Anti-Fake News Center Thailand

Anti-Fake News Center Thailand ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย | Anti-Fake News Center Thailand กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย : Anti-Fake News Center Thailand ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนที่ในปัจจุบันพบว่ามีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพาณิชย์ การหวังผลให้เกิดความแตกแยก หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้อื่น เป็นต้น กระทรวงดีอีฯ จึงเห็นความสำคัญและได้จัดตั้งศูนย์ฯนี้ ขึ้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์ และรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสังคม เพื่อแจ้งเตือน และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ทุกหน่วยงาน และประชาชนรับทราบได้โดยตรงอย่างทันท่วงที

เปิดเหมือนปกติ

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ยาแอสไพริน พอกหน้าช่วยให้ขาวใส.ตามที่มีบทความแนะนำสูตรยาแอสไพริน พอกหน้าช่วยให้ขาวใส ทางศูนย์ต่อต้าน...
29/10/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ยาแอสไพริน พอกหน้าช่วยให้ขาวใส
.
ตามที่มีบทความแนะนำสูตรยาแอสไพริน พอกหน้าช่วยให้ขาวใส ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
.
กรณีการแชร์เคล็ดลับสูตรพอกหน้าใสด้วยยาแอสไพริน ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่าการนำยาแอสไพรินชนิดเม็ดมาบดผสมกับสารประกอบหรือสารละลายอื่นๆ เพื่อใช้ในการรักษาสิว รอยที่เกิดจากสิว หรือนำมาใช้ในการพอกหน้าให้ขาวนั้น ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่สนับสนุนว่าใช้ได้ผลในการรักษาจริง นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณที่ทา มีอาการผิวแห้งแสบแดงลอก หรือมีผื่นได้ และในคนที่มีอาการแพ้ที่รุนแรงจากการใช้ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน
.
ซึ่งแอสไพรินเป็นสารสังเคราะห์ที่มีชื่อว่าอะซีติลซาลิไซลิค (Acetylsalicylic acid) ซึ่งถือเป็นยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal anti-inflammatory drug) ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปยาถูกผลิตมาในรูปแบบยาเม็ดเพื่อใช้ในการรับประทาน มักใช้ยาแอสไพรินเป็นยาแก้อักเสบ ลดปวด บวม หรือลดไข้ นอกจากนี้ ยายังมีฤทธิ์ในการต้านเกล็ดเลือดโดยยับยั้งการผลิตสารทรอมบ๊อกเซน ส่วนมากในทางการแพทย์โรคที่มีการใช้แอสไพริน ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ใช้ในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ซึ่งการพิจารณาเรื่องการใช้ยาควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dms.go.th หรือโทร. 02-590-6000
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่สนับสนุนว่าใช้ยาแอสไพรินพอกหน้าได้ผลในการรักษาจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณที่ทา และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ยาแอสไพริน #แอสไพริน #สูตรพอกหน้า #หน้าขาวใส

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2563.#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCent...
29/10/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2563
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

กรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 63 จริงหรือ ?.ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวก...
29/10/2020

กรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 63 จริงหรือ ?
.
ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 63 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง
.
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม ให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน จำนวน 500 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2563 โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (300+500) รวมเป็น 800 บาท/เดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (200+500) รวมเป็น 700 บาท/เดือน
.
สำหรับเดือนตุลาคม ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินเพิ่มเติม จำนวน 500 บาท ในวันที่ 8 ตุลาคม 2563 และในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม จะได้รับวงเงินเพิ่มเติมในวันที่ 1 ของเดือน โดยวงเงินที่ได้รับ ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ การใช้จ่ายดังกล่าวสามารถนำไปใช้ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐที่รับชำระค่าสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านเครื่อง รับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) หรือร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านแอปฯ ถุงเงินประชารัฐเท่านั้น
.
เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่ www.cgd.go.th หรือโทร. 02-127-7000
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวจริง #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #สวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #ธงฟ้าประชารัฐ

รู้เท่าทันข่าวปลอม.ข่าวปลอม มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในสังคมออนไลน์ ทำให้มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิต...
29/10/2020

รู้เท่าทันข่าวปลอม
.
ข่าวปลอม มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในสังคมออนไลน์ ทำให้มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนโดยตรง หากได้รับข่าวหรือข้อมูลอย่าเชื่อง่าย ให้สงสัยไว้ก่อน จะส่งต่อให้ดำเนินการตรวจสอบ และก่อนแชร์ข้อมูลข่าวสารต้องแน่ใจว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงและเป็นประโยชน์
.
1.อย่าเชื่อง่ายให้สงสัยไว้ก่อน และก่อนแชร์ให้ดำเนินการตรวจสอบ
.
2.สืบหาแหล่งต้นกำเนิดของเนื้อหาว่าชัดเจนหรือไม่
.
3.วิเคราะห์บุคคลหรือช่องทางที่เผยแพร่เนื้อหาว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่
.
4.ตรวจสอบข้อมูลว่าอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้หรือไม่ ไม่สร้างความตื่นตระหนก

ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #สังคมออนไลน์ #ตรวจสอบ #ข่าวสาร

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ คลินิกแก้หนี้ ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน กรุงไทย และ ธ.ก.ส..ตามที่ได้มีการแชร์ข...
28/10/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ คลินิกแก้หนี้ ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน กรุงไทย และ ธ.ก.ส.
.
ตามที่ได้มีการแชร์ข้อความผ่านทางสื่อโซเชียล เกี่ยวกับเรื่อง คลินิกแก้หนี้ ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ดำเนินผ่านธนาคารออมสิน กรุงไทย และ ธ.ก.ส. ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารธ.ก.ส. พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
.
กรณีชวนเชื่อโครงการเงินกู้ระบุในชื่อโครงการคลินิกแก้หนี้ คิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ที่ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคาร ธ.ก.ส. โดยเมื่อทางธนาคารต้นเรื่องทั้ง 3 แห่งได้ตรวจสอบแล้ว ได้ชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่าข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลเท็จ
.
เนื่องจาก ทั้ง 3 ธนาคารไม่ได้มีส่วนในการดำเนินโครงการ และไม่ได้มีการร่วมมือกับโครงการดังกล่าวตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโครงการดังกล่าว
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากธนาคารออมสิน ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Call Center โทร.1115, ธนาคารกรุงไทย ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.krungthai.com หรือโทร 02 1111111 และธนาคารธ.ก.ส. ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.baac.or.th หรือโทร 02 5550555
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารธ.ก.ส. ไม่มีส่วนในการดำเนินโครงการ และไม่ได้มีการร่วมมือกับโครงการดังกล่าวตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารธ.ก.ส.
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #หนี้ #คลินิกแก้หนี้ #ออมสิน #กรุงไทย #ธกส

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2563.#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCent...
28/10/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2563
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ขวดพลาสติก PET ถ้าใช้ซ้ำทำให้ได้รับสารเคมีปนเปื้อน.ตามที่ได้มีการแชร์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ถึ...
28/10/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ขวดพลาสติก PET ถ้าใช้ซ้ำทำให้ได้รับสารเคมีปนเปื้อน
.
ตามที่ได้มีการแชร์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง ขวดพลาสติก PET ถ้าใช้ซ้ำทำให้ได้รับสารเคมีปนเปื้อน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
.
จากที่มีการแชร์ข้อความเตือนภัยใกล้ตัวเรื่องขวดพลาสติกเพท (PET) โดยระบุหากนำมาใช้ซ้ำจะทำให้ได้รับสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในขวดน้ำ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลว่า ขวดพลาสติกเพท (PET) หรือ โพลีเอธิลีน เทเรฟทาลเลตนั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้เพียงครั้งเดียว
.
ซึ่งหากนำมาใช้ซ้ำปัญหาของการนำมาใช้จะไม่ใช่เรื่องสารเคมีที่ปนออกมา แต่จะเป็นความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในขวดน้ำมากกว่า ถ้าล้างไม่ดีพอก่อนที่จะบรรจุซ้ำใหม่ ซึ่งทาง อย. เองมีการกำหนดคุณภาพมาตรฐาน รวมถึงการแพร่กระจายของภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติกอยู่แล้ว
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทร. 1556
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ขวดพลาสติกเพท (PET) ถูกออกแบบมาให้ใช้เพียงครั้งเดียว หากนำมาใช้ซ้ำปัญหาของการนำมาใช้จะไม่ใช่เรื่องสารเคมีที่ปนออกมา แต่จะเป็นความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในขวดน้ำมากกว่า
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ขวดพลาสติก #พลาสติกเพท #PET #สารเคมี #สารปนเปื้อน

แชทขณะขับรถ ตำรวจพบจับปรับทันที.การใช้โปรแกรมแชทในขณะขับรถ ถือว่ามีความผิดตามกฏหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 400-1,000 บาทหากจำเ...
28/10/2020

แชทขณะขับรถ ตำรวจพบจับปรับทันที
.
การใช้โปรแกรมแชทในขณะขับรถ ถือว่ามีความผิดตามกฏหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 400-1,000 บาท
หากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ขณะขับรถควรใช้อุปกรณ์เสริม ดังนี้
1.ให้หูฟัง หรือหูฟังไร้สายในการสนทนา / ห้ามจับหรือถือโทรศัพท์
2.วางมือถือบนสแตนดี้ เปิดลำโพงเสียงเพื่อสนทนา / ห้ามใช้สแตนดี้มือถือเพื่อใช้โปรแกรมแชท
.
ที่มา : ตำรวจนครบาล
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #กฏหมาย #เล่นโทรศัพท์มือถือ #แชทขณะขับรถ

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 คน.ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประ...
27/10/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 คน
.
ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประเด็นเรื่อง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก พบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 คน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ
.
จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อความหลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เกี่ยวกับ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ว่ามีการพบคนไข้โควิด-19 รักษาตัวอยู่ 2 ราย ทางโรงพยาบาลพุทธชินราช ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการนำข้อความเก่ามาส่งต่ออีกครั้ง ซึ่งเป็นข้อความที่ได้มีการส่งต่อกันทางสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2563
.
ตั้งแต่ที่มีการระบาดของโควิด-19 โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก มีผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามาพักรักษาตัว จำนวน 5 ราย คือ วันที่ 24 มีนาคม จำนวน 1 ราย, วันที่ 25 มีนาคม จำนวน 2 ราย, วันที่ 2 เมษายน จำนวน 1 ราย และวันที่ 8 เมษายน 2563 จำนวน 1 ราย และหลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 จนถึงปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 มาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
.
โดยทางโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้ดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด ดังนี้
1. จัดตั้ง "คลินิกไข้หวัด" เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเผยแพร่กระจายเชื้อ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ด้านข้างอาคารผู้ป่วยนอก
2. จัดตั้งจุดคัดกรองผู้ป่วย โดยวัดไข้และแจกน้ำยาล้างมือ บริเวณประตูทางเข้าอาคารผู้ป่วยนอกอาคารอุบัติเหตุ อดารรังสีรักษาและผ่าตัด อาคารศูนย์สุขภาพเมือง (ณ โรงพยาบาลรังสีรักษา)
3. ปิดประตูค้นหลังอาคารผู้ป่วยนอก อาคารอุบัติเหตุ อาคารรังสีรักษาและผ่าตัด อาคารศูนย์สุขภาพเมือง (ณ โรงพยาบาลรังสีรักษา) เพื่อควบคุมผู้ที่จะเข้าออกภายในอาคาร
4. ปรับเปลี่ยนเวลาเยี่ยมผู้ป่วยเป็นช่วงเวลาเดียว คือ 12.00-14.00 น. โดยผู้เข้าเยี่ยมจะต้องรับบัตรเยี่ยมไข้ และขึ้นเยี่ยมได้เพียง 15 นาที/ครั้ง/เตียง
5. กำหนดระยะห่างจุดยืนในลิฟท์ของโรงพยาบาลทุกตัว
6. กำหนดระยะห่างที่นั่งรอตามจุดต่าง ๆ ของโรงพยาบาล
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลพุทธชินราช สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.budhosp.go.th หรือโทร. 055 270300
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : เป็นการนำข้อความเก่าที่ส่งต่อกันในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคม - เมษายน 2563 มาส่งต่ออีกครั้ง ซึ่งหลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 จนถึงปัจจุบันทางโรงพยาบาลไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 มาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #รพพุทธชินราช #โควิด19 #COVID19 #พิษณุโลก

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2563#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCente...
27/10/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2563

#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Multilan ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการได้ยินทั้งหมด .ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต...
27/10/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Multilan ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการได้ยินทั้งหมด
.
ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประเด็นเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Multilan ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการได้ยินทั้งหมด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ
.
จากที่มีเว็บไซต์ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Multilan เลขสารบบอาหาร 10-1-07561-5-0055 ระบุสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ว่า สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินทั้งหมด ฟื้นฟูการได้ยิน 100% โดยไม่มีการผ่าตัด ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และปลอดภัยสำหรับทุกวัย ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตรวจสอบแล้วพบว่า เว็บไซต์ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว แสดงข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นเท็จ และมีการใช้ข้อความโฆษณาแสดงคุณประโยชน์หรือสรรพคุณที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
.
นอกจากนี้ยังพบการแอบอ้างความเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ ระบุตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านโสตศอนาสิกวิทยา หู คอ จมูก ประสบการณ์ทำงาน 15 ปี รับรองผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบไม่พบข้อมูลบุคคลในเว็บไซต์ของแพทยสภาแต่อย่างใด และภาพบุคคลดังกล่าวเป็นภาพชายที่เผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ต
.
จึงขอเตือนประชาชนว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว ไม่สามารถรักษาโรคเกี่ยวกับการได้ยินได้ อย่าหลงเชื่อรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้โรคที่เป็นอยู่มีความรุนแรงขึ้น อาจถึงขั้นสูญเสียการได้ยิน ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษา จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้องจากคณะกรรมการอาหารและยาสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทร. 02 5907000
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Multilan ไม่สามารถรักษาโรคเกี่ยวกับการได้ยินได้ อีกทั้งมีการแสดงข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นเท็จ และใช้ข้อความโฆษณาแสดงคุณประโยชน์หรือสรรพคุณที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #Multilan #ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร #แก้ปัญหาการได้ยิน

ฝ่าฝืนสัญญาณเตือนรถไฟ ระวังถูกฟ้องหมดตัว!.เมื่อมีสัญญาณเตือนว่ารถไฟกำลังแล่นผ่านผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็ว และหยุดรถให้ห่...
27/10/2020

ฝ่าฝืนสัญญาณเตือนรถไฟ ระวังถูกฟ้องหมดตัว!
.
เมื่อมีสัญญาณเตือนว่ารถไฟกำลังแล่นผ่านผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็ว และหยุดรถให้ห่างจากรางรถไฟ อย่างน้อย 5 เมตร เมื่อรถไฟผ่านไปแล้ว และมีสัญญาณให้รถผ่านได้ ผู้ขับขี่จึงจะขับรถผ่านไปได้ หากผู้ใดขับขี่รถฝ่าฝืนสัญญาณเตือน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
.
แต่หากขับขี่รถฝ่าฝืนสัญญาณเตือนรถไฟจนนำไปสู่อุบัติเหตุ ถ้าผู้ขับขี่ไม่เสียชีวิตก็อาจถูกการรถไฟแห่งประเทศไทยฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถไฟ รางรถไฟ และค่าเสียหายที่เกิดจากการที่รถไฟไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ
.
และหากอุบัติเหตุดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้ที่โดยสารมาในรถไฟ หรือผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้ขับขี่เป็นฝ่ายประมาทก็อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาท โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ และค่าความเสียหายอื่น ๆ อีกด้วย
.
ที่มา : กระทรวงยุติธรรม
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ฝ่าฝืนสัญญาณเตือน #รถไฟ #ฝ่าสัญญาณ

27/10/2020

Live!! กิจกรรมสัมมนาสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม
โดย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ณ โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี

#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด.ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประเด็นเรื่อง ดื...
26/10/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด
.
ตามที่ได้มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประเด็นเรื่อง ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ
.
จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความว่า หากดื่มน้ำอัดลมจะทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลากหลายชนิด เช่น โรคมะเร็งมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยังไม่มีรายงานการวิจัยที่จะยืนยันได้ว่าการบริโภคน้ำอัดลม จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง
.
น้ำอัดลมคือเครื่องดื่ม ที่อัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป เมื่อดื่มจะทำให้รู้สึกซ่า นอกจากนี้น้ำอัดลมมักประกอบด้วยน้ำตาล ซึ่งหากบริโภคมากเกินไปจะนำพาโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และทำให้ฟันผุได้
.
ส่วนการเกิดโรคมะเร็งนั้น จะมาจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย จนเกิดเป็นก่อนเนื้อ ปัจจุบันแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนเพียงสาเหตุเดียวของการเกิดมะเร็งในแต่ละบุคคลได้ แต่พบว่ามีหลายปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็ง เช่น กรรมพันธุ์ บุหรี่ แอลกอฮอล์ การได้รับสารเคมีบางชนิด การติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียบางชนิด และนอกจากนี้มะเร็งอาจเกิดได้จากสภาวะเครียด หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้องจากคณะกรรมการอาหารและยาสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.oryor.com หรือโทร. 02 5907000
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีรายงานการวิจัยที่จะยืนยันได้ว่าการบริโภคน้ำอัดลม จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง แต่หากบริโภคมากเกินไปจะนำพาโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และทำให้ฟันผุได้
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #น้ำอัดลม #ดื่มน้ำอัดลม #โรคมะเร็ง #มะเร็ง

ที่อยู่

120 หมู่ 3 ชั้น 6-9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการฯ ถ.นแจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง, หลักสี่
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+6621416747

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Anti-Fake News Center Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย : Anti-Fake News Center Thailand ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนที่ในปัจจุบันพบว่ามีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพาณิชย์ การหวังผลให้เกิดความแตกแยก หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้อื่น เป็นต้น

กระทรวงดีอีฯ จึงเห็นความสำคัญและได้จัดตั้งศูนย์ฯนี้ ขึ้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์ และรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสังคม เพื่อแจ้งเตือน และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ทุกหน่วยงาน และประชาชนรับทราบได้โดยตรงอย่างทันท่วงที ช่องทางการติดตาม: Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter : https://twitter.com/afncthailand Line : @antifakenewscenter (https://line.me/R/ti/p/%40008mudox)

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ข่าวนี้เป็นเฟคนิวส์มั๊ยครับ
An investment scam gave i and my family a big blow, has the bread winner of the family i lost everything. this has been one of the worst experience i have ever had, later on i was introduced to a security and intelligent firm and to my surprise within a short period of time i was able to recover a large percentage of my losses. feel free to contact me for my experience and further advice.
แอดมินครับ อันนี้ข่าจริงหรือข่าวปลอมครับ
คือแบบ...มองบนเลยจ้าาา
ส่งเพจ เฟคนิวส์ให้ได้ไหมครับ
https://www.facebook.com/nida.ac.th/photos/a.594485000609643/3140553946002723/?type=3 ตรวจสอบข่าวนี้ด้วยนะครับ ผู้ไม่หวังดีบิดเบือนข้อมูล นิด้าโพลไม่ได้ทำ mcot ก็ไม่ได้ทำ แล้วใครทำ
ผมว่าไม่น่าใช่ครับ ยังไงก็ฝากตรวจสอบด้วยครับ
Anti-Fake News Center Thailand ขออนุญาติครับ เห็นเฟสขึ้นว่าคณะก้าวหน้า โฟสแจกจอง ให้ ปปช ส่งเลขบันชีมาหลายคนแต่ ปปช ที่ส่งเลขบัญชีไปทุกคนให้ความเห็นว่ายังไม่ใเ้ถุกหรออะครับ ช้วยตรวจสอบให้หน่อยครับ คณะนี้ หลอกลวง ปปช รึป่าวครับ
ราชกิจจาฯ วันที่ 15 พ.ค. 63 ให้เปิดร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม หรือทำเล็บ โดยไม่มีข้อความ "ให้เปิดได้เฉพาะกิจกรรมสระ ตัด ซอยผม แต่งผม.." เหมือนฉบับที่ 6 (วันที่ 1 พ.ค. 63) แปลว่า ทำสี ดัดผม (ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง) ตามที่ ศบค เสนอได้แล้วหรือเปล่าครับ? / เพราะมีบ้างร้านรับนัดทำสีผม ดัดผม ฯลฯ แล้วครับ ... รบกวนไขความกระจ่างเรื่องนี้เพื่อลดความสับสนของประชาชนด้วยครับ (จะได้ทำตัวถูกครับ) ขอบคุณครับ