04/08/2026
[ ‘พิธา’ รับเชิญร่วมวงสัมมนาพรรคประชาชน เรียกความมั่นใจ “เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ห้ามถอย” เตือนโลกปั่นป่วน สส.พรรคต้องคิดนำรัฐบาลหนึ่งก้าว ‘วีระยุทธ’ ชูภารกิจสร้าง Alternative Thailand สู้ศึกการเมืองทศวรรษ 2570 ]
วันที่ 1-2 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมเมเปิล เขตบางนา พรรคประชาชนจัดงานสัมมนา สส. และเครือข่ายสมาชิกพรรคประชาชน โดยภายในงานมีการหารือเกี่ยวกับปัญหา กระบวนการทำงาน รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของพรรคในอนาคต
ในช่วงหนึ่งของงานสัมมนา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ได้ตอบรับเป็นแขกรับเชิญในการกล่าวปาฐกถาพิเศษต่อที่ประชุมสัมมนา สส.พรรคประชาชน และสะท้อนประสบการณ์จากการพบปะนักการเมืองและคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศระหว่างการทำงานสอนในมหาวิทยาลัย โดยพิธาระบุว่า พรรคประชาชนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกมองเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองยุคใหม่ คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ชิลี และโคลอมเบีย ต่างแสดงความต้องการเห็นพรรคการเมืองแบบพรรคประชาชนในประเทศของตนเอง
อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลยอมรับว่า สมาชิกพรรคอาจรู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้จากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ขอให้มองความสำเร็จที่พรรคสร้างขึ้น ทั้งการได้ สส. เพิ่มในหลายพื้นที่ การขยายฐานการทำงานในกรุงเทพฯ และการมีประธานสภา กทม. ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย และย้ำว่า ทุกคนเหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ห้ามถอย ขอให้มีความมั่นใจว่าเมื่อจังหวะทางการเมืองมาถึง พรรคจะต้องมีความพร้อมเพียงพอที่จะเปลี่ยนโอกาสเป็นชัยชนะ พรรคต้องสร้างกระบวยให้ใหญ่พอ เพื่อให้สามารถตักน้ำได้มากที่สุดเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์เอื้ออำนวย
พิธากล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สส. และสมาชิกพรรคประชาชนควรติดตามประเด็นสำคัญจากเวทีต่างประเทศ ที่โลกกำลังเผชิญ Pincer Crisis หรือวิกฤตแรงกดดันสองด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำรงชีวิต และการเสื่อมถอยของการเมืองภายในประเทศที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลกขาดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของพรรคฝ่ายค้านในการนำเสนอ Alternative Thailand หรือประเทศไทยในฐานะทางเลือกใหม่
หากประเมินช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะมีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกต่อเนื่อง ทั้งการประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน การประชุมสหประชาชาติ การพบกันของ สี จิ้นผิง กับ โดนัลด์ ทรัมป์ การเลือกตั้งในอิสราเอลและบราซิล การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา และการประชุม G20 ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ต้นทุนค่าครองชีพ รวมถึงการดำเนินนโยบายของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงเอลนีโญ น้ำท่วม ไฟป่า และคลื่นความร้อน ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนโดยตรง ซึ่ง สส.พรรคประชาชนต้องเตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายล่วงหน้า เพื่อให้พรรคสามารถนำเสนอทางออกได้ก่อนรัฐบาล
พิธายังกล่าวในช่วงท้ายของการปาฐกถา โดยระบุว่าความสามัคคีภายในพรรคคือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ขอให้สมาชิกเชื่อใจกัน ทำงานเป็นทีม และยึดหลัก ‘Your problem is my problem’ หรือ ‘ปัญหาของคุณคือปัญหาของฉัน’ เพื่อร่วมกันผลักดันให้พรรคประชาชนเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ และเป็นทางเลือกของประเทศในอนาคต
“เป้าหมายที่เราหวังไว้ ว่าเราจะเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ ที่โชว์ให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีทางเลือกมากกว่าสีน้ำเงินอย่างเดียว แล้วประชาชนจะให้เรากลับมาอย่างทวีคูณ ทำให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะ เราก็มีโอกาสที่จะชนะ เข้าสู่อำนาจ เราก็จะได้มาเปลี่ยนประเทศไทยที่เราทุกคนรักไปด้วยกัน“ พิธากล่าว
หลังจากนั้น วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ขึ้นกล่าวเปิดวงสัมมนาเกี่ยวกับทิศทางการเมืองไทยและบทบาทของพรรคประชาชน
วีระยุทธระบุว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในแต่ละทศวรรษสะท้อนการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอำนาจที่แตกต่างกัน โดยในช่วงทศวรรษ 2530 อำนาจทางการเมืองเริ่มเคลื่อนจากกองทัพเข้าสู่ระบบรัฐสภาและเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น แต่เส้นทางประชาธิปไตยไทยก็ขลุกขลักไม่ราบรื่น เพราะยังต้องเผชิญรัฐประหารอีกถึง 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือ ‘ระบอบประยุทธ์’ ในช่วง 2557-2566 ที่ขยายอำนาจของกองทัพเหนือสังคม และอำนาจของกลุ่มทุนที่หนุนรัฐประหารต่อระบบเศรษฐกิจไทย
พรรคอนาคตใหม่ ต่อเนื่องมาถึงพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน เกิดขึ้นในฐานะพลังการเมืองที่ท้าทายโครงสร้างอำนาจดังกล่าว และกลายเป็นหนึ่งในพลังที่มีบทบาทต่อพัฒนาการเมืองไทยในทศวรรษ 2570 ที่ต้องต่อสู้กับ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครือข่ายบ้านใหญ่ กลไกราชการ และกลุ่มเทคโนแครต ที่อาศัยการเมืองอุปถัมภ์เข้าสู่อำนาจ แม้จะดูแข็งแกร่งแต่ก็เริ่มเผยให้เห็นจุดด้อยในการบริหารประเทศ ตั้งแต่วิกฤตน้ำมัน ทุจริตสอบราชการ การออก พ.ร.ก. กู้เงินแบบผิดหลักการ แต่ปล่อยให้คนไทยและผู้ประกอบการไทยเผชิญการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากประเทศมหาอำนาจ
อย่างไรก็ตาม ความไม่พอใจต่อรัฐบาลหรือโครงสร้างอำนาจเดิมไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะหันมาเลือกพรรคประชาชนโดยอัตโนมัติ เนื่องจากประชาชนยังมีทางเลือกอื่นอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ การเลือกพรรคการเมืองต่าง ๆ การเข้าสู่เศรษฐกิจสีเทา การย้ายถิ่นฐาน หรือการหันไปพึ่งพาอำนาจนอกระบบ พรรคประชาชนเป็นเพียงหนึ่งในหลายทางเลือกของประชาชน ภารกิจสำคัญของพรรคจึงไม่ใช่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างทางการเมือง
วีระยุทธกล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญที่สุดคือ พรรคการเมืองที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนต้องแสดงให้สังคมเห็นถึงภาพของประเทศไทยอีกแบบหนึ่ง หรือ Alternative Thailand ที่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการเสนออุดมการณ์หรือภาพอนาคตในระยะยาว แต่แสดงความพร้อมในการทำงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประสานงานกลไกราชการ เกษตรกร ผู้ประกอบการ พร้อมยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยท่ามกลางกระแสการเมืองระหว่างประเทศและกำแพงการค้าที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