ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์

ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์ ชุมชนเรียนรู้มีหนังสือ

เรื่องเล่าจากค่ำคืนครึ้มฝนยามค่ำของวันครึ้มฝนเด็กๆ จูงมือพ่อแม่มาที่ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์ตามที่ได้นัดหมายกันไว้ผมรอพวกเขา...
23/08/2026

เรื่องเล่าจากค่ำคืนครึ้มฝน

ยามค่ำของวันครึ้มฝน
เด็กๆ จูงมือพ่อแม่มาที่ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์ตามที่ได้นัดหมายกันไว้

ผมรอพวกเขาอยู่ตั้งแต่ตอนบ่ายครับ

ในใจคิดว่า วันนี้คงได้ต้อนรับเด็กๆ ที่ผมรู้จักคุ้นเคยอยู่แล้ว
อย่างน้องสายน้ำ และคุณพ่อคุณแม่ของเธอ

แต่พอถึงเวลา ผมกลับเซอร์ไพรส์

เพราะน้องสายน้ำไม่ได้มาคนเดียว

เธอชวนเพื่อนมาด้วย

น้องน้ำอิง
น้องภูผา
น้องมูจิ

รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา

ผมดีใจมากครับ
ที่วันนี้ได้รู้จักเด็กๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายคน
และได้รู้จักครอบครัวของพวกเขาด้วย

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มกิจกรรม ผมมีสิ่งหนึ่งเตรียมไว้ให้เด็กๆ

มันเป็น “การ์ดเช็กอิน”

การ์ดใบเล็กๆ ที่มีคำถามง่ายๆ
ชวนให้เด็กๆ แนะนำตัวเอง

ชื่ออะไร
เรียนอยู่ชั้นไหน
อยากให้เพื่อนรู้จักเราเรื่องอะไร
หรือบางคำถามก็ชวนให้เขาเล่าอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง

ผมชอบกิจกรรมนี้ เพราะมันไม่ได้บอกเด็กว่า

“เอาล่ะ วันนี้เราจะมาเรียนรู้อะไรกัน”

แต่กลับถามเขาว่า

“วันนี้เธออยากให้เพื่อนรู้จักเธออย่างไร?”

เด็กบางคนยังไม่ค่อยกล้าพูด

แต่การ์ดใบเล็กๆ ใบนั้น
ทำให้เด็กแต่ละคนมีโอกาสบอกว่า

“นี่คือตัวฉัน”

และสำหรับผม
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่สำคัญมาก

เพราะก่อนที่เราจะชวนเด็กให้รู้จักหนังสือ
เราควรเปิดโอกาสให้เขาได้รู้จักตัวเอง

และก่อนที่เด็กจะเรียนรู้จากคนอื่น
เขาอาจต้องรู้สึกก่อนว่า
ตัวเขาเองมีพื้นที่ที่จะพูดและมีคนพร้อมจะฟัง



วันนี้เราไม่ได้มีกิจกรรมใหญ่อะไรครับ

ไม่ได้มีเครื่องมือราคาแพง

เราเพียงนั่งอยู่ด้วยกัน

เด็กๆ แนะนำตัวเองผ่านการ์ด
คุยกัน
อ่านหนังสือ
วาดรูป
เล่นกัน

พ่อแม่ก็นั่งพูดคุยกัน ผมได้เจอเพื่อน

ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์ก็ทำหน้าแบบนี้

กระบวนการเรียนรู้  #อ่านฮีลใจ (ตอนที่ 2)​กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการชวนเด็ก ๆ เลือกหนังสือผ่านรูปภาพหรือสัญลักษณ์บางอย่างที่ป...
23/08/2026

กระบวนการเรียนรู้ #อ่านฮีลใจ (ตอนที่ 2)

​กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการชวนเด็ก ๆ เลือกหนังสือผ่านรูปภาพหรือสัญลักษณ์บางอย่างที่ปรากฏอยู่บนปก โดยใช้สายตาและการสังเกตอย่างละเอียดพิถีพิถัน...

​เมื่อทุกคนได้หนังสือของตัวเองมาแล้ว พอเปิดหน้าแรกขึ้นมา ก็จะพบกับคำถามที่เราเรียกว่า "การ์ดเช็กอิน" (Check-in Card)

​คำถามในการ์ดจะเป็นประโยคชวนทบทวนตัวเอง เช่น...

"ณ ช่วงเวลานี้ มีอุปสรรคหรือความกังวลอะไรที่คุณอยากบอกเล่า ก่อนที่เราจะเริ่มกิจกรรมกันไหม?"

​หรือบางใบก็จะเป็นคำถามชวนสำรวจอดีตอย่าง...

"เล่าวีรกรรมสุดแสบในวัยเด็กที่คุณทำ แล้วโดนผู้ใหญ่จับได้ให้ฟังหน่อย"

​ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว คำถามเหล่านี้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้พาตัวเองกลับเข้าไปทบทวนโลกภายใน ก่อนที่จะเข้าสู่เงื่อนไขการพูดคุย แลกเปลี่ยน และแบ่งปันเรื่องราวกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มย่อย ผ่าน 2 คำถามสำคัญ คือ...

​ทำไมถึงเลือกหนังสือเล่มนี้? อะไรบนปกที่ดึงดูดใจหรือรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวคุณ

​ตอบคำถามบนการ์ดเช็กอินที่ได้รับ เพื่อเล่าและแบ่งปันให้เพื่อนในกลุ่มฟัง

​​...นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นมาจนถึงตรงนี้ ผมสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า... วงสนทนาในแต่ละกลุ่มเริ่มมีชีวิตชีวาและคึกคักขึ้น บรรยากาศแห่งความผ่อนคลายเริ่มทำงาน และเด็ก ๆ ก็เริ่มสนุก พร้อมที่จะเปิดใจดิ่งลึกไปกับกิจกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ

​สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ระหว่างที่พวกเขานั่งแลกเปลี่ยนกันอยู่ก็คือ เด็ก ๆ มักจะดึงเอา "ปกหนังสือที่เลือก" "คำถามบนการ์ด" และ "เรื่องราวในชีวิตจริง" มาผูกร้อยเชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างน่าประหลาด

​ในมุมของคนทำกระบวนการ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรอกครับ...

​ยามที่เด็ก ๆ ใช้สายตาสังเกตและเลือกปกหนังสือที่รู้สึกดึงดูดใจ จิตใต้สำนึกของพวกเขากำลัง "ฉายภาพตัวตน" ลงไปบนสัญลักษณ์หรือภาพบนปกเล่มนั้นแล้วโดยไม่รู้ตัว หนังสือจึงไม่ได้เป็นแค่กระดาษอีกต่อไป แต่กลายเป็นวัตถุสะท้อนความรู้สึกและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ข้างในของพวกเขาในขณะนั้น

​และพอต้องมาเปิดอ่านการ์ดคำถามเช็กอิน ที่ชวนทบทวนความกังวลหรือเล่าวีรกรรมในวัยเด็ก มันคือการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ชวนให้ทุกคนกล้าถอดหน้ากาก แล้วลองเผยความเปราะบางออกมา

​ยามที่มีใครคนหนึ่งกล้าเปิดอกเล่าเรื่องส่วนตัว เพื่อน ๆ ในวงจะรู้สึกได้ทันทีว่าสถานที่นี้ปลอดภัย ไม่มีใครมานั่งจับผิดหรือตัดสิน ความคึกคักและบรรยากาศแห่งการรับฟังจึงเกิดขึ้น

​กระบวนการทั้งหมดนี้ เปรียบเหมือนการสร้าง "สามเหลี่ยมแห่งการเรียนรู้" ขึ้นมาในวงสนทนา—โจทย์จากเราบังคับให้สมองของเด็ก ๆ ต้องทำการเชื่อมจุดระหว่าง ปกหนังสือภายนอก + คำถามบนการ์ด + ความทรงจำภายใน ออกมาเป็นเรื่องเล่า

​และในวินาทีที่พวกเขากำลังร้อยเรียงเรื่องราวเพื่อเล่าให้เพื่อนฟัง รวมถึงฟังเรื่องของเพื่อนไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง... คือวินาทีที่พวกเขากำลังส่องกระจก และตกผลึกเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง (Self-Awareness) ขึ้นมาอย่างแท้จริงครับ

"ผมขอเปลี่ยนหนังสือเป็นอีกเล่มได้ไหมครับ?"​เด็กหนุ่มในชุดแต่งกายที่มีกลิ่นอายของกลุ่มชาติพันธุ์ เดินถือหนังสือเล่มที่เขา...
22/08/2026

"ผมขอเปลี่ยนหนังสือเป็นอีกเล่มได้ไหมครับ?"

​เด็กหนุ่มในชุดแต่งกายที่มีกลิ่นอายของกลุ่มชาติพันธุ์ เดินถือหนังสือเล่มที่เขาเลือกไว้ในตอนแรก เข้ามาถามผมในขณะที่ผมกำลังเก็บหนังสือที่เหลือลงกล่อง

​"ทำไมถึงอยากเปลี่ยนล่ะครับ?" ผมถามกลับ เพื่อค้นหารอยต่อในการชวนทั้งเขาและผมได้เรียนรู้ร่วมกันจากปรากฏการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นนี้
​เขาเล่าให้ฟังว่า...

ในตอนแรก เขาอยากเลือกหยิบเล่มที่มีกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไว้ แต่ก็กลัวว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในจะไม่ใช่สิ่งที่ชอบหรือต้องการ ทว่าใจหนึ่งก็ยังชอบเล่มที่ถูกห่อ เพราะมันดูลึกลับและน่าค้นหา เขาเล่าพลางยิ้มว่า ตัวเองกำลังรู้สึกสับสนและย้อนแย้งระหว่างสิ่งที่เลือกกับสิ่งที่ต้องการจริง ๆ

​"แต่อย่างน้อย... ผมก็รู้แล้วล่ะครับว่าผมเป็นคนยังไง" เด็กหนุ่มเปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง ขณะยื่นมือเข้ามาช่วยผมเก็บหนังสือที่เหลือ

​"ผมเห็นแล้วว่าตัวเองเป็นคนที่ต้องการความชัดเจน อะไรที่ไม่ชัดเจนผมจะไม่กล้าตัดสินใจเลย... แต่พอมาวันนี้ ผมกลับรู้สึกอยากลองเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่รู้ดูบ้างแล้วครับ"

​ดูเหมือนเด็กหนุ่มคนนี้จะพรั่งพรูสิ่งที่คิดออกมาจนผมแทบหาจังหวะแทรกไม่ได้... แต่นั่นก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดอะไรเพิ่มอีกแล้วล่ะครับ เพราะกระบวนการได้ทำงานของมันสมบูรณ์แล้ว

​ในทางกระบวนกร นี่คือพลังของ "เครื่องมือเชิงสัญลักษณ์" (Symbolic Tool)
​การห่อหนังสือด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นแค่กุศโลบายสนุก ๆ แต่ทำหน้าที่เป็น "กระจกเงาสะท้อนโลกภายใน" กระดาษห่อปกเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความไม่แน่นอนและการตัดสินจากภายนอก เมื่อเด็ก ๆ ได้ปฏิสัมพันธ์กับมัน พวกเขาไม่ได้แค่เลือกหนังสือ... แต่กำลังสะท้อนตัวตน ความกลัว ความต้องการ และคุณค่าในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

​เด็กหนุ่มคนนี้ได้เรียนรู้และตกผลึกมุมมองใหม่เกี่ยวกับตัวเองผ่านกิจกรรม #อ่านฮีลใจ ไปเรียบร้อยแล้วครับ

#ศูนย์เรียนรู้ไผ่และการพัฒนาที่ยั่งยืนน
#ห้องสมุดคณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
#ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์
#โครงการอ่านสร้างชาติมูลนิธิกระจกเงา

21/08/2026
คำถามที่ห่อหุ้มด้วยคำตอบ​ผมใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ห่อปกหนังสือที่คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก พี่จรัญ แ...
21/08/2026

คำถามที่ห่อหุ้มด้วยคำตอบ

​ผมใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ห่อปกหนังสือที่คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก พี่จรัญ แห่งโครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงา มีตั้งแต่หนังสือวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกอย่าง เจ้าชายน้อย ไปจนถึงหนังสือฮาวทูขายดีที่ใคร ๆ ก็พูดถึงอย่าง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป) และเล่มอื่น ๆ อีกหลายเล่ม

​หนังสือที่ถูกปิดบังหน้าปกเหล่านี้ ถูกนำไปวางคละปะปนอยู่กับหนังสือที่เปิดเผยหน้าปกให้เห็นกันตรง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้เลือกหยิบขึ้นมาด้วยตัวเอง... ผมเชื่อแน่ว่า ต้องมีใครบางคนเลือกหยิบเล่มที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้ และก็คงมีอีกหลายคนที่เลือกปฏิเสธมัน

​และนั่นแหละครับ... คือเงื่อนไขการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดในการชวนคิดชวนคุยผ่าน "คำถาม"

​แค่เริ่มต้นเปิดประโยคถามไปว่า...
"ใครเลือกเล่มที่มีกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไว้บ้างครับ?"
"ทำไมถึงเลือกเล่มนี้?"
"แกะออกดูแล้ว... พอเห็นหนังสือที่ซ่อนอยู่ข้างใน รู้สึกอย่างไรบ้าง?"

​เพียงแค่นั้นเองครับ... คำตอบและการเรียนรู้เกี่ยวกับตัวตนของพวกเขาก็พรั่งพรูออกมา ผ่านกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เคยห่อหุ้มหนังสือเหล่านั้นไว้ทันที

#ขอบคุณ
พี่จรัญ
Jarun Malaikul
โครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงาที่สนับสนุนหนังสือมาทำกิจกรรมดีๆแบบนี้ครับ
#อ่านฮิลใจ
#ห้องสมุดคณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
#ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์
#โครงการอ่านสร้างชาติมูลนิธิกระจกเงา

การออกแบบกระบวนการเรียนรู้  #อ่านฮิลใจ​ผมอยากจะเล่าให้ฟังแบบนี้ครับ... ตอนที่ได้รับโจทย์จาก พี่อ้อย บรรณารักษ์ห้องสมุดคณ...
21/08/2026

การออกแบบกระบวนการเรียนรู้
#อ่านฮิลใจ

​ผมอยากจะเล่าให้ฟังแบบนี้ครับ... ตอนที่ได้รับโจทย์จาก พี่อ้อย บรรณารักษ์ห้องสมุดคณะศิลปศาสตร์ เจ้าของงานที่อยากให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภายใต้คอนเซปต์ "อ่านเปลี่ยนโลก"

ในหัวของผมก็คิดเห็นอีกมุมหนึ่งขึ้นมาทันที
​ผมคิดว่า ในยุคสมัยที่เด็ก ๆ ไม่ได้สนใจอ่านหนังสือเป็นเล่ม ๆ อีกต่อไปแล้วนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาหยุดอ่านหรอกนะครับ... เพียงแต่ "หนังสือ" ได้กลายเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย และไม่มีประสบการณ์ร่วมกับมันต่างหาก

​การจะชวนพวกเขาเดินเข้ามาจับหนังสือขึ้นมาอ่าน แล้วคาดหวังว่าโลกจะเปลี่ยนไป จึงเป็นเรื่องที่ช่างห่างไกลและเชื่อมโยงได้ยากยิ่ง
​ผมเลยลองเสนอพี่อ้อยไปว่า...

"อ่านฮีลใจไหมครับพี่?"

​เด็ก ๆ ยุคนี้ต้องการพื้นที่และเครื่องมือที่จะพาพวกเขากลับมาใคร่ครวญถึงตัวเอง มองเห็นตัวเอง และสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าใจตัวตนที่จะออกไปปฏิสัมพันธ์กับโลกรอบ ๆ ตัว
​เราในฐานะคนที่อยู่กับหนังสือมาตลอด รู้ดีว่าหนังสือมีคุณสมบัติพิเศษที่จะพาเด็ก ๆ กลับมาค้นพบตัวเองได้ ผ่านถ้อยคำ เรื่องราว และแนวคิดที่นักเขียนมากหน้าหลายตาได้บรรจุพลังเหล่านั้นเอาไว้—พลังที่ไม่น้อยไปกว่าสาระความรู้ทางวิชาการเลยแม้แต่น้อย

​เพียงแต่... เราจะต้องออกแบบกระบวนการเพิ่มเติมสักหน่อย

​ก็เหมือนกับเด็ก ๆ ที่ไม่ชอบกินผักหรือไม่อยากกินยานั่นล่ะครับ... เราคงไม่สามารถยัดเยียดสิ่งเหล่านั้นให้ตรง ๆ ได้ แต่ต้องมีกระบวนการที่ค่อย ๆ ตะล่อม นำพาอย่างนุ่มนวล เพื่อให้พวกเขาเกิดประสบการณ์ที่ประทับใจขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว

#อ่านฮิลใจ
#ห้องสมุดคณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
#ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์
#โครงการอ่านสร้างชาติมูลนิธิกระจกเงา

ก่อนเริ่มกิจกรรม ผมคิดภาพไว้ในหัวว่า ตัวเองจะเดินเข้าไปในห้องกิจกรรม แล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อกันฝนสีส้มออก เหลือเพียงเสื้อยืด...
21/08/2026

ก่อนเริ่มกิจกรรม ผมคิดภาพไว้ในหัวว่า ตัวเองจะเดินเข้าไปในห้องกิจกรรม แล้วค่อย ๆ ถอดเสื้อกันฝนสีส้มออก เหลือเพียงเสื้อยืดสีฟ้าที่มีลายสกรีนภาพและตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาวโชว์ให้ทุกคนเห็น

​จากนั้นผมจะเริ่มต้นทักทายด้วยคำถามที่ว่า...

"รู้ไหมครับว่า เสื้อที่ผมใส่อยู่ คือหนังสือวรรณกรรมเรื่องอะไร?"
"ใครตอบถูก ผมมีรางวัลให้นะ"

​นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจออกแบบกระบวนการเอาไว้ ทั้งท่าทาง การแสดงออก รวมถึงบล็อกกิ้งเท่ ๆ เพื่อใช้เป็นจุดนำเข้าสู่กิจกรรมในวันนี้

​ผมยังคิดเผื่อไปอีกด้วยว่า เด็ก ๆ นักศึกษาก็คงไม่มีใครรู้จักหนังสือเล่มนี้หรอก... ผมอาจจะต้องนำเข้าสู่เนื้อหาด้วยการเกริ่นเล่าเรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก เสียยกใหญ่ กว่าที่พวกเขาน่าจะเริ่มสนใจขึ้นมาได้

​แต่... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หลังจากที่ผมได้ทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้ กลับมีเด็กสาวในชุดนักศึกษาถูกต้องตามระเบียบ หน้าตาน่ารัก ยกมือขึ้นบอกว่าเธอรู้จักหนังสือเรื่องนี้! เธอเคยอ่าน และมันยังคงอยู่ในความทรงจำของเธอมาจนถึงทุกวันนี้

​เธอเริ่มต้นเล่าความหมายของสัญลักษณ์และตัวอักษรบนเสื้อที่ผมใส่ พร้อมกับถ่ายทอดคุณค่าและความสำคัญของ Charlotte's Web (แมงมุมเพื่อนรัก) วรรณกรรมในวัยเด็กของเธอให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างตั้งใจ แถมยังหันมาถามผมยิ้ม ๆ อีกว่า...

"หนูสปอยล์เนื้อหาได้ใช่ไหมคะ?"

​ผมรีบตอบกลับไปทันทีว่า "ได้เลยครับ เล่าได้เต็มที่เท่าที่คุณอยากเล่าเลย"
​เมื่อหันไปมองเพื่อน ๆ ที่นั่งฟังอยู่ ทุกคนต่างจดจ่อและตั้งใจฟังเรื่องราวที่เธอเล่าอย่างใจจ่อใจจ่อ... แผนการของผมบรรลุผล และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ สำหรับกิจกรรม
"อ่านฮิลใจ" ในวันนี้

​ช่วงพักเบรก อาจารย์ธวัช มณีผ่อง (ผู้คอยสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ อย่างเป็นทางการ) ได้เดินเขากระซิบกับผมว่า หนังสือ แมงมุมเพื่อนรัก เล่มนี้นี่แหละ คือหนังสืออีกหนึ่งเล่มที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นอาจารย์ของท่าน โดยเฉพาะในมุมมองของการคิดถึงคนอื่นและการใส่ใจในปัญหาของผู้คนในสังคม

​และนี่ก็คือ... จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ร่วมกันในวันนี้ครับ

#อ่านฮิลใจ
#ห้องสมุดคณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
#ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์
#โครงการอ่านสร้างชาติมูลนิธิกระจกเงา

หนังสือมีเรื่องเล่า ตอนผมเรียนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมฯ อยู่ที่สถาบันราชภัฎนครราชสีมา (ปี 2540-2543) มีเรื่องราวหลายเรื่อง...
17/08/2026

หนังสือมีเรื่องเล่า

ตอนผมเรียนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมฯ อยู่ที่สถาบันราชภัฎนครราชสีมา (ปี 2540-2543) มีเรื่องราวหลายเรื่องที่เป็นความประทับใจและยังอยู่ในความทรงจำ หลายเรื่องเกี่ยวข้องกับมิตรภาพระหว่างเพื่อน เกี่ยวข้องกับการเดินทางและหนังสือ

ผมจำไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงมอบหนังสือเล่มนี้ให้ เป็นช่วงไหน หรือ โอกาสอะไร แต่จำได้แม่นว่าคนที่มอบหนังสือเล่มนี้ให้คือน้องเดือน (ปราณี ศิริสุข) น้องเดือนเป็นเพื่อนร่วมชั้น แต่ทุกคนจะเรียกเธอว่าน้องเดือน เพราะเธอเป็นคนตัวเล็ก ๆ กับกิริยาท่าทางเรียบร้อย พูดช้า ใจดี ภาพแรกที่ผมเห็นเธอ ผมนึกถึงตัวละครในเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร (เดชคัมภีร์เทวดา) แม่ชีน้อยอี้หลิน ผู้ที่หลงรัก เล่งหูชง คนนั้น ยิ่งน้องเดือน เป็นสมาชิกของชมรมพุทธศาสนาของสถาบันตอนนั้นแล้วยิ่งเหมือนแม่ชีไปกันใหญ่

หนังสือ เรียงความชั้นสูง เป็นผลงานของเปลื้อง ณ นคร จัดพิมพ์ขึ้นโดยสำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพาณิชย์ เล่มนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 8 ปี 2512 ว่าด้วยหลักการประพันธศาสตร์ เรียบเรียงไว้อย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นหลักสูตรแผนอักษรศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผมพยายามนึกที่ไปที่มาว่าทำไมน้องเดือนถึงให้หนังสือเล่มนี้ผมมา น่าจะมีเหตุการณ์อยู่สองช่วง ช่วงแรกคือตอนที่ผมและเพื่อน ๆ สมัครเข้าร่วมค่ายฝันให้ไกลไปให้ถึง ครั้งที่ 7 จัดขึ้นโดยกลุ่มเด็กรักป่า จังหวัดสุรินทร์(เดือนตุลาคม ปี 2540 ) ตอนนั้นนักศึกษาสิ่งแวดล้อม ปี 1 ได้รับมีคำชวนจากพี่ให้สมัครไปค่ายนี้ ผมสนใจมาก แต่เงื่อนไขคือต้องเขียนรีวิวหนังสืออะไรก็ได้ 1 เล่ม ความยาวไม่น้อยกว่า 1 หน้ากระดาษ เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาเข้าร่วมค่ายนักเขียน ผมกับเพื่อนคงปรึกษากันว่าจะเขียนอย่างไรดี ซึ่งน้องเดือนอาจจะรับรู้เรื่องนี้เลยมอบหนังสือให้ หรือ มีอีกช่วงที่ผมสมัครเข้าร่วมค่ายเยาวชนรักษ์ เป็นโครงการของบริษัทน้ำมันใหญ่แห่งหนึ่ง ตอนนั้นพอรู้ว่ามีโครงการค่ายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติก็อยากเข้าร่วมเรียนรู้ แต่ไม่ได้ชอบเจ้าของโครงการ จึงคิดว่าเราจะไปด้วยเหตุผลอะไรดี ได้ข้อสรุปว่าเราไปเพื่อรู้เขารู้เรา ไปรู้การทำงานของโครงการเพื่อจะรับมือหรือโต้แย้งกับองค์กรนั้นได้ แต่เงื่อนไขว่าต้องเขียนเรียงความเกี่ยวกับการทำงานด้านอนุรักษ์ไปร่วมการคัดเลือกพิจารณา หนังสือเล่มนี้อาจมาในช่วงนั้น

เอาจริง ๆ ผมเองก็ไม่แน่ใจทั้งสองเหตุการณ์ แต่เวลาผ่านไป 25 ปี แล้ว ผมยังเก็บหนังสือเล่มนี้ไว้อย่างดี ไม่ได้เอาออกมาขาย มันกลายเป็นสมบัติของห้องสมุดแมวหางกิ้นส์ เก็บไว้เพื่อระลึกถึงผู้มอบให้ที่ไม่ได้เจอกันนาน ผู้สนใจอ่านสามารถมาอ่านที่ห้องสมุดได้ครับ ถึงแม้หนังสือจะเก่าแล้ว แต่เนื้อกระดาษที่ใช้พิพม์ดีมาก ตัวหนังสือชัดเจนและเนื้อหาน่าสนใจมากสำหรับคนอยากเขียนหนังสือครับ

ครั้งหน้าผมจะเล่าถึงหนังสือเล่มที่อ่านแล้วเขียนรีวิวสมัครเข้าร่วมค่ายฝันให้ไกลไปให้ถึง 7 เมื่อ 20 กว่าปี ที่แล้ว จะเป็นเล่มไหนนั้น รอติดตามครับ.

#หนังสือมีเรื่องเล่า

เช้าวันนี้ผมมีอาการคันจมูกยิบ ๆ น้ำมูกไหล และรู้สึกเหมือนมีอะไรอุดตันอยู่ในลำคอ อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่เกิดขึ้นอย่า...
17/08/2026

เช้าวันนี้ผมมีอาการคันจมูกยิบ ๆ น้ำมูกไหล และรู้สึกเหมือนมีอะไรอุดตันอยู่ในลำคอ อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้ ทำให้ผมต้องจาม "ฮัดเชิ้ว!" ออกมาติดต่อกันหลายต่อหลายครั้ง

​ผมตัดสินใจกลืนยาแก้แพ้เม็ดเล็กซดตามด้วยน้ำชาอุ่น ๆ คาดหวังว่าอาการที่เป็นอยู่จะหายเป็นปริดทิ้ง แม้จะรู้ดีว่าต้องทำใจยอมรับผลข้างเคียงที่กำลังจะตามมา นั่นคือความง่วงเหงาหาวนอนจากฤทธิ์ยา

​ผมย้ายตัวเองจากห้องครัว มานั่งยังมุมโปรดริมหน้าต่างในห้องสมุด เสียงเพลงสลับกับโฆษณาจากช่องยูทูบที่เปิดทิ้งไว้เริ่มทำให้ผมรู้สึกรำคาญ เพราะต้องการสมาธิ... ถ้าตอนนี้มีใครมาถามว่าผมไม่ชอบอะไรมากที่สุด ผมคงตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดเลยว่า

"ผมไม่ชอบโฆษณาในยูทูบนั่นล่ะ!"

