สถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ หลัก

สถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ หลัก บริการรับใช้ประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมเวทีหัวหน้าตำรวจอาเซียน (ASEANAPOL) ครั้งที่ 44 ณ กรุงมะนิลา ภายใต้แนวคิด “United in Vision: S...
28/07/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมเวทีหัวหน้าตำรวจอาเซียน (ASEANAPOL) ครั้งที่ 44 ณ กรุงมะนิลา ภายใต้แนวคิด “United in Vision: Securing People and Strengthening Collaboration” เดินหน้าสานต่อวาระปราบสแกมข้ามชาติจากเวทีไทย พร้อมรับรอง "ติมอร์-เลสเต" เป็นสมาชิกใหม่

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการเข้าร่วมการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน หรือ ASEANAPOL ครั้งที่ 44 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดหลัก “United in Vision: Securing People and Strengthening Collaboration” โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ในฐานะรองหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย, พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ และคณะผู้แทนฝ่ายไทย รวมถึง พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ ผู้อำนวยการบริหารสำนักเลขาธิการตำรวจอาเซียน เข้าร่วมการประชุมเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

ตลอดห้วงการประชุม คณะผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญหลายคณะอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อหารือหัวข้อการประชุมและจัดการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริการตำรวจ ของสำนักเลขาธิการตำรวจอาเซียน ก่อนนำผลไปรับรองในการประชุมระดับหัวหน้าคณะและคู่เจรจา นอกจากนี้ ในการประชุมแบบครบองค์คณะ ครั้งที่ 1 หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยยังได้แสดงบทบาทในการรายงานผลสัมฤทธิ์จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งที่ 43 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือปฏิบัติการ: ปราบปรามการหลอกลวง ขัดขวางการฉ้อโกง และปกป้องประชาชน ; Collaboration in Action: Crushing Scam, Disrupting Fraud, and Protecting People” โดยไทยได้เป็นผู้นำในการริเริ่มผลักดันวาระการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการหลอกลวงออนไลน์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งส่งมอบรายงานการประชุมให้แก่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์เพื่อสานต่อข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงได้รับเกียรติให้เข้าเยี่ยมคารวะผู้แทนประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ , นาย แรล์ฟ เร็กโต เลขาธิการบริหารประจำสำนักประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อหารือแนวทางการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ

การประชุมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความต่อเนื่องในการทำงานร่วมกันของตำรวจอาเซียน โดยเน้นย้ำการปราบปรามอาชญากรรมหลัก 8 สาขา ได้แก่ การลักลอบค้ายาเสพติด การก่อการร้าย การลักลอบค้าอาวุธ การค้ามนุษย์ การค้าสัตว์ป่า อาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และอาชญากรรมทางทะเล ควบคู่ไปกับการประชุมคณะทำงานที่ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติการเพื่อรับมือกับปัญหาที่ทุกประเทศในภูมิภาคกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ คือภัยหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นการต่อยอดแนวคิดความร่วมมือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยได้เสนอและผลักดันไว้ในการประชุมครั้งก่อน นำมาสู่การแถลงการณ์ร่วมของหัวหน้าตำรวจอาเซียน (Joint Communiqué) และร่วมลงนามในพิธีปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

นอกเหนือจากเวทีหลัก คณะผู้แทนฝ่ายไทยยังได้ใช้โอกาสนี้ประชุมทวิภาคี (Bilateral Meeting) ร่วมกับตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง อังกฤษ และนิวซีแลนด์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำหรับมติสำคัญด้านการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบครั้งประวัติศาสตร์ในการรับรองให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกประเทศที่ 11 ของกลุ่มตำรวจอาเซียนอย่างเป็นทางการ พร้อมรับรองกระทรวงมหาดไทยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าเป็นคู่เจรจา (Dialogue Partner) รายใหม่ และกำหนดให้สาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASEANAPOL ครั้งที่ 45 ในปี 2027

