สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลส์ : Office of Customs Affairs

  • Page d'Accueil
  • België
  • Brussels
  • สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลส์ : Office of Customs Affairs

สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลส์ : Office of Customs Affairs เผยแพร่ข่าวสารทางศุลกากรในภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือและละตินอเมริกา

เผยแพร่ข่าวสารทางศุลกากรขององค์การศุลกากรโลก (WCO) สหภาพยุโรป (EU) องค์การการค้าโลก (WTO) และประเทศต่างๆ

13/08/2026

ศุลกากรยุคใหม่ ตรวจสินค้าได้ "รวดเร็ว" และ "ปลอดภัย" โดยไม่ต้องเปิดตรวจ ด้วยเทคโนโลยี NII (Non-intrusive Inspection)

พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง---------------เมื่อวั...
13/08/2026

พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
---------------
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นางสาวบราลี รัตนปิณฑะ อัครราชทูต (ฝ่ายศุลกากร) นายภิสรรค์รัฐ นิลพันธ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายศุลกากร) และนายอศวรรฐน์ เกิดสังข์ เลขานุการเอก (ฝ่ายศุลกากร) เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2569 ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
ในการนี้ นางกาญจนา ภัทรโชค เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต และสมาชิกทีมประเทศไทยพร้อมครอบครัว ตลอดจนชุมชนไทยในเบลเยียมและประเทศใกล้เคียงเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน

เทคโนโลยีตรวจสอบโดยไม่เปิดตรวจ (Non-intrusive Inspection: NII) หรือการตรวจสอบสินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์มีความสำคัญอย่างมา...
06/08/2026

เทคโนโลยีตรวจสอบโดยไม่เปิดตรวจ (Non-intrusive Inspection: NII) หรือการตรวจสอบสินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของหน่วยงานศุลกากรในยุคปัจจุบัน เนื่องจากศุลกากรต้องรับมือกับปริมาณสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับความกดดันให้ตรวจปล่อยสินค้าในระยะเวลาที่รวดเร็ว พร้อมกับความคาดหวังให้ตรวจสอบสินค้าและรักษาความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างถี่ถ้วนมากขึ้นเช่นกัน หน่วยงานศุลกากรจึงจำเป็นต้องนำภาพเอกซเรย์มาใช้ในการคัดกรองและวิเคราะห์ความเสี่ยงของสินค้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบสิ่งของภายในตู้คอนเทนเนอร์ ยานพาหนะ หรือสัมภาระได้โดยไม่ต้องทำการเปิดตรวจสินค้าทางกายภาพ (Physical Inspection) ทั้งหมด

ในปัจจุบัน หน่วยงานศุลกากรทั่วโลกล้วนนำเทคโนโลยี NII มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองสินค้าและบริหารความเสี่ยงกันอย่างแพร่หลาย แต่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการพลิกผันทางเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้หน่วยงานศุลกากรจำเป็นต้องทบทวนว่า เทคโนโลยี NII ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะยังคงมีประสิทธิภาพต่อไปในระยะยาวเพียงใด ด้วยเหตุนี้ องค์การศุลกากรโลก (WCO) ได้เผยแพร่คู่มือการจัดซื้อและใช้งานเครื่องเอกซเรย์/เทคโนโลยีตรวจสอบโดยไม่เปิดตรวจ (Guidelines for the Procurement and Deployment of Scanning/Non-intrusive Inspection (NII) Equipment) ฉบับปี 2568 (2025) เพื่อเป็นแนวทางให้ประเทศสมาชิกวางแผน จัดหา และนำเทคโนโลยี NII มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้มองเทคโนโลยี NII เป็นเพียงอุปกรณ์ตรวจสอบสินค้า แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศข้อมูลทางศุลกากร (Data Ecosystem) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานศุลกากรทั่วโลก

จดหมายข่าวศุลกากร CPMU News ฉบับนี้ ขอนำเสนอข้อมูลในประเด็นเรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยี NII ในยุค Smart Customs” ซึ่งอ้างอิงสาระสำคัญจากคู่มือของ WCO เพื่อนำเสนอกรอบการพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยี NII ที่เหมาะสมกับบริบทของโลกยุคดิจิทัล ทั้งยังได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์ 3 มิติ ในโครงการวิจัย MULTISCAN 3D ของสหภาพยุโรป (European Union: EU) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่หน่วยงานศุลกากรควรติดตามอย่างใกล้ชิด และอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการยกระดับระบบการควบคุมสินค้าและระบบนิเวศข้อมูลทางศุลกากรในระดับภาพรวมต่อไป

ดาวน์โหลดในรูปแบบ pdf ได้ที่ https://shorturl.at/fuJCy

ทรัมป์ประกาศคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่ ยกระดับการใช้บังคับกฎหมายศุลกากร---------------เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ประธานาธ...
05/08/2026

ทรัมป์ประกาศคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่ ยกระดับการใช้บังคับกฎหมายศุลกากร
---------------

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14411 (Executive Order 14411) เรื่อง "Strengthening Customs Enforcement" ซึ่งสั่งการให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security: DHS) และหน่วยงานศุลกากรและการป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกา (U.S. Customs and Border Protection: CBP) ปรับปรุงและเสริมสร้างกฎระเบียบควบคุมการนำเข้าให้เข้มงวดยิ่งขึ้น คำสั่งนี้มีเป้าหมายเพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายและจัดการกับผู้กระทำผิด โดยพุ่งเป้าที่การกระทำผิดที่พบบ่อย เช่น สินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ (Forced Labor) การสำแดงราคาต่ำ (Undervaluation) และการฉ้อฉลด้านถิ่นกำเนิดสินค้า (ในบริบทของสหรัฐอเมริกา ใช้คำว่า Illegal Transshipment)

คำสั่งดังกล่าวได้กำหนดเงื่อนใหม่ของการเป็นผู้นำเข้าที่จดทะเบียน (Importer of Record: IOR) โดยได้จำกัดสิทธิของนิติบุคคลต่างชาติในการทำหน้าที่เป็น IOR อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ คำสั่งยังออกระเบียบควบคุมตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่เข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน โดยสั่งการให้ใช้บทลงโทษขั้นสูงสุดกับตัวแทนออกของที่กระทำการที่ขัดกับระเบียบ เช่น การละเลยการตรวจสอบสถานะลูกค้า (Due Diligence) การให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่กระทำผิดซ้ำ หรือการไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลแก่ CBP ทันเวลา

ในด้านบทลงโทษ คำสั่งนี้ได้ระบุให้ CBP ต้องเพิ่มเกณฑ์ค่าปรับให้สูงขึ้น โดยภายใน 90 วันนับจากวันออกคำสั่ง (หรือภายในวันที่ 1 กันยายน 2569) CBP ต้องกำหนดเกณฑ์ค่าปรับขั้นต่ำให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าปรับที่ประเมินได้ และตัดสิทธิการขอลดหย่อนโทษหรือขอยกเลิกค่าปรับสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ (Mitigation for Repeat Offender) มาตรการเหล่านี้จะลดทอนอำนาจเดิมของ CBP ที่สามารถผ่อนผันค่าปรับได้ในอดีต ซึ่งทำให้ผู้นำเข้าที่ละเมิดกฎหมายต้องรับภาระทางการเงินที่หนักขึ้น นอกจากนี้ คำสั่งยังได้กำชับให้ CBP ดำเนินการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย (Post Clearance Audit: PCA) ให้มากขึ้น โดย CBP มีแนวโน้มที่จะดำเนินการตรวจสอบสูงถึง 543 ครั้งในปี 2569 (2026) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17 จากจำนวนการตรวจสอบในปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ข้อกำหนดส่วนใหญ่ของคำสั่งดังกล่าวยังต้องรอการออกกฎระเบียบรอง (Rulemaking) โดย CBP และ DHS เพื่อการใช้บังคับจริง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงนโยบายทางศุลกากรของสหรัฐอเมริกาที่ยังคงแข็งกร้าว ผู้ประกอบการจึงควรเร่งประเมินระดับความเสี่ยงและปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ของตนเองใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสียค่าปรับและการตัดสิทธิการนำเข้าจากกฎระเบียบที่จะเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

อ้างอิง
---------------

The White House. “Executive Order 14411: Strengthening Customs Enforcement.” https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2026/06/strengthening-customs-enforcement/. Accessed 20 July 2026.

Photo Courtesy of The Now Time, Unsplash

รายงานการค้าผิดกฎหมายประจำปี 2568 (ITR 2025) ชี้ e-commerce เป็นช่องทางหลักในการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมาย ---------------...
05/08/2026

รายงานการค้าผิดกฎหมายประจำปี 2568 (ITR 2025) ชี้ e-commerce เป็นช่องทางหลักในการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมาย
---------------

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 (2026) องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) เผยแพร่รายงานการค้าผิดกฎหมายประจำปี 2568 (Illicit Trade Report 2025: ITR 2025) ซึ่งรวบรวมข้อมูลการตรวจยึดมากกว่า 163,850 คดีจากหน่วยงานศุลกากร 170 แห่งทั่วโลก โดยพบว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) กลายเป็นช่องทางหลักในการลักลอบค้าของผิดกฎหมาย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 44.8 ของการตรวจยึดทั่วโลก และ WCO ได้เน้นย้ำให้ศุลกากรทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงรุก ในเครือข่ายพัสดุและไปรษณีย์ระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รายงาน ITR 2025 นำเสนอว่ารูปแบบการลักลอบขนส่งยาเสพติดได้เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน โดยพบการตรวจยึดเฟนทานิล (Fentanyl) และสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substances: NPS) พุ่งสูงขึ้นในพัสดุ e-commerce โดยคดีการตรวจยึดสาร NPS ในปี 2568 (2025) เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากตัวเลขในปี 2567 (2024) เนื่องจากยาเสพติดเหล่านี้มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา นอกจากยาเสพติดแล้ว ระบบขนส่งพัสดุไปรษณีย์ยังถูกใช้เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งของผิดกฎหมายประเภทอื่น ๆ อย่างแพร่หลาย โดยกว่าร้อยละ 60 ของสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยาและเวชภัณฑ์ปลอม รวมถึงกัญชา ถูกตรวจพบผ่านช่องทางไปรษณีย์เช่นกัน

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการกระทำผิดรูปแบบใหม่ คือ การลักลอบขนส่งระบบอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft System: UAS) หรือโดรน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 11.9 ของการตรวจยึดทั้งหมด โดรนที่ถูกตรวจยึดมีทั้งกลุ่มที่ละเมิดข้อบังคับด้านความถี่และระดับความสูง ไปจนถึงโดรนที่ถูกดัดแปลงให้เทียบเท่าโดรนทางการทหาร WCO จึงประกาศเตือนให้หน่วยงานใช้บังคับกฎหมายเร่งยกระดับความรู้ทางเทคนิคและกระบวนการประเมินเฉพาะด้าน เพื่อรับมือกับการลักลอบกระจายยุทโธปกรณ์และสินค้าอันตรายเหล่านี้ให้ทันท่วงที

อ้างอิง
---------------

WCO. “E-commerce becoming a primary conduit for global illicit trade: WCO’s flagship Illicit Trade Report finds.”
https://www.wcoomd.org/en/media/newsroom/2026/july/ecommerce-becoming-a-primary-conduit-for-global-illicit-trade.aspx. Accessed 20 July 2026.

Photo Courtesy of Ali Mkumbwa, Unsplash

WCO ฉลอง 30 ปี WCO Data Model พร้อมเปิดตัว Data Model เวอร์ชัน 4.3.0---------------เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 (2026) องค...
04/08/2026

WCO ฉลอง 30 ปี WCO Data Model พร้อมเปิดตัว Data Model เวอร์ชัน 4.3.0
---------------

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 (2026) องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) จัดงานสัมมนาออนไลน์ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของการพัฒนารูปแบบฐานข้อมูล (Data Model) สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางศุลกากร หรือ WCO Data Model พร้อมประกาศเปิดตัวเวอร์ชัน 4.3.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ นำเสนอจุดเด่นการรองรับข้อมูลผู้โดยสารทางเรือล่วงหน้า การเชื่อมระบบข้อมูลผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ (Authorized Economic Operator: AEO) และการรองรับเอกสารดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

การพัฒนา WCO Data Model เกิดขึ้นจากข้อเสนอของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (Group of Seven: G7) ในปี 2539 (1996) ที่ต้องการลดความซับซ้อนของเอกสารศุลกากรและจัดระเบียบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางศุลกากร โดย WCO ได้ประกาศใช้เวอร์ชัน 1.0 ในปี 2545 (2002) ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา WCO ได้พัฒนาและขยายขอบเขตของ Data Model มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มข้อมูลความปลอดภัยการผ่านแดน (Transit) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันของระบบข้อมูล (Interoperability) สำหรับระบบการค้าโลกที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างมั่นคง

ในการนี้ WCO ได้เปิดตัว WCO Data Model Version 4.3.0 ซึ่งรองรับการใช้งานแบบใหม่ ดังนี้

การรองรับชุดข้อมูลมาตรฐานสำหรับการส่งข้อมูลผู้โดยสารทางเรือล่วงหน้า (Maritime Advance Passenger Information (API) Package) ซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการเดินเรือระหว่างประเทศ (Convention on Facilitation of International Maritime Traffic) จากเดิมที่รองรับเฉพาะข้อมูลของผู้โดยสารทางอากาศยาน

2. การรองรับข้อมูลผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ (AEO MRA Package) วางโครงสร้างข้อมูลสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ ระหว่างประเทศที่มีความตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Agreement: MRA)

3. การรองรับเอกสารดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนเอกสารแนบ เช่น บัญชีราคาสินค้า (Invoice) ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: CO) และไฟล์ภาพดิจิทัล

ในขั้นต่อไป WCO กำลังเร่งพัฒนา Data Model ให้มุ่งไปสู่รูปแบบ Linked Data และ Web Ontology เพื่อเปิดทางให้ระบบคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถจัดการข้อมูลศุลกากรได้อย่างอัตโนมัติ นอกจากนี้ WCO ยังวางรากฐานการรองรับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่อย่างเช่น การใช้ใบรับรองดิจิทัลที่ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที (Verifiable Credential) และหนังสือเดินทางสินค้ารูปแบบดิจิทัล (Digital Product Passport) ซึ่งจะช่วยให้เอกสารสำคัญ เช่น ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าดิจิทัล (e-CO) ที่ออกโดยประเทศหนึ่ง สามารถได้รับการตรวจสอบและยอมรับในอีกประเทศหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ

อ้างอิง
---------------

WCO. “The WCO Data Model at 30: WCO celebrates three decades of data interoperability and unveils Version 4.3.0.” https://www.wcoomd.org/en/media/newsroom/2026/july/the-wco-data-model-at-30-wco-celebrates-three-decades-of-data-interoperability.aspx. Accessed 18 July 2026.

Photo Courtesy of WCO

สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้ Postal Entry Process จัดเก็บอากรพัสดุไปรษณีย์มูลค่าต่ำ ลดบทบาทบริษัทตัวกลางและหน่วยงานไปรษณีย์-----...
03/08/2026

สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้ Postal Entry Process จัดเก็บอากรพัสดุไปรษณีย์มูลค่าต่ำ ลดบทบาทบริษัทตัวกลางและหน่วยงานไปรษณีย์
---------------

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 (2026) หน่วยงานศุลกากรและการป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกา (U.S. Customs and Border Protection: CBP) ได้เผยแพร่ประกาศ USCBP-2026-0761 ซึ่งระบุให้ยกเลิกการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ (de minimis) ที่นำเข้าทางไปรษณีย์อย่างเป็นทางการ อีกทั้งกำหนดพิธีการนำเข้าสินค้าทางไปรษณีย์ (Postal Entry Process) ให้ผู้ประกอบการหรือตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาต (Licensed Customs Broker) สำแดงรายการสินค้าด้วยพิกัดศุลกากรของสหรัฐอเมริกา 10 หลัก (HTSUS) และชำระอากรผ่านระบบ Pay.gov เท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้ผู้ให้บริการไปรษณีย์และกลุ่มบริษัทตัวกลางอื่น ๆ (Qualified Third Party) สำแดงรายการสินค้าและจัดส่งอากรแบบเป็นงวดให้แก่ CBP อีกต่อไป ซึ่งเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 (2026)

กระบวนการ Postal Entry Process ใช้บังคับกับการนำเข้าสินค้าพิกัด HTSUS หมวด 1-97 ที่มีมูลค่าไม่เกิน 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ที่นำเข้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ โดยกำหนดเงื่อนไขของผู้มีสิทธิ
ยื่นข้อมูลและชำระอากร (Filer) ให้จำกัดเฉพาะผู้ขาย ผู้ซื้อ หรือตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น อนึ่ง Filer มีหน้าที่สำคัญ ดังนี้

1. วางเงินค้ำประกันรูปแบบต่อเนื่อง (Continuous Bond) หรือแบบรายครั้ง (Single Transaction Bond) ในระบบ ACE eBond ก่อนการส่งสินค้า

2. จัดทำและส่งไฟล์ตารางข้อมูลอากรไปรษณีย์ระหว่างประเทศ (International Mail Duty Worksheet: IMDW) ในรูปแบบ Excel หรือ CSV ทางอีเมล [email protected] ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมระบุข้อมูลสำคัญ เช่น พิกัด HTSUS 10 หลัก มูลค่าสินค้า อัตราอากร ถิ่นกำเนิดสินค้า และหมายเลขติดตามพัสดุ

3. ชำระอากรศุลกากรแบบรวบยอดรายเดือนผ่านระบบ ACH Debit บนเว็บไซต์ Pay.gov

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เช่น สินค้ามูลค่าเกิน 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมมาตรฐานอื่น ๆ สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ และสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) จะต้องผ่านกระบวนการนำเข้าอีกรูปแบบหนึ่งที่มีชื่อว่า Entry Type 13 ซึ่งจะเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2569 (2026) ในระหว่างนี้ CBP อนุโลมให้สินค้ากลุ่มสินค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์นำเข้าผ่านกระบวนการ Postal Entry Process เป็นการชั่วคราว

ก่อนหน้านี้ ประเทศต่าง ๆ ได้ใช้ระบบการส่งมอบสินค้าโดยชำระอากรให้ (Delivered Duty Paid: DDP) ในการสำแดงและชำระอากรพัสดุไปรษณีย์มูลค่าต่ำให้แก่ CBP โดยที่ผู้ให้บริการไปรษณีย์จะทำหน้าที่คำนวณอัตราอากรและเก็บอากรโดยตรงจากผู้ส่งสินค้า ก่อนที่จะส่งอากรเหล่านี้ให้แก่ CBP ผ่านบริษัท Zonos ซึ่งเป็นบริษัทตัวกลางที่ได้รับอนุญาตจาก CBP ซึ่งล่าสุดบริษัท Zonos ได้มีสถานะเป็นตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกาแล้ว ผู้ให้บริการไปรษณีย์ทั่วโลกจึงยังคงสามารถใช้บริการชำระอากรตามกระบวนการ Postal Entry Process ผ่านบริษัท Zonos ได้ดังเดิม แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากการชำระเงินค้ำประกันและการจัดทำไฟล์ตารางข้อมูล IMDW

อ้างอิง
---------------

Ryan Last and Daniel N. Anziska. “No More Free Ride: Navigating CBP’s New International Mail Entry Process.” Troutman Pepper Locke. https://www.troutman.com/insights/no-more-free-ride-navigating-cbps-new-international-mail-entry-process/. Accessed 20 July 2026.

Photo Courtesy of Erik Mclean, Unsplash

พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวด...
03/08/2026

พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
---------------

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นางสาวบราลี รัตนปิณฑะ อัครราชทูต (ฝ่ายศุลกากร) และนายอศวรรฐน์ เกิดสังข์ เลขานุการเอก (ฝ่ายศุลกากร) เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับวัดไทยและพสกนิกรชาวไทยในเบลเยียมเป็นเจ้าภาพ ณ วัดธัมมปทีป เมืองแมเคอเลิน ราชอาณาจักรเบลเยียม

ในการนี้ นางกาญจนา ภัทรโชค เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต และสมาชิกทีมประเทศไทย พร้อมครอบครัว ตลอดจนชุมชนไทยในเบลเยียมและประเทศใกล้เคียงเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน

พิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว---------------เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นางสาวบราลี รัตนปิณฑะ อัครรา...
29/07/2026

พิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
---------------
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นางสาวบราลี รัตนปิณฑะ อัครราชทูต (ฝ่ายศุลกากร) นายภิสรรค์รัฐ นิลพันธ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายศุลกากร) พร้อมด้วยคู่สมรส และนายอศวรรฐน์ เกิดสังข์ เลขานุการเอก (ฝ่ายศุลกากร) เข้าร่วมพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ โดยมีนางกาญจนา ภัทรโชค เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ เป็นประธานในพิธี

ในการนี้ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ประจำทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ และครอบครัว ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ วางพานพุ่มถวายราชสักการะ และนำผู้เข้าร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพรชัยมงคล ตามลำดับ

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) เป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลกและได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกรรมระหว่างภาครัฐ ภาค...
24/07/2026

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) เป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลกและได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางพลวัตดังกล่าว การมีคำนิยามที่เป็นมาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการวัดผลและจัดเก็บสถิติทางการค้าจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดนโยบายทางการค้าและนโยบายศุลกากร ในปัจจุบัน คำนิยาม e-commerce ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ฉบับปี 2552 (2009) เป็นคำนิยามที่ได้รับการยอมรับและนำไปปรับใช้อย่างกว้างขวางในหลายประเทศ และถูกใช้ในการกำหนดกรอบมาตรฐาน Framework of Standards on Cross-border e-commerce ปี 2565 (2022) ขององค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO)

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้คำนิยามฉบับปี 2552 (2009) มีข้อจำกัดในการจำแนกประเภทธุรกรรมรูปแบบใหม่ ดังนั้น OECD จึงได้ทบทวนและพัฒนาคำนิยาม e-commerce ฉบับปี 2568 (2025) เพื่อสร้างความชัดเจนในส่วนแนวปฏิบัติเพื่อการตีความ (Interpretative Guideline) ให้ครอบคลุมการสั่งซื้อสินค้าผ่านการถ่ายทอดสด (Livestream Shopping) การสั่งซื้อที่ดำเนินการด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เช่น การสั่งซื้อผ่านแชทบอท AI (AI-powered Chatbot) การสั่งซื้อด้วยเสียง (Voice Shopping) รวมทั้งการกำหนดขอบเขตของแพลตฟอร์มตัวกลางดิจิทัล (Digital Intermediation Platform: DIP) ซึ่งสะท้อนรูปแบบการทำธุรกิจ e-commerce ในปัจจุบัน

การปรับปรุงคำนิยามของ e-commerce ในครั้งนี้ ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ และองค์การระหว่างประเทศต้องปรับปรุงแนวปฏิบัติทางสถิติและการวัดมูลค่าทางเศรษฐกิจของ e-commerce และมีความสำคัญต่อหน่วยงานไทยในการเปลี่ยนแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ตามเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 (2028) ของรัฐบาล รายงานการศึกษานโยบายศุลกากรในต่างประเทศฉบับนี้ จึงมุ่งนำเสนอรายละเอียดการปรับปรุงคำนิยาม e-commerce ของ OECD จากฉบับปี 2552 (2009) ไปสู่ฉบับปี 2568 (2025) พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและนัยยะสำคัญที่มีต่อกรอบมาตรฐาน Framework of Standards on Cross-border e-commerce ของ WCO เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระเบียบวิธีปฏิบัติ การบริหารจัดการ และการควบคุมทางศุลกากรให้สอดรับกับมาตรฐานของสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ https://shorturl.at/ofr9b

Adresse

Dreve Du Rembucher 89
Brussels
1170

Heures d'ouverture

Lundi 09:00 - 17:00
Mardi 09:00 - 17:00
Mercredi 09:00 - 17:00
Jeudi 09:00 - 17:00
Vendredi 09:00 - 17:00

Téléphone

+3226605759

Notifications

Soyez le premier à savoir et laissez-nous vous envoyer un courriel lorsque สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลส์ : Office of Customs Affairs publie des nouvelles et des promotions. Votre adresse e-mail ne sera pas utilisée à d'autres fins, et vous pouvez vous désabonner à tout moment.

Contacter L’organisation

Envoyer un message à สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลส์ : Office of Customs Affairs:

Raccourcis

Partager