PHTLS Thailand หลักสูตรการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล ภายใต้การรับรองของ รวศท. หลักสูตรการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล ภายใต้การดูแลของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย และ National Association of EMT ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างมาตรฐานให้แก่การดูแลผู้บาดเจ็บตั้งแต่ที่เกิดเหตุให้มีความปลอดภัยสูงสุด
(8)

เปิดเหมือนปกติ

การป้องกันภาวะเลือดไม่จับตัวแข็งในผู้บาดเจ็บ นอกจากป้องกันไม่ให้เกิดภาวะอุณหภูมิกายต่ำ และภาวะเลือดเป็นกรดแล้ว ยังต้องคำ...
06/11/2020

การป้องกันภาวะเลือดไม่จับตัวแข็งในผู้บาดเจ็บ นอกจากป้องกันไม่ให้เกิดภาวะอุณหภูมิกายต่ำ และภาวะเลือดเป็นกรดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงภาวะระดับแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำอีกด้วย

ในอนาคตอาจมีแนวทางและการใช้ Point of care lab ที่สามารถตรวจระดับแคลเซียมตั้งแต่อยู่บนรถพยาบาลได้เลย

From Lethal Triangle to Lethal Diamond, a new concepts of correcting traumatic coagulopathy. เมื่อสามเหลี่ยมกลายเป็นข้าวหลามตัด

เชื่อว่าหลายคนจะรู้จัก lethal triad / lethal triangle ในชื่อภาษาไทยว่าสามเหลี่ยมมรณะที่จะเกิดกับผู้บาดเจ็บหากเราปล่อยให้ผู้บาดเจ็บเกิดภาวะ hypothermia ซึ่งจะชักนำให้เกิด metabolic acidosis จนไปรบกวนกระบวนการแข็งตัวของเลือดจนมีภาวะ coagulopathy ผู้บาดเจ็บที่เดิมมีเลือดออกอยู่แล้วก็จะเลือดออกไม่หยุดและตายเร็วขึ้น*

สาเหตุหลักของ hypothermia ในผู้บาดเจ็บ ไม่ได้เกิดจากการถอดเสื้อเปิดแอร์หรือให้สารน้ำ/ส่วนประกอบของเลือดที่ไม่ได้อุ่น แต่เกิดจากผู้บาดเจ็บมีภาวะ shock เมื่อผู้บาดเจ็บมีปัญหาทางเดินหายใจอุดกั้น (A) มีการบาดเจ็บที่ทรวงอกทำให้การแลกเผลี่ยนก๊าซที่ถุงลมปอดไม่มีประสิทธิภาพ (B) หรือมีเลือดออกจนสูญเสียเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสามสาเหตุ จากเดิมหากมีออกซิเจนและกลูโคสเพียงพอเซลล์จะสร้างพลังงานได้ 36+2 ATP และได้ของเสียเป็นน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ที่ขับทิ้งได้ง่าย แต่เมื่อเซลล์ขาดออกซิเจน (poor tissue perfusion) เซลล์จึงต้องสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนโดยใช้ glycogen เป็นสารตั้งต้น ได้พลังงานเพียงแค่ 2 ATP แทบไม่พอทำอะไร แถมยังได้ของเสียตามมาเป็น lactic acid

พลังงานที่สร้างได้น้อยลงนั้นเอาไว้ใช้คงสภาพเซลล์ยังแทบไม่ได้ ดังนั้นการทำงานของเซลล์ทุกอย่างจึงลดลง หากเซลล์นั้นเป็นส่วนประกอบของอวัยวะใด อวัยวะนั้นก็แทบจะหยุดการทำงาน ระบบนั้นๆ ที่อวัยวะเป็นส่วนประกอบก็พังไปด้วย เป็นเหตุให้ผู้บาดเจ็บตายอย่างอนาถในที่สุด

