05/08/2026
2 ปีผ่านมาแล้ว นับตั้งแต่การเลือกตั้ง สว. ที่มีข้อกังขามากมาย กกต. ทำงานไปถึงไหนแล้ว?
ในตอนแรก คณะไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ พบว่า หามีผู้ที่อาจมีมูลความผิดอย่างน้อย 229 ราย
แต่เวลาต่อมา กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 7 คน เพื่อตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนี้โดยเฉพาะ ทั้งที่ก็มีอยู่แล้วถึง 35 ชุด ซึ่งตามปกติจะใช้วิธีสุ่มมอบหมายคดีเพื่อป้องกันการล็อกคณะผู้พิจารณา
ที่สำคัญ คณะอนุกรรมการฯ 7 คนนี้ยังมีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหากว่าร้อยรายนั้น ไม่มีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว!
ขณะนี้การตัดสินใจอยู่ที่คณะอนุกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาภายในช่วงเดือนสิงหาคมหรืออย่างช้าต้นเดือนกันยายน
เมื่อไปดูรายชื่อคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ก็พบว่า หลายคนถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติ โดยมี 2 คนถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับข้อครหาการทุจริต และอีก 1 คนถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง จากเส้นทางการรับราชการและความสัมพันธ์กับนักการเมืองบางคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้
เมื่อคดีดำเนินมานานกว่า 2 ปีแล้ว จึงอดคิดถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้ เพราะปัจจุบัน กกต. เสียงข้างมาก 4 จาก 7 คนนี้ ได้รับการรับรองจากวุฒิสภาชุดที่มีสมาชิกจำนวนหนึ่งอยู่ในสำนวนคดีดังกล่าว ส่วน สว. จำนวนมากที่อยู่ในสำนวนผู้ถูกกล่าวหา ก็ยังสามารถลงมติรับรอง กกต. คนใหม่เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
ต่อให้ สว. บางคนจะไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการสรรหา หาก สว. เสียงข้างมากไม่ลงมติเห็นชอบให้ใครเข้ามาเป็น กกต. คนนั้นก็ไม่สามารถเป็น กกต. ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เห็นหลายครั้งว่า วุฒิสภาเคยลงมติไม่เห็นชอบผู้ที่คณะกรรมการสรรหาเสนอให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
ในเมื่อ กกต. ไม่มีหน้าที่พิจารณาว่า มีมูลความผิดจริงหรือไม่ มีเพียงหน้าที่สั่งฟ้องศาล เมื่อพบกรณีที่ “อาจ” มีมูลความผิดเท่านั้น เวลาที่ผ่านไป 2 ปีโดยไม่มีกรณีใดถูกยื่นถึงศาลเลย