Clicky

พ่อแห่งชาติ

พ่อแห่งชาติ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารพระบาทสมเด็จพระ? โครงสร้างคณะกรรมการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอุดลยเดช
http://www.kingrama9.th/Chart

เปิดเหมือนปกติ

พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา (ตอนที่ ๖) : ทุนการศึกษาราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์          พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ...
04/03/2022

พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา (ตอนที่ ๖) : ทุนการศึกษาราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างสถาบันค้นคว้าและวิจัยเรื่องโรคเรื้อน ณ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยได้พระราชทานเงินทุนก่อตั้งสถาบัน และได้พระราชทานนามว่า “ราชประชาสมาสัย” ต่อมากระทรวงสาธารณสุขได้ขอพระราชทานเงินดังกล่าวไปจัดตั้งเป็นมูลนิธิ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับมูลนิธินี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และให้จัดตั้งโรงเรียนประจำสำหรับบุตรและผู้ป่วยโรคเรื้อน ดังพระบรมราชาธิบายถึงการก่อตั้งโรงเรียน ความว่า
“เด็กเหล่านี้มีสิทธิ์ที่จะเล่าเรียนเช่นเด็กอื่น เพราะขณะนั้นกระทรวงสาธารณสุขไม่ส่งเด็กที่ยังมิได้ป่วยให้เข้าเรียนในโรงเรียนในนิคม หรือในโรงพยาบาลโรคเรื้อน เนื่องจากเกรงว่าจะติดโรค และกระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่ยอมรับบุตรผู้ป่วยโรคเรื้อนเข้าเรียนในโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากเกรงว่าจะไปแพร่เชื้อโรคเรื้อนแก่เด็กอื่น ขณะนี้กรมประชาสงเคราะห์ของกระทรวงมหาดไทยมีโรงเรียนสำหรับเด็กที่ไม่มีผู้อุปการะแล้ว แต่ก็ไม่สามารถรับเด็กเหล่านี้ได้เพราะเป็นเด็กผู้มีบิดามารดา…
....การดำริสร้างสถานศึกษานี้ขึ้น ก็เพื่อจะได้ช่วยเหลือเด็กผู้พลอยประสบเคราะห์กรรมให้มีสถานที่เล่าเรียน ซึ่งโดยธรรมชาติควรมีสิทธิ์ที่จะกระทำสิ่งใดได้เช่นผู้อื่น การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่โชคชะตาบันดาลให้ต้องเกิดมาในภาวะเช่นนี้ย่อมเป็นกุศลและเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติ เพราะเด็กเช่นว่านี้เมื่อได้รับการศึกษา อบรมด้วยดีเติบโตขึ้นก็จะเป็นพลเมืองที่ดีเป็นประโยชน์แก่ตนเองและชาติบ้านเมืองในอนาคต”
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรัสให้คณะกรรมการมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พิจารณาช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่บิดาหรือมารดาป่วยเป็นโรคเอดส์ให้ได้รับการศึกษาและสามารถพึ่งพาตนเองได้ นับแต่ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นมามูลนิธิฯ จึงได้จัดตั้งโครงการราชประชาสมาสัยเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ทุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพบุตรผู้ป่วยโรคเอดส์ที่กำพร้าและยากไร้ในชนบท ปีละ ๙๙๙ ทุน
ปัจจุบันมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่จะสนองพระราชดำริเกี่ยวกับการให้การศึกษาแก่บุตรผู้ป่วยโรคเรื้อนและโรคเอดส์ สมดังพระราชปณิธานขององค์ผู้พระราชทานกำเนิดมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

เรียบเรียง : นางสาวนัทธมน จิตเจตน์ นักจดหมายเหตุชำนาญการ
ที่มา :
(๑) พอเพียง. ทุนพระราชทานมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕, จาก: https://www.porpeang.org/content/6188/ทุนพระราชทานมูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์-และมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย
(๒) มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์. เกี่ยวกับมูลนิธิ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕, จาก: https://image.makewebeasy.net/
(๓) นิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ภาพ : หนังสือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการศึกษา โดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
______________________________
#พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร
#พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา
#ทุนการศึกษาราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์
#เอกสารจดหมายเหตุ
#KingBhumibol
#สมเด็จพระภัทรมหาราช
#รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ
#ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้
#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป
#สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙
#นั่งนับวันที่พ่อจาก
#พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร
#InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej

วันที่ ๓ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ นับได้ ๑๙๖๖ วัน นับแต่วันสวรรคตแผนที่/รถ/ราษฎร์แผนที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเ...
03/03/2022

วันที่ ๓ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕
นับได้ ๑๙๖๖ วัน นับแต่วันสวรรคต
แผนที่/รถ/ราษฎร์
แผนที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเห็นชาวบ้านมีความสุข ก็รับสั่งว่าชื่นใจ แต่กว่าชาวบ้านจะแจ่มใสอย่างนี้ ทรงเหนื่อยอยู่หลายปี มีผู้สนใจวิธีการของพระองค์ท่าน ก็ไปศึกษาที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส ซึ่งทรงตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๕
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นี่โปรดแผนที่มากที่สุด เวลาเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร ทรงขับรถเอง แล้วก็มีแผนที่ติดพระองค์เสมอ และทรงใช้ประโยชน์จากแผนที่อย่างเต็มที่ อย่างเสด็จฯ ไปคุยกับราษฎร ก็จะรับสั่งถามว่ามาจากที่ไหน บ้านช่องเขาอยู่ที่ไหน เขาก็จะบอกว่าเขาอยู่ที่นั่นที่นี่ เดี๋ยวนี้มีหมู่บ้านใหม่เพิ่มขึ้นแล้ว และคนก็อยู่เย็นเป็นสุขขึ้น ก็จะทรงทำแผนที่เทียบกับแผนที่ปัจจุบัน และทำเครื่องหมาย เวลาขับรถไปตามพื้นที่ไหนๆ ทรงซักถามชาวบ้าน ชื่อหมู่บ้าน ชื่อถนน แม่น้ำลำคลอง ว่าถูกต้องตรงตามแผนที่หรือไม่ มีหมู่บ้านเพิ่มขึ้นมาใหม่ไหม แหล่งน้ำอยู่ตรงไหนบ้าง ไกลไหม จะทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตร เวลาประทับลงเรือที่ภาคใต้ ก็ทรงมีขวดน้ำไว้ พอประทับ เรือวิ่ง ท่านก็เอาขวดน้ำช้อนน้ำขึ้นใส่ขวดแล้วไปทดสอบความเปรี้ยวของแต่ละแห่งทุกครั้ง
#ส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒
รถ
รถยนต์ที่ทรงประทับอยู่ และในบางครั้งจะทรงขับด้วยพระองค์เอง คือ Jeep Wagoneer (1963-1993) เครื่องยนต์เบนซิน ๖ สูบแถวเรียง คาบูเรเตอร์ ขนาด ๓.๘ ลิตร ๑๔๗ แรงม้า ที่ ๔,๓๐๐ รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด ๒๙๒ นิวตันเมตร ที่ ๑,๖๐๐ รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา ๓ จังหวะ / เกียร์อัตโนมัติ ๓ จังหวะ ขับเคลื่อน ๔ ล้อ
ราษฎร์
ครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยเสด็จออกจากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ในเวลา ๙ โมงเช้า ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปทางอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส มุ่งหน้าไปยังอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว และกว่าจะเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรเสร็จ ก็กินเวลายาวนานไปจนถึงมืดค่ำ
ว่าที่ร้อยโทดิลก เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งเก่าก่อนอย่างจำได้ดีว่า “ออกจากอำเภอเบตง ประมาณ ๒ ทุ่ม มุ่งหน้ากลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ตามเส้นทางเดิม ประชาชนก็ฉลาด ถามทหารที่อยู่ริมถนนว่า พระองค์ท่านจะเสด็จฯ กลับทางเดิมไหม ทหารก็ตอบชาวบ้านว่า ก็ต้องกลับทางเดิมน่ะสิ ทีนี้ประชาชนจึงมานั่งรอ ยืนรอเป็นระยะๆ”
ตลอดระยะทางจาก อ.เบตง ไป อ.รือเสาะ เสด็จฯ ผ่านภูเขาที่มีโจรชุกชุม จุดบอด จุดมืดอันตรายมาโดยตลอดแต่พระองค์ก็ยังมีรับสั่งให้จอดรถ เพื่อลงไปทักทายกับชาวบ้านที่มารอรับเสด็จ
“คืนนั้นทั้งคืน ทรงนั่งประทับรถทักทายประชาชนตลอดเส้นทาง และพระองค์ท่านก็ยังรับสั่งว่า เมื่อเห็นประชาชนมารอจนดึกดื่น แล้วจะให้ไปได้อย่างไร ขาอ่อนเลย สงสารชาวบ้าน พร้อมพระราชทานสิ่งของที่ยังพอมีติดขบวนเสด็จฯ ตอนดึกๆ พระราชทานถุงของขวัญ ผ้าขนหนู เงินค่าเบี้ยยังชีพ ให้กำลังใจ พระองค์ท่านทรงงานทั้งกลางวันกลางคืน ไม่สนพระทัยเรื่องการบรรทมหรือการเสวย อยู่กลางป่ากลางเขา ตอนนั้นจะเสวยก็เสวยไม่ได้ เพราะของที่ติดมาเล็กๆ น้อยๆ หมดไปแล้ว ณ เวลานั้น แม้จะดึกดื่นค่อนคืน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ นับเป็นภาพที่ประทับใจของผมมาก ท่านเป็นในหลวงที่รักประชาชนจริงๆ” ว่าที่ร้อยโทดิลก กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
พระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยี่ยมเยียนประชาชนตลอดสองข้างทางตลอดทั้งคืน จึงทำให้เสด็จฯ กลับถึงพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ในเช้าตี ๕ ของวันรุ่งขึ้น
Cr : เรื่องเล่าจาก ว่าที่ร้อยโทดิลก ศิริวัลลภ ล่ามภาษามลายูประจำพระองค์ ตีพิมพ์ลงในไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/content/527059
สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานต์ กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
______________________________
#KingBhumibol
#สมเด็จพระภัทรมหาราช
#รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ
#ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้
#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป
#สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙
#นั่งนับวันที่พ่อจาก
#พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร
#InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาการใช้ประโยชน์จากหมอกว่าสามารถกลายเป็นหยดน้ำหล่...
02/03/2022

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาการใช้ประโยชน์จากหมอกว่าสามารถกลายเป็นหยดน้ำหล่อเลี้ยงต้นไม้ได้หากสามารถนำไอน้ำในหมอกมาใช้ได้ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการเกษตรเช่น การปลูกป่าได้อย่างมหาศาล วิธีทำดังนี้
1. ใช้ตาข่ายไนล่อน เสื่อลำแพน ถุงปุ๋ยไนล่อน มาเป็นอุปกรณ์ทำเครื่องดักหมอก
2. ขึงวัสดุดังกล่าวดักไอน้ำจากหมอก วางตั้งฉากกับทิศทางลม
3. บางกรณีอาจสร้างขึ้นติดตั้งบนกังหันลมเพื่อให้แผงดักหมอกหันสู้ลมอยู่ตลอดเวลาหรือทำลักษณะอ่อนตัวเพื่อมิให้แผงโค่นลืมยามลมพัดแรง
4. หมอกมากระทบแผงดักหมอกทำให้เกิดหยดน้ำ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมว่า...แผงดักหมอกนี้สามารถช่วยบังแดดบังลมกับต้นไม้ในระยะเวลาที่เริ่มทำการปลูกต้นไม้ หรือในระยะแรกที่ต้นไม้ หรือในระยะแรกที่เริ่มทำการปลูกต้นไม้ หรือในระยะแรกที่ต้นไม้เริ่มเติบโตขึ้นได้ด้วยส่วนวัสดุที่จะนำมาใช้ในการดักหมอกนี้ ควรจะเป็นวัสดุประเภทที่รูพรุนมากๆ เช่น ตาข่ายไนล่อน ซึ่งจะทำให้เกิดการจับตัวของหยดน้ำได้ดี อีกทั้งการใช้วัสดุที่เป็นเสื่อลำแพน การสานอย่าให้ทึบ ควรสานให้โปร่ง เนื่องจากในอากาศนั้นมีความชื้นอยู่แล้วจะทำให้เกิดการควบแน่นและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้...

ที่มา มูลนิธิชัยพัฒนา

#รักประเทศไทย
#เราภาคภูมิใจเมืองไทยนี้ดี

วันที่ ๑ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ นับได้ ๑๙๖๔ วัน นับแต่วันสวรรคต"...เมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนที่ไปสหรัฐอเมริกา มีทีวีอเมริก...
01/03/2022

วันที่ ๑ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕
นับได้ ๑๙๖๔ วัน นับแต่วันสวรรคต
"...เมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนที่ไปสหรัฐอเมริกา มีทีวีอเมริกันมาสัมภาษณ์ เขาถามว่าในรัชกาลของท่าน ท่านต้องการอะไร จุดหมายต้องการอะไร อยากให้รัชกาลของท่านจารึกในประวัติศาสตร์อย่างไร ก็ต้องตอบเขาว่า ความปรารถนาคือว่ารัชกาลนี้ไม่ขอจารึกในประวัติศาสตร์ ไม่ให้มี เขาก็แปลกใจ
แต่ท่านทั้งหลายคงไม่แปลกใจ เพราะอธิบายแล้วว่าถ้ามีความสงบ มีความเรียบร้อยของชาติจะไม่เป็นประวัติศาสตร์ เราไม่ต้องการประวัติศาสตร์ เวลาไหนที่มีสงคราม มีความยุ่งยาก ตีกันนั่นนะเป็นประวัติศาสตร์ ฉะนั้นที่ต้องการก็คือต้องการให้เมืองไทยอยู่ไปอย่างสงบ ไม่ต้องมีอะไรโลดโผนเท่าไหร่ ไม่ต้องมีชื่อ ไม่ต้องดัง แล้วจะมีความสุขและจะยั่งยืน
วันไหนที่จะดังเราก็จะดังได้ เพราะว่าเราสงบ พวกที่ดัง ทั้งบุคคล ทั้งประเทศ ที่ชอบดัง โดยมากดังได้แต่ดังได้ไม่นาน เพราะว่าถูกตีหัวตาย ถ้าอย่างนั้นต้องแน่นอน คนไหนที่อยากดังต้องถูกตีหัวแน่ ก็เลยไม่อยู่นานได้ อันนี้เป็นหลักอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่าขอให้ท่านทั้งหลายไม่ทําอะไร แต่ทํางานทําการในหน้าที่ในฐานะของแต่ละคนที่จะต้องทํา ให้ทําอย่างดีๆ ทําเรื่อยไป ไม่ใช่ทําอย่างที่จะอยากดีเด่น ทําดีเด่นไม่ใช่อยากดีเด่นทําให้ดีแล้วก็จะดีเด่นเอง ไม่ใช่ว่าจุดประสงค์ที่จะดีเด่น ก็อย่างที่ว่าไม่ใช่ทําเพื่อดัง แต่ว่าถ้าต้องการจะดังเมื่อไหร่ก็จะดังเอง แล้วดังดีด้วยดังไพเราะ ไม่ใช่ดังอย่างน่ารําคาญหรือน่าเกลียด..."
#ส่วนหนึ่งในพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันพฤหัสบดี ที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓
สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานต์ กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
______________________________
#KingBhumibol
#สมเด็จพระภัทรมหาราช
#รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ
#ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้
#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป
#สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙
#นั่งนับวันที่พ่อจาก
#พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร
#InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej

เมล็ดกาแฟที่ชาวบ้านถวายได้ถูกนำไปเพาะพันธุ์เป็นกาแฟอะราบิก้าหนึ่งล้านต้นแจกจ่ายไปทั่วทุกดอยในภาพเหนือของประเทศ     ทุกเร...
24/02/2022

เมล็ดกาแฟที่ชาวบ้านถวายได้ถูกนำไปเพาะพันธุ์เป็นกาแฟอะราบิก้าหนึ่งล้านต้นแจกจ่ายไปทั่วทุกดอยในภาพเหนือของประเทศ

ทุกเรื่องราวที่พบเจอ ทุกเวลามีคุณค่าในทุกช่วงเวลานั้น และสามารถนำมาเล่าสู่ถึงความประทับใจ ความภาคภูมิใจ และความสำเร็จในวันนี้ ดังเช่น
สุรสิทธิ์ ดลใจไพรวัลย์ หนุ่มกะเหรี่ยง ปกาเกอะญอ เกษตรกรและผู้แปรรูปกาแฟบ้านหนองหล่ม อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สนใจในประวัติศาสตร์ชุมชน นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จมาทอดพระเนตรกาแฟต้นแรกที่บ้านหนองหล่ม จนต่อมาเมล็ดกาแฟที่ชาวบ้านถวายได้ถูกนำไปเพาะพันธุ์เป็นกาแฟอะราบิก้าหนึ่งล้านต้นแจกจ่ายไปทั่วดอยอินทนนท์ และทุกดอยในภาพเหนือของประเทศ

สุรสิทธิ์ ดลใจไพรวัลย์ บอกด้วยความภาคภูมิใจในฐานะคนในพื้นที่ว่า
“วันนี้กาแฟกระจายไปทั่วทุกดอย ทุกคนดื่มกาแฟ รู้ว่าเป็นกาแฟอะราบิก้า แต่ที่มาของกาแฟ คือ ผลงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการเรียนรู้เรื่องกาแฟเป็นการเรียนที่ไม่สิ้นสุด คนที่มุ่งทำงานเกี่ยวกับกาแฟ จะต้องใช้เวลาในการศึกษาอย่างจริงจัง การรู้จักรากเหง้าความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชุมชน และเข้าใจอัตลักษณ์ของกาแฟจะทำให้กาแฟบ้านผาหมอนมีความงดงามและยั่งยืนเคียงคู่ชุมชนอย่างแน่นอน เพราะกาแฟผาหมอนเป็นกาแฟที่ปลูกแล้วไม่ได้ให้ปุ๋ย เมื่อได้ผลผลิตก็เก็บไปเรื่อย ๆ และจุดเด่นที่สำคัญคือ ต้องค่อย ๆ คั่วจะรสชาตินุ่มไม่ค่อยเข้ม มีความหอมของกลิ่นผลไม้ (เชอรี่) และน้ำผึ้งที่ละมุนมาก แต่ถ้าคั่วนานเกินรสชาติและกลิ่นก็จะหายไป" สุรสิทธิ์เล่าอย่างภาคภูมิใจกับการเป็นชาวไทยภูเขาของตนเอง ที่รู้จักและเข้าใจในเรื่องของกาแฟบริเวณพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา
#รักประเทศไทย
#เราภาคภูมิใจเมืองไทยนี้ดี

ที่อยู่

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพ
Bangkok
10400

เว็บไซต์

http://www.kingrama9.th/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พ่อแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง พ่อแห่งชาติ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

‘คดีลักโม่’ #คดีแรก ที่ ‘ในหลวง ร.9’ #ทรงตัดสิน ---------------------- “...กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย...” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 33 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ 29 ตุลาคม 2524 ---------------------- ย้อนกลับไป #วันนี้เมื่อ70ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 #ทรงประทับบัลลังก์ #ตัดสินคดีด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก ในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2495 ซึ่งคดีแรกที่พระองค์ทรงตัดสินคือ #คดีลักโม่ . ในห้องพิจารณาคดีที่ 12 ของศาลอาญา โดยมี ‘นายเล็ก จุณนานนท์’ เป็นโจทก์ ‘นายแสวง แดงคล้าย’ เป็นจำเลย ในข้อหาว่า “เมื่อวันที่ 9 มกราคม กับวันที่ 10 มกราคม จำเลยได้ลักโม่หินของ ‘นายกาญจน์ ตันวิเศษ’ ราคา 80 บาท เหตุเกิดที่คลองต้นไทร” . ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยก็รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลตัดสินจำคุก 6 เดือน แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดเหลือ 3 เดือน ประกอบกับการที่เป็นคดีแรกของจำเลย จึงรอลงอาญา 2 ปี แล้วให้คืนโม่หินแก่เจ้าของ . นายแสวงดีใจเป็นล้นพ้นที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับบัลลังก์ตัดสินคดีของตน ซ้ำยังได้พระมหากรุณาธิคุณให้รอลงอาญา จึงยกมือขึ้นท่วมหัวและสาบานว่า “จะเป็นคนดี ไม่ลักขโมยของใครอีกต่อไป” . ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินยังศาลอุทธรณ์ ทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยมศาลอุทธรณ์ พร้อมทั้งเสด็จทอดพระเนตรห้องพิจารณาคดีศาลอุทธรณ์ด้วย ................................. ที่มา: ศาลอุทธรณ์ / เฟซบุ๊ก ราชบัลลังก์จักรีวงศ์ อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่องเก่า เล่าสนุก ของ โรม บุนนาค, เรียบเรียง: วาทิน ศานติ์ สันติ / เว็บไซต์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง Cr. น้ำเงินเข้ม ______________________________ #KingBhumibol #สมเด็จพระภัทรมหาราช #รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ #ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ #ฉันเกิดในรัชกาลที่๙ #นั่งนับวันที่พ่อจาก #พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร #InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej
เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน: Candlelight Blues เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชนิพนธ์เพลงแสงเทียน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2489 ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ (ขณะดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์) นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ต่อมา ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรก พ.ศ. 2490 และใน พ.ศ. 2496 นางสาวสดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล) ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษถวาย ที่มา: เว็บไซต์เครือข่ายกาญจนาภิเษก #เพลงพระราชนิพนธ์ #รักประเทศไทย #เราภาคภูมิใจเมืองไทยนี้ดี
วันที่ ๒๕ มกราคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนยี่ (๒) ปีฉลู นับได้ ๑๙๒๙ วัน นับแต่วันสวรรคต คำสอนอันประเสริฐ "...พระพุทธศาสนาบริบูรณ์ด้วยสัจจธรรมที่เป็นสาระ และเป็นประโยชน์ในทุกระดับแต่จะต้องศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติให้เหมาะสมแก่สภาวะปัจจุบัน ด้วยศรัทธาและปัญญาถูกต้องจึงจะเกิดประโยชน์ขึ้นได้ บัดนี้ประเทศชาติกำลังพัฒนาในทุกด้าน และต้องการความสามัคคีความสงบเรียบร้อย ผลดีทั้งปวงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ด้วยประชาชนมีหลักของใจมั่นคงมีศรัทธาและปัญญาอันถูกต้อง และปฏิบัติตนอยู่ในทางที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม กรณียกิจอันสำคัญของท่านทั้งหลาย คือการส่งเสริมประชาชนให้มีพระรัตนตรัย และธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นหลักของใจ และความประพฤติด้วยศรัทธา และปัญญาที่ถูกต้อง แต่ทั้งนี้ท่านทั้งหลายจะต้องเจริญศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง คือความเชื่อในเหตุที่แท้ผลที่แท้ ไม่สับปลับ และปัญญาสามารถรู้ตามความเป็นจริง อันเกิดจากความสงบแน่วแน่ของจิตให้เกิดขึ้นในตนเองก่อน จึงสามารถพิจารณาเห็นวิธีการปฏิบัติ เพื่อรักษาส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เป็นประโยชน์ แก่ประชาชนและประเทศชาติได้..." #ส่วนหนึ่งในพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรพระราชทานที่ประชุมสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ ๑๗ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๒ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานต์ กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ______________________________ #KingBhumibol #สมเด็จพระภัทรมหาราช #รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ #ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ #ฉันเกิดในรัชกาลที่๙ #นั่งนับวันที่พ่อจาก #พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร #InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงประดิษฐ์ฟอนต์แบบภาษาที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระทัยใฝ่รู้และทรงศึกษาอย่างจริงจังในการค้นคว้าวิจัยเพื่อการพัฒนาในหลากหลายสาขาวิชา ต่าง ๆ โดย เฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ได้ทรงสนับสนุนการค้นคว้าในทางวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาคิดค้นสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ด้วยพระองค์เอง ทรงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในงานส่วนพระองค์ทางด้านดนตรี ในการป้อนโน้ตเพลงและเนื้อร้อง สำหรับเรื่องอักขระคอมพิวเตอร์หรือฟอนต์ (Font) นั้นจากที่พระองค์ได้ทรงศึกษาเมื่อประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. 2529 และทรงทดลองใช้โปรแกรม "Fontastic" เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 สิ่งที่ทรงสนพระทัยเป็นพิเศษคือการประดิษฐ์ตัวอักษรไทย ได้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยหลายแบบ เช่น แบบจิตรลดา แบบภูพิงค์ ฯลฯ ทรงประดิษฐ์รูปแบบตัวอักษรไทยที่มีลักษณะงดงาม อีกทั้งยังทรงประดิษฐ์ ส.ค.ส. ด้วยอักษรคอมพิวเตอร์อยู่เนื่อง ๆ และได้เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเพื่อทรงอวยพรปวงชนชาวไทยเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ข้อมูลแหล่งที่มา : เพจ smart sme #รักประเทศไทย #เราภาคภูมิใจเมืองไทยนี้ดี
พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา (ตอนที่ ๓) : ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เมื่อพ.ศ. ๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งทุนมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้นเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร โดยพระราชทานทุนแก่นักเรียนแพทย์ที่มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิชาการและคุณธรรมให้ได้มีโอกาสไปศึกษาวิชาการชั้นสูงในต่างประเทศ ต่อมาเมื่อความต้องการผู้เชี่ยวชาญในด้านอื่น ๆ มีมากขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนในสาขาวิชาต่าง ๆ เพิ่ม ซึ่งปัจจุบันการพระราชทานทุนสนับสนุนการศึกษาในแผนกวิชาต่าง ๆ แบ่งเป็น ๘ แผนก คือ แผนกแพทยศาสตร์ แผนกวิทยาศาสตร์ แผนกเกษตรศาสตร์ แผนกธรรมศาสตร์ แผนกอักษรศาสตร์ แผนกทันตแพทยศาสตร์ แผนกสัตวแพทยศาสตร์ และแผนกวิศวกรรมศาสตร์ นับตั้งแต่พระราชทานทุนจนถึงปัจจุบันผู้ที่ได้รับพระราชทานทุนไปแล้วต่างนำวิชาความรู้ที่ได้รับกลับมาพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร #พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา #ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล #พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร #เอกสารจดหมายเหตุ เรียบเรียง : นางสาวนัทธมน จิตเจตน์ นักจดหมายเหตุชำนาญการ ข้อมูล : มูลนิธิมั่นพัฒนา. มูลนิธิอานันทมหิดล. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕, จาก: https:// www.tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-projects ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช Cr. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ______________________________ #KingBhumibol #สมเด็จพระภัทรมหาราช #รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ #ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ #ฉันเกิดในรัชกาลที่๙ #นั่งนับวันที่พ่อจาก #พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร #InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej
วันที่ ๒๒ มกราคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ นับได้ ๑๙๒๖ วัน นับแต่วันสวรรคต หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกล่าวไว้ว่า... "...เท่าที่ผมทราบมาไม่มีอะไรที่จะทำให้ทั้งสองพระองค์สำราญพระราชหฤทัยเกินไปกว่าการที่ได้ทรงพบประชาราษฎรของพระองค์ แม้จะใกล้หรือไกลก็ตามที ตามที่เคยมีคำพังเพยแต่ก่อนว่ารัชกาลที่ ๑ โปรดทหาร รัชกาลที่ ๒ โปรดกวีและศิลปิน รัชกาลที่ ๓ โปรด ช่างก่อสร้าง (วัด) ผมกล้าต่อให้ได้ว่า รัชกาลที่ ๙ โปรดราษฎร และคนที่เข้าเฝ้าฯ ได้ใกล้ชิดที่สุดคือราษฎรมิใช่ใครอื่นที่ไหนเลย พระราชอารมขัน การเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานออกไปต่างจังหวัดนั้น ทรงพระราชทานความเป็นกันเองแก่ราษฎรทั่วหน้าทั้งนี้ด้วยทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่า พสกนิกรต่างต้องการได้เข้าใกล้ชิดพระองค์และได้กราบทูลเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ครั้งหนึ่งทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปต่างจังหวัดและทรงเสด็จออกให้ข้าราชการตำรวจ ทหาร พ่อค้า ประชาชน สมาคมและกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้เข้าเฝ้า จนมาถึงวาระของคระสุภาพสตรีประจำจังหวัดนั้นอันประกอบด้วย ครู อาสากาชาด สมาคมแม่บ้าน กลุ่มใหญ่ประมาณ ๗๐-๘๐ คน ผู้เป็นหัวหน้าได้เข้าเฝ้าถวายพานดอกไม้ ในตอนท้ายของการถวายพระพรนั้นได้กล่าวกราบทูลว่า... "....ข้าพระพุทธเจ้าทุกคนมีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท มีน้ำหนักมากกว่าพานดอกไม้ที่น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพุทธเจ้าข้า..." ทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปรับพานดอกไม้แล้วส่งให้มหาดเล็กรับช่วงต่อไปตามประเพณี เมื่อมหาดเล็กรับพานดอกไม้ไปแล้วยังไม่ทันหมุนตัวกลับ ก็มีพระราชดำรัสกับมหาดเล็กว่า... "...เอาพานใบนี้ไปชั่งดูนะว่าน้ำหนักเท่าไร..." สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกรานต์ กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ______________________________ #KingBhumibol #สมเด็จพระภัทรมหาราช #รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ #ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ #ฉันเกิดในรัชกาลที่๙ #นั่งนับวันที่พ่อจาก #พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร #InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej
60 ปีที่แล้ว 'ร.9' #เสด็จนมัสการพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน . วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2505 #วันนี้เมื่อ60ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 และพระราชอาคันตุกะ พระเจ้าเฟเดอริค พระราชินีอินกริด แห่งประเทศเดนมาร์ก #เพื่อทรงนมัสการพระบรมธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน โดยเป็นการเสด็จฯ นมัสการพระบรมธาตุเป็นครั้งที่ 2 ในรัชกาล . ซึ่งในครั้งแรก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เคยเสด็จพระราชนมัสการพระบรมธาตุหริภุญชัย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2501 ในวโรกาสคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม โดยทรงเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระพันปีหลวง จากกรุงเทพมหานครด้วยรถยนต์พระที่นั่งแล่นไปตามถนนพหลโยธิน ผ่าน อ.ลี้ และทรงแวะเยี่ยมราษฎรตลอดทางที่ขบวนเสด็จผ่านจนมาถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร #เพื่อทรงประกอบพิธีสมโภชพระบรมธาตุ . จากนั้นทรงเสด็จฯ เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2505 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา (พระอิสริยยศในขณะนั้น) และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ (พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) เพื่อทรงนมัสการพระบรมธาตุฯ และครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง และพระราชินีฟาบิโอลา แห่งประเทศเบลเยียม เพื่อทรงนมัสการพระบรมธาตุหริภุญชัยอีกครั้ง . #เมืองลำพูน หรือ #เมืองหริภุญชัย สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1439 ถือได้ว่าเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นก่อนเมืองอื่นในอาณาจักรล้านนา ตามตำนานกล่าวว่า มีฤาษี 2 องค์ คือ ‘วาสุเทพฤาษี’ และ ‘สุกันตฤาษี’ เป็นเพื่อนสนิทกัน วันหนึ่งฤาษีทั้งสองได้เอาไม้เท้าขีดพื้นดินเป็นรูปหอยวงรีแล้วเนรมิตให้เป็นเมืองขึ้นตั้งชื่อว่า ‘นครหริภุญชัย’ หลังจากนั้นได้อัญเชิญ #พระนางจามเทวี ธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้จากเมืองลพบุรีขึ้นมาครองเมืองลำพูน . พระนางจามเทวีได้เสด็จขึ้นมายังนครหริภุญชัยโดยทางเรือตามลำน้ำปิงใช้เวลากว่า 4 เดือน เมื่อเสด็จมาถึงยังชาวเมืองได้จัดงานเฉลิมฉลองต้อนรับเป็นเวลาหลายวัน พระนางจามเทวี ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ที่ครองนครหริภุญชัย ทรงปกครองบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านการค้า ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะทางด้านการบูรณะและสร้างวัดนั้นได้ทรงกระทำอย่างต่อเนื่อง เพราะทรงมีความเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า . ซึ่งวัดที่ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักและผู้คนมักนิยมเดินทางมากราบไหว้อยู่เสมอก็คือ #วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร แม้วัดนี้จะไม่ได้สร้างในสมัยของพระนางจามเทวี แต่ก็เป็นผลพวงของพระองค์ที่ได้ปูพื้นฐานของพระศาสนาในนครหริภุญชัยจนสืบต่อมาถึงกษัตริย์ในรุ่นหลัง ๆ . ‘พระธาตุหริภุญชัย’ เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่ใหญ่แห่งหนึ่งในอาณาจักรล้านนาไทย สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าอาทิตยราช (ราชวงศ์รามัญ) ซึ่งครองเมืองหริภุญชัยราว พ.ศ. 1590 เพื่อให้เป็นหลักฐานแห่งความรุ่งเรืองทางพุทธศาสนา ในตอนแรกได้สร้างเป็นมณฑปขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุสูง 3 วา มีซุ้มทั้ง 4 ด้าน ครอบโกศทองคำสูง 3 ศอก บรรจุพระธาตุไว้ภายใน เมื่อมาถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่ โปรดให้เสริมพระบรมธาตุสูงขึ้นอีกเป็น 23 วา เอาทองจังโกฏก์ (ทองแดงปนนาคทำเป็นแผ่น) หุ้มตลอดทั่วทั้งองค์ตั้งแต่ฐานถึงยอด สิ้นทองจังโกฏก์ 15,000 แผ่น . พระมหาธาตุองค์นี้เป็นจอมเจดีย์ใหญ่องค์หนึ่งในจำนวน 8 องค์ของประเทศไทยที่มีอายุเกินกว่า 1,000 ปี และเป็นที่เคารพสักการะของเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ทุกยุคทุกพระองค์รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย ปัจจุบัน วัดพระบรมธาตุหริภุญชัยฯ เป็นพระอารามหลวงสำคัญชั้นเอกของเมืองลำพูน ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมศิลปกรรมและความสวยงามของวัด โดยเฉพาะองค์พระธาตุซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ทำให้องค์พระธาตุกลายเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าทางด้านศิลปกรรมของล้านนา …………………………………… #ภาพประกอบ 💠 ภาพ 1-4: พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ นมัสการพระบรมธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 และพระราชอาคันตุกะ พระเจ้าเฟเดอริค พระราชินีอินกริด แห่งประเทศเดนมาร์ก โดยเป็นการเสด็จฯ เยือนวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ เป็นครั้งที่ 2 . 💠 ภาพ 5-8: ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ฯ เยือนวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2501 . 💠 ภาพ 9-12: ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ฯ เยือนวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2505 ซึ่งครั้งนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ (พระอิสริยยศในขณะนั้นของทั้ง 2 พระองค์) โดยเสด็จด้วย …………………………………… ที่มา: เชียงใหม่นิวส์ / เว็บไซต์จังหวัดลำพูน / พันทิปดอทคอม โดยสมาชิก Imaginia Cr.น้ำเงินเข้ม ______________________________ #KingBhumibol #สมเด็จพระภัทรมหาราช #รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ #ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ #ฉันเกิดในรัชกาลที่๙ #นั่งนับวันที่พ่อจาก #พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร #InRemembranceOfHisMajestyKingBhumibolAdulyadej