Clicky

สำนักงานกฎหมาย ณภัทร อยู่สงค

สำนักงานกฎหมาย ณภัทร อยู่สงค รับปรึกษาและว่าความทั่วราชอาณาจัก?

เปิดเหมือนปกติ

ขอฝากประชาสัมพันธ์หน่อยนะครับจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเป็นประโยชน์แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่านครับ
22/01/2022

ขอฝากประชาสัมพันธ์หน่อยนะครับจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเป็นประโยชน์แก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่านครับ

ข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่องกฎหมายยาเสพติด
13/12/2021

ข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่องกฎหมายยาเสพติด

ฝากประชาสัมพันธ์ของศาลอาญานะครับ ช่วยแชร์ให้พี่น้องทนายความและประชาชนได้ทราบกันด้วยนะครับปรึกษาคดีความติดต่อได้ที่โทร 08...
31/07/2021

ฝากประชาสัมพันธ์ของศาลอาญานะครับ ช่วยแชร์ให้พี่น้องทนายความและประชาชนได้ทราบกันด้วยนะครับ
ปรึกษาคดีความติดต่อได้ที่
โทร 084-5543688 ทนายจอห์น

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การพิจารณาคดีทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ( ออนไลน์ ) นะครับ
30/07/2021

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การพิจารณาคดีทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ( ออนไลน์ ) นะครับ

ประเด็นข้อพิพาท "สิทธิในการครอบครองที่ดิน"คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7393/2550ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรอง...
29/07/2021

ประเด็นข้อพิพาท "สิทธิในการครอบครองที่ดิน"

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7393/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ และ พ. เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ พ. ย่อมไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลย แม้จำเลยจะรับโอนมาโดยเสียค่าตอบแทนและเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทก็ตาม จำเลยก็ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื่องจากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่า พ. ผู้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 96 จำเลยให้การว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจาก พ. จำเลยครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน และที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ ดังนี้จึงไม่มีปัญหาในเรื่องแย่งการครอบครอง เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ ก็แต่เฉพาะในกรณีที่ดินเป็นของบุคคลอื่น เมื่อจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและจำเลยครอบครองเอง จึงไม่เป็นการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์ คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกรบกวนหรือนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1374 วรรคสอง และมาตรา 1375 วรรคสอง
.
หมายเหตุ
.
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้วินิจฉัยเดิมตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับก่อน เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2544 เป็นต้น มีข้อพิจารณาว่า จำเลยจะบรรยายคำให้การอย่างไรเพื่อให้ชอบด้วยกฎหมาย หากข้อเท็จจริงได้ความว่า 1. จำเลยซื้อหรือเข้าครอบครองที่ดินโดยสุจริตทำประโยชน์ตลอดมา ต่อมาโจทก์อ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของตน 2. จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินส่วนที่ตนรับโอนมาโดยชอบและยังเข้าครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ติดกันโดยเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของตนด้วย ทั้งสองกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่าจำเลยครอบครองที่ดินด้วยเจตนาเป็นของตนเอง หากที่ดินที่ครอบครองเป็นของโจทก์ ก็ถือได้ว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองของโจทก์แล้ว โจทก์จะฟ้องเรียกคืนก็จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง โดยไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์จะรู้ว่าถูกแย่งการครอบครองหรือไม่และรู้เมื่อใด แต่เมื่อจำเลยให้การโดยบรรยายข้อเท็จจริงให้ศาลทราบกลับกลายเป็นคำให้การที่ไม่มีประเด็นในเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกคืนภายในกำหนด 1 ปี หรือไม่ คดีแพ่งเมื่อศาลมีคำพิพากษาก็มีผลกระทบกระเทือนเกี่ยวกับทรัพย์สินของคู่ความต่างจากคดีอาญาที่กระทบกระเทือนต่อทรัพย์ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์แต่ส่วนใหญ่จะกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพ บางครั้งเป็นส่วนน้อยที่กระทบกระเทือนต่อชีวิต แต่การบรรยายคำฟ้องศาลยังไม่เข้มงวด เช่น การบรรยายคำฟ้องความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร โดยบรรยายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในชั้นแรกว่ามีการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จากนั้นจึงบรรยายความผิดฐานรับของโจร เพื่อให้ศาลเลือกลงโทษฐานใดฐานหนึ่งตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ดังนั้น การที่จำเลยให้การโดยบรรยายข้อเท็จจริงว่า จำเลยเข้าครอบครองที่ดินโดยชอบ (ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ รับให้ หรือเข้าครอบครองโดยสุจริตเพราะเห็นว่าเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่รู้ว่าเป็นที่ดินของโจทก์) และครอบครองมานานกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตามหากที่ดินจะเป็นของโจทก์จริง โจทก์ก็ฟ้องเรียกคืน ซึ่งการครอบครองเกินกว่า 1 ปี จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง เช่นนี้ น่าจะถือได้ว่าเป็นการบรรยายคำให้การที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว อาจมีมุมมองว่าควรจะคำนึงถึงความสูญเสียของเจ้าของที่ดิน จึงต้องพยายามเข้มงวดกับจำเลย แต่ก็มีแง่คิดทางกฎหมายว่าการที่เจ้าของที่ดินปล่อยปละละเลยไม่เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งเป็นผลเสียแก่ประเทศโดยรวม ผู้ร่างกฎหมายจึงร่างกฎหมาย ป.พ.พ. มาตรา 1375 ไว้ ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ทราบกันอยู่ว่าที่ดินส่วนใหญ่ตกอยู่กับนายทุนเป็นส่วนมาก ดังจะเห็นว่ามีที่ดินปล่อยว่างทิ้งไว้โดยมิได้ทำประโยชน์เป็นจำนวนมาก เมื่อมีคนเข้าทำประโยชน์นานถึง 1 ปี แล้วก็มิได้โต้แย้ง นับว่าเป็นเวลานานพอสมควรที่น่าจะเปลี่ยนผู้เป็นเจ้าของในกรณีที่เป็นที่ดินมือเปล่า
.
ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ พ. ไม่มีสิทธินำที่ดินของโจทก์ไปขายให้แก่จำเลย แม้จำเลยจะรับโอนมาโดยเสียค่าตอบแทนและครอบครองที่ดินก็ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดิน เนื่องจากจำเลยผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่า พ. ผู้โอนก็สืบเนื่องมาจากศาลไม่วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองภายใน 1 ปี หรือไม่ หากวินิจฉัยให้ก็ต้องดูว่าจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์มาเกิน 1 ปี หรือไม่ ถ้าเกินก็ต้องยกฟ้องโจทก์ สำหรับระยะเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองภายใน 1 ปี นี้ เป็นการกำหนดเวลาให้ฟ้องคดี จึงเป็นระยะเวลาให้สิทธิฟ้องคืนการครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่ใช่เรื่องอายุความ เพราะอายุความเป็นเรื่องขณะฟ้องสิทธิเรียกร้องยังมีอยู่แต่ไม่ได้ใช้สิทธิภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดจึงอายุความ ห้ามมิให้ฟ้อง ส่วนสิทธิในการฟ้องร้องว่าโจทก์จะมีสิทธิหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2300/2527)
.
การที่จำเลยกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินและเข้าครอบครองนั้น ถือเป็นการแย่งการครอบครองแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2493 น. เอาที่ดินของโจทก์ไปจดทะเบียนโอนขายให้แก่ พ. โดยโจทก์ไม่รู้ พ. ซื้อไว้โดยไม่สุจริตและเห็นว่าโจทก์ไม่รู้ถึงการซื้อขายดังกล่าว ต่อมา ป. เข้าไปปลูกบ้าน โจทก์ยื่นฟ้องในเดือนเดียวกัน จึงฟ้องภายใน 1 ปี (การที่ ป. เข้าไปปลูกบ้านถือได้ว่าแย่งการครอบครอง) การที่มีผู้บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของผู้อื่นไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามย่อมถือได้ว่าเจ้าของที่ดินถูกแย่งการครอบครองแล้ว แม้ผู้บุกรุกซึ่งต่อมาถูกฟ้องเป็นจำเลยจะให้การว่าเป็นเจ้าของที่ดินก็ตาม คำให้การดังกล่าวก็มีความหมายในลักษณะที่เป็นต้นเหตุแห่งการใช้สิทธิเข้าแย่งการครอบครองนั่นเอง มิได้หมายความว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ไม่สามารถแย่งการครอบครองที่ดินของตนได้ แต่ถ้าหากจำเลยให้การว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโดยบุกเบิกถางป่าแล้วได้ครอบครองที่ดินตลอดมา เช่นนี้ย่อมถือเป็นการที่จำเลยยืนยันมาแต่แรกว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินมาแต่ดั้งเดิม มิได้แย่งการครอบครองมาจากบุคคลใด ซึ่งหากเป็นคำให้การในลักษณะนี้แม้จำเลยจะให้การอีกว่า จำเลยได้แย่งการครอบครองจากโจทก์เกินกว่า 1 ปี โจทก์จึงไม่มีอำนจฟ้อง ก็ถือได้ว่าเป็นคำให้การที่ไม่ชอบ ผลจึงต่างกัน เว้นแต่จำเลยจะให้การด้วยว่า จำเลยครอบครองที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์ด้วย เช่นนี้หากจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองเกิน 1 ปี ก็เป็นคำให้การที่ชอบเมื่อในคดีนี้ จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินมาแล้วเข้าครอบครอง แม้จะระบุด้วยว่าเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ก็มีหมายความเพียงว่าเป็นเจ้าของจากการซื้อมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้สิทธิเข้าแย่งการครอบครอง มิได้หมายความว่าครอบครองที่ดินมาแต่เดิมแต่อย่างใด
Cr. ศิริชัย วัฒนโยธิน

28/07/2021

ข่าวประชาสัมพันธ์ยกฐานะจากศาลแขวงเป็นศาลจังหวัด
พ.ร.บ.ยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิ และศาลแขวงเวียงป่าเป้า เป็นศาลจังหวัด พ.ศ.2564
มีเนื้อหาสาระสำคัญดังนี้
1. กำหนดให้ยกฐานะศาลแขวงนครไทยเป็นศาลจังหวัดนครไทย มีเขตตลอดท้องที่อำเภอชาติตะการและอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก(ข้อ 3)
2. กำหนดให้ยกฐานะศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัยเป็นศาลจังหวัดพยัคฆภูมิพิสัย มีเขตตลอดท้องที่อำเภอนาเชือก อำเภอนาดูน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และอำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม(ข้อ 6)
3. กำหนดให้ยกฐานะศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัดเวียงป่าเป้า มีเขตตลอดท้องที่อำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย(ข้อ 9)
ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 138 ตอนที่ 46 ก ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564)

ประชาสัมพันธ์เรื่องการขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้แบบฟอร์มตามนี้นะครับปรึกษาคดีความติดต่อได้ที่ 084-5543688 ทนายจอห...
28/07/2021

ประชาสัมพันธ์เรื่องการขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้แบบฟอร์มตามนี้นะครับ
ปรึกษาคดีความติดต่อได้ที่ 084-5543688 ทนายจอห์น

พระราชกฤษฎีกา พระราชอภัยโทษ พ.ศ.2564 ดูหลักเกณฑ์กันนะครับ เมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ขอได้โปรดกลับตัวกลับใจเป็นพลเม...
27/07/2021

พระราชกฤษฎีกา พระราชอภัยโทษ พ.ศ.2564 ดูหลักเกณฑ์กันนะครับ เมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณแล้ว ขอได้โปรดกลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองที่ดีต่อสังคมและชาติต่อไปด้วยนะครับ
ติดต่อปรึกษาคดีความได้ที่ 084-5543688 ทนายจอห์น

26/07/2021

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 บุตรกระทำละเมิด มารดาต้องร่วมรับผิดหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2563 (หน้า 124 เล่ม 3) โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามต่างคนต่างกระทำความผิดและร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยในส่วนของจำเลยที่ 3 นั้น โจทก์คงบรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยปราศจากเหตุอันสมควรร่วมกันพรากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้ร้อง ผู้เป็นบิดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกาในคดีส่วนอาญา ข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาจึงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกระทำความผิดตามฟ้องด้วย เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้เพื่อขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนอันเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 46 จึงต้องฟังว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อผู้ร้อง ไม่จำต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ป.วิ.อ.มาตรา 44/1 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญามีสิทธิยื่นคำร้องเข้ามาในคดีอาญาเพื่อให้ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ต้องไปยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งอีก โดยกำหนดว่าคำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง ซึ่งถือเป็นคำขอบังคับใส่วนแพ่ง ส่วนสภาดแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาต้องอาศัยข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของพนักงานอัยการเป็นหลัก แต่กลับไม่ปรากฏในคำบรรยายฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งขณะกระทำความผิดอายุ 19 ปี และเป็นผู้เยาว์นั้นมีจำเลยที่ 3 เป็นมารดาของจำเลยที่ 1 ด้วยแต่อย่างใด เมื่อคำร้องขอผู้ร้องถือเป็นคำฟ้องตาม ป.วิ.อ.มาตรา 44/1 วรรคสอง ที่ขอบังคับให้จำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงกรณีที่ร่วมกันตกระทำละเมิดฐานพรากผู้เสียหายที่ 1 เท่านั้น ประกอบกับ ป.วิ.อ.มาตรา 44/1 วรรคท้าย บัญญัติว่า “คำร้องตามวรรคหนึ่งจะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้ และต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์.....” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ร้องจะมีคำขอบังคับให้จำเลยที่ 3 ชดใช้แก่ผู้ร้องได้นั้นจะต้องเป็นค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของบุคคลอื่นได้ และการที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกระทำความผิดตามฟ้องด้วย แต่กลับพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ.มาตรา 429 ในฐานะมารดา ซึ่งมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล ปล่อยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์พรากผู้เสียหายที่ 1 ไปเสียจากความปกครองของผู้ร้อง จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องของพนักงานอัยการและคำร้องของผู้ร้อง เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142 ประกอบ ป.วิ.อ.มาตรา 40 ด้วย
(หมายเหตุ 1 ผู้เสียหายยื่นคำร้องบังคับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นมารดาของจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 แต่ให้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
2 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือสข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 46 เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อผู้เสียหาย ก็ไม่จำต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
3 การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งการละเมิดตาม ป.พ.พ.มาตรา 429 จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5162/2563 วินิจฉัยว่า สัญญาจ้างว่าความซึ่งมีข้อตกลงคิดค่าว่าจ้างทนายความในอัตราของจำนวนทุนทรัพย์ที่ส...
22/07/2021

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5162/2563 วินิจฉัยว่า สัญญาจ้างว่าความซึ่งมีข้อตกลงคิดค่าว่าจ้างทนายความในอัตราของจำนวนทุนทรัพย์ที่สามารถบังคับคดีได้ ไม่ขัด พรบ ทนายความ และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ อีกทั้ง ปวิพ มาตรา 222/37 ก็บัญญัติให้คิดเงินรางวัลทนายความฝ่ายโจทก์ในอัตราร้อยละจากเงินที่ได้รับตามคำพิพากษาทำนองเดียวกับข้อตกลงในสัญญาจ้างว่าความคดีนี้ที่ผู้ว่าจ้างตกลงชำระค่าจ้างว่าความในอัตราร้อยละ 30 ของจำนวนทุนทรัพย์ที่สามารถบังคับคดีได้ สัญญาจ้างว่าความนี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยตาม ปพพ มาตรา 150 ไม่เป็นโมฆะ (กลับหลักเดิม)

ที่อยู่

307/4 หมู่บ้านปัญญา
Suan Luang
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66845543688

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมาย ณภัทร อยู่สงคผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมาย ณภัทร อยู่สงค:

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Suan Luang บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด