การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division

การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์งานในภารกิจของส่วนวิเทศสัมพันธ์ กรมการปกครอง

🏠📱 ย้ายทะเบียนบ้านได้ง่าย ๆ ผ่านแอป ThaiD📍ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต เพราะปัจจุบันสามารถแจ้งย...
27/07/2026

🏠📱 ย้ายทะเบียนบ้านได้ง่าย ๆ ผ่านแอป ThaiD

📍ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต เพราะปัจจุบันสามารถแจ้งย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

📍เพียงเข้าสู่เมนู บริการทะเบียนออนไลน์ ยืนยันตัวตน เลือกระบบแจ้งย้ายที่อยู่ออนไลน์ และกรอกเลขประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านปลายทาง จากนั้นเจ้าบ้านกดยืนยันและให้ความยินยอมผ่านแอป ThaiD

📍เมื่อเจ้าหน้าที่นายทะเบียนตรวจสอบและอนุมัติแล้ว ทั้งผู้ย้ายและเจ้าบ้านจะได้รับแจ้งผลผ่านแอป พร้อมสามารถคัดสำเนา ทร.14/1 จากเมนูคัดรับรองเอกสารด้วยตนเอง เพื่อใช้แทนสำเนาทะเบียนบ้านรูปแบบเดิมได้

✅ สะดวกทุกที่
✅ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
✅ ตรวจสอบสถานะได้ผ่านระบบออนไลน์
✅ บริการภาครัฐที่เข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้ว

ดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป ThaiD ให้พร้อม แล้วเริ่มดำเนินการได้เลย

#ทะเบียนบ้านดิจิทัล #บริการทะเบียนออนไลน์ #งานทะเบียนราษฎร #กรมการปกครอง #อำเภอพึ่งได้

🌍 Weekly Global News  #39🗓 วันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2569🇺🇸24 ก.ค. 69 สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ บังคับใช้กับ 6...
24/07/2026

🌍 Weekly Global News #39
🗓 วันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2569

🇺🇸24 ก.ค. 69
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ บังคับใช้กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" ในอัตรา 12.5% อ้างล้มเหลวในการสกัดการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ
อ้างอิง: https://www.thaipbs.or.th/news/content/508654

🇺🇸🇸🇦23 ก.ค. 69
ซาอุดีอาระเบีย–สหรัฐฯ ลงนามความตกลงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ อาจเพิ่มความเสี่ยงแพร่ขยายนิวเคลียร์และแข่งขันด้านอาวุธในตะวันออกกลาง
อ้างอิง: https://www.nia.go.th/news/page/detail/14548/
https://www.thaipbs.or.th/news/content/508615

🇹🇭21 ก.ค. 69
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 59 อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat Session) ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์
อ้างอิง : https://www.mfa.go.th/th/content/dpmfm-retreat-eic5pc-59th-amm-pmc-manila-th?page=5d5bd3c915e39c306002a904&menu=5d5bd3c915e39c306002a905

🇬🇧20 ก.ค. 69
นายแอนดี เบิร์นแฮม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรคนใหม่อย่างเป็นทางการ
อ้างอิง : https://www.nia.go.th/news/page/detail/14511/
https://www.thaipbs.or.th/news/content/508507

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
- Foreign Affairs Division -
"ครบเครื่อง-สร้างสรรค์-ทันสมัย-ใจสาธารณะ"
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์
#กองวิชาการและแผนงาน

🏠📘 การแจ้งย้ายที่อยู่ในประเทศไทย ต้องทำอย่างไร?มาทำความเข้าใจขั้นตอนการแจ้งย้ายที่อยู่ผ่านบทสนทนาระหว่าง “Vanessa” และ “...
24/07/2026

🏠📘 การแจ้งย้ายที่อยู่ในประเทศไทย ต้องทำอย่างไร?

มาทำความเข้าใจขั้นตอนการแจ้งย้ายที่อยู่ผ่านบทสนทนาระหว่าง “Vanessa” และ “Manop – ปลัดอำเภอ” ทั้งการแจ้งย้ายออกแบบปกติและการแจ้งย้ายปลายทาง พร้อมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ เอกสารที่ต้องใช้ ระยะเวลาดำเนินการ และค่าธรรมเนียม

✅ แจ้งย้ายภายใน 15 วัน
✅ เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
✅ แจ้งย้ายปลายทางได้ที่สำนักทะเบียนแห่งใหม่
✅ ค่าธรรมเนียมการแจ้งย้ายปลายทาง 20 บาท

ข้อมูลเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง เพื่อให้การย้ายที่อยู่เป็นเรื่องสะดวกและถูกต้องตามกฎหมาย

#การแจ้งย้ายที่อยู่ #งานทะเบียนราษฎร #สำนักทะเบียน #ทะเบียนบ้าน #ปลัดอำเภอ #กรมการปกครอง #อำเภอพึ่งได้

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง⚽️ ประวัติศาสตร์ฟุตบอลไท...
17/07/2026

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

⚽️ ประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยและบทบันทึกฟุตบอลโลก
กีฬาฟุตบอลในไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2440 โดยเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ได้นำกลับมาจากประเทศอังกฤษและบรรจุในหลักสูตรโรงเรียน จนเกิดแมตช์ทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 ณ ทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง) ระหว่างทีมบางกอกและทีมกรมศึกษาธิการ วงการลูกหนังไทยเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 ริเริ่มฟุตบอลถ้วยพระราชทาน และจัดตั้งคณะฟุตบอลสยามแข่งขันระดับนานาชาติ ต่อมาไทยได้เข้าเป็นสมาชิก FIFA เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 และเคยสร้างเกียรติประวัติสูงสุดด้วยการเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูร้อนถึง 2 ครั้ง (พ.ศ. 2499 ณ เมลเบิร์น และ พ.ศ. 2511 ณ เม็กซิโกซิตี้) ก่อนพัฒนามาสู่ระบบฟุตบอลอาชีพหรือไทยลีกในปัจจุบัน

📍ฟุตบอลโลก 2026: เจ้าภาพและคู่ชิงชนะเลิศ
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ภายใต้รูปแบบใหม่ที่มีทีมเข้าร่วมมากถึง 48 ทีม โดยคู่ชิงชนะเลิศเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ทีมชาติสเปน แชมป์ยุโรปล่าสุดที่ชนะฝรั่งเศสในรอบรองฯ และทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์โลกเก่าที่เฉือนชนะอังกฤษมาได้ ซึ่งมีกำหนดการลงสนามนัดหยุดโลก ณ สนามกีฬาเมตไลฟ์ รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2026

📍สถิติการเข้าชิงชนะเลิศในอดีตของอาร์เจนตินาและสเปน
ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศจะเริ่มขึ้น ทั้งสองประเทศต่างมีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ โดยทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าชิงมาแล้ว 6 ครั้ง คว้าแชมป์ได้ 3 ครั้ง (ปี 1978 ชนะเนเธอร์แลนด์ 3-1, ปี 1986 ยุค Diego Maradona ชนะเยอรมันตะวันตก 3-2 และปี 2022 ยุค Leonel Messi ชนะจุดโทษฝรั่งเศส ส่วนปี 1930, 1990 และ 2014 ได้รองแชมป์) ขณะที่ทีมชาติสเปนเข้าชิง 1 ครั้งและคว้าแชมป์ได้ 1 ครั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ในปี 2010 จากประตูชัยของ Andrés Iniesta ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่แอฟริกาใต้

📍เจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งถัดไป 2030
ด้านฟุตบอลโลกปี 2030 ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปี มีเจ้าภาพหลัก 3 ประเทศคือ สเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก อย่างไรก็ตาม FIFA ได้ประกาศความพิเศษจัดแมตช์เปิดสนามฉลองศตวรรษ 3 นัดแรกที่ทวีปอเมริกาใต้ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อุรุกวัย อาร์เจนตินา และปารากวัย ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการแข่งขันครอบคลุมถึง 3 ทวีป และ 6 ประเทศ

📍ฟุตบอลกับการทูตเชิงวัฒนธรรมและการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์
นอกจากนี้ ฟุตบอลยังเป็นเครื่องมือสำคัญของการทูตเชิงกีฬา (Sports Diplomacy) และการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของไทย โดยในระดับภูมิภาคได้ใช้การแข่งขันเชื่อมสัมพันธ์ประชาชนผ่านโครงการ "People to People Connectivity" ของกรมการปกครอง ช่วยลดปัญหาความมั่นคงและส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยวชายแดน ส่วนในระดับโลก ภาพลักษณ์ลูกหนังไทยได้รับการยกระดับจากการที่กลุ่มทุนไทยเข้าไปบริหารสโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรป ซึ่งเป็นช่องทางเผยแพร่วัฒนธรรม สินค้า และแบรนด์ไทย สอดรับกับยุทธศาสตร์ของภาครัฐที่บูรณาการแมตช์นานาชาติเพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ไทย ทั้งอาหาร เทศกาล และอัธยาศัยไมตรี เพื่อสร้างการยอมรับและแบรนด์ดิ้งประเทศในเวทีสากล

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง🗓️ การประชุมอย่างไม่เป็น...
15/07/2026

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

🗓️ การประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา และการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายเรื่องเมียนมา
(Informal Meeting of ASEAN Foreign Ministers with the Foreign Minister of Myanmar
and Extended Informal Consultation on Myanmar)

📍1. ภาพรวมการประชุม
• วัน-เวลา และสถานที่: วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพมหานคร
• เจ้าภาพและผู้ดำเนินรายการ: นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เป็นเจ้าภาพสถานที่ โดยมี นางมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ (ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนปี 2569) ทำหน้าที่ประธานการประชุม
• รูปแบบการประชุม: แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา และการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายผล (Extended Informal Consultation)
• จุดเปลี่ยนสำคัญเชิงสัญลักษณ์: เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี (นับตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารปี 2564) ที่ผู้แทนระดับการเมืองของเมียนมา คือ นายอู ติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาคนใหม่ ได้เข้าร่วมการหารือแบบเผชิญหน้า (In-person) กับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างเป็นทางการ

📍2. ประเด็นหารือและจุดยืนของอาเซียน (Key Discussion Points)
• ยึดมั่นฉันทามติ 5 ข้อ อาเซียนยืนยันว่า ฉันทามติ 5 ข้อ ยังเป็นกรอบหลักในการแก้ปัญหา และเรียกร้องให้มีผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการยุติความรุนแรงและการเปิดเวทีหารือที่ครอบคลุมทุกฝ่าย
• สถานะของนางออง ซาน ซูจี: ฝ่ายเมียนมาแจ้งว่านางซูจีได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมใน "สถานที่พำนักที่กำหนดไว้" และมีสุขภาพแข็งแรงดี ขณะที่อาเซียนผลักดันให้ผู้แทนพิเศษเข้าพบเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
• การขยายความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม: ผลักดันการกระจายความช่วยเหลือผ่านศูนย์ AHA Centre เน้นย้ำหลักการความเท่าเทียมและไร้การเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ส่งตรงถึงประชาชนในพื้นที่เปราะบางตามแนวชายแดน โดยผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนมีแผนเดินทางเยือนเมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้
• การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ: รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้บรรยายสรุปถึงความพยายามของรัฐบาลในการเร่งสร้างเสถียรภาพ ผ่านการปราบปรามภัยคุกคามข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Online Scams/แก๊งคอลเซ็นเตอร์) การค้ายาเสพติด และการค้ามนุษย์

📍3. ท่าทีและยุทธศาสตร์ของประเทศไทย
• ยุทธศาสตร์แบบมีเงื่อนไข : ไทยเสนอแนวทาง "การมีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีเงื่อนไข" เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เมียนมาปฏิบัติตามกรอบอาเซียน
• บทบาทตัวกลางไกล่เกลี่ย : ไทยแสดงความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเปิดเวทีเจรจา ระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพื้นที่อิทธิพลติดชายแดนไทย เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงตามแนวพรมแดน

📍4. ท่าทีและยุทธศาสตร์ของฝ่ายเมียนมา
• การทบทวนฉันทามติ: รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาแจ้งว่า รัฐสภาเมียนมาได้มีมติให้รัฐบาล "ทบทวน" ฉันทามติ 5 ข้อ เนื่องจากมองว่าข้อกำหนดบางประการไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของกฎบัตรอาเซียน และไม่สอดรับกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบันภายในประเทศ
• การขอคืนสิทธิทางการเมือง: เมียนมาได้แสดงความประสงค์และยื่นเงื่อนไขขอกลับเข้าสู่การมีส่วนร่วมในกรอบการประชุมต่างๆ ของอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบและมีสิทธิเท่าเทียมอีกครั้ง

📍5. ทิศทางต่อไปในเวทีอาเซียน
• ประเด็นจากการประชุมครั้งนี้จะถูกนำไปหารือต่อในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) ณ กรุงมะนิลา ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569
• การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ช่วงปลายปีนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการประเมินความคืบหน้าของเมียนมา เพื่อพิจารณาสถานะและการกลับเข้าร่วมประชุมอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌍Global Diplomatic Hub 🌎📍โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง🇹🇭🇻🇳50 ปีมิตรภาพไทย-เวี...
13/07/2026

🌍Global Diplomatic Hub 🌎
📍โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

🇹🇭🇻🇳50 ปีมิตรภาพไทย-เวียดนาม จากรากฐานประวัติศาสตร์สู่การเปิดประตูอันดามันที่ภูเก็ต

⌛️ภูมิหลังประวัติศาสตร์:
- ไทยและเวียดนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ภายหลังสงครามเวียดนาม แม้ความสัมพันธ์ในช่วงทศวรรษ 1980 จะได้รับผลกระทบจากความแตกต่างทางการเมืองและปัญหากัมพูชา แต่เริ่มคลี่คลายในปี 2531 จากนโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า”
- ความสัมพันธ์พัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2538 ก่อนยกระดับเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในปี 2556 และก้าวสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ครอบคลุมการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

💰☀️ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคมไทย - เวียดนาม:
- ด้านเศรษฐกิจ: ไทยและเวียดนามพัฒนาจากคู่แข่งทางการค้า สู่การเป็นคู่ค้าและพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาค โดยตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านยุทธศาสตร์ Three Connects ได้แก่
1. เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน - ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยี
2. เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก - สนับสนุนการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างธุรกิจท้องถิ่นและ SMEs
3. เชื่อมโยงการเติบโตสีเขียว - ร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน
- ด้านสังคม: ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามมีรากฐานจากชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม บ้านนาจอก จังหวัดนครพนม โดยปัจจุบันความร่วมมือได้ขยายสู่การท่องเที่ยวและการศึกษา ผ่านเส้นทางบินตรงระหว่างเมืองสำคัญ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร
และความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศ

🤝การเปิดสำนักงานกงสุลและการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี
- วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวียดนามเปิดสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมพร้อมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามในวาระครบรอบ 50 ปี ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเส้นทางบินตรง นครโฮจิมินห์–ภูเก็ต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
- สำนักงานแห่งนี้ทำหน้าที่ดูแลพลเมืองและนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม พร้อมเชื่อมโยงโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างเวียดนามกับภาคใต้ของไทย
- นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์เวียดนามประจำจังหวัดภูเก็ตคนแรก โดยมีเขตอำนาจดูแล 8 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี
- เป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ของการจัดตั้งสำนักกงสุลฯ แห่งแรกที่ภูเก็ต ได้แก่ การปกป้องและอำนวยความสะดวกผ่านการรองรับและดูแลผลประโยชน์ของพลเมืองและนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามที่เดินทางมายังภาคใต้ของไทย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอันดามัน โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงและส่งเสริมการลงทุน การค้า และนักท่องเที่ยวระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันของไทยกับตลาดเวียดนาม และท้ายที่สุดคือการเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างกันภายใต้แนวคิด “Growing Together – เติบโตไปด้วยกัน”

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์
#กองวิชาการและแผนงาน
#กรมการปกครอง

🌍Global Diplomatic Hub 🌎📍โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง🇹🇭🇲🇾ความสัมพันธ์ทางการท...
10/07/2026

🌍Global Diplomatic Hub 🌎
📍โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

🇹🇭🇲🇾ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและมาเลเซีย และการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

🔹การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ

ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2500 ซึ่งตรงกับวันชาติของมาเลเซีย (Hari Merdeka) ซึ่งความสัมพันธ์แบบทวิภาคียังคงพัฒนาอย่างมั่นคงตั้งแต่ตอนนั้นมา โดยในปี 2505 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ โดยเป็นหมุดหมายที่สำคัญในการกระชับมิตร

🔹บทบาทร่วมกันในระดับภูมิภาคและการเมือง

▶️ผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน: ไทยและมาเลเซียจัดเป็นสองในห้าประเทศสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ในปี 2510 โดยร่วมมือกันขับเคลื่อนเสถียรภาพและเศรษฐกิจของภูมิภาคมาโดยตลอด
▶️ความมั่นคงชายแดน: ในช่วงสงครามเย็นและยุคปราบปรามคอมมิวนิสต์ ทั้งสองฝ่ายมีการประสานงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด รวมถึงในยุคหลังที่มาเลเซียเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการกระบวนการพูดคุยสันติสุขเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
การเดินทางเยือนสหพันธรัฐมาเลเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี

📍นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เยือนสหพันธรัฐมาเลเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 โดยวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรี ได้หารือเต็มคณะกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ณ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์

♦️การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่ประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซียจะร่วมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 70 ปี ที่จะเวียนมาถึงในปี 2570 โดยทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินโครงการสำคัญ ดังนี้

🔘ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เห็นพ้องให้มีการเร่งเดินหน้าโครงการเชื่อมโยงชายแดนทั้งการกลับมาเปิดการเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวิร์ธ ให้ใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโกลก-รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่
🔘ด้านเศรษฐกิจและการค้า ตั้งเป้ามูลค่าการค้าระหว่างกันที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้ ผ่านการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดน
🔘ด้านการเกษตร ผู้นำทั้งสองร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และความมั่นคงทางอาหาร โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศได้หาทางออกร่วมกันในประเด็นกุ้งและปลากะพงเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงโดยเร็ว
🔘ด้านความมั่นคงและการจัดการภัยพิบัติ ยืนยันแนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเพิ่มความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ตลอดจนจัดตั้งคณะทำงานร่วมดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมร่วมกัน
🔘ด้านความสัมพันธ์และการต่างประเทศ การหารือครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนฉลองครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 ซึ่งไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนไทยอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป นอกจากนี้ มาเลเซียยังได้ชื่นชมบทบาทของไทยในการแก้ไขความไม่สงบและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมาอย่างสร้างสรรค์

📌ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากร สะเดาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ณ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมี นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐมาเลเซีย ร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งการจับมือของทั้งสองฝ่ายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางข้ามแดนของประชาชน การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศให้มีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

✏️ทั้งนี้ จุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ จะได้เปิดให้บริการประชาชนทั่วไป ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สภา มช.) ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและระยะเวลาในการรอผ่านด่านของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญต่อไป

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌍Global Diplomatic Hub 🌎📍โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง💊 World Drug Report 202...
08/07/2026

🌍Global Diplomatic Hub 🌎
📍โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

💊 World Drug Report 2026, ASEAN and Thailand
จากรายงานสถานการณ์ยาเสพติดโลกประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2026 ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชี้ให้เห็นว่าตลาดยาเสพติดโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยมีเทคโนโลยีใหม่ๆ สารเสพติดชนิดใหม่ และความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในหลายภูมิภาคเป็นตัวเร่งปัญหา โดยมีประเด็นสำคัญระดับโลกที่น่าสนใจดังนี้

1. ยุคทองของยาเสพติดสังเคราะห์ (Synthetic Drugs Rise) กลุ่มอาชญกรเปลี่ยนผ่านจากยาเสพติดที่ต้องพึ่งพาพืช เช่น ฝิ่นหรือกัญชา ไปสู่สารสังเคราะห์ทางเคมีมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนต่ำ ควบคุมปริมาณง่าย และตรวจจับยาก โดยรายงานระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมามีการตรวจพบสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substances: NPC) หมุนเวียนในตลาดสูงถึง 755 ชนิด

2. จุดเปลี่ยนตลาดยาฝิ่นโลก แม้การสั่งห้ามปลูกฝิ่นในอัฟกานิสถานส่งผลให้ผลผลิตเฮโรอีนโลกส่วนใหญ่ลดลง และทำให้เมียนมากลายเป็นผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลกแทน (ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 420 ตันในปี 2021 เป็นมากกว่า 1000 ตันในปี 2025) แต่ภาพรวมยาเสพติดกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) กลับถูกทดแทนด้วยสารสังเคราะห์ที่มีอันตรายสูงกว่าและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เช่น Fentanyl และ Nitazenes

📌 การเชื่อมโยงปัญหายาเสพติดสู่อาเซียน จากความล้มเหลวของนโยบายแข็งกร้าว
ภูมิภาคอาเซียนเผชิญความท้าทายเรื่องยาเสพติดมาอย่างยาวนาน โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญทางนโยบายและโครงสร้างอาชญกรรม ดังนี้

1. ประวัติศาสตร์และความขัดแย้งเชิงนโยบาย โดยในอดีตอาเซียนเคยร่วมลงนามในแนวคิดภูมิภาคปลอดยาเสพติดภายในปี 2020 (Joint Declaration for A Drug-Free ASEAN) โดยเน้นการใช้นโยบายแบบแข็งกร้าวและลงโทษรุนแรง เช่น สงครามยาเสพติดในไทยปี 2546 และฟิลิปปินส์ในยุคประธานาธิบดีดูแตร์เตปี 2559 แต่นโยบายเหล่านี้กลับล้มเหลวในการทำลายเครือข่ายต้นตอ และทำให้อาเซียนบางประเทศรวมถึงไทยเริ่มหันมามองนโยบายทางเลือก เช่น การบำบัดสาธารณสุข และการแยกผู้เสพออกจากผู้ค้า

2. วิกฤตยาเสพติดสังเคราะห์เบ่งบานในอาเซียนปัจจุบัน โดยรายงานเฉพาะของ UNODC ประจำภูมิภาคในเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่า เครือข่ายอาชญกรรมในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เติบโตจนทำลายสถิติเก่า โดยในปี 2025 สามารถยึดยาไอซ์ (Methamphetamine) ได้สูงถึง 349 ตัน และยาเค (Ketamine) อีก 52.5 ตัน

3. การเกิดระบบเศรษฐกิจอาชญกรรมแบบลูกผสม (Deepening Convergence) โดยปัจจัยหหลักที่ทำให้เครือข่ายยาเสพติดอาเซียนเติบโตอย่างก้าวกระโดดคือการที่โรงงานผลิตยาเสพติดและศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือการหลอกลวงออนไลน์นั้น ดำเนินงานอยู่เคียงคู่กันในพื้นที่เปราะบางทางการเมือง เช่น ในรัฐฉานตอนเหนือของเมียนมา ขบวนการเหล่านี้แบ่งปันระบบโลจิสติกส์ การคุ้มกันจากกองกำลังท้องถิ่น และใช้เครือข่ายฟอกเงินและคริปโทเคอร์เรนซีร่วมกัน ส่งผลให้ตลาดยาเสพติดข้ามชาติในอาเซียนมีความสลับซับซ้อนเกินกว่าที่กฎหมายแบบเดิมจะสกัดกั้นได้

4. ท่าทีอย่างเป็นทางการของอาเซียน ในการประชุม CND สมัยที่ 69 อาเซียนได้แถลงร่วมกันเพื่อเปลี่ยนผ่านแผนความมั่นคงด้านยสเสพติดเดิม สู่แผนงานใหม่ปี 2026-2035 (ASEAN Work Plan 2026-2035) เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้

📌 ปัญหายาเสพติดข้ามชาติในประเทศไทย ในฐานะ Transit Hub และวิกฤตราคา
เนื่องจากประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ติดอยู่กับสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างประเทศไทย เมียนมา และลาว ส่งผลให้ไทยกลายเป็นหน้าด่านที่มีความสำคัญที่สุดในนิเวศอาชญากรรมข้ามชาตินี้
✨ ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางผ่าน (Transit Hub) โดยมีตัวเลขจากรายงาน UNODC 2026 บ่งชี้ข้อมูลที่น่าตกใจว่าเฉพาะประเทศไทยและลาวสามารถสกัดยึดยาบ้าและยาไอซ์ได้มากกว่า 159 ตันในปี 2025 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณยาเสพติดที่ยึดได้ทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสะท้อนว่าปริมาณยาเสพติดมหาศาลไหลข้ามแดนจากโรงงานผลิตในเมียนมาผ่านพื้นที่ชายแดนไทยเพื่อกระจายต่อไปยังประเทศปลายทางที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
✨ วิกฤตราคาขายปลีกดิ่งเหว (Oversupply) แม้ว่าเจ้าหน้าที่ไทยจะสามารถจับกุมและยึดยาเสพติดได้ในปริมาณที่มหาศาลและทำลายสถิติ แต่ราคาขายปลีกของยาเสพติดในไทยกลับดิ่งลดลงอย่างน่าใจหาย โดยราคายาไอซ์ในไทยลดลงจาก 20 ดอลลาร์ต่อกรัม เป็น 13.50 ดอลลาร์ต่อกรัม ดัชนีราคานี้สะท้อนชัดเจนตามหลักเศรษฐศาสตร์ว่าปริมาณการผลิตและลักลอบนำเข้ามีมากกว่าปริมาณที่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นได้หลายเท่าตัวจนยาเสพติดล้นตลาด
✨ ปัจจัยเชิงโครงสร้างและการคอร์รัปชัน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและความมั่นคงวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามชาติได้เบ็ดเสร็จมาจากความเปราะบางทางการเมืองและการสู้รบภายในประเทศเพื่อนบ้านที่ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นไม่สามารถควบคุมพื้นที่ชายแดนได้ ประกอบกับปัญหาการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ชายแดนและการบังคับใช้กฎหมายที่ยังมีช่องโหว่ในระบบสกัดกั้นสารเคมีตั้งต้นไม่ให้ไหลเข้าสู่แหล่งผลิต

Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌍Global Diplomatic Hub 🌎📍โต๊ะข่าวต่างประเทศโดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง🇬🇧 การลาออกของ Sir Keir...
07/07/2026

🌍Global Diplomatic Hub 🌎
📍โต๊ะข่าวต่างประเทศ
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

🇬🇧 การลาออกของ Sir Keir Starmer และทิศทางการเมืองของประเทศอังกฤษ
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงาน (Labour Party) และนายกรัฐมนตรีอย่างกะทันหันหลังจากนำพรรคชนะการเลือกตั้งในปี 2024 วันนี้ส่วนวิเทศสัมพันธ์ จะพามาศึกษา สาเหตุ ระบบรัฐสภาอังกฤษ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยกันครับ โดยสาเหตุหลักเกิดขึ้นกับปัจจัย ดังนี้

1.ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 พรรคแรงงานสูญเสียคะแนนเสียงและที่นั่งจำนวนมากให้กับพรรคคู่แข่งโดยเฉพาะพรรคขวาจัดอย่าง Reform UK
ของ Nigel Farage ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนอย่างรุนแรงต่อรัฐบาล

2.วิกฤตอื้อฉาวภายใน หลังการแต่งตั้ง Peter Mandelson เป็นทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ ทำให้สตาร์เมอร์เผชิญความกดดันอย่างหนักเพราะมีการพบว่าแมนเดิลสันมีความเชื่อมโยงกับ Jeffrey Epstein ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก จนถูกปลดในเวลาต่อมาซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอังกฤษอย่างรุนแรง

3.แรงกดดันและการลาออกของรัฐมนตรี เกิดรอยร้าวและการลาออกของรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เช่น รัฐมนตรีสาธารณสุขและกลาโหม เป็นต้น

📌 สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
เคียร์ สตาร์เมอร์ ยังทำหน้าที่เป็นรักษาการนายกฯ เพื่อประคองรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน และคาดการณ์ว่ากระบวนการต่างๆจะเสร็จสิ้นและได้นายกฯ คนใหม่ภายในเดือนกันยายน 2026 ทั้งนี้ กระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองดังกล่าวดำเนินไปตามกลไกของระบบรัฐสภาอังกฤษ (Westminster System) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลและการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

📈ระบบรัฐสภาของอังกฤษ หรือ Westminster System
สหราชอาณาจักรใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยมรพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) โดยที่โครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1. สภาสามัญชน (House of Commons) ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MPs) จำนวน 650 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงในแต่ละเขต ผ่านระบอบ First-past-the-post ใครได้คะแนนสูงสุดในเขตนั้นชนะ โดยมีอำนาจสูงสุดในการผ่านกฎหมายและพิจารณางบประมาณ

2. สภาขุนนาง (House of Lords) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการแต่งงานเสนอชื่อหรือสืบสายเลือด ทำหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ และทักท้วงกฎหมายที่ส่งมาจากสภาสามัญชน แต่ไม่มีอำนาจยับยั้งกฎหมายเด็ดขาด

3. องค์พระมหากษัตริย์ (The Monarch) ทรงเป็นประมุขตามราชประเพณี ซึ่งทำหน้าที่ลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายที่ผ่านสภาแล้ว (Royal Assent) และแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามกลไกของสภา

📌 กลไกการเลือกนายกรัฐมนตรี
ประชาชนอังกฤษไม่ได้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงแต่เลือกผู้แทนราษฎร ของแต่ละพรรคการเมืองเข้าไปในสภา หัวหน้าพรรคการเมืองใดที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาสามัญชนได้เกิน 325 เสียง จะได้รับเชิญจากพระมหากษัตริย์ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และด้วยระบบพรรคการเมืองแบบนี้ หากหัวหน้าพรรครัฐบาลลาออกหรือถูกถอดถอนโดยสมาชิกภายในพรรคของตน พรรคนั้นจะจัดการเลือกตั้งภายใน (Leadership Election) เพื่อหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ซึ่งคนๆนั้นจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องยุบสภาพเพื่อเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ ตราบใดที่พรรคนั้นยังครองเสียงข้างมากอยู่

โดยในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมามีนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่
✨ Boris Johnson เป็นผู้ขับเคลื่อนแคมเปญ Get Brexit Done และสามารถนำสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจาก EU ได้สำเร็จอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มกราคม 2020 ยุติความชะงักทางการเมืองที่ยาวนานกว่า 4 ปี และยังมีผลงานนำร่องโครงการจัดซื้อและฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่รวดเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
✨ Rishi Sunak สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกฯอังกฤษเชื้อสายเอเชียและนับถือศาสนาฮินดูคนแรก ผลงานโดดเด่นเกิดขึ้นในสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง โดยออกมาตรการ Furlough Scheme ซึ่งช่วยพยุงเศรษฐกิจและธุรกิจไม่ให้ล้มละลาย และสามารถกู้วิกฤตเสถียรภาพทางการเงินของประเทศที่วิกฤติได้

📌 ผลกระทบต่อประเทศไทย (แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้)

1. ความล่าช้าในการเจรจาข้อตกลง Enhanced Trade Partnership (ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาความร่วมมือนั้น) โดยการเปลี่ยนผ่านผู้นำจะทำให้นโยบายต่างประเทศและการเจรจาการค้าหยุดชะงักชั่วคราว ส่งผลให้การขยายตลาดส่งออกของไทยไปยังอังกฤษในกลุ่มสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจต้องล่าช้าออกไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่และได้มีการกำหนดทิศทางนโยบายที่มีความชัดเจน

2.ความผันผวนของค่าเงินบาทและเงินปอนด์ ในกรณีที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงนั้นอาจส่งผลต่อการตัดสินใจการเดินทางของนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย เนื่องจากต้นทุนการเดินทางและการใช้จ่ายในไทยแพงขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยที่ทำสัญญาซื้อขายด้วยสกุลเงินปอนด์จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนมากขึ้นในระยะนี้

3. ทิศทางนโยบายความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ในอาเซียน (ภายใต้รัฐบาลขอลสตาร์เมอร์ อังกฤษพยายามรักษาสมดุลและขยายอิทธิพลทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก) โดยถ้านายกฯคนใหม่จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลักจะทำให้ทิศทางการทูตเชิงรุกของอังกฤษในอาเซียน (รวมถึงไทย) อาจลดความเข้มข้นลงชั่วคราว และความร่วมมือด้านอื่นๆอาจต้องรอการจัดลำดับความสำคัญของผู้นำคนใหม่ก่อน

Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง💎การประชุมคณะกรรมการระดั...
06/07/2026

🌎Global Diplomatic Hub โต๊ะข่าวต่างประเทศ🌍
โดย ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง

💎การประชุมคณะกรรมการระดับสูง หรือ High Level Committee (HLC)
🎊คืออะไร 🎊
การประชุมคณะกรรมการระดับสูง หรือ (High Level Committee: HLC) คือ การประชุมของคณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงขององค์กร เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และตัดสินใจในประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กร รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานและกำกับดูแลให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

🎈ลักษณะการประชุม 🎈
• กำหนดนโยบายและทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร
• ติดตามผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัด (KPIs) และแผนงาน
• พิจารณาประเด็นสำคัญ เช่น งบประมาณ โครงการสำคัญ การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการ
• พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและตัดสินใจในประเด็นที่มีผลกระทบต่อองค์กร
• มอบหมายแนวทางดำเนินงานและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

🎉ตัวอย่าง HLC กับประเทศไทย 🇹🇭
1. HLC ไทย–มาเลเซีย: ประเทศไทยเป็นฝ่ายร่วมของคณะกรรมการระดับสูงไทย–มาเลเซีย (Thailand–Malaysia High Level Committee: HLC) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือชายแดนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย ลงนามเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 เพื่อเป็นกลไกระดับนโยบายในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยฝ่ายไทยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธานคณะกรรมการ และมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมร่วมกับฝ่ายมาเลเซีย
บทบาทสำคัญ
• กำหนดนโยบายและทิศทางความร่วมมือระหว่างไทย–มาเลเซีย
• ติดตามและกำกับการดำเนินงานของ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC)
• ส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง และการค้ามนุษย์
• สนับสนุนการประสานงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
• เป็นเวทีหารือเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ

2.HLC ไทย–เมียนมา: ประเทศไทยยังเข้าร่วมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา (Thailand–Myanmar High Level Committee: HLC) เพื่อหารือความร่วมมือด้านชายแดน โดยในปี พ.ศ. 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมคณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee: HLC) ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2569 ซึ่งประเทศไทยได้เตรียมเสนอประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่วาระการประชุม HLC เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน ได้แก่
• การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า
• การลดผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่นละอองข้ามแดน (Transboundary Haze Pollution)
• การป้องกันและควบคุมมลพิษในแม่น้ำที่เชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ
• การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า
• การส่งเสริมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

🚨บทสรุป
การบรรจุประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมไว้ในวาระการประชุม สะท้อนให้เห็นถึงการขยายขอบเขตความร่วมมือจากประเด็นด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดน ไปสู่การรับมือกับความท้าทายร่วมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศของทั้งสองประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค

“Well-rounded, Creative, Innovative, Public Spirit”
— Foreign Affairs Division —
“ครบเครื่อง–สร้างสรรค์–ทันสมัย–ใจสาธารณะ”
#ส่วนวิเทศสัมพันธ์ #กองวิชาการและแผนงาน

ที่อยู่

ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Divisionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division:

ทางลัด

แชร์