Geoparks Thailand

Geoparks Thailand อุทยานธรณีประเทศไทย

เปิดเหมือนปกติ

📌Geoparks Thailand ชวนแฟนเพจร่วมสนุกกับกิจกรรม Like & Share ลุ้นรับ “ผลิตภัณฑ์เกลือขัดผิวสมุนไพรขามทะเลสอ” มูลค่า 200 บา...
14/12/2021

📌Geoparks Thailand ชวนแฟนเพจร่วมสนุกกับกิจกรรม Like & Share ลุ้นรับ “ผลิตภัณฑ์เกลือขัดผิวสมุนไพรขามทะเลสอ” มูลค่า 200 บาท จำนวน 5 รางวัล เพียงคุณทำตามกติกาให้ครบดังนี้

1. กด Like เพจ Geoparks Thailand และ Share โพสต์นี้ พร้อมตั้งค่าสาธารณะ
2. แคปภาพที่ Share โพสต์นี้ พร้อมตอบคำถามใต้โพสต์ว่า “เกลือขัดผิวสมุนไพรขามทะเลสอเป็นผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชมใด”

ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 27 ธันวาคม 2564

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 28 ธันวาคม 2564

หมายเหตุ:
- กรรมการจะสุ่มผู้โชคดีที่ทำตามกติกาครบทุกข้อ เพื่อรับรางวัล
- คำตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
-ของรางวัลเป็นไปตามที่กรรมการกำหนด
-ทางเพจขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

📌Geoparks Thailand ชวนแฟนเพจร่วมสนุกกับกิจกรรม Like & Share ลุ้นรับ “ผลิตภัณฑ์เกลือขัดผิวสมุนไพรขามทะเลสอ” มูลค่า 200 บาท จำนวน 5 รางวัล เพียงคุณทำตามกติกาให้ครบดังนี้

1. กด Like เพจ Geoparks Thailand และ Share โพสต์นี้ พร้อมตั้งค่าสาธารณะ
2. แคปภาพที่ Share โพสต์นี้ พร้อมตอบคำถามใต้โพสต์ว่า “เกลือขัดผิวสมุนไพรขามทะเลสอเป็นผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชมใด”

ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 27 ธันวาคม 2564

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 28 ธันวาคม 2564

หมายเหตุ:
- กรรมการจะสุ่มผู้โชคดีที่ทำตามกติกาครบทุกข้อ เพื่อรับรางวัล
- คำตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
-ของรางวัลเป็นไปตามที่กรรมการกำหนด
-ทางเพจขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การประชุมนานาชาติอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ครั้งที่ ๙ (Digital 9th International Conference on UNESCO Global Geoparks)ระหว...
13/12/2021
DIGITAL 9th International Conference on UNESCO Global Geopark

การประชุมนานาชาติอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ครั้งที่ ๙ (Digital 9th International Conference on UNESCO Global Geoparks)ระหว่างวันที่ 12 – 16 ธันวาคม 2564 ณ อุทยานธรณีโลกเกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้ คุณจะพบกับการจัดงานภายใต้คอนเซ็ปต์ FUN Geopark เรียนรู้การกำเนิดเกาะเจจู และศึกษาลักษณะทางธรณีวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์ ชมการออกร้านแสดงสินค้า Geofair จากอุทยานธรณีเครือข่าย และร่วมศึกษาเส้นทางเสมือนจริงผ่าน Various Virtual Trips

ซึ่งสตูลจีโอพาร์คเป็นสมาชิก GGN ได้เข้าร่วมการประชุมและนำเสนอการดำเนินงานของสตูลจีโอพาร์คที่ผ่านมาและกรมทรัพยากรธรณีในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีได้เข้าร่วมสังเกตการประชุม เพื่อรับฟังการดำเนินงานของแต่ละจีโอพาร์คที่เป็นสมาชิก GGN การประชุมฯ ในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลข่าวสารทางวิชาการ และการบริหารจัดการอุทยานธรณีระดับโลก สามารถนำมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการงานอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณี และอุทยานธรณีประเทศไทย

สนใจเข้าร่วมประชุมและกิจกรรมอื่นๆได้ที่ https://www.jejuggn2020.org/live

Geopark is people : สัมภาษณ์พิเศษ ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโคราชเส้นทางอุทยานธรณีโคราช สู่...ดินแดนแ...
07/12/2021

Geopark is people : สัมภาษณ์พิเศษ ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโคราช
เส้นทางอุทยานธรณีโคราช สู่...ดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก “The UNESCO Triple Crown”
ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล คือบุคคลสำคัญในแวดวงธรณีวิทยาที่ได้ออกมาพูดถึงสถานการณ์วิกฤติของไม้กลายเป็นหินในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งเสนอโครงการอนุรักษ์ในรูปแบบอุทยานและพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 การจุดประกายในครั้งนั้นช่วยผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ไม้กลายเป็นหินอย่างเป็นรูปธรรมจนถึงวันนี้ กว่า 30 ปีที่ทำงานด้านธรณีวิทยา....วันนี้ในฐานะ ผอ.อุทยานธรณีโคราช ยังคงต้องเดินหน้าสานต่อภารกิจสำคัญในการนำอุทยานธรณีโคราชสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกเพื่อพาโคราชก้าวขึ้นสู่ ดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก “The UNESCO Triple Crown”

จุดเริ่มต้นของอุทยานธรณีโคราชเป็นอย่างไร
อุทยานธรณีโคราช ประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2558 แต่ก่อนหน้านี้ในโคราชเรามีการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ฟอสซิลไม้กลายเป็นหินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 แล้ว เราเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านธรณีวิทยามีภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนมีดอีโต้หรือที่เรียกว่า เควสตาโคราช มีซากดึกดำบรรพ์ ฟอสซิล 3 ยุค ที่เป็นพืชและสัตว์จำนวนมากกระจายอยู่ทั่วจังหวัด ทั้งไดโนเสาร์ ช้างดึกดำบรรพ์ และไม้กลายเป็นหิน เพราะฉะนั้นโคราชจัดตั้งอุทยานธรณีได้ และเรามั่นใจว่าไปได้ไกลถึงระดับโลก

ทำไมจึงมั่นใจว่า “อุทยานธรณีโคราช” ไปได้ไกลถึงระดับโลก
ใน 5 อำเภอของอุทยานธรณีโคราช ได้แก่ สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และเฉลิมพระเกียรติ เรามีศักยภาพครบทุกด้านตามเกณฑ์การประเมินของยูเนสโก ในการประเมินระดับโลกมีคำถามหลักข้อเดียวก็คือ “อุทยานธรณีของท่านมีลักษณะภูมิประเทศและลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีความโดดเด่นระดับนานาชาติอย่างไร” เราผ่านขั้นตอนการพิจารณาเอกสารแล้ว เป็นเอกสารที่นำเสนอความโดดเด่นทางด้านภูมิประเทศเขาเควสต้า เพราะภูมิประเทศแบบนี้จีโอพาร์คที่อื่นจากทั่วโลกยังไม่มีใครเสนอเลย ส่วนใหญ่มีแต่ภูเขาไฟ ภูเขาหินปูน แต่ภูเขาที่มีลักษณะคล้ายมีดอีโต้หรือที่เรียกว่าเควสต้ามีอุทยานธรณีโคราชเสนอเป็นที่แรก และเรามั่นใจเรื่องคุณค่าทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติก็คือฟอสซิล เพราะเรามีเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับความโดดเด่นของฟอสซิลในพื้นที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติหลายฉบับ ทุกอย่างครบองค์ประกอบตามเกณฑ์การประเมินความสำคัญระดับนานาชาติ แต่ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะเกณฑ์การประเมินของยูเนสโกมี 200 กว่ารายการ รวม 7,000 คะแนน เราได้ทดลองประเมินตัวเองแล้ว อยู่ในคะแนนที่น่าพอใจเกิน 70% จึงมั่นใจมากว่า “อุทยานธรณีโคราช” จะต้องเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกได้อย่างแน่นอน ผมคิดว่ามันเป็นความพร้อมเหมือนสวรรค์ประทานให้กับโคราช พื้นที่มีความได้เปรียบอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เพียงแต่ว่าเราเอามาเผยแพร่ให้โลกได้ประจักษ์ และเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าสถานการณ์โควิด19 จะส่งผลให้การประเมินถูกเลื่อนออกไปถึง 2 ปีแล้ว

2 ปีที่รอคอยการประเมินจากยูเนสโกรู้สึกอย่างไร
จริงๆทางยูเนสโกจะต้องเข้ามาประเมินตั้งแต่ปี 2563 แต่ก็มีการเลื่อนออกไปจนถึงตอนนี้ ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทั่วโลก เราก็รออย่างมีความหวังเพียงแต่ว่าเราเสียดายเวลาที่มันผ่านไป ในส่วนตัวผมเองก็อายุมากแล้ว สตูลเป็นบ้านเกิดของผม ส่วนโคราชเป็นเมืองนอน ผมอยากจะเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับอุทยานธรณีโคราชในเร็ววัน และก็รู้สึกประทับใจ ภูมิใจที่เราได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน จากผู้ใหญ่ทั้งระดับประเทศ ระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ลุยกับเราเต็มที่ ทุกคนรอให้ถึงวันที่โคราชจะเป็นดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก

หากโคราชได้เป็นดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก “The UNESCO Triple Crown” จะส่งผลดีอย่างไร
สำหรับ “The UNESCO Triple Crown” เป็นกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ที่ช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์สร้างพลังการขับเคลื่อนให้กับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ตอนนี้โคราชมีมรดกโลกของยูเนสโกแล้ว 2 แห่ง คือ มรดกโลกผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ.2548 และพื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ.2520 หากอุทยานธรณีโคราชได้รับการพิจารณาเป็นอุทยานธรณีโลก เราก็จะขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่มีทั้ง 3 โปรแกรมอยู่ในจังหวัดเดียวกันเหมือนในประเทศจีน และ เกาหลี

คุณค่าของดินแดนแห่ง 3 มงกุฎทางธรรมชาติของยูเนสโก จะส่งผลให้ประเทศไทยและโคราชมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ สามารถส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะโปรแกรมการท่องเที่ยวทางธรณี ชาวบ้านได้เรียนรู้ศักยภาพในท้องถิ่นและต่อยอดเป็นรายได้เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีความรู้ มีโอกาส มีรายได้ นำมาสู่ความเท่าเทียม ขจัดความยากจน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเนสโก SDGs (Sustainable Development Goals ) เพราะฉะนั้นโคราชจีโอพาร์คก็มุ่งที่จะพัฒนาให้ชุมชนท้องถิ่น มีความเป็นอยู่ที่ดี นี่คือที่เราจะเรียกว่า Geopark is People
……………….

Geopark is people: Exclusive interview with Assistant Professor Dr. Pratueng Jintasakul, the director of Khorat Geopark
The pathway of Khorat Geopark toward “The UNESCO Triple Crown”

Assistant Professor Dr Pratueng Jintasakul, an important person in geological society who disclosed the critical status of Nakhon Ratchasima petrified wood, and proposed the conservation project in the form of a park and museum in 1995. It has been such an inspiration that push forward the tangible conservation of petrified wood fossils, until today. For 30 years of working in the geological field, as the director of Khorat Geopark today, he still move forward in steering and continuing the important mission in leading Khorat Geopark to be promoted as the Global Geopark and bring about Khorat to be the land of “The UNESCO Triple Crown”

How is the origin of Khorat Geopark?
The Khorat Geopark was officially founded in 2015. However, the conservation of petrified wood fossils has already been driven since 1995. Khorat having variety of geological outstanding potential, for example, the mountain range with a steep cliff on one side and a gentle slope on the other looked like a giant knife so called, the Khorat Cuesta, the existing of both plant and animal fossils of three different periods distributed all over in Khorat, including dinosaurs, ancient elephants, and petrified wood. Therefore, geopark could be definitely founded here in Khorat and confidently to be reaching at global scale.

Why to be so sure that Khorat Geopark will reach the global standard?
Within five districts of Khorat Geopark, which are Sikhio, Sung Noen, Kham Thale So, Mueang Nakhon Ratchasima, and Chaloem Phrakiat districts, content of the potential in all aspects which can fulfil all UNESCO criteria of evaluation. The international evaluation has one world class question which is “How do your Geopark’s topographical and geological features stand out internationally?”. We have already completed and passed the document review process. Our document specifically presents an outstanding cuesta topography that has never been presented by any other Geoparks. The topographic features that are often presented are volcanoes and limestone mountains, but the Giant knife mountain of Cuesta has been presented firstly and only by Khorat Geopark. What make us be so confident in the international geological value are fossils. Due to our academic research study of outstanding local fossils have been published in many international journals. We certainly be able to fulfil all criteria for the international value evaluation. Furthermore, there are more than 200 UNESCO evaluation criteria for the 7,000 total scores. We have completed self-evaluation with the results of satisfying exceed 70%. Therefore, we are absolutely certain that “Khorat Geopark” will be UNESCO Global Geopark. I think it is a gifted from above to Khorat. Our area has the advantages naturally, we just reveal our resources to the world. Even the evaluation has been postponed for two years due to the COVID-19 outbreak, we are continuously developing our project.

