Research UBU สำนักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัย บริ

💡 หากคุณมีงานวิจัยเจ๋งๆ⚡️ แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง? มาปรึกษาเราได้ที่...➡️UBU Innovation IP&TT Clinic💛🧑‍💼โอกาสทองของอาจารย์...
03/06/2026

💡 หากคุณมีงานวิจัยเจ๋งๆ⚡️ แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง? มาปรึกษาเราได้ที่...
➡️UBU Innovation IP&TT Clinic💛🧑‍💼

โอกาสทองของอาจารย์และนักวิจัย ม.อุบลฯ มาถึงแล้ว! มาร่วมเปลี่ยนงานวิจัยและไอเดียสุดล้ำให้กลายเป็น "นวัตกรรมที่จับต้องได้"🚀

✨ สิ่งที่จะได้รับ:
🛡️IP Clinic: ปรึกษาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ปลดล็อกข้อสงสัยการขอรับความคุ้มครองผลงานวิจัยและนวัตกรรม
📈TT Clinic (Technology Transfer): แนะนำช่องทางต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง

👩‍💻โดยตัวแทนสิทธิบัตร (Patent Agent) ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
📅 ทุกวันพุธและศุกร์
⏰ เวลา: 13.00 น. เป็นต้นไป
📍 สถานที่: ห้องประชุม 1403 ชั้น 4 อธิการเก่า

สอบถามเพิ่มเติม:
กองวิจัย นวัตกรรมและบริการวิชาการ, เบอร์ภายใน 3133, 3035

📣 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขอเชิญนักวิจัยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ“การออกแบบเส้นทางสู่ผลกระทบงานวิจ...
29/05/2026

📣 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขอเชิญนักวิจัยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ
“การออกแบบเส้นทางสู่ผลกระทบงานวิจัยสำหรับการเขียนข้อเสนอโครงการ”

เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการออกแบบเส้นทางสู่ผลกระทบของงานวิจัย (Research Impact Pathway) สำหรับการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยให้สอดคล้องกับเป้าหมายการใช้ประโยชน์และการขอรับทุนวิจัยในอนาคต

🔹 สำหรับนักวิจัยที่เตรียมยื่นขอรับงบประมาณ
• ทุน Fundamental Fund (FF) ปี 2571
• กองทุนวิจัย นวัตกรรมและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี 2570

✨ ได้รับเกียรติจาก
ดร.สร้อยฟ้า เสริฐแก้ว
ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์
ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการออกแบบข้อเสนอโครงการให้ตอบโจทย์ผลกระทบเชิงสังคม เศรษฐกิจ และการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม

📅 วันที่ 17 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 08.30 – 16.30 น.

📌 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมได้ตาม QR Code หรือผ่านลิงก์ https://qrcode.ubu.ac.th/WEWKNg

จัดโดย กองวิจัย นวัตกรรมและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร 045353042

#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี #วิจัยและนวัตกรรม #งานวิจัย #นักวิจัย

🌾การพัฒนาสารปรับปรุงดินเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนนาข้าว🌾ในวันที่ทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤต “ภาวะโลกร้อน” ภาคการเกษตรกลายเป็...
29/05/2026

🌾การพัฒนาสารปรับปรุงดินเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนนาข้าว🌾

ในวันที่ทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤต “ภาวะโลกร้อน” ภาคการเกษตรกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง โดยเฉพาะ “นาข้าว” เนื่องมาจากกระบวนการทำนาแบบดั้งเดิมที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง กลับเอื้อต่อการทำงานของจุลินทรีย์ในสภาวะไร้ออกซิเจน จนเกิดการปลดปล่อย “ก๊าซมีเทน” สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

จากความท้าทายดังกล่าว ทีมนักวิจัยจึงได้พัฒนานวัตกรรม “สารปรับปรุงคุณภาพดินจากถ่านไบโอชาร์ผสมซัลเฟอร์ (Biochar + Sulfur)” เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากนาข้าว พร้อมยกระดับคุณภาพและมูลค่าของผลผลิตข้าวไทย
❤️หัวใจสำคัญของนวัตกรรม ❤️คือการผสานคุณสมบัติของ
🌱 “ถ่านไบโอชาร์ (Biochar)” จากไม้ยางพารา ที่ช่วยกักเก็บคาร์บอนและปรับปรุงโครงสร้างดิน
ร่วมกับ
🟡 “ซัลเฟอร์ (Sulfur)” ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของจุลินทรีย์กลุ่มผลิตก๊าซมีเทนในสภาวะน้ำท่วมขัง

📣ผลการทดลอง พบว่า นวัตกรรมดังกล่าวสามารถสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่น ได้แก่
✅ ลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้อย่างมีนัยสำคัญ
✅ เพิ่มผลผลิตและน้ำหนักเมล็ดข้าว
✅ ช่วยเพิ่มสารหอม 2-AP ในข้าวหอมมะลิ 105 ทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมมากขึ้น

ซึ่งเป็นงานวิจัยของ ผศ.ดร.ทัศนีย์ เจียรพสุอนันต์ คณะวิทยาศาสตร์ ได้รับทุนสนับสนุนจาก “กองทุนวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ” มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

22/05/2026
สำนักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำเสนอผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่พร้อมใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ในงาน T...
20/05/2026

สำนักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำเสนอผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่พร้อมใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ในงาน Techlink 2026 ระหว่างวันที่ 20–21 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เบส เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการที่มองหาเทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ
ไฮไลต์ผลงาน ได้แก่
• แผ่นกันลื่นคอมโพสิตยางพารา – เพิ่มมูลค่ายางพาราไทย โดยแปรรูปเพื่อรองรับอุตสาหกรรมกรความปลอดภัย อุตสาหกรรมก่อสร้าง
• เครื่องสกัดสารสำคัญด้วยเทคโนโลยี Hydrodynamic Cavitation – ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรให้มีคุณภาพสูง ใช้เวลาสั้น รองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
• แชมพูสูตรไม่ใช้น้ำ – ตอบโจทย์ตลาด Personal Care ยุคใหม่และ ESG Trend
• น้ำยากลั้วปากสารสกัดรกแพะ – สร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม Bioactive จากธรรมชาติ
โดยผลงานของมหาวิทยาลัย
✅ พร้อมพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
✅ รองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี / Licensing
✅ เปิดโอกาสร่วมลงทุนและพัฒนาตลาดร่วมกัน

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมเป็นพันธมิตรในการ
“เปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจอย่างยั่งยืน”
📌 เปิดรับผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ตลาดจริง
📩 ติดต่อเพื่อดูรายละเอียดเชิงลึกและโอกาสความร่วมมือได้ที่ สำนักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 0 4535 3035, 3042
ิ่งอยู่ยิ่งรัก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผน...
20/05/2026

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570
โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ใน 2 ด้าน ดังนี้

📣1. ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนฯ ทั้งหมด 7 แผนงาน
🔹แผนงาน P9 พัฒนาสังคมสูงวัยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
🔹แผนงาน P11 ขจัดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำ
🔹แผนงาน P12 พัฒนานโยบายและต้นแบบสำหรับสังคมคุณธรรม
🔹แผนงาน P14 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อสร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง
🔹แผนงาน P15 พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ
🔹แผนงาน P16 พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยง
🔹แผนงาน P17 พัฒนาและประยุกต์ใช้มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์

📣2. ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมฯ ทั้งหมด 2 แผนงาน
🔸แผนงาน P21 ยกระดับการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย
🔸แผนงาน P23 พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูง

🔔การส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม
ขอให้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ที่เว็บไซต์ https://nriis.go.th

✅การเปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม
👉1. วช. เปิดรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 - 21 กรกฎาคม 2569 ภายในเวลา 16.30 น.
👉2. นักวิจัยและผู้ร่วมวิจัยทุกคน ต้องยืนยันการเข้าร่วมการทำวิจัยในระบบ NRIIS ภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น.
👉3. หน่วยงานต้นสังกัดของนักวิจัย ต้องรับรองข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ในระบบ NRIIS ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น.

ศึกษารายละเอียดและเอกสารเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.nrct.go.th/news/detail/6724

🚀 แผน ววน. ปี 71-75:ก้าวต่อไปของวิจัยและนวัตกรรมไทย
15/05/2026

🚀 แผน ววน. ปี 71-75:
ก้าวต่อไปของวิจัยและนวัตกรรมไทย

🚀 แผน ววน. ปี 71–75:
ก้าวต่อไปของวิจัยและนวัตกรรมไทย

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) หรือ Thailand RISE Fund โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เดินหน้าจัดทำ แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2571–2575 เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนด้าน ววน. ของประเทศในระยะต่อไป

แผนฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการนำพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาเป็นกลไกแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างสังคมที่เท่าเทียม และวางรากฐานอนาคตที่มั่นคง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีและ AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระเบียบโลกที่ผันผวน โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป สภาวะความขัดแย้งในหลายภูมิภาค และวิกฤติพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

กองทุน ววน. จึงมุ่งขับเคลื่อนการลงทุนใน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
1️⃣ เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ เพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าใหม่
2️⃣ สังคมเท่าเทียมและเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิต ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
3️⃣ ประเทศพร้อมรับอนาคตและมั่นคง รับมือความเสี่ยงในทุกมิติ
4️⃣ ระบบนิเวศ ววน. เข้มแข็ง เชื่อมคน ทุน โครงสร้างพื้นฐาน และภาคีให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การขับเคลื่อนแผนจะเน้นการทำงานร่วมกันทั้งระบบ เชื่อมโยงหน่วยบริหารและจัดการทุน นักวิจัย ภาคเอกชน ภาครัฐ พื้นที่ และผู้ใช้ประโยชน์ พร้อมใช้ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกันตั้งแต่ระดับแผนไปจนถึงผลลัพธ์ระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงสนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่น คล่องตัว และตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

ท้ายที่สุด แผน ววน. ปี 2571–2575 จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้คนไทยได้รับประโยชน์ในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างงานคุณภาพและรายได้ดี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทักษะแห่งอนาคต ท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และประเทศไทยที่แข่งขันได้ในเวทีโลก

"แผนด้าน ววน. คือทางรอดใหม่ของประเทศไทย ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม"

📌 นี่เป็นเพียงตอนแรกของซีรีส์แนะนำแผน ววน. ปี 2571–2575 ยังมีประเด็นสำคัญอีกหลายมิติที่จะทยอยนำเสนอ ฝากติดตามซีรีส์ต่อไปจาก สกสว. เพื่อร่วมทำความเข้าใจอนาคตของวิจัยและนวัตกรรมไทยไปด้วยกัน

🚀 SRI Plan 2028–2032:
Shaping Thailand’s Future through Science, Research and Innovation

The Thailand RISE Fund, led by Thailand Science Research and Innovation (TSRI), is advancing the development of Thailand’s Science, Research and Innovation (SRI) Plan 2028–2032 to guide the country’s long-term investment priorities in science, research and innovation.

The SRI Plan sets out a strategic framework to strengthen Thailand’s ability to respond to emerging challenges and opportunities through research, innovation, and cross-sector collaboration. It aims to support sustainable economic growth, enhance national resilience, improve quality of life, and ensure that the benefits of research and innovation are shared across society.

Thailand is entering a period of significant global and technological transition. Rapid advances in AI and digital technologies, climate change, geopolitical uncertainty, demographic change, regional conflicts, and energy security challenges are reshaping economies and societies worldwide. These developments require more integrated, agile, and future-oriented approaches to investment in science, research and innovation.

In response, the Thailand RISE Fund will focus on four strategic pillars:
1️⃣ Strengthening Thailand’s competitiveness by enhancing productivity, supporting innovation-led growth, and creating new economic opportunities
2️⃣ Building a fairer and more inclusive society by reducing inequalities, improving quality of life, and supporting environmental sustainability
3️⃣ Enhancing national resilience and future readiness to address emerging risks and uncertainties across economic, social, environmental, and security dimensions
4️⃣ Strengthening the national SRI ecosystem by connecting talent, funding, infrastructure, institutions, and partnerships across sectors
A key emphasis of the new SRI Plan is system-wide collaboration.

This includes strengthening coordination between funding agencies, research institutions, universities, industry, government, local communities, and users of research and innovation. The SRI Plan also seeks to improve alignment between investment priorities, implementation mechanisms, and impact measurement at both national and international levels.

Importantly, the SRI Plan recognises the need for flexible and responsive approaches that can adapt to rapidly changing global conditions, while ensuring that investment in science, research and innovation delivers meaningful and measurable outcomes for society.

Through this approach, the SRI Plan 2028–2032 aims to contribute to a stronger, more resilient, and more inclusive Thailand supporting high-quality jobs, future skills, sustainable industries, stronger local communities, and long-term national competitiveness.

“Science, research and innovation will play a central role in shaping Thailand’s future driving resilience, opportunity, and sustainable development for generations to come.”

📌 This is the first in a series introducing key priorities and directions under Thailand’s SRI Plan 2028–2032. Further insights and thematic areas will be shared in upcoming posts.

Follow TSRI for more updates:
ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
🌐 เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
📘 Facebook: สกสว.
📸 Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
🐦 X: https://x.com/tsri_official
🎵 TikTok: https://www.tiktok.com/

#กองทุนววน
#สกสว #แผนววน
#วิจัยและนวัตกรรม #แผนววน7175
#เศรษฐกิจไทย #สังคมเท่าเทียม
#ความมั่นคง #งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ #วิจัยเพื่อประเทศ

คณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม ทปอ. เข้ารับนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยและนวั...
15/05/2026

คณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม ทปอ. เข้ารับนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเป็น New Growth Engine ของประเทศ

ม.อุบลฯ ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์สุรีวัลย์ ดวงจิตต์  ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ประเภทอนุสิทธิบัตร-----...
12/05/2026

ม.อุบลฯ ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์สุรีวัลย์ ดวงจิตต์ ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ประเภทอนุสิทธิบัตร
--------------------------------------
🎉 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์สุรีวัลย์ ดวงจิตต์ ภาควิชาเภสัชเคมีและเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ ในโอกาสได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาประเภท “อนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์” เรื่อง “กรรมวิธีการสกัดสารสำคัญจากผงหัวหอมแดงด้วยไมเซลล์โดยไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์”

ผลงานดังกล่าวเป็นนวัตกรรมการสกัดสารเคอร์ซิติน (Quercetin) จากหัวหอมแดง ด้วยเทคโนโลยีไมเซลล์ร่วมกับการสกัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound-assisted extraction) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดสารสำคัญได้สูงกว่าการใช้น้ำทั่วไปถึง 728–802 เท่า ลดระยะเวลาการสกัดจาก 12 ชั่วโมง เหลือเพียง 5 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีอินทรีย์ที่เป็นอันตราย

นวัตกรรมนี้มีศักยภาพต่อยอดสู่การใช้ในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ 🌿✨
--------------------------------------
#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี #กันเกรา #อุบลราชธานี ิ่งอยู่ยิ่งรัก #มหาวิทยาลัยชั้นนำในอาเซียน

✨ผลงานวิจัยและนวัตกรรม จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี✨          📣รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลจากม...
06/05/2026

✨ผลงานวิจัยและนวัตกรรม จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี✨
📣รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดผลพลอยได้ที่เรียกว่า "กากเอทานอล" ออกมาในปริมาณมหาศาลกว่า 500 ตันสดต่อวัน กากเหล่านี้มักมีความชื้นสูง เน่าเสียได้ง่าย ขนส่งลำบาก และอาจส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนหากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม
ในขณะที่หลายคนมองว่าเป็นแค่ของเหลือทิ้ง รศ.ดร.เรืองยศ พิลาจันทร์ และทีมนักวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลับมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่! ทีมวิจัยพบว่าแท้จริงแล้ว กากเอทานอลอัดแน่นไปด้วยโปรตีน และมีส่วนประกอบของ "พรีไบโอติกส์" จากธรรมชาติ ที่ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ จึงได้คิดค้น "อาหารผสมสำเร็จแบบหมัก (Fermented Total Mixed Ration: FTMR)" สำหรับแพะเนื้อ โดยใช้เทคโนโลยีการนำกากเอทานอลสดมาหมักร่วมกับเอนไซม์และโปรไบโอติกส์ ผลลัพธ์ทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ากิน ไม่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของแพะ

🔔นวัตกรรมนี้สร้างประโยชน์อย่างไร?
💰 ลดต้นทุน ให้เกษตรกร: การนำกากเอทานอลมาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก สามารถช่วยลดต้นทุนค่าอาหารข้นในการเลี้ยงแพะลงได้ถึง 10-20%
🌍 ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม: ช่วยลดภาระการกำจัดของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งช่วยป้องกันปัญหากลิ่นเหม็นเน่าเสียที่อาจกระทบต่อชุมชน
♻️ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): เป็นการนำของเหลือทิ้งกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างยั่งยืน
🐐 ยกระดับคุณภาพปศุสัตว์: เปลี่ยนอาหารสัตว์ธรรมดา ให้เป็น "อาหารเชิงฟังก์ชัน" ที่สะอาด ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ ขับเคลื่อนผ่านโครงการ "การพัฒนาอาหารสัตว์เชิงฟังก์ชันจากกากเอทานอลจากหัวมันสำปะหลัง: อาหารผสมสำเร็จแบบหมักสำหรับแพะ" โดยได้รับการสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัยจากงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อสร้างสรรค์งานวิจัยที่ตอบโจทย์ทั้งมิติเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และได้ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ สูตรอาหารผสมสำเร็จแบบหมักสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีส่วนประกอบจากกากเอทานอลมันสำปะหลัง เป็นที่เรียบร้อย

ที่อยู่

85 ต. เมืองศรีไค
Ubon Ratchathani
34190

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6645353035

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Research UBUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Research UBU:

แชร์