Interstates Bureau for Democracy in Thailand

Interstates Bureau for Democracy in Thailand blogger. I write for educational and pleasure.

พฤติกรรมครอบงำ รวบยอด เบ็ดเสร็จ ของระบอบสีน้ำเงิน เพิ่มมากขึ้นอย่างกำเริบเสิบสาน จากวุฒิสภา สู่องค์กรอิสระ และมาถึงสภาผู...
09/04/2026

พฤติกรรมครอบงำ รวบยอด เบ็ดเสร็จ ของระบอบสีน้ำเงิน เพิ่มมากขึ้นอย่างกำเริบเสิบสาน จากวุฒิสภา สู่องค์กรอิสระ และมาถึงสภาผู้แทนราษฎร การปฏิบัติหน้าที่ประธานฯ ของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานคนที่ ๑ เป็นหลักฐาน

“แย่กว่าการปิดไมค์” ของ สส.พรรคประชาชน ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ที่อภิปรายไม่เห็นชอบกับการแก้ไขร่าง พรบ.อากาศสะอาดโดย สว.สีน้ำเงิน เสียจนเนื้อหาผิดแผกไปจากเดิมเกือบหมด ก็คือ “การขู่ว่าจะไม่ประชุมต่อ” เพราะ “มีปัญหากับสมาชิกคนเดียว”

สว. ‘บัส’ เทวฤทธิ์ มณีฉาย บอกว่านั่นเป็นการ ‘ว้าก’ ของรุ่นพี่โซตัส ซึ่งถ้าเอาคอมเม้นต์ของ ‘หนูหริ่ง’ สมบัติ บุญงามอนงค์ มาใช้ ก็ต้องตั้งคำถามย้อนเกล็ดเอาว่า การกระทำไหนที่ “ทุเรศฉิบหาย” กันแน่ “ทำไมประธานสภาถึงปิดไมค์แบบกะทันหัน” ไม่รอให้เขาพูดจบก่อน

แน่ละการสบถของใครก็ตามว่า “โอ้ เอาอย่างนี้เลยหรือ แม่ง ทุเรศฉิบหาย” หลังจากมัลลิกาปิดไมค์ของภัทรพงษ์ไปแล้ว เป็นการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ แต่กับพฤติกรรมแบบ “นักการเมืองตกยุค ที่คุ้นชินกับการใช้ความอาวุโสและระบบเกรงใจมาเหนือกฎระเบียบ”

จากที่ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต วิจารณ์การทำหน้าที่ประธานฯ ของมัลลิกา ระหว่างการอภิปรายของ รังสิมันต์ โรม แม้จะใช้ท่าทีคุณครู ‘ผู้ดี’ พี่สอนน้อง แล้วไม่ทำให้การวางตัวขลึมของรังสิมันต์ โรม เฉยเชือนไม่สยบยอม ก็เลยออกอาการ

“คำพูดปิดท้ายของเธอที่ว่า ‘ท่านจำคำพูดท่านไว้นะ’ ยิ่งตอกย้ำความแค้นส่วนตัวมากกว่าจิตสำนึกต่อหน้าที่” พิชายชี้ว่า “เป็นท่าทีข่มขู่ที่ไร้วุฒิภาวะและไม่สมควรเกิดขึ้นจากปากของคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงสุดของที่ประชุม” นั่นจากการตอบโต้เรื่องฮั้ว สว.

ส่วนกับ กรณี สว.สีน้ำเงินแก้ร่าง พรบ.อากาศสะอาดเสียจน “จนเอียงข้างนายทุน มากกว่าปกป้องลมหายใจประชาชน” นั้นสมกับความ “ด้านได้ ไม่ละอาย” ของพวกที่มาจากการคดโกงการเลือกตั้ง สว.ยิ่งนักแล้ว จน สส. ๔๑๔ โหวตไม่รับท่วมท้น

ขออนุญาตนำข้อสรุปของ ‘ปราย พันแสง’ เกี่ยวกับการโหวตญัตตินั้นมาทำซ้ำ ว่า “เพราะวุฒิสภาทำให้กฎหมายอ่อนลงหลายจุดหลัก” ได้แก่ “ตัดสิทธิประชาชนขอความคุ้มครองฉุกเฉิน และตัดสิทธิให้องค์กรฟ้องแทนผู้เสียหาย” นอกจากนั้นยัง

“ตัดระบบ PRTR ที่บังคับเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษ” แล้วยัง “เปลี่ยนประธานแก้ฝุ่นระดับจังหวัด จากนายก อบจ.เป็นผู้ว่าฯ” กับ “เพิ่มที่นั่งหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมในคณะกรรมการนโยบาย” และ “ตัดระบบฝาก-คืน ที่จะทำให้ผู้ก่อมลพิษร่วมรับต้นทุน”

รวมทั้ง “ตัดความรับผิดของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้แหล่งมลพิษ” ทำให้มาถึงคำถามเข้าเป้าความทุเรศทั้งหลาย ทั้งมวล “ชัดๆ สว.มีไว้ทำไม”

(https://www.facebook.com/prypansang/posts/bgpqonrtNph, https://www.facebook.com/khaosod/posts/2udVF5nq9, https://www.facebook.com/bus.tewarit/posts/0jNHzGUR และ https://www.facebook.com/sorrayuth9115/posts/5QWS7F)

