คณะก้าวหน้าหนองคาย-Nongkhai Progressive Movement

  • Home
  • คณะก้าวหน้าหนองคาย-Nongkhai Progressive Movement

คณะก้าวหน้าหนองคาย-Nongkhai Progressive Movement Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from คณะก้าวหน้าหนองคาย-Nongkhai Progressive Movement, Political organisation, .

11/02/2022

[เมืองพัทยาต้องการคุณ]
อย่าเอาแต่ถามตัวเองอยู่ในใจ ว่าพัทยาของคุณดีมากกว่านี้ได้ไหม
ก้าวออกมาแล้วอาสาด้วยตัวคุณเอง
คณะก้าวหน้ากำลังมองหาว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา
ขอเพียงคุณมีคุณสมบัติต่อไปนี้
• เพศไหน อาชีพ ฐานะใด ไม่เกี่ยง ขอเพียงอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
• มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตปกครองเมืองพัทยาเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
• ไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามกฎหมายกำหนด

โทร.สมัครด้วยตนเองที่ tel:082-668-2726 ตั้งแต่ 9:00 - 17:00 น. วันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2565

#เมืองพัทยาต้องการคุณ
#คณะก้าวหน้าต้องการคุณ

11/02/2022

[พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า จุดเริ่มต้น "ทลายทุนผูกขาด" เหล้า-เบียร์-การเมือง เรื่องเดียวกัน]
เรียกได้ว่าเดินทางมาเกาะติดรอลุ้นกันถึงรัฐสภา สำหรับกลุ่ม "ทะลุฟ้า" และ "ประชาชนเบียร์" ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าสุรา เบียร์ เจ้าของสถานประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยตั้งแต่ช่วงเช้า ร่วมกันยื่นหนังสือเรียกร้องให้สภารับหลักการ ร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.... หรือ ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า และให้รัฐบาลถอดถอนการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อน 60 วัน
ทว่าสุดท้าย ที่ประชุมสภาก็มีมติอนุมัติให้ ครม. นำร่างกฎหมายไปพิจารณาด้วยมติ 207 เสียง ไม่อนุมัติ 195 เสียง โดยเสียงฝ่ายค้านส่วนใหญ่ รวมถึงผู้เสนอญัตติอย่าง เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล และคณะ ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการส่งร่างนี้ให้ ครม. พิจารณาก่อน เพราะมองว่าเป็นการ "เตะถ่วง" หรือ "อุ้ม" หรือ "ซื้อเวลาไปเรื่อย"
อย่างไรก็ตาม นอกจากเสียงของผู้ทรงเกียรติในสภาแล้ว อีกเสียงของประชาชนด้านนอกก็เป็นสิ่งที่น่ารับฟัง
-----
"ต้น" ณัฐพล สุวรรณภักดี
อาชีพ ช่างภาพอิสระ
"ดื่มเบียร์ตั้งแต่ ม.ต้น โดยเป็นการที่ลองดื่มกับเพื่อนแต่ไม่ได้จริงจังในการดื่มเท่าไรนัก ช่วงเวลานั้นมีข้อถกเถียงกันในกลุ่มเพื่อนในการเลือกยี่ห้อว่าจะดื่มเบียร์ยี่ห้อไหนดี แต่การเลือกยี่ห้อนั้นกลับมาตัวเลือกเพียงไม่กี่ตัวเลือก จนเรามาเริ่มตั้งข้อสังเกตก็ตอนที่ทำงานเป็นช่างภาพอิสระ ได้เดินทางไปยังที่ต่างๆ เราพบกว่ามีบางชุมชนที่ต้มเหล้าดื่มเอง และเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ เราเองก็มาฉุกคิดว่า ทำไมเหล้าพวกนี้ไม่มีขายในท้องที่อื่นๆ
"เหมือนเรากินผลไม้ จังหวัดนี้ขึ้นชื่อผลไม้ชนิดนี้ การจะปลูกผลไม้ก็ต้องดูดิน ดูภูมิประเทศ ถ้าเรานำผลไม้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในการทำเหล้าเบียร์ เราก็จะได้เบียร์หรือเหล้าที่มีรสชาติเฉพาะถิ่นนั้นๆ อีกทั้งยังเป็นการพยุงราคาสินค้าทางการเษตร และมีตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคในด้านของรสชาติที่หลากหลายอีกด้วย
"เราเองไม่ได้กินผักหรือผลไม้แค่ 4 ชนิดใช่ไหม ฉะนั้นตัวเลือกการดื่มของผู้บริโภคควรจะได้รับมากกว่านี้ ผมมองว่าการดื่มก็เป็นการบริโภคอาหารชนิดหนึ่ง กรณีนี้ ผมคิดว่าถ้าเรามีความกลัวมันก็จะไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเรามีความหวังโดยมีหลักการที่ดีผมเชื่อว่ามันเปลี่ยนแปลงได้
"สุดท้ายการที่นักการเมืองบางกลุ่มกำลังอุ้ม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมอยากบอกว่าประชาชนจับตาดูอยู่ ผมเชื่อว่า กฎหมายที่ผ่านๆ มาเกี่ยวกับสุราไทยนั้นเอื้อต่อนายทุน แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการทำเพื่อประชาชนโดยแท้จริง หากท่านผู้มีอำนาจที่เรียกตัวเองว่านักการเมือง พอจะมีหัวใจในความเป็นมนุษย์ โปรดฉุกคิดสักนิดว่า ขณะนี้ ประชาชนมีความเดือดร้อน อยู่ในยุคข้างยากหมากแพง อะไรที่ทำเพื่อประชาชนได้ก็ควรทำ อำนาจอยู่ในมือท่านทั้งหลาย หวังว่าจะมีสำนึกในความเป็นมนุษย์"
-----
"ชาติ" อดีตเซลล์ขายบุหรี่
ปัจจุบันเป็นนักต้มเบียร์ ผู้ก่อตั้ง Yarf Craft
"เริ่มทำเบียร์หรือต้มเบียร์มาได้ 5 ปี แต่ส่วนเรื่องการต้มเหล้านั้นพึ่งจะมาเริ่มทำได้ 2 ปี จุดเริ่มต้นคืออยากทำกินเอง ลดต้นทุนและอยากได้รสชาติที่แตกต่างจากตลาด ตอนนี้เรารวมกลุ่มกันขึ้นชื่อว่า Yarf Craft ก็มาจากคำว่า 'ยับ' เพียงแต่ใช้คำพ้องเสียงเลยใช้คำว่ายาฟ ซึ่งตอนนี้เราทำสูตรเบียร์กว่า 40 รสชาติ และก็คิดว่าจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนที่ พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกลยื่นเข้าสู่สภา เราคิดว่าน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนในรุ่นต่อๆไป
"แน่ๆ เลยคือเราจะเห็นผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น จะมีเครื่องดื่มให้เลือกอย่างหลากหลาย และจะมีเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อีกมากมาย มันจะคล้ายๆ เหมือนประกวดร้องเพลง เราจินตนาการไปแบบนั้นนะ
"เรารู้นะว่าถ้าว่ากันตามบทกฎหมายเนี่ย Yarf craft ยังถือว่าผิดกฎหมาย แต่เราจะไม่ให้ภาษีกับรัฐ เพราะตัวบทกฎหมายมันไม่แฟร์ในสมการนี้ ที่เราออกมาเรียกร้อง เพื่อต้องการให้มาตรฐานมันแฟร์กว่านี้ มันเปิดกว้างมากกว่านี้ ถึงต้องนี้เราพร้อมโดนจับและโดนปรับ เพียงแต่เราต้องการบอกให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่มันเป็นอยู่มันไม่แฟร์กับคนตัวเล็กตัวน้อย และส่งเสียงบอกมันว่าเราไม่กลัว
"ทุกวันนี้ข้าวยากหมากแพง ทุกอย่างมันแพงหมด มันทำอะไรไม่ได้ บางทีอาจไปอยู่ในเรือนจำบ้างก็ดี บางครั้งเราก็น้อยเนื้อต่ำใจในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แต่มันก็ทำให้เราลุกขึ้นสู้ และเราไม่กลัวกับรัฐเผด็จการ เพราะเชื่อว่าเบียร์กับการเมืองมันคือเรื่องเดียวกัน ถ้าเราทำเบียร์เหมือนทำผัดกะเพรา เหมือนทำก๋วยเตี๋ยวที่บ้านกิน เศรษฐกิจจะหมุนเวียนดีขึ้น เม็ดเงินถึงคนรากหญ้า เราต้องสร้างชุดความคิดที่ว่า เหล้าหรือสุรา มันถูกผูกขาดโดยนายทุนอย่างไร เพื่อเป็นการขับเคลื่อนไปพร้อมกับการขับเคลื่อนในสภาอย่างที่พรรคการเมืองทำ"
-----
"เพชร" เฉลิมชัย วัดจัง
อาชีพ นักพัฒนาเอกชน
"ส่วนตัวผมชอบดื่มแอลกอฮอล์ ชอบสังสรรค์กับเพื่อนๆ อยู่แล้ว ผมเริ่มดื่มสุราตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย ก็ตามวัยที่เด็กวัยรุ่นจะได้เรียนรู้ แต่ว่าช่วงเวลาที่ได้มาดื่มจริงๆ คือ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย
"เราเกิดมาเราอยู่ในประเทศนี้แล้วเราก็พบว่าในตู้แช่เบียร์ตามซุปเปอร์มาเก็ตจะมีเบียร์อยู่แค่ไม่กี่แบรนด์ ตอนเด็กๆ เราจะเห็นแค่ 2-3 แบรนด์ ที่เป็นสัตว์ใหญ่ ในช่วงเวลานั้น เราก็พบว่าเบียร์พวกนั้นมันขม มันไม่อร่อย มันทำให้เราฉุกคิดขึ้นว่า การผูกขาดทางกฎหมาย นอกจากผูกขาดทางด้านการผลิตแล้ว ยังเป็นการผูกขาดทางความหลากหลายของรสชาติ ทำให้ประชาชนขาดโอกาสที่จะสัมผัสรสชาติที่หลากหลายของเบียร์
"ส่วนหนึ่งที่ผมตั้งใจมาร่วมกับม็อบประชาชนเบียร์ ก็เพื่อมาแสดงออกถึงความต้องการผลักดับ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า แต่ก็อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ถูกอุ้มไปในคณะรัฐมนตรีอีกอย่างน้อย 60 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก แทนที่การสร้างโอกาสในสังคมในช่วงวิกฤตแบบนี้ จะช่วงสร้างโอกาสในการหารายได้ให้กับคนอีกมากมาย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอีกมากมายที่พร้อมจะแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มก็จะถูกปิดกั้นออกไปจากกฎหมายที่ล้าหลัง
"ผมอยากพูดอย่างหยาบๆ ว่า ถ้าไม่ใช่พวกมึงที่เป็นบริษัทใหญ่ ใครๆ ก็ทำเบียร์ได้อร่อยกว่าพวกมึง ถึงเวลาที่ต้องเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้มีโอกาสในธุรกิจนี้บ้าง การเปิดช่องให้มีความหลากหลายในรสชาติกับโอกาสของผู้บริโภค คือโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน อย่าเอารายได้จากธุรกิจนี้อยู่ที่ตัวเองคนเดียว มันดูเห็นแก่ตัวไปมากกับยุคสมัยนี้"
-----
"เบนซ์" ธนากร ท้วมเสงี่ยม
ผู้ก่อตั้งกลุ่ม "ประชาชนเบียร์"
"มีความสนใจดื่มคราฟต์เบียร์ได้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว แต่เริ่มทำเบียร์จริงๆ จังๆ มาได้ 2-3 ปี เรามีความฝันที่จะมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ซึ่งเราเคยทำเบียร์ที่ชื่อ "จุติ" มาก่อน พอเราเริ่มเข้าสู่วงการคราฟต์เบียร์ เริ่มรู้ว่ากฎหมายมันเป็นอย่างไร มีปัญหายังไง เราเลยเริ่มรู้สึกว่าทำไมกฎหมายถึงไม่เป็นธรรมกับเรา ก็เลยมีความคิดที่จะสร้างกลุ่มขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นกลุ่ม 'ประชาชนเบียร์' เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา
"กลุ่มประชาชนเบียร์เป็นการรวมตัวของนักดื่ม และนักทำเบียร์มาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่จะได้พูด ได้สื่อสารในประเด็นที่เราต้องการ จึงได้มีการรวมตัวหลายๆ แบรนด์ หลายๆ ร้านที่ขายเบียร์มาอยู่ด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มก็จะเป็นนักดื่ม ซึ่งเราเชื่อว่าการเมืองกับเรื่องเบียร์นั้นเป็นเรื่องเดียวกัน การรวมตัวกันจึงมีจุดประสงค์ที่ต้องการจะแก้กฎหมายการผูกขาดเหล้าเบียร์ในประเทศไทย
"ภาพใหญ่สุดๆ ที่เราอยากเห็นคือ คนที่ดื่มเบียร์ดื่มเหล้าได้เข้าใจการเมืองมากขึ้น มาร่วมขับเคลื่อนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราเชื่อว่าคนที่ดื่มที่กินสุรากว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศทำได้มากกว่าการแค่ดื่มกิน เราอยากให้ประชาชนที่เป็นนักดื่มตั้งคำถามว่า ทำไมถึงมีตัวเลือกให้ดื่มแค่นี้ กฎหมายที่ผ่านมามันทำอะไร หากคนที่ดื่มเข้าใจในจุดนี้ เขาก็จะเข้าใจในเรื่องของการเมืองชัดเจนมากขึ้นว่า มีศักดินา มีกลุ่มนายทุน ที่สนับสนุนเหล้าเบียร์บางยี่ห้อเท่านั้น
"ประชาชนไม่มีสิทธิ์ในการทำเบียร์เอง ไม่มีสิทธิ์ในการต้มเหล้า ไม่มีสิทธิ์ในการมีโรงงานขนาดเล็กได้ เพราะกฎหมายขีดไว้สูงเกินที่เขาจะเอื้อมขึ้นไปแตะได้ ผมก็ได้แต่หวังว่าคนที่เข้าใจเรื่องนี้ จะร่วมกันมาขับเคลื่อนกฎหมายที่เอื้อต่อประชาชนไปด้วยกัน
"พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่สำคัญมาก ผมถือว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้จากเหล้า-เบียร์ ประชาชนจะสามารถเริ่มทลายทุนที่ผูกขาดมาเป็น 100 ปี วันหนึ่ง มันจะไม่ใช่แค่นักดื่มมีตัวเลือกในการดื่มมากขึ้น แต่จะเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ผลิต เกษตรกร มีการจ้างงานมากขึ้น และอำนาจตรงนี้สามารถขับเคลื่อนด้านประชาธิปไตยไปพร้อมกันได้"
-----
#ก้าวหน้า #ก้าวไกล #สุราก้าวหน้า #ทะลุฟ้า #ประชาชนเบียร์

11/02/2022
11/02/2022

[ ชวนอ่าน-ฟัง บทสัมภาษณ์ "กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ " ทำให้ประชาธิปไตยคือความเป็นได้ และจะกลายเป็นความปกติของสังคม"]
"เรื่องประชาธิปไตยคือความหวังของพวกเรา ดังนั้น คนที่เข้ามาทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปักธงประชาธิปไตย จะรู้สึกว่าความหวังยังมีอยู่ และทำให้ผู้คนรู้สึกว่าประชาธิปไตยคือความเป็นไปได้ และจะกลายเป็นความปกติของสังคม" Kunthida Rungruengkiat - กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิคณะก้าวหน้า พูดถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการมาร่วมขับเคลื่อนอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่อาจกล่าวได้ว่าแตกกอต่อยอดมาจาก "พรรคอนาคตใหม่"
เพราะอย่างที่หลายคนทราบกันดี หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรค โดยคน 7 คนใส่ชุดครุยขึ้นไปนั่งอยู่บนบัลลังก์ กระทำการในนามของศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติเสียงข้างมากนั้น ก็ปรากฏว่าเกิดเป็นหน่วยงาน องค์กร ต่างๆ มากมาย ผู้คนและการเดินทางยังคงดำเนินไปต่อ ไม่ว่าจะในนามพรรคก้าวไกล, คณะก้าวหน้า, บริษัท ส้มจี๊ด เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และที่เพิ่งได้รับการรับรองจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็คือ "มูลนิธิคณะก้าวหน้า" ชื่อย่อ "คกน." และชื่อภาษาอังกฤษ "Progressive Movement Foundation"
"ครูจุ๊ย กุลธิดา" รับหน้าที่ผู้อำนวยการมูลนิธิ เพื่อมาขับเคลื่อน "ระบอบประชาธิปไตย" อันเป็น "กระบวนการที่ไม่จบสิ้น" !
มูลนิธิคณะก้าวหน้า จะทำงานความคิดกับสังคม ตลอดจนการรณรงค์ต่างๆ ผ่านการทำสื่อ, การอบรม, รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่มีมาอย่างต่อเนื่องก็จะดำเนินการต่อไป เช่น โครงการอ่านเปลี่ยนโลก ซึ่งมีห้องสมุดให้ประชาชนหยิบยืมหนังสือไปอ่านได้ฟรี, ค่ายเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนน หรือ Awaken Land ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาพูดคุยถกเถียงในประเด็นสังคมที่สนใจ, ตลาดวิชาอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นการบรรยายความรู้โดยนักคิด นักวิชาการชั้นนำของประเทศ เป็นต้น
ขณะที่การผลิตหนังสือ, การรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค และให้การจัดแบ่งทรัพยากรระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นเป็นธรรมมากขึ้น ก็จะเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้้นในอนาคตอันใกล้นี้
เปิดอ่านและคลิกฟังบทสัมภาษณ์ "ครูจุ๊ย กุลธิดา" ในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิ กับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะ "ปักธงประชาธิปไตย" ในสังคมนี้
'กุลธิดา' นำมูลนิธิก้าวหน้า ปักธงปชต.-กระจายความรู้บทสัมภาษณ์"
อ่าน : https://www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_3155990
ฟัง : https://youtu.be/laua3CwKA54

11/02/2022

[ "คนดี" ที่เมื่อความจริงปรากฏ จาก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" ถึง "ผู้กำกับโจ้" และ "เอ มินเนี่ยน" ]
เป็นอีกครั้งที่ทำให้สังคมตระหนัก และอาจต้องกลับมาฉุกคิดตั้งคำถามกับบรรดาเหล่า "คนดี" ผู้ที่ฉากหน้าคือการออกมาป่าวประกาศกับสาธารณะว่า "จงรักภักดี-ปกป้องสถาบัน" พร้อมทั้งไล่บดขยี้กลุ่มคนที่คิดต่างโดยเฉพาะพวก "สามนิ้ว - ชังชาติ" หากแต่เนื้อแท้เมื่อความจริงปรากฏแดงโร่ คนเหล่านี้กลับเป็นผู้มีพฤติกรรมฉาวโฉ่ และเป็นพวก "ดีแตก" กลายเป็นผู้ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองเสียเอง
ไม่ว่าจะในกรณีของ "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" หนึ่งในจิตอาสา 904 นักธุรกิจผู้ใกล้ชิดกองทัพ เข้านอกออกในค่ายทหารได้อย่างมีอภิสิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นวิทยากรปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operations : IO) หรือเรียกกันว่า "ไอโอ" ซึ่งมีคอร์สติวเข้มให้กับบรรดาทหารและอาสาสมัครต่างๆ มากมาย มีจุดประสงค์เพื่อด้อยค่าและทำลายฝ่ายประชาธิปไตย มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ จนกลายเป็นพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า ก็ยังถูกเครือข่ายไอโอของประสิทธิ์ตามเล่นงานไม่หยุดหย่อน
แต่สุดท้าย 14 พฤษภาคม 2564 ความจริงเกี่ยวกับประสิทธิ์ก็ปรากฏ เมื่อตำรวจกองปราบปรามแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายต้มตุ๋น “ฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” จากการตั้งบริษัทเครือข่ายธุรกิจขึ้นมา แล้วหลอกลวงชักชวนให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนในหลายรูปแบบ อ้างว่าจะได้เงินตอบแทนสูง โดย 1 ใน 4 ของผู้กระทำผิดนั้นมี "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" รวมอยู่ด้วย
ไม่ว่าจะในกรณีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ "ผู้กำกับโจ้" ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ อีกหนึ่งใน จิตอาสา 904 ที่มีความเชื่อมโยงกับ "บิ๊กๆ" ในกรมตำรวจมากมาย ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 เรื่องของเขาก็กลายเป็นข่าวใหญ่ช็อคคนทั้งประเทศ จากกรณีร่วมกับพวกอีก 7 คน ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ทำการซ้อมทรมานผู้ต้องหาโดยการเอาถุงดำคลุมหน้าเพื่อบังคับให้รับสารภาพ จนทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิต มีคลิปวีดีโอความโหดเหี้ยมเผยแพร่ออกมาเป็นหลักฐานมัด สุดท้ายโดนคดียาวเป็นหางว่าว และหนึ่งในนั้นคือข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นด้วยการทรมานกระทำทารุณ"
นี่ยังไม่นับความผิดปกติต่างๆ ทั้งเส้นทางอาชีพของเขาที่ไต่เต้าขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้กำกับด้วยอายุยังไม่ถึง 40 ปี รวมถึงความร่ำรวยที่เปิดเผยชัดแจ้งต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะการมีบ้านหรูระดับคฤหาสน์กลางกรุง มีรถหรูหลายคัน รวมถึงคลุกคลีอยู่ในแวดวงไฮโซ ซึ่งไม่ง่ายที่นายตำรวจอายุเพียงเท่านี้จะมีสิ่งเหล่านี้ได้ ฉายา "โจ้ เฟอร์รารี่" ไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาแน่นอน
หากย้อนไปดูข้อความร้องเรียนจากลูกน้อง จะเห็นได้ชัดว่าคนเราคิดอย่างไร “ทีแรกตอนท่านมารับตำแหน่ง พวกผมก็แอบดีใจนะครับ เพราะค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พบว่า ท่าน ผกก.แกรวย มีฐานะ ขับรักเฟอเรอรี่ อยู่สังคมไฮโซ เคยคบหามีแฟนเป็นดารา หน้าตาท่าน ผกก.ก็ดูดี แถมยังเป็นจิตอาสาพระราชทาน รุ่นแรก … ดีใจกันใหญ่เลยครับ มีคนดีเป็นพ่อพระมาแล้ว เบี้ยเลี้ยง ค่านำ้มันหรือความสุขต่อประชาชนจะดี แต่ที่ไหนได้ครับ นี่มันโจรในคราบเครื่องแบบชัดๆ คนเรามันดูที่ภายนอกไม่ได้กันจริงๆ”
ทั้ง "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" และ "พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล" ต่อมาถูกศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน มีคำสั่งให้พ้นสภาพจากการเป็นจิตอาสา 904 พร้อมเรียกคืนเครื่องแต่งกาย หมวก ผ้าพันคอ เครื่องหมายจิตอาสา 904 (ปีกโลหะ/ปีกผ้า) บัตรประจำตัว และใบประกาศนียบัตร
มาถึงกรณี "คนดี" ที่ "ดีแตก" ล่าสุด คือ อดิศร โสภา หรือ "เอ มินเนี่ยน" นักธุรกิจในอุตสาหกรรมบันเทิง ผู้ที่ประกาศตัวชัดเจนว่ายืนอยู่ตรงข้ามฝ่ายประชาธิปไตย สนับสนุนระบอบราชาธิปไตย และแสดงออกอย่างโจ้งแจ้ง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์เสมอมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีการประกาศดักตบพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น, การตอบโต้ทางการเมือง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ชักชวนให้แบนร้านสุกี้แห่งหนึ่ง เพราะไปจัดเลี้ยงอาหารให้กับทีวีดาวเทียมช่องหนึ่งซึ่งสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรากฏว่ากลุ่มของ เอ มินเนี่ยน ก็ตอบโต้ด้วยการไปนั่งกินในร้านดังกล่าวในชุดมินเนี่ยนและทำคลิปวีดีโอออกมา
นอกจากนี้ ที่บ้านของ "เอ มินเนี่ยน" ในหมู่บ้านกฤษดานคร 31 เขตทวีวัฒนา ยังมีการติดป้ายไวนิลจำนวนมากซึ่งมีข้อความโจมตี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่/ประธานคณะก้าวหน้า รวมถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่บ้านหลังเดียวกันนี้ถูกใช้เป็นโรงงาน มีพนักงานทำงานอยู่ภายใน เคยถูกไฟไหม้จนพังถล่มลงมาและมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย รวมถึงอาสาสมัครดับเพลิงด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้ ตัวของ "เอ มินเนี่ยน" ปักใจเชื่อว่าเกี่ยวโยงการเมือง
อย่างไรก็ตาม สาเหตุของไฟไหม้ที่แท้จริงนั้นไม่แน่ชัด แต่ที่ตกใจที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและทำให้อาคารพังถล่มลงมานั้น เป็นเพราะบ้านหรือโรงงานดังกล่าวเต็มไปด้วยวัตถุไวไฟ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเรียนดำน้ำกว่าหมื่นเล่ม, หน้ากาก เจลแอลกอฮอล์, อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้น โดยเหตุการณ์นี้ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครดับเพลิง และพนักงานในโรงงานเสียขีวิตนั้น ในหลวงทรงรับคนเจ็บจากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ขณะที่เจ้าของบ้านอย่าง "เอ มินเนี่ยน" ถูกวิจารณ์หนักว่าซาบซึ้งในน้ำพระทัยแต่ยังไม่สลด เพราะหลังเกิดเหตุเจ้าตัวยังคงโพสต์แต่งชุดมินเนี่ยนกินเที่ยวในญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน
เรื่องของ "เอ มินเนี่ยน" กลายมาเป็นข่าวคราวบนหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อ 29 มกราคม ที่ผ่านมานี่เอง เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์การพนันออนไลน์รายใหญ่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองว่า มีลูกหลานเข้าไปเล่นพนัน ซึ่งหนึ่งในเครือข่ายนั้นคือ "เอ มินเนี่ยน" ที่เปิดเว็บไซต์ A-SETZONE มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศกัมพูชา พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท
ถึงตอนนี้ "เอ มินเนี่ยน" ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้านเฟซบุ๊กส่วนตัว A Adisorn Sopha ที่มักออกมาโจมตีด้อยค่าฝ่ายประชาธิปไตยอย่างรุนแรงตรงไปตรงมาอยู่บ่อยๆ นั้น ปรากฏว่าได้ปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นี่คือเรื่องราวของบรรดาเหล่าคนที่อ้างตัวเองว่าเป็น คนดี จงรักภักดี ปกป้องสถาบัน ต่อต้านคนชังชาติ แต่แท้จริงลึกๆ แล้ว นี่เป็นเพียงฉากบังหน้า สร้างภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตรวจสอบ สืบสาวราวเรื่องไปถึงสิ่งแล้วร้ายหรือความผิดที่พวกเขาทำไว้ ใช่หรือไม่?
"คนดี" ที่เมื่อความจริงปรากฏ จาก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" ถึง "ผู้กำกับโจ้" และ "เอ มินเนี่ยน" ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมไทยต้องตั้งสติ และตั้งคำถามกับบุคคลที่ชอบดึงเอาสถาบันกษัตริย์มายุ่งเกี่ยวและเป็นเกราะกำบังให้กับตัวเอง?
#คณะก้าวหน้า #คนดี #ประสิทธิ์เจียวก๊ก #ผู้กำกับโจ้ #เอมินเนี่ยน #ผกกโจ้

30/01/2022
30/01/2022

พรรคก้าวไกลขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร มอบให้เราในวันนี้
ทุกเสียงคือการเลือกเพื่อยืนยันว่าต้องการการเปลี่ยนแปลง
เลือกเพื่อยืนยันว่าต้องการผู้แทนราษฎรที่กล้าชนนายทุน ขุนศึกศักดินา
เลือกเพื่อยืนยันว่าเรายังมีหวังที่จะสร้างอนาคตใหม่ที่ก้าวหน้าและก้าวไกลกว่านี้
ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ยืนยันว่าต้องการมีพรรคการเมืองแบบก้าวไกลไว้รับใช้ประชาชน ทั้งในและนอกสภา
พรรคก้าวไกลจะทำงานอย่างหนักต่อไป
เจอกันอีกครั้งในการเลือกตั้งใหญ่ เปลี่ยนประเทศไทย เลือกก้าวไกลทั้งแผ่นดิน!

25/01/2022
25/01/2022

[ เจอทางม้าลายข้ามถนนไม่ปลอดภัย! ชวนใช้ Traffy Fondue ชนกับปัญหาทางม้าลายกรุงเทพฯ ]
อุบัติเหตุบนทางม้าลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้
รู้หรือไม่ครับว่าในกรุงเทพฯ มีทางม้าลาย 4,160 จุด ส่วนใหญ่อยู่บริเวณหน้าโรงเรียน-โรงพยาบาล แต่ทุกท่านคิดเหมือนกันไหมครับว่าไม่ใช่ทางม้าลายทุกที่ ที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน
ปัญหาความปลอดภัยของคนเดินถนน ถูกปล่อยปะละเลยมานาน เราจึงจำเป็นต้อง “พร้อมชน” เพื่อแก้ไขปัญหา
ไม่ใช่แค่ผมที่สามารถชนเพื่อแก้ปัญหา ทุกคนก็สามารถชนเพื่อแก้ปัญหาทางม้าลายไม่ปลอดภัยได้
ถ้าท่านเจอทางม้าลายที่ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น:
* สีเส้นทางม้าลายไม่ชัดเจน
* ไม่มีเส้นชะลอความเร็ว
* ไม่มีไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณ
* ไม่มีกล้องวงจรปิด กล้องตรวจจับความเร็ว
* รถที่สัญจรยังขับรถเร็ว ไม่เคารพกฎจราจร
* เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
ช่องทาง Traffy Fondue พัฒนาขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) จัดทำขึ้นสำหรับสื่อสารปัญหาของเมือง ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาที่พบ เช่น ปัญหาความสะอาด, ปัญหาทางเท้า และติดตามสถานะการดำเนินการแกัไขปัญหาของหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้ คณะก้าวหน้าได้นำมาใช้แล้วใน 12 เทศบาล เริ่มใช้มา 9 เดือน รับเรื่องร้องเรียนมาแล้ว 507 เรื่อง แก้ไขไปแล้ว 446 เรื่อง ผมจึงอยากนำเอาช่องทางนี้มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาใน กทม. ด้วย
ถ้าทุกคนเห็นปัญหาและต้องการชนกับปัญหาร่วมกันกับผม แจ้งปัญหามาที่ https://landing.traffy.in.th?key=icquGGeR หรือ QR code ในภาพนี้เลยครับ
และโปรดติดตามตอนต่อไป ว่าผมจะมีอะไรมานำเสนอ
#ก้าวไกล #ผู้ว่าก้าวไกล #วิโรจน์ #พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพ

18/01/2022
12/01/2022

[ ยิงรถประชาชนที่ "นราธิวาส" ปัญหาเชิงโครงสร้าง - มาตรการความมั่นคงทำ ปชช.อยู่ในความเสี่ยง "คณะก้าวหน้า" ชวนร่วมแคมเปญ "ด่านจิต" ]
ช่วงเวลาราว 02.00 น.ของวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา วัยรุ่น 2 คนอายุ 18 ปี และ 21 ปี ซึ่งไปตั้งแคมป์กับเพื่อนๆ ขับรถเพื่อที่จะไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ระหว่างทางพวกเขาต้องพบกับ "ด่านลอย" ของ สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส ซึ่งออกมาตั้งตรวจตรายามดึกๆ ดื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบได้เรียกให้รถคันดังกล่าวจอด แต่ทว่าด้วยความที่คิดว่าเป็นคนร้าย คนขับจึงไม่จอดและรีบขับหนี จึงถูกตำรวจไล่ตามและกราดยิงปืนเอ็ม 16 ใส่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ในช่วงแรก ใบสรุปเหตุการณ์ประจำวันของงานการข่าวศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ระบุว่าผู้ถูกยิงเป็นคนร้าย หากแต่เมื่อมีการนำเสนอข่าวของสื่อในพื้นที่ รวมถึงกระแสในโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่าตำรวจเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งต่อมา ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ออกมาให้ข่าวทำนองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากทาง สภ.ตันหยงได้รับแจ้งว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ เมื่อเห็นรถคันดังกล่าวที่ไม่ยอมจอดจึงไล่ตามและยิงสกัดจนเกิดเหตุขึ้น
เหมือนจะง่ายกับคำอธิบายว่าเป็นเรื่อง "เข้าใจผิด" หากแต่ในปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มี "ปัญหาเชิงโครงสร้าง" ที่น่าครุ่นคิดเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าปล่อยให้ดำรงอยู่ต่อไป ก็เชื่อแน่ว่าเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นอีก
นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ "ด่านจิต" ของ คณะก้าวหน้าชายแดนใต้/ปาตานี ที่ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาคม นักวิชาการ นักกิจกรรม และประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนเป็นการพัฒนานโยบายสันติภาพและความมั่นคงด้วย
แต่ก่อนจะไปสู่เรื่องของแคมดังกล่าว รอมฎอน ปันจอร์ จากคณะก้าวหน้าชายแดนใต้/ปาตานี ผู้ซึ่งทำงานเกาะติดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ชวนคิดถึงเหตุการณ์ยิงรถของประชาชนที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยเขาระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจหลายอย่าง
กรณีแรก เรื่องการรับรู้ข่าวสารของสาธารณะ คือในช่วงแรก ใบสรุปเหตุการณ์ประจำวันของงานการข่าวศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ระบุว่า มีกลุ่มคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิง แต่ข่าวสารตลอดรอบวันจากสื่อทางเลือกต่างๆ จากกระแสโซเชียลต่างๆ กลายเป็นว่าข่าวสารที่เราพบเปลี่ยนไป เป็นเรื่องการตั้งด่านลอยและมีการกราดยิงรถของกลุ่มวัยรุ่น นั่นเป็นเพราะมีการเปิดเรื่องนี้ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น เลยทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่าตำรวจเป็นผู้ก่อเหตุ
"เรื่องนี้สำคัญ เพราะที่ผ่านมานั้น มีแบบแผนที่มีข้อเท็จจริงคนละชุดหลายเหตุการณ์มากในพื้นที่ โดยข้อเท็จจริงที่เป็นของทางการชุดหนึ่ง กับข้อเท็จจริงที่เป็นการรับรู้ของประชาชนจะเป็นอีกชุดหนึ่ง ดังนั้น เวลาเจ้าหน้าที่ตกเป็นผู้สงสัยหรือเป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง ความคลุมเครือของเหตุการณ์เหล่านี้จะมีอยู่เยอะมาก ทำให้ความไว้เนื้อเชื่อใจเจ้าหน้าที่รัฐ ความชอบธรรมในการการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐในสายตาของประชาชนไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ยิ่งมีเรื่องของวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด ดังนั้นเวลาเจ้าหน้าที่รัฐตกเป็นผู้สงสัยหรือเป็นผู้ก่อเหตุ ประชาชนมักจะคาดหวังไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านั้นจะได้รับการลงโทษ" รอมฎอน กล่าว
กรณีต่อมา คือ การเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งด้วยกำลังอาวุธ ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายต่อต้านรัฐ เรียกได้ว่ามีกำลังพลซึ่งพร้อมจะใช้อาวุธเต็มพื้นที่ ความเสี่ยงที่จะมีการใช้อาวุธโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจึงมีอยู่สูงมาก และเรื่องนี้ก็ไปสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ อย่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือวัยรุ่นไปตั้งแคมป์กับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตปกติ แต่บังเอิญอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงสูง ประกอบกับมีปัญหาเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ที่ดูเผินๆ อาจบอกว่าเหตุการณ์นี้เป็นความเข้าใจผิด แต่ลึกๆ แล้วนี่คือปัญหาเชิญโครงสร้าง
"นี่เป็นโครงสร้างของสถานการณ์ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ได้ง่าย และกรณีด่านลอยเป็นปัญหามากในพื้นที่ความมั่นคงสูง การตัดสินใจ การบังคับใช้กฎหมาย การใช้กำลังโดยเจ้าหน้าจึงมีความสุ่มเสี่ยงเกิดที่อาจเกิดผลกระทบต่อประชาชน" หนึ่งในคณะทำงานจากคณะก้าวหน้าชายแดนใต้/ปาตานี กล่าว
กล่าวสำหรับแคมเปญ "ด่านจิต" เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยอาศัยงานวิจัยเมื่อปี 2561 ของสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ ซึ่งได้สำรวจการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ พบว่าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา มีด่านความมั่นคงถึง 1,887 แห่ง ดังนั้น เบื้องต้นของแคมเปญนี้จึงอยากรู้ว่า เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 ปีแล้ว ด่านต่างๆ เหล่านี้เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร
รอมฎอน ชวนคิดด้วยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่เหมือนว่าคลี่คลาย แต่ทำไมความรู้สึกประชาชนกลับไม่รู้สึกว่าเป็นอย่างนั้น และแคมเปญนี้จะเป็นการสำรวจตรวจสอบและจับจ้องไปที่เจ้าหน้าที่รัฐด้วยว่ามีพฤติกรรมอย่างไร ทำอะไรกับเราในแต่ละด่าน เพราะที่ผ่านมาประชาชนมักรู้สึกตัวเล็กลีบ ไม่มีอำนาจ ไม่เคยถูกให้เกียรติ แต่แคมเปญนี้จะเป็นการพลิกกลับ ให้ประชาชนได้จับจ้องเจ้าหน้าที่และรายงานออกมา เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อลดอิทธิพล ลดอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐและยังเป็นการพัฒนานโยบายสันติภาพและความมั่นคงด้วย
สามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญ "ด่านจิต" ได้ที่ https://web.facebook.com/danjit34
อ่านรูปแบบเว็บไซต์ได้ที่ https://progressivemovement.in.th/movement/6405/
#คณะก้าวหน้า #คณะก้าวหน้าชายแดนใต้ #ด่านจิต

10/01/2022
09/01/2022

[การเมืองท้องถิ่นแบบคณะก้าวหน้า และก้าวต่อไปของสิ่งที่เรียกว่า "อคาเดมี"]
'ยุติรัฐราชการรวมศูนย์' หนึ่งในนโยบายสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่เคยพูดถึงไว้ตั้งแต่วันเปิดตัวนโยบาย จนกระทั่งพรรคถูกยุบไป และคณะก้าวหน้ารับช่วงมาสานต่อให้สำเร็จ นั่นคือการทำงานการเมืองในระดับท้องถิ่น กระจายอำนาจออกไปอยู่ในมือของคนในท้องที่ ทลายระบบรวมศูนย์ที่ฉุดรั้งความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม
แม้จะไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งระดับ อบจ. และได้จำนวนผู้ชนะเลือกตั้งในระดับเทศบาล กับ อบต. น้อยกว่าครึ่ง จนหลายคนมองว่าคณะก้าวหน้าประสบความล้มเหลวในการสานต่ออุดมการณ์ครั้งนี้ แต่ในสายตาของผู้ร่วมเดินทางกับการสู้ศึกท้องถิ่นตลอดมากลับเห็นว่านี่คือก้าวย่างอันสำคัญ และองค์ความรู้จากการลงเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในรอบปีกว่าที่ผ่านมาก็เพียงพอที่จะทำให้คณะก้าวหน้านึกถึงสิ่งที่เรียกว่า 'อคาเดมี' หรือสถาบันทางการเมืองท้องถิ่น' ที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากพัฒนาบ้านเกิดให้สมกับสโลแกนของคณะก้าวหน้าที่ว่า 'เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่บ้านเรา
เชิญอ่าน 'การเมืองท้องถิ่นแบบคณะก้าวหน้า และก้าวต่อไปของสิ่งที่เรียกว่า อคาเดมี' โดย เชตวัน เตือประโคน ที่นี่ : https://progressivemovement.in.th/article/common-school/6377/

#คณะก้าวหน้า #คณะก้าวหน้าท้องถิ่น #การเมืองท้องถิ่น #เทศบาล #อบจ. #อบต. #อาจสามารถ #บ้านใหญ่

06/11/2021
06/11/2021

[ รัฐแบบเปิดเผย : เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ]
หนึ่งในนโยบายสำคัญที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ซึ่งคณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน เห็นพ้องต้องกันนั่นก็คือนโยบาย "รัฐแบบเปิดเผย"
นี่คือ 1 ใน "9 นโยบายหลัก และ 42 นโยบายย่อย" ที่เราให้คำมั่นสัญญากับประชาชน
ว่าเมื่อเราเข้าไปมีอำนาจแล้ว การทำงานทั้งหมดต้องเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง
วันอาทิตย์ 28 พฤศจิกายน นี้ โปรดให้ความไว้วางใจเรา เข้าคูหากาผู้สมัคร "คณะก้าวหน้า"
เต็มที่เพื่อบ้าน อบต.ก้าวหน้า
#คณะก้าวหน้า #เลือกตั้งท้องถิ่น #เลือกตั้ง28พฤศจิกายน
____
ผลิตโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เลขที่ 167 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ผลิตเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 จำนวน 1 ชิ้น

06/11/2021

[28 พฤศจิกายน เลือกตั้งเพื่อเปลี่ยน อบต.บ้านเรา]
"ประเทศไทยดีกว่านี้ได้ เราสามารถสร้างบ้านเมืองที่น่าอยู่กว่านี้ได้ คนไทยมีศักยภาพ มีความรู้ มีความทะเยอทะยานที่อยากจะเห็นบ้านของเราน่าอยู่ อยากจะเห็นคุณภาพชีวิตของคนดีกว่านี้ อยากจะเห็นสิ่งแวดล้อมดีกว่านี้ อยากจะเห็นการศึกษาของลูกหลานเราดีกว่านี้ เราทำได้ และการเมืองท้องถิ่นเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากที่จะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้"
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวอย่างเชื่อมั่นในเวทีแสดงวิสัยทัศน์และเปิดตัวผู้สมัคร นายก อบต.ที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน เมื่อเร็วๆ นี้
คณะก้าวหน้า พร้อมแล้วกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากที่สุดอย่างระดับ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
28 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของคนไทย จะเป็นการเลือกตั้งระดับ อบต.ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี
คณะก้าวหน้าสนับสนุนผู้สมัครนายก อบต.ทั้งสิ้น 210 แห่ง ใน 50 จังหวัดทั่วประเทศ
เลือกตั้งเพื่อเปลี่ยน อบต.บ้านเรา ไปด้วยกัน
#คณะก้าวหน้า #เลือกตั้งท้องถิ่น #อบต #เลือกตั้ง28พฤศจิกายน
________
ผลิตโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เลขที่ 167 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ผลิตเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 จำนวน 1 ชิ้น

06/10/2021

"ใช้กระแสสู้กระสุน ใช้นโยบายสู้ทุน และเป็นฝูงมดแดงล้มช้าง"
เป็นข้อสรุปที่คณะก้าวหน้าส่งต่อให้กับว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ในการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกันล่าสุดที่ จ.ร้อยเอ็ด
ไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ในฐานะหัวหน้าทีมนโนบายคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย ชัน ภักดีศรี กรรมการบริหารคณะก้าวหน้าและผู้ประสานพื้นที่อีสาน รวมถึงทีมคณะก้าวหน้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมพูดคุย
ไกลก้อง ระบุว่า อีกไม่นานการเลือกตั้งท้องถิ่นสนามเล็กที่สุดอย่าง อบต. จะเปิดฉากขึ้น และเป็นครั้งแรกหลังจาก คสช.ยึดอำนาจ ตัดตอนโอกาสการเกิดขึ้นประชาธิปไตยในท้องถิ่น ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งในท้องที่เป็นระยะเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว ทั้งที่ท้องถิ่นซึ่งในที่นี้คือ อบต.นั้น อยู่ใกล้ชิดกับทุกคนมากที่สุด หากได้ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ สามารถส่งต่อนโยบายดีๆ ได้ ก็จะเกิดประโยชน์กับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างมาก

"ชุดนโยบายที่ทำได้จริงของคณะก้าวหน้าในสนามเลือกตั้งเทศบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น นโยบายน้ำประปาดื่มได้ ที่เกิดขึ้นจริงแล้วที่ เทศบาลตำบล (ทต.)อาจสามารถ การจัดการขยะก้าวหน้า ในหลายๆ เทศบาล ทั้ง ทต.หนองแคน, ทต. ขวาว อีกทั้งยังมียังนโยบายร้องเรียนแก้ไขปัญหาด้วยเทคโนโลยี ทราฟฟี่ ฟองดูว์ รวมถึงเว็บไซต์โฉมใหม่ที่เราจัดทำขึ้นภายใต้นโยบายรัฐเปิดเผย ที่เน้นการใช้งานได้จริงของพี่น้องประชาชน
"ทั้งหมดนี้ เราเชื่อว่าประชาชนได้เห็นแล้วว่าสามารถเกิดขึ้นได้จริง และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง" ไกลก้อง ย้ำอย่างเชื่อมั่น
ขณะที่ ชัน กล่าวว่า หากจะสรุปใจความสำคัญของการเดินหน้าลุยศึกเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ที่ผ่านมาเราคงต้องใช้คำว่า "ใช้กระแสสู้กระสุน ใช้นโยบายสู้ทุน และเป็นฝูงมดแดงล้มช้าง" ซึ่งหมายถึงการใช้กระแสของประชาธิปไตยเข้าสู่กับอำนาจนิยม และใช้นโยบายเอาชนะเงินทุนของผู้สืบทอดอำนาจ และรวมพลังกันเหมือนฝูงมดที่ล้มช้าง และสร้างระบอบประชาธิปไตยจากฐานรากขึ้นมา นี้เป็นหัวใจหลักในการทำงานท้องถิ่นของเรา
ในกิจกรรมการพบปะว่าที่ผู้สมัครนายก อบต. และ ส.อบต. ครั้งนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการทำงาน การณรงค์หาเสียง ตลอดจนแลกเปลี่ยนกันในส่วนของนโยบายซึ่งคณะก้าวหน้าได้จัดทำไว้แล้วในเบื้องต้นคือ 9 นโยบายหลัก และ 42 นโยบายย่อย
ทั้งนี้ ผู้สมัครทุกคนต่างมีความมั่นใจว่า จะสามารถปักธงคณะก้าวหน้า และนำความรู้ความสามารถที่มีไปใช้พัฒนายกระดับบ้านเกิดของตนเองให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้
#คณะก้าวหน้า #อบตก้าวหน้า #เลือกตั้ง28พฤศจิกา
——
ผลิตโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เลขที่ 167 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ผลิตเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2564 จำนวน 1 ชิ้น

01/10/2021

[“คณะก้าวหน้า” ยืนยันแล้ว 195 แห่ง ชิงนายก อบต. อีสานมากสุด! “อุดร - ร้อยเอ็ด” มาเพียบ ชู “นโยบาย” จุดแข็งคว้าชัย]
พร้อมแล้วกับการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดอย่าง “องค์การบริหารส่วนตำบล” หรือ “อบต.”
สำหรับ ตัวเลขผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ได้รับการยืนยันแล้วจำนวนทั้งสิ้น 195 แห่ง จาก 51 จังหวัดทั่วประเทศ
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งลงสมัครมากที่สุดคือ 124 แห่ง รองลงมาคือภาคเหนือ 28 แห่ง ภาคกลาง 40 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง
จังหวัดที่ส่งผู้สมัครนายก อบต.มากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ จ.อุดรธานี 21 แห่ง, จ.ร้อยเอ็ด 15 แห่ง, จ.หนองบัวลำภู 10 แห่ง, จ.มหาสารคาม 10 แห่ง และ จ.นครราชสีมา 9 แห่ง
นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ในนามคณะก้าวหน้าอีกด้วย
ทั้งหมดพร้อมแล้วสำหรับการรับสมัครระหว่างวันที่ 11-15 ตุลาคม และเลือกตั้งวันที่ 28 พฤศจิกายน นี้
คณะก้าวหน้าพร้อมแล้วกับการเลือกตั้ง นายก อบต. และ ส.อบต. โดยชูจุดแข็งด้านนโยบายซึ่งมาจากการทำงาน 3 จริง คือ พื้นที่จริง ประชาชนจริง และสถานการณ์จริง
จนเกิดเป็น 9 นโยบายหลัก ได้แก่ 1. นโยบายเกี่ยวกับด้านโควิด 2.นโยบายด้านการศึกษา 3.นโยบายด้านสุขภาพ 4.นโยบายด้านการเดินทาง 5.นโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม 6.นโยบายด้านการพัฒนากายภาพต่างๆ 7.นโยบายด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจปากท้อง 8.นโยบายด้านการบริการของ อบต. และ 9.นโยบายด้านรัฐเปิดเผย
นอกจากนี้ ยังมีอีก 42 นโยบายย่อยที่ผู้สมัครแต่ละคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพพื้นที่ได้ทันที
#คณะก้าวหน้า #เลือกตั้งท้องถิ่น #เลือกตั้ง28พฤศจิกา

01/10/2021

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ "เทศบาล" ซึ่งเกี่ยวพันอย่างยิ่งกับสุขภาวะและชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนนั่นก็คือ การจัดการขยะ
หลายแห่งมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บที่ตกค้าง หลายแห่งมีปัญหาแหล่งทิ้งที่ไม่ได้มาตรฐาน และอีกหลายแห่งก็มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลมาจากขยะ
ด้วยเหตุนี้เองทำให้ บรรจง ไชยเพชร นายกเทศมนตรีตำบลหนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งมีนโยาย "จัดการขยะก้าวหน้า" ได้จัดประชุมปรึกษาหารือ และในที่สุดก็เตรียมร่างบันทึกลงนามข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อ อาทิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้นำชุมชนต่างๆ พร้อมจะเริ่มดำเนินโครงการภายใต้สโลแกนที่ประชาชนในพื้นที่เข้าใจตรงกันอย่าง "เปลี่ยนขยะเป็นสวัสดิการ" โดยจะเริ่มคิกออฟในเดือนตุลาคมนี้
บรรจง เล่าให้ฟังว่า เดิมทีปัญหาในท้องที่ของเทศบาลตำบลหนองแคน คือ ไม่สามารถจัดการขยะได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานมาก ดังนั้น เมื่อตนได้รับเลือกตั้งเข้ามา จึงอยากจะมาแก้ไขในเรื่องนี้ โดยได้ร่วมกับทีมนโยบายคณะก้าวหน้า คิดแนวหาวิธีแก้ไข และแนวทางการจัดการขยะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จนในที่สุดก็มีแนวคิดเรื่อง "เปลี่ยนขยะเป็นสวัสดิการ"
โครงการจัดการขยะก้าวหน้าจะประกอบด้วยการจัดการขยะอยู่ 2 รูปแบบ แบบแรกคือการจัดการขยะรีไซเคิล แบบที่สองก็คือการจัดการขยะแบบอินทรีย์

การจัดการแบบแรก คือ ขยะรีไซเคิล ทางเทศบาลจะตั้งธนาคารขยะขึ้น พ่วงด้วยกองทุนฌาปนกิจศพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าสู่กระบวนการ "แยก-ขาย-ได้สวัสดิการ" ซึ่งเงินจากการแยกขายขยะของพี่น้องประชาชนจะถูกเก็บในรูปแบบสวัสดิการฌาปนกิจศพเมื่อเสียชีวิต ซึ่งนี่เองที่เรียกว่า "เปลี่ยนขยะเป็นสวัสดิการ"
ประโยชน์จากการเก็บคัดแยกขยะและนำมาขายที่ธนาคารขยะของทางเทศบาล นอกจากจะเป็นสวัสดิการดังที่กล่าวมาแล้ว การจัดการขยะที่ว่านี้ยังช่วยลดงบประมาณที่จะเกิดขึ้นปีหนึ่งๆ สูงถึงหลักแสนบาทต่อปีและยังสร้างผลลัพธ์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการขายขยะรีไซเคิลช่วยตัดวงจรการเผาขยะ การเกิดฝุ่นควันที่ไม่พึงประสงค์ และลดการเกิดมลพิษกับคนในหมู่บ้านอีกด้วย
สำหรับขยะในแบบที่สอง คือ ขยะอินทรีย์ ซึ่งมีปริมาณสูงถึง 50% ของขยะมูลฝอย ต้องแยกขยะเปียกและขยะแห้งออกจากกัน เพื่อเปลี่ยนให้ขยะสกปรกกลายเป็นขยะสะอาด จากนั้นการจัดการกับขยะเปียกก็คือส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในท้องที่ เป็นอาหารให้กับสัตว์ต่างๆ ขณะที่ในส่วนที่สัตว์กินไม่ได้ ก็เก็บไว้ในถังหมักของเทศบาลเตรียมผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป
แนวทางในการจัดการขยะรูปแบบนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือ การตัดวงจรการเกิดขยะเปียกตั้งแต่ที่ต้นทาง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในครัวเรือน ตลาด ร้านอาหาร ซึ่งถ้ารณรงค์ให้พี่น้องประชาชนช่วยการจัดการขยะเปียกส่วนนี้ได้สำเร็จ จะสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น ลดปัญหากลิ่นเหม็นเน่าและสุขอนามัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กำลังจะเกิดขึ้นในอย่างครบวงจรในเดือนตุลาคมนี้ เริ่มประเดิมที่แรกคือ เทศบาลตำบลหนองแคน จ.มุกดาหาร และคาดว่าจะตามมาอีกหลายๆ แห่งในส่วนของเทศบาลในสังกัดคณะก้าวหน้า
#คณะก้าวหน้า #ก้าวหน้าท้องถิ่น #จัดการขยะก้าวหน้า

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when คณะก้าวหน้าหนองคาย-Nongkhai Progressive Movement posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Address
  • Alerts
  • Claim ownership or report listing
  • Want your business to be the top-listed Government Service?

Share