พลังงานที่สร้างได้นั้นยังหมายรวมถึงความร้อน มนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น หากสร้างพลังงานได้น้อยจากภาวะ shock ผู้บาดเจ็บจะตัวเย็นจากข้างใน นำไปสู่ภาวะ metabolic acidosis และ coagulopathy ในที่สุด ดังนั้นการป้องกัน coagulopathy ที่ดีคือ
1. ประเมินและแก้ไขภาวะ shock ซึ่งอาจเกิดจาก airway-breathing-circulation ได้ทั้งนั้น
2. ช่วยอย่าให้ shock นั้นแย่ลงไป ด้วยการควบคุมอุณหภูมิกาย เช็ดตัวให้แห้ง ห่มผ้า อุ่นสารน้ำหรือส่วนประกอบใดๆ ของเลือดที่จะให้แก่ผู้บาดเจ็บ
3. ป้องกันไม่ให้เกิด metabolic acidosis ด้วยการป้องกันและแก้ไขภาวะ shock (จะได้ไม่เกิด lactic acidosis)
4. สารน้ำที่เลือกให้ผู้บาดเจ็บควรจะเป็น Lactated ringer’s solution หรือ ringer acetate ที่สามารถช่วย buffer ภาวะ metabolic acidosis การให้ normal saline นั้น Cl จะไปจับกับ H+ ทำให้ metabolic acidosis ยิ่งแย่ลง (น่าจะตั้งชื่อมันใหม่ว่า abnormal saline solution)
5. หากมี traumatic coagulopathy เกิดขึ้นแล้ว ให้ทำการห้ามเลือดให้ได้ และให้ส่วนประกอบของเลือดเพื่อช่วยนำออกซิเจน และช่วยการแข็งตัวของเลือด

Journal of Trauma and Acute Care Surgery Vol88 No.3 ฉบับเดือนมีนาคม 2020 ตีพิมพ์เรื่อง A review of transfusion- and trauma-induced hypocalcemia: Is it time to change the lethal triad to the lethal diamond ? ไว้อย่างน่าสนใจ. Diamond ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพชร แต่หมายถึงรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่าที่เรียงตัวไม่ได้เป็นมุมฉาก ภาษาไทยเรียกง่ายว่า ‘ข้าวหลามตัด’ (คนเล่นไพ่น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี)**

ในงานวิจัยฉบับนี้ได้พูดถึงอีกขาของปัญหาที่ทำให้ผู้บาดเจ็บตายได้นั้นคือ ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ (hypocalcemia) เป็นที่รับรู้กันแล้วว่าเมื่อ calcium ในกระแสเลือดลดลงจะทำให้ชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้นได้ ในผู้บาดเจ็บหลายระบบอาจไม่แสดงอาการของ calcium ต่ำอย่างเช่น ชา เหน็บกิน (เพราะนอนนิ่งๆ อยู่ไม่มีการตอบสนองใดๆ) carpopedal spasm อีกทั้งไม่น่ามีหมอคนไหนไปเคาะ Chovstek ‘s Sign ในระหว่างการ resuscitate นอกจากนี้ hypocalcemia ยังทำให้การแข็งตัวของเลือดช้าลงอีกด้วย (ลองไปทบทวนดูแถวๆ factor VII, IX และ X ที่อาศัย calcium ช่วยเปลี่ยน factors ต่างๆ เป็น active form)

สาเหตุของ hypocalcemia ในผู้บาดเจ็บมักเกิดจาก การสูญเสียไปในกระบวนการแข็งตัวของเลือดตามปกติ หรือจากการให้เลือดปริมาณมากที่ผ่านการเก็บด้วยการเติม citrate เพื่อป้องกันเลือดแข็งตัวในถุง นอกจากนี้ภาวะ shock ยังทำให้ระดับ calcium ในเลือดต่ำจาก hypothermia (ทำให้ citrate metabolism ของตับลดลง binding calcium ลดลงตาม) และ metabolic acidosis ที่เป็นผลต่อประจุบวกของ calcium ทำให้ระดับลดลง จะเห็นว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน พันกันอีรุงตุงนังไปหมด

ระดับของ ionized calcium ในเลือดที่จะทำให้ผู้บาดเจ็บอาการแย่ลงคือ น้อยกว่า 1.2 mmol / L กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ออก Clinical Practice Guideline เพื่อป้องกันภาวะ hypocalcemia ดังนี้
1. ให้ calcium supplement หลังให้ส่วนประกอบของเลือด unit แรกทันที
2. หรือเมื่อให้ส่วนประกอบของเลือดครบ 4 unit
โดยให้ในรูป calcium gluconate 3 gram หรือ calcium chloride 1 gram ทาง IV หรือ IO

สรุป
การป้องกันภาวะ traumatic coagulopathy ในปัจจุบันที่ห้องฉุกเฉิน ต้องอย่าให้ผู้บาดเจ็บเข้าสู่ภาวะ hypothermia, metabolic acidosis และ hypocalcemia ในอนาคตอันใกล้การเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับ calcium และ/หรือการให้ calcium supplement ร่วมกับการ resuscitate ด้วย blood components จะช่วยป้องกันเลือดออกจนตายได้

Reference
*lethal triangle ถูกกล่าวถึงครั้งแรกใน https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/6980992/

**https://www.researchgate.net/profile/Jeffrey_Siegler/publication/338153603_A_review_of_transfusion-_and_trauma-induced_hypocalcemia_Is_it_time_to_change_the_lethal_triad_to_the_lethal_diamond/links/5f6dde6092851c14bc94b4d8/A-review-of-transfusion-and-trauma-induced-hypocalcemia-Is-it-time-to-change-the-lethal-triad-to-the-lethal-diamond.pdf

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS รพ. สงขลานครินทร์ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ให้แก่ นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพยาบาลเฉพาะทางส...
05/11/2020

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS รพ. สงขลานครินทร์ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ให้แก่ นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน (Emergency Nurse Practitioner: ENP) รุ่นที่ 6 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและอาจารย์ประจำหลักสูตร ENP ที่เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้บาดเจ็บในห้วงก่อนถึงโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 20-21 ตุลาคม 2563

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS รพ. สงขลานครินทร์ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ให้แก่ นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพยาบาลเฉพาะทางส...
05/11/2020

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS รพ. สงขลานครินทร์ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ให้แก่ นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน (Emergency Nurse Practitioner: ENP) รุ่นที่ 6 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและอาจารย์ประจำหลักสูตร ENP ที่เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้บาดเจ็บในห้วงก่อนถึงโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 18-19 ตุลาคม 2563

Photos from PHTLS Thailand's post
30/10/2020

Photos from PHTLS Thailand's post

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS รพ.พระมงกฎเกล้า  จัดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ให้แก่นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง...
29/10/2020

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS รพ.พระมงกฎเกล้า จัดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ให้แก่นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน (Emergency Nurse Practitioner: ENP) รุ่นที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและอาจารย์ประจำหลักสูตร ENP ที่เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้บาดเจ็บในห้วงก่อนถึงโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 19-20 ตุลาคม 2563

คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดอบรม PHTLS ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 9 แบบเปิดให้แก่บุคคลทั่วไปสมัครเรียน เมื่อ 21-22...
26/10/2020

คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดอบรม PHTLS ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 9 แบบเปิดให้แก่บุคคลทั่วไปสมัครเรียน เมื่อ 21-22 ตุลาคม 2563

ศูนย์ฝึกอบรม TCCC / PHTLS รพ.พระมงกุฎเกล้า ได้รับเกียรติให้จัดการฝึกอบรมหลักสูตร Tactical Combat Casualty Care for Medic...
05/10/2020

ศูนย์ฝึกอบรม TCCC / PHTLS รพ.พระมงกุฎเกล้า ได้รับเกียรติให้จัดการฝึกอบรมหลักสูตร Tactical Combat Casualty Care for Medical Providers แก่กำลังพลชุดแพทย์ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลสนามระดับ 1 เพื่อสนับสนุนกองร้อยทหารช่างก่อสร้าง (ทางระดับ) ไทย ในกองกำลังรักษาสันติภาพองค์การสหประชาชาติในเซาท์ซูดาน (United Nations Mission in South Sudan: UNMISS) ผลัดที่ 2 ประกอบด้วย นายแพทย์ พยาบาล และนายสิบพยาบาล เพื่อสร้างความพร้อมในการดูแลกำลังพลไทยและชาติต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้องค์การสหประชาชาติ

#PMKTCCC
#UNMISS

Dr. Craig Manifold ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ (Medical Director) ของ NAEMT คนปัจจุบันเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 21 กันยายน 25...
23/09/2020

Dr. Craig Manifold ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ (Medical Director) ของ NAEMT คนปัจจุบันเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563

Dr. Manifold เป็นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร Advanced Medical Life Support (AMLS) ท่านเคยรับราชการเป็นนายทหารอากาศเกษียณด้วยชั้นยศพลจัตวา (Brigadier General) หลังออกจากราชการท่านเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Department of Emergency Health Sciences, University of Texas Health Science Center ในเมือง San Antonio รัฐ Texas ท่านมีส่วนร่วมในการดูแลและวางแนวทางการปฏิบัติให้แก่หน่วยฉุกเฉินต่างๆ ของรัฐ Texas เป็นประจำอีกด้วย

PHTLS Thailand ในฐานะภาคีของ NAEMT ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ Dr. Manifold มา ณ ที่นี้

วันที่ 17-18 กันยายน 2563
21/09/2020

วันที่ 17-18 กันยายน 2563

วันที่  14-15 กันยายน 2563    โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
21/09/2020

วันที่ 14-15 กันยายน 2563
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

Photos from PHTLS Thailand's post
05/09/2020

Photos from PHTLS Thailand's post

Photos from PHTLS Thailand's post
05/09/2020

Photos from PHTLS Thailand's post

Photos from PHTLS Thailand's post
03/09/2020

Photos from PHTLS Thailand's post

August 6-7, 2020
20/08/2020

August 6-7, 2020

August 6-7, 2020

ด่วน! รีบสมัครก่อนจะพลาดโอกาสศูนย์ฝึกอบรม PHTLS คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ฉบับปรับ...
20/08/2020

ด่วน! รีบสมัครก่อนจะพลาดโอกาส

ศูนย์ฝึกอบรม PHTLS คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร PHTLS ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 9 เป็นสำหรับบุคคลทั่วไป ในวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2563 *ปิดรับสมัครวันที่ 11 กันยายน 2563*

กรุณาตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร และรายละเอียดตาม link ด้านล่างนี้
www.traumakku.com

หรือสอบถามได้จากอาจารย์ นพ.ภาณุ ธีรตกุลพิศาล ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0866371234

*page PHTLS Thailand เป็นผู้เผยแพร่ข่าวสารและร่วมประชาสัมพันธ์เท่านั้น รายละเอียดต่างๆ โปรดติดต่อผู้จัดการอบรมตามที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ข้างต้น*

In Memoriam: Norman E. McSwain, Jr., MD, FACS1937-2015เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่ นพ.แม็คสเวน ได้จากโลกนี้ไป เราจะมาย้อนรำลึกถึ...
28/07/2020

In Memoriam:
Norman E. McSwain, Jr., MD, FACS
1937-2015

เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่ นพ.แม็คสเวน ได้จากโลกนี้ไป เราจะมาย้อนรำลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้ฝากไว้ในโลกนี้ในโอกาสวันครบรอบการถึงแก่กรรมของท่าน ดังเช่นที่เรากระทำมาเป็นประจำทุกปี

ในปีนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ ข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด (Hartford Consensus) กัน ซึ่ง นพ.แม็คสเวน เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและผลักดันจนเป็นรูปร่าง

ข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด เกิดขึ้นจากหน่วยงานทางการแพทย์อุบัติเหตุ ผู้ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน และผู้บังคับใช้กฎหมายร่วมประชุมกันเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดการทางการแพทย์ในเหตุกราดยิงในที่ชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 2010 – 2012 โดยข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ดนั้นแบ่งได้เป็นสี่ฉบับตามระยะเวลาของการดำเนินการดังนี้

1. ข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด ฉบับที่ 1 การเพิ่มอัตราการรอดชีวิตจากเหตุกราดยิงในที่ชุมชน

ข้อตกลงฉบับแรกนี้ตั้งชื่อตามโรงพยาบาลฮาร์ทฟอร์ด เมืองฮาร์ทฟอร์ด รัฐคอนเน็คทิคัต โดยมีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2013 ด้วยองค์กรต่างๆ เช่น วิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งอเมริกา (ACS) วิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งอเมริกา (ACEP) องค์กรผู้ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (NAEMT) หน่วยดับเพลิง ทหาร และ FBI เพื่อร่างข้อตกลงบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์เพื่อให้ได้วิธีในการเอาตัวรอด ผลของการประชุมได้ข้อสรุปในการปฏิบัติในเหตุกราดยิงในที่ชุมชนด้วยอักษรย่อ THREAT (แปลว่าภัยคุกคาม) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

