Like Anutin เพจ FC พี่หนู อนุทิน ชาญวีรกูล

ไทยส่งต่อมิตรภาพและความห่วงใย มอบเงิน 7 ล้านบาท พร้อมสิ่งของจำเป็นช่วยผู้ประสบภัยเนปาลวันนี้ (4 ก.ย.69) เวลา 09.30 น. นา...
04/09/2026

ไทยส่งต่อมิตรภาพและความห่วงใย มอบเงิน 7 ล้านบาท พร้อมสิ่งของจำเป็นช่วยผู้ประสบภัยเนปาล
วันนี้ (4 ก.ย.69) เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยพิบัติในเนปาล ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนเนปาลจากความสูญเสียและความเดือดร้อนที่เกิดจากอุทกภัยครั้งล่าสุด ยืนยันว่า ประเทศไทยและประชาชนไทยยืนหยัดเคียงข้างเนปาลในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ทั้งนี้ รัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวน 7 ล้านบาท รวมค่าขนส่งสิ่งของบริจาคไปยังเนปาล พร้อมจัดส่งสิ่งของจำเป็นเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย โดยสิ่งของจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย ชุดป้องกัน Level C จำนวน 500 ชุด ถุงบรรจุศพ 2,700 ใบ หน้ากากกู้ภัยและหน้ากากอนามัย ชุดกรองอากาศ รวมถึงสิ่งของจากภาคเอกชนไทย อาทิ ผ้าห่มจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

‘นายกฯ อนุทิน’ เป็นประธานประชุมเดินหน้าจัดระเบียบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ มุ่งยกระดับมาตรฐาน-กำหนดเกณฑ์ขึ้นทะเบียน ห...
04/09/2026

‘นายกฯ อนุทิน’ เป็นประธานประชุมเดินหน้าจัดระเบียบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ มุ่งยกระดับมาตรฐาน-กำหนดเกณฑ์ขึ้นทะเบียน หนุนไทยสู่ศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัลแห่งภูมิภาค
วันนี้ (4 ก.ย. 69) เวลา 08.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม
นายอนุทิน กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์นับเป็นโครงสร้างพื้นฐานอันสำคัญยิ่งของเศรษฐกิจดิจิทัล และเป็นรากฐานรองรับการประมวลผลข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งปัจจุบันไทยได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ดี เป้าหมายของประเทศไทยไม่ได้ต้องการเพียงแค่ดึงดูดการลงทุนเพื่อเป็นเพียงสถานที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่การลงทุนดังกล่าวจะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศ นำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรไทย และการเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ทั้งด้าน AI และคลาวด์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการผลกระทบ ทั้งเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้า ทรัพยากรน้ำ ที่ดิน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้รัดกุมตามมาตรฐานสากล
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า การขับเคลื่อนเชิงนโยบายในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมดิจิทัลให้มีเอกภาพ สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และปิดช่องว่างทางกฎระเบียบเดิมที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้รับฟังและตระหนักถึงข้อกังวลของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง เช่น พื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายยังพัฒนาตามไม่ทัน จึงเกิดช่องว่างทั้งการลักลอบใช้อาคารหรือใบอนุญาตผิดประเภท ตลอดจนพฤติกรรมการกักตุนหรือขอเผื่อใบอนุญาตเพื่อหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ เช่น การยื่นขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเกือบ 20,000 เมกะวัตต์ ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศ การประชุมวันนี้จึงไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์ แต่จำเป็นต้องเข้ามา "จัดระเบียบ" วางกติกาให้ชัดเจน โปร่งใส ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความกังวลของสังคม
“สิ่งที่อยากเน้นย้ำให้แก่ทางคณะกรรมการฯ ได้ช่วยกันร่วมผลักดันมาตรฐาน Green Data Center โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน (Green Energy) ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมแทนการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพื่อให้สอดรับกับทิศทางสากล เช่น กรอบความร่วมมือ OECD และพันธกรณีของไทยในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero โดยขอให้คณะกรรมการฯ ร่วมกันศึกษาและกลั่นกรองประเด็นต่าง ๆ อย่างครอบคลุมรอบด้าน ซึ่งรัฐบาลพร้อมนำข้อเสนอแนะและผลการพิจารณาไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการออกประกาศ การแก้ไขปรับปรุงระเบียบ หรือการยกระดับสู่การร่างกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศดำเนินไปอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนต่อไป” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ อนุทิน ลงเรือติดตามการซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และเนื่อ...
04/09/2026

นายกฯ อนุทิน ลงเรือติดตามการซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต

รับจบ! “อนุทิน” เอาจริง จัดระเบียบ Data Center ตั้งบอร์ด พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานวางกรอบใหม่ ทั้งระบบData Center ไม่ใช่ผ...
03/09/2026

รับจบ! “อนุทิน” เอาจริง จัดระเบียบ Data Center ตั้งบอร์ด พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานวางกรอบใหม่ ทั้งระบบ
Data Center ไม่ใช่ผู้ร้ายของเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ถ้าประเทศปล่อยให้โตโดยไม่มีกติกาที่ทันโลก จากโอกาสทางเศรษฐกิจก็อาจกลายเป็นภาระของประชาชนได้ ทั้งเรื่องไฟฟ้า น้ำ เสียง ความร้อน น้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง ไปจนถึงผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

ปัญหาคือ Data Center ในประเทศไทยไม่ได้เพิ่งเกิดวันนี้ หลายโครงการได้รับอนุญาตและพัฒนามาตั้งแต่หลายรัฐบาล ภายใต้กฎหมายและผังเมืองที่ออกแบบขึ้นในยุคที่ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าใจผลกระทบของอุตสาหกรรม Data Center อย่างรอบด้าน กติกาหลายเรื่องจึงกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ไม่มีเจ้าภาพเดียวที่มองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เมื่อ Data Center ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่ไม่เคยถูกคิดไว้ในกฎหมายยุคเก่าก็เริ่มปรากฏ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้เขตเมืองและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากระบบทำความเย็น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง กลิ่นน้ำมัน การจราจร หรือคำถามสำคัญว่าโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ใช้น้ำและไฟฟ้ามากเพียงใด และชุมชนรอบข้างจะได้รับผลกระทบอย่างไร

รัฐบาลอนุทินจึงเลือกไม่หนีปัญหา แต่ “รับจบ” ด้วยการยกระดับเรื่อง Data Center จากปัญหาเฉพาะจุดให้เป็นวาระที่ต้องจัดการทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ก่อนที่ระเบียบดังกล่าวจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเดือนสิงหาคม กลายเป็น “บอร์ด Data Center” ระดับประเทศอย่างเป็นทางการ

คกก.ชุดนี้ ถูกวางให้เป็นกลไกกลางในการกำหนด นโยบาย มาตรฐาน และกรอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ ตั้งแต่การอนุมัติและอนุญาต การส่งเสริมการลงทุน การให้บริการของภาครัฐ ตลอดจนการศึกษาและประเมินผลกระทบจาก Data Center เพื่อยกระดับกฎหมาย และการบังคับใช้

นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบอร์ด Data Center นัดแรกในวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยโจทย์สำคัญคือการไล่ทบทวนกฎหมาย กฎ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออุดช่องโหว่และสร้างมาตรฐานกลางสำหรับอุตสาหกรรมนี้

ก่อนหน้าการตั้งบอร์ดระดับประเทศ รัฐบาลยังเริ่มจัดระเบียบในชั้นการส่งเสริมการลงทุนมาแล้ว

เมื่อเดือนกรกฎาคม บอร์ด BOI ได้ขยายอำนาจ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” ให้เข้ามากลั่นกรองโครงการ Data Center โดยเฉพาะ

ตั้งแต่การพิจารณาพื้นที่ตั้ง การอนุญาตก่อสร้าง มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ระบบไฟฟ้าและน้ำ การใช้งานจริง ตลอดจนการกำกับดูแลหลังเปิดดำเนินการ

หัวใจสำคัญคือการดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานร่วมกัน เพราะ Data Center หนึ่งแห่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เชื่อมตั้งแต่ผังเมือง อุตสาหกรรม พลังงาน สิ่งแวดล้อม ท้องถิ่น ไปจนถึงระบบสาธารณูปโภคของประเทศ หากต่างคนต่างออกใบอนุญาตโดยไม่มีภาพรวม ปัญหาสุดท้ายก็จะตกอยู่กับประชาชน

แน่นอนว่าไทยยังต้องการการลงทุนด้านดิจิทัล เพราะ Data Center คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Cloud, AI และเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การลงทุนต้องมาพร้อมมาตรฐานที่สูงขึ้น และต้องตอบให้ได้ว่า ลงทุนตรงไหน ใช้ทรัพยากรเท่าไร กระทบใครบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบ

หลักคิดจึงชัดเจนว่า ของเก่าที่มีปัญหาต้องแก้ ของใหม่ต้องไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำ

เศรษฐกิจดิจิทัลต้องโต แต่ไม่ใช่โตด้วยการผลักต้นทุนให้ประชาชน

นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลอนุทินกำลังเข้ามาจัดการ

Cr.FC Anutin

03/09/2026

นายกฯ #พี่หนู ภูมิใจในทีมวอลเลย์บอลสาวไทยมากๆ 💙👏

02/09/2026

🎵 เมื่อนักดนตรีมาเจอกับนักดนตรี…

ในงานเลี้ยงต้อนรับ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง ซึ่งรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เราได้มีโอกาสฟังบทเพลงสุดคลาสสิกอย่าง “Let It Be” 🎶

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีของไทยและสิงคโปร์ได้ร่วมแถลงถึงความร่วมมือในการยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร การทหาร เศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี AI และความร่วมมือในอาเซียน 🤝🇹🇭🇸🇬

นอกจากการหารือเรื่องสำคัญระดับประเทศแล้ว บรรยากาศในค่ำคืนนี้ยังเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและมิตรภาพที่อบอุ่น 🎼✨

สองนายกฯ ไทย–สิงคโปร์ จับมือยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เดินหน้า 4 เสาหลัก เศรษฐกิจ–พลังงาน–ความมั่นคง–อาเซียนวันนี้ (2 ก....
02/09/2026

สองนายกฯ ไทย–สิงคโปร์ จับมือยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เดินหน้า 4 เสาหลัก เศรษฐกิจ–พลังงาน–ความมั่นคง–อาเซียน
วันนี้ (2 ก.ย.69) เวลา 15.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร่วมกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ แถลงข่าวร่วมระหว่างสองประเทศ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นการประชุม Leaders’ Retreat ครั้งแรกในรอบ 11 ปี
การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในหลากหลายมิติ ครอบคลุมทั้งด้านทวิภาคี กลาโหม ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนความสัมพันธ์ระดับประชาชน รวมถึงสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค
นายกฯ ทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคมระหว่างสองประเทศ พร้อมยินดีต่อ Joint Statement on the Thailand-Singapore Forward-Looking Strategic Partnership ซึ่งจะเป็นแนวทางกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในอนาคต นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ครอบคลุมด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับสถานการณ์ในเมียนมา ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างเหมาะสม ส่วนความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นแก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี ทั้งนี้ ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีการค้า เพื่อขับเคลื่อนผลการหารือให้เป็นรูปธรรม ด้านนายกฯ สิงคโปร์ ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสิงคโปร์กับไทย เชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันจะนำมาซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกฯ ไทย - นายกฯ สิงคโปร์ โชว์มิตรภาพผ่านของขวัญที่ “รู้ใจ”วันนี้ (2 ก.ย.69) เวลา 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐม...
02/09/2026

นายกฯ ไทย - นายกฯ สิงคโปร์ โชว์มิตรภาพผ่านของขวัญที่ “รู้ใจ”
วันนี้ (2 ก.ย.69) เวลา 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย การพบกันครั้งนี้นับเป็นอีกโอกาสที่ผู้นำทั้งสองได้สานต่อความคุ้นเคยและมิตรภาพที่มีต่อกัน
นายกฯ นำนายกฯ สิงคโปร์ ร่วมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน โดยฝ่ายสิงคโปร์มอบลำโพงศิลปะรุ่นคลาสสิก “Architecture” และแผ่นป้ายตราปีกนักบินกองทัพอากาศสิงคโปร์ พร้อมชื่อและรหัสเรียกขาน “MICKEY” จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสะท้อนถึงความชื่นชอบด้านการบินของนายกฯ และความร่วมมือทางทหารของทั้งสองประเทศ จากนั้นนายกฯ และภริยาจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

"นายกฯ อนุทิน" นำทัพ ครม.สัญจร สงขลา เคาะ Quick Win 4 มิติ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ชูแนวทาง "ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า" ค...
01/09/2026

"นายกฯ อนุทิน" นำทัพ ครม.สัญจร สงขลา เคาะ Quick Win 4 มิติ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ชูแนวทาง "ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า" คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ชายแดน เพื่อสร้างโอกาส ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมขยายผลความสำเร็จเดินหน้าสัญจรต่อภาคอีสาน "จ.อุดรธานี"
วันนี้ (1 ก.ย. 69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 22/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เข้าประชุม
ภายหลังการประชุม นายอนุทินฯ ได้นำแถลงผลการประชุม โดยมีสาระสำคัญว่า ในวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ซึ่งผลจากการประชุมในวันนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน (Quick Win) ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการขุดลอกร่องน้ำปัตตานีและสงขลา พร้อมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และสิทธิประโยชน์ทางภาษี, การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตด้วยการอนุมัติงบประมาณเพื่อออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 ตลอดจนการคุ้มครองแรงงานไทยในมาเลเซีย, การเสริมสร้างความมั่นคงด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาบูรณาการร่วมกับประชาชน และการจัดสรรงบประมาณกว่า 142 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติและพัฒนาระบบระบายน้ำในพื้นที่
“ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลมุ่งเน้นการเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งระบบรางอย่างไร้รอยต่อ (Missing Link) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงสู่ระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยพร้อมเดินหน้าโครงการสำคัญ อาทิ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้ลงนามร่วมกับกรมทางหลวงชนบทเพื่อเริ่มดำเนินโครงการแล้ว โดยมุ่งหวังอำนวยความสะดวกในการสัญจรทางบกและส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ในมิติการบริหารราชการแผ่นดิน การลงพื้นที่ครั้งนี้เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารได้บูรณาการการทำงานร่วมกับข้าราชการและผู้นำท้องถิ่น เพื่อส่งมอบภารกิจและเตรียมความพร้อมสำหรับการสับเปลี่ยนบุคลากรในรอบปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอันมาก ซึ่งตนคิดว่าจะมีรูปแบบการประชุม ครม.สัญจร รูปแบบต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยครั้งต่อไปจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.อุดรธานี และจะไปในระดับพื้นที่ให้มากที่สุด ทั้งระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ตามความเหมาะสม“ นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีการวางกรอบแนวคิด “โครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า” เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก 3 ภัยธรรมชาติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมประชาชน 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยมีการกำหนดวงเงินคุ้มครองความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี) และกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท โดยมีกลไกจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นภายใน 15 วัน และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมภายใน 15 วันถัดไป โดยโครงการประกันภัยพิบัติดังกล่าว รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเบี้ยประกันประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างกรอบวงเงินคุ้มครองความเสี่ยงรวมกว่า 75,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นแนวทางการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐในการเยียวยาภัยพิบัติที่ผ่านมา พร้อมขยายขอบเขตการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ในการประชุม ครม. ในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายสยาม สิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายศักระ กปิลกาญจน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายคณิต ชูช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ สุขรื่น ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน นางสาวรัตนา สรภูมิ ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ นายเสรี กัณฑ์โรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เริ่มแล้ว! ประชุม ครม.สัญจร  #สงขลา 💙
01/09/2026

เริ่มแล้ว! ประชุม ครม.สัญจร #สงขลา 💙

ที่อยู่

Bangkok Yai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Like Anutinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์