โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ

โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ เป็นสถาบันผลิตนักดนตรีทหารเรือที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและสากล ปรัชญา
เก่งดนตรี มีวินัย ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม เป็นพลังแห่งราชนาวี
ปณิธาน
ให้การศึกษาและฝึกอบรมแก่ นดย. เพื่อให้เป็นทหารที่มีความรู้ความสามารถในวิชาการดนตรี มีความคิดริเริ่ม มีระเบียบวินัย รักสถาบัน เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม สำหรับปฏิบัติราชการใน ทร. รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
วิสัยทัศน์
เป็นสถาบันผลิตนักดนตรีทหารเรือ ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและสากล
อัตลักษณ์ของสถาบัน
นักดนตรีทหารเรือที่มีคุณภาพในระดับมาตรฐานสากล
(44)

เปิดเหมือนปกติ

!! ประกาศฐานทัพเรือกรุงเทพ !!เรื่อง ผลการสอบเลื่อนฐานะนายทหารประทวน ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๔
22/06/2021

!! ประกาศฐานทัพเรือกรุงเทพ !!
เรื่อง ผลการสอบเลื่อนฐานะ
นายทหารประทวน ประจำปี
งบประมาณ ๒๕๖๔

!! ประกาศฐานทัพเรือกรุงเทพ !!
เรื่อง ผลการสอบเลื่อนฐานะ
นายทหารประทวน ประจำปี
งบประมาณ ๒๕๖๔

03/06/2021

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ ทหารกองประจำการ
นักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ลูกจ้าง และ พนักงานราชการ
กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ
ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ มิถุนายน ๒๕๖๔

01/06/2021

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ มิถุนายน ๒๕๖๔

29/05/2021
กาชาดคอนเสิร์ต64

#กาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่47

สิทธิประโยชน์จากการบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย
การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๗ (พ.ศ.๒๕๖๔)
- ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ ๔๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้อุปการคุณสภากาชาดไทย
- ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้อุปการคุณสภากาชาดไทย และรับเข็มที่ระลึกรูปดอกประดู่ประดับอัญมณี มูลค่า ๗,๕๐๐ บาท
- ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้อุปการคุณสภากาชาดไทย และขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ ๒ จำนวน ๑ ท่าน
- ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ ๖๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้อุปการคุณสภากาชาดไทย และขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ ๑ จำนวน ๑ ท่าน
- ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้อุปการคุณสภากาชาดไทย และขอพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ ๑ จำนวน ๑ ท่าน และรับเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ (เหรียญทองคำ ๙๙.๙ % หนัก ๒๐ กรัม) มูลค่า ๖๐,๐๐๐ บาท
- ผู้บริจาคเงินตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ได้รับหนังสือขอบคุณ และภาพถ่ายขณะเข้ารับของที่ระลึกพร้อมกรอบ
- ทุกยอดบริจาค สามารถนำใบเสร็จรับเงินจากสภากาชาดไทยไปลดหย่อนภาษีได้ ๒ เท่า

โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ขอแสดงความยินดีกับ จ่าโท ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา นักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ร...
22/05/2021

โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ขอแสดงความยินดีกับ จ่าโท ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา นักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ รุ่นที่ 59 ที่สำเร็จหลักสูตรนักเรียนนักทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่นที่ 49 (SEAL)
.
จากเส้นทางนักดนตรีเหล่าดุริยางค์ สู่ หน่วยรบพิเศษ SEAL ของ จ่าโท ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา
.
ด้วยความสนใจในดนตรี มาตั้งแต่ เล็กๆ ทำให้ ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา หรือ เด็กชายเก่ง ชาวปทุมธานี เลือกที่จะเข้าศึกษาในโรงเรียนเฉพาะทางในด้านดนตรีอย่าง โรงเรียนดนตรีสังคีต ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นและปลูกฝังในด้านดนตรี และนำมาสู่การเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ อย่างเต็มภาคภูมิ
จ่าโทยุทธศิลป์ เล่าว่าตลอดระยะเวลา 3 ปี ในโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เพราะนอกจากการเป็นสถาบันการศึกษาของกองทัพเรือ ในการ ให้การศึกษาและอบรม แก่นักเรียนดุริยางค์ เพื่อให้เป็นทหารที่มีความรู้ความสามารถ ในวิชาการดนตรีมีความคิดริเริ่มแล้ว ยังได้ฝึกฝนในเรื่องของระเบียบวินัย เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจน ปลูกฝัง ให้มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ นอกจากนั้น ยังได้ฝึกฝนในเรื่องของวิชาการทหาร ปลูกฝังภาวะความเป็นผู้นำ โดยได้มีโอกาสเป็นหัวหน้า นักเรียนในชั้นปีที่ 3 ได้ถูกบ่มเพาะความซื่อสัตย์สุจริต กล้าหาญเสียสละ รับผิดชอบ มีจิตสำนึกในความเป็นทหาร รู้รักสามัคคี ตลอดจนมีความอดทน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาได้ เข้ารับราชการที่ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ ในตำแหน่งนักดนตรี (กีต้าร์) ก่อนจะย้ายไป เป็นนักดนตรีในสังกัดกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยาที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
จ่าโท ยุทธศิลป์ เล่าต่อไปว่า จุดเปลี่ยนสำคัญดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น เกิดขึ้นในขณะที่เป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ซึ่งที่ตั้งของโรงเรียนนั้น อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดชิโนรสารามวรวิหาร เมื่อโรงเรียนจัดให้มีการอบรมธรรมะ ก็จะพานักเรียนไปฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมที่วัดชิโนรส ซึ่งที่นั้นเอง ทำให้ ยุทธศิลป์ เกิดความสนใจในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังอีกได้มีโอกาสรู้จักกับพระอาจารย์รูปหนึ่งที่วัดชิโนรส ซึ่งได้ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติสมาธิภาวนา จนที่มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม 9 วัด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขณะที่อยู่ในระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา ได้ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ได้ทรงปกปักรักษาแผ่นดินไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นเอกราช จากอริราชศัตรู เกิดเป็นแรงบันดาลใจ และจุดประกายว่า " เราน่าจะทำอะไรเพื่อชาติ และเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้คนในภารกิจอื่นนอกเหนือไปจากบทบาทของการเป็นนักดนตรีที่มีหน้าที่มอบความสุขให้แก่ผู้ชม" อีกทั้งภาพจากภารกิจของ หน่วยซีล ในการช่วยเหลือ 13 หมูป่าที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่ยังก้องอยู่ในความทรงจํา ทำให้เขาตัดสินใจ ที่จะเลือกเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จากนักดนตรีผู้มอบความสุข มาเป็น นักรบพิเศษ โดยในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ได้ตั้งใจแน่วแน่ เขาได้มุ่งมั่นและเตรียมตัวในการเข้ารับการฝึก ในหลักสูตร นักทำลายใต้น้ำจู่โจม ในสังกัด หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ที่หลายคน บอกว่า โหด และ ใช้เวลาฝึกนานที่สุด ของกองทัพไทย โดยใช้เวลาเตรียมตัวทั้งร่างกายและจิตใจเป็นระยะเวลาถึง 1 ปีเต็ม
ตลอดระยะเวลา 31 สัปดาห์ของการฝึก จ่าโท ยุทธศิลป์ กล่าวว่า เป็นประสบการณ์ที่ให้อะไรกับเขามากมาย โดยเฉพาะเรื่องความอดทนอดกลั้น ซึ่ง แม้จะได้รับความกดดันในรูปแบบต่างๆจากสถานการณ์ในการฝึก แต่เขาได้น้อมนำ เอาหลักธรรมที่ได้ฝึกฝนมาโดยเฉพาะเรื่องของการเจริญสติภาวนาให้ระลึกถึงปัจจุบันขณะ ตลอดจน ประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ในชีวิตของนักเรียนทหาร นำมาประยุกต์ใช้ จนในที่สุดเขาก็สำเร็จการฝึก เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยได้เข้ารับการประดับเครื่องหมายฉลามบนเกลียวคลื่น พร้อมเข้าสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และเรียกตนเองว่า นักรบพิเศษของกองทัพเรือ ในนาม "นักทำลายใต้น้ำจู่โจม" พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างที่ตั้งใจไว้ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ข้อความจาก :: กองทัพเรือ
.
#กองทัพเรือ
#กองดุริยางค์ทหารเรือ
#โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ
#RTNSM59
#นทตจู่โจม49
#หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ
#ThaiNavySEAL

โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ขอแสดงความยินดีกับ จ่าโท ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา นักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ รุ่นที่ 59 ที่สำเร็จหลักสูตรนักเรียนนักทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่นที่ 49 (SEAL)
.
จากเส้นทางนักดนตรีเหล่าดุริยางค์ สู่ หน่วยรบพิเศษ SEAL ของ จ่าโท ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา
.
ด้วยความสนใจในดนตรี มาตั้งแต่ เล็กๆ ทำให้ ยุทธศิลป์ เพียรภูเขา หรือ เด็กชายเก่ง ชาวปทุมธานี เลือกที่จะเข้าศึกษาในโรงเรียนเฉพาะทางในด้านดนตรีอย่าง โรงเรียนดนตรีสังคีต ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นและปลูกฝังในด้านดนตรี และนำมาสู่การเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ อย่างเต็มภาคภูมิ
จ่าโทยุทธศิลป์ เล่าว่าตลอดระยะเวลา 3 ปี ในโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เพราะนอกจากการเป็นสถาบันการศึกษาของกองทัพเรือ ในการ ให้การศึกษาและอบรม แก่นักเรียนดุริยางค์ เพื่อให้เป็นทหารที่มีความรู้ความสามารถ ในวิชาการดนตรีมีความคิดริเริ่มแล้ว ยังได้ฝึกฝนในเรื่องของระเบียบวินัย เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจน ปลูกฝัง ให้มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ นอกจากนั้น ยังได้ฝึกฝนในเรื่องของวิชาการทหาร ปลูกฝังภาวะความเป็นผู้นำ โดยได้มีโอกาสเป็นหัวหน้า นักเรียนในชั้นปีที่ 3 ได้ถูกบ่มเพาะความซื่อสัตย์สุจริต กล้าหาญเสียสละ รับผิดชอบ มีจิตสำนึกในความเป็นทหาร รู้รักสามัคคี ตลอดจนมีความอดทน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาได้ เข้ารับราชการที่ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ ในตำแหน่งนักดนตรี (กีต้าร์) ก่อนจะย้ายไป เป็นนักดนตรีในสังกัดกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยาที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
จ่าโท ยุทธศิลป์ เล่าต่อไปว่า จุดเปลี่ยนสำคัญดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น เกิดขึ้นในขณะที่เป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ซึ่งที่ตั้งของโรงเรียนนั้น อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดชิโนรสารามวรวิหาร เมื่อโรงเรียนจัดให้มีการอบรมธรรมะ ก็จะพานักเรียนไปฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมที่วัดชิโนรส ซึ่งที่นั้นเอง ทำให้ ยุทธศิลป์ เกิดความสนใจในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังอีกได้มีโอกาสรู้จักกับพระอาจารย์รูปหนึ่งที่วัดชิโนรส ซึ่งได้ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติสมาธิภาวนา จนที่มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม 9 วัด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขณะที่อยู่ในระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา ได้ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ได้ทรงปกปักรักษาแผ่นดินไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นเอกราช จากอริราชศัตรู เกิดเป็นแรงบันดาลใจ และจุดประกายว่า " เราน่าจะทำอะไรเพื่อชาติ และเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้คนในภารกิจอื่นนอกเหนือไปจากบทบาทของการเป็นนักดนตรีที่มีหน้าที่มอบความสุขให้แก่ผู้ชม" อีกทั้งภาพจากภารกิจของ หน่วยซีล ในการช่วยเหลือ 13 หมูป่าที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ที่ยังก้องอยู่ในความทรงจํา ทำให้เขาตัดสินใจ ที่จะเลือกเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จากนักดนตรีผู้มอบความสุข มาเป็น นักรบพิเศษ โดยในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ได้ตั้งใจแน่วแน่ เขาได้มุ่งมั่นและเตรียมตัวในการเข้ารับการฝึก ในหลักสูตร นักทำลายใต้น้ำจู่โจม ในสังกัด หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ที่หลายคน บอกว่า โหด และ ใช้เวลาฝึกนานที่สุด ของกองทัพไทย โดยใช้เวลาเตรียมตัวทั้งร่างกายและจิตใจเป็นระยะเวลาถึง 1 ปีเต็ม
ตลอดระยะเวลา 31 สัปดาห์ของการฝึก จ่าโท ยุทธศิลป์ กล่าวว่า เป็นประสบการณ์ที่ให้อะไรกับเขามากมาย โดยเฉพาะเรื่องความอดทนอดกลั้น ซึ่ง แม้จะได้รับความกดดันในรูปแบบต่างๆจากสถานการณ์ในการฝึก แต่เขาได้น้อมนำ เอาหลักธรรมที่ได้ฝึกฝนมาโดยเฉพาะเรื่องของการเจริญสติภาวนาให้ระลึกถึงปัจจุบันขณะ ตลอดจน ประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ในชีวิตของนักเรียนทหาร นำมาประยุกต์ใช้ จนในที่สุดเขาก็สำเร็จการฝึก เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยได้เข้ารับการประดับเครื่องหมายฉลามบนเกลียวคลื่น พร้อมเข้าสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และเรียกตนเองว่า นักรบพิเศษของกองทัพเรือ ในนาม "นักทำลายใต้น้ำจู่โจม" พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างที่ตั้งใจไว้ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ข้อความจาก :: กองทัพเรือ
.
#กองทัพเรือ
#กองดุริยางค์ทหารเรือ
#โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ
#RTNSM59
#นทตจู่โจม49
#หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ
#ThaiNavySEAL

นาวาเอกรัตนะ เรืองรุ่ง รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายชั้นการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖...
21/05/2021

นาวาเอกรัตนะ เรืองรุ่ง รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายชั้นการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔ ในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๔ ณ.หอดุริยางค์ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ

#วันอาภากรAbhakara Memorial Day๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔.นาวาเอก พฤทธิธร สุมิตร  ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ วางพวงมาลาถวายสักกา...
19/05/2021

#วันอาภากร
Abhakara Memorial Day
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔
.
นาวาเอก พฤทธิธร สุมิตร ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ วางพวงมาลาถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย เนื่องในวันอาภากร ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔
.
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2439 เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้มีพระวิริยะอุตสาหะจนผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม และมีพระจริยวัตรที่งดงามเป็นที่รักใคร่ของ ครู อาจารย์ เป็นที่ยอมรับนับถือของชาวอังกฤษที่ได้ศึกษาอยู่ในคราวเดียวกัน เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตร ในราชนาวีอังกฤษแล้ว ได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ในปีพุทธศักราช 2443 รับพระราชทานยศเป็น “นายเรือโทผู้บังคับการ” ในตำแหน่ง นายธงผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ปีพุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ทหารเรือไทยมีความรู้ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และเป็นผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ
ในปีต่อมาทรงมีพระดำริ ในการจัดตั้งโรงเรียนนายช่างกล เพื่อรับผิดชอบเครื่องจักรในเรือ และในโรงงานบนบกแทนชาวต่างประเทศที่จ้างไว้ ในปีพุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศ ได้ทรงนำเรือแวะที่สิงคโปร์และเปลี่ยนสีเรือมกุฎราชกุมาร จากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนกับเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเล และภูมิประเทศ ซึ่งกองทัพเรือได้นำสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลำของกองทัพเรือ ตราบจนปัจจุบัน
นอกจากจะคุณูปการอเนกอนันต์แก่กองทัพเรือแล้ว พระองค์ยังมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณของไทย โดยในปีพุทธศักราช 2454 ขณะทรงออกจากราชการเป็นเวลา 6 ปีเศษ เพื่อทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนโดยทั่วไปด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญานามว่า “หมอพร”
ในปีพุทธศักราช 2460 ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กลับเข้ารับราชการทหารเรืออีกครั้ง และในปีพุทธศักราช 2462 พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงพิเศษให้ดำเนินการจัดซื้อเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือหลวงพระร่วง เดินท างจากประเทศอังกฤษกลับมายังประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกล
ข้ามทวีป ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2465 พระองค์ได้กราบบังคมทูล ขอพระราชทานที่ดินพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ และหน่วยกำลังรบต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้กราบบังคมทูลออกจากราชการเพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พุทธศักราช 2466 เนื่องจากพระองค์ทรงมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ และประชวรพระโรคภายในอยู่ด้วย โดยทรงประทับอยู่ทางใต้ของปากน้ำเมืองชุมพร ขณะที่พระองค์ประทับอยู่นี้ก็เกิดพระโรคหวัดใหญ่ เนื่องจากถูกฝน ทรงประชวรอยู่เพียง 3 วัน ก็สิ้นพระชนม์ที่ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ในวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466
สิริพระชนมายุ 43 พรรษา
ด้วยพระกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการทหารเรือ ส่งผลให้กองทัพเรือ มีความเจริญก้าวหน้า สามารถทำหน้าที่รั้วของชาติทางทะเลได้อย่างเข้มแข็งสืบต่อมา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง กองทัพเรือจึงได้ประกาศขนานพระนามเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และได้กำหนดให้วันที่
19 พฤษภาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” โดยกำหนดจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณ ของพระองค์ท่านเป็นประจำทุกปี

#วันอาภากร
Abhakara Memorial Day
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔
.
นาวาเอก พฤทธิธร สุมิตร ผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ วางพวงมาลาถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย เนื่องในวันอาภากร ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔
.
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2439 เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้มีพระวิริยะอุตสาหะจนผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม และมีพระจริยวัตรที่งดงามเป็นที่รักใคร่ของ ครู อาจารย์ เป็นที่ยอมรับนับถือของชาวอังกฤษที่ได้ศึกษาอยู่ในคราวเดียวกัน เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตร ในราชนาวีอังกฤษแล้ว ได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ในปีพุทธศักราช 2443 รับพระราชทานยศเป็น “นายเรือโทผู้บังคับการ” ในตำแหน่ง นายธงผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ปีพุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ทหารเรือไทยมีความรู้ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และเป็นผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ
ในปีต่อมาทรงมีพระดำริ ในการจัดตั้งโรงเรียนนายช่างกล เพื่อรับผิดชอบเครื่องจักรในเรือ และในโรงงานบนบกแทนชาวต่างประเทศที่จ้างไว้ ในปีพุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศ ได้ทรงนำเรือแวะที่สิงคโปร์และเปลี่ยนสีเรือมกุฎราชกุมาร จากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนกับเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเล และภูมิประเทศ ซึ่งกองทัพเรือได้นำสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลำของกองทัพเรือ ตราบจนปัจจุบัน
นอกจากจะคุณูปการอเนกอนันต์แก่กองทัพเรือแล้ว พระองค์ยังมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณของไทย โดยในปีพุทธศักราช 2454 ขณะทรงออกจากราชการเป็นเวลา 6 ปีเศษ เพื่อทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนโดยทั่วไปด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญานามว่า “หมอพร”
ในปีพุทธศักราช 2460 ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กลับเข้ารับราชการทหารเรืออีกครั้ง และในปีพุทธศักราช 2462 พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงพิเศษให้ดำเนินการจัดซื้อเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือหลวงพระร่วง เดินท างจากประเทศอังกฤษกลับมายังประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกล
ข้ามทวีป ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2465 พระองค์ได้กราบบังคมทูล ขอพระราชทานที่ดินพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ และหน่วยกำลังรบต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้กราบบังคมทูลออกจากราชการเพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พุทธศักราช 2466 เนื่องจากพระองค์ทรงมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ และประชวรพระโรคภายในอยู่ด้วย โดยทรงประทับอยู่ทางใต้ของปากน้ำเมืองชุมพร ขณะที่พระองค์ประทับอยู่นี้ก็เกิดพระโรคหวัดใหญ่ เนื่องจากถูกฝน ทรงประชวรอยู่เพียง 3 วัน ก็สิ้นพระชนม์ที่ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ในวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466
สิริพระชนมายุ 43 พรรษา
ด้วยพระกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการทหารเรือ ส่งผลให้กองทัพเรือ มีความเจริญก้าวหน้า สามารถทำหน้าที่รั้วของชาติทางทะเลได้อย่างเข้มแข็งสืบต่อมา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง กองทัพเรือจึงได้ประกาศขนานพระนามเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และได้กำหนดให้วันที่
19 พฤษภาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” โดยกำหนดจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณ ของพระองค์ท่านเป็นประจำทุกปี

วันอาภากรAbhakara Memorial Day๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔.“วันอาภากร” ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ...
19/05/2021

วันอาภากร
Abhakara Memorial Day
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔
.
“วันอาภากร” ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ผู้เป็นที่เคารพรักของทหารเรือไทย ในฐานะที่ทรงริเริ่มวางรากฐานกิจการทหารเรือ นำความเจริญมั่นคงสู่กองทัพเรือให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วไป และมีเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศตราบจนทุกวันนี้
.
#วันอาภากร
#กองทัพเรือ
#กองดุริยางค์ทหารเรือ
#โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ

วันอาภากร
Abhakara Memorial Day
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔
.
“วันอาภากร” ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ผู้เป็นที่เคารพรักของทหารเรือไทย ในฐานะที่ทรงริเริ่มวางรากฐานกิจการทหารเรือ นำความเจริญมั่นคงสู่กองทัพเรือให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วไป และมีเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศตราบจนทุกวันนี้
.
#วันอาภากร
#กองทัพเรือ
#กองดุริยางค์ทหารเรือ
#โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ

ที่อยู่

2 กองดุริยางค์ทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย
Bangkok
10700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขอขอบคุณวิทยากร... พ.จ.ท. อนุวัฒน์ รอดประเสริฐ ที่มาฝึกอบรมสอนการใช้ลมและเทคนิค การปฏิบัติเครื่องมือดนตรีแตรเดี่ยว ให้กับพลสัญญาณแตรเดี่ยวครับ🙏🙏
ประกาศผลสอบตอนไหนค่ะ เพราะเห็นว่าจะแจ้งกลับ ผปค.และแจ้งหน้าเว๊ปเพจ ลงเวลาเท่าไรค่ะ
เตือนภัยครับ เป็นอีก1คนที่ปลอมfacebookหลอกให้โอนเงินครับ หากใครเจอชื่อบัญชีนี้ ชื่อนี้อย่าหลงเชื่อโอนเงินไปนะครับ หรือเจอบุคลในภาพสามารถแจ้งตำรวจได้เลยครับ มีเจ้าทุกข์แจ้งความไว้ที่ สน. วังทองหลาง รายละเอียดอยู่ในภาพครับ ช่วยๆกันแชร์ครับ จะได้ไม่มีใครหลงโอนเงินไปครับ
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์นะคะ KMUTT Chorus & TU Chorus Present... " Cross-over Concert "🎉🎉🎉 ครั้งแรกกับการรวมตัวกันของคณะประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ระหว่าง KMUTT Chorus (ชมรมประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) และ TU Chorus (ชุมนุมประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) กับการแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบที่มีชื่อว่า.. " KMUTT x TU Chorus Cross-over Concert " วันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้อง ออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 17.30 น. บัตรราคา 150 บาท ทุกที่นั่ง บทเพลงประจำมหาวิทยาลัยทั้ง 2 มหาวิทยาลัย และบทเพลงพิเศษที่สุดแสนจะไพเราะอีกมากมาย จะถูกถ่ายทอดโดย คณะประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งประเทศไทยทั้ง 2 คณะ ขอเรียนเชิญทุกท่านมาให้กำลังใจและรับฟังบทเพลงเพราะ ๆ จากพวกเรา KMUTT Chorus & TU Chorus ในคอนเสิร์ตนะคะ❤️ ** สอบถามรายละเอียดและติดต่อจองบัตรได้ที่ Inbox แฟนเพจ KMUTT Chorus ค่ะ https://www.facebook.com/kmuttchoruspage/photos/a.728141010548849/2457988510897415/?type=3&theater¬if_t=page_post_reaction¬if_id=1547734668399541
จะสมัคร voice ต้องสมัครทางไหนค้ะพอดีเข้าไปในลิ้งคืเเล้วมีเเต่เครื่องดนตรีค่ะ ใครรู้ฝากอินบล้อกมาหน่อ ยค่ะ
ผลการสอบคัดเลือกพนักงานราชการ
ประกาศผลสอบบุคคลพลเรือเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งนักร้องหมวดขับร้องและการแสดง แผนกดนตรี กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เพศหญิง จำนวน 1 อัตรา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ แผนกธุรการ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โทร. 02 475 4650 ในวันและเวลาราชการ
ประกาศผลสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งนักร้องหมวดขับร้องและการแสดง แผนกดนตรี กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เพศหญิง จำนวน 1 อัตรา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ แผนกธุรการ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โทร. 02 475 4650 ในวันและเวลาราชการ
ประกาศผลวันนี้หรือเปล่าครับ เห็นในประกาศ บอกว่าวันนี้ เวลา 12.00 น. หรือเลื่อนวันครับ ขอบคุณครับ
มีเพลงย่ำพระสุริย์ศรีแบบ official มั้ยครับ อยากฟังมาก หาไม่ได้เลย