สภาเกษตรกรแห่งชาติ

สภาเกษตรกรแห่งชาติ " ยึดมั่นปรัชญา ฯ พัฒนาเกษตรไทย "

เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ ๕๐ วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศล...
30/07/2026

เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ ๕๐ วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีและส่วนราชการ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ ๕๐ วัน (ปัญญาสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประกอบพิธีทางศาสนาและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

ในการนี้ นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมด้วยภริยา และนายวสุ ยิ้มยืนยง หัวหน้าส่วนประสานสภาเกษตรกรจังหวัดและเครือข่าย เจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การประกอบพิธีในวันนี้ ได้รับเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา วรวิหาร สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วยพระราชาคณะ รวม 20 รูป สวดพระพุทธมนต์และเดินบิณฑบาต

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ถวายไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เจ้าหน้าที่ลาดผ้ารองโยงและลาดพระภูษาโยง นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สมณศักดิ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถานำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 47 วินาที พระสงฆ์ทั้งนั้น อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ รับพร แล้วกราบพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชา และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และกราบลาประธานสงฆ์ จากนั้น นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมพิธีตักบาตร ณ บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี และหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบการจัดพิธีทางศาสนาถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ 7 วัน (สัตตมวาร) วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 วาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 วาระครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 และวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569

30/07/2026

วันเข้าพรรษา (วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘) หรือเทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑) ถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธที่สำคัญวันหนึ่งของประเทศไทย โดยมีกำหนดระยะเวลา ๓ เดือนในช่วงฤดูฝน ซึ่งวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา (วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘)

สาเหตุที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอนุญาตให้จำพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือนแก่พระสงฆ์นั้น ก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักจากการจาริกเผยแผ่ศาสนายังสถานที่ต่างๆ ที่จะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาจำพรรษตลอด 3 เดือนนั้น เป็นช่วงเวลาและโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จำพรรษารวมกันภายในอาวาส หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้บำเพ็ญกุศลด้วยการเข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา และนับเป็นโอกาสพิเศษที่มากกว่าวันสำคัญอื่นๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีและส่วนราชการ ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระ...
29/07/2026

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีและส่วนราชการ ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น.

ในการนี้ นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมด้วยภริยา นายวสุ ยิ้มยืนยง
หัวหน้าส่วนประสานสภาเกษตรกรจังหวัดและเครือข่าย เจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาท เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนองค์กรอิสระ ผู้แทนภาคเอกชน คณะทูตานุทูต ตลอดจนบุคคลสำคัญจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นับเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งร่วมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลของปวงชนชาวไทย ด้วยความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

29/07/2026

วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกหลังตรัสรู้ โดยทรงแสดงปฐมเทศนาเรื่อง ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ

ในการเทศนาครั้งนั้น พระอัญญาโกณฑัญญะได้ “ดวงตาเห็นธรรม” และขออุปสมบทเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบทด้วยวิธี “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” ทำให้วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พระรัตนตรัยครบองค์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ต่อมา ปัญจวัคคีย์อีก 4 รูป ก็ได้บรรลุธรรมและอุปสมบทตามลำดับ จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ โดยเหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี

ปฐมเทศนา ของพระพุทธเจ้า ประกอบด้วยเนื้อหา หลักธรรม 4 ประการ ที่เรียกว่า อริยสัจจ์ 4 ประการ ได้แก่

ทุกข์ คือ สภาพที่ทนได้ยาก สภาพที่ไม่เป็นสุข
สมุทัย คือ เหตุแห่งทุกข์
นิโรธ คือ การดับทุกข์
มรรค คือ ทางไปสู่การดับทุกข์

หลักธรรมของอริยสัจจ์ 4 ประการนี้ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิตและหนทางแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ ซึ่งเป็นหลักธรรมแสดงถึง "ทางสายกลาง" ที่เป็นหนทางดับทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง

28/07/2026

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

🇹🇭💛🤍ทรงพระเจริญ 🤍💛🇹🇭

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด
บุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด

6 ภาคีมหามวลมิตรผนึกกำลังตั้ง “Thailand Development Forum”ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 6 อ...
24/07/2026

6 ภาคีมหามวลมิตรผนึกกำลังตั้ง “Thailand Development Forum”
ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


6 องค์กรภาคีด้านการพัฒนาประเทศประกาศผนึกกำลังจัดตั้ง “Thailand Development Forum (TD Forum)” เป็นเวทีกลางขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจากฐานชุมชนสู่ระดับประเทศ พร้อมยกระดับประเด็น “ความมั่นคงทางอาหาร” เป็นวาระแห่งชาติ และมีมติจัดเวทีความร่วมมือเป็นประจำทุกเดือน เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สภาองค์กรชุมชน สภาประชาสังคมไทย และสถาบันเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมประชุมถอดบทเรียนความร่วมมือและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้ชื่อ "มหามวลมิตรการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Forum : TD Forum)" การประชุมครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดความร่วมมือจากบันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสภาองค์กรชุมชน ซึ่งมีเป้าหมายในการผลักดันนโยบายสาธารณะเชิงพื้นที่ สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน เชื่อมโยงข้อเสนอจากชุมชนสู่การกำหนดนโยบายระดับประเทศ ตลอดจนกำหนดพื้นที่นำร่องในปี 2568 ได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสกลนคร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดตรัง

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาภาคีเครือข่ายมีความเห็นร่วมกันว่าการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงได้ขยายความร่วมมือจากเดิมสู่ 6 องค์กรหลัก เพื่อจัดตั้ง Thailand Development Forum (TD Forum) ให้เป็นเวทีกลางสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บูรณาการความร่วมมือ และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยกำหนดให้ "ความมั่นคงทางอาหาร" เป็นหนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะร่วมกันผลักดันสู่การเป็นวาระแห่งชาติ จึงเกิดการประชุมในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากทั้ง 6 ภาคี ได้แก่
1) นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ
2) นายบัณฑิต มั่นคง ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
3) นายทองใบ สิงสีทา ผู้แทนประธานที่ประชุมระดับชาติ สภาองค์กรชุมชน
4) นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
5) คุณวณี ปิ่นประทีป ประธานสภาประชาสังคมไทย
6) ดร.สุนทร คุณชัยมัง ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

พร้อมทั้งให้ความคิดเห็นต่อข้อเสนอเชิงนโยบาย และวิเคราะห์ประเด็นเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะจากผลการขับเคลื่อน 5 จังหวัดนำร่องข้างต้น

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยกล่าวว่า "สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็ง และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในระดับสูง เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ผ่านกระบวนการสมัชชาและการเรียนรู้ในระดับชุมชน ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับทั้งระบบเกษตรกรรมและระบบสุขภาพของเกษตรกรไทยในอนาคต"

ที่ประชุมมีมติร่วมกันให้จัดเวที Thailand Development Forum (TD Forum) เป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็นกลไกกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสานความร่วมมือ ติดตามความก้าวหน้าของข้อเสนอเชิงนโยบาย และขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงทางอาหารการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการพัฒนาประเทศบนฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเวที Better Together  #5 เชื่อมพลังเครือข่าย SME–MSME หนุนโอกาสเกษตรกรสู่เศรษฐกิจยุคใหม่สำนักงานส...
24/07/2026

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเวที Better Together #5 เชื่อมพลังเครือข่าย SME–MSME หนุนโอกาสเกษตรกรสู่เศรษฐกิจยุคใหม่

สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (Better Together #5) เปิดพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ แลกเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจและแนวทางพัฒนา MSME ไทย พร้อมนำมุมมองภาคเกษตรเชื่อมสู่โอกาสทางธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาเกษตรกรให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการอย่างเข้มแข็ง

ระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 Better Together #5 จัดโดยสมาพันธ์ SME ไทย ณ ห้องศรีสยาม 1 อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พื้นที่ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และองค์กรชั้นนำเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

การประชุมครั้งนี้มุ่งเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน ทิศทางเศรษฐกิจ นโยบาย และแนวทางการพัฒนา MSME ไทย ตลอดจนต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่าย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก

สำหรับสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ การเข้าร่วมเวทีดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการ เชื่อมโยงภาคเกษตรกับระบบเศรษฐกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการ SME–MSME เนื่องจากเกษตรกรในปัจจุบันไม่ได้มีบทบาทเพียงในฐานะผู้ผลิตวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร ตั้งแต่การแปรรูป การสร้างผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การตลาด ตลอดจนการเชื่อมโยงช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และหน่วยงานภาครัฐ จึงสามารถช่วยเปิดโอกาสให้เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรเข้าถึง องค์ความรู้ เทคโนโลยี แหล่งทุน ตลาด และพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจเกษตรให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทย เป็นเครือข่ายผู้ประกอบการที่มีสมาชิกครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และมีเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 800 อำเภอทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ รวมถึงร่วมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายและความร่วมมือเพื่อพัฒนา MSME ไทย

สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมนำองค์ความรู้ มุมมอง และเครือข่ายที่ได้รับจากเวทีดังกล่าว มาประยุกต์ใช้ในการเชื่อมโยงการทำงานกับ สภาเกษตรกรจังหวัด เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ และผลักดันให้ภาคเกษตรมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

สภาเกษตรกรแห่งชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนวาระเกษตรสำคัญ เร่งแก้ “น้ำ–นม–ข้าว–อ้อย–ปาล์ม” พร้อมผลักดันข้อเสนอจากพื้นที่สู่ระด...
23/07/2026

สภาเกษตรกรแห่งชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนวาระเกษตรสำคัญ เร่งแก้ “น้ำ–นม–ข้าว–อ้อย–ปาล์ม” พร้อมผลักดันข้อเสนอจากพื้นที่สู่ระดับนโยบาย

นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 ระหว่างวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2569 เวลา ณ ห้องประชุมภูมินทรา สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด 77 จังหวัด ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) โดยมีวาระสำคัญครอบคลุมการติดตามปัญหาเร่งด่วนของเกษตรกร การขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายจากพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมของไทยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในอนาคต

สำหรับประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภาคการเกษตรโดยเฉพาะการติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2569 ใน 5 จังหวัดนำร่อง ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติได้สอบถามและติดตามต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้มาตรการบริหารจัดการผลผลิตสามารถตอบโจทย์สถานการณ์ในพื้นที่และช่วยลดผลกระทบด้านราคาที่เกษตรกรต้องเผชิญ โดยเรือโท วีระชัย โกสาแสง รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า และคณะ ให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ

นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การติดตามความคืบหน้าการเร่งรัดชำระค่าน้ำนมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อสภาพคล่องและการดำรงอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวมถึงการติดตามความคืบหน้า “พระราชบัญญัติข้าวและชาวนาไทย พ.ศ. ...” เพื่อผลักดันกลไกเชิงกฎหมายในการดูแลและคุ้มครองชาวนาไทยอย่างเป็นระบบ

ที่ประชุมยังรับทราบและติดตามความก้าวหน้าของ “ร่างพระราชบัญญัติทุเรียน พ.ศ. ...” ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการวางระบบการผลิต การรักษาคุณภาพและมาตรฐาน ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมทุเรียนไทย ขณะเดียวกันยังมีการขับเคลื่อนการแต่งตั้งคณะทำงานด้านปาล์มน้ำมัน เพื่อพัฒนา แก้ไขปัญหา และคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการคุ้มครองสิทธิเกษตรกรมีการรายงานผลการดำเนินงานของ “ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร” ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการรับเรื่องปัญหา ให้คำปรึกษา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย ณ ปัจจุบันมีการรายงานเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 3,600 เรื่อง ที่ผ่านมาศูนย์ฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงจากเกษตรกรผู้ร้องเรียน ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง ประสานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันแนวทางแก้ไขเพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงสิทธิและได้รับความเป็นธรรม

ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบาย “การแก้ไขปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำระดับชุมชน ผ่านการจัดการทรัพยากรน้ำแบบมีส่วนร่วม และการสร้างกลไกการเข้าถึงงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำของชุมชนอย่างยั่งยืน” ควบคู่กับข้อเสนอจากพื้นที่หลายภูมิภาค

หนึ่งในวาระที่เสนอใหม่ คือ แนวทางการบริหารจัดการและกระจายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันตกตอนล่าง 4 จังหวัด ที่เชื่อมโยงกับโครงการสร้างเขื่อนแควน้อยบ้านแก่งระเบิด–บ้านแก่งจอ ซึ่งเสนอโดยสภาเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันการจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเกษตรและบริบทของพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเชิงนโยบาย “แนวทางการพัฒนาน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2” ซึ่งสะท้อนบทบาทของสภาเกษตรกรจังหวัดในการรวบรวมปัญหาและความต้องการจากเกษตรกรในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ก่อนยกระดับเป็นข้อเสนอเพื่อเชื่อมโยงสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายและการจัดสรรทรัพยากรของภาครัฐ

ด้านการแก้ไขปัญหาพืชเศรษฐกิจ ที่ประชุมมีวาระข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในจังหวัดตาก ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 สะท้อนปัญหาความครอบคลุมของมาตรการและผลักดันให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอจากกลุ่มสภาเกษตรกรจังหวัดในพื้นที่ชายแดนใต้ เรื่อง การพัฒนาแพะฮาลาลในพื้นที่ชายแดนใต้ ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มุ่งยกระดับการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงการผลิต มาตรฐาน การแปรรูป และตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

ในมิติของเทคโนโลยีและการยกระดับภาคเกษตรกรรม สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติยังเดินหน้าบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการปฏิรูปเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีวาระด้านการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ได้แก่
แผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ “โครงการพัฒนาเกษตรสู่การเป็นผู้ประกอบการ SME เกษตรมืออาชีพ” รวมถึงโครงการ “ยกระดับเกษตรไทย สร้างมูลค่าสู่ตลาดโลก Agri Next Thailand 2026 : From Local Value to Global Market” ซึ่งมุ่งต่อยอดศักยภาพสินค้าเกษตรไทยจากฐานการผลิตในท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าและขยายโอกาสทางการตลาดในระดับที่สูงขึ้น

ด้าน นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า “การประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสะท้อนเสียงและปัญหาที่แท้จริงจากพี่น้องเกษตรกรในระดับพื้นที่ขึ้นสู่ระดับนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ นม ข้าว อ้อย หรือปาล์ม ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิเกษตรกร และการนำเทคโนโลยีเข้ามา เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็ง และยกระดับเกษตรกรไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมที่จะดำเนินการและประสานกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนและผลักดันข้อเสนอเหล่านี้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างแท้จริง เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งในระดับสากลต่อไป”

คณะกรรมการศึกษาและยกระดับการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ประชุมครั้งที่ 1/2569 เดินหน้าศึกษาปัญหาที่ดินเกษตรกรรม มุ่งจัดทำข้...
22/07/2026

คณะกรรมการศึกษาและยกระดับการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ประชุมครั้งที่ 1/2569 เดินหน้าศึกษาปัญหาที่ดินเกษตรกรรม มุ่งจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายภายในเดือนธันวาคม 2569

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายเสถียร เสือขวัญ ประธานคณะกรรมการศึกษาและยกระดับการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาและยกระดับการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดกรอบ แนวทาง และแผนการดำเนินงานในการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ

ที่ประชุมได้พิจารณาสถานการณ์ปัญหาที่ดินภาคเกษตร และมีความเห็นร่วมกันว่า ปัญหาที่ดินเป็นประเด็นสำคัญที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐ เช่น พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ พื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และพื้นที่ของรัฐประเภทอื่น ซึ่งก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านสิทธิในที่ดินทำกิน ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ความมั่นคงในการใช้ประโยชน์ที่ดิน และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

เพื่อให้การศึกษาครอบคลุมข้อเท็จจริงและสามารถจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่ประชุมจึงได้กำหนดกรอบการดำเนินงาน พร้อมมอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมการจัดทำแบบสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากทุกภูมิภาค โดยประสานความร่วมมือกับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

การดำเนินงานของคณะกรรมการในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดทำฐานข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อสนับสนุนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ที่ประชุมมีมติสำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบกำหนดกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ
ให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนเสนอต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาผลักดันสู่การปฏิบัติ

2. เห็นชอบให้ดำเนินการสำรวจข้อมูลปัญหาที่ดินทั่วประเทศ
มอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมการจัดทำแบบสำรวจและรวบรวมข้อมูลปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในที่ดินทำกินของเกษตรกร จากพื้นที่มีปัญหา 7 จังหวัด โดยขอคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำฐานข้อมูลที่สะท้อนข้อเท็จจริงในพื้นที่
และใช้ประกอบการวิเคราะห์ปัญหา รวมทั้งจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

ราคาสินค้าเกษตร ราคากลาง หรือ ตลาดสำคัญ ประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
21/07/2026

ราคาสินค้าเกษตร ราคากลาง หรือ ตลาดสำคัญ ประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2569

ที่อยู่

VHJ7+RQ 120 อาคารซี ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา, Thailand
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สภาเกษตรกรแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สภาเกษตรกรแห่งชาติ:

ทางลัด

แชร์