14/08/2026
เคยสงสัยกันไหมว่า เงินที่เราถูกหักหรือเงินที่นายจ้างสมทบให้ในทุก ๆ เดือนนั้น แท้จริงแล้วถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร? และในฐานะ "ผู้ประกันตน" หรือ "ลูกจ้าง" เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือถึงวัยเกษียณ เราจะได้รับความคุ้มครองอะไรบ้าง?
หลายคนยังคงสับสนระหว่าง "กองทุนเงินทดแทน" และ "กองทุนประกันสังคม" ซึ่งทั้งสองกองทุนนี้มีวัตถุประสงค์ เงื่อนไข และการให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาเจาะลึกและเช็กสิทธิของตัวเองไปพร้อมกันเลย 👇
🏢 กองทุนเงินทดแทน
เงื่อนไขสำคัญ: ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต "อันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้าง" เท่านั้น
เงินสมทบ: นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบให้ 100%
🤝 กองทุนประกันสังคม
เงื่อนไขสำคัญ: ให้หลักประกันและความคุ้มครองในชีวิตประจำวันทั่วไป "ในกรณีที่ไม่เนื่องจากการทำงาน"
เงินสมทบ: ได้รับเงินสมทบร่วมกันจาก 3 ฝ่าย คือ นายจ้าง + ลูกจ้าง + รัฐบาล
📑 เจาะลึกสิทธิประโยชน์ที่คุณควรรู้
🏢 ฝั่งที่ 1 กองทุนเงินทดแทน (คุ้มครองสิทธิประโยชน์ 4 กรณีจากการประสบอันตรายอันเนื่องมาจากการทำงาน)
เมื่อเกิดเหตุจากการทำงาน ลูกจ้างจะได้รับความคุ้มครองและเงินทดแทน ดังนี้:
1. 🩺 ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามความรุนแรงของอาการ)
กรณีป่วย/บาดเจ็บทั่วไป: จ่ายตามจริงไม่เกิน 65,000 บาท
กรณีป่วย/บาดเจ็บรุนแรงหรือเรื้อรัง: จ่ายตามจริงไม่เกิน 165,000 บาท
หากไม่เพียงพอ สามารถขยายวงเงินเพิ่มได้ตามเกณฑ์: จ่ายเพิ่มได้อีก 300,000 บาท
➡️ หากอาการหนักรักษาต่อ จ่ายเพิ่มได้อีกไม่เกิน 500,000 บาท
➡️ รวมทั้งสิ้นสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท
🔥 สิทธิพิเศษที่ต้องรู้: หากลูกจ้างเข้ารับการรักษาใน "สถานพยาบาลของรัฐ" ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการรักษา (หรือมีเหตุจำเป็นที่ต้องเข้าเอกชนก่อนแต่ย้ายมารัฐในภายหลัง) จะสามารถ จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นจนสิ้นสุดการรักษา โดยไม่มีเพดานจำกัดสูงสุด 1 ล้านบาท
2. 💰 ค่าทดแทนรายเดือน (70% ของค่าจ้างรายเดือน)
คำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน (ได้รับเงินทดแทนสูงสุดไม่เกิน 14,000 บาท/เดือน)
- กรณีแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว: จ่ายตั้งแต่วันแรก รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี
- กรณีสูญเสียอวัยวะ: จ่ายไม่เกิน 10 ปี
- กรณีทุพพลภาพ: จ่ายให้ตลอดชีวิต
- กรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย: จ่ายนาน 10 ปี ให้แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย
3. ⚰️ ค่าทำศพ
จ่ายตามจริงให้แก่ผู้จัดการศพในอัตรา 50,000 บาท (ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง)
4. 🦾 ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน (สำหรับลูกจ้างที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู)
ด้านการแพทย์: ค่ากายภาพบำบัดไม่เกิน 200 บาท/วัน และค่ากิจกรรมบำบัดไม่เกิน 100 บาท/วัน (รวมกันไม่เกิน 24,000 บาท)
ค่าบำบัดรักษาและผ่าตัดเพื่อการฟื้นฟู: ไม่เกิน 40,000 บาท (หากจำเป็นเพิ่มได้อีก 140,000 บาท) รวมแล้วไม่เกิน 180,000 บาท โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการการแพทย์
ค่าวัสดุและอุปกรณ์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู: รวมกันไม่เกิน 160,000 บาท (ตามอัตรากระทรวงการคลัง)
ด้านอาชีพ: ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่หน่วยงานของสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ดำเนินการ ไม่เกิน 24,000 บาท
🤝 ฝั่งที่ 2: กองทุนประกันสังคม (คุ้มครองสิทธิประโยชน์ 7 กรณีทั่วไป)
สำหรับกรณีใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน ประกันสังคมจะเข้ามาช่วยดูแลสิทธิประโยชน์พื้นฐานครอบคลุม 7 ด้าน ดังนี้
1. 🤕 ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย: สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลตามสิทธิได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2. 👶 คลอดบุตร: รับเงินเหมาจ่ายค่าคลอดบุตร พร้อมเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร
3. ♿ ทุพพลภาพ: รับเงินชดเชยการขาดรายได้รายเดือน พร้อมสิทธิการรักษาพยาบาล
4. 👪 สงเคราะห์บุตร: รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือนสำหรับบุตร (ตามจำนวนและอายุที่กฎหมายกำหนด)
5. 🚫 ว่างงาน: รับเงินชดเชยระหว่างว่างงานหรือหางานใหม่ ทั้งในกรณีลาออกเอง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ถูกเลิกจ้าง
6. 👴 ชราภาพ: หลักประกันยามเกษียณ โดยจะได้รับเป็น "เงินบำเหน็จ" (เงินก้อน) หรือ "เงินบำนาญ" (รายเดือนตลอดชีวิต) ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่งเงินสมทบ
7. 🕯️ ตาย: รับค่าทำศพ และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตให้แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย
การรู้สิทธิประโยชน์ของตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนทำงานทุกคน เพราะทุก ๆ สิทธิคือหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของเราและครอบครัว
“อุ่นใจ มีจริง กับกองทุนเงินทดแทน”
📞 สอบถามข้อมูลประกันสังคมได้ที่ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง