สำนักวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ ปภ.

สำนักวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ ปภ. สำนักวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ

25/09/2026
25/09/2026
25/09/2026
25/09/2026

🎥 กดช่อง 7 HD เวลานี้‼️ ชม นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สัมภาษณ์สด ในรายการ “มีเรื่องต้องคุย”

ประเด็น “รับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม ปภ. เตรียมกำลัง 24 ชั่วโมง พร้อมแผนอพยพ–ศูนย์พักพิง ดูแลประชาชนพื้นที่เสี่ยง”

25/09/2026

📢 ปภ. แนะป้องกัน – รับมืออุทกภัย...ดำเนินชีวิตปลอดภัยช่วงฤดูฝน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำในพื้นที่ พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนจากทางราชการอย่างเคร่งครัด จัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ใช้ในช่วงน้ำท่วม รวมถึงเตรียมเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าวว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย ดังนี้

ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำในพื้นที่ อาทิ พยากรณ์อากาศ ประกาศแจ้งเตือนภัย พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนจากทางราชการอย่างเคร่งครัด หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ หากระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น น้ำในลำน้ำมีสีขุ่นหรือเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับสีดินภูเขา
ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง ให้รีบขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินให้พ้นระดับน้ำ และเตรียมอพยพไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย
จัดสภาพแวดล้อมรอบบ้าน โดยกำจัดขยะไม่ให้อุดตันท่อน้ำ ทางระบายน้ำ กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมนำกระสอบทรายมาจัดวางเป็นแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ใช้ในช่วงน้ำท่วม อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค รวมถึงวัสดุที่ลอยน้ำได้ อาทิ ยางรถยนต์ แกลลอนน้ำ สำหรับยึดเกาะพยุงตัวขณะเดินลุยน้ำ หากสถานการณ์รุนแรง
ให้อพยพไปตามเส้นทางที่ปลอดภัย พ้นจากเส้นทางไหลของน้ำ
แนวดินถล่ม บริเวณที่น้ำท่วมสูง และกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย X Line สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือ ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ///

25/09/2026

📌 💦 รองนายกฯ “เอกนิติ” รับข้อห่วงใยนายกฯ “อนุทิน” กำชับจังหวัดภาคกลางรับมือระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น สั่งผู้ว่าฯ เช็กความพร้อมช่วยประชาชน วางแผนระบายน้ำล่วงหน้า ประสาน กทม. เฝ้าระวังชุมชนริมแม่น้ำ
วันนี้ (24 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง กำชับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเตรียมรับสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามข้อห่วงใยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้น ที่ความปลอดภัยของประชาชน โดยเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำกับการเตรียมพร้อมของพื้นที่ เฝ้าระวังชุมชนลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมประสานกรุงเทพมหานครตรวจสอบความพร้อมของกำเครื่องจักรกล สิ่งของช่วยเหลือ และศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้ทันสถานการณ์
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น โดยได้เน้นย้ำผ่านตน ให้แจ้งจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจากข้อมูลของกรมชลประทาน จะมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70–1.70 เมตร ในพื้นที่ 4 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร) จังหวัดอ่างทอง (อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง) จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภออินทร์บุรีและพรหมบุรี) และจังหวัดชัยนาท (อำเภอสรรพยา) โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ พร้อมกำชับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยประสานศูนย์ ปภ. เขต เสริมกำลังทรัพยากรให้ช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่เกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนกรุงเทพมหานคร ขอให้แจ้งเตือนชุมชนริมแม่น้ำ แพร้านอาหาร และผู้ดำเนินงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ให้เตรียมมาตรการความปลอดภัยและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง นอกจากนี้ ให้พื้นที่สื่อสารกับประชาชนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และสามารถเตรียมความพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ปภ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนข้อสั่งการให้เกิดผลในระดับพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน////

#ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #รองนายกเอกนิติ #นายกอนุทิน #เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา #รับมืออุทกภัย #น้ำเจ้าพระยา #เตือนภัย #ภาคกลาง #พร้อมช่วยเหลือประชาชน #สายด่วนนิรภัย1784

25/09/2026

📌 ปภ. แจ้งเตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น 0.70–1.70 เมตร ประสาน กทม. - ศูนย์ ปภ. เขต เฝ้าระวัง แจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (24 ก.ย. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมประสานกรุงเทพมหานครให้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำ และประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ รวมถึงสั่งการศูนย์ ปภ. เขต เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทาน ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1–9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบประมาณ 300–400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,100–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70–1.70 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่

🚨 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร

🚨 จังหวัดอ่างทอง ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง

🚨 จังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี และพรหมบุรี

🚨 จังหวัดชัยนาท ได้แก่ อำเภอสรรพยา

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและลดผลกระทบต่อประชาชน จึงได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท จัดประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) เพื่อติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง หากประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดภัยหรือสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้จัดเจ้าหน้าที่และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเครื่องจักรกลและรถปฏิบัติการเข้าปฏิบัติงาน ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด โดยประสานการปฏิบัติกับสำนักงาน ปภ. จังหวัด รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว หากทรัพยากรไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ ปภ. เขตใกล้เคียง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน กอปภ.ก. ได้ประสานกรุงเทพมหานคร ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หากมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามข้อสั่งการและมาตรการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

ท้ายนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป ////////////

#ปภ #แจ้งเตือน #เตือนภัย #เจ้าพระยา #พระนครศรีอยุธยา #อ่างทอง #สิงห์บุรี #ชัยนาท #กรุงเทพมหานคร

25/09/2026

📌 “เจเศรษฐ์ มท.3” กำชับเฝ้าระวังฝนหนัก 24 ชม. ย้ำเตือนภัยให้ทัน–ช่วยเหลือให้ถึง ด้านอธิบดี ปภ. สั่งตั้ง War Room พร้อมส่งเครื่องจักรกลฯ – กำลังพลประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า แจ้งเตือนแบบระบุพื้นที่ผ่าน Cell Broadcast

วันนี้ (23 ก.ย. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้กำชับพื้นที่เสี่ยงรับมือฝน ช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 หลังประชุม กอปภ.ก. เมื่อช่วงบ่าย พร้อมย้ำให้ ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เน้นความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ ภายหลังที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 กันยายน 2569 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง รวมถึงยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้วย จึงได้มีข้อเน้นย้ำดังนี้

🔹กำชับจังหวัด หน่วย ปภ. ในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ ชายฝั่งทะเล และสถานที่สำคัญ
🔹โรงเรียนและโรงพยาบาล หากมีแนวโน้มว่าสถานการณ์รุนแรง ให้เร่งประสานมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างตรงจุดพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดเหตุและทันต่อสถานการณ์
🔹จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ตลอดจนแผนการอพยพให้พร้อมปฏิบัติได้ทันที และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุเมื่อเกิดสถานการณ์
🔹แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวัง ขณะเดินเรือในช่วงคลื่นลมแรง

“ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน ทุกพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนภัยมาถึง ทั้งคน เครื่องจักรกลสาธารณภัย จุดปลอดภัย และเส้นทางอพยพ เมื่อประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงภัย ต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนรู้ทันที และมีเวลาเผื่อให้ประชาชนเตรียมตัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องมีเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปภ. ได้ขับเคลื่อนข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยให้จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด ประสานจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ ( ERT) เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง////

#ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #มท3 #เจเศรษฐ์ #น้ำท่วม

ที่อยู่

3/12 ถ. อู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ ปภ.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์