ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ห้ามโพสข้อความที่จะนำความเสียหาแก่ผู้อื่น หรือห้ามโพสข้อความที่ไม่เหมาะสมต่างๆ

อย. กำชับผู้ประกอบการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไตรท์ให้ถูกต้อง ตรวจเข้มสถานที่ผลิตอาหารกลุ่มเสี่ยง พร้อมเผยแพร่สื่อแนะนำ...
04/08/2026

อย. กำชับผู้ประกอบการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไตรท์ให้ถูกต้อง ตรวจเข้มสถานที่ผลิตอาหารกลุ่มเสี่ยง พร้อมเผยแพร่สื่อแนะนำการใช้
อย. เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการผลิตอาหาร ร้านอาหาร และผู้ปรุงอาหารทุกประเภทใส่ใจความปลอดภัยในการผลิตอาหารทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการเลือกใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีส่วนผสมของไนไตรท์ (Nitrite) ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. มีเลขสารบบอาหาร และใช้เฉพาะในอาหารและปริมาณตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมจัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้เพื่อส่งเสริมการใช้ไนไตรท์อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของประเทศ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ความปลอดภัยด้านอาหารเป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาหารตระหนักและร่วมกันรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของอาหารในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การใช้เครื่องปรุงและวัตถุเจือปนอาหาร ไปจนถึงสุขลักษณะการประกอบอาหารและจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยโดยภารกิจดังกล่าว อย.ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ดำเนินการเฝ้าระวังเชิงรุก ตรวจสอบ คัดกรองอาหารกลุ่มเสี่ยงควบคู่กับการสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบอาหาร เห็นถึงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบ เครื่องปรุง และวัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง เพราะทุกขั้นตอนของการประกอบอาหารล้วนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค

เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า จากกรณีที่พบการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีส่วนผสมของไนไตรท์ไม่ถูกต้องจนส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เวียนศีรษะ ตาพร่า ความดันโลหิตต่ำ และบางรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะนี้ อย. ประสาน สสจ. ทั่วประเทศเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้วัตถุเจือปนอาหารและเก็บตัวอย่างจากสถานที่ผลิตอาหารกลุ่มเสี่ยงที่มีการใช้ไนไตรท์เป็นส่วนประกอบ เช่น เนื้อสัตว์แปรรูป ไส้กรอก แหนม อย่างเข้มงวด หากพบผู้ประกอบการเจตนาฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนดจะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานผลิตและจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา >> https://oryor.com/media/newsUpdate/media_news/3578

.ร่วมวมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม ผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต...
27/07/2026

.ร่วมวมลงนามถวายพระพร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม
ผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 26- 30 ก.ค.69

ที่เว็บไซต์
https://wellwishes.royaloffice.th/home/index/56

ดื่มชาไทยไม่ใส่สี ไม่หวาน หรือหวานน้อย ดีต่อสุขภาพชาไทยเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทย หลายคนติดสีส้มเข้มของชาไทย มองว่าส...
25/07/2026

ดื่มชาไทยไม่ใส่สี ไม่หวาน หรือหวานน้อย ดีต่อสุขภาพ
ชาไทยเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทย หลายคนติดสีส้มเข้มของชาไทย มองว่าสีส้มเข้ม หมายถึง รสชาติเข้มข้น ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด สีส้มเข้มไม่เกี่ยวกับรสชาติ เพราะสีส้มเข้มนั้นเกิดจากการใส่สีผสมอาหาร Sun Set Yellow FCF (INS 110 หรือ Yellow No. 6) ซึ่งนิยมใช้ในชาไทย สามารถใช้ได้ไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมในสภาพ พร้อมบริโภค สีส้มเข้มของชาไทย มีความเสี่ยงที่จะมีการใช้สีผสมอาหารเกินที่กฎหมายกำหนด หากได้รับสีผสม อาหารดังกล่าวในปริมาณสูง เป็นเวลานาน จะทำให้ตับและไตทำงานหนัก เพราะต้องขับสารเคมีส่วนเกินออกจาก ร่างกาย รวมถึงอาจเกิดอาการแพ้และระคายเคือง เช่น มีผื่นคันตามผิวหนัง นอกจากนี้อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียได้

ผู้บริโภคควรเลือกชาไทยที่มีสีธรรมชาติจากใบชา ไม่เน้นสีส้มเข้มผิดธรรมชาติ โดยที่ยังคงความหอมของชาไทยได้ และสามารถสั่ง "หวานน้อย" หรือ "ไม่เติมน้ำตาล" เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อย. แนะนำให้ผู้บริโภค เลือกดื่ม “ชาไทยสีอ่อนตามธรรมชาติ” หอมเข้มข้นได้ไม่เกี่ยวกับสี ควรเลือก “หวานน้อย หรือ ไม่เติมน้ำตาล” และดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

"ชาไทยแท้...ไม่จำเป็นต้องสีจืด และความอร่อยไม่จำเป็นต้องหวานมาก"

ที่มา https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2456?fbclid=IwY2xjawTQDMFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFJM0g5ZHVoeU94QTFTSFY5c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHvBwfRLtcL_9_vInCTWD4SFvDCcA0PRu5MYkavMkYdCE6X_KqvevQJqv06v0_aem__5nYuaYxTKboQA4klSN6pA

23/07/2026

ถ้าจะเข้ามาเป็นลูกเพจแล้วรายได้ต่ำกว่า 5แสนบาท...

แอดมินก็รักนะคะ รักและห่วงใย พร้อมเตือนภัยให้ผู้บริโภคทุกท่านค่ะ 😁

เมื่อวันสำคัญทางศาสนาเวียนมาถึงอีกครั้ง สิ่งแรกที่ชาวพุทธศาสนิกชนนึกถึง คือ การตักบาตรทำบุญ เข้าวัดถวายสังฆทาน ซึ่งชุดสั...
23/07/2026

เมื่อวันสำคัญทางศาสนาเวียนมาถึงอีกครั้ง สิ่งแรกที่ชาวพุทธศาสนิกชนนึกถึง คือ การตักบาตรทำบุญ เข้าวัดถวายสังฆทาน ซึ่งชุดสังฆทานที่นิยมถวายมักเป็นปัจจัยสี่ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่พระสงฆ์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ได้แก่ อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องอุปโภค สำหรับวันนี้

อย. จะมาแนะนำการจัดชุดสังฆทานอาหารว่าควรเลือกซื้อหรือพิจารณาอะไรบ้างก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์อาหารนั้นมาจัดชุดสังฆทาน ดังนี้

1. เลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่จำเป็นและเหมาะสมกับพระภิกษุ เช่น ข้าวสาร อาหารกระป๋อง อาหาร
กึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และน้ำดื่ม เป็นต้น

2. อ่านฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ต้องแสดงรายละเอียดครบถ้วน เช่น ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ส่วนประกอบ ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า วันเดือนปีที่หมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน วิธีการเก็บรักษา วิธีการบริโภค และข้อมูลโภชนาการ เป็นต้น

3. ไม่ควรนำอาหารหมดอายุ หรือใกล้หมดอายุมาจัดชุดสังฆทาน

4. เลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุในภาชนะที่สะอาด สามารถป้องกันการปนเปื้อนได้ อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยบุบ หรือฉีกขาด กรณีอาหารกระป๋อง ควรดูลักษณะกระป๋อง ต้องไม่บุบบี้ หรือโป่งพอง หรือมีรอยรั่ว และไม่เป็นสนิม

5. เลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ โดยสังเกตสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกิดจากการบริโภคอาหารรส หวาน มัน เค็ม เกินความเหมาะสม

6. ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์อาหาร ใส่ปะปนกับผลิตภัณฑ์อื่น เพราะอาจปนเปื้อนสารเคมีหรือดูดซับกลิ่น ไม่เหมาะสำหรับรับประทาน หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพระภิกษุได้



#สังฆทานอาหาร #จัดชุดสังฆทานอาหาร #เลือกซื้ออาหารจัดสังฆทาน #ผลิตภัณฑ์อาหาร #ชุดสังฆทาน

ที่มา https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2154?fbclid=IwY2xjawTOl5tleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFpcjNadE1Xenh5M2NZUFBRc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHgWRLMCBPseay1bIJOxLxP6eR-cQNkJjyK49az1XFyLIwG44UWLHXAZBBxrc_aem_cQof-o10esNH0RcuzgZbhw

อย. ยืนยันผลตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลา จากผู้เชี่ยวชาญด้านสายพันธุ์ปลา กรมประมง           สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย....
21/07/2026

อย. ยืนยันผลตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลา จากผู้เชี่ยวชาญด้านสายพันธุ์ปลา กรมประมง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ภายหลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชน โดย อย. ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาคร เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจพิสูจน์ชนิดพันธุ์ปลา ณ กรมประมง ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลา ผลการตรวจยืนยันพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชนิดปลาไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ขณะนี้ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างปลากระป๋องที่พบ ณ สถานที่ผลิต จำนวน 3 รายการ ผลการตรวจพิสูจน์สายพันธุ์ปลาจากกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง กรมประมง พบว่า

รายการที่ 1 เป็นปลากระป๋อง วันที่ผลิต24042026 วันหมดอายุ 24042029 ตรวจพบว่าเป็น ปลานิล

รายการที่ 2 เป็นปลากระป๋อง วันที่ผลิต27042026 วันหมดอายุ 27042029 ตรวจพบว่าเป็น ปลานิล

รายการที่ 3 เป็นปลากระป๋องฉลากแสดงว่าเป็นปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ (ยี่ห้อ โบนัส) วันที่ผลิต 20012026 วันหมดอายุ 20012029ตรวจพบว่าเป็น ปลาซาร์ดีน

เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการใช้ ชนิดปลาไม่ตรงตามที่ยื่นจดทะเบียนไว้กับ อย. ซึ่งเข้าข่ายเป็นการผลิตอาหารปลอมตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท ศรีรุ้งงาม ฟู้ดส์ จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร ในข้อหาดังนี้

1) ผลิตอาหารปลอม มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท

2) แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

3) สถานที่ผลิตอาหารไม่ผ่านเกณฑ์สุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ที่มา https://oryor.com/media/newsUpdate/media_news/3569?fbclid=IwY2xjawTMDGtleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF3eklmYlRGUGlMOUlGOXN2c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHji4LPDRz6WkTDtfdck3s95jPkfdYn23aCZrBMTPxx_GUGZlm9rPrk-gYP06_aem_Lzt_DBlACglhITyO1SUtcA

13 กรกฎาคมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเ...
13/07/2026

13 กรกฎาคม

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค

อย. ยืนยัน ยาความดัน Chlorthalidone ที่สหรัฐฯ เรียกคืน ไม่มีจำหน่ายในไทยอย. ตรวจสอบกรณีองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US...
10/07/2026

อย. ยืนยัน ยาความดัน Chlorthalidone ที่สหรัฐฯ เรียกคืน ไม่มีจำหน่ายในไทย

อย. ตรวจสอบกรณีองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) ประกาศเรียกคืนยารักษาโรคความดันโลหิตสูง Chlorthalidone ที่ผลิตโดยบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย หลังพบว่ายาบางล็อตอาจละลายได้ไม่ตามมาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยืนยันว่า ไม่พบยาดังกล่าวขึ้นทะเบียนหรือจำหน่ายในประเทศไทย ประชาชนจึงไม่ต้องกังวล

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนตำรับยาในประเทศไทยทันที หลัง US FDA เรียกคืนยา Chlorthalidone กว่า 11,000 ขวด เนื่องจากไม่ผ่านการทดสอบด้านคุณภาพหัวข้อการละลายของตัวยาสำคัญ (Dissolution) ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา และขอยืนยันว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิตดังกล่าวได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนหรือวางจำหน่ายในประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันหากพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ที่มีปัญหาฟันหมองคล้ำ หลายคนก็ต้องนึกถึง ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ซึ...
08/07/2026

ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน
หากพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ที่มีปัญหาฟันหมองคล้ำ หลายคนก็ต้องนึกถึง ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีทั้งที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์และเครื่องสำอาง ในบทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันเฉพาะที่เป็นเครื่องมือแพทย์กัน มาติดตามกันเลย

ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันที่เป็นเครื่องมือแพทย์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบ ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) ที่มีระดับความเข้มข้นมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์หรือส่วนประกอบของคาร์บาไมค์ เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) หรือสารชนิดอื่นที่ให้หรือปลดปล่อยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (H2O2 present or released) ที่มีระดับความเข้มข้นมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์

2. ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) ที่มีระดับความเข้มข้นน้อยกว่าหรือเท่ากับ 6 เปอร์เซ็นต์หรือส่วนประกอบของคาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) หรือสารชนิดอื่นที่ให้หรือปลดปล่อยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (H2O2 present or released) ที่มีระดับความเข้มข้นน้อยกว่าหรือเท่ากับ 6 เปอร์เซ็นต์ และมีส่วนประกอบของสารประกอบฟลูออไรด์ ซึ่งเมื่อคำนวณในรูปฟลูออไรด์รวมทั้งหมดแล้วมีระดับความเข้มข้นเกินกว่า 0.11 เปอร์เซ็นต์

ผู้บริโภคควรซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันจากสถานพยาบาลที่มีการให้บริการด้านทันตกรรม สั่งจ่ายโดยประกอบวิชาชีพทันตกรรมหรือซื้อจากผู้ขายที่ได้รับใบอนุญาตขายเครื่องมือแพทย์จาก อย. และควรใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น

ผู้ที่ไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน

- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน และอวัยวะในช่องปาก เช่น ปวดฟัน ฟันผุ มีแผลในช่องปาก เหงือกอักเสบ

- สตรีมีครรภ์

- ผู้สูบบุหรี่

- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์

- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

คำแนะนำหลังการฟอกสีฟัน

- ควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม

- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกรดสูงเกินไป เช่น อาหารรสจัด หรือผลไม้รสเปรี้ยว

- ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่



- หากมีอาการเสียวฟัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นจัด

- ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด





#ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน #ฟอกสีฟัน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สบส. รวบ 2 หมอเถื่อน นัดลูกค้าจิ้มหน้าฉีดโบ เติมฟิลเลอร์คาบ้านพัก ยึดของกลาง รวม 1,110 ชิ้น ม...
06/07/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สบส. รวบ 2 หมอเถื่อน นัดลูกค้าจิ้มหน้าฉีดโบ เติมฟิลเลอร์คาบ้านพัก ยึดของกลาง รวม 1,110 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจนแน่ชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจริง และจนนำไปสู่การวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 2 ราย ดังนี้
1. บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำหมายค้น พบ น.ส.ธัญญาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี กำลังให้บริการฉีดโบท๊อกบริเวณใบหน้าให้กับลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด

จากการสอบถาม น.ส.ธัญญาธร ฯ รับว่า ตนเองจบการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากนั้น ได้ไปทำงานตามคลินิกและสถานพยาบาลเสริมความงามต่างๆ โดยทำมาประมาณ 6-7 ปี มีความรู้การฉีดยา โดยศึกษาการใช้ยา และวิธีฉีด ด้วยตนเอง จากแพทย์ประจำคลินิก หลังจากเลิกทำงานตามคลินิก ได้นำความรู้ที่ได้ มาให้บริการกับลูกค้า โดยการโฆษณาหาลูกค้าผ่านเฟซบุค ด้วยการจัดโปรโมชั่น ความสวยความงาม ฉีด โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ฉีดผิวครบวงจร ราคาเริ่มต้น 790 บาท ถึง 4,990 บาท เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2 – 5 คน รายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000-120,000 บาท สำหรับยาที่นำมาใช้ สั่งจากออนไลน์

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม นางสาว ธัญญาธร ฯ พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาแผนปัจจุบัน ที่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 24 รายการ รวม 667 ชิ้น, 2. ยาแผนปัจจุบัน ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 5 รายการ รวม 11 ชิ้น และ 3. เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 15 รายการ รวม 358 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.เพื่อดำเนินคดี

2. บ้านพักแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่
2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เข้าตรวจ ขณะเข้าตรวจค้น พบ น.ส.นวพร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี กำลังให้บริการฉีดโบท๊อกบริเวณใบหน้าให้กับลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด

จากการสอบถาม น.ส.นวพรฯ รับว่า ตนเองจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังจากจบการศึกษาแล้ว ไปทำงานตามคลินิก สถานพยาบาลเสริมความงามอยู่หลายปี มีความรู้การฉีดยา โดยศึกษาการใช้ยาและวิธีฉีดด้วยตนเองจากแพทย์ประจำคลินิก หลังจากเลิกทำงานตามคลินิก ได้นำความรู้ที่ได้และเมื่อมีความชำนาญมากขึ้น จึงเริ่มรับลูกค้าเอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนและมาจากบอกต่อกันในกลุ่ม มีบริการฉีด โบท็อก ฟิลเลอร์ ฉีดผิวหน้าใสครบวงจร ราคาเริ่มต้น 1,000-5,000 บาท โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2 – 5 คน รายได้ต่อเดือน มีรายได้ประมาณ 30,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม น.ส.นวพรฯ พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาแผนปัจจุบัน ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 4 รายการ รวม 9 ชิ้น, 2. เครื่องสำอาง ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 12 รายการ รวม 51 ชิ้น, 3. เครื่องมือแพทย์ ไม่ขึ้นทะเบียน 4 ราย รวม 75 ชิ้น และ 4. เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 2 รายการ รวม 102 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

รวมตรวจค้น 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาโดยเป็นแพทย์เถื่อน 2 ราย ตรวจยึดของกลาง รวมกว่า 205 รายการ มูลค่ากว่า 280,000 บาท โดยเป็นยามีทะเบียนตำรับยา จำนวน 24 รายการ, ยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยา 9 รายการ, เครื่องมือแพทย์ จำนวน 4 รายการ, เครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 12 รายการ, เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 17 รายการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 66 รายการ รวมกว่า 1,110 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 บาท
โดยผู้ทำการรักษาจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ราย, ปวช. จำนวน 1 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

อนึ่ง การปล่อยให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการรักษา ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีคำสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้

ที่อยู่

อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชั้น 12 เลขที่ 1106 ถ. พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์