17/07/2026
🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง
⚽️ ประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยและบทบันทึกฟุตบอลโลก
กีฬาฟุตบอลในไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2440 โดยเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ได้นำกลับมาจากประเทศอังกฤษและบรรจุในหลักสูตรโรงเรียน จนเกิดแมตช์ทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 ณ ทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง) ระหว่างทีมบางกอกและทีมกรมศึกษาธิการ วงการลูกหนังไทยเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 ริเริ่มฟุตบอลถ้วยพระราชทาน และจัดตั้งคณะฟุตบอลสยามแข่งขันระดับนานาชาติ ต่อมาไทยได้เข้าเป็นสมาชิก FIFA เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 และเคยสร้างเกียรติประวัติสูงสุดด้วยการเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูร้อนถึง 2 ครั้ง (พ.ศ. 2499 ณ เมลเบิร์น และ พ.ศ. 2511 ณ เม็กซิโกซิตี้) ก่อนพัฒนามาสู่ระบบฟุตบอลอาชีพหรือไทยลีกในปัจจุบัน
📍ฟุตบอลโลก 2026: เจ้าภาพและคู่ชิงชนะเลิศ
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ภายใต้รูปแบบใหม่ที่มีทีมเข้าร่วมมากถึง 48 ทีม โดยคู่ชิงชนะเลิศเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ทีมชาติสเปน แชมป์ยุโรปล่าสุดที่ชนะฝรั่งเศสในรอบรองฯ และทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์โลกเก่าที่เฉือนชนะอังกฤษมาได้ ซึ่งมีกำหนดการลงสนามนัดหยุดโลก ณ สนามกีฬาเมตไลฟ์ รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2026
📍สถิติการเข้าชิงชนะเลิศในอดีตของอาร์เจนตินาและสเปน
ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศจะเริ่มขึ้น ทั้งสองประเทศต่างมีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ โดยทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าชิงมาแล้ว 6 ครั้ง คว้าแชมป์ได้ 3 ครั้ง (ปี 1978 ชนะเนเธอร์แลนด์ 3-1, ปี 1986 ยุค Diego Maradona ชนะเยอรมันตะวันตก 3-2 และปี 2022 ยุค Leonel Messi ชนะจุดโทษฝรั่งเศส ส่วนปี 1930, 1990 และ 2014 ได้รองแชมป์) ขณะที่ทีมชาติสเปนเข้าชิง 1 ครั้งและคว้าแชมป์ได้ 1 ครั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ในปี 2010 จากประตูชัยของ Andrés Iniesta ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่แอฟริกาใต้
📍เจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งถัดไป 2030
ด้านฟุตบอลโลกปี 2030 ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปี มีเจ้าภาพหลัก 3 ประเทศคือ สเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก อย่างไรก็ตาม FIFA ได้ประกาศความพิเศษจัดแมตช์เปิดสนามฉลองศตวรรษ 3 นัดแรกที่ทวีปอเมริกาใต้ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อุรุกวัย อาร์เจนตินา และปารากวัย ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการแข่งขันครอบคลุมถึง 3 ทวีป และ 6 ประเทศ
📍ฟุตบอลกับการทูตเชิงวัฒนธรรมและการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์
นอกจากนี้ ฟุตบอลยังเป็นเครื่องมือสำคัญของการทูตเชิงกีฬา (Sports Diplomacy) และการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของไทย โดยในระดับภูมิภาคได้ใช้การแข่งขันเชื่อมสัมพันธ์ประชาชนผ่านโครงการ "People to People Connectivity" ของกรมการปกครอง ช่วยลดปัญหาความมั่นคงและส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยวชายแดน ส่วนในระดับโลก ภาพลักษณ์ลูกหนังไทยได้รับการยกระดับจากการที่กลุ่มทุนไทยเข้าไปบริหารสโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรป ซึ่งเป็นช่องทางเผยแพร่วัฒนธรรม สินค้า และแบรนด์ไทย สอดรับกับยุทธศาสตร์ของภาครัฐที่บูรณาการแมตช์นานาชาติเพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ไทย ทั้งอาหาร เทศกาล และอัธยาศัยไมตรี เพื่อสร้างการยอมรับและแบรนด์ดิ้งประเทศในเวทีสากล
“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน