พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร

พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร กรมการทหารสื่อสาร
(1)

เปิดเหมือนปกติ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
14/09/2020

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน

14 กันยายน "วันบุรฉัตร"
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด (กัลยาณมิตร) ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 หลักจากสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ทรงเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งจเรทหารช่างเป็นพระองค์แรกของประเทศไทย ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมรถไฟหลวง และโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ทรงได้บุกเบิกกิจการต่างๆ ของกรมรถไฟหลวงให้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ที่สำคัญคือทรงเปลี่ยนหัวรถจักรไอน้ำลากจูงแบบเดิมมาเป็นหัวรถจักรดีเซล ซึ่งถือว่าเป็นชาติแรกที่นำเข้ามาใช้งานในทวีปเอเชีย

ในด้านการคมนาคมและการสื่อสาร ทรงเป็นผู้แรกที่ริเริ่มการทดลองเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงขนาดเล็ก จนเมื่อปี พ.ศ. 2473 จึงได้เปิดเป็นกิจการส่งวิทยุกระจายเสียขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อสถานีว่า สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยในด้านกิจการบิน โดยทรงวางรากฐานให้เกิดกิจการการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศขึ้น โดยการจัดตั้งบริษัทเดินอากาศและเปิดเส้นทางพาณิชย์ ที่ถือเป็นก้าวแรกของกิจการการบินของสยาม ในบั้นปลายพระชนมชีพ เสด็จย้ายไปประทับ ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี พ.ศ. 2476 ตราบจนสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2479 พระชันษา 55 ปี จากพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติมาโดยตลอด จนเกิดเป็นการพัฒนาประเทศจนถึงทุกวันนี้ จึงทรงได้รับการถวายพระเกียรติเป็น พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย และพระบิดาแห่งการรถไฟไทย

เรารักกองทัพบก
04/05/2020

เรารักกองทัพบก

วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ และดำรงพระอิสริยยศเป็น “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

ดังนั้น รัฐบาลไทยและพสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตรหรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ ๔ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้

ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/188122

#ประมวลภาพกิจกรรม #รักชาติเฟสติวัล ปี 63วันที่ 18 ธ.ค.62 🥳หมดแรงกันยัง!?! ถ้ายังมาสนุกกันได้ที่บูธพิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสารน...
19/12/2019

#ประมวลภาพกิจกรรม #รักชาติเฟสติวัล ปี 63
วันที่ 18 ธ.ค.62 🥳
หมดแรงกันยัง!?! ถ้ายังมาสนุกกันได้ที่บูธพิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสารนะจ๊ะ ☺️ พี่ ๆ ทหารสื่อสารรออยู่เน่อออ
👉มาบูธนี้มีกิจกรรมสนุก ๆ และของรางวัลให้ด้วยน๊าาา จะขอบอกให้!✨🧸🎁🛍🎉

#ประมวลภาพกิจกรรม #รักชาติเฟสติวัล ปี 63วันที่ 17 ธ.ค.62 🥳   พี่ ๆ ทหารสื่อสาร ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนนะจ๊ะ ที่ให้ความร่วมมือ...
19/12/2019

#ประมวลภาพกิจกรรม #รักชาติเฟสติวัล ปี 63
วันที่ 17 ธ.ค.62 🥳
พี่ ๆ ทหารสื่อสาร ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนนะจ๊ะ ที่ให้ความร่วมมือกับทุกกิจกรรมของพี่ ๆ เลยจ้าาา🥰

#ประมวลภาพกิจกรรม #รักชาติเฟสติวัล ปี 63                วันที่ 16 ธ.ค.62 🥳
19/12/2019

#ประมวลภาพกิจกรรม #รักชาติเฟสติวัล ปี 63
วันที่ 16 ธ.ค.62 🥳

พล.อ.​ ชัยชนะ​ นาคเกิด​ รองผู้บัญชา​การทหารสูงสุด​ เยี่ยมชมบูธของพิพิธภัณฑ์​ทหาร​สื่อสาร​ ในงานแสดงนิทรรศการ​ทาง​พิพิธภั...
16/12/2019

พล.อ.​ ชัยชนะ​ นาคเกิด​ รองผู้บัญชา​การทหารสูงสุด​ เยี่ยมชมบูธของพิพิธภัณฑ์​ทหาร​สื่อสาร​ ในงานแสดงนิทรรศการ​ทาง​พิพิธภัณฑ์​และ​อนุสรณ์​สถาน​แห่ง​ประเทศไทย​ (รัก​ชาติ​ เฟสติวัล) ประจำปี​ 2563 โดยมี​ ผู้บังคับบัญชา​ สส. ให้การต้อนรับ​ ณ​ อนุสรณ์​สถาน​แห่งชาติ​ จ.ปทุมธานี​ เมื่อวันที่​ 16 ธ.ค.62 เวลา​ 1300

