สวท ตาก

สวท ตาก สถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์เพื่อข่าวสารบริการประชาชน

จากสิ่งทอ สู่ 'ระบบวัฒนธรรมที่มีชีวิต'เมื่อประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย...
05/09/2026

จากสิ่งทอ สู่ 'ระบบวัฒนธรรมที่มีชีวิต'
เมื่อประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก สิ่งที่คนไทยควรทำความเข้าใจร่วมกันคือ เราไม่ได้นำเสนอเพียง “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ ในฐานะเครื่องแต่งกายเท่านั้น
สิ่งที่ประเทศไทยกำลังนำเสนอคือ “ระบบวัฒนธรรมที่มีชีวิต” ซึ่งเชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ที่สั่งสมมา งานฝีมือและงานช่างสิ่งทอที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตลอดจนแนวปฏิบัติในการแต่งกายที่ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตและประเพณีของคนไทย
คุณค่าของชุดไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงที่รูปแบบของเสื้อผ้า แต่อยู่ในองค์ความรู้ของผู้คน ตั้งแต่ช่างทอ ช่างปัก ช่างตัดเย็บ ไปจนถึงผู้สวมใส่และชุมชนที่ช่วยกันรักษาและส่งต่อภูมิปัญญาเหล่านี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป
เพราะมรดกที่มีชีวิต ไม่ได้มีความหมายเพียงสิ่งที่เรารับมาจากอดีต แต่คือสิ่งที่ยังถูกใช้ สร้างสรรค์ และส่งต่ออยู่ในชีวิตของผู้คนในวันนี้
#สืบสานรักษาต่อยอด

05/09/2026

พระที่นั่งราเชนทรยาน และ พระที่นั่งราเชนทรยานน้อยในริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศที่ 4
พระที่นั่งราเชนทรยานและพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 แม้จะมีชื่อและรูปแบบใกล้เคียงกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
พระที่นั่งราเชนทรยาน ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พระที่นั่งราเชนทรยาน หรือ พระราเชนทรยาน สร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช ลักษณะเป็นพระที่นั่งทรงบุษบก ย่อมุมไม้สิบสอง หลังคาซ้อนกัน 4 ชั้น สร้างด้วยไม้
แกะสลักปิดทอง ใช้เป็นในการเชิญพระโกศพระบรมอัฐิหรือพระอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง นอกจากนี้ยังใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ใช้กำลังพลแบกหามทั้งสิ้น 56 คน
พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นพระราชยานที่ใช้สำหรับเชิญพระผอบบรรจุพระบรมราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากพระเมรุมาศท้องสนามหลวงเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศที่ 4 โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ดำเนินการจัดสร้างพระราเชนทรยานน้อย สำหรับเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
เพื่อมิให้เกิดความสับสนกับ พระที่นั่งราเชนทรยาน ซึ่งเป็นพระราชยานสำหรับเชิญพระโกศบรรจุพระบรมอัฐิ การจัดสร้างในครั้งนี้จึงใช้ชื่อเรียกว่า พระราเชนทรยานน้อย ทั้งนี้ มีการออกแบบ เขียนแบบเพื่อจัดสร้างพระราเชนทรยานน้อยในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร โดยได้ยึดรูปแบบการจัดสร้างมาจากพระที่นั่งราเชนทรยาน และมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วนให้เหมาะสม หากแต่ยังคงความงดงามตามแบบอย่างโบราณ ทั้งในด้านรูปแบบและกระบวนการจัดสร้าง เพื่อให้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นไปอย่างสวยงามและสมพระเกียรติ
ที่มาข้อมูล : เว็บไซต์ phralan
เว็บไซต์ kingrama9.th
ที่มาภาพ : รายการหอจดหมายเหตุกรุงรัตนโกสินทร์, ไทยรัฐ
#ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
#สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
#พระที่นั่งราเชนทรยาน
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์พระบรมศพ

เรือตำรวจ มีลักษณะคล้ายกับเรือแตงโมและเรือดั้ง เป็นเรือกราบ ประเภทเรือเหล่าแสนยากร ทำหน้าที่เป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนเรือพ...
04/09/2026

เรือตำรวจ มีลักษณะคล้ายกับเรือแตงโมและเรือดั้ง เป็นเรือกราบ ประเภทเรือเหล่าแสนยากร ทำหน้าที่เป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนเรือพระที่นั่ง ไม่พบประวัติการสร้าง

ภายในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรือตำรวจจะอยู่สายกลางริ้วที่ ๓ เป็นเรือสำหรับพระตำรวจหลวงชั้นปลัดกรม หรือข้าราชการในพระราชสำนัก ซึ่งทำหน้าที่เป็นองครักษ์นั่งประจำ มีจำนวน ๓ ลำ ได้แก่ เรือตำรวจ ๑ และเรือตำรวจ ๒ อยู่หน้าเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ส่วนเรือตำรวจ ๓ อยู่หลังเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙

เรือตำรวจทาน้ำมันสีดำเกลี้ยงตลอดทั้งลำเรือ มีความยาว ๒๐.๙๗ เมตร กว้าง ๑.๔๑ เมตร และมีความลึกท้องเรือ ๐.๔๗ เมตร กำลังพลประจำเรือลำละ ๒๘ นาย ประกอบด้วย นายเรือ ๑ นาย นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๒๔ นาย และพลสัญญาณ ๑ นาย

#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพุทธศักราช๒๕๖๙
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#กองทัพเรือ #เรือพระราชพิธี

เรือแซง ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค นั้น มีด้วยกัน ๗ ลำมีชื่อเรียกตามลำดับ ตั้งแต่ เรือแซง ๑ ถึง เรือแซง ๗ มีลักษณะเป็น เรือ...
04/09/2026

เรือแซง ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค นั้น มีด้วยกัน ๗ ลำ
มีชื่อเรียกตามลำดับ ตั้งแต่ เรือแซง ๑ ถึง เรือแซง ๗ มีลักษณะเป็น เรือกราบ คือ เรือเล็กและเร็ว ทำหน้าที่เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์ เหมือนกับทหารมหาดเล็ก สามารถแซงเรือในขบวนมาอารักขาพระมหากษัตริย์ได้ มีจำนวน ๗ ลำ ไม่พบหลักฐานที่สร้างแต่มีบันทึกไว้ว่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้จัดเรือแซง จำนวน ๔ ลำ ไว้ท้ายขบวน และในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้เพิ่มสำหรับพระตำรวจอีก ๒ ลำ โดยใน ๔ ลำแรกใช้ทหาร จึงเรียกว่า “เรือแซงทหาร” ส่วนอีก ๒ ลำนั้น เรียก “เรือแซง”

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ ได้ตัดเรือแซงของพระตำรวจออกไป และเรือแซงทหารได้เปลี่ยนชื่อเป็นเรือแซงจนถึงปัจจุบัน
รูปร่าง และขนาดเรือ ลักษณะหัวเรือเชิดขึ้นเหนือแนวน้ำทาสีดำ แต่ละลำมีขนาดไม่เท่ากัน

เรือแซง จะอยู่ในริ้วนอกสุดของขบวน โดยแซงด้านขวา ๓ ลำ (ได้แก่ เรือแซง ๑ , ๓ , ๕ ) และแซงด้านซ้าย ๓ ลำ (ได้แก่ เรือแซง ๒ , ๔ , ๖ ) เรือแซง ๗ อีก ๑ ลำ ปิดท้ายริ้วกลางของขบวน

โดยเรือแซง ๑ - ๖ มีความยาวเท่ากัน คือ ๒๓.๒ เมตร แต่จะมีความกว้างไม่เท่ากันอยู่ระหว่าง ๑.๔๐ - ๑.๖๒ เมตร ส่วนเรือแซง ๗ มีความยาว ๒๔.๗ เมตร กว้าง ๑.๕ เมตร กำลังพลประจำเรือ ประกอบด้วย นายเรือ ๑ นาย นายท้าย ๒ นาย พลสัญญาน ๑ นาย เหมือนกันทุกลำ ยกเว้นฝีพายเรือ ๑ - ๖ มีฝีพาย ๒๔ นาย ส่วนเรือแซง ๗ มีฝีพาย ๓๐ นาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กองทัพเรือ Royal Thai Navy

04/09/2026

รายการผู้ว่าราชการจังหวัดตากพบประชาชน ประจำวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569

03/09/2026

รายการบอกข่าวชาวตาก วันศุกร์ที่ 4 ก.ย.69

"เมื่อพระเมตตาเดินทางข้ามพรมแดน"ข้อกำหนดกรุงเทพที่มีจุดเริ่มต้นจากพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเร...
03/09/2026

"เมื่อพระเมตตาเดินทางข้ามพรมแดน"

ข้อกำหนดกรุงเทพที่มีจุดเริ่มต้นจากพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกนำไปใช้เป็นกรอบอ้างอิงในการผลักดันการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังหญิง

ภายหลังข้อกำหนดกรุงเทพได้รับการรับรองในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ พระราชกรณียกิจไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐบาลไทยได้จัดตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อขับเคลื่อนข้อกำหนดดังกล่าวให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยทำงานร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำมาตรฐานดังกล่าวไปปรับใช้ทั้งในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน
ผลลัพธ์ของข้อกำหนดกรุงเทพยังขยายไปไกลกว่าภูมิภาคเอเชีย โดยกรมราชทัณฑ์ของไอร์แลนด์ได้กำหนดมาตรฐานเพิ่มเติมสำหรับการตรวจเยี่ยมเรือนจำหญิง โดยอ้างอิงข้อกำหนดกรุงเทพโดยตรง

ขณะที่ในโคลอมเบีย องค์กร Corporación Humanas ซึ่งดำเนินงานด้านสิทธิของผู้ต้องขังหญิง ยอมรับว่าข้อกำหนดกรุงเทพได้กลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงและเครื่องมือสำคัญในการผลักดันและเจรจากับภาครัฐและเรือนจำ

จากพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในประเทศไทย วันนี้ข้อกำหนดกรุงเทพได้ก้าวข้ามพรมแดน กลายเป็นภาษากลางที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลกนำมาใช้ในการสื่อสารและผลักดันการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังหญิง

ข้อมูลจาก
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)
https://www.dcaf.ch/.../GSSR%20Toolkit/Penal%20reform.pdf
https://www.unodc.org/.../fifteen-years-of-the-bangkok...

#สืบสานรักษาต่อยอด #เมื่อพระเมตตาเดินทางข้ามพรมแดน
#น้อมดวงใจรำลึกเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

02/09/2026

รายการบอกข่าวชาวตาก วันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ย.69

02/09/2026

“ผ้าไหมมัดหมี่...มรดกภูมิปัญญาไทย สืบสานพระราชปณิธานพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำรัสถึง ผ้าไหมมัดหมี่ นับเป็นหนึ่งในมรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของไทย ที่สะท้อนความประณีต ความอดทน และความสามารถของช่างทอผ้าพื้นบ้าน โดยเฉพาะภูมิปัญญาการมัดและย้อมเส้นไหมให้เกิดเป็นลวดลาย ก่อนนำไปทอจนกลายเป็นผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์งดงาม สะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของผ้าไทย รวมถึงผ้าไหมพื้นบ้านของคนไทย จึงทรงมีพระราชดำริในการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปาชีพ เพื่อให้ประชาชนในชนบทสามารถนำภูมิปัญญาและทักษะดั้งเดิมมาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง
พระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวไม่เพียงช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้าและหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่ หากยังเป็นการยกระดับคุณค่าของผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและบนเวทีนานาชาติ
ทุกเส้นไหมที่ถูกมัดและย้อม ทุกลวดลายที่ถักทออย่างพิถีพิถัน จึงมิได้เป็นเพียงความงดงามของผืนผ้า หากยังเป็นสายใยที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาของบรรพชนเข้ากับพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทย

02/09/2026

ประกายระยิบระยับสีเขียว น้ำเงิน เหลือบทองของปีกแมลงทับ จากธรรมชาติในผืนป่า ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นประณีต เพื่อประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
การนำปีกแมลงทับมาประดับตกแต่งเป็นการสืบสานงานช่างโบราณที่เรียกว่า “การปะปีกแมลงทับ” ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดและความชำนาญในทุกขั้นตอน
ช่างจะคัดเลือกปีกแมลงทับที่หลุดร่วงตามธรรมชาติ โดยเลือกปีกที่มีความสมบูรณ์ สีสันสดใส และมีประกายเหลือบวาว จากนั้นคัดแยกตามเฉดสี ได้แก่ ทอง นาก น้ำเงิน และม่วง รวมถึงคัดตามขนาดเพื่อให้เหมาะกับการนำไปประกอบชิ้นงาน
ขั้นตอนการทำเริ่มจากการกรอปีกให้บางลง เพื่อให้สามารถตัดแต่งได้ง่ายขึ้น ก่อนใช้กรรไกรและตุ๊ดตู่เจาะ ตัด และแต่งปีกแต่ละชิ้นให้ได้รูปทรงและขนาดตามแบบ
เมื่อเตรียมชิ้นส่วนเรียบร้อยแล้ว ช่างจะนำปีกแมลงทับมาติดประดับลงบนพื้นผิวตามแบบที่กำหนด จัดวางแต่ละชิ้นให้เกิดความต่อเนื่องของลวดลาย ก่อนผนึกด้วยกาวให้ยึดติดกับชิ้นงานอย่างมั่นคง
ปีกแมลงทับแต่ละชิ้นจึงผ่านทั้งการคัดเลือก ตัดแต่ง และจัดวางด้วยความประณีต เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญางานช่างไทยและสร้างสรรค์เครื่องประกอบพระราชพิธีให้สมพระเกียรติ

ที่อยู่

33หมู่7ตำบลไม้งาม อำเภอเมือง จังหวัดตาก
Tak
63000

เบอร์โทรศัพท์

+6655890627

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท ตากผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์