International Affairs Division

International Affairs Division International Affairs Division, Office of Permanent Secretary, Ministry of Energy of Thailand

เปิดเหมือนปกติ

#37thAMEM #ENERGY
22/08/2019

#37thAMEM #ENERGY

Ministry of Energy is ready to hold ‘37th AMEM’ – Minister of Energy is driving Thailand to be an “asean power connector”

The Ministry of Energy is organising “37th AMEM” (ASEAN Ministers on Energy Meeting and Associated Meetings) during 2-6 September 2019 at The Athenee Hotel Bangkok.

Energy Minister Sontirat Sontijirawong revealed that “This is a good opportunity for us to push forward the goals of ASEAN in energy sector, driving energy security, affordability and sustainable energy for the region.

The event will convey the discussions on enhancing energy efficiency and energy security for the ASEAN region under the theme of “Advancing Energy Transition Through Partnership and Innovation” in order to move toward the sustainable energy future by enhancing innovation and cooperation among ASEAN region.
#37thAMEM #Energy

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
29/07/2019

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

ไทยครองแชมป์รางวัล ASEAN Energy Awards อันดับหนึ่ง 9 ปีซ้อน
เป็นโครงการที่ชี้วัดความสำเร็จของภาครัฐและภาค เอกชนที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพลังงานทางเลือกและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระดับอาเซียน

#พพ. #พลังงานDEDE #กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

กระทรวงพลังงาน
18/07/2019

กระทรวงพลังงาน

ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กระทรวงพลังงาน ขอแสดงความยินดีกับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เนื่องในโอกาสได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

#กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

การประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมด้านไฟฟ้าและพลังงานระหว่างไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 กระทรวงพลั...
11/07/2019

การประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมด้านไฟฟ้าและพลังงานระหว่างไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 กระทรวงพลังงานนำโดยรองปลัดกระทรวงพลังงาน (นายสราวุธ แก้วตาทิพย์) ผู้แทนกระทรวงพลังงาน ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้แทนกลุ่มบริษัท ปตท. ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมด้านไฟฟ้าและพลังงานระหว่างไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4 (The 4th Myanmar-Thailand Joint Working Group and The 4th Myanmar-Thailand Joint Working Committee) ณ โรงแรม Horizon Lake View กรุงเนปยิดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา...(อ่านต่อ: กระทรวงพลังงาน)

การประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมด้านไฟฟ้าและพลังงานระหว่างไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4

​เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 กระทรวงพลังงานนำโดยรองปลัดกระทรวงพลังงาน (นายสราวุธ แก้วตาทิพย์) ผู้แทนกระทรวงพลังงาน ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้แทนกลุ่มบริษัท ปตท. ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมด้านไฟฟ้าและพลังงานระหว่างไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4 (The 4th Myanmar-Thailand Joint Working Group and The 4th Myanmar-Thailand Joint Working Committee) ซึ่งกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรม Horizon Lake View กรุงเนปยิดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงความร่วมมือด้านพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำด้านการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระหว่างสองประเทศ ด้านการศึกษาร่วมด้านก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมี ด้านธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ซึ่งทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่ดีต่อกันมาโดยตลอด

ภายใต้การหารือประเด็นความร่วมมือด้านไฟฟ้า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระหว่างไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการขยายระบบเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ที่จะนำไปสู่การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และส่งเสริมการค้าพลังงานไฟฟ้าครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน และภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นชอบในหลักการต่อการจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ระหว่างกระทรวงพลังงานของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะรวมความร่วมมือด้านไฟฟ้าและปิโตรเลียมเข้าด้วยกัน และเพิ่มเติมความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนอีกด้วย

กิจกรรมการสร้างเครือข่ายจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาระหว่างวันที่ 3-4 มิถุน...
04/07/2019
การสร้างเครือข่ายจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา – IECC

กิจกรรมการสร้างเครือข่ายจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ระหว่างวันที่ 3-4 มิถุนายน 2562
ศูนย์ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ
___
กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ขึ้น ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยนำคณะผู้แทนจากประเทศไทย ประกอบไปด้วย ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากกองการต่างประเทศ คณาจารย์ พร้อมด้วยผู้ประกอบการด้านพลังงานร่วมเดินทางเพื่อสำรวจลู่ทาง และโอกาสในการขยายการค้าการลงทุนด้านพลังงานในเมียนมา

#BusinessMatching #Yangon #Myanmar #IECC

#37thSOME
26/06/2019

#37thSOME

กระทรวงพลังงาน สรุปประเด็นสำคัญการประชุม SOME ครั้งที่ 37th ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการประชุมหารือเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงานอาเซียน (SOME) สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
-ประเทศญี่ปุ่น - หารือแนวทางการผลักดันโครงการภายใต้แผนงานด้านพลังงาน SOME-METI อาทิ โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
-กรอบความร่วมมืออาเซียนบวกสาม (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) ประกอบด้วยประเด็นความร่วมมือ อาทิ เวทีความมั่นคงด้านพลังงาน เวทีด้านน้ำมันและตลาดก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น
-กรอบร่วมมือคณะกรรมการเอเชียตะวันออกด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย 8 ประเทศคู่เจรจา (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ) ได้หารือในเรื่องแนวทางการผลักดันความร่วมมือด้านการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานชีวภาพ และประเด็นนวัตกรรม/เทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ

#37thSOME
26/06/2019

#37thSOME

วันนี้ (25 มิถุนายน 2562) นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมหารือเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงานอาเซียน (SOME) และหารือระหว่างอาเซียนกับ International Energy Agency (IEA) ในเรื่องกรอบความร่วมมือและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค ซึ่งIEAได้ร่วมศึกษาเรื่องอาทิ การศึกษา Feasibility study on Multilateral power trade, ASEAN-IEA cooling partnership และความร่วมมือด้านอนุรักษ์พลังงานอื่นๆ

กระทรวงพลังงาน
10/06/2019

กระทรวงพลังงาน

กระทรวงพลังงานเตรียมความพร้อมจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงานและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 37( 37thSenior Official Meeting on Energy and associated meetings : The 37thSOME) ระหว่างวันที่ 24– 28 มิถุนายน 2562 ที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือประเด็นและความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาค เตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน (ASEAN Ministers on Energy Meeting : AMEM) ที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้ โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมพร้อมสำหรับการจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงานและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือ SOME ครั้งที่ 37 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2562 นี้ ภายใต้แนวคิดหลัก “Advancing Energy Transition through Partnership and Innovation” หรือ “ก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งและนวัตกรรมแห่งอนาคต”โดยจะมีการหารือเพื่อจัดเตรียมประเด็นเนื้อหาทั้งเชิงนโยบายที่สำคัญในระดับภูมิภาค รวมถึงแนวทางการพัฒนากิจกรรมความร่วมมือด้านพลังงานภายใต้กรอบของอาเซียน ทั้งนี้เพื่อรายงานต่อที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ซึ่งจะมีการประชุมในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

“การประชุม SOME ครั้งที่ 37 จะหารือถึงประเด็นเชิงนโยบายที่สำคัญในระดับภูมิภาคที่จะต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น อาทิ เป้าหมายด้านการอนุรักษ์พลังงาน การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะมีการผลักดันกิจกรรมความร่วมมือด้านพลังงานในอาเซียนให้เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการขยายการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า แผนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ การส่งเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน การสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด และนิวเคลียร์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การริเริ่มโครงการด้านพลังงานใหม่ ๆ ร่วมกับประเทศคู่เจรจา”ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าว

สำหรับการรายงานประเด็นด้านพลังงานที่ประเทศไทยให้ความสำคัญและเป็นผู้นำในการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในปี 2562 (Priority Deliverables) จำนวน 4 ด้าน 9 ประเด็น โดยสรุปดังนี้

ด้านไฟฟ้า ประกอบด้วย การส่งเสริมขยายการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าพหุภาคี (LTMS-PIP phase 1) เพื่อขยายเพดานปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้นการจัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้เรื่องการซื้อ-ขายไฟฟ้าพหุภาคีในอาเซียนให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น และการจัดทำข้อเสนอแนะด้านการส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในโครงข่ายอาเซียน (RE Integration to grid) ร่วมกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการซื้อ-ขายไฟฟ้าพหุภาคีอาเซียน

โดยประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นผู้นำผลักดันให้เกิดโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนที่สามารถเชื่อมโยงการซื้อขายไฟฟ้าได้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในประเทศอาเซียนในอนาคต

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ประกอบด้วย การจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็นในตลาดอาเซียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การจัดทำมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (Lab Test) สำหรับทดสอบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศในครัวเรือน และการศึกษามาตรการด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนโครงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและอนุรักษ์พลังงาน

ด้านพลังงานทดแทนประกอบด้วย การลงนาม MOU ระหว่าง ศูนย์พลังงานอาเซียน และสถาบันพันธมิตรของอาเซียนเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาพลังงานชีวภาพอาเซียน และการรายงาน กรณีศึกษาห่วงโซ่อุปทานพลังงานชีวมวลสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย เพื่อนำไปขยายผลปรับใช้ในพื้นที่ที่มีลักษณะเดียวกันในอาเซียน

ด้านก๊าซธรรมชาติ ประกอบด้วย การจัดทำข้อเสนอแนะ เรื่อง การศึกษาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กเพื่อรองรับก๊าซธรรมชาติ (Small-scale LNG) ภายใต้ผลการศึกษา Gas Advocacy White Paper

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีประเทศคู่เจรจาที่สำคัญกับอาเซียน อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และสหรัฐฯ กลุ่มประเทศความร่วมมือในระดับพหุภาคี ได้แก่ อาเซียนบวกสาม และอาเซียนบวกแปด รวมทั้ง องค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (IRENA) เป็นต้น

“โดยสรุปการประชุม SOME เพื่อนำไปสู่การประชุม AMEM โดยมีจุดมุ่งหมายให้ระบบพลังงานในภูมิภาคอาเซียนสามารถเปิดเชื่อมโยงเครือข่ายดิจิทัลที่ทันสมัยภายในภูมิภาคอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นจุดประสานเชื่อมต่อในทุกๆ ด้าน นอกจากความร่วมมือด้านพลังงานที่จะเกิดขึ้นแล้ว การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงานนี้ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ปรากฎแก่สายตานานาประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี สร้างความประทับใจกับแขกต่างชาติที่เข้าร่วม” ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวในท้ายที่สุด

กระทรวงพลังงาน
07/06/2019

กระทรวงพลังงาน

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรรงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASE) 2019
ASEAN Sustainable Energy Week (ASE) งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

23/05/2019
The ASEAN Way (THAI Version)

เพลง "The ASEAN Way" เป็นเพลงประจำอาเซียน ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ นอกจากจะมีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีเนื้อร้องที่เป็นภาษาไทยอีกด้วย ซึ่งประพันธ์โดย คุณสุรักษ์ สุขเสวี มีเนื้อร้องดังนี้

" พลิ้วลู่ลม โบกสะบัด
ใต้หมู่ธงปลิวไสว
สัญญาณแห่งสัญญาทางใจ
วันที่เรามาพบกัน
อาเซียนเป็นหนึ่งดังที่เราปราถนา
เราพร้อมเดินหน้าไปตรงไหน
หล่อหลอมจิตใจ
ให้เป็นหนึ่งเดียว
อาเซียนยึดเหนี่ยวสัมพันธ์
ให้สังคมนี้มีแต่แบ่งปัน
เศรษฐกิจมั่นคงก้าวไกล "

#ASEAN #ASEANWAY
ขอบคุณวิดีโอจาก: https://www.youtube.com/watch?v=UTGlc4giWSA

23/05/2019

เพลง "The ASEAN Way" เป็นเพลงประจำอาเซียน ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ นอกจากจะมีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีเนื้อร้องที่เป็นภาษาไทยอีกด้วย ซึ่งประพันธ์โดย คุณสุรักษ์ สุขเสวี มีเนื้อร้องดังนี้

" พลิ้วลู่ลม โบกสะบัด
ใต้หมู่ธงปลิวไสว
สัญญาณแห่งสัญญาทางใจ
วันที่เรามาพบกัน
อาเซียนเป็นหนึ่งดังที่เราปราถนา
เราพร้อมเดินหน้าไปตรงไหน
หล่อหลอมจิตใจ
ให้เป็นหนึ่งเดียว
อาเซียนยึดเหนี่ยวสัมพันธ์
ให้สังคมนี้มีแต่แบ่งปัน
เศรษฐกิจมั่นคงก้าวไกล "

#ASEAN #ASEANWAY
ขอบคุณวิดีโอจาก: https://www.youtube.com/watch?v=UTGlc4giWSA

21/05/2019
The ASEAN Way (ENG Official)

"The ASEAN Way"
- เป็นบทเพลงประจำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) อย่างเป็นทางการ
- เพลงนี้ได้รับการคัดเลือกเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 จากผลงานเพลงที่เข้าประกวดทั้งหมด 99 เพลงจากชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ
- เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ณ โรงละครอักษรา โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือของกองทัพเรือไทยเป็นผู้บรรเลงเพลง และได้ใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย
- ประพันธ์ทำนองโดย กิตติคุณ สดประเสริฐ และสำเภา ไตรอุดม คำร้องโดย พยอม วลัยพัชรา จากประเทศไทย

"เนื้อร้องภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ"
Raise our flag high, sky high.
Embrace the pride in our heart.
ASEAN we are bonded as one.
Look'in out to the world.
For peace our goal from the very start
And prosperity to last.
We dare to dream,
We care to share.
Together for ASEAN.
We dare to dream,
We care to share
For it's the way of ASEAN

#ASEAN #THEASEANWAY
ขอบคุณวิดีโอจาก: https://www.youtube.com/watch?v=v0MPtgA9Wfg

21/05/2019

"The ASEAN Way"
- เป็นบทเพลงประจำอาเซียน อย่างเป็นทางการ
- เพลงนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นเพลงประจำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 จากผลงานเพลงที่เข้าประกวดทั้งหมด 99 เพลงจากชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ
- เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ณ โรงละครอักษรา โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือของกองทัพเรือไทยเป็นผู้บรรเลงเพลง และได้ใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย
- ประพันธ์ทำนองโดย กิตติคุณ สดประเสริฐ และสำเภา ไตรอุดม คำร้องโดย พยอม วลัยพัชรา จากประเทศไทย

"เนื้อร้องภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ"
Raise our flag high, sky high.
Embrace the pride in our heart.
ASEAN we are bonded as one.
Look'in out to the world.
For peace our goal from the very start
And prosperity to last.
We dare to dream,
We care to share.
Together for ASEAN.
We dare to dream,
We care to share
For it's the way of ASEAN
#ASEAN

ASEAN เกิดจากการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเอง แ...
20/05/2019

ASEAN เกิดจากการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเอง แต่นอกจากนี้ ยังมีกรอบความร่วมมืออื่น ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (Dialogue Partners) ซึ่งจะเรียกว่า ASEAN Plus กรอบความร่วมมือเหล่านี้มีหลายด้าน ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ ปัจจุบันคำว่า ASEAN Plus ได้นำมาใช้ในหลายบริบท ดังนี้
1. ASEAN Plus One (ASEAN+1) หมายถึง กรอบความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา 1 ประเทศ ตัวอย่างเช่น ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน และความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น จัดเป็นเขตการค้าเสรีแบบ ASEAN Plus One
2. ASEAN Plus Three (ASEAN+3) หมายถึง กรอบความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2540
3. ASEAN Plus Six (ASEAN+6) โดยทั่วไปใช้อ้างอิงถึงข้อริเริ่มในกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit: EAS) ซึ่งมีการประชุมครั้งแรกในปี พ.ศ.2548 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อริเริ่มเรื่องการจัดทำพันธมิตรทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดในเอเชียตะวันออก (Closer Economic Partnership in East Asia: CEPEA) เนื่องจากเวทีการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในช่วงเริ่มต้นมีประเทศผู้เข้าร่วมรวม 16 ประเทศ คือ อาเซียน 10 ประเทศ และประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
4. ASEAN Plus Eight (ASEAN+8) ใช้อ้างอิงอย่างไม่เป็นทางการถึงข้อริเริ่มในกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกเช่นกัน เนื่องจากเวทีนี้มีการขยายสมาชิกภาพเมื่อปี พ.ศ.2553 โดยรับรัสเซียและสหรัฐอเมริกาเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มอีก 2 ประเทศ
5. ASEAN Plus Nine (ASEAN+9) ประกอบด้วยประเทศกลุ่มอาเซียน +8 จำนวน 18 ประเทศ และเพิ่มประเทศแคนาดา
6. ASEAN Plus Plus (ASEAN++) หมายถึง การขยายการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในอนาคตที่กว้างขวางไปกว่ากรอบ ASEAN +1 กล่าวคือ ในอนาคต อาเซียนอาจจะจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศคู่เจรจาจำนวนมากกว่าหนึ่งประเทศขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศคู่เจรจาแต่ละประเทศเอง อาเซียนจึงเรียกแนวทางนี้ว่า ASEAN Plus Plus เพราะไม่ได้ระบุไว้ว่า ประเทศคู่เจรจาที่อาจขอเข้าเจรจากับอาเซียนนั้น ในท้ายที่สุดแล้วจะมีจำนวนเท่าใด
#ASEAN
ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ กรมอาเซียน

ผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุม 36th SOME ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี พ.ศ. 2561ได้มีการผลักดันแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน (AP...
19/05/2019

ผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุม 36th SOME ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี พ.ศ. 2561
ได้มีการผลักดันแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน (APAEC) ระยะที่ 1 พ.ศ. 2559-2563 โดยมีผลงาน และโครงการที่โดดเด่น สามารถสรุปได้ดังนี้
#37SOME #Energy

ผลที่ได้รับจากการประชุม ครั้งที่ผ่านมา (การประชุม 36th SOME ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2561 )

ได้มีการผลักดันแผนปฏิบัติการด้านพลังงานอาเซียน ระยะที่ 1 พ.ศ. 2559-2563 โดยมีผลงาน และโครงการที่โดดเด่น สามารถสรุปได้ดังนี้

-สามารถลดค่า Energy Intensity ได้ร้อยละ 21.9 จากเป้าหมายร้อยละ 20 ในปี 2563 สามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนได้ร้อยละ 12.4 จากเป้าหมายร้อยละ 23 ในปี 2568

- การซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคี(Lao PDR – Thai - Malaysia Power Integration Project : LTMS PIP) ระหว่าง สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย ซึ่งในอนาคตจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างประเทศและสร้างรายได้ให้กับประเทศผู้ผลิตพลังงาน ในขณะเดียวกันยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

- การปรับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในอาเซียน อาทิ อุปกรณ์ส่องสว่างและเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตและการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

- การจัดทำ Gas Advocacy White Paper โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนานโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของการนำเข้าและการใช้ก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการจัดหาแหล่งทรัพยากรพลังงานดังกล่าวให้มีความเพียงพอต่อความต้องการใช้ของทุกประเทศ จะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมของภูมิภาค

- โครงการ Green Building Codes for ASEAN เพื่อส่งเสริมให้ประเทศในอาเซียนได้นำเกณฑ์มาตรฐานอาคารประหยัดพลังงานไปบังคับใช้ภายในประเทศของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้พลังงานในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ และจะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เป้าหมายด้านการอนุรักษ์พลังงานของอาเซียนนั้นประสบความสำเร็จได้

- การลงนามใน ASEAN-IRENA MOU เพื่อสร้างกิจกรรมความร่วมมือด้านการส่งเสริมพลังงานทดแทนระหว่าง The International Renewable Energy Agency (IRENA) กับกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน การจัดทำฐานข้อมูลศักยภาพพลังงานทดแทน เป็นต้นซึ่งสามารถช่วยส่งเสริมการผลักดันเป้าหมายการผลิตพลังงานทดแทนในภูมิภาคได้
- การปรับปรุงฐานข้อมูลพลังงานอาเซียนให้เป็นมาตรฐานสากล
- การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี
- การเสริมสร้างศักยภาพด้านพลังงานนิวเคลียร์ในด้านการกำกับดูแลเทคนิคและความปลอดภัย
#some37 #กระทรวงพลังงาน #เรียนรู้พลังงานรอบรู้อาเซียน

ที่อยู่

555/2 Energy Complex, B Building, 23th Floor, Vibhawadhi Rangsit Road
Bangkok
10900

Frequent buses run close to , but the routes can be confusing if you don’t speak Thai. The most convenient buses for tourists include: Bus no. A1, A2, 29, 52, 69, 77, 134, 187, 191, 510, 523, 538, 555.

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621406439

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ International Affairs Divisionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง International Affairs Division:

วิดีโอทั้งหมด

กองการต่างประเทศ (International Affairs Division)

กองการต่างประเทศ (กกต.) หรือชื่อเดิม คือ สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ (สรป.) เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้


  • จัดทำยุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศทั้งในลักษณะความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงาน และในกรอบความร่วมมือต่าง ๆ

  • กำหนดท่าทีด้านพลังงานในการประชุมระหว่างประเทศ

  • เชื่อมโยงข้อมูลด้านพลังงานกับหน่วยงานของต่างประเทศ รวมทั้งประสาน จัดทำ และพัฒนาฐานข้อมูล ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานระหว่างประเทศแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ติดตาม ประสานความร่วมมือ และส่งเสริมเครือข่ายด้านพลังงานระหว่างประเทศ กับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศ

  • ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย
  • อีกทั้ง ยังเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารขององค์การระหว่างประเทศ ผู้แทนไทยและต่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ ในทุกสาขาความร่วมมือ

    ในปี พ.ศ. 2559 กองการต่างประเทศ ได้เปิดตัว “ศูนย์ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ” (International Energy Cooperation Center: IECC) มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย “เพื่อสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงาน” และได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ศูนย์ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ ได้ที่ https://iecc.energy.go.th/

    International Affairs Division (Former name: International Energy Cooperation Office) is government organisation under the Office of Permanent Secretary, Ministry of Energy of Thailand.

    Missions to strengthen cooperation and exchange of energy policy as well as energy information on promoting energy security in all branches under the framework of international cooperation in bilateral cooperation (e.g. Thailand-Myanmar, Thailand-Lao, Thailand-Indonesia) and multilateral cooperation (e.g. ASEAN APEC and IRENA) as well as other international cooperation. It is also an organisation that plays an important role in the communication channels of international organisations.

    In 2016, International Affairs Division launched the International Energy Cooperation Centre (IECC) with the objective of establishing a work centre together with or supporting operations with other relevant organisations, to comply with government policies and the strategy of Ministry of Energy, and has continued the project until now. Access to IECC website at https://iecc.energy.go.th/.

    ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


    องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

    แสดงผลทั้งหมด