สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร เพจนี้ทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารจังหวัดสมุทรสาคร และข่าวสารอื่นๆที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
(1)

ตีฆ้องร้องข่าว (6 ส.ค.69 เวลา 06.30 น.)หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ📣 การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่...
05/08/2026

ตีฆ้องร้องข่าว
(6 ส.ค.69 เวลา 06.30 น.)
หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ

📣 การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 สร้างความเชื่อมั่นสู่สายตาคนทั่วโลก

ตีฆ้องร้องข่าว (6 ส.ค.69) | การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเง...

ตีฆ้องร้องข่าว (6 ส.ค.69 เวลา 06.30 น.)หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ📣 รัฐมนตรี ศุภมาส ปลื้ม หนังไทย “บินล่าฝัน” ติด ...
05/08/2026

ตีฆ้องร้องข่าว
(6 ส.ค.69 เวลา 06.30 น.)
หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ

📣 รัฐมนตรี ศุภมาส ปลื้ม หนังไทย “บินล่าฝัน” ติด 1 ใน 4 หนังต่างชาติสร้างแรงบันดาลใจ ในเทศกาลภาพยนตร์เด็กปักกิ่ง

ตีฆ้องร้องข่าว (6 ส.ค.69) | รัฐมนตรี ศุภมาส ปลื้ม หนังไทย“บินล่าฝัน...

ตีฆ้องร้องข่าว (6 ส.ค.69 เวลา 06.30 น.)หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ📣 นายกรัฐมนตรี ย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เร่งต่อ...
05/08/2026

ตีฆ้องร้องข่าว
(6 ส.ค.69 เวลา 06.30 น.)
หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ

📣 นายกรัฐมนตรี ย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เร่งต่อยอดผลเยือนอินโดนีเซีย เปลี่ยนข้อตกลงเป็นโอกาสของประเทศ

ตีฆ้องร้องข่าว (6 ส.ค.69) | นายกรัฐมนตรี ย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ...

“ทุกพลังคือความหวัง” เสนาธิการทหารบกลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามภารกิจความมั่นคง สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนวันนี้ (5 สิงหาคม...
05/08/2026

“ทุกพลังคือความหวัง” เสนาธิการทหารบกลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามภารกิจความมั่นคง สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพล และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายธีรศักดิ์ สังขโชติ นายอำเภอระแงะ และพันตำรวจเอก ศุภชัช ณ พัทลุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรระแงะ ให้การต้อนรับและร่วมติดตามคณะ

เวลา 18.20 น. คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม จุดตรวจบ้านไทย บริเวณหน้าวัดชัยรัตนาราม ซึ่งกองร้อยทหารพรานที่ 4503 รับผิดชอบภารกิจดูแลความปลอดภัย ก่อนเดินทางต่อไปยัง ชุดคุ้มครองตำบลตันหยงมัส ซึ่งมีกำลังของกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นตรวจเยี่ยม หมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส 22 ของกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมพบปะให้กำลังใจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ ที่ร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ เสนาธิการทหารบกและคณะยังได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนบริเวณ ตลาดเทศบาลตันหยงมัส บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทำให้เห็นถึงความร่วมมือและความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ในการร่วมสร้างสันติสุขในพื้นที่

โอกาสนี้ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของกำลังพล พร้อมย้ำว่ากำลังพลทุกนายได้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความรุนแรง แต่ทุกคนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่อย่างสุดพลัง ด้วยความหวังเดียวกัน คือการสร้างความปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนและลูกหลานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ใช้ชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยอย่างสันติสุข มั่นคง และมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม
.....................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
5 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงสวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู...
05/08/2026

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงสวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

#รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย #เจเศรษฐ์ไทยเศรษฐ์ #ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี #สวนนงนุชพัทยา #ชลบุรี

“มท.3” ผนึก “ปภ.-ท้องถิ่น” ย้ำภัยพิบัติยุคใหม่รุนแรงและซับซ้อนกว่าเดิม ยกระดับความพร้อมรับมือทุกวิกฤต5 สิงหาคม 2569 เวลา...
05/08/2026

“มท.3” ผนึก “ปภ.-ท้องถิ่น”
ย้ำภัยพิบัติยุคใหม่รุนแรงและซับซ้อนกว่าเดิม ยกระดับความพร้อมรับมือทุกวิกฤต

5 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมสัมมนาภายใต้โครงการ “การบริหารท้องถิ่นเพื่อรับมือทุกวิกฤตในโลกปัจจุบัน (Local Government Ready for Every Crisis Today)” พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ประสานพลัง ปภ. และท้องถิ่น สู่ยุทธศาสตร์การรับมือภัยพิบัติยุคใหม่” ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนปัญหาความมั่นคง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง ดังนั้น การเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับประเทศ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ภัยพิบัติในวันนี้ไม่เหมือนในอดีต แต่มีความรุนแรงมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น และเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น การบริหารจัดการภัยพิบัติจึงไม่สามารถใช้วิธีการเดิมได้อีกต่อไป ทุกหน่วยงานต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ ยกระดับศักยภาพของบุคลากร นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการวางแผน การแจ้งเตือน การสั่งการ และการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เข้าใจบริบทของพื้นที่ สามารถเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงการจัดบริการสาธารณะ แต่ต้องเป็นผู้นำในการสร้างความพร้อม สร้างความเชื่อมั่น และดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ระบบบัญชาการเหตุการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัยสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมของท้องถิ่น ทำให้เมื่อเกิดเหตุสามารถประสานงานกับ ปภ. ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“เมื่อเกิดภัย เราไม่ควรเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ทุกพื้นที่ต้องมีความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การเตรียมคน เตรียมเครื่องมือ และเตรียมองค์ความรู้ คือการลดความสูญเสียที่ดีที่สุด และสิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและปลอดภัย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงมหาดไทยจึงมอบหมายให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการสาธารณภัยสมัยใหม่ พร้อมเชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี รวมถึงระบบบัญชาการเหตุการณ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานเดียวกัน และพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ในตอนท้าย นายเจเศรษฐ์ แสดงความเชื่อมั่นว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พร้อมรับมือกับทุกวิกฤตในอนาคต ก่อนประกาศเปิดการอบรมสัมมนาอย่างเป็นทางการ พร้อมอวยพรให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านประสบความสำเร็จในการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ

พบกับพรรณพืชพระราชทาน  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สร้างงานสร้างคุณค่า สู่อนาคตของพื้นที่สูง ...
05/08/2026

พบกับพรรณพืชพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สร้างงานสร้างคุณค่า สู่อนาคตของพื้นที่สูง ในงาน “โครงการหลวง 57“

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” (The Blooming Legacy of Royal Flora) ระหว่างวันที่ 1 -12 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2565 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพรรณพืชจำนวน 18 ชนิด 44 พันธุ์ แก่มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อนำไปศึกษาวิจัย อนุรักษ์ ขยายพันธุ์ และ ต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน โดยปลูกทดสอบในพื้นที่โครงการหลวงทั้ง 7 แห่ง รวบรวมจัดแสดง ณ โรงเรือนสิริวัณณวรี Botanical Garden ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรม เเหล่งการเรียนรู้ และ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดแบ่งพืชเป้าหมายออกเป็น 4 กลุ่ม ตามศักยภาพการใช้ประโยชน์ ด้านการวิจัยและพัฒนา พร้อมคัดเลือกพืชมุ่งเป้า ได้แก่ มะเขือเทศ ลาเวนเดอร์ ราสเบอร์รี่ ถั่วแขก แก้วมังกรสีเหลืองทองและสตรอว์เบอร์รีป่า เพื่อดำเนินการวิจัยปรับปรุงพรรณพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตให้เป็นพืชต้นแบบสำหรับการวิจัยและพัฒนาต่อยอดสู่การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาพื้นที่สูง

ผลงานเด่นจากงานวิจัย ปรับปรุงพัฒนามะเขือเทศให้เป็นเอกลักษณ์ของโครงการหลวง คัดเลือกสายพันธุ์ลาเวนเดอร์สำหรับผลิตน้ำมันหอมระเหย คัดเลือกแก้วมังกรสีเหลืองทองโดยสัมผัสหวานละมุนกลิ่นหอมอวล เมล็ดอ่อนนุ่ม ซึ่งได้พระราชทานชื่อ Princess Sirivannavari Dragon fruit

โดยผลิตภัณฑ์และผลิตผลตามที่มูลนิธิโครงการหลวงได้พัฒนาสืบเนื่องต่อตามพระกระแสรับสั่ง อาทิเช่น ชามัจฉะ ถั่วปากอ้า ถั่วลันเนอร์ ลาเวนเดอร์ กุหลาบอินทรีย์ รูบาร์บ สนหอม หญ้าหอม บัตเตอร์นัท ถั่วลันเตา ชากุหลาบ และ คาเวียคุณภาพสูง รวมถึงศึกษาพืชที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและอาชีพใหม่ให้ชุมชนที่สูง เช่น วาซาบิ วานิลลา ลินิน และ อาร์ติโชค

สู่การวิจัยในนวัตกรรมและการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนสะท้อนพระปณิธานในการอนุรักษ์และต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพสู่การพัฒนาองค์ความรู้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชนบนพื้นที่สูงของประเทศไทย

งาน “โครงการหลวง 57“ ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” (The Blooming Legacy of Royal Flora) จัดขึ้นโดยมูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดงาน “โครงการหลวง57“ ระหว่างวันที่ 1 -12 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” (The Blooming Legacy of Royal Flora) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิโครงการหลวง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

รมช.คมนาคม ลงพื้นที่กาญจนบุรี มอบนโยบายเร่งพัฒนาที่ดินการรถไฟ 3 ทำเลยุทธศาสตร์ ยกระดับเศรษฐกิจ-โลจิสติกส์-ท่องเที่ยว สู่...
05/08/2026

รมช.คมนาคม ลงพื้นที่กาญจนบุรี มอบนโยบายเร่งพัฒนาที่ดินการรถไฟ 3 ทำเลยุทธศาสตร์ ยกระดับเศรษฐกิจ-โลจิสติกส์-ท่องเที่ยว สู่ต้นแบบการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของประเทศ
กาญจนบุรี 5 สิงหาคม 2569 – นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการจัดประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมรับฟังแผนพัฒนาพื้นที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพย์สินของการรถไฟให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ของประเทศ
ในการประชุม มีนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิจารณาแนวทางการพัฒนา 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ย่านสถานีกาญจนบุรี ป้ายหยุดรถสะพานแควใหญ่ และย่านสถานีวังเย็น ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งทางรางของภาคตะวันตก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันตก มีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า และโลจิสติกส์ จึงเหมาะสมที่จะพัฒนาทรัพย์สินของการรถไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยย่านสถานีกาญจนบุรีมีแผนพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสครบวงจรบนพื้นที่กว่า 126 ไร่ ประกอบด้วยตลาดค้าปลีก-ค้าส่ง ที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านค้า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และสวนสาธารณะ ซึ่งมีกำหนดผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาในปี 2570
ขณะที่ป้ายหยุดรถสะพานแควใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำแควใหญ่ เนื้อที่กว่า 20 ไร่ จะมุ่งพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ส่วนย่านสถานีวังเย็น มีศักยภาพพัฒนาเป็นศูนย์ขนถ่ายสินค้าทางรางและลานกองเก็บตู้คอนเทนเนอร์ (Container Yard : CY) รองรับการขนส่งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม เชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างเมียนมา ไทย และมาเลเซีย โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยและบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ได้ร่วมกับภาคเอกชนเตรียมพัฒนาพื้นที่กว่า 15 ไร่ เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนการค้าชายแดน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานยึดหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การศึกษาความเหมาะสมของโครงการอย่างรอบด้าน การพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ควบคู่การอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน รวมถึงการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมเร่งจัดทำรายละเอียดโครงการให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของการรถไฟอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

🍭 อย่าปล่อยให้ความหวาน...ทำร้ายสุขภาพลูก 💙👧🧒รู้หรือไม่? เด็กที่ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพทั้ง...
05/08/2026

🍭 อย่าปล่อยให้ความหวาน...ทำร้ายสุขภาพลูก 💙👧🧒

รู้หรือไม่? เด็กที่ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ฟันผุ สมาธิลดลง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต

💡 เริ่มดูแลสุขภาพลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการ
🥛 เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มหวาน
🍎 เลือกรับประทานผลไม้สดแทนขนมหวาน
🍽️ ปรุงอาหารเอง ลดการเติมน้ำตาล
🏃‍♀️ ส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
👨‍👩‍👧‍👦 พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกรับประทานอาหาร

📌 ปริมาณน้ำตาลที่แนะนำต่อวัน
🔹 เด็กอายุ 6–13 ปี : ไม่เกิน 16 กรัม/วัน (4 ช้อนชา)
🔹 วัยรุ่นอายุ 14–25 ปี : ไม่เกิน 24 กรัม/วัน (6 ช้อนชา)
🔹 วัยทำงานอายุ 25–60 ปี : ไม่เกิน 16 กรัม/วัน (4 ช้อนชา)
🔹 ผู้ที่ใช้พลังงานมาก : ไม่เกิน 32 กรัม/วัน (8 ช้อนชา)
🔹 ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป : ไม่เกิน 16 กรัม/วัน (4 ช้อนชา)

✨ สุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากการลดหวานในทุกวัน เพราะการดูแลวันนี้ คือการสร้างอนาคตที่แข็งแรงให้ลูกในวันข้างหน้า

#ลดหวานเพื่อสุขภาพ #อย่าปล่อยให้ความหวานทำร้ายสุขภาพลูก #เด็กสุขภาพดี #กินหวานแต่พอดี #สุขภาพเด็ก #ลดน้ำตาล #กินดีมีสุข #กรมประชาสัมพันธ์

☔ 4 โรคระบาดตัวร้าย... มาพร้อมสายฝนที่คุณต้องระวัง ⛈️ช่วงนี้ฝนตกบ่อย สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แถมมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เ...
05/08/2026

☔ 4 โรคระบาดตัวร้าย... มาพร้อมสายฝนที่คุณต้องระวัง ⛈️

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แถมมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เป็นช่วงที่เชื้อโรคและพาหะต่างๆ แพร่ระบาดได้ดีมากๆ ครับ มาเช็กอาการเสี่ยงและวิธีป้องกัน 4 โรคยอดฮิตในฤดูฝนกัน!

🦟 1. โรคไข้เลือดออก (ยุงลายเป็นพาหะ)

อาการ: ไข้สูงลอย 2-7 วัน, ปวดศีรษะ/ปวดเต้าตา, มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง

ข้อควรระวัง: ห้ามกินยาแอสไพรินหรืออิบูโพรเฟนเด็ดขาด!

ป้องกัน: สวมเสื้อผ้ามิดชิด, ทายากันยุง, เทน้ำขังในภาชนะรอบบ้าน

🐭 2. โรคฉี่หนู / เลปโตสไปโรซิส (ติดเชื้อจากน้ำท่วมขัง)

อาการ: ไข้สูงเฉียบพลัน, ปวดน่อง/น่องตึงรุนแรง, ตาแดง

ป้องกัน: หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำขัง ย่ำโคลน หากจำเป็นต้องลุยให้สวมรองเท้าบูทยาง และถ้ามีแผลที่เท้าห้ามสัมผัสน้ำท่วมเด็ดขาด

😷 3. โรคไข้หวัดใหญ่ & RSV (ระบาดทางระบบหายใจ)

อาการ: ไข้สูง, ไอ, เจ็บคอ, ปวดเมื่อยตัว (เด็กเล็กอาจมีเสียงหายใจวี้ด)

ป้องกัน: สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด, หมั่นล้างมือ, ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

👶 4. โรคมือ เท้า ปาก (ภัยเงียบในเด็กเล็ก)

อาการ: มีไข้, มีตุ่มน้ำใสหรือแผลในปาก, มีผื่น/ตุ่มพองที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า

ป้องกัน: หมั่นทำความสะอาดของเล่น/ของใช้, ล้างมือก่อนทานอาหาร, หากเด็กป่วยให้หยุดเรียนทันที

🛡️ จำง่ายๆ ด้วยหลัก "3 ป. รับมือหน้าฝน"

ปกป้อง: สวมรองเท้าบูทเมื่อลุยน้ำ / ใส่หน้ากากอนามัย

ปลดเชื้อ: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อยๆ

ปราบยุง: ทำลายแหล่งน้ำขังรอบบ้านทุกสัปดาห์

อย่าลืมกด Share ส่งต่อความห่วงใยนี้ให้ครอบครัวและคนที่คุณรักกันนะครับ ❤️

#เตือนภัยหน้าฝน #4โรคระบาดหน้าฝน #ดูแลสุขภาพ #ไข้เลือดออก #โรคฉี่หนู #มือเท้าปาก #กรมประชาสัมพันธ์

ที่อยู่

Samut Sakhon
74000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร:

ทางลัด

แชร์