16/12/2019

5 4 3 2 1... Action!!!!
พี่​ ๆ​ ทหารสื่อสารรออยู่ที่นี่น๊าาา😊
#เสียงแจ๋วเลย

📢 #ประชาสัมพันธ์​มาเจอพี่​ ๆ​ ทหารสื่อสารได้ที่งานนี้นะจ๊ะ#งานรักชาติเฟสติวัล​ ปี​ 2563วันที่​ 16​ -​ 20​ ธ.ค.62 นี้​ ณ​...
14/12/2019

📢 #ประชาสัมพันธ์​

มาเจอพี่​ ๆ​ ทหารสื่อสารได้ที่งานนี้นะจ๊ะ
#งานรักชาติเฟสติวัล​ ปี​ 2563
วันที่​ 16​ -​ 20​ ธ.ค.62 นี้​ ณ​ อนุสรณ์​สถาน​แห่งชาติ​ จ.ปทุมธานี​ จ้าาา😊

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม
27/10/2019

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ #แชร์เยอะๆๆ Press the button to share a lot #เปิดเสรีชมฟรี!!! 14-28 ธ.ค.62
มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม ร่วมกับกองบัญชาการกองทัพเรือ เปิดพระราชวังเดิม พระราชวังเก่าแห่งกรุงธนบุรี ให้เข้าชมฟรีในวันที่ 14-28 ธันวาคม 2562

ขอเชิญชวนประชาชนเข้าเยี่ยมชมพระราชวังเดิมหรือพระราชวังกรุงธนบุรี พระราชวังหลวงในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งแต่วันที่ 14-28 ธันวาคม 2562 ไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าและเข้าชมฟรี เข้าออกได้ 2 ทาง โดยไม่ต้องแลกบัตรผ่านเข้าออก เข้าด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ และ ประตูด้านข้างกำแพงวัดอรุณ วันธรรมดาไม่สะดวกนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดภายในพระราชวังเดิม
เนื่องจากมีรถยนตร์ข้าราชการจอดเต็มบริเวณพื้นที่ ในส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดภายในกองบัญชาการกองทัพเรือได้

#หมายเหตุ ในวันธรรมดา (ในกรณีมาจอดรถภายในกองบัญชาการกองทัพเรือไม่ได้)
. และ ในวันหยุดราชการมีบริการจอดรถภายในวัดเครือวัลย์ #ค่าบริการจอดรถคันละ30.-บาท #และมีบริการจอดรถภายใน #วัดโมลีโลยยาราม #ค่าบริการจอดรถคันละราคา 30.- #บาท #ในวันธรรมดา #และ #เสาร์-#อาทิตย์ #มีให้บริการ

ถือได้ว่าเป็นข่าวดีของนักท่องเที่ยวที่ "พระราชวังเดิม"หรือ "พระราชวังกรุงธนบุรี" จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมได้ในโอกาสพิเศษช่วง วันสถาปนาเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ แห่งกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทซึ่งปกติจะต้องมาเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะและต้องทำเรื่องขออนุญาต

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม กองทัพเรือขอเชิญชวนประชาชนเข้าเยี่ยมชมพระราชวังเดิมหรือพระราชวังกรุงธนบุรี ตั้งแต่วันที่ 14-28 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. หมายเหตุ (ถ้าท่านใดอยู่ภายในพระราชวังเดิม อยู่ได้จนถึง 16.00 น จะเชิญออก ถ้าท่านมาเวลา 15.20 เกือบ สามโมงครึ่งแล้วจะไม่อนุญาตเข้าบริเวณพระราชวังเดิม กองทัพเรือ ) โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (หมายเหตุ ในส่วนของชาวต่างชาติขออนุญาตให้คนไทยพาเยี่ยมชม หรือมี ไกด์นำพามาด้วยถึงอนุญาตเข้าเยี่ยมชมได้ ไม่อนุญาต ชาวต่างชาติมาเพียงรำพังเพียงคนเดียว เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ มีกฎระเบียบข้อบังคับต้องปฏิบัติตามกฎทางกองทัพเรือ ว่างไว้ ) ต้องกราบขออภัย ไว้ ณโอกาสนี้ด้วย )และได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสมัยกรุงธนบุรี พร้อมทั้งได้สัมผัสกับความงดงามของสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของสถานที่ต่าง ๆ ภายในพระราชวังเดิม

ทั้งนี้พระราชวังเดิมหรือพระราชวังกรุงธนบุรี สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปี พ.ศ. 2310 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้กับป้อมวิไชยประสิทธิ์ ปากคลองบางกอกใหญ่ อันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ด้วยมีป้อมปราการที่มั่นคง สามารถมองสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล และอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือในสมัยนั้น ความสำคัญอีกประการคือพระราชวังเดิมเป็นสถานที่พระราชสมภพของกษัตริย์ไทยหลายพระองค์ เช่น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภายในพระราชวังเดิมมีโบราณสถานที่สำคัญมากมาย ได้แก่ ท้องพระโรง, พระที่นั่งขวาง, พระตำหนักเก๋งคู่, พระตำหนักเก๋งพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารเรือนเขียว, ศาลศีรษะปลาวาฬ และป้อมวิไชยประสิทธิ์ ปัจจุบันที่นี่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม และ กองบัญชาการกองทัพเรือ โดยปกติการเยี่ยมชมจะต้องเข้าเที่ยวชมเป็นหมู่คณะ และทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 1 -2 สัปดาห์ มีค่าธรรมเนียมบำรุงโบราณสถานภายในพระราชวังเดิม ผู้ใหญ่ท่านละ 100.- บาท เด็กท่านละ 50.- บาท

รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรีระหว่างวันที่ 14-28 ธันวาคม 2562 สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม https://m.facebook.com/pg/wangdermpalace/about/ หรือโทรศัพท์ 0 2475 4117, และ 0 2472 7291

ถือได้ว่าเป็นโอกาสดี ๆ ที่เราจะได้เข้าเที่ยวชมพระราชวังเดิมกันอย่างง่ายดายและยังไม่มีค่าธรรมเนียม

ณโอกาสนี้ขอเรียนเชิญทุกท่านมาเที่ยวชมแผ่นดินนี้มีความหลังและมากราบสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ตราบนิจนิรันดร์

https://readthecloud.co/wang-derm/
10 สิ่งต้องดูในวังเดิม วังเดียวในสมัยกรุงธนบุรีที่เปิดแบบเสรี 15 วัน ตั้งแต่ วันที่ 14-28 ธันวาคม 62 ให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม ฟรีๆๆๆ

กรมการทหารสื่อสาร
23/10/2019

กรมการทหารสื่อสาร

๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช
ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
“พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย”

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
14/09/2019

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน

14 กันยายน "วันบุรฉัตร"

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด (กัลยาณมิตร) ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 หลักจากสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ทรงเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งจเรทหารช่างเป็นพระองค์แรกของประเทศไทย ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมรถไฟหลวง และโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ทรงได้บุกเบิกกิจการต่างๆ ของกรมรถไฟหลวงให้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ที่สำคัญคือทรงเปลี่ยนหัวรถจักรไอน้ำลากจูงแบบเดิมมาเป็นหัวรถจักรดีเซล ซึ่งถือว่าเป็นชาติแรกที่นำเข้ามาใช้งานในทวีปเอเชีย

ในด้านการคมนาคมและการสื่อสาร ทรงเป็นผู้แรกที่ริเริ่มการทดลองเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงขนาดเล็ก จนเมื่อปี พ.ศ. 2473 จึงได้เปิดเป็นกิจการส่งวิทยุกระจายเสียขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อสถานีว่า สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยในด้านกิจการบิน โดยทรงวางรากฐานให้เกิดกิจการการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศขึ้น โดยการจัดตั้งบริษัทเดินอากาศและเปิดเส้นทางพาณิชย์ ที่ถือเป็นก้าวแรกของกิจการการบินของสยาม ในบั้นปลายพระชนมชีพ เสด็จย้ายไปประทับ ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี พ.ศ. 2476 ตราบจนสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2479 พระชันษา 55 ปี จากพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติมาโดยตลอด จนเกิดเป็นการพัฒนาประเทศจนถึงทุกวันนี้ จึงทรงได้รับการถวายพระเกียรติเป็น พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย และพระบิดาแห่งการรถไฟไทย

พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร ให้การต้อนรับนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 28 คน พร้อมคุณครู จำนวน 3 ท่าน จากโรงเรียนอนุบาลดารวี โดยม...
14/08/2019

พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร ให้การต้อนรับนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 28 คน พร้อมคุณครู จำนวน 3 ท่าน จากโรงเรียนอนุบาลดารวี โดยมี พ.ท. มนรัตน์ วัฒนไพรสาณฑ์ หน.สภ.กวก.สส. เป็นผู้บรรยาย และนำชมพิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร เมื่อวันที่ 14 ส.ค.62 เวลา 0930 - 1100

พิพิธภัณฑ์​ทหารสื่อสาร​ ให้การต้อนรับ​ พ.อ.​ สุรเดช​ เคารพครู​ รอง​ ผอ.สผอ.สส.ทหาร​ พร้อมคณะ ในโอกาสมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์...
08/08/2019

พิพิธภัณฑ์​ทหารสื่อสาร​ ให้การต้อนรับ​ พ.อ.​ สุรเดช​ เคารพครู​ รอง​ ผอ.สผอ.สส.ทหาร​ พร้อมคณะ ในโอกาสมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์​ทหาร​สื่อสาร​ โดยมี​ พ.อ.​ ชาญณรงค์​ สุวรรณรัตน์​ และ​ พ.ต.​ เปรมปราโมช​ ชุ่มชื่น​ เป็นผู้บรรยายและให้การต้อนรับ​ เมื่อวันที่​ 8​ สิงหาคม​ 2562 เวลา​ 1000

กรมการทหารสื่อสาร
07/08/2019

กรมการทหารสื่อสาร

ประกาศกรมการทหารสื่อสาร เรื่อง รับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือนชายเพื่อบรรจุเป็นนายทหารประทวน จำนวน 3 อัตรา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน
26/06/2019

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน

" ปู่ฉันตายวันนี้ " : ม.ร.ว.ปิยฉัตร ฉัตรชัย (Piyachatra Chatrajaya)
.
ปู่ฉันชื่อ “บุรฉัตร” ฉันว่าชื่อปู่เท่ดีจนมีคนเอาไปทำตราติดบนรถไฟดีเซลของเมืองไทยทุกคัน ฉันไม่เคยเจอปู่เพราะปู่ตายก่อนฉันเกิดนานมาก ความจริงปู่ตายตั้งแต่พ่อยังเป็นเด็กอยู่ด้วยซ้ำไป แต่ “มรดก” ของปู่ยังมีให้เห็นเต็มไปหมดในเมืองไทย รถไฟก็ใช่ สายการบินก็ใช่ โรงแรมเก๋ๆ ที่หัวหินก็ใช่ วิทยุกระจายเสียงก็ใช่ ทหารสื่อสารก็ใช่ ฯลฯ ปู่ทำอะไรดีๆ ไว้มากมาย ปู่ดูแลจัดการกองกรมกระทรวงเยอะแยะไปหมด ยกเว้นกรมเดียวที่ปู่จัดการไม่ได้คือ “กรมข่าวลือ”
.
ตอนที่ปู่ยังมีงานทำ เขาก็ลือให้ลั่นว่าปู่ร่ำรวย มีที่ดินมหาศาล เวลาตัดรถไฟไปทางไหน เขาก็ว่า “นั่นว่าประไร ต้องได้ที่ดินอีกอื้อเป็นแท้” ปู่คงคิดเหมือนที่คุณชายคึกฤทธิ์ (หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช) ท่านว่าไว้คือไม่สนใจ คิดว่าคำพวกนั้นเป็นเสมือน ‘หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง’ (ใครคิดว่าหยาบคาย เชิญติดต่อคุณชายคึกฤทธิ์เอาตามสะดวก) จนเมื่อปู่หมดอำนาจนั่นแล ถึงได้รู้ว่าปู่ไม่ได้มีอะไรเลย ที่ดินที่ “ว่ากันว่า” เป็นของปู่ ที่แท้ปู่กันไว้ให้สำหรับการรถไฟทั้งนั้น รวมทั้งที่ดินใกล้ๆ สวนจตุจักรที่กลายเป็นศูนย์การค้านั่นด้วย การรถไฟฯ มีที่ดินมากมายจากที่ปู่จัดการไว้ให้ ถ้าบริหารดีๆ การรถไฟฯ น่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ร่ำรวยและเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนได้ดีกว่านี้
.
สมัยที่ปู่ทำงานรถไฟ ชาวยุโรปเคยมานั่งรถไฟของไทยและเอ่ยปากชมไว้ในหนังสือของตัวเอง (ไม่ได้ชมกับปู่) ว่ารถไฟของไทยวิเศษจริงๆ และดีกว่ารถไฟที่อังกฤษทำไว้ใช้ในมลายูเสียอีก
.
ปู่เป็นคนรุ่นแรกๆ ที่ไปพัฒนาหัวหินจนกลายเป็นที่ตากอากาศชื่อดังตั้งแต่ก่อนยุคปริศนาจนถึงปรัตยุบัน ปู่สร้างโรงแรม ตัดทางรถไฟ สร้างตลาด สร้างสนามกอล์ฟ ปู่สร้างของเหล่านี้ไว้ให้คนอื่นไปพัก - ไปใช้ แต่ปู่กลับไม่มีที่ดินในหัวหินเลยสักผืนเดียว ถ้าเป็น “นักกินเมือง” สมัยนี้ ฉันว่าคงไม่เหลือรอดแม้เพียงครึ่งวา
.
มีคนยกย่องปู่เป็นบิดาเรื่องโน้นนี่ ตั้งอนุสาวรีย์ไว้กราบไว้และขอหวย แต่ไม่มีใครทำตามปู่เรื่องความซื่อสัตย์เลย ปู่เป็นคนรักชาติและภักดีกับพระมหากษัตริย์อย่างสุดชีวิต วันที่เขา “ปลดเจ้า” เช้าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ปู่แอบหนีออกจากกรุงเทพฯ ขับรถไฟหลบหลีกขบวนการปฏิวัติไปหัวหินเพื่อกราบบังคมทูลให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงทราบถึงเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ เพราะไอโฟนหรือ Blackberry มันยังไม่มีในสมัยนั้น ทั้งๆ ที่ถ้าเขาจับปู่ได้ระหว่างทาง ปู่คงได้นอนหลับตลอดกาลบนรถไฟที่ปู่รักนั่นเอง
.
เมื่อเขาเปลี่ยน “เจ้า” ให้เป็น “เจว็ด” ริบงานการทุกอย่างที่ปู่เคยทำ ปู่เลยย้ายไปทำงานที่สิงคโปร์ วันที่ปู่ตาย เขาหามปู่ออกจากบ้าน ปู่มองไปบนเพดานแล้วปู่ก็บอกว่าเห็นกระบวนแห่ริ้วฉัตรสะบัดไสวสวยงามตระการตา คงมีคนดีๆ มารับปู่ไปอยู่ด้วยให้สมกับความดีที่ปู่เคยทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ ด้วยความจงรักภักดี ตลอดจนประโยชน์นานัปการที่สร้างไว้ให้กับแผ่นดินไทย
.
ปู่เริ่มต้นลมหายใจแรกที่เมืองไทย และฝากลมหายใจสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๙ ที่สิงคโปร์ ปู่ได้กลับเมืองไทยที่ปู่รักอีกครั้งกับร่างไร้วิญญาณด้วยวัยเพียง ๕๕ ปี
.
โอกาส ๘๐ ปีแห่งวันสิ้นพระชนม์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
๑๔ กันยายน ๒๔๗๙ - ๒๕๕๙
.
(พระรูปลงสีโดย นักเรียนเก่า มว.๔๑๙๖๔)

ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ในเพจฯ ขอบคุณคุณ Patiwat Sukprakob

"๙๕ ปีเหล่าทหารสื่อสาร"  ๒๗ พฤษภาคม​ ๒๕๖๒ร่วมน้อมรำลึกในพระกรุณา​ธิคุณของ​ พลเอก​ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ​ กรมพระกำแพงเพชรอัคร...
27/05/2019

"๙๕ ปีเหล่าทหารสื่อสาร"
๒๗ พฤษภาคม​ ๒๕๖๒

ร่วมน้อมรำลึกในพระกรุณา​ธิคุณของ​ พลเอก​ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ​ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน​ พระบิดาเหล่าทหารสื่อสาร​ ทรงเป็นองค์ผู้ก่อกำเนิดเหล่าทหารสื่อสารขึ้นในกองทัพบก​ ✨

KMUTTLibrary
27/05/2019

KMUTTLibrary

#KMUTTLibrary #วันนี้ในอดีต

ห้องสมุด กรมการทหารสื่อสาร
13/04/2019

ห้องสมุด กรมการทหารสื่อสาร

💦💦🎉สุขสันต์​วันสงกรานต์​จ้าาาา🎉💦💦
มาเล่นน้ำคลายร้อนกันค้าาา​ 🌞💦💦อ่ะ​... ปิ้ววว​ ปิ้วววว💦
อย่าลืมไปรดน้ำขอพรจากญาติผู้ใหญ่กันด้วยน๊าาา

📌ขับขี่หรือเดินทางไปไหนก็ขอให้ปลอดภัย​🚘 เล่นน้ำไร้อันตราย​ สุขสดชื่นตลอดปี​ นะจ๊ะทุกคน​ 😇
#สุขสันต์วันสงกรานต์​ #สวัสดีปีใหม่ไทย​ 🎉🎊🎋

On This Day
20/03/2019

On This Day

#OnThisDay

20 มีนาคม พ.ศ. 2540
เรือหลวงจักรีนฤเบศร ขึ้นระวางประจำการ

เรือหลวงจักรีนฤเบศร (HTMS Chakri Naruebet ; CVH-911) เป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกและลำเดียวของราชนาวีไทย ประจำการในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ เป็นเรือที่ต่อขึ้นจากประเทศสเปน โดยนำแบบมาจากเรือ ปรินซีเปเดอัสตูเรียส (Principe de Asturias) ของกองทัพเรือสเปน โดยปรับปรุงระบบขับเคลื่อน ระบบควบคุมการบิน ระบบอาวุธ และลดระวางขับน้ำลงเหลือสองในสาม ขึ้นระวางประจำการเมื่อ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 ได้ใช้งานปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการและช่วยเหลือภัยพิบัติตลอดน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน

ประวัติ
ในปี พ.ศ. 2532 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพร กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ซึ่งทางกองทัพได้ใช้เรือและอากาศยานในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ประสบปัญหาคือเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้นไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบาก การมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยจะสามารถใช้ในการค้นหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็วและทันการ และหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวนและระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย

เดิมรัฐบาลไทยได้วางแผนจัดซื้อเรือบัญชาการสนับสนุนการยกพลขึ้นบก ขนาดระวาง 7,800 ตันจากบริษัทเบรเมอร์ วัลแคนของเยอรมนี แต่ได้ทำการยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 และทำการจัดซื้อใหม่จากบริษัทบาซัน ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและต่อเรือปรินซีเปเดอัสตูเรียส เรือธงของกองทัพเรือสเปนในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ลงนามโดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลสเปนในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 7,100 ล้านบาท

เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เริ่มสร้างในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และมีการวางกระดูกงูในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปทำพิธี ได้มีการทดลองแล่นเรือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2539-เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 ร่วมกับกองทัพเรือสเปนที่โรต้า (Rota) ประเทศสเปน รับมอบเรือและขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 โดยมีพลเรือเอก วิจิตร ชำนาญการณ์ เป็นผู้รับมอบ เรือได้รับหมายเลข 911 และเดินทางถึงประเทศไทยในต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เรือได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อความเป็นสิริมงคล

กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี และใช้คำขวัญว่า ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร

เรือหลวงจักรีนฤเบศรขึ้นระวางประจำการสังกัดกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ โดยมีนาวาเอกสุรศักดิ์ พุ่มพวง เป็นผู้บังคับการเรือ ปัจจุบันมีนาวาเอก เอตม์ ยุวนางกูร เป็นผู้บังคับการเรือคนที่ 8 (หมดวาระ กันยายน พ.ศ. 2559)

ลักษณะจำเพาะ
เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดเล็กที่สุดในโลก นำแบบแผนมาจากเรือ ปรินซีเปเดอัสตูเรียส ของกองทัพเรือสเปนซึ่งพัฒนามาจากแบบแผนเรือควบคุมทะเล (Sea Control Ship - SCS) ของกองทัพเรือสหรัฐ โดยลดระวางขับน้ำลง มีระวางขับน้ำเต็มที่ 11,544 ตัน มีความยาวตลอดลำ 182.6 เมตร ความยาวที่แนวน้ำ 164.1 เมตร ความกว้างกลางลำที่แนวน้ำ 22.5 เมตร ความกว้างดาดฟ้าบิน 30.5 เมตร ความสูงถึงดาดฟ้าบิน 18.5 เมตร ความสูงยอดเสา 42 เมตร และกินน้ำลึกเต็มที่ 6.2 เมตร ตัวเรือถึงฐานเรดาห์สร้างด้วยเหล็กเหนียว (Mild steel) พื้นดาดฟ้าบินสร้างด้วยเหล็กกล้าแรงดึงสูง (High Tensile Steel) และเสากระโดงเรือสร้างด้วยอะลูมิเนียมอัลลอยด์ กำลังพลประจำเรือประกอบด้วยนายทหาร 42 นาย พันจ่า 69 นาย จ่า 230 นาย พลทหาร 110 นาย และทหารประจำหน่วยบิน 146 นาย

เรือหลวงจักรีนฤเบศรขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์ผสมพลังงานดีเซลหรือแก๊ส (CODOG) แต่ละระบบเชื่อมต่อกับใบจักร 4 ใบ/พวง แบบปรับพิทช์ได้ ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล Bazán-MTU 16V1163 TB83 ( 5,600 แรงม้าที่ความเร็วลาดตระเวน) และเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ GE LM2500 (22,125 แรงม้า ใช้เมื่อต้องการเร่งสู่ความเร็วสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ) มีจำนวนอย่างละ 2 เครื่องยนต์ เรือหลวงจักรีนฤเบศรมีความเร็วสูงสุด 27 นอต แม้ว่าเรือจะทำความเร็วได้ที่ 17.2 นอตเมื่อใช้เครื่องยนต์ดีเซลเพียงอย่างเดียว เรือมีระยะทำการ 10,000 ไมล์ทะเลที่ความเร็ว 12 นอตและ 7,150 ไมล์ทะเลที่ความเร็ว 16.5 นอต

อาวุธและอากาศยาน
เรือหลวงจักรีนฤเบศรติดตั้งอาวุธปืน 20 มม. จำนวน 4 แท่นยิง[9] และอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันตนเองระยะประชิดชนิดพื้นสู่อากาศแบบแซดเรล (SADRAL) 3 แท่นยิง ใช้ลูกอาวุธปล่อยเป็นจรวดนำวิถีมิสทราล (Mistral) ซึ่งเป็นแบบนำวิถีเข้าสู่เป้าด้วยตนเอง อาวุธปล่อยนำวิถีถูกติดตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งระบบปล่อยอาวุธทางดิ่ง Mark 41 แบบ 8 ท่อยิงสำหรับยิงจรวดซีสแปร์โรว (Sea Sparrow) และระบบป้องกันระยะประชิดฟารังซ์ (Phalanx) อีก 4 แท่นยิง

เมื่อเข้าประจำการ เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้รับเครื่องฮ็อคเกอร์-ซิดเดลี่ย์ แฮริเออร์ เอวี-8เอส (ที่นั่งเดี่ยว) และ ทีเอวี-8เอส (สองที่นั่ง) มือสองจากกองทัพเรือสเปนเข้าประจำการจำนวน 9 ลำ ปัจจุบันประสบปัญหาการดูแลรักษาและขาดแคลนอะไหล่ ปลดประจำการหมดแล้วทั้ง 9 ลำ และยังมีเฮลิคอปเตอร์ซี ฮอร์ก เอส-70 บี จำนวน 6 เครื่อง เรือหลวงจักรีนฤเบศรมีความสามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 14 ลำ เช่น ไซคอร์สกี ซี คิง, ไซคอร์สกี เอส-76 และ ซีเอช-47 ชีนุก หรือเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง 12 ลำ มีโรงเก็บขนาด 2,125 ตารางเมตร สามารถเก็บอากาศยานได้ 10 ลำ มีดาดฟ้าบินขนาด 174.6 กว้าง 27.5 เมตร และมีสถานีรับ-ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าไว้บริการแก่อากาศยานที่นำเครื่องจอดลงบนดาดฟ้า ซึ่งดาดฟ้าบินนี้สามารถรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์ได้ทุกประเภท โดยน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดระหว่าง 7,000-136,000 กิโลกรัม กรณีเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่เช่น ชีนุก สามารถรับส่งได้ที่จุดรับ-ส่งที่ 4 เท่านั้น โดยการรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์นั้นสามารถรับ-ส่งได้ 5 เครื่องพร้อมกัน มีสกีจั๊ม 12° สำหรับให้เครื่องแฮริเออร์ขึ้นบิน มีลิฟท์สำหรับอากาศยาน 2 ตัวแต่ละตัวรับน้ำหนักได้ 20 ตัน และมีลิฟต์ลำเลียงสรรพาวุธอีก 2 ตัว

ระบบตรวจการและตอบโต้
ระบบตรวจการของเรือหลวงจักรีนฤเบศรประกอบไปด้วยเรดาร์อากาศ Hughes SPS-52C ย่านคลื่นความถี่ E/F และเรดาร์นำร่อง Kelvin-Hughes 1007 จำนวน 2 เครื่อง มีการเตรียมการที่จะติดตั้งเรดาร์ผิวน้ำ SPS-64 และโซนาร์ใต้ท้องเรือ แต่จนกระทั่งปี พ.ศ. 2551 ก็ยังไม่มีการติดตั้ง ส่วนควบคุมการยิงก็ยังไม่ได้ติดตั้งด้วยเช่นกัน

เรือยังติดตั้งเครื่องยิงเป้าลวง SBROC 4 เครื่องและเป้าลวงลากท้าย SLQ-32

ภายในเรือ
ภายในเรือจักรีนฤเบศรประกอบด้วยห้องต่างๆ ทั้งส่วนที่ใช้ปฏิบัติงาน และห้องพัก รวมกว่า 600 ห้อง โดยมีส่วนหลักๆ ดังนี้ สะพานเดินเรือซึ่งเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานของเรือ หอบังคับการบิน ห้องควบคุมการจราจรทางอากาศ ห้องอุตุนิยมวิทยา ห้องควบคุมดาดฟ้าบิน ห้องบรรยายสรุปการบิน ห้องศูนย์ยุทธการ และห้องครัว

โรงพยาบาล
โรงพยาบาลในเรือหลวงจักรีนฤเบศรมีหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ดูแลด้านการสุขาภิบาลหน่วยเรือ และให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์แก่กำลังพลของเรือและจัดกำลังพลช่วยเหลือหน่วยอื่นๆที่จัดขึ้นในกรณีพิเศษ ห้องรักษาพยาบาลประกอบด้วย ห้องตรวจโรค ห้องผ่าตัด ห้องเอกซ์เรย์ และห้องทันตกรรม ห้องผู้ป่วยสามารถรองรับผู้ป่วยได้ จำนวน 15 เตียง ห้องผู้ประสบภัย สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ จำนวน 26 เตียง

อื่น ๆ
ระบบไฟฟ้าภายในเรือหลวงจักรีนฤเบศรประกอบไปด้วยเครื่องขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 4 เครื่อง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 4 เครื่อง

เครื่องจักรช่วยและเครื่องจักรอื่นๆภายในเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ขนาด 155 ตัน จำนวน 3 เครื่อง เครื่องทำความเย็นขนาด 5 ตัน จำนวน 2 เครื่อง เครื่องปรับแต่งอาการโคลงของเรือจำนวน 2 ชุดเครื่อง เครื่องผลิตน้ำจืดแบบออสโมซิสผันกลับจำนวน 4 เครื่อง

ภารกิจ
เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ลำแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีระวางขับน้ำ 11,544 ตัน สามารถทนต่อคลื่นลมรุนแรงได้ในระดับ 9 ซึ่งคลื่นมีความสูง 13.8 เมตร

ภารกิจในอดีต
เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้มีภารกิจในเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังนี้

พายุไต้ฝุ่นซีตาห์
ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นซีตาห์ที่จังหวัดชุมพร เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้ไปยังพื้นที่ประสบภัย และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ตามตำบลที่ต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงจนการช่วยเหลือทางบกไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์จากเรือ นำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ติดอยู่ตามตำบลที่ต่างๆ

พายุไต้ฝุ่นลินดา
ในวันที่ 4–7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้ออกเรือเพื่อให้การช่วยเหลือเรือประมงในทะเล ที่ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นลินดาโดยลาดตระเวนจากสัตหีบไปยังเกาะกูด จังหวัดตราดจนถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เหตุการณ์อุทกภัยจังหวัดสงขลา
เรือหลวงจักรีนฤเบศร ออกเรือเพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 23–29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ซึ่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร ออกจากท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 และจอดทอดสมอเรือบริเวณเกาะหนู จังหวัดสงขลา ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เริ่มปฏิบัติการโดยใช้การบินตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 และส่งชุดปฏิบัติการพิเศษพร้อมเรือยางลำเลียงเอาอาหารและสิ่งของจำเป็นมอบแก่ผู้ประสบภัย

เหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงพนมเปญ
ในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2546 เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงพนมเปญ และมีชาวกัมพูชาเผาสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญได้รับความเสียหาย มีการเตรียมพร้อมในการอพยพเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยและประชาชนชาวไทยในกัมพูชาให้เดินทางกลับประเทศไทย ในแผน "โปเชนตง 1" และเตรียมพร้อมปฏิบัติการบริเวณพื้นที่ด้านตะวันตกของเกาะกง นอกน่านน้ำกัมพูชา เป็นการปฏิบัติการในชื่อแผน "โปเชนตง 2" โดยอากาศยานบนเรือเตรียมพร้อมปฏิบัติการในการใช้กำลังทางทหารต่อกัมพูชา หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในแผนโปเชนตง 1

ภัยพิบัติคลื่นสึนามิ พ.ศ. 2547
ดูบทความหลักที่ : แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547
ในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ โดยกองเรือยุทธการจัดตั้งหมู่เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล โดยมีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 760 นาย ซึ่งประกอบด้วยเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงนเรศวรและชุดแพทย์เคลื่อนที่ โดยมีภารกิจหลักคือค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้การรักษาพยาบาลบริเวณเกาะต่างๆ และพื้นที่ทะเลด้านใต้ของเกาะภูเก็ต และเก็บกู้ศพและลำเลียงศพจากเกาะพีพีดอน นอกจากนั้นยังให้การสนับสนุนและรับการตรวจเยี่ยมจากนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะและกองทัพเรือ

เหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย พ.ศ. 2553
ในเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2553 เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เดินทางออกจากฐานทัพเรือสัตหีบ เดินทางถึงจังหวัดสงขลา โดยทอดสมอที่เกาะหนู เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เหตุการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี (เกาะเต่า)
ในเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 กองทัพเรือได้จัดตั้งหมู่เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล กรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ เกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยสั่งการให้เรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมด้วยอากาศยาน ร.ล.สุโขทัย และเรือของกองทัพเรืออีกหลายลำออกเดินทางไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดค้างบนเกาะเต่า โดยลำเลียงผู้ประสบภัยจำนวนทั้งสิ้น 743 คน เดินทางมายังท่าเทียบเรือจุกเสม็ด

เครดิตข้อมูล : วิกิพีเดีย
ขอขอบคุณ : เจ้าของภาพทุกท่าน

ที่อยู่

กรมการทหารสื่อสาร149 ถ.พระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต
Amphoe Dusit
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:00
อังคาร 08:30 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

02-2975279

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสารผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง พิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Amphoe Dusit

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เห็นแล้วอยากทำอะไรสักอย่างแต่ลืม