ผลสัมฤทธิ์จากการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ที่ประชาชนชาวไทยจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความต่อเนื่องและความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนในการประสานพลังปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นการเดินหน้าสานต่อมาตรการเด็ดขาดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 43 การผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และการผนึกความร่วมมือระหว่างประเทศในการตัดวงจรขบวนการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเภท เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและปกป้องทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบนเวทีสากล เพื่อทำให้ภูมิภาคมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

Royal Thai Police Join 44th ASEANAPOL Conference in Manila Under the Theme “United in Vision: Securing People and Strengthening Collaboration,” Driving Forward Anti-Scam Initiatives and Welcoming Timor-Leste as New Member

(July 28, 2026) The Royal Thai Police has disclosed the outcomes of its participation in the 44th ASEANAPOL Conference, held from July 22–26 2026, in Manila, Republic of the Philippines. Guided by the theme “United in Vision: Securing People and Strengthening Collaboration,” the Thai delegation was led by Pol. Lt. Gen. Itthipol Itthisarnronnachai, Assistant Commissioner General of the Royal Thai Police and Head of Delegation. Joining him as Deputy Head of Delegation was Pol. Lt. Gen. Voravat Amornvivat, Senior Specialist of the Royal Thai PoliceSpecial Expert of Royal Thai Police and Acting Deputy Commissioner of the Special Branch Bureau, along with Pol. Maj. Gen. Jaturapat Bhiromkaew, Commander of the Foreign Affairs Division, delegates from the RTP, and Pol. Col. Kongkritsada Kittithiraphong, Executive Director of the ASEANAPOL Secretariat, all uniting to propel regional security cooperation forward.

Throughout the conference, the RTP delegation actively engaged in a series of key meeting. The itinerary commenced with the Executive Committee meeting to deliberate on core agenda items and elect the Director for Police Services of the ASEANAPOL Secretariat, prior to submitting the outcomes for endorsement at the Head of Delegation Discussion Forum. Furthermore, during the First Plenary Session, the Head of the Thai Delegation presented a comprehensive report detailing the achievements of the 43rd ASEANAPOL Conference hosted by Thailand under the theme “Collaboration in Action: Crushing Scam, Disrupting Fraud, and Protecting People.” This highlighted Thailand’s pioneering role in driving regional efforts against tech-driven crimes and online scams. The meeting report was officially handed over to the Chief of the Philippine National Police to ensure seamless continuity of these joint commitments. The Thai delegation was also honored with a courtesy call on representative of President Ferdinand Marcos Jr. , Mr. Ralph Recto Executive Secretary of the Office of the President of the Philippines to explore further avenues for bilateral and multilateral law enforcement cooperation.

This year’s conference reaffirmed the sustained commitment among ASEAN police forces, placing strong emphasis on countering 8 core crime categories: illicit drug trafficking, terrorism, arms smuggling, human trafficking, wildlife trafficking, financial crime, cybercrime, and maritime crime. In parallel, working group sessions formulated actionable frameworks to tackle the pressing issue affecting nations across the region: online scams and call-center syndicates. This represents a direct continuation of the cooperative vision initiated and pushed forward by the Royal Thai Police in the previous conference, culminating in the adoption and official signing of the ASEANAPOL Joint Communiqué during the closing ceremony.

Beyond the main plenary sessions, the Thai delegation held bilateral meetings with representatives from Japan, Hong Kong, the United Kingdom, and New Zealand to fortify law enforcement ties and expand cross-border crime-fighting networks. On the expansion front, the conference marked a historic milestone by unanimously endorsing the Timor-Leste National Police as the 11th member state of ASEANAPOL. Additionally, the Ministry of Interior of the United Arab Emirates (UAE) was accepted as a new Dialogue Partner, while the Republic of Indonesia was designated to host the 45th ASEANAPOL Conference in 2027.

The achievements of this conference translate directly into tangible benefits for the public. The ongoing commitment and united resolve of ASEAN member states building upon the firm measures pioneered by Thailand since the 43rd conference will significantly enhance real-time information sharing and international joint operations. By disrupting the networks of online scam syndicates and tackling all forms of transnational crime at their root, this collective effort aims to safeguard lives, protect public assets, and reflect the unwavering dedication of the Royal Thai Police on the global stage toward building a safe and resilient region.

📍ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ดูแลความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกการจราจร ตลอดห้วงวันหยุดยาว วันนี้ (27 ก...
28/07/2026

📍ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ดูแลความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกการจราจร ตลอดห้วงวันหยุดยาว
วันนี้ (27 กรกฎาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศเตรียมพร้อมแผนบูรณาการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และลดอุบัติเหตุทางถนน อันเนื่องมาจากวันหยุดราชการต่อเนื่องหลายวัน ได้แก่ วันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา และวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม เป็นวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ผบ.ตร.สั่งการให้เตรียมพร้อมการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกการจราจร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
สำหรับมาตรการป้องกันปราบปรามนั้น ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มวงรอบในการกวดขัน ตรวจตรา ตรวจสอบ บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร ภาคีเครือข่าย และให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย เพื่อตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ
รวมทั้งเพิ่มความเข้มในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นในเคหสถาน บริเวณสถานีขนส่ง/ที่พักโดยสาร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรมที่พัก รวมทั้งการป้องกันการโจรกรรมอุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ไฟฟ้า สายเคเบิ้ลสื่อสาร และป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางหรือขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือมีพฤติการณ์อันน่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทาง
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า ผบ.ตร. ยังได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่อำนวยความสะดวกการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 โดยในด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยหลักในการบริหารจัดการการจราจรบนทางหลวงสายหลัก และพิจารณาเปิดช่องทางเดินรถพิเศษ (Reversible Lane) ในเส้นทางที่มีความจำเป็น พร้อมประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด หากเกิดอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน หรือมีปริมาณการจราจรหนาแน่น
พร้อมสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง และอาสาจราจร ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกบริเวณทางแยกสำคัญ สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนสถาน สถานีขนส่ง และจุดที่มีประชาชนใช้เส้นทางจำนวนมาก พร้อมจัดระเบียบการจอดรถ ดูแลการสัญจร และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุรถเสีย อุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้การเดินทางกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193, สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แจ้ง หน.สภ.ในสังกัด เพื่อทราบและปฏิบัติ

“น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศล…ส่งต่อลมหายใจ”ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ผนึกกำลังตำรวจทางหลวงและตำรวจจ...
28/07/2026

“น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศล…ส่งต่อลมหายใจ”
ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ผนึกกำลังตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรโคราช เปิดเส้นทางลำเลียงหัวใจดวงที่ 181 ส่ง รพ.รามาธิบดี

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมนำพระราชปณิธานด้านการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือชีวิต ซึ่งการลำเลียงอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายนับเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกนาทีมีคุณค่าต่อการต่อชีวิตผู้ป่วย

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจจราจรจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการลำเลียงอวัยวะหัวใจดวงที่ 181 จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อให้อวัยวะถึงปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ตลอดจนความร่วมมือของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ให้ความร่วมมือเปิดทางแก่รถพยาบาลและขบวนลำเลียงอวัยวะ ทำให้การเดินทางจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาถึงโรงพยาบาลรามาธิบดี ระยะทาง 259 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 57 นาที ขณะที่หากเป็นการเดินทางในสภาพการจราจรปกติ โดยไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ และขาดความร่วมมือจากประชาชน จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง การลดระยะเวลาการเดินทางจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อวัยวะถึงโรงพยาบาลปลายทางภายในเวลาที่กำหนด เพิ่มโอกาสความสำเร็จของการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจและการช่วยชีวิตผู้ป่วย

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ภารกิจลำเลียงอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายเป็นภารกิจที่ทุกวินาทีมีความหมาย เนื่องจากอวัยวะหัวใจสามารถคงสภาพเพื่อการปลูกถ่ายได้เพียงประมาณ 4 ชั่วโมง เท่านั้น ความสำเร็จของภารกิจจึงเกิดจากการบูรณาการการปฏิบัติของทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ตำรวจทางหลวง ตำรวจจราจรจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานด้านการแพทย์ และความร่วมมือของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่พร้อมเปิดทางให้รถพยาบาลสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ภารกิจครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายร่วมกันปฏิบัติด้วยความมุ่งมั่น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมเสียสละเปิดทางให้รถพยาบาล เพราะทุกวินาทีที่ประหยัดได้ คือโอกาสในการต่อชีวิต และสร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ

28/07/2026
ข้าราชการตำรวจ สภ.ด่านแม่แฉลบ ภ.จว.กาญจนบุรีม.3 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรีวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569เวลา 1...
28/07/2026

ข้าราชการตำรวจ สภ.ด่านแม่แฉลบ ภ.จว.กาญจนบุรี

ม.3 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569
เวลา 11.00 น.

เรียน ผู้บังคับบัญชาสภ.ด่านแม่แฉลบ ภ.จว.กาญจนบุรีวันที่ 28 กรกฎาคม 2569เวลา 10.30 น.💛 พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์ ผกก....
28/07/2026

เรียน ผู้บังคับบัญชา

สภ.ด่านแม่แฉลบ ภ.จว.กาญจนบุรี

วันที่ 28 กรกฎาคม 2569
เวลา 10.30 น.

💛 พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์ ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ

นำข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นข้าราชการที่ดี เป็นพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

ร่วมพิธี ณ บริเวณหน้า สภ.ด่านแม่แฉลบ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

เรียนผู้บังคับบัญชาสภ.ด่านแม่แฉลบ ภ.จว.กาญจนบุรีวันนี้ 28 กรกฎาคม 2569เวลา 08.00 น.พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์ผกก.สภ.ด...
28/07/2026

เรียนผู้บังคับบัญชา

สภ.ด่านแม่แฉลบ ภ.จว.กาญจนบุรี

วันนี้ 28 กรกฎาคม 2569
เวลา 08.00 น.

พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์
ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ
ร.ต.อ.สุวีระ เหล็กมารอง
ร.ต.ต.วัชรินทร์ จงภักดีดี

ร่วมกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัวพระ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

-พิธีทำบุญ ตักบาตรถวายพระราชกุศล

ประธาน
นายฉกาจ อาสาสนา
นายอำเภอศรีสวัสดิ์

ณ หอประชุม ที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์ ม.3 ต.ด่านแม่แฉลบฯ

และ ได้ ถวายเทียนพรรษา ณ วัด เกษตมาราม ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ฯ เนื่องในวันเข้าพรรษา

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

27/07/2026

เทปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกอากาศวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 -15.55 น. ทางช่อง NBT2HD กดเลข 2 ค่ะ

พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรีวันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569เวลา 13.30-...
15/07/2026

พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย
ผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เวลา 13.30-16.30 น.

ณ หอประชุม อ.ศรีสวัสดิ์ ม.3 ต.ด่านแม่แฉลบฯ

นำโดย

นายฉกาจ อาสาสนา
นายอำเภอศรีสวัสดิ์

พ.ต.อ.มานพ น้ำประสานไทย
ผกก.สภ.ศรีสวัสดิ์

พ.ต.อ.ศุภศิษย์ วรรณเจริญรัตน์
ผกก.สภ.ด่านแม่แฉลบ

พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

ร่วมให้การต้อนรับ ฟังปัญหา ของประชาชน.

เหตุการปฏิบัติ.

ที่อยู่

59 หมู่ 3 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
Bangkok
71250

เบอร์โทรศัพท์

+6634597067

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ หลักผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์