เก่าเล่าใหม่ Old Story New

เก่าเล่าใหม่ Old Story New เก่าเล่าใหม่สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ

10 ปราสาทหินขอมโบราณในประเทศไทย  #แหล่งประวัติศาสตร์  #โบราณสถานที่สำคัญ 🇹🇭อ้างอิง https://travel.trueid.net/detail/RJdo...
11/08/2025

10 ปราสาทหินขอมโบราณในประเทศไทย #แหล่งประวัติศาสตร์ #โบราณสถานที่สำคัญ 🇹🇭

อ้างอิง https://travel.trueid.net/detail/RJdoXLqXQEda

 #วัดบุปผาราม  #จังหวัดตราด 🙏🏻🇹🇭คือสมบัติทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของตราด ทั้งการก่อสร้างที่เก่าแก่ผูกกับตำนานดอกไม้หอม จ...
11/08/2025

#วัดบุปผาราม #จังหวัดตราด 🙏🏻🇹🇭
คือสมบัติทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของตราด ทั้งการก่อสร้างที่เก่าแก่ผูกกับตำนานดอกไม้หอม จิตรกรรมฝาผนังงดงามผสมจีน-ไทย พิพิธภัณฑ์ศิลปวัตถุ และโครงสร้างที่ผ่านการบูรณะดูแลอย่างพิถีพิถัน เหมาะแก่การเยี่ยมชมศึกษาทั้งด้านศาสนาและสถาปัตยกรรม

วัดบุปผาราม หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียก #วัดปลายคลอง และบางครั้งเรียก #วัดเนินหย่อง (ด้วยคำว่า “หย่อง” หมายถึงต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เคยขึ้นในพื้นที่แต่ปัจจุบันหาไม่พบ) ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านปลายคลอง ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด

คำว่า “ #บุปผาราม” แปลว่า “อารามแห่งสวนดอกไม้” มีตำนานเล่าว่า เมื่อประชาชนสำรวจพื้นที่ที่จะสร้างวัด พบว่าบริเวณนั้นมีกลิ่นดอกไม้หอมแม้ไม่พบต้น จึงถือว่าเป็นนิมิตดีและสร้างวัด ณ จุดนี้

โดยเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของท้องถิ่น สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีอายุราวกว่า 300 ปี เดิมทีบริเวณนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวเมืองตราดที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลและเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนตั้งแต่สมัยโบราณ สันนิษฐานว่าพระอุโบสถหลังแรกสร้างด้วยไม้และต่อมาจึงมีการสร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนในรูปแบบศิลปะอยุธยาผสมรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมีโบราณวัตถุและสิ่งก่อสร้างที่ทรงคุณค่ามากมาย เช่น พระพุทธรูปศิลปะเก่าแก่ พระอุโบสถและพระวิหารที่ยังคงสภาพดั้งเดิมในหลายส่วน และเจดีย์โบราณซึ่งบางองค์มีร่องรอยการบูรณะในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปสำคัญอย่าง “ #หลวงพ่อโต” ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถที่ชาวตราดให้ความเคารพนับถือมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และปกปักรักษาชุมชน

วัดบุปผารามยังเคยมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของจังหวัดตราด เช่น ช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนฝั่งตะวันออก วัดแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจและสถานที่พักพิงของชาวบ้าน รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและงานประเพณีประจำปี เช่น งานทำบุญขึ้นปีใหม่ งานทอดกฐิน และงานบวชลูกหลานในชุมชน บรรยากาศรอบวัดมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีแม่น้ำไหลผ่านใกล้เคียง ทำให้เป็นพื้นที่สงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปัจจุบันวัดบุปผารามยังคงรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุไว้ได้เป็นอย่างดี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติจากกรมศิลปากร และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญของจังหวัดตราด ทั้งในแง่ความงดงามของศิลปกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมากว่าสามศตวรรษ

 #พระบรมวงศานุวงศ์ ✨📌หมายถึง พระประยูรญาติใหญ่น้อยทั้งหมดทุกราชสกุลของพระมหากษัตริย์ โดยประกอบด้วย 2 คำ คือพระบรมวงศ์ (บ...
29/07/2024

#พระบรมวงศานุวงศ์ ✨📌

หมายถึง พระประยูรญาติใหญ่น้อยทั้งหมดทุกราชสกุลของพระมหากษัตริย์ โดยประกอบด้วย 2 คำ คือ
พระบรมวงศ์ (บรมวงศ์ แปลว่า วงศ์ประเสริฐ หมายถึง วงศ์ใหญ่) หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็น "พระญาติที่สนิทของพระมหากษัตริย์" อันได้แก่ เจ้านายที่มีพระยศเป็น เจ้าฟ้า และพระองค์เจ้า ชั้นลูกหลวง ตัวอย่างพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่หรือที่ใกล้ชิดกษัตริย์ เช่น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระโสทรกนิษฐภคินี เป็นต้น

📍พระอนุวงศ์ (อนุวงศ์ แปลว่า วงศ์น้อย) หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็น "พระญาติห่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" อันได้แก่ เจ้านายที่มีพระยศตั้งแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ลงมาถึงหม่อมเจ้า ซึ่งหม่อมเจ้าถือเป็นพระอิสริยยศชั้นสุดท้ายในบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ เช่นหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล, หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เป็นต้น

📍ส่วนหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวงถือเป็นสามัญชน ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ และมิได้จัดอยู่ในพระอนุวงศ์ แต่ถูกจัดอยู่ในราชสกุล หรือผู้สืบเชื้อสายในราชสกุล สำหรับผู้สืบเชื้อสายลงมาจากหม่อมหลวงจะมีคำนำหน้านามตามปกติเช่นสามัญคือ เด็กชาย เด็กหญิง นาย นางสาว และมีสร้อย ณ อยุธยา ต่อท้ายนามสกุลอันเป็นราชสกุล สำหรับผู้สืบเชื้อสายมาจากฝ่ายบิดาเท่านั้น

📍สำหรับผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากฝ่ายมารดา สามารถขอร่วมใช้นามสกุลอันเป็นราชสกุลได้ แต่ไม่ต้องเติมคำว่า ณ อยุธยา ดังนั้นจึงพึงระวังในการใช้ เพราะพระราชวงศ์จะสืบราชตระกูลทางฝ่ายชายเท่านั้น มิสามารถใช้ ณ อยุธยากับลูกที่เกิดมารดาสืบสายราชสกุล แต่บิดาไม่ได้สืบราชสกุลได้

อ้างอิง https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C

—————————

[ สถาปนาอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ] 📌

วานนี้ (๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาลักษณ์อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล จากนั้น ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ พระราชทานใบมะตูม และทรงเจิม พระราชทานพระสุพรรณบัฏ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น ๒ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เจ้าพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์

อ้างอิง https://www.facebook.com/share/p/je5WugWWagPyBLyg/?mibextid=WC7FNe

#เก่าเล่าใหม่osn
#พระบรมวงศานุวงศ์
#ข่าวในพระราชสำนัก 

เรือกลไฟเอ็กซ์เพรส เรือกลไฟลำเเรกที่เข้ามายังสยาม⚓เรือเอ็กซ์เพรสแล่นออกจากเมืองท่าลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 12 สิ...
04/08/2022

เรือกลไฟเอ็กซ์เพรส เรือกลไฟลำเเรกที่เข้ามายังสยาม⚓

เรือเอ็กซ์เพรสแล่นออกจากเมืองท่าลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1843 (พ.ศ. 2386) มาถึงสิงคโปร์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ในปีนั้น และเดินทางถึงบางกอกในเดือนมกราคม ค.ศ. 1844 (พ.ศ. 2387 – นับศักราชอย่างใหม่) แต่ไม่ทราบวันที่แน่ชัด ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3

เรือลำนี้เดินทางมาถึงสยาม ภายใต้การบัญชาการของกัปตัน “ปีเตอร์ บราวน์” (Peter Brown) โดยผู้ที่นำเรือเอ็กซ์เพรสเข้ามาคือ “โรเบิร์ต ฮันเตอร์” (Robert Hunter) หรือที่ชาวสยามเรียกว่า “นายหันแตร” พ่อค้าชาวอังกฤษเจ้าของห้างหันแตร ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในสยามนั่นเอง

ความล่าช้าที่เรือเอ็กซ์เพรสจะเดินทางมาถึงบางกอกหรือกรุงเทพฯเพราะได้เเวะอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์อยู่นาน สงครามกับโคชินไชนา(เวียดนามในปัจจุบัน)ก็มีทีท่าคลี่คลายลงไปบ้างแล้ว มิหนำซ้ำราคาขายก็ไม่สมเหตุสมผลกับคุณภาพเรือ ซึ่งทรุดโทรมจนขึ้นสนิม เป็นเหตุให้รัชกาลที่ 3 ทรงปฏิเสธที่จะซื้อเรือลำนี้

นายฮันเตอร์คงรู้สึกโกรธเคืองอยู่ไม่น้อยจึงพยายามขู่บังคับรัฐบาลสยามหลายครั้ง รวมทั้งขู่ว่าจะยิงถล่มพระบรมมหาราชวังด้วย แต่ก็ไร้ผลว่ารัฐบาลสยามจะยอมจำนนต่อคำขู่ ไม่กี่วันถัดมา นายฮันเตอร์ก็ขออนุญาตยิงปืนใหญ่ (สลุต) เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดกัปตันบราวน์ แต่รัฐบาลสยามเกรงว่านายฮันเตอร์จะถือโอกาสนี้ยิงปืนใหญ่เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง จึงไม่อนุญาต

จากนั้น รัฐบาลสยามออกอุบายให้เจ้านายพระองค์หนึ่งเชิญนายฮันเตอร์และกัปตันบราวน์เข้าไปในวังของพระองค์ โดยแสร้งทำทีว่ามีเรื่องบางอย่างต้องตกลงกัน เมื่อทั้งคู่ไปถึงก็ถูกจับกุมไว้ที่นั่น โดยตั้งเงื่อนไขจะปล่อยตัวก็ต่อเมื่อยอมส่งมอบดินปืนที่มีอยู่ในครอบครองทั้งหมดให้รัฐบาลสยาม ซึ่งการตั้งเงื่อนไขเช่นนี้เพื่อเป็นเครื่องป้องกันว่าหากฝ่ายนายฮันเตอร์ไม่มีดินปืนอยู่ในครอบครอง ก็จะไม่สามารถยิงปืนชนิดใดได้อีกต่อไป

ทั้งสองถูกกักขังตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็น และเมื่อไม่เห็นหนทางที่จะได้รับการปล่อยตัว สุดท้ายก็ยอมมอบดินปืนให้ แล้วจึงถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ

อย่างไรก็ตาม นายฮันเตอร์ไม่ยอมจบเรื่องนี้โดยง่าย เขาขู่รัฐบาลสยามต่อว่าจะขายเรือกลไฟให้แก่โคชินไชนา ถึงตอนนี้ทำให้รัชกาลที่ 3 ทรงขุ่นเคืองพระราชหฤทัยมากในพฤติกรรมของผู้ที่เคยเป็นพระสหายของพระองค์มาก่อน ซึ่งเคยทำความดีความชอบถึงกับได้รับการโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิช”

รัฐบาลสยามเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อคำขู่นั้น รัชกาลที่ 3 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายและขุนนางไปเสริม-สร้างป้อมปราการที่ตั้งอยู่สองฟากแม่น้ำเจ้าพระยาเรื่อยไปจนถึงเมืองปากน้ำ เพื่อป้องกันสงครามที่อาจเกิดขึ้น หากอังกฤษเข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือนายฮันเตอร์ตามที่เขาขู่เอาไว้

แต่นายฮันเตอร์ไม่ได้ขู่ด้วยปากเท่านั้น ปรากฏว่าเขาขายเรือเอ็กซ์เพรส และปืนทั้งหมดให้แก่โคชินไชนา(เวียดนาม)ไปจริง ในราคาที่เขาเคยเรียกร้องจากรัชกาลที่ 3 และยังไปฟ้องร้องต่อรัฐบาลอังกฤษที่กัลกัตตา (อินเดีย) ให้มาช่วยเหลือ แต่ก็ไร้ผล
----
Steamboat Express The first steamboat to enter Siam⚓

The Express sailed from the port of Liverpool, England, on 12 August 1843, arrived in Singapore on 8 December that year, and arrived in Bangkok in January 1844 ( 1844 – counting the new era), but the exact date is unknown. which corresponds to the reign of King Rama 3

This boat arrived in Siam. Under the command of Captain "Peter Brown" (Peter Brown), the person who brought the express boat was "Robert Hunter" (Robert Hunter), or as the Siamese called "Mr. Turn the Horn". The British merchant, the owner of the mall, turned the horn. The first department store in Siam itself.

Delays for the express boat to arrive in Bangkok or Bangkok because of a long stay in Singapore. The war with Cochinchina (present-day Vietnam) has eased somewhat. Otherwise, the selling price is not reasonable for the quality of the boat. which has deteriorated until rusted As a result, King Rama III refused to purchase this boat.

Mr. Hunter must have been a bit offended and tried to intimidate the Siamese government several times. Including threatening to shoot down the Grand Palace as well. But it was in vain that the Siamese government would succumb to the threats. a few days later Hunter then asked permission to fire a cannon (slute) to celebrate Captain Brown's birthday. But the Siamese government was afraid that Mr. Hunter would take this opportunity to fire artillery into the Grand Palace and therefore did not allow it.

Then the Siamese government devised a royal lord to invite Hunter and Captain Brown into his palace. by pretending that there is something to be agreed upon When they arrived they were arrested there. By setting a condition of release only after agreeing to deliver all the gunpowder in possession to the Siamese government. This is to set up conditions like this to prevent that if the Hunter side does not have gunpowder in their possession. will not be able to shoot any type of gun anymore

Both were detained from seven o'clock until five o'clock. and when there is no way to be released Finally gave up the gunpowder. and was then released free.

However, Mr. Hunter did not end this easily. He further threatened the Siamese government to sell the steamboat to Cochinchina. Up to now, King Rama III became very indignant at the behavior of those who had been his former friends. which has done good deeds to the extent that it has been graciously bestowed the title of "Luang Magic Weapons, Commercial Country"

The Siamese government was not calm about the threat, so King Rama III graciously pleased him. Let the lords and nobles to fortify - build a fortress located on both sides of the Chao Phraya River until the Pak Nam city. to prevent a possible war. If England intervened to help Mr. Hunter as he threatened.

But Mr. Hunter was not only threatening with his mouth. It appears that he sells express boats. And all the guns to Cochinchina (Vietnam) go for real. For the price he had demanded from King Rama III and also sued the British government in Calcutta (India) for help, but in vain.

อ้างอิง/refer
https://www.silpa-mag.com/history/article_90257

https://images.app.goo.gl/2wutu7TLRHhihUb16

#เก่าเล่าใหม่osn
#เรือกลไฟเอ็กซ์เพรส
#บุพเพสันนิวาส2

"หาดคุ้งวิมาน" จันทบุรีมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ.."หาดคุ้งวิมาน" แห่งนี้ว่า สมัยก่อนได้มีครอบครัวชาวจีน ...
19/06/2022

"หาดคุ้งวิมาน" จันทบุรี

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ.."หาดคุ้งวิมาน" แห่งนี้ว่า สมัยก่อนได้มีครอบครัวชาวจีน อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อหาพื้นที่ทำมาหากินที่อุดมสมบูรณ์กว่าเเผ่นดินเก่า จึงได้โล้สำเภาเดินทางจากจีนเเผ่นดินใหญ่ มาขึ้นฝั่งบริเวณอ่าวไทย แต่เกิดพายุทำให้เรือสำเภาอัปปางลง (บ้านหนองบัวประวัติเขาสำเภาคว่ำ https://th.postupnews.com/2018/11/ban-nong-bua.html?m=1)

ผู้ที่อาศัยมาในเรือต้องหาที่ยึดเกาะอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้มีชีวิตรอด ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงได้พูดปลอบใจคนในครอบครัวว่า..ให้ทุกคนอดทนอีกหน่อย เมื่อถึงฝั่งก็เหมือนได้ถึงวิมานแล้ว.. เมื่อทุกคนได้ขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย จึงได้ตั้งชื่อบริเวณที่ขึ้นฝั่งชายหาดแห่งนี้ว่า"หาดคุ้งวิมาน"นั่นเอง
----
"Khung Wiman Beach", Chanthaburi

There is a story about the history of this "Kung Wiman Beach" that in the past there was a Chinese family. immigrated from mainland China to find a living area that is more fertile than the old land Therefore, the junk traveled from mainland China. come ashore in the Gulf of Thailand But a storm caused the junk to sink. (Ban Nong Bua, history of Khao Samphao overturned https://th.postupnews.com/2018/11/ban-nong-bua.html?m=1)

Those who lived in the boat had to find a place to hold the equipment. to survive The head of the family said to console the family that.. Let everyone be a little more patient. When you reach the shore, it's like you've reached a paradise.. when everyone had safely landed Therefore, the area that landed on this beach was named "Khung Wiman Beach".

อ้างอิง/refer
http://www.dooasia.com/trips/detail.php?id=455

#เก่าเล่าใหม่osn
#หาดคุ้งวิมาน
#จันทบุรี

"ทัพพระยา" สู่ "หาดพัทยา"ในปัจจุบัน🌊ตามประวัติเล่าว่า...ครั้งปลายกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะเสียกรุงครั้งที่2 พระเจ้าตากสิน(พ...
09/06/2022

"ทัพพระยา" สู่ "หาดพัทยา"ในปัจจุบัน🌊

ตามประวัติเล่าว่า...ครั้งปลายกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะเสียกรุงครั้งที่2 พระเจ้าตากสิน(พระยาตาก)ได้ตีฝ่าวงล้อมพม่าเพื่อเดินทัพมารวบรวมพลฝั่งตะวันออก ได้หยุดพักแรมที่นาจอมเทียนและทุ่งไก่เตี้ยสัตหีบ ซึ่งภายหลังชาวบ้านเรียกตำบลนี้ว่า "ทัพพระยา" ต่อมาเรียกใหม่เป็น "ทัพธยา" และเพี้ยนกลายเป็น "พัทยา" ในที่สุด

บางคนก็เล่าว่า "พัทยา" มาจากชื่อของ ลมทะเลที่พัดจากตะวันตกเฉียงใต้ไปตะวันออกเฉียงเหนือในต้นฤดูฝน

ในปี พ.ศ. 2504 ระหว่างสงคราวเวียดนาม ทหารอเมริกัน ซึ่งเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยได้มาพักผ่อนที่ชายหาดพัทยา โดยได้เช่าบ้านตากอากาศของพระยา สุนทร แล้วผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา สัปดาห์ละครั้งเป็นประจำ นับเป็นจุดเริ่มต้นของชาย"หาดพัทยา"ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะสถานที่พักผ่อนตากอากาศชายทะเลระดับโลกในเวลาต่อมา
----
"Thappraya" to "Pattaya Beach" nowadays 🌊

According to the history, ... the end of Ayudhya, before losing the city for the second time King Taksin (Phraya Tak) has broken through the siege of Burma to march to gather troops in the east. Had a break at Na Chom Thian and Thung Kai Tia, Sattahip Later, the villagers called this district "Thappraya", later renamed it "Thappraya" and eventually became "Pattaya".

Some say that "Pattaya" derives its name from the sea breeze that blows from the southwest to the northeast at the beginning of the rainy season.

In 1961, during the Vietnam War, American soldiers who set up bases in Thailand came to relax at Pattaya Beach. by renting a vacation home of Phraya Sunthon and turning around once a week regularly This marks the beginning of "Pattaya Beach" which later became famous as a world-class beach vacation destination.

อ้างอิง/refer
http://xn--o3cnn2dh.ws/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2

https://travel.trueid.net/detail/AdkBBJaeqZ4M

#เก่าเล่าใหม่osn
#พัทยา
#ประเทศไทย

ความรักภารยา สู่ที่มาของชื่อทุเรียนพันธุ์ "พวงมณี"คุณยายมณี เฉลิมพงษ์ที่มาของชื่อทุเรียนพันธุ์ “พวงมณี” ที่โด่งดังของเมื...
22/05/2022

ความรักภารยา สู่ที่มาของชื่อทุเรียนพันธุ์ "พวงมณี"

คุณยายมณี เฉลิมพงษ์
ที่มาของชื่อทุเรียนพันธุ์ “พวงมณี” ที่โด่งดังของเมืองจันท์

เรื่องมันมีอยู่ว่า...
"ตาเอาทุเรียนโบราณพันธุ์พื้นเมือง “อีเนื้อแดง” ไปประกวดที่กรุงเทพ ปรากฏว่าได้ที่ 1 พอลงจากเวทีเจ้าหน้าที่ถามชื่อพันธุ์ ตาก็ไม่รู้เพราะเรียกแต่ "อีเนื้อแดง" ... ณ จุดนั้นนึกได้แต่ชื่อเมีย ก็เลยบอกไปว่า "พวงมณี" !!!!

ยายยังว่าบ้าจริงตาคนนี้ เอาชื่อคนไปตั้งเป็นชื่อทุเรียน"

(คอลัมน์ เรื่องจากปก about Chan ฉบับที่ 2 : หน้าผลไม้)
----
Love Paraya, the origin of the name of the durian variety "Puang Manee"

Ms. Manee Chalermpong
The origin of the name of the durian variety "Puang Mani", which is famous in Chan City

There is a story that...
"Ta took the ancient durian, the native variety "Red meat", to the contest in Bangkok. Appears to be at 1 when coming off the stage, the staff asks for the name of the breed. The eyes don't know because they only call "Red meat" ... At that point, I can only remember my wife's name. So I said "Puangmanee"!!!!

Grandma also said that this person is really crazy. Take people's names and name them as durians."

(Column cover story about Chan, Vol. 2 : Fruit Page)

อ้างอิง/refer
https://www.facebook.com/aboutChanmagazine/photos/a.416088578480650/629602573795915/?type=3&sfnsn=mo

#เก่าเล่าใหม่osn
#ทุเรียน
#พวงมณี

ประวัติศาสตร์โรงเรียนหรือสถานศึกษาในประเทศไทย 🎓🇹🇭โรงเรียนในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในการปฏิรูปการศึก...
17/05/2022

ประวัติศาสตร์โรงเรียนหรือสถานศึกษาในประเทศไทย 🎓🇹🇭

โรงเรียนในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2414 โปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกขึ้นในพระบรมมหาราชวัง คือโรงเรียนนายทหารมหาดเล็ก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบสอนวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และขนบธรรมเนียมราชการ

ต่อมายังได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงสอนภาษาอังกฤษขึ้นที่พระราชวังนันทอุทยาน ฝั่งธนบุรี โรงเรียนทำแผนที่ในกรมมหาดเล็ก โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์โรงเรียนราษฎร์

เมื่อปี พ.ศ. 2427 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรทั่วไปขึ้นตามวัดหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนเบญจมบพิตร หรือโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น

โรงเรียนหลวงแห่งแรกของราษฎร คือ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม (วัดมหรรณพารามวรวิหาร) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย และมี โรงเรียนอรุณประดิษฐเป็นโรงเรียนราษฎร์สตรีแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2408 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯจัดตั้งโรงเรียนสำหรับสตรีขึ้น สอนทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ทรงจัดตั้งโรงเรียนราชินี บริเวณปากคลองตลาด นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนราษฎร์ ซึ่งเอกชนได้สร้างขึ้นหลายแห่ง เช่น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งมีบาทหลวงเป็นครูผู้สอน และโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกที่จัดตั้งโดยคนไทย คือ โรงเรียนบำรุงวิชา เมื่อ พ.ศ. 2442
----
History of schools or educational establishments in Thailand🎓🇹🇭

Schools in Thailand It was officially established as the first major educational reform. During the reign of King Chulalongkorn, Rama V in 1871, the first royal school was established in the Grand Palace. is the Royal Military Academy later changed its name to Pratumnak Suankularb School teaches Thai language, mathematics and government customs.

Later also graciously The Royal English School was to be set up at Nantha Park Palace, Thonburi side, a mapping school in the Department of Interior. Teacher Training School, Rat School

In the year 1884 he was graciously pleased to To set up a royal school for the general public at many temples, such as Benchamabophit School or Wat Benchamabophit Secondary School at present His Majesty King Chulalongkorn He has set the curriculum for teaching by himself. It is a school under the direct patronage of His Majesty the King. not directly under the Ministry of Justice at that time

The first royal school of the people was Wat Mahanparam School. (Wat Mahanparam Worawihan) Bangkok Christian College School It is the first private school in Thailand and Arunpradit School is the first Ratsatri School in Thailand. which was established in 1865 when Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn graciously established a school for women Teaching both Thai and foreign languages His Highness established the Queen's School. At the mouth of the canal market, there is also a Rat school. which the private sector has built many such as the Sacred Heart Convent School Assumption School which has a pastor as a teacher and the first Rat School established by Thai people was Bamrung Wicha School in 1899.

อ้างอิง/refer
https://www.facebook.com/History.KingdomOfSiam/photos/a.104656613019804/209422379209893/?type=3&sfnsn=mo

https://images.app.goo.gl/yRGHRoArt83ZEQ6v5

#เก่าเล่าใหม่osn
#การศึกษา
#โรงเรียนเเห่งเเรกของไทย

"วันวิสาขบูชา" วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 🙏🏻วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก...
15/05/2022

"วันวิสาขบูชา" วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 🙏🏻

วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก เป็นวันหยุดราชการในหลายๆ ประเทศ อีกทั้งยังเป็นวันสำคัญในระดับนานาชาติตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ ได้แก่ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธโคดม ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นตรงกัน ณ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่รวมการเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ยิ่ง และเรียกการบูชาในวันนี้ว่า วิสาขบูชา ย่อมาจาก วิสาขปุรณมีบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ

ประวัติวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
จากหลักฐานพบว่า วันวิสาขบูชา ได้เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกาเมื่อประมาณ พ.ศ. 420 โดยพระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกาได้เป็นผู้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นับจากนั้นกษัตริย์แห่งลังกาพระองค์อื่นๆ ก็ได้ถือปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบต่อกันมา ส่วนการเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยนั้นอาจเป็นเพราะเมื่อครั้งสมัยสุโขทัย ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนากับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด จะเห็นได้ว่ามีพระสงฆ์จากเมืองลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาและนำการประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย

ต่อมาภายหลังจากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่มีปรากฏหลักฐานการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2360) พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้นครั้งแรกในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360 โดยให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญ ทำกุศลทั่วหน้ากัน อีกทั้งการรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้ถือว่าเป็นแบบอย่างปฏิบัติในการประกอบพิธีวิสาขบูชาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วันวิสาขบูชามีความสำคัญอย่างไร ?
วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือนวิสาขมาส (เดือน 6) บรรจบกันทั้ง 3 คราว ได้แก่
-เช้าวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ
-เช้ามืดวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ภายหลังจากการออกผนวชได้ 6 ปี ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
-ภายหลังจากการตรัสรู้ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงออกประกาศพระธรรมวินัย และโปรดเวไนยสัตว์เป็นเวลา 45 ปี เมื่อมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา พระองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญทั้ง 3 เหตุการณ์ เกิดขึ้นตรงกันในวันเพ็ญเดือน 6 ชาวพุทธจึงเรียกการบูชาในวันนี้ว่า วันวิสาขบูชา ซึ่งหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 บางแห่งอาจเรียกว่า วันพระพุทธเจ้า หรือ พุทธชยันตี
----
"Visakha Bucha Day" important day in Buddhism 🙏🏻

Visakha Bucha Day is considered an important international day in Buddhism. For Buddhists of all sects around the world It is a public holiday in many countries and is an important international day according to the resolution of the United Nations General Assembly. This is because it is the day of the three most important events in Buddhism, namely the birth, enlightenment, and nirvana of Buddha Gotama, all of which occur on the 15th day of the waxing moon of the 6th lunar month or the full moon of the Visakha month (different years). ) Buddhists consider it a day that combines the most amazing events. And call the worship today that "Visakha Bucha" stands for "Wisak Puranami Bucha" means worshiping on the full moon day of the month of Visakha.

History of Vesak Day in Thailand
From the evidence, it was found that Visakha Bucha Day first started when Sukhothai was the capital. which is assumed to have been a pattern from Lanka around AD 420 by King Bhatikorat The King of Lanka has performed the Vesak ceremony to offer as a Buddhist offering. Since then, other kings of Lanka has carried out this Vesak Bucha tradition The dissemination into Thailand may be due to the Sukhothai period. Thailand has a close relationship between Buddhism and Lanka. It can be seen that many monks from Lanka came to propagate Buddhism and bring Vesak puja ceremonies into Thailand as well.

Later, after the Sukhothai period Thailand has been influenced by more Brahmanism. As a result, during the Ayutthaya, Thonburi and early Rattanakosin periods, there was no evidence of Vesak worship. Until arriving in the reign of His Majesty King Rama 2 (2360 B.E.), he had a royal idea to restore the Vesakha Bucha ceremony. by Somdej Phra Sangkharat (there) Wat Ratchaburana Office Blessings to be made for the first time on the 14th day of the 15th lunar month and the 1st waning moon of the 6th lunar month, 1817 by making according to the original tradition in all respects for people to make merit Do charity all over the place Moreover, the revival of the Vesak rite in this time is considered a model of practice in the Vesak puja ceremonies continued to the present day.

How important is Visakha Bucha Day?
Visakha Bucha Day is a day to commemorate the birth, enlightenment and death of the Lord Buddha, which coincides with the full moon day. Visakhamas (the 6th month) converge for 3 times as follows:
-Friday morning, 15th waxing moon, 6th month, year of the Dog, 80 years before Prince Siddhartha He was born at Lumphini Wan Royal Park. which is located between Kapilavastu and Devadaha
-Morning Wednesday, the 15th waxing moon of the 6th month, the year of the Rooster, 45 years before Prince Siddhartha He attained enlightenment when he was 35 years old under the shade of the Sri Maha Bodhi tree. On the bank of the Neranjara River Uruvela Senanikom Subdistrict After 6 years of ordination, now this place is called Bodh Gaya, a sub-district of Gaya city in Bihar state, India.
-After enlightenment The Lord Buddha preached the Dharma and Discipline. And please leave animals for 45 years. When he was 80 years old, he passed away. On Tuesday, the 15th waxing moon of the 6th lunar month, the year of the Snake, at Salwanodhayan of the Malla King. Kushinagar City, Malla Region, presently located in Kushinagar City. Uttar Pradesh india

Since all three important events occur on the full moon day of the 6th lunar month, Buddhists call worship on this day Vesak Day, which means worshiping on the full moon day of the 6th month. Buddha's Day or Buddha Jayanti.

อ้างอิง/refer
http://event.sanook.com/day/visakha/

#เก่าเล่าใหม่osn
#วันวิสาขบูชา
#ศาสนาพุทธ

ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 🌾พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คือพระร...
13/05/2022

ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 🌾

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คือ
พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถนาเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น

ครั้งถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธาน เหมือนกับสมัยกรุงสุโขทัย และจะทรงจำศีลเงียบ ๓ วัน แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้ เจ้าพระยาจันทกุมาร เป็นผู้แทนพระองค์ โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพลเทพ คู่กันกับการยืนชิงช้า แต่พอถึงรัชกาลที่ ๓ ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนา ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคล จึงได้เริ่มมีขึ้น แต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีการเพื่อความเป็น สิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันในพระราชพิธีอื่น ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหกหรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณีก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น

การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณี ครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ เว้นไปจนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีนี้ขึ้นใหม่ และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ด้วยเห็นว่าเป็นการรักษาพระราชประเพณีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของคนไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชกระแส ให้ปรับปรุงพิธีการบางอย่างให้เหมาะสมกับยุคสมัยและเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีนี้ทุกปีสืบมามิได้ขาด

เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ขึ้นมาในระยะแรกนั้น พระยาแรกนา ได้แก่ อธิบดีกรมการข้าวโดยตำแหน่ง สำหรับเทพีทั้งสี่พิจารณาคัดเลือก จากภริยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายหลังพระยาแรกนา ได้แก่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตำแหน่ง ส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นเทพีคู่หาบทอง และคู่หาบเงินนั้น ได้ทำการพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการหญิงโสดในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่มีตำแหน่งตั้งแต่ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทขึ้นไป

พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ พระมหากษัตริย์ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย ข้าวนั้นถือว่าเป็นอาหารหลักของประชาชนในภาษาบาลีเรียกว่า ปุพพัณณะ หรือ บุพพัณณะ หรือ บุพพัณณชาติ ส่วนพืชอื่นๆ ที่เป็นอาหารเรียกว่า อปรัณณ หรืออปรัณชาติ หมายถึง พืชจำพวกถั่วงา เป็นต้น ถ้าเรียกควบทั้งสองอย่างก็เรียกว่า บุพพัณณปรัณณชาติ ที่หมายถึงพืชที่เป็นอาหารทุกชนิด

บุพพัณณปรัณณชาติที่นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลนั้น เป็นข้าวเปลือก มีทั้งข้าวเจ้า และข้าวเหนียว นอกจากนี้มีเมล็ดพืชต่างๆ รวม ๔๐ อย่าง แต่ละอย่างบรรจุถุงผ้าขาว กับเผือกมันต่างๆ พันธุ์พืชเหล่านี้เป็นของปลูกงอกได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีข้าวเปลือกที่หว่าน ในพิธีแรกนาบรรจุกระเช้าทองคู่หนึ่งและเงินคู่หนึ่ง เป็นข้าวพันธุ์ดีที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลูกในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดารโหฐาน และพระราชทานมาเข้าพระราชพิธีพืชมงคล พันธุ์ข้าวพระราชทานนี้ จะใช้หว่านในพระราชพิธีแรกนาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่เหลือทางการ จะบรรจุซอง แล้วส่งไปแจกจ่ายแก่ชาวนาและประชาชนในจังหวัดต่างๆ ให้เป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกในปีนี้

อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลนี้เป็น วันเกษตรกร ประจำปี อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงาน วันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา
----
History of the Royal Plowing Ceremony 🌾

Royal Plowing Ceremony
Royal Plowing Ceremony which is one of the monks who will perform the royal ceremony on the first day in the ubosot of Wat Phra Si Rattana Satsadaram

Royal Ceremony which is one of the brahmin ceremony which will be performed the next day at Sanam Luang ceremony

The ceremony to reach Phra Nang Kla Raek Na Khwan is a royal ceremony that has been around since ancient times since Sukhothai was the capital. which in the Sukhothai period The King did not plow the field himself. is only going to be the presiding officer of the royal ceremonies

up to the Ayutthaya period monarch did not go as the president as in the Sukhothai period and will hibernate silently for 3 days, but will bestow criminal rights Chao Phraya Chanthakuman representing him by acting like a king's authority This method has been used throughout the late Ayutthaya period.

Rattanakosin period This royal ceremony has been performed since the reign of King Rama I, but the first farmer was changed to Chao Phraya Phonthep. paired with standing on a swing But when the third reign is deemed to be the first person to stand on the swing During the reign of King Rama IV, His Highness ordered that more monks be held in all royal ceremonies. Therefore, the Royal Plowing Ceremony Therefore, it has begun, but since then, it has been organized with the royal ceremony to reach Phra Nang Khala Raek Nakhwan. and are collectively called Royal Plowing Ceremony

Royal Plowing Ceremony Auspiciousness and nourishment for farmers It is scheduled to be held in the sixth month of every year. This is the time to start farming, which is the main occupation of the Thai people. but did not set the exact date as the date of other royal ceremonies As for any day in the sixth month or May that has an auspicious time according to tradition, it shall be held on that day.

Organizing the Royal Plowing Ceremony have done the full orthodox tradition The last time was in 1936, except until in the year 2503 that the Council of Ministers passed a resolution. to revive this royal tradition and has done consecutively every year until now with the view that it is a good preservation of the royal tradition It has the effect of nourishing the morale and mind of Thai people. His Majesty King Bhumibol Adulyadej, the reign of King Rama IX, has a royal trend. to improve some of the ceremonies to suit the era and presided over this ceremony every year without fail

When the royal tradition was restored to Phra Nang Khala Rak Nakwan In the first phase, Phraya Raek Na was the Director-General of the Rice Department. for the four goddesses to choose from the wife of a senior government official in the Ministry of Agriculture and Cooperatives After Phraya Raekna was the Permanent Secretary of the Ministry of Agriculture and Cooperatives by position. As for those who come to act as the goddess of gold and that money partner has been selected from single female civil servants under the Ministry of Agriculture and cooperatives with positions from civil servants of the master class and up

Royal Plowing Ceremony It is a ceremony to make ceremonies The King prayed for the abundance of crops of the Kingdom of Thailand. Rice is considered the staple food of the people in the Pali language, called "Pubanna" or "Bubbhana" or "Bubbhavanna", while other plants that are food called "Aparana" or "Aparana" refer to plants such as beans, sesame, etc. If both are called together, it is called Bubbapannachat which means all kinds of food plants

The cultivator that imported the auspicious plant ceremonies. is paddy have both rice and sticky rice In addition, there were 40 different seeds, each packed in a white cloth bag. with various taro All these plants are germinated. There is also paddy that is sown. In the first ceremony, the field contained a pair of gold and silver baskets. It is a good variety of rice that is loved by the King. to be planted in the Royal Chitralada Villa project and bestowed upon the Royal Plowing Ceremony This royal rice variety will be sown in the first ceremonial part of the field The remaining part is packed in envelopes and distributed to farmers and people in various provinces. as a mascot and auspicious for the crops to be planted this year

In addition, since 1966, the Council of Ministers has consulted and voted on the Royal Plowing Ceremony to be an annual farmers' day as well, in order for agricultural professionals to remember the importance of agriculture. and join hands to carry out the Royal Plowing Ceremony for Phra Nang Kla Rak Nakwan for the prosperity of their careers It also brings benefits to the nation's economy, therefore, has organized Farmers' Day together with the Royal Plowing Ceremony for the Rak Na Kwan.

อ้างอิง/refer
https://www.moac.go.th/royal_ploughing-history

#เก่าเล่าใหม่osn
#พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
#ประเทศไทย

ที่อยู่

วัดบุปผาราม
Trat
23000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เก่าเล่าใหม่ Old Story Newผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์