Pathumthani Plant Protection Division

Pathumthani Plant Protection Division ศึกษา พัฒนา ทดสอบ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการบริหารศัตรูพืชและ การจัดการดินและปุ๋ย
(1)

เปิดเหมือนปกติ

06/02/2021
03/02/2021
21/01/2021
20/01/2021
19/01/2021
ภาควิชาปฐพีวิทยา (Department of Soil Science) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
22/12/2020

ภาควิชาปฐพีวิทยา (Department of Soil Science) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ภาควิชาปฐพีวิทยา
เนื่องด้วยโครงการบริการวิชาการดิน ปุ๋ย และสิ่งแวดล้อม ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดจำหน่ายชุดตรวจสอบดิน น้ำ และปุ๋ย เพิ่มผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้สนใจสามารถสอบถามและสั่งสินค้าได้ที่ https://shop.line.me/@kusoillab หรือแอดไลน์ https://lin.ee/xjE5Gq3 LINE ID @kusoillab

01/10/2020

แทนคำขอบคุณ รักและเคารพเสมอ
จากใจพวกเราชาวเกษตรปทุมธานี 💖

รู้จัก โรคไหม้ (Blast)…ภัยคุกคามนาข้าว
30/07/2020
รู้จัก โรคไหม้ (Blast)…ภัยคุกคามนาข้าว

รู้จัก โรคไหม้ (Blast)…ภัยคุกคามนาข้าว

นายสมโชค ณ นคร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูฝ....

ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดชัยนาท
24/07/2020

ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดชัยนาท

เฝ้าระวัง การระบาดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

Pathumthani Plant Protection Division's cover photo
16/07/2020

Pathumthani Plant Protection Division's cover photo

กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูอ้อย
14/07/2020
กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูอ้อย

กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูอ้อย

กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับบริษัทผลิตน้ำตาล นำร่องใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตทางธรรมชาติมาใช้ในการกำจัด....

05/07/2020
12/06/2020
12/06/2020
10/06/2020
06/03/2020
Kasetsart University
16/01/2020

Kasetsart University

4 เรื่องเด่นประเด็นร้อน เพื่อประชาชนไทย เกษตรกรไทย และ สังคมไทย อยู่มี มีสุข

ขอเชิญลงทะเบียน (ฟรี)
รับฟังการเสวนา/บรรยายพิเศษในงานเกษตรแฟร์ 2563

1 ก.พ.63 เวลา 13.00 -15.00 น.
บรรยายพิเศษ “ นวัตกรรมทดแทน แบน 3 สาร ”

3 ก.พ.63 เวลา 14.00 -17.00 น.
เสวนาวิชาการ “ อนาคตกัญชาไทย ”

5 ก.พ.63 เวลา 13.00-16.00 น.
เสวนาวิชาการ “ แนวคิดและวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงป่วย และการดูแลให้มีสุขภาพดีห่างไกลโรค ”

7 ก.พ.63 เวลา 13.00 -16.00 น.
เสวนาวิชาการ “ อยู่ให้รอดกับ PM 2.5 ”

สำรองที่นั่ง และลงทะเบียนล่วงหน้า ที่ลิงค์ด้านล่าง ... ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
https://sites.google.com/…/%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B…

กลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
06/10/2019

กลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช

#โปรโตซัว... #ทางเลือกใหม่ในการปราบหนูด้วยเชื้อจุลินทรีย์

#โปรโตซัวกำจัดหนูคืออะไร??
🐀โปรโตซัว Sarcocystis singaporensis เป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีขนาดเล็กมากและมีวงจรชีวิตระหว่างหนูและงูเหลือมเท่านั้น มีการขยายพันธุ์แบบไม่มีเพศและเจริญเติบโตในหนูและสุดท้ายสร้างเป็นซีสต์อยู่ในกล้ามเนื้อลำตัวหนู เมื่องูเหลือมกินหนูติดเชื้อ โปรโตซัวจะเข้าไปขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศบริเวณผนังลำไส้ และผลิตสปอร์โรซีสต์ ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการเจริญเติบโต ปะปนออกสู่ภายนอกพร้อมกับมูลงู
🐁พบระบาดแพร่หลายในหนูและงูเหลือมเฉพาะประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมประเทศไทยด้วย โดยระยะสปอร์โรซีสต์เท่านั้นที่ทำให้หนูติดเชื้อและเกิดโรคได้

#เชื้อโปรโตซัวทำให้หนูป่วยและตายอย่างไร??
เมื่อหนูกินเหยื่อโปรโตซัวแล้ว 7 - 15 วัน จึงแสดงอาการป่วยและตาย อันเนื่องจากน้ำท่วมปอด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ระบบการหายใจล้มเหลว

#เหยื่อโปรโตซัวใช้ปราบหนูที่ไหนได้บ้าง??
🌽นาข้าว ไร่ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว
🌴สวนปาล์มน้ำมัน มะพร้าว โกโก้ สวนผลไม้ ฯลฯ
🐖ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น ฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ ฯลฯ
🏡สถานที่อื่นๆ เช่น บ้านเรือน ตลาดและเขตชุมชนต่างๆ

#ข้อดีของเหยื่อโปรโตซัว
🐹มีความเฉพาะเจาะจงต่อหนูเท่านั้น (หนูพุกและหนูท้องขาว)
🐍ปลอดภัยต่อสัตว์ที่กินหนูเป็นอาหาร เช่น นกแสก เหยี่ยวนกเขาซิครา งู พังพอน แมวป่า ฯลฯ
🐈ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัข แมว ไก่ ฯลฯ
🧀เหยื่อสำเร็จรูป 1 ก้อน สามารถฆ่าหนูได้ 1 ตัว
🐀หนูไม่เกิดการเข็ดขยาดต่อเหยื่อ เนื่องจากอาการตายจะปรากฏ ต่อเมื่อหนูได้รับเชื้อโปรโตซัวแล้ว 7-10 วัน
🐝ไม่มีพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อม

#สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานสัตววิทยาการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร โทร 0-25794535 ต่อ 159 โทรสาร 0-29405396

🙏ขอบพระคุณ คุณดาราพร รินทะรักษ์ และ คุณณัฐฐิญา กาญจนนิธิพัฒน์ #กลุ่มงานสัตววิทยาการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร สำหรับข้อมูลและสาระดีๆค่ะ🙏

ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร
12/09/2019

ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร

รู้หรือไม่สมุนไพรบางชนิดป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้นะ

นร.ท่ามะขามฯ คิดค้นเครื่องตัดหน่อไม้ ลงทุนหลักร้อย ได้ไอเดียจากที่ดัดขนตา - ให้ความรู้
29/08/2019
นร.ท่ามะขามฯ คิดค้นเครื่องตัดหน่อไม้ ลงทุนหลักร้อย ได้ไอเดียจากที่ดัดขนตา - ให้ความรู้

นร.ท่ามะขามฯ คิดค้นเครื่องตัดหน่อไม้ ลงทุนหลักร้อย ได้ไอเดียจากที่ดัดขนตา - ให้ความรู้

นายอภิเชษฐ์ เกตุกร ผู้อำนวยการโรงเรียนท่ามะขามวิทยา อาจ …

09/08/2019
3chem30min

3chem30min

จำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตร

19/06/2019
19/06/2019
19/06/2019
19/06/2019
26/05/2019
26/05/2019
สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม
21/05/2019

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับเห็ด อันไหนกินได้ อันไหนกินไม่ได้ ดูกันดีๆนะเป็นห่วง
#ช่วงเวลากินเห็ด #เก็บเห็ด

ข้อมูลและภาพ : สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค

Soil Science Research Group DOA
21/05/2019

Soil Science Research Group DOA

#เกร็ดความรู้คู่ปฐพี
#ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน
ความรู้เกี่ยวกับปุ๋ยเคมีมาตรฐาน สูตรและปริมาณขั้นต่ำ และการนำไปใช้ประโยชน์

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
02/05/2019

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้เฝ้าระวังการระบาดของโรคใบปื้นเหลือง

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้เฝ้าระวังการระบาดของโรคใบปื้นเหลือง จะพบการเข้าทำลายในทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ มักจะพบอาการของโรคที่เกิดบริเวณใบล่างโคนต้นก่อนแล้วลุกลามสู่ใบยอด ด้านหน้าใบเป็นจุดกลมสีเหลือง ต่อมาแผลขยายใหญ่เป็นปื้นสีเหลืองตามแนวยาวของใบ พลิกดูด้านใต้หลังใบพบกลุ่มผงสีดำของเชื้อราคล้ายขี้ดินสอขึ้นอยู่เต็มไปหมด ถ้าอาการรุนแรงใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้ง และหลุดร่วงจากต้นได้ ทำให้ต้นกล้วยไม้ทิ้งใบหมด โดยจะสามารถพบการระบาดของโรคปื้นเหลืองได้ตลอดทั้งปี

เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ควรหมั่นสังเกตการระบาดของโรคปื้นเหลือง หากพบการระบาดของโรค ให้เกษตรกรเก็บใบที่เป็นโรคและใบที่ร่วงไปเผาทำลายนอกแปลง และพ่นด้วยสารคาร์เบนดาซิม 50% เอสซี อัตรา 10-20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรพิเนบ 70% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน โดยไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อเนื่องกันเกิน 3 ครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันการดื้อยาของเชื้อราสาเหตุโรค และควรพ่นให้ทั่วโดยเฉพาะด้านหลังใบที่มีกลุ่มผงสีดำของเชื้อรา

ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร
02/05/2019

ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร

เกษตรฯ แนะเพิ่มพท.กักน้ำจืด เตรียมรับมือน้ำทะเลหนุน รุกสวนกล้วยไม้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำจืด เตรียมรับมือน้ำทะเลหนุน รุกสวนกล้วยไม้
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาฤดูกาลต่าง ๆ เริ่มแปรปรวน โดยในช่วงฤดูฝน ฝนจะตกมากขึ้น แต่บางครั้งฝนก็มาเร็วหรือล่าช้า กว่าปกติ ไม่ตกในเดือน เม.ย.-พ.ค. เช่นเคย และในฤดูร้อนอากาศก็จะร้อนมากขึ้นและแห้งแล้งยาวนาน ซึ่งที่ผ่านมาชาวสวนกล้วยไม้โดยเฉพาะ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ประสบปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาตามแม่น้ำท่าจีน
ซึ่งค่าความเค็มที่สูงเกินกว่า 0.75 กรัมต่อลิตร หรือค่าการนำไฟฟ้า (EC) สูงเกินกว่า 750 ไมโครซีเมนส์
ต่อเซนติเมตร เป็นเวลานานจะส่งผลให้รากกล้วยไม้เริ่มไหม้ ใบมีสีเหลืองและเริ่มเหี่ยว เนื้อเยื่อแห้ง
ไม่เจริญเติบโต และอาจรุนแรงทำให้กล้วยไม้ตายได้ในที่สุด
ปี 2562 ช่วงต้น ม.ค. มีน้ำเค็มรุกเข้าสวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ แล้วกลับคืนสู่สภาพปกติ ล่าสุดยังไม่พบผลกระทบต่อสวนกล้วยไม้ แต่จากรายงานสถานการณ์ของกรมชลประทาน (30 เม.ย.62) เริ่มพบค่าความเค็มขยับสูงขึ้น แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้
ที่ประสบปัญหาฝนแล้ง - น้ำทะเลหนุนปะปนในแหล่งน้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ หมั่นตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้า
ของน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้หรือนำมาผสมปุ๋ย และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยใช้เครื่องวัด EC หรือ Salinity ตรวจวัดเอง หรือส่งน้ำไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานราชการ หากพบว่าแหล่งน้ำที่นำมารดกล้วยไม้ยังมีคุณภาพดี ให้สูบน้ำเข้ามาเก็บกักในบ่อพักให้เต็ม เพื่อสำรองไว้กรณีเกิดน้ำทะเลหนุน และควรรักษาระดับน้ำในบ่อพักน้ำในสวนกล้วยไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำข้างนอก เพื่อดันไม่ให้น้ำจากข้างนอก
ที่อาจเป็นน้ำเค็มไหลซึมเข้ามา นอกจากนี้ ควรเพิ่มพื้นที่ในการเก็บกักน้ำ เช่น ขุดบ่อเพิ่ม หรือ เพิ่มความลึกของบ่อเดิม เพื่อให้เก็บกักได้มากขึ้น ประกอบกับปรับเปลี่ยนวิธีการให้น้ำอย่างประหยัด ด้วยหัวสปริงเกอร์แบบประหยัดน้ำที่มีอัตราการใช้น้ำ 100-120 ลิตร ต่อ 1 หัว ในเวลา 1 ชั่วโมง
นายสำราญ กล่าวเพิ่มเติมกรณีพบน้ำมีค่าความเค็มสูงขึ้นว่า ควรลดอัตราการผสมปุ๋ยลงจากเดิม เนื่องจากปุ๋ยเป็นเกลือชนิดหนึ่งซึ่งจะเพิ่มความเค็มของน้ำ หากน้ำที่ผสมปุ๋ยแล้วมีค่าความเค็มสูงเกินไป
ปุ๋ยจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่รากหรือต้นกล้วยไม้ และควรเพิ่มปุ๋ยที่มีธาตุอาหารรองประเภทแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งสามารถลดความเป็นพิษของเกลือโซเดียมและคลอไรด์ในน้ำทะเลได้ในระดับหนึ่ง และปรับความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำให้อยู่ในช่วง pH 5.5 – 6.5 จะทำให้เกลือไบคาร์บอเนตในน้ำทะเลลดลงและ
ทำให้ธาตุอาหารต่าง ๆ ละลายออกมาในรูปที่เป็นประโยชน์กับกล้วยไม้มากขึ้น
*************************
กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : นาฏสรวง ข่าว / พฤษภาคม 2562
ข้อมูล: สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
19/04/2019

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

📣📣 เตือน !! ชาวสวนมะพร้าวระวังด้วงแรดระบาด

✔️✔️ โดยตัวเต็มวัยด้วงแรดเข้าทำลายพืช โดยการบินขึ้นไปกัดเจาะโคนทางใบหรือยอดอ่อนของมะพร้าว รวมทั้งเจาะทำลายยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ ทำให้ใบที่เกิดใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้วๆ คล้ายหางปลา หรือรูปพัด ถ้าโดนทำลายมากๆ จะทำให้ใบที่เกิดใหม่แคระแกรน รอยแผลที่ถูกด้วงแรดมะพร้าวกัดเป็นเนื้อเยื่ออ่อนทำให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาวางไข่ หรือเป็นทางให้เกิดยอดเน่า จนถึงต้นตายได้ในที่สุด ด้วงแรดมะพร้าวในระยะตัวหนอน ส่วนใหญ่พบตามพื้นดินในบริเวณที่มีการกองปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก จะกัดกินและทำลายระบบรากของมะพร้าวปลูกใหม่ ทำให้พบอาการยอดเหี่ยวและแห้งเป็นสีน้ำตาล ต้นแคระแกรนไม่เจริญเติบโต

การควบคุมและการป้องกันกำจัด

๑. วิธีเขตกรรม ทำความสะอาดบริเวณสวนมะพร้าวเพื่อกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีมานาน ถ้ามีกองปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก กองขยะ กองขี้เลื่อย แกลบ ควรกำจัดออกไปจากบริเวณสวน หรือกองให้เป็นที่แล้วหมั่นกลับเพื่อตรวจดู หากพบหนอนให้จับมาทำลายหรือเผากองขยะนั้นเสีย ส่วนของลำต้นและตอมะพร้าวที่โค่นทิ้งไว้ หรือมะพร้าวที่ยืนต้นตายควรโค่นลงมาเผาทำลาย ต้นมะพร้าวที่ถูกตัดเพื่อปลูกทดแทน ถ้ายังสดอยู่
เผาทำลายไม่ได้ ควรทอนออกเป็นท่อนสั้นๆ นำมารวมกันไว้ ปล่อยให้ผุสลายล่อให้ด้วงแรดมาวางไข่ ด้วงจะวางไข่ตามเปลือกมะพร้าวที่อยู่ติดกับพื้นดินเพราะมีความชุ่มชื้นสูงและผุเร็ว เผาทำลายท่อนมะพร้าวเพื่อกำจัดทั้งไข่ หนอน และดักแด้ของด้วงแรดมะพร้าว ตอมะพร้าวที่เหลือให้ใช้น้ำ มันเครื่องใช้แล้วราดให้ทั่วตอเพื่อป้องกันการวางไข่ได้

๒. การใช้ชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม (Metarhizium sp.) ใส่ไว้ตามกองขยะ กองปุ๋ยคอก หรือท่อนมะพร้าวที่มีหนอนด้วงแรดมะพร้าวอาศัยอยู่ เกลี่ยเชื้อให้กระจายทั่วกอง เพื่อให้เชื้อมีโอกาสสัมผัสกับตัวหนอนให้มากที่สุด รดน้ำให้ความชื้น หาวัสดุ เช่น ใบมะพร้าวคลุมกองไว้ เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันแสงแดด เชื้อจะทำลายด้วงแรดมะพร้าวทุกระยะการเจริญเติบโต

๓. การใช้สารเคมี

๓.๑ ต้นมะพร้าวอายุ ๓-๕ ปี ซึ่งยังไม่สูงมากนัก ใช้ลูกเหม็นใส่บริเวณคอมะพร้าวที่โคนทางใบรอบๆ ยอดอ่อน ทางละ ๒ ลูก ต้นละ ๖-๘ ลูก กลิ่นของลูกเหม็นจะไล่ ไม่ให้ด้วงแรดมะพร้าวบินเข้าไปทำลายคอมะพร้าว

๓.๒ ใช้สารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส ๔๐% อีซี อัตรา ๘๐ มิลลิลิตรต่อน้ า ๒๐ ลิตร หรือไดอะซินอน ๖๐% อีซี อัตรา ๘๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน ๒๐% อีซี อัตรา ๘๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ราดบริเวณคอมะพร้าวตั้งแต่โคนยอดอ่อนลงมาให้เปียก โดยใช้ปริมาณ ๑-๑.๕ ลิตรต่อต้น ทุก ๑๕-๒๐ วัน ควรใช้ ๑-๒ ครั้งในช่วงระบาด

✏️✏️ สอพ

16/10/2018
Research Cafe

Research Cafe

"ปุ๋ยสั่งตัด" ถึงเวลาที่เกษตรกรไทยต้องตรวจดิน
.
ดินในประเทศไทยมากกว่า 200 ชนิด มีธาตุอาหารไม่เหมือนกัน
ปุ๋ยในท้องตลาดจึงเหมือน “เสื้อโหล” ที่หยาบเกินไปสำหรับดิน
.
ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ ใช้วิทยาศาสตร์ศึกษาดิน ระดับพลิกโฉม
แต่ทุกอย่างกลับเข้าใจง่าย ด้วยชุดตรวจสอบ NPK ในดิน
ใช้เวลาเพียง 30 นาทีรู้ผลเลย ว่าดินต้องการอะไร
.
โครงการวิจัย : การจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่ ("ปุ๋ยสั่งตัด") เพื่อการผลิตข้าว ข้าวโพด และอ้อยอย่างยั่งยืน
นักวิจัย : ศ.ดร. ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ สังกัดภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
.
สนับสนุนการวิจัยโดย สกว.

05/10/2018

ที่อยู่

Amphoe Muang Pathum Thani
12000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

025777967

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pathumthani Plant Protection Divisionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pathumthani Plant Protection Division:

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Amphoe Muang Pathum Thani

แสดงผลทั้งหมด