24/07/2026
🧑🧑🧒พลังชุมชน เชื่อมโยงภาคี สร้างระบบนิเวศที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน💙
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ผนึกกำลังร่วมกับสภาองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่าย จัด "เวทีแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและถอดบทเรียน โครงการเสริมสร้างระบบนิเวศ (Eco-system) ชุมชนท้องถิ่น ปี 2569" ระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม 2569 ในพื้นที่ 3 จังหวัด ดังนี้
🗓วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวทีสรุปบทเรียนโครงการเสริมสร้างระบบนิเวศชุมชนท้องถิ่นฯ จังหวัดชลบุรี ณ ต.บ่อทอง จ.ชลบุรี
🗓วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวทีสรุปบทเรียนโครงการเสริมสร้างระบบนิเวศชุมชนท้องถิ่นฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ต.หัวไทร จ.ฉะเชิงเทรา
🗓วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวทีสรุปบทเรียนโครงการเสริมสร้างระบบนิเวศชุมชนท้องถิ่นฯ จังหวัดระยอง ณ ต.พลงตาเอี่ยม จ.ระยอง
การจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนผลลัพธ์ นำเสนอผลการดำเนินงานตามแผนกิจกรรมระดับตำบล แลกเปลี่ยนบทเรียน และรวบรวมข้อค้นพบเชิงนวัตกรรมท้องถิ่น โดยเน้น 8 ประเด็นหลัก ทั้งด้านกลไกการทำงาน การบูรณาการงบประมาณ การพัฒนาคนรุ่นใหม่ การสร้างความร่วมมือภาคี ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค ตลอดจนการวางแผนความยั่งยืนเพื่อบรรจุลงในแผนพัฒนาตำบลระยะยาว
สรุปภาพรวมบทเรียนการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างระบบนิเวศ (Eco-system) ชุมชนท้องถิ่น ปี 2569 ของทั้ง 3 จังหวัด (ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง) เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบในแต่ละมิติได้อย่างชัดเจน ดังนี้
1. จังหวัดชลบุรี (ต.บ่อทอง)
* **จุดเด่น:** การส่งเสริมอาชีพเพื่อกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เกิดรายได้จริง
* **ผลงานรูปธรรม:** กลุ่มกล้วยอบน้ำผึ้ง, ผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ (ECO Print), สัมมาชีพน้ำมะพร้าวสด, ลิปบาล์มว่านสาวหลง และการปรับตัวทำเกษตรผสมผสาน/ไฮโดรโปนิกส์ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านหนองจระเข้
* **สิ่งแวดล้อม & ความท้าทาย:** มีระบบธนาคารขยะ ปลูกป่าชุมชนเพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างระบบเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยช้างป่า
2. จังหวัดฉะเชิงเทรา (ต.หัวไทร, ต.ท่าข้าม, ต.ทุ่งพระยา)**
* **จุดเด่น:** การเชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชนเข้ากับท้องถิ่น/ภาคีเครือข่าย และการยกระดับสู่ **"นโยบายสาธารณะ"**
* **ผลงานรูปธรรม:**
* *การจัดการขยะ:* ธนาคารขยะชุมชน, การนำขวดพลาสติกไปผลิตเป็นเสื้อนักเรียน, ถังดักไขมัน และการทำสารบำรุงดินจากขยะเปียก
* *เกษตร & ท่องเที่ยว:* ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์, โครงการป่าครอบครัว, มัคคุเทศก์น้อย และการขับเคลื่อนเมนูอาหารพื้นถิ่น/จัดวิ่งมินิมาราธอนเพื่อช้างป่า
* *สุขภาวะสังคม:* จัดทำธรรมนูญสังคมสูงวัย 5 มิติ และการตั้งกลุ่มเยาวชน "ตาสับปะรด" ป้องกันปัญหายาเสพติด
* **สิ่งแวดล้อม & ความท้าทาย:** การเตรียมรับมือภัยพิบัติลุ่มน้ำ/ชายฝั่ง และการแก้ปัญหาช้างป่าด้วยการปลูกพืชอาหารป่า 40 ไร่ คนอยู่ได้ ช้างอยู่รอด
3. จังหวัดระยอง (ต.พลงตาเอี่ยม, ต.กะเฉด, เทศบาลตำบลบ้านนา)
จุดเด่น การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (น้ำ-ป่า) ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนและการฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น
* **ผลงานรูปธรรม:**
เศรษฐกิจชุมชน สเปรย์กระดูกไก่ดำ (จับมืออภัยภูเบศร), กะปิบ้านปิ่นทอง, ดอกไม้จันทน์/พวงหรีด และน้ำพริกเผาเห็ด โดยมุ่งเน้นการขอมาตรฐาน มผช./อย.
วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวชุมชน สืบสานประเพณีแห่ธง/รำโทน, การสอนภาษาระยองให้เด็ก, การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระเจ้าตากสิน และการจัดทำสำรวจรุกขมรดก
นวัตกรรมขยะ และพลังงาน การรับซื้อน้ำมันพืชเก่า, การแปรรูปขวดเป็นไม้กวาด และขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน
สิ่งแวดล้อม และ ความท้าทาย การวางแผนจัดการน้ำระดับกลุ่มตำบล, การทำฝาย, ปลูกป่าอนุรักษ์สมุนไพร และการรับมือผลกระทบจากน้ำเสีย/สารเคมีอุตสาหกรรม
สรุปประเด็นร่วมสำคัญ
1.กลไกขับเคลื่อนทั้ง 3 จังหวัดใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการประสาน อปท., กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานภาคีในพื้นที่
2. การพัฒนาคน เน้นการดูแลกลุ่มเปราะบาง/ผู้สูงอายุให้มีอาชีพ พร้อมทั้งเริ่มส่งเสริมคนรุ่นใหม่และเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นนักสื่อสารและคณะทำงาน
3. ทิศทางความยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร (พื้นที่สีเขียว/เกษตรอินทรีย์), การบริหารจัดการขยะต้นทาง และการพัฒนาไปสู่แผนพัฒนาตำบล 5 ปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง