HUSO Library

HUSO Library ห้องสมุดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาส?

29/03/2023
เมื่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม รูปแบบกิจกรรม รวมถึง...
03/03/2022

เมื่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม รูปแบบกิจกรรม รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ซึ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมทั้งทางบวกและทางลบ จนนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงขอบเขตและความเหมาะสมในการใช้อินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยีในปัจจุบันพัฒนาและก้าวหน้าอยู่เสมอ แต่สิ่งที่สวนทางและยังคงตามไม่ทันนั้นคือ “ความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย” ถึงแม้สังคมจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำทางเพศให้เห็นอยู่เสมอ เนื่องจากสังคมได้กล่อมเกลาและปลูกฝังวัฒนธรรม รวมถึงค่านิยมจากรุ่นสู่รุ่นด้วยระบบปิตาธิปไตย หรือระบบสังคมชายเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะที่บ้าน สถานศึกษา หรือที่ทำงาน ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเพศในสังคมของเรา ซึ่งในสังคมดิจิทัลเองก็ยังเผยความเหลื่อมล้ำทางเพศให้เห็น เช่น การโพสต์ข้อความที่เป็นมุกตลกเรื่องเพศ หรือโพสต์ที่มีเนื้อหาเหยียดเพศ บางข้อความเป็นการสนับสนุนความรุนแรงทางเพศ
สิ่งเราควรทำ ไม่ใช่การตั้งคำถามว่าฝ่ายไหนโดนกระทำมากกว่ากัน แต่ต้องคิดร่วมกันว่า จะทำอย่างไรให้ระบบปิตาธิปไตยและแนวคิดบทบาทชายหญิงหายไปเพื่อนำความเท่าเทียมมาให้แก่ทุกฝ่าย นอกจากการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์ส่วนตนแล้ว เราควรเข้าใจ ตระหนัก และเป็นกระบอกเสียงให้แก่ทุกเพศสภาพ ไม่ว่าจะเป็นร่วมรณรงค์และลงชื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่สนับสนุนหรือแสดงความคิดเห็นในเชิงล้อเลียนเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางเพศ ยินดีกับความสำเร็จของทุกเพศสภาพ หรือเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สามารถแสดงความเป็นตัวตนได้อย่างอิสระ เพื่อให้สังคมที่เราอาศัยอยู่และสังคมดิจิทัลเป็นสังคมแห่งโลกใหม่ ยุติธรรมมากขึ้น มีความเท่าเทียมในทุกเพศสภาพ
อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1kfWdOwBcFF3AU28sY7KTZY6-n6f7jpC5/view?usp=sharing

หลักจากที่ Facebook ประกาศรีแบนด์เปลี่ยนชื่อเป็น Meta ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมานั้นทำให้ทั่วโลกต่างให้ความสน...
03/03/2022

หลักจากที่ Facebook ประกาศรีแบนด์เปลี่ยนชื่อเป็น Meta ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมานั้นทำให้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับ Metaverse หลายบริษัทใหญ่อย่างเช่น Microsoft,Nike เริ่มเข้ามาทำธุรกิจใน Metaverse บวกกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไปในสภาวะการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้ผู้คนหันมาใช้บริการต่างๆในรูปแบบออนไลน์มากขึ้นเป็นเท่าตัวทั้งการเลือกซื้อสินค้าและบริการ จุดประสงค์เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อและลดอัตราการแพร่กระจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปดังกล่าวก่อให้เกิดเป็นยุคฐานวิถีชีวิตใหม่หรือที่รู้จักกันว่า New normal
เหตุผลดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจต่างๆทั้งเดิมที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นแบบออนไลน์อยู่แล้วหรือที่ให้บริการแบบออฟไลน์นั้นต่างต้องหันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยและด้วยการมาถึงของเทคโนโลยี Metaverse ที่มีแนวคิดในการสร้างสภาพแวดล้อมโลกเสมือนขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกได้กลับมามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร้พรมแดนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การประชุม การออกกำลังกาย การพูดคุยสื่อสาร และกิจกรรมอื่นๆเสมือนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง นั้นทำให้เทคโนโลยี Metaverse เป็นเสมือนโอกาสใหม่ที่ภาคธุรกิจควรเข้ามาศึกษาและลงทุน Metaverse สามารถทำลายข้อจำกัดทางกายภาพในการทำธุรกิจอย่างเช่น ทำเลที่ตั้ง ระยะเวลาในการก่อสร้าง ผู้คนที่อยู่ห่างไกลออกไปสามารถเข้าถึงธุรกิจต่างๆได้ง่ายขึ้น Metaverse อาจก่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบใหม่รวมถึงอาชีพใหม่ๆที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะบนโลกเสมือน ส่วนในแง่ของการศึกษานั้น Metaverse สามารถเนรมิตสภาพแวดล้อมอย่างเช่น พิพิธภัณธ์,สภานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการศึกษา เพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้าใช้งานในรูปแบบของ Virtual tour
ในอนาคตถึงแม้ว่าเชื้อไวรัส Covid-19 จะหมดไปหรือมนุษยชาติค้นพบแนวทางในการป้องกันจนผู้คนไม่จำเป็นต้องกังวลแต่วิถีชีวิตแบบใหม่บนโลกออนไลน์จะยังคงอยู่และ Metaverse จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจนเกิดเป็นวิถีชีวิตที่ทุกคนคุ้นเคย
อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1YfuvEjJDjnua3k8x9bKXLlj2pazj8kZd/view?usp=sharing

ในอดีตเมื่อเราต้องการศึกษาหาความรู้ อ่านหนังสือ ทำรายงานหรือวิจัยต่าง ๆ ทุกคนก็คงจะนึกถึงห้องสมุดเป็นอันดับแรกในฐานะที่เ...
03/03/2022

ในอดีตเมื่อเราต้องการศึกษาหาความรู้ อ่านหนังสือ ทำรายงานหรือวิจัยต่าง ๆ ทุกคนก็คงจะนึกถึงห้องสมุดเป็นอันดับแรกในฐานะที่เป็นแหล่งศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและเข้ามามีบทบาทกับมนุษย์เราเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อโลกใบนี้ทุกด้านไม่เว้นแม้แต่การดำรงอยู่ของห้องสมุด ทั้ง ๆ ที่เป็นคลังความรู้มาอย่างยาวนานก็ไม่อาจต้านทานความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ห้องสมุดเท่านั้น แต่ยังได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนไปด้วย ส่งผลให้ห้องสมุดสูญเสียฐานะผู้ผูกขาดในการให้บริการสารสนเทศ และต้องแข่งขันกับเทคโนโลยีพื้นฐานหรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกหลายประเภท
ยุคสมัยได้เปลี่ยนวิถีชีวิตโดยที่มนุษย์เรานั้นอาจไม่ทันรู้ตัว ซึ่งปัจจุบันห้องสมุดทั่วโลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ โดยเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเข้าถึงความรู้และแสวงหาความรู้ของคนรุ่นใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาห้องสมุดอย่างเดียว เพราะอินเทอร์เน็ตทำให้แหล่งความรู้ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงได้ง่าย การใช้พื้นที่ภายในห้องสมุดก็เปลี่ยนตามไปด้วย ผู้ที่มาใช้บริการห้องสมุดจำนวนไม่น้อยที่ไปห้องสมุดเพื่อใช้เพียงพื้นที่เท่านั้น แต่ไม่ได้ใช้ทรัพยากรสื่อต่าง ๆ ในห้องสมุดเลย ทำให้พื้นที่ของห้องสมุดหลายแห่งต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลายของผู้ใช้มากขึ้น มีการเพิ่มพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้และปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนไปของยุคดิจิทัลของห้องสมุดที่กำลังเกิดขึ้น และเพื่อรองรับวัฒนธรรมการอ่านของคนในสังคม โดยเฉพาะเด็ก วัยรุ่น และคนในวัยทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคอ่านทุกสิ่งผ่านเครื่องมือการสื่อสารอย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ที่บรรจุหนังสือเป็นไฟล์ดิจิทัลไว้อย่างมากมาย ซึ่งการปรับตัวที่เห็นชัดที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงของห้องสมุดเพื่อการยืมคืน มาสู่การให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก แล้วจัดสรรหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ของผู้ใช้ห้องสมุดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเปลี่ยนจากผู้ใช้เก่ายุค Analog มาเป็นผู้ใช้ยุค Digital ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าถึงความรู้ผ่านเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1FRX7erxUX9WzTQsro7ocUTgXEl-cY2qR/view?usp=sharing

ถ้าพูดถึงเรื่องซึมเศร้าเรามักจะนึกกันว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากความผิดหวัง หรือการสูญเสียมากกว่าที่จะเป็...
03/03/2022

ถ้าพูดถึงเรื่องซึมเศร้าเรามักจะนึกกันว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากความผิดหวัง หรือการสูญเสียมากกว่าที่จะเป็นโรค ซึ่งตามจริงแล้วที่เราพบกันในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกธรรมดาๆ ที่มีกันในชีวิตประจำวัน มากบ้างน้อยบ้าง อย่างไรก็ตามในบางครั้ง ถ้าอารมณ์เศร้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอยู่นานโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น หรือเป็นรุนแรง มีอาการต่างๆ ติดตามมา เช่น นอนหลับๆ ตื่นๆ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมาก หมดความสนใจต่อโลกภายนอก ไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ก็อาจจะเข้าข่ายของโรคซึมเศร้าแล้ว
ดังนั้น การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นเป็นคนอ่อนแอคิดมาก หรือเป็นคนไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ ซึมเซา แต่ที่เขาเป็นนั้นเป็นเพราะโรค กล่าวได้ว่าถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคก็จะทุเลาลง เขาก็จะกลับมาเป็นผู้ทีจิตใจแจ่มใส พร้อมจะทำกิจวัตรต่างๆ ดังเดิม

การใช้งานสื่อดิจิทัลมากเกินไป อาจสร้างความวิตกกังวลใจให้หลายๆ คนอย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากช่องทางดิจิทัลนั้นมีสื่อที่หลากหลาย และมีการรายงานความเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าพฤติกรรมของตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น จากที่เคยพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ อยู่เสมอ จู่ๆ
ก็รู้สึกอยากอยู่คนเดียว และไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกชั่วคราว หรือมีพฤติกรรมที่ชี้นำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ถ้าเริ่มรู้สึกว่าการเสพสื่อดิจิทัลที่นำเสนอโลกในทางลบ แล้วเกิดความรู้สึกเศร้า เคว้ง หรือดิ่ง ก็ควรจะหันมาทำ Digital Detox ได้ด้วยการ
1. ลดความถี่ในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์วันละนิด ไม่พกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวตลอดเวลา
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1YEpkhYUnsayM88uKZ56NpNgoDLsI9P4P/view?usp=sharing

โซเชียลเป็นการสื่อสารที่มีบทบาทในชีวิตเรามากทุกวันซึ่งในแต่ละวันทุกคนใช้สื่อออนไลน์อย่างเช่น Facebook, Twitter, Instagra...
03/03/2022

โซเชียลเป็นการสื่อสารที่มีบทบาทในชีวิตเรามากทุกวันซึ่งในแต่ละวันทุกคนใช้สื่อออนไลน์อย่างเช่น Facebook, Twitter, Instagram, TikTok หรือ Youtube บางคนตื่นนอนก็จับมือถือเป็นอย่างแรกและก่อนนอนก็วางมือถือเป็นสิ่งสุดท้าย
โซเชียลมีเดียนั้นก็มีข้อดีหลายอย่างแต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เพราะการใช้โซเชียลมีเดียบ่อยนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม อารมณ์และสุขภาพทางกายและสุขภาพใจ ทำให้ปัญหาสุขภาพใจแย่ลง เช่น ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า การจดจ่ออยู่กับโซเชียลเป็นเวลานานจะทำให้มีเวลาในการนอนน้อยลงและเกิดการตัดขาดจากผู้คนรอบข้างเพราะสนใจแต่สิ่งที่อยู่ในโซเชียลมีเดีย
การใช้โซเชียลมากจนเกินไปมันก็ส่งผลเสียให้กับตัวเราเอง แต่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเราควรมีสติทุกครั้งในการใช้โซเชียลมีเดีย เพราะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกายและใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นปรับเปลี่ยนการใช้โซเชียลเพื่อสุขภาพกายและใจของเราพยายามเอาตัวเองไปในอยู่ในพื้นที่ๆ ผ่อนคลาย หรืออ่านหนังสือที่ช่วยเยียวยาจิตใจ รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกายที่ดีขึ้นและจำกัดการเข้าใช้โซเชียล การที่เรานั้นมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
โซเชียลมีเดียสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เราไม่ควรไปยึดติดกับโลกโซเชียลมาก ควรใช้โซเชียลอย่างระมัดระวังและคิดไว้เสมอว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อเราน้อยที่สุด
อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1lL1tRd1T73gdA8yXnrMBPClpulUFgoiF/view?usp=sharing

LiFi เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกว่า เทคโนโลยี WiFi !!!LiFi (Light fidelity) เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายรูปแบบหนึ่งที่อา...
02/03/2022

LiFi เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกว่า เทคโนโลยี WiFi !!!
LiFi (Light fidelity) เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายรูปแบบหนึ่งที่อาศัยแสงในการส่งข้อมูล และเทคโนโลยีนี้ยังถูกพิจารณาให้เป็นส่วนหนึ่งของ VLC (visual light communications) VLC หรือก็คือการสื่อสารด้วยแสงสว่าง โดยใช้แหล่งกำเนิดแสง หรือ LED (Light Emitting Diode) นั้นเอง
ซึ่งเทคโนโลยี LiFi ถูกออกแบบให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบันอย่าง WiFi ซึ่งอาศัยความถี่วิทยุ หรือ คลื่นวิทยุ ในการส่งข้อมูล และถึงแม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกันในการส่งข้อมูล แต่เทคโนโลยี LiFi เป็นการทำงานผ่านการสลับกระแสที่ไหลผ่านหลอดไฟ LED โดยจะมีการกระพริบของไฟที่ไวกว่าสายตาของมนุษย์ หรือคือสายตาของมนุษย์นั้นจะเห็นเป็นแค่ไฟที่สว่างอยู่เท่านั้น
เทคโนโลยี LiFi นั้นมีข้อได้เปรียบที่แตกต่างจาก เทคโนโลยี WiFi
1. ความปลอดภัย เป็นที่ทราบกันดีว่าเครือข่าย WiFi มีปัญหาด้านความปลอดภัย เพราะผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อได้จากระยะไกล โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่นั้น เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมระบบและจารกรรมข้อมูลความลับได้ ต่างจากเทคโนโลยี LiFiที่มีความปลอดภัยมากกว่า เพราะใช้แสงจากหลอดไฟ LED ในการส่งสัญญาณ เมื่อมีกำแพงกั้น ข้อมูลนั้นจะไม่สามารถผ่านไปยังที่อื่นๆได้
2. เทคโนโลยี LiFi นั้นประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะ สามารถใช้งานกับอุปกรณ์หลอดไฟ LED ที่ใช้อยู่ในบ้านเรือนที่พักอาศัยได้ทันทีล้ำสุดๆ
อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1xVhPXazXv185mhiCCtOTIOxe0WJk6EFa/view?usp=shari

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when HUSO Library posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Address
  • Alerts
  • Claim ownership or report listing
  • Want your business to be the top-listed Government Service?

Share