How do you feel during two years of waiting for UNESCO evaluation?
Actually, UNESCO should have evaluated our Geopark since 2020 but it has been postponed until now because of the pandemic situation around the world. We are still waiting with full-of-hope heart, and felt ashamed for the wasted time. Personally, I am getting old. Satun province is my birthplace and Khorat is where I live. I would like to see the success of Khorat Geopark soonest, I’m impressed and proud that we have been supported by many sectors and the national level high ranking senior official and the provincial level. Our provincial governor intensively supports and helps us. We all are looking forward to the day that Khorat is granted to be “The UNESCO Triple Crown”.

What are benefits, if Khorat is granted to be “The UNESCO Triple Crown”
“The UNESCO Triple Crown” is the public relation strategy, in urging for the conservation and inspiring for the driven power of local people. Right now, there are two UNESCO world heritage sites in Khorat, that are, Dong-Phayayen-Khao Yai Forest Complex, inscribed on the World Heritage list in 2005, and Sakaerat Biosphere Reserve, inscribed in 1977. If Khorat Geopark is approved to be Global Geopark, Thailand will be the third country that has three programs in the same province as first and the second in China and South Korea, respectively.
The value of the land of the UNESCO Natural Triple Crown, would resulting Thailand and Khorat to be well known internationally. Positively impacting the tourism business promotion, especially the geotourism program. The local villagers could learn about the local potential and make profit in order to take opportunities in developing of their value of life, to be knowledgeable, creating chances, having revenue, be equality and get rid of the poverty, according to the UNESCO’s Sustainable Development Goals. Therefore, Khorat Geopark is perseverance to develop the local communities for the welfare of people fit to the term we said “Geopark is People”.

Geopark is people : สัมภาษณ์พิเศษ ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโคราช
เส้นทางอุทยานธรณีโคราช สู่...ดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก “The UNESCO Triple Crown”
ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล คือบุคคลสำคัญในแวดวงธรณีวิทยาที่ได้ออกมาพูดถึงสถานการณ์วิกฤติของไม้กลายเป็นหินในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งเสนอโครงการอนุรักษ์ในรูปแบบอุทยานและพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 การจุดประกายในครั้งนั้นช่วยผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ไม้กลายเป็นหินอย่างเป็นรูปธรรมจนถึงวันนี้ กว่า 30 ปีที่ทำงานด้านธรณีวิทยา....วันนี้ในฐานะ ผอ.อุทยานธรณีโคราช ยังคงต้องเดินหน้าสานต่อภารกิจสำคัญในการนำอุทยานธรณีโคราชสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกเพื่อพาโคราชก้าวขึ้นสู่ ดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก “The UNESCO Triple Crown”

จุดเริ่มต้นของอุทยานธรณีโคราชเป็นอย่างไร
อุทยานธรณีโคราช ประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2558 แต่ก่อนหน้านี้ในโคราชเรามีการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ฟอสซิลไม้กลายเป็นหินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 แล้ว เราเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านธรณีวิทยามีภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนมีดอีโต้หรือที่เรียกว่า เควสตาโคราช มีซากดึกดำบรรพ์ ฟอสซิล 3 ยุค ที่เป็นพืชและสัตว์จำนวนมากกระจายอยู่ทั่วจังหวัด ทั้งไดโนเสาร์ ช้างดึกดำบรรพ์ และไม้กลายเป็นหิน เพราะฉะนั้นโคราชจัดตั้งอุทยานธรณีได้ และเรามั่นใจว่าไปได้ไกลถึงระดับโลก

ทำไมจึงมั่นใจว่า “อุทยานธรณีโคราช” ไปได้ไกลถึงระดับโลก
ใน 5 อำเภอของอุทยานธรณีโคราช ได้แก่ สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และเฉลิมพระเกียรติ เรามีศักยภาพครบทุกด้านตามเกณฑ์การประเมินของยูเนสโก ในการประเมินระดับโลกมีคำถามหลักข้อเดียวก็คือ “อุทยานธรณีของท่านมีลักษณะภูมิประเทศและลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีความโดดเด่นระดับนานาชาติอย่างไร” เราผ่านขั้นตอนการพิจารณาเอกสารแล้ว เป็นเอกสารที่นำเสนอความโดดเด่นทางด้านภูมิประเทศเขาเควสต้า เพราะภูมิประเทศแบบนี้จีโอพาร์คที่อื่นจากทั่วโลกยังไม่มีใครเสนอเลย ส่วนใหญ่มีแต่ภูเขาไฟ ภูเขาหินปูน แต่ภูเขาที่มีลักษณะคล้ายมีดอีโต้หรือที่เรียกว่าเควสต้ามีอุทยานธรณีโคราชเสนอเป็นที่แรก และเรามั่นใจเรื่องคุณค่าทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติก็คือฟอสซิล เพราะเรามีเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับความโดดเด่นของฟอสซิลในพื้นที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติหลายฉบับ ทุกอย่างครบองค์ประกอบตามเกณฑ์การประเมินความสำคัญระดับนานาชาติ แต่ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะเกณฑ์การประเมินของยูเนสโกมี 200 กว่ารายการ รวม 7,000 คะแนน เราได้ทดลองประเมินตัวเองแล้ว อยู่ในคะแนนที่น่าพอใจเกิน 70% จึงมั่นใจมากว่า “อุทยานธรณีโคราช” จะต้องเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกได้อย่างแน่นอน ผมคิดว่ามันเป็นความพร้อมเหมือนสวรรค์ประทานให้กับโคราช พื้นที่มีความได้เปรียบอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เพียงแต่ว่าเราเอามาเผยแพร่ให้โลกได้ประจักษ์ และเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าสถานการณ์โควิด19 จะส่งผลให้การประเมินถูกเลื่อนออกไปถึง 2 ปีแล้ว

2 ปีที่รอคอยการประเมินจากยูเนสโกรู้สึกอย่างไร
จริงๆทางยูเนสโกจะต้องเข้ามาประเมินตั้งแต่ปี 2563 แต่ก็มีการเลื่อนออกไปจนถึงตอนนี้ ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทั่วโลก เราก็รออย่างมีความหวังเพียงแต่ว่าเราเสียดายเวลาที่มันผ่านไป ในส่วนตัวผมเองก็อายุมากแล้ว สตูลเป็นบ้านเกิดของผม ส่วนโคราชเป็นเมืองนอน ผมอยากจะเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับอุทยานธรณีโคราชในเร็ววัน และก็รู้สึกประทับใจ ภูมิใจที่เราได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน จากผู้ใหญ่ทั้งระดับประเทศ ระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ลุยกับเราเต็มที่ ทุกคนรอให้ถึงวันที่โคราชจะเป็นดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก

หากโคราชได้เป็นดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก “The UNESCO Triple Crown” จะส่งผลดีอย่างไร
สำหรับ “The UNESCO Triple Crown” เป็นกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ที่ช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์สร้างพลังการขับเคลื่อนให้กับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ตอนนี้โคราชมีมรดกโลกของยูเนสโกแล้ว 2 แห่ง คือ มรดกโลกผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ.2548 และพื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ.2520 หากอุทยานธรณีโคราชได้รับการพิจารณาเป็นอุทยานธรณีโลก เราก็จะขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่มีทั้ง 3 โปรแกรมอยู่ในจังหวัดเดียวกันเหมือนในประเทศจีน และ เกาหลี

คุณค่าของดินแดนแห่ง 3 มงกุฎทางธรรมชาติของยูเนสโก จะส่งผลให้ประเทศไทยและโคราชมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ สามารถส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะโปรแกรมการท่องเที่ยวทางธรณี ชาวบ้านได้เรียนรู้ศักยภาพในท้องถิ่นและต่อยอดเป็นรายได้เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีความรู้ มีโอกาส มีรายได้ นำมาสู่ความเท่าเทียม ขจัดความยากจน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเนสโก SDGs (Sustainable Development Goals ) เพราะฉะนั้นโคราชจีโอพาร์คก็มุ่งที่จะพัฒนาให้ชุมชนท้องถิ่น มีความเป็นอยู่ที่ดี นี่คือที่เราจะเรียกว่า Geopark is People
……………….

Geopark is people: Exclusive interview with Assistant Professor Dr. Pratueng Jintasakul, the director of Khorat Geopark
The pathway of Khorat Geopark toward “The UNESCO Triple Crown”

Assistant Professor Dr Pratueng Jintasakul, an important person in geological society who disclosed the critical status of Nakhon Ratchasima petrified wood, and proposed the conservation project in the form of a park and museum in 1995. It has been such an inspiration that push forward the tangible conservation of petrified wood fossils, until today. For 30 years of working in the geological field, as the director of Khorat Geopark today, he still move forward in steering and continuing the important mission in leading Khorat Geopark to be promoted as the Global Geopark and bring about Khorat to be the land of “The UNESCO Triple Crown”

How is the origin of Khorat Geopark?
The Khorat Geopark was officially founded in 2015. However, the conservation of petrified wood fossils has already been driven since 1995. Khorat having variety of geological outstanding potential, for example, the mountain range with a steep cliff on one side and a gentle slope on the other looked like a giant knife so called, the Khorat Cuesta, the existing of both plant and animal fossils of three different periods distributed all over in Khorat, including dinosaurs, ancient elephants, and petrified wood. Therefore, geopark could be definitely founded here in Khorat and confidently to be reaching at global scale.

Why to be so sure that Khorat Geopark will reach the global standard?
Within five districts of Khorat Geopark, which are Sikhio, Sung Noen, Kham Thale So, Mueang Nakhon Ratchasima, and Chaloem Phrakiat districts, content of the potential in all aspects which can fulfil all UNESCO criteria of evaluation. The international evaluation has one world class question which is “How do your Geopark’s topographical and geological features stand out internationally?”. We have already completed and passed the document review process. Our document specifically presents an outstanding cuesta topography that has never been presented by any other Geoparks. The topographic features that are often presented are volcanoes and limestone mountains, but the Giant knife mountain of Cuesta has been presented firstly and only by Khorat Geopark. What make us be so confident in the international geological value are fossils. Due to our academic research study of outstanding local fossils have been published in many international journals. We certainly be able to fulfil all criteria for the international value evaluation. Furthermore, there are more than 200 UNESCO evaluation criteria for the 7,000 total scores. We have completed self-evaluation with the results of satisfying exceed 70%. Therefore, we are absolutely certain that “Khorat Geopark” will be UNESCO Global Geopark. I think it is a gifted from above to Khorat. Our area has the advantages naturally, we just reveal our resources to the world. Even the evaluation has been postponed for two years due to the COVID-19 outbreak, we are continuously developing our project.

How do you feel during two years of waiting for UNESCO evaluation?
Actually, UNESCO should have evaluated our Geopark since 2020 but it has been postponed until now because of the pandemic situation around the world. We are still waiting with full-of-hope heart, and felt ashamed for the wasted time. Personally, I am getting old. Satun province is my birthplace and Khorat is where I live. I would like to see the success of Khorat Geopark soonest, I’m impressed and proud that we have been supported by many sectors and the national level high ranking senior official and the provincial level. Our provincial governor intensively supports and helps us. We all are looking forward to the day that Khorat is granted to be “The UNESCO Triple Crown”.

What are benefits, if Khorat is granted to be “The UNESCO Triple Crown”
“The UNESCO Triple Crown” is the public relation strategy, in urging for the conservation and inspiring for the driven power of local people. Right now, there are two UNESCO world heritage sites in Khorat, that are, Dong-Phayayen-Khao Yai Forest Complex, inscribed on the World Heritage list in 2005, and Sakaerat Biosphere Reserve, inscribed in 1977. If Khorat Geopark is approved to be Global Geopark, Thailand will be the third country that has three programs in the same province as first and the second in China and South Korea, respectively.
The value of the land of the UNESCO Natural Triple Crown, would resulting Thailand and Khorat to be well known internationally. Positively impacting the tourism business promotion, especially the geotourism program. The local villagers could learn about the local potential and make profit in order to take opportunities in developing of their value of life, to be knowledgeable, creating chances, having revenue, be equality and get rid of the poverty, according to the UNESCO’s Sustainable Development Goals. Therefore, Khorat Geopark is perseverance to develop the local communities for the welfare of people fit to the term we said “Geopark is People”.

ที่อยู่

Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00

เว็บไซต์

https://www.geopark-thailand.org/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Geoparks Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Geoparks Thailand:

วิดีโอทั้งหมด

คณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณี

เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยา และการพัฒนาต่อยอดจนสามารถจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีตามแนวทางของยูเนสโก ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการมรดกของแผ่นดินแบบองค์รวม โดยการปกป้อง คุ้มครอง การอนุรักษ์ และการพัฒนาเศษฐกิจอย่างยั่งยืน ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ที่เห็นชอบให้เสนออุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก และมอบหมายให้คระกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเสนออุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกต่อสำนัก เลขาธิการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยามยามที่จะอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งธรณีวิทยาของประเทศให้สู่ระดับมาตราฐานสากล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณี

อำนาจหน้าที่

๑. จัดทำนโยบาย แผน มาตรการ และแนวทางกสนอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณี โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด