26/03/2025
ออกหลวงมงคลผู้แก่กล้าวิทยาคุณ
ในระหว่าง พ.ศ. ๒๑๗๐-๒๑๗๑ ขณะที่พระเจ้าทรงธรรมกษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยาทรงพระประชวรหนัก พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะสงวนพระราชสมบัติให้แก่พระราชโอรส แต่พระอนุชาก็ประสงค์จะได้ครองราชย์สมบัติต่อ เยเรเมียส ฟอนฟรีต หรือ วันวลิตฝรั่งชาติฮอลันดา บันทึกไว้ในจดหมายเหตุว่า
**ในอาณาจักรสยามมีกฎหมายสำคัญบทหนึ่ง ซึ่งบ่งว่าพระอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินสวรรคต ต้องได้ครองราชย์สมบัติ และให้ตัดสิทธิ์พระราชโอรส การฝ่าฝืนกฎหมายนี้เกิดขึ้นโดยพระมหากษัตริย์ทรงธรรมเจ้าช้างเผือก พระเจ้าแผ่นดินอาณาจักรสยาม ได้ทรงแต่งตั้งให้พระโอรสของพระองค์สืบสันตติวงศ์ ครองอาณาจักรแทนพระอนุชา ซึ่งควรจะได้มงกุฎต่อไป**
พระราชโอรสพระองค์ใหญ่จึงขึ้นครองราชย์สืบต่อมา คือ พระเชษฐาธิราช เป็นเหตุให้ข้าราชการไม่พอใจ แต่ไม่สามารถที่จะทัดทานได้ เพราะมีกำลังสนับสนุนน้อยมาก จำต้องนิ่งไว้ พระเชษฐาธิราชจึงส่ง พระมหาอุปราช (พระพันปีศรีศิลป์) ซึ่งเป็นพระปิตุลา (อา) ไปกักขังที่เมืองเพชรบุรี เพื่อลงทัณฑ์ให้สิ้นพระชนม์ ญาติสนิทของพระอุปราชฅนหนึ่ง คือ ออกหลวงมงคล ได้หลบหนีออกจากพระราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ช่วยพระมหาอุปราชพ้นออกจากบ่อที่กักกัน แล้วพระมหาอุปราชสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่ถูกฝ่ายพระเชษฐาธิราชซึ่งมีกำลังมากกว่าปราบปรามพ่ายแพ้ และสำเร็จโทษที่วัดพระเมรุโคกพระยา
ฝ่ายออกหลวงมงคลเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น จึงพาภรรยาทั้งสองหนีไปอยู่ที่ประสบสะแกกรังชายเขตมอญ ใช้ชีวิตหลีกเร้นในป่าเขาอย่างไร้ความหมายไปวัน ๆ ไม่นานพวกสายสืบของพระเชษฐาธิราชก็ล่วงรู้ที่ซ่อน ได้นำความไปรายงานว่าพบตัวออกหลวงมงคลแล้ว จึงได้ส่งกำลังทหารลงมาซุ่มเพื่อรอจังหวัดเข้าจับกุม เมื่อเห็นออกหลวงมงคลเข้าป่าล่าสัตว์ ทหารที่ซุ่มอยู่จึงเข้ากุมตัวภรรยาทั้งสองของออกหลวงมงคล เมื่อออกหลวงมงคลกลับมาไม่เห็นภรรยาให้นึกโกรธแค้น แต่อยู่ในฐานะที่ไม่อาจต่อสู้อย่างใดได้จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับฝ่ายบ้านเมือง ขอร้องให้นำตัวไปกรุงศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งว่าขณะควบคุมตัวออกหลวงมงคลผู้นี้ อย่าประมาท ด้วยเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเวทย์วิทยาคุณ จึงใส่เครื่องจองจำออกหลวงมงคลอย่างแน่นหนาที่สุด เจ้าหน้าที่พันธนาการด้วยโซ่ตรวน ใส่แขน ขา และคอ ด้วยรับการเตือนมาก่อนหน้าว่าออกหลวงมงคลมีพละกำลังมากเกินมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ด้วยเป็นผู้สำเร็จวิชาหัวใจหมีจึงมีกำลังมาก ออกหลวงมงคลเมื่อเห็นว่าตนต้องจองจำด้วยเครื่องพันธนาการมากมาย จึงหัวเราะขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังกังวานแล้วกล่าวว่า
**เครื่องพันธนาการเหล่านี้หามีประโยชน์อันใดกับเรา เพราะหากข้าพเจ้าต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็จะไม่ยอมอยู่ในอำนาจของท่าน จะไม่ยอมให้จับกุมคุมขังข้าพเจ้าได้เลย**
กล่าวจบออกหลวงมงคลก็หักโซ่ตรวนที่ทำด้วยเหล็กกล้าเหล่านั้น ขาดย่อยยับประหนึ่งดึงเส้นฟางหญ้าหรือเชือกเปื่อย แล้วประกาศก้องด้วยน้ำเสียงอันห้าวหาญว่า
**หากข้าพเจ้าต้องการพิสูจน์พละกำลังและวิชาความรู้ของตนแล้ว ข้าพเจ้าก็สามารถฆ่าพวกท่านได้หลายฅนทีเดียว แต่บัดนี้ข้าพเจ้าต้องการความตาย ฉะนั้นจงนำตัวข้าพเจ้าไปกรุงศรีอยุธยาโดยอิสระเถิด เพื่อว่าออกญากลาโหมผู้โหดเหี้ยมซึ่งได้ปลงพระชนม์พระมหาอุปราชอาจพึงพอใจในเลือดของข้าพเจ้า**
จะอย่างไรก็ดีพระเชษฐาธิราชก็ยังอยากจะให้ออกหลวงมงคล เข้ารับราชการรับใช้พระองค์ จึงให้ออกญากลาโหมมาเกลี้ยกล่อมออกหลวงมงคล แต่ได้รับการปฏิเสธไม่ยอบรับใช้ผู้ที่สังหารนายของตน ทั้งปฏิญาณตนมั่นขอรับใช้นายเก่าผู้ล่วงลับแต่เพียงผู้เดียว ไม่ยอมเป็น **ข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย** ไม่อาลัยต่อชีวิตตน เรียกว่ารักษาคำมั่นสัจจะยิ่งกว่าชีวิต ทั้งเร่งให้ทำการประหารตนเสียให้สิ้นเรื่องไป นับว่าออกหลวงมงคลผู้นี้อาจหาญเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง ซึ่งในการประหารชีวิตออกหลวงมงคลนี้ ท่านยังได้กล่าวให้ผู้ที่จะลงมือประหารฟังว่า
**ไม่ว่าใครก็ตามไม่มีผู้ใดสามารถทำร้ายข้าพเจ้าให้เป็นอันตรายได้ ก็ด้วยวิทยาคุณที่ได้ร่ำเรียนมา หากใครสงสัยเรื่องนี้ข้าพเจ้าพร้อมให้พิสูจน์ให้เห็นจริงต่อหน้าผู้ฅนทั้งหลายในวันนี้**
กล่าวจบออกหลวงมงคลก็หลับตาลงสั่งให้เพชฌฆาตลงดาบได้ เมื่อถึงคราวเพชฌฆาตฟันดาบลงที่คอออกหลวงมงคล ปรากฏว่าดาบที่ฟันลงอย่างแรงนั้นเป็นเสียงดัง เป้ง !! คล้ายดาบกระทบลงไปบนทั่งเหล็กกล้า ความแรงทำให้ใบดาบนั้นโค้งงอผิดรูปในทันที เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้เพชฌฆาตก็ใจเสียงยืนตะลึง ทันทีออกหลวงมงคลก็กระชากเชือกที่มัดตนอยู่ ขาดผึงอย่างง่ายดายประหนึ่งดึงเส้นด้าย แล้วลุกขึ้นตรงเข้าไปบีบคอเพชฌฆาตจนคอหักสิ้นใจตายคามือ
จากนั้นออกหลวงมงคลหันมาสั่งว่าให้นำน้ำมาให้ตน เมื่อรับน้ำแล้วออกหลวงมงคลก็เสกเป่าคาถาครู่หนึ่ง ดื่มน้ำที่ตนเสกแล้วที่เหลือนั้นลูบไล้ร่างกาย แล้วใช้นิ้วมือขวาจุ่มน้ำมนต์มาทำการขีดลงที่ลำตัวด้านซ้าย ซึ่งตามหลักการประหารโบราณ ผู้ใดถูกตัดสินประหารชีวิต ด้วยคมดาบ จะต้องถูกฟันที่บริเวณนี้เหมือนกันทุกฅน ซึ่งเมื่อฟันลงที่จุดนี้ไส้จะไหลออกมาเร็วที่สุด แล้วออกหลวงมงคลก็นอนลง หันมาสั่งให้เพชฌฆาตดาบสองฟันลงให้ตรงจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ โดยขู่ว่าหากฟันพลาดก็จะจับหักคอเสียเหมือนเพชฌฆาตฅนก่อน คงด้วยความกลัวทำให้เพชฌฆาตฟันดาบพลาด ออกหลวงมงคลร้องเสียงดังลั่น ตะโกนสั่งให้ฟันลงที่หัวใจ ไม่เช่นนั้นจะจับหักคอให้ตายเสีย เพชฌฆาตฟันลงอีกครั้งคราวนี้โดนหัวใจไม่พลาด วิญญาณของออกหลวงมงคลก็หลุดลอยออกจากร่างทันที
รื่องราวของออกหลวงมงคลนี้หากผู้ฅนยุคใหม่คิดว่าเป็นเพียงนิทาน หรือเรื่องที่แต่งขึ้นมาเล่ากันฟังพอเพลิน ๆ เท่านั้น ขอให้พิจารณาดูว่าผู้ที่บันทึกเรื่องราวนี้เป็นชาวฮอลันดานามว่า เยเรเมียส ฟอนฟลีต (Jeremias vanvliet) หรือที่ฅนไทเรียกกันว่า **จดหมายวันวลิต** ในปัจจุบัน
อ้างอิง จดหมายเหตุวันวลิต
เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2