คลินิกกฎหมายและศูนย์ให้บริการวิชาการแก่สังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คลินิกกฎหมายและศูนย์ให้บริการวิชาการแก่สังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชน และจัดอบรมความรู้ด้านกฎหมาย

เปิดเหมือนปกติ

งานสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยได้รับเกียรติจากท่าน ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล เป...
03/03/2020

งานสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยได้รับเกียรติจากท่าน ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล เป็นวิทยากรบรรยาย ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 ณ ห้องประชุมนิภานภดล สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

"My life is service"- "ชีวิตของฉันเกิดมา"เพื่อ"รับใช้ประเทศชาติ" - ถ้อยคำที่มีกล่าวมาโดย "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุ...
12/08/2019

"My life is service"
- "ชีวิตของฉันเกิดมา"เพื่อ"รับใช้ประเทศชาติ" -
ถ้อยคำที่มีกล่าวมาโดย "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์" หรือที่เราเหล่านักศึกษากฎหมายหรือประกอบอาชีพทางด้านกฎหมาย มักจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีที่มักจะเรียกกันว่าว่า "องค์รพีบิดาแห่งกฎหมายของไทย"

ในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00
(พิธีจะเริ่มในช่วงเช้า)

ด้วยรักและคิดถึงสาขานิติศาสตร์ มหาวิยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ขอเชิญชวน ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เข้ามาร่วมแสดงมุฑิตาจิตต่อคณาอาจารย์ประจำสาขานิติศาสตร์ เนื่องในวันไหว้ครูอาจารย์ และน้อมรำลึกถึงพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย บุคคลผู้ริเริ่มวางโครงสร้างให้่แก่กฎหมายไทย

📍สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ขอเชิญชวนประชาชนและน้องๆนักเรียนระดับมัธยม...
07/11/2018

📍สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ขอเชิญชวนประชาชนและน้องๆนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าร่วมงาน “ขายทอดตลาดวิชาการสัมผัสได้” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 12.00 นาฬิกาเป็นต้นไป รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีจาก “ทีมงานคลีนิคกฎหมาย” ของสาขาวิชานิติศาสตร์ พร้อมกันนี้ภายในงานดังกล่าวยังมีบูธกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ การออกบูธ OPEN HOUSE 2018 แนะแนวหลักสูตรการศึกษาจากสาขาวิชาต่างๆของคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ และงานออกร้านจำหน่ายสินค้าจำนวนมาก ฯลฯ ทั้งนี้ งานจะมีขึ้นภายในวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2561 ณ. ลานกิจกรรม อาคาร 35 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ และชั้น 4 อาคาร ศูนย์สุขภาพและกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

26/09/2018

⭐️⭐️เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความผูกพันและความรับผิดในกรณีตัวแทนของตัวการไม่เปิดเผยชื่อ (ตัวแทนเชิดโดยปริยาย หรือ Undisclosed Principal)

⭐️ทุกคนทราบไหมว่า : ตัวแทนของตัวการไม่เปิดเผยชื่อมีลักษณะอย่างไรและถ้าทำไปแล้วผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

⭐️ปัญหาที่ต้องพิจารณาดังนี้

ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ เป็นบุคคลภายนอกอาจคิดว่าตัวแทนนั้นกระทำการเพื่อตนเอง แต่หากตัวการได้เปิดเผยตนออกมาแล้วเข้ารับสัญญาใด ๆ ที่ตัวแทนได้กระทำการไป ซึ่งตัวการโดยไม่เปิดเผยชื่อตัวการให้บุคคลภายนอกทราบ อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากการไม่เปิดเผยชื่อตัวการที่แท้จริงจะเป็นประโยชน์ในทางการค้า

การเป็นตัวแทนของตัวการไม่เปิดเผยชื่อ มี 2 ลักษณะ คือ ตัวแทนไม่เปิดเผยให้กับบุคคลภายนอกทราบว่าได้ทำการแทนตัวการ และ ตัวแทนได้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอกว่าได้ทำการแทนตัวการคนหนึ่ง แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อและตัวตนของผู้เป็นตัวการ

การเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อ จะต้องพิจารณาหลักการและผลของมาตรา 806 ดังต่อไปนี้
หลักการ :
➡ เป็นตัวการตัวแทนอยู่ก่อนมาแล้ว
➡ ต้องเป็นกรณีตัวแทนทำกิจการแทนตัวการ โดยตัวการไม่เปิดเผยชื่อ ตามมาตรา 806 โดยร่วมกับตัวแทนเพื่อปกปิดบุคคลภายนอกโดยไม่ให้รู้ว่าเป็นตัวการของตน
➡ บุคคลภายนอกเข้ามามีนิติสัมพันธ์กับตัวแทนโดยไม่ทราบถึงความเป็นตัวการตัวแทน
➡ ต่อมาตัวการยอมเปิดเผยชื่อเพื่อถึงสิทธิในฐานะตัวการเช่นว่านั้น
➡ การตั้งตัวแทนโดยตัวการไม่เปิดเผยชื่อ เป็นกรณีที่ไม่การแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร จึงเข้ามาตรา 797 - 798
➡ ข้อสังเกต : มาตรา 806 ไม่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 798 เพราะการตั้งตัวแทนตามมาตรา 806 จึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 798 และมีผลบังคับใช้ระหว่างผู้เป็นตัวแทนและผู้เป็นตัวการ

ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปว่า ถ้าทำไปแล้วและผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่าไร

ผล :
➡ การเปิดเผยชื่อในภายหลังนั้นแล้วเข้าถือสิทธิของตัวการนั้นไม่ทำให้บุคคลภายนอกที่ไม่ทราบถึงความจริงต้องเสื่อมสิทธิหรือเสียสิทธิใด ๆ
➡ แต่ถ้าบุคคลภายนอกทราบความจริงมาก่อน แล้วยังเข้าทำกิจการใด ๆ ตัวการสามารถหักหลังได้

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5 จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละ...
25/09/2018

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5
จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน พ.ศ. 2561ณ โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5 จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละ...
25/09/2018

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5
จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน พ.ศ. 2561ณ โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5 จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละ...
25/09/2018

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5
จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน พ.ศ. 2561ณ โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5 จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละ...
25/09/2018

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5
จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน พ.ศ. 2561ณ โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5 จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละ...
25/09/2018

อบรมความรู้เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ 5
จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน พ.ศ. 2561ณ โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว

12/09/2018

⭐️เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า
“อายุความประกันภัย 2 ปี จะนำมาใช้ อายุความละเมิด ได้หรือไม่???

⭐️คำตอบ
เนื่องจากอายุความประกันภัย 2 ปี จะนำมาใช้อายุความละเมิดไม่ได้ เพราะอายุความประกันภัย มีกำหนด 2 ปี ตามมาตรา 880 มีหลักดังนี้
>> ในการเรียกให้ใช้ ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลา 2 ปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้เบี้ยประกันถึงกำหนดในงวดนั้น ๆ ส่วนการเรียกให้คืนเบี้ยประกันภัย ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้น 2 ปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้คืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด (กรณีบอกเลิกสัญญา)
ส่วน อายุความละเมิด ตามมาตรา 448 ได้กำหนด 1 ปี นับวันที่รู้ละเมิด หรือสิบปีนับวันที่ทำละเมิด ตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง

⭐️พิจารณา
ประการแรก : ในคดีฟ้องร้องประกันวินาศภัย โดยเฉพาะประกันภัยค้ำจุน มีหลักการดั้งนี้ “ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับบุคคลภายนอกในนามของผู้เอาประกันภัย” ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกและบุคคลภายนอกมีสิทธิฟ้องผู้รับประกันภัยได้โดยตรง จะมีความเกี่ยวพันระหว่างอายุความละเมิดซึ่งมีกำหนด 1 ปีกับอายุความตามสัญญาประกันภัยซึ่งมีกำหนด 2 ปี โดยพิจารณาว่าจะใช้อายุความไหนและผู้ฟ้องได้ฟ้องโดยใช้มูลหนี้อะไร
>> สัญญาประกันภัยใช้อายุความ 2 ปี จะยกเอาอายุความ 1 ปี ในมูลละเมิดมาอ้างไม่ได้ ตามมาตรา 882 และจะใช้ระหว่างคู่สัญญาประกันภัย ผู้รับประโยชน์แล้ว สามารถใช้บังคับบุคคลภายนอกในกรณีประกันภัยค้ำจุน

ประการที่สอง : ในคดีประกันภัยค้ำจุน ควรสังเกตว่า ผู้รับประกันภัยจะยกอายุความละเมิดขึ้นเพื่ออ้างต่อบุคคลภายนอกผู้เสียหายเพื่อให้ตนพ้นความรับผิดไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าหากผู้เสียหายได้ฟ้องผู้เอาประกันภัยในคดีละเมิด ผู้เอาประกันภัยยกอายุความละเมิดขึ้นต่อสู้ผู้เสียหายได้ เพราะเป็นการฟ้องโดยมูลหนี้ละเมิดแต่มิใช่มูลหนี้ตามสัญญาประกันภัย และเมื่อผู้เอาประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดเพราะฟ้องผู้เสียหายขาดอายุความแล้ว ผู้รับประกันภัยจะหลุดพ้นความรับผิดด้วย ถึงแม้ว่าผู้เสียหายจะได้ฟ้องผู้รับประกันภัยภายในอายุความ 2 ปีก็ตาม

ประการที่สาม : ในกรณีของอายุความแพ่ง เป็นเรื่องของคู่กรณีฝ่ายที่จะได้ประโยชน์ต้องยกขึ้นต่อสู้ หากไม่ยกขึ้นสู้ ควรจะอ้างอายุความเป็นมูลยกฟ้องไม่ได้เพราะไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ประการที่สี่ : วิธีนับอายุความตามมาตรา 882 ได้กำหนดเวลาเริ่มนับอายุความได้อย่างชัดเจนว่า ต้องฟ้องสองปีนับแต่วันวินาศภัย หรือสองปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกร้องให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด ทั้งนี้จะเป็นการเหตุอื่นเพื่อในการเริ่มนับอายุความให้แตกต่างจากที่บัญญัติไว้ไม่ได้

ประการสุดท้าย : อายุความตามสัญญาประกันภัยจะเริ่มนับแต่เวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 882 ก็ตาม ถ้ามีเหตุอื่นมาให้อายุความสะดุดหยุดลง อายุความก็เริ่มนับใหม่มีกำหนด 2 ปี นับแต่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุลงนั้นสิ้นไป

08/09/2018

⭐️⭐️เรื่อง สัญญาประกันภัย เกี่ยวกับ ข้อยกเว้น การใช้เงินของผู้รับประกันภัย(บริษัทประกันภัย) แก่ผู้เอาประกันภัย
ผู้เอาประกันภัย (The Insured)- คู่สัญญาประกันภัยซึ่งมีหน้าที่เปิดเผยข้อความจริงต่อผู้รับประกันภัย ตลอดจนมีหน้าที่ชำระเบี้ย ประกันภัย และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นในส่วนที่เอาประกันภัยไว้ ผู้เอาประกันภัยก็มีสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

⭐️ผู้รับประกันภัย (The Insurer)- คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง (โดยทั่วไปคือบริษัทประกันภัย) ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายจากกรม การประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ผู้รับประกันภัยมีสิทธิในการรับเบี้ยประกันภัย และมีหน้าที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้เอาประกัน

⭐️ผู้รับประโยชน์ (The Beneficiary)- เป็นบุคคลภายนอกสัญญาที่มีสิทธิเข้ารับประโยชน์ในค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้ ผู้รับประโยชน์อาจ เป็นบุคคลเดียวกับผู้เอาประกันภัยก็ได้ ในกรณีที่เป็นต่างบุคคล เมื่อมีผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์แล้ว ผู้เอาประกันภัยจะไม่มีสิทธิ รับค่าสินไหมทดแทนอีกต่อไป

⭐️ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)- ความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยชดใช้ โดยความเสียหายดังกล่าว เป็นผลมาจากภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และมีจำนวนตามที่เสียหายจริง

⭐️⭐️ข้อยกเว้นความผิดของผู้รับประกันชีวิต
คือ ผู้รับประกันชีวิต (โดยทั่วไปคือบริษัทประกันภัย) ไม่จำเป็นจำต้องใช้เงินประกันชีวิต หากปรากฎดังต่อไปนี้
1) ผู้เอาประกันชีวิตหรือผู้ถูกประกันชีวิตได้กระทำอัตวินิบาต กล่าวคือ ฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปีนับแต่วันทำสัญญาประกันชีวิต
= เช่น กรณีที่ผู้เอาประกันชีวิต ฆ่าตัวตายเพื่อหวังเอาเงินประกันชีวิตให้แก่ทายาทหรือบุคคลอื่นที่เป็นผู้รับประโยชน์
2)ผู้เอาประกันชีวิตหรือผู้ถูกเอาประกันชีวิต ถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
=เช่น กรณีสามีภรรยาหย่ากัน แล้วสามีตายภรรยาเป็นผู้รับประโยชน์เป็นผู้กระทำการฆ่า มีเจตนาฆ่า

📍สัญญาเป็นหนังสือกับหลักฐานเป็นหนังสือแตกต่างกันอย่างไร?นิติกรรมที่ต้องทำเป็นหนังสือ คือ นิติกรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรที...
04/09/2018

📍สัญญาเป็นหนังสือกับหลักฐานเป็นหนังสือแตกต่างกันอย่างไร?

นิติกรรมที่ต้องทำเป็นหนังสือ คือ นิติกรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ไม่มีบทบัญญัติใดระบุว่าคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายจะต้องลงชื่อในวันทำสัญญานั้น

นิติกรรมที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ คือ นิติกรรมที่กฎหมายกำหนดว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เพื่อใช้ในการฟ้องร้องและต้องมีลายมือชื่อของผู้รับผิด ทั้งนี้เเม้จะไม่มีหลักฐานในขณะทำนิติกรรม นิติกรรมนั้นก็เป็นนิติกรรมที่สมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ เพียงเเต่คู่กรณีจะฟ้องกันโดยไม่มีหลักฐานนั้นไม่ได้ 📜📃

💰 สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ตกลงกันเสร็จสิ้นเเล้วคู่สัญญาไม่ประสงค์ที่จะไปทำร่วมกันอีกหรือไม่มีอะไรที่...
31/08/2018

💰 สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด คือ สัญญาซื้อขายที่ตกลงกันเสร็จสิ้นเเล้วคู่สัญญาไม่ประสงค์ที่จะไปทำร่วมกันอีกหรือไม่มีอะไรที่ต้องทำต่อกันอีก อาจจะเหลือเพียงแต่การที่ผู้ซื้อจะต้องส่งมอบเงินให้เเก่ผู้ขาย หรือชำระหนี้ที่ตนเองได้ก่อให้แก่ผู้ขายและผู้ขายมีหน้าที่ต้องส่งมอบของให้ผู้ซื้อหรือเรียกอีกอย่างว่าต่างฝ่ายต่างได้ชำระหนี้ให้

แต่ก็มีข้อยกเว้นบางประการสำหรับอสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ
ได้เเก่ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะ จำพวกนี้ต้องมีการไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน หากไม่ไปจดทะเบียนการซื้อขายจะเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดเเต่ผลเป็นโมฆะ หรือเปรียบเหมือนไม่มีการทำสัญญาเกิดขึ้น กรรมสิทธิ์จะไม่โอนไปยังผู้ซื้อ 👨‍👩‍👧‍👦

📍ทุกคน ควรทราบไหมว่า"การประกันภัยหลายรายมีลักษณะอย่างไรและมีวิธีคิดค่าสินไหมทดแทนในกรณีของการประกันภัยหลายรายเป็นอย่างไร...
29/08/2018

📍ทุกคน ควรทราบไหมว่า

"การประกันภัยหลายรายมีลักษณะอย่างไรและมีวิธีคิดค่าสินไหมทดแทนในกรณีของการประกันภัยหลายรายเป็นอย่างไร"

มีปัญหาที่ต้องพิจารณาดังนี้
การประกันภัยหลายราย (มาตรา 870) เป็นกรณีของผู้รับประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์มีสิทธิได้รับสินไหมทดแทนเพียงเท่าที่ได้รับความเสียจริงเท่านั้น ส่วนลักษณะของการประกันภัยหลาย มีดังนี้
➡ เป็นการเอาทรัพย์อันเดียวทำสัญญาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยคนละราย หรือ คนละบริษัทกัน
➡ ภัยที่ต้องเป็นเสี่ยงภัยอันเดียวกัน
➡ ต้องเป็นการประกันภัยเพื่อประโยชน์อันเดียวกัน
➡ สัญญาประกันภัยทุกรายต้องมีผลบังคับได้ในเวลาเกิดภัยด้วย

ส่วนวิธีคิดค่าสินไหมทดแทนกรณีประกันภัยหลายรายมี 3 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 : ควรตรวจสอบก่อนว่าเป็นการประกันภัยพร้อมกันหรือเป็นลำดับเดียวกัน
➡ ถ้าเป็นการประกันภัยพร้อมกัน ให้นำ (ม.870 ว.1) มาใช้ เพราะว่าผู้รับประกันภัยรายใดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ไม่ครบถ้วนตามที่ตนจะต้องรับผิดเพิ่มขึ้นไม่ได้ ดั้งนั้นจะต้องมีการเฉลี่ยค่าสินไหมทดแทนระหว่างผู้รับประกันภัยหลายราย
➡ ถ้าเป็นการประกันภัยตามลำดับ ใช้ (ม.870 ว.3) เพราะว่าผู้เอาประกันภัยจะต้องเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยรายแรกรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามลำดับก่อน หากผู้รับประกันรายแรกใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่พอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยรายถัดไปจะต้องรับผิดชดใช้ในส่วนที่ขาดเป็นลำดับไป เช่นนี้จนกว่าจะคุ้มวินาศ

วิธีที่ 2 : ถ้ารวมอยู่ในเรื่องเดียวกันใช้ ม.870 ว.3 ก่อน คือ ผู้รับประกันลำดับแรกใช้หนี้ก่อน เหลือเท่าไหร่จึงคำนวณในประกันภัยพร้อมกันอีกชั้นหนึ่ง

วิธีที่ 3 : หากผู้รับประกันภัยเป็นลำดับก่อนเป็นผู้รับประกันภัยหลายราย ให้ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับข้างต้น โดยแบ่งลำดับของผู้รับประกันภัยก่อนหลังเสียก่อน สำหรับกลุ่มที่รับประกันภัยก่อนต้องรับผิดใช้ก่อนตามม.870 ว.3 ส่วนที่จะชดใช้จริง ๆ เป็นจำนวนเท่าไร สามารถนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยได้โดยใช้การประกันภัยพร้อมกันตาม ม. 870 ว.1 💰

🔉ในการทำสัญญากู้ยืมกฎหมายไม่ได้กำหนดแบบไว้ให้ทำการอย่างใดเป็นเฉพาะ ดังนั้นจะทำด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ แต่ถ้...
27/08/2018

🔉ในการทำสัญญากู้ยืมกฎหมายไม่ได้กำหนดแบบไว้ให้ทำการอย่างใดเป็นเฉพาะ ดังนั้นจะทำด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ แต่ถ้าเป็นการกู้ยืมเงินจำนวนตั้งแต่2000บาทขึ้นไป ควรทำเป็นหนังสือซึ่งมีสาระสำคัญคือ กู้ยืมกันเมื่อใด ผู้ให้กู้ยืมคือใคร ผู้กู้ยืมคือใคร กำหนดเวลาชำระเงินกู้เมื่อใด และ ลงลายมือชื่อของผู้ยืมเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นฟ้องหากคู่กรณีไม่ชำระเงินกู้เมื่อถึงกำหนดชำระ 💰💵

📍หลักความเป็นผู้เสียหายในทางคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับ...
10/03/2018

📍หลักความเป็นผู้เสียหายในทางคดีอาญา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4,5และ6

📍หากพิจารณาแล้วจะพบว่า ผู้เสียหายในคดีอาญามี 2 ประเภท คือ 1) ผู้เสียหายโดยตรง (ผู้เสียหายโดยนิตินัย) 2) ผู้เสียหายทางอ้อมหรือจำพวกจัดการแทนผู้เสียหายโดยตรง ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4,5,6 คือ ผู้แทนโดยชอบธรรม บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา ในกรณีความผิดซึ่งกระทำต่อผู้เยาว์ หรือ ผู้เสียหายโดยตรงถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่ได้สามารถจัดการเองได้ แล้วแต่กรณี

📍หลักสำคัญในการพิจารณาถึงการเป็นผู้เสียโดยตรง (ผู้เสียหายโดยนิตินัย) มี 3 ประการด้วยกัน

1) ต้องมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น กล่าวคือ ความผิดนั้นต้องครบองค์ประกอบ ภายนอก ภายในของกฎหมายอาญา (รวมถึงการพยายามตาม ม.80 ด้วย)
2) เป็นผู้ได้รับความเสียหายจากความผิดนั้น คือ การกระทำความผิดนั้นเกิดต่อตนเองโดยตรง เช่น แดงใช้ปืนยิงดำ จนดำได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นดำ จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดนั้นคือการถูกแดงใช้ปืนยิง

3) ต้องไม่มีส่วนผิดด้วย เช่น แดงต่อยดำ เนื่องจากทั้ง แดงและดำ สมัครใจวิวาท

**ต้องพิจารณาให้ครบ 3 ข้อ หากเข้าเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่อาจเป็นผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีได้ **

รู้หรือไม่การร้องทุกข์หรือการแจ้งความคืออะไร? - คำร้องทุกข์ตามหมายความของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) คือ ...
08/03/2018

รู้หรือไม่การร้องทุกข์หรือการแจ้งความคืออะไร?

- คำร้องทุกข์ตามหมายความของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) คือ การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้นจะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ

คลินิกกฎหมายและศูนย์ให้บริการวิชาการแก่สังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
08/03/2018

คลินิกกฎหมายและศูนย์ให้บริการวิชาการแก่สังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกฎหมาย สามารถสอบถามได้นะคะ. โดยติดต่อตามรูปด้านล่างนี้ได้เลยคะ

รู้หรือไม่ ? "พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ จะจับบุคคลใดโดยไม่มีหมายจับ หรือ คำสั่งของศาล ก็ได้" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาร...
04/10/2017

รู้หรือไม่ ?
"พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ จะจับบุคคลใดโดยไม่มีหมายจับ หรือ คำสั่งของศาล ก็ได้"
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 78 พนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งของศาลนั้นไม่ได้ เว้นแต่
(1) เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำ ความผิดซึ่งหน้าดังได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 80
(2) เมื่อพบบุคคลโดยมีพฤติ การณ์อันควรสงสัยว่าผู้นั้นน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำความผิด
(3) เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับบุคคลนั้นตาม มาตรา 66 (2) แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้
(4) เป็นการจับผู้ต้องหาหรือ จำเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหว่างถูกปล่อยชั่วคราวตาม มาตรา 117

4/10/ 60
โดยนักศึษาสาขาวิชานิติศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา

ขอเชิญชวนน้องๆ เข้าร่วม การแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย "เนื่องในวันรพี" จัดขึ้นที่ สาขานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาตร์และสังคมศาตร์ ม...
13/07/2017

ขอเชิญชวนน้องๆ เข้าร่วม การแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย "เนื่องในวันรพี" จัดขึ้นที่ สาขานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาตร์และสังคมศาตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ และสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

#ติดต่อสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/NITISSRU/

ขอเชิญชวนน้องๆ เข้าร่วม การแข่งขันตอบปัญหากฎหมาย "เนื่องในวันรพี" จัดขึ้นที่ สาขานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาตร์และสังคมศาตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ และสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมแข่งขันสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ ดังนี้
https://drive.google.com/file/d/0B20SQ4koGJJqcEd3QlJhSHkwRVk/view?usp=sharing

สำหรับการดาวน์โหลดใบสมัคร
https://drive.google.com/file/d/0B20SQ4koGJJqTkJjUTRfVGxWam8/view ?usp=sharing

#ติดต่อสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/NITISSRU/

#การป้องกันไงให้ชอบด้วยกฎหมาย#หลักเกณฑ์1.ต้องมีภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายหมายถึง ภัยที่เป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย เ...
28/03/2017

#การป้องกันไงให้ชอบด้วยกฎหมาย#
หลักเกณฑ์
1.ต้องมีภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมาย
หมายถึง ภัยที่เป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สินฯลฯ ผู้ที่จะอ้างป้องกันได้ต้องไม่มีส่วนผิดอยู่ด้วยเช่น เป็นผู้ก่อภัย วิวาท ยินยอมให้ผู้อื่นกระทำต่อตนเอง ยั่ว
2.ภยันตรายนั้นใกล้จะถึง
หมายถึง ต้องเป็นการกระทำต่อภัยอันตายที่ใกล้จะถึง หากภัยนั้นไกลออกไป ผู้รับภัยย่อมมีหนทางที่จะขจัดปัดเป่าได้
3.ต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิจะต้องทำกับผู้ก่อภัยเท่านั้น
4.ต้องไม่เกินขอบเขต
หมายถึง ป้องกันให้สมควรแก่เหตุ มีหลักเกณฑ์2ประการคือ
-ป้องกันโดยใช้วิถีทางน้อยที่สุดเท่าที่จำต้องกระทำและ
-การป้องกันต้องได้สัดส่วนกับการกระทำ
ถ้าผู้กระทำนั้นป้องกันโดยครบองค์ประกอบดังกล่านั้นผู้นั้นไม่มีความผิด แต่ถ้าได้ป้องกันเกินกว่าเหตุผู้นั้นมีความผิดแต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่ากฎหมายกำหนด

ศาลชำนัญพิเศษคือ ศาลชั้นต้นที่ใช้วิธีพิจารณาพิเศษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลและวิธีพิจารณาคดีของศาลนั้นๆ ซ...
13/03/2017

ศาลชำนัญพิเศษ
คือ ศาลชั้นต้นที่ใช้วิธีพิจารณาพิเศษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลและวิธีพิจารณาคดีของศาลนั้นๆ ซึ่งแตกต่างจากศาลชั้นต้นทั่วไป โดยผู้พิพากษาจะเป็นผู้พิพากษาที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลแรงงาน และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง นอกจากนี้จะมีบุคคลภายนอกที่มิใช่ผู้พิพากษาแต่มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น"ผู้พิพากษาสมทบ" เข้ามาร่วมพิจารณาและพิพากษาคดีด้วย

ที่อยู่

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยทาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เลขที่ 1 ถนนอู่ทองนอก เขตดุสิต
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

0952642175

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกกฎหมายและศูนย์ให้บริการวิชาการแก่สังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

แบบนี้แก้ยังงัยได้บางครับโดนจับบันได