20/08/2026
🫀 เจ็บหน้าอกแบบไหน...ถึงเรียกว่า "อันตราย"?
จากคอลัมน์ "สารานุกรมทันโรค" นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 373 (พฤษภาคม 2553) ได้อธิบายไว้ว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากไขมันสะสมในผนังหลอดเลือดจนตีบแคบลง หากอุดตันเฉียบพลันจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดถึงขั้นตายได้ครับ
🔍 เจ็บหน้าอกแบบนี้...ไม่ใช่โรคหัวใจเสมอไป
หลายคนพอเจ็บหน้าอกก็ตกใจว่าเป็นโรคหัวใจ แต่ความจริงมีหลายโรคที่อาการคล้ายกันมากครับ
แสบลิ้นปี่ตอนหิวหรือก่อนกินข้าว มักเป็นโรคกระเพาะ
แสบร้อนเรอเปรี้ยวหลังกินอิ่ม หรือนอนราบแล้วเป็น มักเป็นกรดไหลย้อน
ปวดบิดใต้ชายโครงขวานาน 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมง หลังกินของมันๆ อาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
ตัวช่วยแยกคร่าวๆ คือ อาการหัวใจขาดเลือดมักเจ็บแบบจุกแน่นกลางอก ร้าวไปไหล่ซ้าย-แขน-คอ เป็นเวลาไม่กี่นาทีแล้วดีขึ้นเมื่อได้พักครับ แต่ถ้าเจ็บต่อเนื่องนานเกิน 15-20 นาทีแม้พักแล้วไม่ดีขึ้น นั่นคือสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
⚠️ ผู้สูงอายุ-เบาหวาน ระวังเป็นพิเศษ
บางคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน อาจไม่มีอาการเจ็บอกชัดเจนเลย แต่มาด้วยเหงื่อแตกตัวเย็น หายใจหอบเหนื่อย หน้ามืด วูบ หรือคลื่นไส้รุนแรงแทน ถ้าคนที่บ้านมีอาการแบบนี้ผิดปกติ อย่าเพิ่งชะล่าใจว่า "ไม่เจ็บอกคงไม่ใช่หัวใจ" นะครับ
💊 รักษายังไงบ้าง
ถ้าตรวจพบว่าหลอดเลือดตีบ แพทย์อาจให้ยาขยายหลอดเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือถ้าตีบรุนแรงก็อาจต้องทำบัลลูนใส่ขดลวด (stent) หรือผ่าตัดบายพาสครับ
📌 อัปเดตข้อมูลปี 2569
ในผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แนวทางการรักษาปัจจุบันเน้นให้ยาลดไขมันกลุ่ม Statin ขนาดสูงตั้งแต่แรกร่วมด้วยทันที เพื่อช่วยให้คราบไขมันในหลอดเลือดมีความมั่นคงขึ้นและลดการอักเสบ ไม่ใช่รอจนอาการคงที่ก่อนค่อยเริ่มเหมือนในอดีตครับ (อ้างอิง : ACC/AHA Guideline for Acute Coronary Syndromes)
ส่วนเรื่องแอสไพริน ปัจจุบันแพทย์ไม่แนะนำให้คนทั่วไปที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจเริ่มกินเองเพื่อป้องกัน โดยเฉพาะถ้าอายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาจมากกว่าประโยชน์ที่ได้ ส่วนคนที่เคยเป็นโรคหัวใจหรือเส้นเลือดสมองมาก่อน ยังคงต้องกินต่อตามที่แพทย์สั่งเช่นเดิมครับ (อ้างอิง : U.S. Preventive Services Task Force)
🚑 ถ้าสงสัยว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน
ห้ามขับรถไปโรงพยาบาลเอง ให้รีบโทรสายด่วน 1669 ทันที เพื่อให้ทีมแพทย์เริ่มประเมินและดูแลได้ตั้งแต่ระหว่างทางครับ
⚠️ หากมีอาการเจ็บหน้าอกเฉพาะตัว หรือไม่แน่ใจว่าควรกินยาชนิดใด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนนะครับ
แฟนเพจ "หมอชาวบ้าน" ใครเคยเจ็บหน้าอกแล้วแยกไม่ออกว่าเป็นโรคกระเพาะหรือโรคหัวใจกันไหมครับ?
ที่มา: คอลัมน์สารานุกรมทันโรค นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 373 (พฤษภาคม 2553) / ACC/AHA Guideline for Acute Coronary Syndromes 2025 / USPSTF
#หมอชาวบ้าน