก่อนเริ่มพิธีมอบเงินรางวัลให้แก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 20262026 AV...
03/09/2026

ถ้วยแชมป์เอเชียถึงทำเนียบแล้ว

ก่อนเริ่มพิธีมอบเงินรางวัลให้แก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026
2026 AVC Women's Volleyball Continental Championship ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีในเวลา 10.30 น.ติดตามการ live ได้ที่ NBT Connext ที่นี่ที่เดียว

03/09/2026

ที่อยู่

352 ม. 6 ถ. ปากน้ำ ต. รูสะมิแล อ. เมืองปัตตานี
Ru Samilae Pattani
94000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.ปัตตานี Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.ปัตตานี News:

ทางลัด

แชร์