​"งั้นก็ปิดมันซะสิ" เสียงหนึ่งในหัวดังขึ้น ขณะที่สายตาของผมกำลังทอดมองไปที่กองหนังสือหลายเล่มบนโต๊ะริมหน้าต่าง

​เมื่อเสียงเพลงและโฆษณาถูกปิดลง ผมยังคงนั่งมองกองหนังสือตรงหน้า และในความเงียบนั้นเอง เสียงพัดลมก็เริ่มเด่นชัดขึ้นมา พร้อม ๆ กับเสียง วิ้ง... วิ้ง... ที่ดังหึ่งอยู่ในหู

​"นี่สินะ... ความเงียบ" ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

​สุดท้ายผมจึงตัดสินใจหยิบหนังสือเล่มหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน มันเป็นหนังสือปกสีขาว มีรูปเป็ดถือกระเป๋าทำงาน ท่าทางของมันดูรีบร้อนแต่ก็มุ่งมั่นตั้งใจอยู่ในที

​"ลูกเป็ดขี้เหร่ในที่ทำงาน... เหรอ?" ผมตั้งคำถามในใจ รู้สึกว่ามันดูย้อนแย้งและขัดกันพิกล ระหว่างชื่อ "ลูกเป็ดขี้เหร่" ซึ่งเป็นนิทานเด็ก กับคำว่า "การทำงาน" แถมภาพประกอบและการออกแบบปกก็ชวนให้คิดว่า นี่น่าจะเป็นหนังสือแนวฮาวทู พัฒนาตนเอง หรือเรื่องภาวะผู้นำในองค์กรอะไรทำนองนั้นเสียมากกว่า

​ความย้อนแย้งนี้เองที่ปลุกความอยากรู้ให้ผมต้องเปิดอ่านหน้าถัดไป... และสิ่งที่สะดุดตาจนยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีก คือรายชื่อของผู้เขียนคำนิยมอย่าง มาร์กาเร็ต เจ. วีลลี (Margaret J. Wheatley) รวมถึงชื่อของ โจเซฟ แคมเบลล์ (Joseph Campbell) ที่มีคนอ้างถึงในเล่ม
​แน่นอนว่าผมรู้จักทั้งสองคนนี้ดีผ่านหนังสือที่เคยอ่าน...

​มาร์กาเร็ต วีลลี เคยพาเราไปเรียนรู้เรื่อง การสร้างชุมชนและการอยู่ร่วมกับความวุ่นวายของธรรมชาติ ผ่านงานอย่าง Turn to One Another ส่วน โจเซฟ แคมเบลล์ ก็คือผู้เล่าเรื่อง 'การเดินทางของวีรบุรุษ' (The Hero's Journey) ที่บอกเราว่า มนุษย์ทุกคนต่างต้องก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต

​การที่หนังสือเล่มนี้ดึงแนวคิดของทั้งคู่มาร้อยเรียงกับ "ลูกเป็ดขี้เหร่" ในโลกของการทำงาน ทำให้ผมเริ่มมองเห็นเค้ารางแล้วว่า มันไม่ใช่หนังสือพัฒนาตนเองแบบสูตรสำเร็จทั่วไป แต่มันกำลังจะพูดถึงการเดินทางภายในจิตใจของคนทำงาน...

​และนั่นก็ทำให้หนังสือเล่มนี้ เริ่มน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่าตัว

#เดี๋ยวกลับมาเล่าต่อครับยาแก้แพ้เริ่มทำงานแล้ว

#ห้องสมุดแมวหางกื้นส์

Address

Rajshahi Division

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Organization

Send a message to ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์:

Shortcuts

Share