T: Threat suppression หน่วยผู้บังคับใช้กฏหมายต้องควบคุมหรือปราบปรามผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว
H: Hemorrhage control ให้ดำเนินการห้ามเลือดที่ออกปริมาณมากทันทีเนื่องจากเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตที่ป้องกันได้โดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับใช้กฏหมายหรือประชาชนทั่วไป
RE: Rapid Extrication นำผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วเพื่อรับการปฐมพยาบาล
A: Assessment by medical providers ผู้บาดเจ็บต้องได้รับการประเมินอาการเบื้องต้นและปฐมพยาบาลโดยบุคลากรทางการแพทย์
T: Transport to definitive care ส่งกลับไปยังโรงพยาบาลที่เหมาะสมสามารถให้การผ่าตัดรักษาได้

2. ข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด ฉบับที่ 2 การตอบสนองต่อเหตุกราดยิงในที่ชุมชนและเหตุก่อการร้าย

สามเดือนถัดมา ในวันที่ 11 กรกฏาคม 2013 คณะทำงานข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด ได้ทำการนัดประชุมเพื่อเพิ่มเติมรายละเอียดของ THREAT โดยแบ่งให้บุคลากรผู้เผชิญเหตุกลุ่มต่างๆ ควรมีความรู้ความสามารถในการจัดการเหตุ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

2.1 กลุ่มประชาชนทั่วไป มีจุดมุ่งหมายว่า ‘ประชาชนทุกคนสามารถช่วยชีวิตตนเองและผู้อื่นได้’ โดยการพัฒนาหลักสูตรที่จะสอนให้ประชาชนทั่วไปสามารถทำการห้ามเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพในเหตุเฉพาะหน้า เป็นที่มาของหลักสูตร Bleeding Control (B-Con) และในภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Stop the Bleed

2.2 กลุ่มผู้บังคับใช้กฏหมาย ดำเนินการฝึกอบรมการห้ามเลือดโดยใข้พื้นฐานความรู้จากหลักสูตร Tactical Emergency Casualty Care และจัดหาอุปกรณ์ห้ามเลือดที่เหมาะสม เช่น สายรัดห้ามเลือด

2.3 กลุ่มผู้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย และหน่วยดับเพลิง ดำเนินการฝึกอบรมการห้ามเลือดโดยใข้พื้นฐานความรู้จากหลักสูตร Tactical Combat Casualty Care และจัดหาอุปกรณ์ห้ามเลือดที่เหมาะสม เช่น สายรัดห้ามเลือด ก๊อซชุบสารห้ามเลือด เป็นต้น

2.4 กลุ่มศูนย์อุบัติเหตุ ดำเนินการจัดทำแผนการรับผู้ป่วยจำนวนมาก การเพิ่มขีดความสามารถอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อเหตุกราดยิงในที่ชุมชน

3. ข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด ฉบับที่ 3 การผลักดันหลักสูตร Bleeding Control

ภายหลังการดำเนินการของข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ดฉบับที่สอง พบว่าอัตราการรอดชีวิตของผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในที่ชุมชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ คณะทำงานจึงทำการประชุมในวันที่ 14 เมษายน 2015 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์ความรู้การช่วยชีวิตนี้หยั่งรากลึกลงไปในชุมชน และการดูแลผู้บาดเจ็บสามารถทำได้ตั้งแต่ที่เกิดเหตุจนถึงศูนย์อุบัติเหตุแบบไร้รอยต่อนั้น คณะกรรมการตั้งเป้าไว้ที่ ‘ประชาชนทุกคนต้องสามารถห้ามเลือดได้เหมือนที่ทุกคนทำ CPR ได้’ และผลักดันให้มีกฏหมายรองรับไม่ให้ผู้ช่วยเหลือมีความผิดหากมีผลแทรกซ้อนหรือการเสียชีวิตของผู้บาดเจ็บภายหลัง

การที่จะทำให้ได้ตามวัตถุประสงค์จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญสองส่วนได้แก่

3.1 การสร้างหลักสูตรกลางเพื่อให้ดำเนินการสอนแก่ประชาชนทั่วไป นั้นคือหลักสูตร B-Con / Stop the Bleed ในระยะแรกผู้สอนเป็นบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ทำให้การสอนอาจจะยังไม่เผยแพร่เป็นวงกว้าง

3.2 การจัดหาชุดอุปกรณ์ห้ามเลือด เพื่อติดตั้งไว้ในตู้เฉพาะเคียงคู่กับเครื่อง AED ในที่ชุมชน ชุดอุปกรณ์นี้ประกอบด้วยถุงมือ ผ้าพันแผล สายรัดห้ามเลือด และก๊อซชุบสารห้ามเลือด เมื่อเปิดตู้บรรจุอุปกรณ์นี้จะมีการส่งสัญญาณไปยังหน่วยรับแจ้งเหตุในพื้นที่เพื่อส่งความช่วยเหลือมาโดยเร็ว ข้อกำหนดของการติดตั้งตู้อุปกรณ์นี้คือต้องสามารถเข้าถึงได้ภายใน 3 นาที เนื่องจากการเสียเลือดปริมาณมากสามารถทำให้เสียชีวิตในเวลาน้อยกว่า 3 นาที

เป็นที่น่าเสียดายที่หลังจากการประชุมข้อตกลงครั้งนี้ไม่นาน นพ.แม็คสเวนได้ถึงแก่กรรมในวันที่ 28 กรกฎาคม 2015

4. ข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ด ฉบับที่ 4 การเพิ่มความยืดหยุ่นในระดับชาติ

ถึงแม้ นพ.แม็คสเวน จะไม่ได้อยู่ร่วมการประชุมในครั้งนี้เมื่อวันที่ 7-8 มกราคม 2016 แต่แนวทางที่ท่านและคณะทำงานได้ปูไว้ถูกผลักดันจนเป็นวาระแห่งชาติ นพ. เลนเวิร์ธ เจคอบ ในฐานะประธานคณะทำงานได้มีโอกาสได้นำเสนอเรื่องของข้อตกลงฮาร์ทฟอร์ดในรัฐสภาและต่อหน้าประธานาธิบดีโอบามา

การที่องค์ความรู้จะแพร่ขยายไปในทุกหัวระแหงและทุกระดับจำเป็นจะต้องมีครูผู้สอนเพิ่มขึ้น จากเดิมกำหนดคุณสมบัติผู้สอนเป็นเพียงบุคลากรทางการแพทย์ ต่อมาได้ปรับให้มีการยืดหยุ่น อนุญาตให้บุคลากรภาคส่วนต่างๆ สามารถทำการสอนได้ เช่น ผู้รักษากฎหมาย ทหารที่เคยผ่านการอบรม TCCC หรือครู เป็นต้นโดยต้องมาเข้ารับการอบรมหลักสูตร B-Con / Stop the Bleed: train the trainer ก่อน

ในฐานะที่ท่านเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ ท่านได้ทิ้งหลักสูตรต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บไว้มากมาย ถึงแม้ท่านจะไม่อยู่ แต่แนวทางมรดกทางการศึกษาจะยังอยู่กับพวกเราตลอดไป

หากมีความสนใจในหลักสูตร Stop the Bleed สามารถค้นคว้ารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stopthebleed.org

ท่านสามารถ download application Stop the Bleed ได้จากทั้ง App Store และ Play Store

#normanmcswain
#hartfordconsensus
#stopthebleed

picture credit: https://www.facs.org/about-acs/hartford-consensus

คำแนะนำและแนวทางการปฏิบัติสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตร Prehospital Trauma Life Support ในห้วงการระบาด COVID-19  เนื่องด้วยศู...
15/07/2020

คำแนะนำและแนวทางการปฏิบัติสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตร Prehospital Trauma Life Support ในห้วงการระบาด COVID-19


เนื่องด้วยศูนย์ฝึกอบรม PHTLS ทุกแห่งจะเริ่มกลับมาดำเนินฝึกอบรมอีกครั้งในเร็วๆ นี้ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

แต่เนื่องจากในระหว่างการฝึกอบรมมีการฝึกหัตถการที่มีการสัมผัสศีรษะใบหน้าของผู้เข้ารับการอบรม เช่น manual-in-line การสวม collar การตรวจร่างกาย ดังนั้นจึงถือว่ามีความเสี่ยงจากอยู่ใกล้ชิดกัน คณะกรรมการหลักสูตร PHTLS ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย จึงขอกำหนดแนวทางการปฏิบัติและคำแนะนำสำหรับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฯ เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านดังต่อไปนี้

1. ข้อกำหนดเรื่องการแต่งกาย
ขอความร่วมมือให้ผู้เข้ารับการอบรมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ทำการฝึกอบรม ทั้งในห้องบรรยาย และสถานีฝึกฏิบัติ รวมทั้งพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันกับผู้เข้ารับการอบรมท่านอื่น เช่น พื้นที่รับประทานอาหาร หากท่านจะสวมแผ่นป้องกันใบหน้า (face shield) เมื่อเข้าสถานีฝึกปฏิบัติด้วยจะช่วยลดการรับเชื้อได้ ทั้งนี้ขอความกรุณาให้ท่านนำหน้ากากและแผ่นป้องกันใบหน้ามาเอง

2. การคัดกรอง
ผู้ประสานงานหลักสูตรของศูนย์ฝึกอบรมจะโทรศัพท์ไปหาท่านเพื่อสอบถามประวัติเสี่ยงหรืออาการไข้ และบางศูนย์ฝึกอบรมจะให้ท่านตอบแบบสอบถามเพื่อคัดกรองความเสี่ยงต่อ COVID-19 และตรวจ/บันทึกอุณหภูมิในช่วงเช้าวันแรกก่อนฝึกอบรมตามนโยบายของสถาบันต้นสังกัด
หากท่านมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เหนื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น หรือมีประวัติเสี่ยง / สัมผัสผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยง ก่อนรับการอบรม ขอให้รีบแจ้งผู้อำนวยการหลักสูตรหรือผู้ประสานงานประจำศูนย์ฝึกอบรมตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ล่วงหน้าเร็วที่สุด

3. การปฏิบัติในสถานีฝึกปฏิบัติ
ขอให้ท่านสวมถุงมือเมื่อเข้าสถานีฝึกปฏิบัติทุกครั้ง และเปลี่ยนเมื่อหมุนเปลี่ยนสถานีทุกครั้ง รวมทั้งล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

4. การปฏิบัติหลังการฝึกอบรม
ผู้ประสานงานหลักสูตรของศูนย์ฝึกอบรมจะโทรศัพท์ติดตามอาการว่ามีผู้ใดมีไข้ หรืออาการโรคทางเดินหายใจหรือไม่ ในวันที่ 7 และ 14 หลังการฝึกอบรม ขอความร่วมมือในการรับโทรศัพท์ และการตอบคำถามด้วย

คณะกรรมการหลักสูตร PHTLS ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ขอให้ความมั่นใจแก่ท่านว่า ทุกศูนย์ฝึกอบรมจะดำเนินการจัดการฝึกอบรม PHTLS ตามมาตรฐาน ภายใต้การดูแลด้านการป้องกันการแพร่ระบาดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ทุกท่าน การจัดสถานที่ห้องบรรยายและห้องฝึกปฏิบัติมีการเว้นระยะห่างทางกายภาพที่เหมาะสม มีการทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์การฝึกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งการใช้ผู้ป่วยสมมติที่ผ่านการคัดกรองหรือใช้หุ่นจำลองทางการแพทย์แทนให้มากที่สุดเพื่อลดการสัมผัส


คณะกรรมการหลักสูตร PHTLS ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

ที่อยู่

ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PHTLS Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PHTLS Thailand:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

หลักสูตรการดูแลผู้บาดเจ็บในช่วงก่อนถึงโรงพยาบาล จัดอบรมตามมาตรฐานของ National Association of EMT ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การกำกับดูแลโดย ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างมาตรฐานให้แก่การดูแลผู้บาดเจ็บตั้งแต่ที่เกิดเหตุให้มีความโอกาสรอดชีวิตสูงสุดและมีความปลอดภัยสูงสุด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด