Anti-Fake News Center Thailand

Anti-Fake News Center Thailand ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย | Anti-Fake News Center Thailand กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย : Anti-Fake News Center Thailand ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนที่ในปัจจุบันพบว่ามีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพาณิชย์ การหวังผลให้เกิดความแตกแยก หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้อื่น เป็นต้น กระทรวงดีอีฯ จึงเห็นความสำคัญและได้จัดตั้งศูนย์ฯนี้ ขึ้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์ และรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสังคม เพื่อแจ้งเตือน และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ทุกหน่วยงาน และประชาชนรับทราบได้โดยตรงอย่างทันท่วงที

เปิดเหมือนปกติ

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ พายุดอลฟินเข้าไทย 28 ก.ย.นี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันน้ำป่าไหลหลาก.ตามที่ได้มีข้อความเผยแพร่เรื่อง...
23/09/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ พายุดอลฟินเข้าไทย 28 ก.ย.นี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันน้ำป่าไหลหลาก
.
ตามที่ได้มีข้อความเผยแพร่เรื่องพายุดอลฟินเข้าไทย 28 ก.ย.นี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันน้ำป่าไหลหลากทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
.
กรณีเตือนระวังเรื่องภัยพิบัติ โดยระบุว่าเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ที่จะเข้าไทย ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในขณะนี้มีพายุ 1 ลูก ในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ส่วนในทะเลจีนใต้ มีหย่อมความกดอากาศต่ำอยู่ในทะเลจีนใต้ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยากำลังติดตามอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศแจ้งให้ทราบทันที
.
สำหรับพยากรณ์อากาศในระหว่างวันที่ 22 กันยายน 2563 - 28 กันยายน 2563 ในช่วงวันที่ 22 - 23 กันยายน 2563 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อม ความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝน เพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปก คลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง ในช่วงวันที่ 24 - 28 กันยายน 2563 ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย
.
และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้าง แรง ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่น สูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร. 02-399-4568
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในขณะนี้มีพายุ 1 ลูก ในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ฝนตก #พายุ #พายุดอลฟิน #น้ำท่วม #น้ำป่าหลาก

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 23 กันยายน 2563.#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCen...
23/09/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 23 กันยายน 2563
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

ข่าวบิดเบือน ทิ้งขยะในเขตอุทยานฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท.ตามที่มีข่าวปรากฏในช่องทางสื่อประเด็นเรื...
23/09/2020

ข่าวบิดเบือน ทิ้งขยะในเขตอุทยานฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
.
ตามที่มีข่าวปรากฏในช่องทางสื่อประเด็นเรื่องทิ้งขยะในเขตอุทยานฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน
.
กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความประกาศห้ามทิ้งขยะในพื้นที่อุทยานฯ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวมีการบิดเบือนในเรื่องของจำนวนโทษปรับ โดยตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 การทิ้งขยะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ถือเป็น การฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 20 บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ต้อง ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซี่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ซึ่งมาตรา 47 ผู้ใดไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 20 โดยห้ามมิให้มีการทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งต่าง ๆ ในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
.
ทั้งนี้ การทิ้งขยะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ยังถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 19 (2) ภายในอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใด กระทำการทำให้เสื่อมสภาพซึ่ง ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดส่งผลกระทบ ต่อระบบนิเวศ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายมาก สำหรับการทิ้งขยะที่ไม่เกิดความเสียหายตามมาตรา 19 (2) มาตรา 20 บัญญัติให้บุคคลซึ่งเข้าไปใน อุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซี่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ประกอบ มาตรา 62 และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อ 5 กำหนดว่าเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้อื่นหรือ ตนเอง หรือจะเป็นรบกวน หรือเดือดร้อนรำคาญแก่คนหรือสัตว์ หรือ จะทำให้เสียหายแก่สภาพธรรมชาติหรือสิ่งอื่น ใด พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจคำสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นกระทำการดังกล่าวผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 47 กำหนดโทษผู้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
.
ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.portal.dnp.go.th หรือโทร. 02-561-0777
.
บทสรุปของเรื่องนี้ : ข้อมูลดังกล่าวมีการบิดเบือนในเรื่องของโทษปรับ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 กำหนดว่าห้ามมิให้มีการทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งต่าง ๆ ในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวบิดเบือน #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #อุทยาน #ทิ้งขยะ #โทษปรับ #โทษทิ้งขยะ

ทำไมคนถึงหลงเชื่อข่าวปลอม ?.ทำไมคนถึงหลงเชื่อข่าวปลอมได้ง่าย เพราะว่าข่าวปลอมเป็นข่าวที่เล่นกับความรู้สึกของคน  เมื่อคนอ...
23/09/2020

ทำไมคนถึงหลงเชื่อข่าวปลอม ?
.
ทำไมคนถึงหลงเชื่อข่าวปลอมได้ง่าย เพราะว่าข่าวปลอมเป็นข่าวที่เล่นกับความรู้สึกของคน เมื่อคนอ่านแล้วก็ตกหลุมพราง เกิดเป็นกลไกการเชื่อตาม ๆ กันในคนหมู่มาก และที่สำคัญผู้อ่านข่าวไม่มีความละเอียด เน้นการอ่านข่าวเร็ว จึงไม่ได้คิดวิเคราะห์แยกแยะข้อเท็จจริงของข่าวบนหน้าเว็บนั้น ๆ
.
ดังนั้นจึงต้องเช็กความชัวร์ให้แน่ใจก่อนแชร์ หรือส่งต่อให้คนที่เราหวังดี เพื่อระวังการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมต่อไป
.
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสื่อสร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะ
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวปลอม #ข่าวเท็จ

ครม. อนุมัติวันหยุดยาว 2 ช่วง 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค. 2563 จริงหรือ ?.ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเร...
22/09/2020

ครม. อนุมัติวันหยุดยาว 2 ช่วง 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค. 2563 จริงหรือ ?
.
ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ครม. อนุมัติวันหยุดยาว 2 ช่วง 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค. 2563 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง ✅
.
คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 กันยายน 2563 ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มวันหยุด 2 ช่วง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ
.
โดยช่วงที่ 1 ได้แก่ วันพฤหัสบดีที่ 19 และ วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน ส่งผลให้มีวันหยุดติดต่อยาว 4 วัน (รวมเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 19 ถึง วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563
.
ส่วนช่วงที่ 2 ได้เปลี่ยนวันหยุดชดเชยจากวันที่ 7 ธันวาคม มาเป็นหยุดชดเชยวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคมแทน ซึ่งวันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคมนั้น เป็นวันหยุดวันรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จึงทำให้มีวันหยุดติดต่อยาว 4 วัน (รวมเสาร์-อาทิตย์) ตั่งแต่วันพฤหัสบดีที่ 10 ถึง วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2563
.
และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th หรือโทร. 02 6182323
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวจริง #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #วันหยุด #วันหยุดยาว #เพิ่มวันหยุด

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 22 กันยายน 2563.#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCen...
22/09/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 22 กันยายน 2563
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ วิธีรักษาฟันผุ ด้วยขมิ้นชัน.ตามที่มีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับเรื่อง วิธีรักษาฟันผุ ด้วยขมิ้นชัน ทางศู...
22/09/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ วิธีรักษาฟันผุ ด้วยขมิ้นชัน
.
ตามที่มีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับเรื่อง วิธีรักษาฟันผุ ด้วยขมิ้นชัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
.
จากที่มีการแนะนำสูตรการรักษาฟันผุ ด้วยการนำขมิ้นชัน ผสมกับน้ำมันมะพร้าว และเบกกิ้งโซดา แล้วนำมาใช้แทนยาสีฟันนั้น ทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากขมิ้นชันไม่สามารถใช้รักษาฟันผุได้
.
เพราะโรคฟันผุ เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษา และป้องกันได้โดยวิธีการใช้สมุนไพร ต้องรักษาด้วยการอุดฟัน รักษารากฟันหรือถอนฟันเท่านั้น โดยสาเหตุการเกิดโรคฟันผุมีดังนี้
.
1. สภาพฟัน และสภาพช่องปากของแต่ละคน
2. เชื้อแบคทีเรียในช่องปาก
3. อาหาร โดยเฉพาะอาหารหวาน ๆ อาหารที่มีน้ำตาล
4. พฤติกรรมการบริโภค เวลาและความถี่ในการบริโภค
.
ซึ่งทั้งนี้ การป้องกันการเกิดโรคฟันผุ มีวิธีปฏิบัติอย่างง่าย ๆ คือ แปรงฟันด้วยสูตร 2-2-2 ได้แก่ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและก่อนนอน, แปรงฟันนานครั้งละ 2 นาที และไม่รับประทานอาหาร และน้ำหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง ใช้ไหมขัดฟันร่วมกับการแปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อกำจัดเศษอาหารบริเวณซอกฟัน และหมั่นตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.anamai.moph.go.th หรือโทร.02 5904000
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ขมิ้นชันไม่สามารถใช้รักษาโรคฟันผุได้ เพราะโรคฟันผุ เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษา และป้องกันได้โดยวิธีการใช้สมุนไพร ต้องรักษาด้วยการอุดฟัน รักษารากฟันหรือถอนฟันเท่านั้น
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ฟันผุ #รักษาฟันผุ #ขมิ้นชัน #สูตรรักษาฟันผุ

รวมข่าวปลอม เกี่ยวกับสุขภาพ.เรื่องที่ 1 : ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นมะเร็งข้อเท็จจริง : ยังไม่มีรายงานการวิจัยที่จะยืนยันได...
22/09/2020

รวมข่าวปลอม เกี่ยวกับสุขภาพ
.
เรื่องที่ 1 : ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงเป็นมะเร็ง
ข้อเท็จจริง : ยังไม่มีรายงานการวิจัยที่จะยืนยันได้ว่าการบริโภคน้ำอัดลม จะทำให้เกิดมะเร็ง
.
เรื่องที่ 2 : “ยาหมอทหาร” รักษาโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
ข้อเท็จจริง : ยาหมอทหาร เป็นยาที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอย. และแอบอ้างใช้เลขเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้อหนึ่ง
.
เรื่องที่ 3 : 3 วิธีรักษาโรคมะเร็งด้วยตนเอง
ข้อเท็จจริง : วิธีการหายใจเข้าลึกๆ การทำจิตใจไม่ให้เครียด และการงดรับประทานอาหารที่เป็นกรด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาโรคมะเร็ง
.
เรื่องที่ 4 : กินอาหารที่เป็นด่างสามารถฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้
ข้อเท็จจริง : ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยที่ชี้ชัดว่าอาหารจำพวกดังกล่าวมีผลช่วยรักษาโควิด-19 ได้
.
เรื่องที่ 5 : มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ รักษาโรค แก้ปวดเมื่อย ช่วยให้ตาใสมองเห็นชัด
ข้อเท็จจริง : ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่รับรองว่าสามารถนำน้ำปัสสาวะมาใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้
.
เรื่องที่ 6 : เครื่องดื่มสมุนไพร ช่วยรักษาโรคหลอดเลือดในหัวใจ
ข้อเท็จจริง : ยังไม่มีงานวิจัยว่าการนำสมุนไพรทั้ง 4 ชนิดมารวมกันสามารถใช้ในการรักษาโรคหลอดเลือดอุดตันได้ และไม่เป็นอันตรายใด ๆ
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ข่าวปลอม #สมุนไพร #รักษาโรค

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 21 กันยายน 2563.#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCen...
21/09/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 21 กันยายน 2563
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

ข่าวบิดเบือน รัฐบาลอนุญาตให้วัด ใช้พื้นที่ของรัฐได้โดยไม่ต้องขออนุญาต.ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด...
21/09/2020

ข่าวบิดเบือน รัฐบาลอนุญาตให้วัด ใช้พื้นที่ของรัฐได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
.
ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง รัฐบาลอนุญาตให้วัด ใช้พื้นที่ของรัฐได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน
.
จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความว่า อนุญาตให้วัด สำนักสงฆ์ หรือที่พักสงฆ์ ใช้พื้นที่ ของรัฐฯ ได้ 15 ไร่นั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐบาล ไม่ได้มีนโยบายในการอนุญาต ให้สำนักสงฆ์หรือ ที่พักสงฆ์ เข้าไปใช้พื้นที่ได้โดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต้องได้รับการตรวจความเหมาะสม และพิจารณา อนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
.
โดยการขอใช้พื้นที่เพื่อสร้างวัด ดำเนินการภายใต้ พรบ.คณะสงฆ์ ปี พ.ศ. 2505 โดยการขอใช้ที่ราชการเพื่อการสร้างวัด สามารถทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องตามระเบียบ ข้อเท็จจริง จากระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการตรวจสอบที่ดิน หนังสืออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ที่ขอขึ้นทะเบียน ที่ดินเป็นสวนป่า พ.ศ. 2562
.
ซึ่งกรมป่าไม้ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้หารือแนวทางการดำเนินการขอใช้ที่ดินในเขตพื้นที่ป่าไม้เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา สำหรับที่พักสงฆ์ที่ประสงค์จะขอใช้ที่เพื่อสร้างวัด ต้องยื่นคำขอ พร้อมเอกสาร ภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ซึ่ง กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคณะกรรมการ ในลงพื้นที่สำรวจความเหมาะสมในการอนุญาตอีกครั้งซึ่งอยู่กับความสมบูรณ์ของเอกสาร และความเหมาะสมในพื้นที่
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่ www.onab.go.th หรือโทร. 02 4417999
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐบาล ไม่ได้มีนโยบายในการอนุญาตให้สำนักสงฆ์หรือ ที่พักสงฆ์ เข้าไปใช้พื้นที่ได้โดยตรง ต้องได้รับการตรวจความเหมาะสม และพิจารณา อนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวบิดเบือน #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #วัด #สำนักสงฆ์ #พื้นที่ของรัฐ

“เช็กก่อนแชร์” ช่วยหยุดกระจายข่าวปลอม.#อย่าเชื่อทันทีที่เห็น : ลองตรวจสอบก่อนกลายเป็นคนแชร์ข่าวปลอม.#อย่าแชร์ทันทีที่เจอ...
21/09/2020

“เช็กก่อนแชร์” ช่วยหยุดกระจายข่าวปลอม
.
#อย่าเชื่อทันทีที่เห็น : ลองตรวจสอบก่อนกลายเป็นคนแชร์ข่าวปลอม
.
#อย่าแชร์ทันทีที่เจอ : ตั้งสติก่อนกดแชร์ เช็กให้แน่ใจว่าไม่มั่ว
.
#อย่ามั่นใจในสิ่งที่เค้าบอกมาให้ส่งต่อ : เค้าที่บอกคือใคร และอาจไม่มีตัวตนจริง เช็กให้ชัวร์ก่อนเชื่อหรือแชร์ทุกครั้ง
.
“เช็กก่อนแชร์” เพื่อป้องกันการแชร์เรื่องผิด เรื่องไม่จริง จนกลายเป็นคนทำผิดกฎหมาย
.
ที่มา : กสทช.
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #เช็กก่อนแชร์

กรมสรรพากร ยกเลิกการใช้เอกสารในการทำธุรกรรมภาษี จริงหรือ ?.ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง กร...
20/09/2020

กรมสรรพากร ยกเลิกการใช้เอกสารในการทำธุรกรรมภาษี จริงหรือ ?
.
ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง กรมสรรพากร ยกเลิกการใช้เอกสารในการทำธุรกรรมภาษี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง ✅
.
กรมสรรพากรได้ประกาศยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษ เปลี่ยนมาใช้ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแทน เพื่อเป็นการอำนวนความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระของประชาชนในกรณีที่ต้องใช้หนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาเอกสารข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลอันได้แก่ หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือ
.
โดยกำหนดให้ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จากการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแทนวิธีการให้ผู้ประกอบการต้องใช้เอกสารดังกล่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
.
ซึ่งการยกเลิกการใช้สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาเอกสารข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นไปตามโครงการยกเลิกสำเนาเอกสาร (No Copy) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DigitalTransformation) นอกจากนั้นยังเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็ว และลดภาระลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ และเดินหน้าเข้าสู่สรรพากร 4.0 อีกด้วย
.
ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องภาษีต่าง ๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือโทร. ศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวจริง #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #สรรพากร #ภาษี #เอกสาร

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 20 กันยายน 2563.#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCen...
20/09/2020

รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 20 กันยายน 2563
.
#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #โควิด19 #COVID19

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ธ.ก.ส. ใช้ Line Account “ธกส BAAC THAILAND” ขอข้อมูลส่วนตัวลูกค้า.ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในส...
20/09/2020

ข่าวปลอม อย่าแชร์! ❌ ธ.ก.ส. ใช้ Line Account “ธกส BAAC THAILAND” ขอข้อมูลส่วนตัวลูกค้า
.
ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่างๆ ถึงประเด็นเรื่อง ธ.ก.ส. ใช้ Line Account “ธกส BAAC THAILAND” ขอข้อมูลส่วนตัวลูกค้า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
.
จากกรณีที่ลูกค้าได้รับการติดต่อจาก Line Account ชื่อ “ธกส BAAC THAILAND” เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวสำหรับแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile นั้น ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ชี้แจงว่า Line Account “ธกส BAAC THAILAND” เป็นบัญชีปลอม อีกทั้ง ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายในการติดต่อลูกค้าผ่านทาง Line Account หรือ Facebook เพื่อแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile
.
โดย Line Account ทางการของ ธ.ก.ส. มีช่องทางเดียวคือ “BAAC Family” เท่านั้น ซึ่งใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการหรือข้อมูลข่าวสารสำคัญไปยังลูกค้า รวมถึงการแจ้งความประสงค์ในการขอใช้บริการสินเชื่อบางประเภทกับ ธ.ก.ส.
.
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.baac.or.th และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อธนาคารผ่าน page “ธกส BAAC Thailand” “ธกส บริการด้วยใจ” และ Call Center 02 5550555 หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
.
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : Line Account ชื่อ “ธกส BAAC THAILAND” เป็นบัญชีปลอม และ ธ.ก.ส. ไม่มีนโยบายในการติดต่อลูกค้าผ่านทาง Line Account หรือ Facebook เพื่อแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile
.
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
.
📌 ช่องทางการติดตาม
.
LINE : @antifakenewscenter (http://nav.cx/uyKYnsG)
Website : https://www.antifakenewscenter.com/
Twitter: https://twitter.com/AFNCThailand
.
#ข่าวปลอม #อย่าแชร์ต่อ #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #AntiFakeNewsCenter #AFNCThailand #ธกส #BAACTHAILAND #ไลน์ปลอม

ที่อยู่

120 หมู่ 3 ชั้น 6-9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการฯ ถ.นแจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง, หลักสี่
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+6621416747

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Anti-Fake News Center Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย : Anti-Fake News Center Thailand ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนที่ในปัจจุบันพบว่ามีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพาณิชย์ การหวังผลให้เกิดความแตกแยก หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้อื่น เป็นต้น

กระทรวงดีอีฯ จึงเห็นความสำคัญและได้จัดตั้งศูนย์ฯนี้ ขึ้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบ วิเคราะห์ และรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสังคม เพื่อแจ้งเตือน และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ทุกหน่วยงาน และประชาชนรับทราบได้โดยตรงอย่างทันท่วงที ช่องทางการติดตาม: Website : https://www.antifakenewscenter.com/ Twitter : https://twitter.com/afncthailand Line : @antifakenewscenter (https://line.me/R/ti/p/%40008mudox)

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

แอดมินครับ อันนี้ข่าจริงหรือข่าวปลอมครับ
คือแบบ...มองบนเลยจ้าาา
ส่งเพจ เฟคนิวส์ให้ได้ไหมครับ
https://www.facebook.com/nida.ac.th/photos/a.594485000609643/3140553946002723/?type=3 ตรวจสอบข่าวนี้ด้วยนะครับ ผู้ไม่หวังดีบิดเบือนข้อมูล นิด้าโพลไม่ได้ทำ mcot ก็ไม่ได้ทำ แล้วใครทำ
ผมว่าไม่น่าใช่ครับ ยังไงก็ฝากตรวจสอบด้วยครับ
Anti-Fake News Center Thailand ขออนุญาติครับ เห็นเฟสขึ้นว่าคณะก้าวหน้า โฟสแจกจอง ให้ ปปช ส่งเลขบันชีมาหลายคนแต่ ปปช ที่ส่งเลขบัญชีไปทุกคนให้ความเห็นว่ายังไม่ใเ้ถุกหรออะครับ ช้วยตรวจสอบให้หน่อยครับ คณะนี้ หลอกลวง ปปช รึป่าวครับ
ราชกิจจาฯ วันที่ 15 พ.ค. 63 ให้เปิดร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม หรือทำเล็บ โดยไม่มีข้อความ "ให้เปิดได้เฉพาะกิจกรรมสระ ตัด ซอยผม แต่งผม.." เหมือนฉบับที่ 6 (วันที่ 1 พ.ค. 63) แปลว่า ทำสี ดัดผม (ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง) ตามที่ ศบค เสนอได้แล้วหรือเปล่าครับ? / เพราะมีบ้างร้านรับนัดทำสีผม ดัดผม ฯลฯ แล้วครับ ... รบกวนไขความกระจ่างเรื่องนี้เพื่อลดความสับสนของประชาชนด้วยครับ (จะได้ทำตัวถูกครับ) ขอบคุณครับ