‘เอไอ เดต้า เซ็นเตอร์’ วลีที่น่าจะ ‘คูล’ สำหรับเทคโนโลยี่ก้าวหน้า แต่กลับกลายอสุรกายสำหรับครรลองชีวิตประจำวันของผู้คน แล...
09/03/2026

‘เอไอ เดต้า เซ็นเตอร์’ วลีที่น่าจะ ‘คูล’ สำหรับเทคโนโลยี่ก้าวหน้า แต่กลับกลายอสุรกายสำหรับครรลองชีวิตประจำวันของผู้คน และวิถีธรรมชาติของชุมชน ทั้งต่อสภาพแวดล้อม ความร้อน เสียงรบกวน และทรัพยากรเพื่อการอุปโภค

สิ่งที่เกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมากำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เมื่อการต่อต้านโครงการก่อสร้าง ‘เดต้าเซ็นเตอร์’ เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติสำหรับชุมชนที่กำลังจะมีโครงการฯ ไปลง อันเนื่องมาแต่ปัญหา ‘พระรามเก้า’

วานนี้ (๒ กันยา) สำนักงานเขตห้วยขวาง ลงพื้นที่ตลาดนัดกลางซอย ๖ ถนนพระราม ๙ ตรวจสอบข้อร้องเรียนของชุมชนที่ว่า “ภายในท่อระบายน้ำหน้าตลาดมีน้ำมันปะปนในน้ำทิ้ง...และมีกลิ่นน้ำมันในท่อระบายน้ำ” น้ำในท่อสีดำคล้ำ

บางคลั้งกลิ่นเหม็นน้ำมันคลุ้งในละแวกย่านตลาด จนผู้อยู่อาศัยเกิดอาการคลื่นเหียนอาเจียน ผลการตรวจสอบทราบว่าเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเดต้าเซ็นเตอร์ “ได้มีการสำรองน้ำมันเพื่อใช้สำหรับทดสอบระบบสำรองไฟ”

ด้าน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร Data Center ติดกับโรงพยาบาลพระราม ๙ หลังได้รับการร้องเรียนเช่นกัน พบว่ามีการ ‘แอบ’ ติดตั้งถัง และจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองสำหรับปั่นไฟฉุกเฉินปริมาณสูงถึง ๒ แสนลิตร”

การกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดตาม พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๖๕ โทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั่นเลขาฯ แจ้งว่าองค์กรเกี่ยวข้องของรัฐจะเร่งจัดทำหลักเกณฑ์โซนนิ่งสำหรับการนี้

ต่อมาผู้ว่า กทม.แถลงชี้แจงว่าทาง กทม.ได้ชลอการออกใบอนุญาตเพิ่มเติมแก่โครงการ EDGNEX Data Centers-BKK01 ไว้แล้ว พร้อมกับอีกสองโครงการที่ยื่นขอก่อสร้างศูนย์ดาต้าแห่งใหม่ รายงานระบุว่าใน กทม.มีศูนย์เช่นนี้ ๖ แห่ง อนุญาตไปแล้วสาม

แต่ว่าใน กทม.มีเดต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างขึ้นโดยส่วนใหญ่ไม่ขออนุญาตประมาณ ๔๙ แห่ง กระจัดกระจายในย่าน “บางกะปิ บางรัก ปทุมวัน จตุจักร บางนา และเขตจีนเทาห้วยขวาง” ซึ่งมากที่สุด ๙ โครงการ ตามด้วยบางนา ๖ บางรัก ๕

ทางการไทยยังไม่มีระเบียบกำกับควบคุมกิจการเหล่านี้ จึงได้รับอนุญาต “ในฐานะ ‘คลังสินค้า’ หรือ ‘อาคารพาณิชย์’ และสามารถตั้งอยู่ใกล้ย่านที่อยู่อาศัยได้ ท่ามกลางความกังวลของชุมขนในประเด็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม”

เช่นเดียวกับเหตุผลที่ชุมชนในสหรัฐต่อต่านเดต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากการเปิดดำเนินการศูนย์ดาต้าจะต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก น้ำมันดีเซลที่ต้องเก็บสำรองเพื่อใช้ปั่นไฟทดแทนกรณีฉุกเฉิน ส่วนน้ำนั้นใช้ในการระบายความร้อนของเครื่องจักร

(https://www.facebook.com/thematterco/posts/G6pXXwvrN, https://justpow.co/article-bkk-data-center/, https://www.techtimes.com/articles/320932/20260718/anti-data-center-protests-hit-125-cities.htm และ https://x.com/themomentumco/status/2095106925528789135)

เอ้า แป้กแล้วสิ โครงการ TH-Ai passport ของน้องลูกนก ลูกพ่อเนกับหลานอาหนู “ณ ขณะนี้ ยอดไม่ปังตามที่หวัง จึงต้องร่อนหนังสื...
09/02/2026

เอ้า แป้กแล้วสิ โครงการ TH-Ai passport ของน้องลูกนก ลูกพ่อเนกับหลานอาหนู “ณ ขณะนี้ ยอดไม่ปังตามที่หวัง จึงต้องร่อนหนังสือถึงข้าราชการท้องถิ่นทุกจังหวัด (ต่อไปคงจะลงทุก อบต. และ เทศบาล) พร้อมส่งไปที่โรงเรียนต่างๆ รัฐวิสาหกิจ คู่สัญญารัฐ”

อย่างที่ Bright TV ว่า “เตรียมงัดไม้ตาย ขนข้าราชการ-นักการเมือง ช่วยเกณฑ์คนให้ครบเป้า ๕ ล้านสิทธิ” ตอนนี้ได้แค่ ๑.๕ ล้าน ก็เริ่มนิ่งแล้ว ซ้ำมี active users ต่อวันเพียงแสนเดียวเท่านั้น ‘ไอ๊ซ์’ บอกถ้าใช้สัญญาเดิม ไม่ว่าคนจะลงทะเบียนเท่าไร

“๑๐ คนหรือแสนคน รัฐจะต้องจ่าย ๑,๖๐๐ ล้าน แต่เมื่อแก้ไขสัญญาใหม่ รัฐจะจ่ายเงินแค่ ๒.๕ ล้านบาท (๑๐๐,๐๐๐ x ๒๕ =๒,๕๐๐,๐๐๐) เธอว่า #ขออนุญาตเคลม หน่อยว่า “พวกเราช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินทันที กว่า ๑,๕๐๐ ล้าน”

และ “นั่นหมายถึงการหยุดยั้งเม็ดเงินที่กำลังจะไหลเข้าสู่ ‘กลุ่มทุนสีน้ำเงิน‘ ที่ซัพพอตการคงอยู่ของระบบสีน้ำเงิน ถามว่าเงินที่เค้าใช้ ‘ซื้อนั่นซื้อนี่’ (ตีความเอาเด้อ) เอามาจากไหน ตอบง่ายๆ ก็เอามาจากส่วนต่างอะไรแบบนี้นั่นแหละ”

ทบทวนความเป็นมา พรรคประชาชนออกมาคัดค้านโครงการตั้งแต่อ้อนแต่ออก “ตีปีบถึงความผิดปกติ และตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาของการคิดเงินแบบเหมาจ่าย” จนทำให้กระทรวง ‘ดีอี’ ขยับแก้สัญญา ไปเป็นแบบ “pay per active user คือ 1 active user จ่ายโดยประมาณ 25฿”

ข้อสำคัญ “ประชาชนจำนวนมากกลัวโดนล้วงข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจำนวนมากออกประกาศ ไม่ให้พนักงานเอาข้อมูลทางการค้าของบริษัทไปพรอมท์ในโครงการนี้” ตัวเธอเองลงทะเบียนไปแล้ว แต่ไม่ใช้งาน “กลัวข้อมูลส่วนบุคคลหลุดก็เรื่องนึง

แต่ที่สำคัญคือไม่อยากให้รัฐต้องจ่ายเงินแผ่นดิน (คนละ) ๒๕ บาทต่อเดือน ให้กับผู้รับเหมาในเครือข่ายสีน้ำเงิน” เธอว่าเสียดาย แต่ก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวในเพจ AiPassth หลังงบประชาสัมพันธ์ออกแล้ว

“ไมโครอินฟูจำนวนมาก เริ่มทยอยทำคลิปรีวิวส่งงาน คนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าข้อจำกัดเยอะ Ai ฟรียังดีกว่า ใช้งานสะดวกกว่า Ai ฟรี ยังฉลาดกว่าและทำงานได้ตรงไปตรงมากว่า” พวกคนที่ลองใช้ เจอ ‘เอไอไชยชนก’ เล่นตลกเยอะเลย

คำวิจารณ์ของ ‘โอ เปิ้ล’ ผู้ลองใช้งานรายหนึ่งบอกว่า “ตอนทำสัญญาอาจจะเป็นรุ่นโปร แต่ปัจจุบัน AI มันพัฒนาเวอร์ชั่นไวจนตัวที่เคยทำสัญญาไว้จาก PRO กลายเป็นฟรี เท่ากับเอาตัวฟรีล้าหลังที่เคยเป็น PRO ในอดีตมาให้ใช้”

นั่นคือต้นทุนเท่ากับ ‘ศูนย์’ ไม่ต้องเสียเงิน...แบบนี้คือ เงินทอนกินกันจุกๆเลย”

(https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/w86GFFxP และ https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/22QCzFLUf)

วิกฤตศรัทธาของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากปัญหา โกงกิน และฉ้อราษฎร์บังหลวง อันเป็น สนิมที่เกิดแต่เนื้อในตน ที่ยังเข...
09/01/2026

วิกฤตศรัทธาของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากปัญหา โกงกิน และฉ้อราษฎร์บังหลวง อันเป็น สนิมที่เกิดแต่เนื้อในตน ที่ยังเข้มข้นอยู่นี้ สถิตพงษ์ สุขวิมล ราชเลขาฯ จะช่วยแก้ได้ไหม เป็นเรื่องน่าจับตาอย่างยิ่ง อย่ากระพริบ

ผู้ให้ลายแทงนี้ก็เป็น ธนาพล อิ๋วสกุล อีกน่ะแหละ เขาว่า “ภาพเดียวไม่จบ” อย่างที่ ‘หมาแก่’ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ แนะหรอก เขาบอกว่า “ต่อให้ ๑๐ สถิตย์พงศ์ สุขวิมลออกมารับประกันรัฐบาลอนุทิน ถึงอย่างไรก็ไม่จบข่าวหรอกครับ”

ทำไม ก็เพราะปัญหาคอรัปชั่นในรัฐบาลอนุทิน-เนวิน ชิดชอบ “ดังปรากฏในรายงานคณะกรรมการ กกต.ชุดที่ 26” นั้นหนักหนาสากรรจ์เกินกว่าจะปัดตกไปได้ง่ายๆ “ถ้ารัฐบาลไม่แก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้”

เรื่องของเรื่องมาจาก สถิตย์พงษ์ และพลตรีปริญ รื่นภาควุฒิ ประจำราชเลขานุการในพระองค์ ไปลงเรือตรวจราชการรอบเกาะรัตนโกสินทร์กับอนุทิน และคณะรัฐมนตรีของเขา แต่หมาแก่บอกว่า ช่วงนี้มีข่าว (ลือ) เยอะแยะเต็มไปหมด แต่ดูภาพเดียวจบสยบข่าว

ข้อสังเกตุเพื่อสะกิดของธนาพลอยู่ที่ “สองราชาชาตินิยมมาชนกัน” เขาหมายถึงสถิตย์พงษ์กับอนุทินด้านหนึ่ง กับสนธิ ลิ้มทองกุล อีกด้านหนึ่ง โดยเอาคำบรรยายวิเคราะห์ของ เกษียร เตชะพีระ ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๐ มาเป็นตุ๊กตาตัวตั้ง

เกษียรกล่าวถึงกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทต่อสนธิ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยมีบรรณาธิการฯ ขุนทอง ลอเสรีวณิช เป็นจำเลยที่สอง ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินทักษิณชนะ

เหตุแห่งคดีที่ฟ้อง ทักษิณบอกว่าสนธิทำตัวอิงแอบสถาบันกษัตริย์โดยใส่เสื้อเหลืองอันเป็นสีประจำองค์ ร.๙ แล้วโยงใยไปในทางที่ว่าทักษิณเป็นฝ่ายตรงข้ามกับสถาบันฯ และจากคำพูดของ พ.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา (ตำแหน่งตอนนั้น) ว่าทักษิณมีนโยบายประชานิยม

ฝ่ายกษัตริย์ (หมายถึง ร.๙) ทรงเสนอปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “แกก็บอกว่า ใช่เลย นี้คือของ ๆ เราที่มีไว้รับมือประชานิยม” เกษียรว่า “ผมคิดว่านี่เป็นตัวอย่างของราชาชาตินิยมที่ถูกใช้มาบอกกล่าวเล่าเรื่องความขัดแย้งในปัจจุบัน (ขณะนั้น)”

แต่แล้ว สนธิในคลิปล่าสุดกลับ “ซัดพฤติกรรมของอนุทิน ชาญวีรกุลและรัฐบาลระบอบสีน้ำเงินอย่างเต็มที่...พูดถึงความเลวร้ายของการโกง สว.” และอีกตอนหนึ่งว่า “สุดท้ายก็เล่นเกมโหนเจ้าแสดงความจงรักภักดี ต่อสถาบันกษัตริย์”

ทั้งๆ ที่มีความชั่วร้ายดังธนาพลว่า “ปัญหาทุจริตไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาที่มาพร้อมกับพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นโกงน้ำมัน โกงที่ดินเขากระโดง โกงมอเตอร์จีพี โกง สว. โกงสอบข้าราชการท้องถิ่น โกงเอไอพาสปอร์ต ฯลฯ”

(https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/28sTChEU5k, https://www.facebook.com/share/v/1BaCEkchzK/?mibextid=wwXIfr และ https://prachatai.com/journal/2008/01/15388)

‘อนุทิน’ ไปใช้มธุรสวาจา ‘สั่ง’ สว. โหวตงบประมาณ ๔ แสนล้านบาท พวกสีน้ำเงินเสียงท่วมท้นอาจจะหลับหูหลับตายกมือพรึ่บ แต่ก็ยั...
08/31/2026

‘อนุทิน’ ไปใช้มธุรสวาจา ‘สั่ง’ สว. โหวตงบประมาณ ๔ แสนล้านบาท พวกสีน้ำเงินเสียงท่วมท้นอาจจะหลับหูหลับตายกมือพรึ่บ แต่ก็ยังมีข้อเท็จจริงโผล่ขึ้นมาจากการอภิปราย เมื่อ สว.พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ประกาศไม่เห็นด้วย เพราะ

มีเนื้อในสอดไส้ไว้ลอยๆ เหมือนตีเช็คเปล่า สว.ท่านนี้ตรวจสอบดูแล้วพบ ‘พิรุธ’ จมหู ๙ ประการ แม้นว่าปัญหาพลังงานมีอยู่จริง ราคา “สูงขึ้นจริง ค่าครองชีพสูงขึ้นจริง กำลังซื้อชะลอตัวจริง และประชาชนกำลังเดือดร้อนจริง”

และจริงกว่าจริงของปัญหาอยู่ที่ วิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาล “ไม่ถูกต้อง” การจะกู้เงินมาใช้แก้ปัญหาในเกณฑ์ใหญ่ขนาดนี้ มันต้องมีรายละเอียดและจำเพาะเจาะจง ต้องทำด้วยพระราชบัญญัติ ที่ผ่านการวิเคราะห์แยกแยะ และตรวจสอบ

การใช้ พระราชกำหนด โดยอ้างภาวะฉุกเฉิน แต่มันฉุกเฉินจริงแค่ไหน เงินกู้ส่วนแรก ๒ แสนล้าน รัฐบาลจะเอาไปใช้ประคองเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงาน แต่ ๒ แสนส่วนหลังสำหรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น สร้าง ‘Smart Grid’ เอย

“ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ๑ ล้านหลังคา การเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวี มันฉุกเฉินตรงไหน หากไม่ได้ทำ ๓ สิ่งนี้ภายใน ๓-๖ เดือนนี้ประชาชนจะอยู่ไม่ได้จริงหรือ” สว.พรชัยถาม และว่าโครงการระยะยาวอย่างนี้ต้องใช้ พรบ. แต่เลี่ยงมาใช้ พรก. แทน

เพื่อ “ตัดตอนลดอำนาจการตรวจสอบของรัฐสภา” ใช่ไหมล่ะ แล้วเงิน ๔ แสนล้านที่จะกู้ไม่ใช่น้อยๆ จะกู้ต้องมีตัวเลขจะแจ้ง “ว่าหลังจากใช้เงินแล้วประเทศไทยจะลดการนำเข้าพลังงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ ค่าไฟจะลดลงกี่บาท เงิน ๑ บาทที่ลงทุนไป

จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้กี่บาท” ไม่เช่นนั้น “แบบนี้เขาเรียกว่าโลภแต่ชุ่ย” ชุ่ยแบบไหน แน่ๆ คือไม่โปร่งใส เพราะมีเอกสาร “ให้ท้องถิ่นเสนอรายการตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิ.ย. ทั้งที่หลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการออกในวันที่ ๒๖ มิ.ย.

เป็นการเปิดช่องให้สงสัยว่า “เป็นการเกี้ยเซียะให้กับผู้รับเหมาหรือเครือข่ายด้านพลังงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคนใดในรัฐบาล” นอกจากนั้นเกี่ยวกับโครงการติดตั้งแผงโซลาร์ ๕ แสนถึง ๑ ล้านหลังคาเรือน แต่ที่ทำได้ปีที่ผ่านมา แค่ ๑ แสนหลัง

ปีหน้าเพิ่มนิดเป็น ๑.๔ แสน อย่างนี้ถ้าจะให้ได้ ๑ ล้านหลัง ต้องใช้เวลา ๕ ปี การกู้แบบไม่รู้สี่รู้แปดเช่นนี้ “คือความพินาศทางวินัยการเงินการคลัง...สัดส่วนหนี้สาธารณะจะสูงขึ้นไปเกือบถึง ๗๐%” สว.พรชัย ปิดท้ายว่า

“บ้านเรากำลังถังแตก วงเงินกู้เกือบเต็ม สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ลดค่าใช้จ่ายในบ้านและหารายได้เพิ่ม ไม่ใช่รูดบัตรเครดิตใบสุดท้ายที่ใกล้เต็มวงเงิน เพื่อมาติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาเช่นนี้”

(https://www.khaosod.co.th/politics/news_10380676?fbclid=58G1tyJYpddA)

เห็นจะจริงดังที่ Thanapol Eawsakul โพสต์ไว้ เวลานี้ทุกเฉดทุกสี ‘ยี้’ กับการโกงเลือกตั้ง สว.ของพวก ‘สีน้ำเงิน’ ยกเว้นที่เ...
08/30/2026

เห็นจะจริงดังที่ Thanapol Eawsakul โพสต์ไว้ เวลานี้ทุกเฉดทุกสี ‘ยี้’ กับการโกงเลือกตั้ง สว.ของพวก ‘สีน้ำเงิน’ ยกเว้นที่เขาว่า “น่าจะขาดแต่สีแดงนะครับ” เพราะยังร่วมรัฐบาลอยู่ แต่ก็ยอมปล่อยให้ ‘หมอชลน่าน’ ไปร่วมเวทีฝ่ายค้าน

‘ปุ๊’ ธนาพล คล้ายจะฟันธงอีกละ “ใครที่แทงหวยระบอบสีน้ำเงิน ที่คิดว่าจะตีตั๋วอยู่ยาวและอุทิศตนอย่างเต็มที่นั้น ไปศึกษาเหตุการณ์ก่อนจะถึง ๑๔ ตุลาไว้นะครับ เพราะเมื่อประชาชนไม่เอารัฐบาล ‘ทรราช’ แล้ว ทุกคนก็กระโดดหนีทั้งนั้น”

ส่วนว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จะเท่ากับ หรือเท่ากันกับระบอบทรราชหรือยัง ก็ต้องดูความเชี่ยวกรากของกระแสต้านแรงแค่ไหน คงไม่ช้าแหละ ดูจากข้อสังเกตุของ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ก็ว่าสีน้ำเงิน “อาศัยความกลัวและเงินเป็นกลอุบายหลักในการตอบโต้”

ก็คือออกสื่อขู่อย่างหนักผู้ที่นำข้อมูลการฮั้วมาเปิด ปฏิเสธเนื้อหาว่าไม่เป็นความจริง ต้องเจอคุกแน่ จนพยานบางคนเกิดความกดดัน โดนภรรยาที่บ้านบอกว่า ถ้าไปออกรายการเปิดตัวพยานของพริษฐ์ วัชรสินธุ แล้วไม่ต้องกลับมานะ เป็นต้น

แต่ในส่วนของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แห่งไอลอว์ เขาบอกว่าข้อมูลและพยานที่เขาเปิดออกมาแล้ว เป็นเพียง ๕% ของที่มีอยู่ในมือ และก็ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งหมด เอาไว้ไปเปิดในศาล เช่นกันกับพยาน ที่เปิดมาไม่กี่คนเป็นเทียร์ ๒-๓ เก็บเทียร์ ๑ ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

สำหรับฝักฝ่ายการเมืองที่เคยเป็น ‘สลิ่ม’ หลายคนตามกระแสมาร่วมด้วยช่วยกันกับฝ่ายค้าน ทว่าบางคนแสดงให้เห็น conviction ความจริงใจอยู่ไม่น้อย แสดงว่าความเห็นพ้องต้องกันชนิดข้ามเฉดข้ามสีมันเกิดขึ้นแล้วคล้ายตอน “มหกรรมยำตีน ๓ ทรราช” ที่ธนาพลว่า

ล่าสุด จดหมายเปิดผนึกของ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ “ยุติการดำเนินคดีและคุกคามผู้เปิดโปงเบาะแสการทุจริต” การกระทำแบบ Shoot the Messenger “ตอกย้ำข้อสงสัยของสังคมว่า ผู้มีอำนาจในรัฐบาลอาจมีส่วนรู้เห็น

หรือได้รับประโยชน์จากกระบวนการทุจริตดังกล่าว” เป็น message ที่ซึมซับเข้าไปในจิตสำนึกของประชาชนส่วนมากโดยไม่จำกัดสังกัด สี หรืออุดมการณ์ทางการปกครอง ไม่ว่าระบอบจะแข็งแกร่งประดุจเหล็ก ไม่ละลายเหมือนไอติม

แต่เหล็กก็เป็นสนิมได้ ดัง วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส่ง message กลับไปให้นายกฯ ประชาชนคงพอใจกับไอติมมากกว่าเหล็กที่เป็นสนิมเขรอะกรัง

(https://www.facebook.com/permalink.phpid=100044666283411, https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/2yYXqtVStab และ https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/uYnnUtSP)

หลักฐานสนับสนุนข้อเรียกร้องของ ‘ไอลอว์’ ให้ กกต.สั่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว. ต่อผู้ต้องหา ๒๒๙ คนต่อศาลฏีกา นอกจากคำวินิจฉ...
08/29/2026

หลักฐานสนับสนุนข้อเรียกร้องของ ‘ไอลอว์’ ให้ กกต.สั่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว. ต่อผู้ต้องหา ๒๒๙ คนต่อศาลฏีกา นอกจากคำวินิจฉัยของอนุกรรมการ กกต.ชุดที่ ๒๖ แล้ว ยังมีความเห็นของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาฯ

วานนี้ (๒๘ สิงหา) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.คนนั้น หวนมาเข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบฯ เอาผิดต่อไอลอว์โทษฐานเผยแพร่ความเห็นของตน กรณีเห็นควรให้ส่งฟ้องคดีโกงเลือกตั้ง สว. โดยระบุในคำฟ้องว่า

“การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย”

จำเพาะการฟ้องเพื่อแก้เกี้ยว ที่ถูกเปิดโปงการประพฤติผิด แบบเดียวกับที่ กกต.สั่งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยื่นฟ้อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และไอลอว์ ที่นำสำนวนคดีฮั้ว สว.มาเปิดเผยนั้น เป็นการใช้กระบวนการศาลเพื่อกีดกั้นการตรวจสอบ อย่างน่าละอาย

รศ.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มธ.เห็นว่า “ขนาดแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ออกมาเรียกร้องความโปร่งใส ก็ยังหาเหตุผลอธิบายให้ประชาชนเข้าใจไม่ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร แล้วจะให้ประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ได้อย่างไร”

อจ.มุนินทร์ยังชี้ด้วยว่า “ตกลง คือ กกต. เองก็ไม่มั่นใจการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตัวเอง เลยต้องให้ตำรวจมาช่วยตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต.” งั้นหรือ “งงกันไปหมด” เช่นเดียวกับกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน

ที่พากันไปยืนเกาะโพเดี้ยมแถลงโต้ พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ว่า “เป็นการละเมิดข้อมูลในสำนวนคดี” และ “เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย” หารู้ไม่ว่านั่นละคือกระบวนการกฎหมายแท้จริง

สว.สีน้ำเงินคนหนึ่งกล่าวหาอย่างผิดๆ และก้าวร้าว ด้วยว่า “แทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของ กกต. หรือเป็นการสร้างความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ขอประชาชนเห็นดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”

ทั้งที่ การกล่าวหาเขาแบบนั้น เป็นการเหลิงอำนาจ ที่ไม่ได้มีความชอบธรรมตามครรลองของการใช้เหตุและผล รองรับ

(https://www.facebook.com/nationweekend/posts/MXnA6Yj8f, https://www.facebook.com/munin.pongsapan/posts/2LSL1XHF และ https://www.thairath.co.th/news/politic/2955907?=IwY2xjawT_7vALqR6)

08/29/2026

“อย่าท้า อย่าแถ ไม่อยากเปิดแล้ว อยากให้สั่งฟ้อง แล้วไปว่ากันที่ศาล” ‘เป๋า’ ไอลอว์ ว่างั้น
https://www.facebook.com/reel/1040067582335375

“โปรดอย่าถาม” Yingcheep Atchanont บ่นแกมฉุน ว่าช่วงนี้มีเยอะ “จากประชาชนผู้เป็นห่วงเป็นใย” ว่า “ถ้าหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องใค...
08/28/2026

“โปรดอย่าถาม” Yingcheep Atchanont บ่นแกมฉุน ว่าช่วงนี้มีเยอะ “จากประชาชนผู้เป็นห่วงเป็นใย” ว่า “ถ้าหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องใครเลยในคดีการโกงเลือก สว.ที่มีผู้ต้องหา ๒๒๙ คน แล้วจะทำอย่างไรต่อ” มีทางเอาผิดพวกนั้นได้หรือไม่

‘เป๋า’ บอก “ถ้าตอบตรงๆ ไม่ถนอมน้ำใจคนถามก็คือ ‘ไม่มีทาง’ อะไรอีกแล้วครับ” เขาพยายามสาธยาย scenarios หนทางที่จะเป็นไป ๕ อย่าง แน่ๆ ข้อแรก ผู้ต้องหารอดหมด ไม่ว่าจะเป็น สว.ที่ต้องคดีอยู่ ๑๓๘ คน

และพวก สส. สว. กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย หลายสิบคน พวกเขาจะยิ่งกร่างกว่าเดิมมากขึ้น แล้วไล่แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทต่อผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันครื้นเครง ขั้นต่อไปคนเหล่านี้จะผนึกกำลังแน่นหนาในสภา ต้านทานข้อเสนออะไรที่ไม่ชอบ

เช่น เลือกตั้ง สว. หรือยกเลิกไปเลย และแน่นอนพวกสีน้ำเงินนี้ จะกินรวบ กกต.หมดทั้ง ๗ คน ควบคุมทั้งการเลือกตั้งต่างๆ อีกทั้งยึดกุม “องค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐทั้งหมด” ไม่ว่าจะเป็นศาล รธน. ปปช. สตง. กสม. อัยการ ศาลปกครอง ฯลฯ

กกต.ระบอบสีน้ำเงินทั้ง ๗ จะจัดการเลือก สว.ใหม่ให้อยู่ในครอบครองของระบอบนั้นทั้งหมด ด้วยกรรมวิธีที่เคยทำ แต่คราวนี้สะดวกกว่าเยอะ ไม่มีตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร แต่งตัวเหมือนกัน โหวตกันเอง ทำโพยอย่างโจ่งแจ้ง

จนได้ สว.สีน้ำเงินทั้ง ๒๐๐ บวกตัวสำรองอีก ๑ ร้อย ทำให้ระบอบสีน้ำเงินเฟื่องฟู ไม่มีทางที่ใครอื่นจะเอาลงได้ ‘พวกเขา’ จะเป็นใหญ่ที่สุด แม้ “ต่อไปข้างหน้าการเมืองเปลี่ยนทิศ สีอื่นได้เป็นรัฐบาล มีรัฐธรรมนูญใหม่ การจะย้อนกลับมารื้อคดีเดิมขึ้นมาฟ้องร้อง ก็เป็นไปไม่ได้

เพราะ “จะขัดต่อหลักการทางกฎหมาย” เป๋าจึงบอกว่าโปรดอย่าถาม “คำถามที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่จำเป็นต้องตอบในภาวะนี้” สิ่งที่ทำได้โดยฝ่ายประชาชนเวลานี้มีแต่ ‘รวมพลัง’ ส่งเสียงไปยัง กกต. มีเวลาอีกไม่กี่วัน

แม้ กกต.จะเลื่อนวัน #สั่งฟ้อง สว.ออกไป ๒ สัปดาห์ คงไปลงเอยวันที่ ๑๑ กันยา เป็นวันสุดท้าย “แปลว่าเค้าคงอยากเช็คกระแสสังคมก่อน” ว่าแรงแค่ไหน หักด้ามพล้าได้หรือไม่ ดังนั้นยิ่งชีพจึงชวนมิตรสหายและพี่น้องไปร่วมกิจกรรม Out กกต.วันอาทิตย์นี้

“ #กิจกรรมวิ่งหน้า กกต. วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เริ่มรวมตัวเวลา 14:00 น. เริ่มกิจกรรม 14:29 น. สถานที่: หน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ประตู 1” โปรดอย่าพลาด

(https://www.facebook.com/Hathai.Hathai/posts/33QJZpXFzy, https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/Z7kUoGX และ https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/2cw1TTR5r3)

สายเกินไปแล้วละ ที่ กกต.จะแก้วิกฤตศรัทธาด้วยการออกข่าวว่า “มีมติดำเนินคดีอาญาผู้สมัคร สว.ที่ไม่มีสิทธิสมัคร ๑,๗๖๗ ราย” ห...
08/28/2026

สายเกินไปแล้วละ ที่ กกต.จะแก้วิกฤตศรัทธาด้วยการออกข่าวว่า “มีมติดำเนินคดีอาญาผู้สมัคร สว.ที่ไม่มีสิทธิสมัคร ๑,๗๖๗ ราย” หลังจากดองมติดังกล่าวมาแล้ว ๓ เดือนจนสุดกลั้น เมื่อข้อมูลทุจริตเลือก สว.พรั่งพรูออกมาชี้ว่า กกต.น่าจะรู้เห็นเป็นใจ

หลักฐานแจ่มแจ้งที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แห่ง ไอลอว์ และ บรรดา สส.พรรคประชาชน โดยเฉพาะ พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้รับจากผู้หวังร้ายในความชั่วช้าของ สว.สีน้ำเงินและ กกต.ส่งมาให้เปิดเผยนั้น นับวันยิ่งทำให้ติดบ่วงความประพฤติมิชอบของตนเองแน่นเข้า ๆ

จะเอามติสั่งฟ้องกว่า ๑,๗๐๐ รายมาใช้ถ่วงเวลา ชะลอวันเข้าคุกน่ะหรือ ถึงจุดนี้แล้วคงยาก “ตอนนี้ก็เหลือแค่ กล้าเป่าหรือไม่กล้าเป่า ยกทั้งกะบิไหม หรือมีข่าวลือว่าจะตัดตอน” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต สส.กระเป๋าของ ปชป.สะกิดเตือน

แถมทำนายเสียอีก “ไม่ว่าจะออกทางไหน ยกเว้นฟ้องหมด ๒๒๙ คน ผมว่า กกต.เจอคดีแน่ อายุ ๘๐ ก็ยังเดินขึ้นศาลอยู่เลย นี่ไม่ได้ขู่ พูดเรื่องจริง ไม่จบ เจอหลายคดีด้วย” แล้วยัง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดเสวนาหนัก “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ...”

เอาทั้ง บวรศักดิ์ อุวรรณโน และ วิชา มหาคุณ มาช่วยกันยำกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.และระบอบสีน้ำเงิน “เป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยเห็นในโลก...เขียนรัฐธรรมนูญเหมือนปี ๒๔๗๕ เขียนเหมือนยังไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุ” กระทบปู่ มีชัย ฤชุพันธุ์ เต็มๆ

บวรศักดิ์ยังแตะถึงคำวินิจฉัยของอนุกรรมการคณะ ๓๖ ที่ กกต.ชุดที่มีสีน้ำเงิน ๔ ใน ๗ คน ตั้งขึ้นมาลบล้างมติอนุกรรมการฯ คณะที่ ๒๖ ชุดก่อนซึ่งมีมติให้ดำเนินคดีต่อ สว.ที่เข้าข่ายฮั้วกัน ๒๒๙ คน นั้นละ “กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน” แน่นอน

สว.อังคณา นีลไพจิตร ทักว่า กกต.เพิ่งเปิดเผยมติฟ้องผู้ไม่มีสิทธิสมัคร สว. ๑,๗๖๗ คน โดยไม่แจ้งเหตุผลว่าเพราะอะไร ซ้ำไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ต้องหาเหล่านั้น ในเมื่อข้อหา ม.๗๔ มีระวางโทษคุก ๑-๑๐ ปี และปรับ ๒ หมื่นถึง ๒ แสนบาท ควรให้โอกาสพวกเขาเตรียมตัวสู้คดี

ด้าน ‘ยิ่งชีพ’ กล่าวถึงการเอาข้อมูล สว.๓ ของผู้สมัครมาเปิดเผยว่ายื่นใบสมัครผิดกลุ่มกันเป็นพันๆ ราย เพื่อแสดงให้เห็นความผิดปกติว่า กกต. “หละหลวม หรือแทบจะจงใจไม่ตรวจสอบอะไรเลย” เท่านั้น “เราไม่มีเจตนาที่จะดูถูกอาชีพหรือประวัติการทำงาน...

เราไม่มีเจตนาอยากให้ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อย ที่ถูกเกณฑ์กันมาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่อย่างไร จะต้องถูกดำเนินคดีและติดคุก อันนั้นไม่แก้ปัญหาใดในเชิงระบบ” แต่ผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าทำผิดระเบียบ แต่ก็ยังทำเพราะนายสั่ง

อย่างน้อยควรโดนตัดสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ หรือถ้าใครจะกลับใจเอาข้อเท็จจริงในกระบวนการออกมาแฉว่า ใครจ้างมา จ้างเท่าไร ตัวใหญ่เป็นใคร ก็กันไว้เป็นพยานไม่ต้องดำเนินคดีก็ได้”

(https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/2UZZyTKeX, https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/u1Z7Fz2Syu และ https://www.facebook.com/angkhana.nee/posts/FmpBSoVG7P6T)

Address

Portland, OR
97206

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Interstates Bureau for Democracy in Thailand posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share