People's Culture ปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน
"สร้างวัฒนธรรมสากล สร้างคนด้วยศิลปะ"

มิติใหม่ของงานวัฒนธรรมและศาสนา ในสัดส่วนพรรคประชาชนขอแนะนำ 3 สส. ตัวแทนพรรคประชาชนที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ใน กม...
17/05/2026

มิติใหม่ของงานวัฒนธรรมและศาสนา ในสัดส่วนพรรคประชาชน
ขอแนะนำ 3 สส. ตัวแทนพรรคประชาชนที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ใน กมธ. ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม

Napat Jittapinankanta - ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา
ภูริวรรธก์ ใจสำราญ - Puriwat Chaisamran
นายกรณ์ มีดี

เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ สนับสนุน และผลักดันนโยบายด้านวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่
เรามุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การคุ้มครองสิทธิสวัสดิการศิลปิน และการสร้างความเข้าใจอันดีในความหลากหลายทางความเชื่อ เพราะงานวัฒนธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของอดีต แต่คือเรื่องของอนาคตพวกเราทุกคน

#กมธศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม #พรรคประชาชน #สสพรรคประชาชน

สภาฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการครบทั้ง 35 คณะ โดยคณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ประจำสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ในสัดส่วนพรรคประชาชน ได้แก่
ภูริวรรธก์ ใจสำราญ - Puriwat Chaisamran
นายกรณ์ มีดี
Napat Jittapinankanta - ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา
พวกเราพร้อมเดินหน้าพิจารณาศึกษา ในวาระว่าด้วยการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งเรื่องของการอนุรักษ์ พัฒนาต่อยอด และส่งเสริม โดยเฉพาะผู้คนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยังไม่ถูกมองเห็นจากภาครัฐแต่ไหนแต่ไรมา
เราและปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน People's Culture จะทำงานควบคู่กัน เพื่อวางแนวทางส่งเสริมงานวัฒนธรรมในทุกมิติอย่างรอบด้านครับ
#นัทณพัฎน์
#พรรคประชาชน
#ธนบุรี #คลองสาน #ราษฎร์บูรณะ

พรรคประชาชนจี้ หอสมุด-จดหมายเหตุฯ เร่งปฏิรูป ชี้ระบบล้าสมัย เอกสารเสี่ยงพัง แนะทำ Digital Archive เพื่อการเข้าถึงที่เท่า...
15/05/2026

พรรคประชาชนจี้ หอสมุด-จดหมายเหตุฯ เร่งปฏิรูป ชี้ระบบล้าสมัย เอกสารเสี่ยงพัง แนะทำ Digital Archive เพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียม

ประวัติศาสตร์ต้องเข้าถึงง่ายและไม่เสี่ยงทำลาย สส. พรรคประชาชน Napat Jittapinankanta - ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตาแถลงจี้กรมศิลปากร ทบทวนการทำงานหอสมุดและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หลังพบปัญหาซ้ำซ้อน ระบบฐานข้อมูลใช้งานยาก และเอกสารล้ำค่าเสี่ยงชำรุดจากการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม

[ หอสมุดและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ควรอำนวยความสะดวกให้ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ]
วันนี้ (15 พ.ค.) ผมและเพื่อน สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวว่าด้วยปัญหาการใช้บริการ การจัดระบบฐานข้อมูล และการจัดเก็บเอกสารของหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และประเด็นดังกล่าวมีการแชร์ไปในสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
หอสมุดแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจเพื่อ ส่งเสริมการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า วิจัยแก่ประชาชน เป็นคลังสิ่งพิมพ์ของชาติ และเป็นหน่วยรับจดแจ้งการพิมพ์ หรือการขอเลข ISBN ตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ แต่ในขณะเดียวกันหอสมุดแห่งชาติก็มีหน้าที่ในการเก็บรักษา และให้บริการเข้าถึงเอกสารโบราณ สมุดไทย หนังสือหายาก และเอกสารจดหมายเหตุด้วย ซึ่งถือเป็นบทบาทหน้าที่ที่คล้ายคลึงกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ขณะที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีพันธกิจโดยตรงคือ การอนุรักษ์รักษาเอกสารจดหมายเหตุให้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเอกสารจดหมายเหตุ พร้อมทั้งพันธกิจในการให้บริการด้วยข้อมูลที่ทันสมัย
หอสมุด และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จึงเป็นอีกกรณีของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ทับซ้อนกัน ต้องแบ่งหน้าที่ในการปฏิบัติตามพันธกิจ โดยใช้อัตรากำลังที่มากขึ้นเป็น 2 เท่า สำหรับ 2 หน่วยงาน ทั้งที่สามารถควบรวม หรือปรับบทบาทหน้าที่ ให้การอนุรักษ์รักษาเอกสารเก่าทั้งหมดอยู่ในการกำกับดูแลของหอจดหมายเหตุ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งงานจดหมายเหตุถือเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ความเข้าอกเข้าใจ และความเชี่ยวชาญสูง
ในประเด็นปัญหาซึ่งแพร่ไปในสังคมออนไลน์ นอกจากเรื่องความยากในการขอเข้าใช้บริการ หรือระบบฐานข้อมูลที่เข้าใจได้ยาก ยังมีการอ้างถึงการชำรุดของเอกสารที่หอสมุดแห่งชาติจัดเก็บ ซึ่งเอกสารเก่ายิ่งผ่านเวลา ยิ่งเสี่ยงต่อความชำรุด จากตัวแปรไม่ว่าจะเป็น ความเปราะบางของกระดาษ วิธีการเก็บรักษา อุณหภูมิ ความชื้น รวมถึงการใช้บริการ ซึ่งแม้จะมีการสวมถุงมือเพื่อหลีกเลี่ยงความชื้น แต่การสัมผัสเอกสารโดยตรงบ่อยครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพเอกสาร
ผมขอยกตัวอย่างหน่วยงานที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คือหอภาพยนตร์ ทำหน้าที่เก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสมบัติชาติ เป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของชาติในแต่ละยุคสมัย ขณะเดียวกัน ฟิล์ม ก็เป็นวัสดุที่เสี่ยงต่อความเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้จัดเก็บในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ปัจจุบันหอภาพยนตร์ ได้แยกไปเป็นองค์การมหาชน และมีห้องเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์โดยเฉพาะ ควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเสื่อมสลายของฟิล์มที่เรียกว่า Vinegar Syndrome (กลิ่นเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชู ของฟิล์มเมื่อเสื่อมสภาพ)
จากประสบการณ์ของผม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปฏิบัติงานในหอจดหมายเหตุประจำมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดเก็บเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเอกสารรับมอบจากบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาในช่วงเวลาหนึ่ง ผมขอสื่อสารข้อเสนอไปยังกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกำกับดูแลทั้ง หอสมุดและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 3 ข้อ ดังนี้
1. ควรมีการทบทวนเพื่อโอนหน้าที่ในการอนุรักษ์รักษาเอกสารโบราณ สมุดไทย หนังสือหายาก เอกสารจดหมายเหตุ และเอกสารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหอสมุดแห่งชาติเก็บรักษาในบางส่วน ให้เป็นของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อประสิทธิภาพในการสงวนรักษาเอกสาร และไม่ต้องสูญเสียอัตรากำลังไปกับหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกัน พร้อมกับยกระดับการจัดเก็บเอกสาร ให้มีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นที่เหมาะสม ลดความเสื่อมสภาพของเอกสารให้น้อยที่สุด
2. ควรทำกระบวนการ Digitize เอกสารจดหมายเหตุทั้งหมด ซึ่งเอกสารจดหมายเหตุถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะบาง มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากตัวแปรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการจับต้องด้วยมือบ่อยครั้ง การสแกนเอกสารให้เป็นไฟล์ดิจิตอล นอกจากจะเป็นการหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อเอกสารโดยตรงแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ และถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ประกาศไว้เช่นกันคือ การให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
3. ควรมีการทบทวนการจัดระบบฐานข้อมูลจดหมายเหตุ ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการว่าสืบค้นยาก แตกต่างจากห้องสมุดโดยทั่วไปซึ่งมีระบบดิวอี้ หรือมีระบบรัฐสภาอเมริกัน ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในห้องสมุดทั่วโลก การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และลดความซ้อนซ้อนสับสน นอกจากจะเป็นความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ ยังเป็นความสะดวกต่อการจัดเก็บ โดยเฉพาะในอนาคตที่เอกสารจดหมายเหตุย่อมเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องเล่าเพียงชุดเดียว แต่คือการประกอบเข้าด้วยกันของข้อเขียน บันทึก เรื่องเล่า จารึก แผนที่ และเอกสารอีกมหาศาล หากส่วนหนึ่งส่วนใดหายไป ย่อมกระทบต่อความสมบูรณ์ทางแง่มุมของประวัติศาสตร์ชุดนั้นๆ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับงานจดหมายเหตุ จึงชี้วัดถึงการให้ความสำคัญของภาครัฐ ต่อประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน
งานด้านวัฒนธรรมจะเดินหน้า ไม่อาจทำได้เพียงส่งเสริมวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่การอนุรักษ์รักษาอย่างเข้าอกเข้าใจ พร้อมกับส่งเสริมให้ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ศึกษาได้จากหลายมุมมอง จากเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หลากหลาย และที่สำคัญคือประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวกเท่าเทียม ถือเป็นงานส่งเสริมวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน
#นัทณพัฎน์
#พรรคประชาชน #ประชุมสภา
#ประวัติศาสตร์ #กระทรวงวัฒนธรรม

13/05/2026

ผลกระทบปัญญาประดิษฐ์ต่อแรงงานสร้างสรรค์ไทย
โดย ภูริวรรธก์ ใจสำราญ - Puriwat Chaisamran

13/05/2026

ตัวแทนปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน และ สส.ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ พรรคประชาชน รับหนังสือจากตัวแทนผู้สร้างสรรค์ผลงาน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษามาตรการคุ้มครอง ผลกระทบต่อแรงงานสร้างสรรค์ และอธิปไตยทางวัฒนธรรมดิจิทัล
สืบเนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ส่งผลกระทบต่อแรงงานสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในปัจจุบัน เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ในการนำผลงานของแรงงานสร้างสรรค์ไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้สร้างงาน รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแรงงานสร้างสรรค์ เมื่อปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่การจ้างงานแรงงานสร้างสรรค์ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ
#พรรคประชาชน #ปีกวัฒนธรรม

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มีเสียงจากผู้คนในวงการสร้างสรรค์หลายท่านที่ส่งมาถึงเรา ทั้งความกังวล และคำถามต่อจุดยืนของ...
10/05/2026

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มีเสียงจากผู้คนในวงการสร้างสรรค์หลายท่านที่ส่งมาถึงเรา ทั้งความกังวล และคำถามต่อจุดยืนของพรรคประชาชนในฐานะที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวัฒนธรรม
ปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน ขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เราเชื่อในเสรีภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะและวัฒนธรรมทุกรูปแบบ ทุกแนวทาง ทุกอุดมการณ์ งานสร้างสรรค์ไม่ควรถูกตัดสินคุณค่าด้วยมุมมองทางการเมืองข้างใดข้างหนึ่ง และไม่มีงานชิ้นใดควรถูกโจมตีหรือถูกแบนด้วยเหตุผลทางอุดมการณ์ หลักการนี้ไม่มีข้อยกเว้น
โดยตราบใดที่การใช้สิทธิเสรีภาพในการสร้างสรรค์นั้นไม่ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย หรือไม่เป็นการละเมิด ไม่ริดรอน ไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น หรือต้องไม่เป็นไปเพื่อล้มล้างสิทธิเสรีภาพเสียเอง

เราตระหนักดีว่าคนทำงานในวงการภาพยนตร์ ละคร ดนตรี และศิลปะทุกแขนงได้ต่อสู้และสร้างสรรค์ผลงานมาอย่างยากลำบาก ความสำเร็จที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความอุตสาหะ ความตั้งใจที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผลงาน ปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชนมีพันธกิจที่จะยืนข้างคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่สร้างภาระให้กับพวกเขา
ปีกวัฒนธรรมยืนยันจะเป็นพื้นที่กลางสำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ทุกกลุ่ม และพร้อมน้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยไม่แบ่งแยกอุดมการณ์หรือแนวทางการทำงาน เราพร้อมรับฟังทุกเสียงจากผู้ที่อยู่ในวงการ และพร้อมทำงานร่วมกันในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อคนทำงานสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย สวัสดิการ หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน
หากจะมีบทสนทนาใดจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวงการศิลปะและวัฒนธรรม ปีกวัฒนธรรมพรรคประชาชนยินดีเปิดพื้นที่ให้กับทุกท่านถกเถียงและรับฟังด้วยความจริงใจอย่างที่สุด
ด้วยความเคารพต่อผู้สร้างสรรค์ทุกคน
ปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน

07/05/2026

“ถึงเวลาแล้วที่จะคืนความเป็นมนุษย์ให้กับแรงงานสร้างสรรค์ Soft Power ของไทยจะไม่อาจเติบโตได้อย่างยั่งยืน หากยังสร้างอยู่บนรากฐานของการขูดรีดคุณภาพชีวิตคนเบื้องหลัง”

◾ยูทูบ TP Channel ถ่ายทอดสดออนไลน์วานนี้ (6 พ.ค.) เมื่อเวลา 12.56 น. ในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา สส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน กล่าวอภิปรายถึงปัญหาสิทธิแรงงานของแรงงานกองถ่าย แรงงานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และไม่มีสิทธิตั้งสหภาพฯ พร้อมเสนอให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯ ศึกษาข้อเสนอและปัญหาอย่างรอบด้าน

“ผมขอร่วมอภิปรายในญัตตินี้ ในพาร์ทของแรงงานอิสระในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งผมในฐานะผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ทำงานในกองถ่ายภาพยนตร์ในฐานะคนเขียนบทและนักแสดง ก็ขออนุญาตเป็นปากเป็นเสียงให้กับเพื่อนพี่น้องร่วมอุตสาหกรรมเดียวกัน" สส.พรรคประชาชน ระบุ

ณพัฎน์ กล่าวว่า ขอให้ภาพกว้างของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ มาเป็น 3 กระบวนการ ประกอบด้วย

🔸Pre-Production
🔸Production
🔸Post-Production

โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ จำนวนแรงงานทั้งหมดอยู่ที่ 50-100 คนขึ้นไปต่อ 1 งาน โดยจำนวนคนขึ้นอยู่กับทุนสร้าง ซึ่งแรงงานเกือบทั้งหมดนี้ไม่ได้มีสัญญาจ้างงาน แต่เป็นการทำงานโดยสัญญาจ้างทำของ เมื่อเป็นสัญญาจ้างทำของ ก็ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ซึ่งจะไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และไม่สามารถจัดตั้งสหภาพแรงงาน

🔸ส่วนของ Pre-Production อย่างคนเขียนบท บางคนไม่มีสัญญาจ้างทำของ มีแต่เพียงสัญญาใจที่ต้องส่งมอบงาน ก็ทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถสั่งปรับแก้ไขไปได้เรื่อยๆ บางครั้งระยะเวลาทำงานต้องเขียนบทนานหลายเดือน หรือบางครั้งต่อเนื่องทำงานยาวเป็นปี

🔸ขณะที่ค่าตอบแทนก็น้อยมาก ไม่มีการกำหนดค่าแรงเป็นมาตรฐานกลาง ทำให้นักศึกษาจบใหม่ที่ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ก็จำยอมต้องรับค่าแรงที่ต่ำมาก ยกตัวอย่าง การเขียนบทซีรีส์โทรทัศน์ 1 ตอน จะได้รับค่าตอบแทนที่ 8,000 บาท

🔸ขณะที่ไอเดีย ตั้งต้นเป็นเรื่องย่อ หรือจะนำไปพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ ก็สามารถถูกขโมยได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่โครงการประกวดต่างๆ มีการเสนอไอเดีย ซึ่งเมื่อมีการนำเสนอออกไปแล้ว ก็ถูกช่วงชิงไปเป็นบทภาพยนตร์เรื่องอื่นได้ง่ายมาก หรือในปัจจุบันที่สื่อภาพยนตร์ และซีรีส์ มีการดัดแปลงข้ามสื่อได้มากขึ้น ความเสี่ยงตรงนี้ก็มากตามไปด้วย

🔸ส่วน Production มักจะมีปัญหาระยะเวลาการทำงานที่เกิน 12 ชม.ขึ้นไป โดยเฉพาะการถ่ายทำซีรีส์ หรือละครโทรทัศน์ ที่ลากยาวไปถึง 16 ชม. และค่าจ้างล่วงเวลา ก็มีทั้งจ่ายและไม่จ่าย แต่อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าจ้างล่วงเวลา ไม่ควรเป็นการบีบบังคับโดยอ้อมเพื่อให้ทำงานเกินวันละ 12 ชม. ไม่ควรมีค่านิยมผิดๆ ว่าการทำงานจนเหลือเวลานอนแค่ 2-3 ชม. เป็นการอุทิศตัวเพื่อภาพยนตร์ และในปัจจุบัน ที่มีการทำงานเกินเวลาต่อเนื่อง จนเกิดเหตุการณ์เสียชีวิตของแรงงานกองถ่ายเป็นระยะ

🔸ตำแหน่งการตัดต่อใน Post - Production ก็ไม่ได้มีการจ่ายค่าแรงเป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์เหมือนต่างประเทศ แต่ใช้วิธีการจ่ายเป็นก้อนใหญ่ หรือแบ่งจ่าย เช่นจ่ายหลังตัดต่อเสร็จสิ้นในดราฟต์แรก และจ่ายตอนเสร็จในดราฟต์สุดท้าย หรือเป็นตอนที่ภาพยนตร์ฉายเลย บางครั้งภาพยนตร์มีการเลื่อนฉาย คนตัดต่อเองก็ได้รับค่าแรงล่าช้าออกไปด้วย กลายเป็นว่าชะตาชีวิตของคนตัดต่อ ก็ขึ้นอยู่กับวันฉายภาพยนตร์ ทั้งที่งานของตัวเองเสร็จสิ้นไปตั้งนานแล้ว

🔸เวลาทำงานก็น้อย เพราะถูกบีบมาตั้งแต่ก่อนหน้า หลายเรื่องมีการกำหนดวันฉายไปตั้งแต่ยังไม่เริ่มถ่ายทำ ช่วงเวลาตัดต่อและการทำ Post Production ก็ยิ่งน้อย หนังบางเรื่องใช้เวลาตัดต่อแค่ 2 สัปดาห์นิดๆ หรือดีหน่อยก็ 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน

◾ต้นตอปัญหา ไม่มีสิทธิตั้งสหภาพแรงงาน-ไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน รองรับ

สส.พรรคประชาชน ระบุว่า ปัจจุบันแรงงานและบุคลากรในอุตสาหกรรมมีการรวมตัวกันในฐานะสมาคม แต่ยังไม่ใช่ลักษณะของสหภาพแรงงาน การรวมตัวนั้นยังไม่สามารถสร้างพื้นที่ต่อรองทางสิทธิ และสวัสดิการต่อนายจ้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่การรวมตัวกันในรูปแบบของสหภาพแรงงาน ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ซึ่งมาตรา 88 ระบุว่า “ผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงาน ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกัน หรือเป็นลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน” แต่แรงงานอิสระ โดยเฉพาะแรงงานภาพยนตร์ เป็นแรงงานที่มิได้ทำสัญญาจ้างงาน จึงไม่เข้านิยามดังกล่าว

นอกจากนี้ แรงงานกองถ่ายภาพยนตร์ ยังไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แม้ว่าจำนวนแรงงานในแต่ละกองถ่ายจะมีจำนวนมาก และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยมากก็ตาม

สส.พรรคประชาชน กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มีการระบุถึงคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ซึ่งอำนาจหน้าที่โดยรวมไม่ได้ครอบคลุมการส่งเสริมสิทธิ สวัสดิการของแรงงาน

ขณะที่คณะกรรมการมีสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์น้อยกว่าภาครัฐมาก คือ 11 ต่อ 16 ย่อมกระทบต่อการทิศทางส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และหากลองย้อนดูสถิติการประชุมของคณะกรรมการฯ ในปี 2567 มีการประชุมเพียง 1 ครั้ง และปี 2568 มีการประชุมเพียง 2 ครั้ง ส่วนวาระพิจารณาก็ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับสิทธิ สวัสดิการของแรงงานภาพยนตร์แต่อย่างใด แม้ว่าเดือนกรกฎาคม 2567 หรือราว 4 เดือนก่อนการประชุม 1/2567 จะมีข่าวการเสียชีวิตของแรงงานกองถ่าย จากการทำงานเกินเวลาต่อเนื่องจนร่างกายรับไม่ไหว

◾แก้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ครอบคลุมคนงานกองถ่าย-ตั้ง อนุ กมธ.ศึกษาปัญหา

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ณพัฎน์ เสนอว่าต้องมีการอัปเดตกฎหมายให้เท่าทันโลก โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ต้องครอบคลุมการส่งเสริม และยกระดับสวัสดิการของแรงงานกองถ่ายภาพยนตร์

แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ให้ครอบคลุมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับกองถ่ายภาพยนตร์ ให้แรงงานไม่ต้องจำใจทำตามเงื่อนไขของนายจ้าง ที่ได้ข้อได้เปรียบจากการจ้างงาน ทั้ง ชม.การทำงาน ที่นำไปสู่การสูญเสียสุขภาพ และเสียชีวิต ตามที่ได้มีกรณีก่อนหน้ามากมาย

นอกจากนี้ ยังมีแง่มุมอีกมากที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน เช่น กฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537 ที่ต้องปรับให้เป็นปัจจุบัน และคุ้มครองผู้สร้างสรรค์งานมากขึ้น การสนับสนุนของภาครัฐต่อรายย่อย ที่สามารถทำได้ทันที โดยเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาของต่างประเทศ ที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์แข็งแรง และท้ายที่สุด อยากขอตั้งอนุกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหา และมาตรการแก้ไขทั้งหมดนี้ให้รอบด้าน

05/05/2026
ในขณะที่หลายประเทศขยับการใช้ AI ทำละครหรือภาพยนตร์ บริษัทในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนก็ขยับเปิดคลังนักแสดง AI แต่หลายองค์กร...
02/05/2026

ในขณะที่หลายประเทศขยับการใช้ AI ทำละครหรือภาพยนตร์ บริษัทในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนก็ขยับเปิดคลังนักแสดง AI แต่หลายองค์กรในระดับสากลก็ตระหนักและพยายามสร้างกรอบกฎเกณฑ์เพื่อจัดระเบียบและให้คุณค่ามนุษย์และ AI ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป การขยับครั้งสำคัญที่มีอิทธิพลต่อโลกภาพยนตร์ก็คือ การออกฎระเบียบในเวที OSCAR (Academy Awards) ครั้งที่ 97 และ 99 ในการเสนอส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งมีการระบุหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไว้ในหลายส่วน โดยเน้นย้ำเรื่อง "ความเป็นมนุษย์" ในฐานะหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์
หลักเกณฑ์ทั่วไป (General Eligibility) ในกฎข้อที่ 2 (Rule Two) ระบุเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับการใช้ Generative AI หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ในการสร้างภาพยนตร์ จะ ไม่มีผลในทางบวกหรือทางลบ (neither help nor harm) ต่อโอกาสในการได้รับการเสนอชื่อ
ในการการตัดสิน คณะกรรมการจะพิจารณาจาก "ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นหัวใจสำคัญโดยมนุษย์" (Human at the heart of creative authorship) เป็นหลัก และมีสิทธิในการตรวจสอบ การเรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับ "ลักษณะการใช้ AI" เพื่อตรวจสอบว่ามีสัดส่วนของมนุษย์มากน้อยเพียงใด มีเกณฑ์การตัดสินในแต่ล่ะสาขาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI โดยเฉพาะอย่างสาขาการเขียนบท (Screenwriting) สาขาการแสดง (Acting) และสาขาเทคนิคพิเศษ (Visual Effects - VFX)
ในสาขาบทภาพยนตร์ระบุว่า "Scripts must be written by a human. AI-generated text is not eligible for credit." บทต้องเขียนโดยมนุษย์ ข้อความที่สร้างโดย AI ไม่ถือเป็นเกณฑ์ในการได้รับเครดิต ชื่อที่ปรากฏในเครดิตบทภาพยนตร์ต้องเป็นมนุษย์ที่มีตัวตนจริงตามกฎหมาย หากบทนั้นถูกสร้างโดย AI หรือมีการใช้ AI ช่วยในสัดส่วนที่มากเกินไปจนบทบาทของมนุษย์ถูกลดทอนลง จะไม่ได้รับสิทธิ์เข้าชิง กฎระบุชัดเจนว่า "Credited production companies or entities of any kind are ineligible for consideration"
บริษัทผู้ผลิตและนิติบุคคลใด ๆ ไม่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาในสาขาการเขียนบท ให้ความสำคัญแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงและรับรางวัลออสการ์ในสาขานี้จะต้องเป็น "Designated individuals" (บุคคลที่ระบุชื่อ) ซึ่งหมายถึงมนุษย์ที่มีตัวตนจริงตามกฎหมาย เป็นการให้เกียรติศิลปินรายบุคคล: ในทางนโยบายสร้างสรรค์ กฎนี้ยืนยันว่ารางวัลออสการ์มีไว้เพื่อยกย่อง "Individual Achievement" (ความสำเร็จรายบุคคล) มากกว่าความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ขององค์กร
สาขาการแสดง (Acting - Rule Six) กำหนดว่าต้องเป็นมนุษย์เท่านั้น: เฉพาะบทบาทที่มีชื่อปรากฏในเครดิตทางกฎหมาย และ "แสดงโดยมนุษย์อย่างชัดเจน" (demonstrably performed by humans) โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวเท่านั้น จึงจะถือว่ามีสิทธิ์ได้รับการพิจารณา ตัวละครที่สร้างจาก AI ทั้งหมด (Fully AI-generated digital humans) จะ ไม่มีสิทธิ์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดง
สาขาการถ่ายภาพ (Cinematography - Rule Ten) และ สาขาเทคนิคพิเศษ (Visual Effects - VFX) คณะกรรมการอาจขอให้ผู้สมัคร เปิดเผยข้อมูล (disclosure) เกี่ยวกับการใช้ Generative AI หรือเครื่องมือ AI อื่น ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน กรรมการจะแยกแยะระหว่าง "AI ในฐานะเครื่องมือ" (Tool) กับ "AI ในฐานะผู้สร้าง" (Creator) โดยจะยังคงให้คะแนนในส่วนที่เป็นวิสัยทัศน์และการควบคุมโดยศิลปินมนุษย์ เพื่อให้มั่นใจว่าการประเมินผลงานเป็นไปอย่างยุติธรรมและเข้าใจบริบทของการทำงาน
ออสการ์ไม่ได้ "แบน" AI เสียทีเดียว แต่แบนการให้ AI เป็น "ผู้สร้างหลัก" ครับ กฎใหม่เหล่านี้ออกมาเพื่อปกป้องแรงงานสร้างสรรค์ที่เป็นมนุษย์ และป้องกันกรณีการใช้ AI สร้างนักแสดงเสมือนจริงหรือบทภาพยนตร์อัตโนมัติมาเข้าชิงรางวัลแข่งกับมนุษย์นั่นเอง authorship: "An award shall not be bestowed upon an entity that is not a human person." (รางวัลจะไม่ถูกมอบให้แก่สิ่งที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา)
สำหรับการขยับตัวในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องกฎระเบียบ AI ในเวทีการประกวดภาพยนตร์หรือสื่อสร้างสรรค์นั้น ปัจจุบันยัง ไม่มีการประกาศกฎระเบียบที่ลงรายละเอียดชัดเจนและเป็นทางการ เหมือนกับเอกสารของออสการ์ (Rulebook) ในเวทีใหญ่ยังใช้เกณฑ์การตัดสินยังอิงตาม "ผลงานที่ปรากฏบนจอ" และ "เครดิตผู้สร้าง" เป็นหลัก โดยยังไม่ได้มีการระบุข้อห้ามหรือข้อบังคับเรื่องการใช้ AI ไว้ในระเบียบการรับสมัคร แม้ว่าตัวคนจะแจ้งหลักการและวิสัยทัศน์ว่าให้ความสำคัญกับ Human Authorship แต่มันก็เป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่ข้อขัดแย้งของคนทำงานสร้างสรรค์ในสายต่างๆในอนาคต เพราะหลายครั้งเมื่อเกิดเหตุข้อพิพาทในประเทศไทยมันสะท้อนให้เห็นปัญหาด้าน ความโปร่งใส (Transparency), การคุ้มครองแรงงาน (Labor Protection) และ การยินยอม (Consent)
รัฐในฐานะในฐานะที่ดูแลด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับงานสาธารณะและสวัสดิการของคนทำงานสร้างสรรค์ การนำโมเดล "Disclosure & Human-Authored" จากเอกสารออสการ์ฉบับที่ 99 นี้ไปปรับใช้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการภาพยนตร์ไทย เรายังเดินทางตามหลายประเทศในอดีตที่เดินมาแล้วยกตัวอย่าง สัญญาจ้าง (Contract Standard) ในไทยยังให้น้ำหนัก ข้อได้เปรียบในสัญญาที่ระบุให้สิทธิ์ในฐานะผู้ประพันธ์เป็นของบริษัทผู้ผลิตโดยสมบูรณ์ (ในประโยชน์กับเจ้าของกิจการมากกว่าคนทำงาน) แต่กฎของออสการ์นี้ช่วยสร้างบรรทัดฐานว่า "สิทธิ์ในรางวัล" (Award Eligibility) กับ "สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา" (Copyright Ownership) สามารถแยกออกจากกันได้เพื่อคุ้มครองชื่อเสียงของตัวคนทำงาน
เรื่องการพิสูจน์สิทธิ์ไม่ต้องพูดถึง เพราะเรายังไม่เริ่มอะไรเลย หากไทยจะทำตาม อาจต้องเรียกร้องในกลุ่มสมาคมวิชาชีพและอุตสาหกรรม เรื่องระบบการจัดเก็บ "Shooting Script" ฉบับสุดท้ายในรูปแบบ PDF เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันกระบวนการทำงานที่เป็นฝีมือมนุษย์ ซึ่งจะมีผลต่อการส่งประกวดในเวทีต่างๆ ซึ่งทำได้ก่อนการตรากฎหมายเสียอีก ถ้าการรวมตัวขององค์กร สมาคม นั้นๆ ไม่ได้มีนายทุนเบื้องหลังและโปร่งใส เราสามารถทำได้เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีครับ

#ภาพยนตร์ #ปีกวัฒนธรรม #พรรคประชาชน

29/04/2026
26/04/2026

🧡รู้หรือไม่…
ตึกสำนักงานเขตบางเขนหลังเก่า
ตั้งอยู่บนผืนดินแห่งนี้มานานกว่า 75 ปีแล้วนะ

เขตบางเขน…พื้นที่ที่เติบโตจากชุมชนดั้งเดิม
ผสานกับการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่อง

จากอดีตที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม
สู่วันนี้..ที่กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ

สำนักงานเขตบางเขน
จึงไม่ใช่แค่อาคารราชการ
แต่คือศูนย์กลางที่เชื่อมโยงชีวิตของผู้คน
และสะท้อนตัวตนของพื้นที่แห่งนี้

อัตลักษณ์ของบางเขน
คือความหลากหลายของผู้คน
วิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีพลัง
และร่องรอยของอดีตที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน

วันนี้ ปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน
ได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุยกับสำนักงานเขตบางเขน เพื่อพัฒนา “อัตลักษณ์ของอาคาร”
ให้เป็นมากกว่าสถานที่ราชการ
แต่เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องของชุมชนได้อย่างแท้จริง

ปีกวัฒนธรรม พรรคประชาชน ขอขอบคุณผอ.เขต ผู้ช่วยผอ. และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันออกแบบอนาคตของบางเขนไปด้วยกันครับ

และหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้น
ของการร่วมกันพัฒนา อัตลักษณ์บางเขนไปด้วยกันในอนาคตนะครับ

#พรรคประชาชน #ปีกวัฒนธรรม #อัตลักษณ์ #บางเขน

ที่อยู่

Bangkean
Bang Khen
10220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ People's Cultureผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์