กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา

กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบ?

ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา ได้ดำเนินการด้านระบบยามาอย่างต่อเนื่อง และได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการจัดทำรายงานแผนพัฒนาระบบยาเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคปี 2550 ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดจากระบบยาที่มีต่อสุขภาพ หากมีกลไกที่เข้มแข็งในการติดตามเฝ้าระวังและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาระบบยา จะสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพ

28/07/2026

สสจ.เชียงใหม่ เตือนภัยเร่งด่วน ลังพบผู้ป่วยเข้ารพ.เชียงรายประชานุเคราะห์หลังบริโภค"สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์"
ลักษณะเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อยบรรจุในถุง 5 เม็ด (สีแดงดำน้ำตาล) พบใช้ชื่อหลากหลาย เช่น คุณธงชัย สมุนไพรประดง 108 สมุนไพรชนิดอัดเม็ด ฯลฯ

สสจ.เชียงใหม่ เตือนภัยเร่งด่วน!พบผู้ป่วยเข้ารพ.เชียงรายประชานุเคราะห์หลังบริโภค"สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์" ลักษณะเป็นเ...
28/07/2026

สสจ.เชียงใหม่ เตือนภัยเร่งด่วน!
พบผู้ป่วยเข้ารพ.เชียงรายประชานุเคราะห์หลังบริโภค"สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์" ลักษณะเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อยบรรจุในถุง 5 เม็ด (สีแดงดำน้ำตาล) ใช้ชื่อหลากหลาย เช่น คุณธงชัย สมุนไพรประดง108 สมุนไพรชนิดอัดเม็ด ฯลฯ
พบสารสเตียรอยด์ อันตรายถึงชีวิต อย่าซื้ออย่ากิน!
หากพบเห็นการจำหน่าย แจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลชุมชน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

สสจ.เชียงใหม่ เตือนพบสารสเตียรอยด์ใน "สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์"27 ก.ค. 69 กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชฯ สำนักงาน...
28/07/2026

สสจ.เชียงใหม่ เตือนพบสารสเตียรอยด์ใน "สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์"
27 ก.ค. 69 กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนภัยเร่งด่วน พบผู้ป่วยเข้า รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หลังบริโภค "สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์" ตรวจพบสารสเตียรอยด์ ไม่พบเลขทะเบียน อันตรายถึงชีวิต อย่าซื้ออย่ากิน
ลักษณะเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อยบรรจุในถุง 5 เม็ด (สีแดงดำน้ำตาล) ใช้ชื่อหลากหลาย เช่น คุณธงชัย สมุนไพรประดง108, สมุนไพรชนิดอัดเม็ด ฯลฯ
https://www.facebook.com/share/p/1ZvSfCYWML/

บอกคนเฒ่าคนแก่อย่าซื้อกิน ‼ สสจ.เชียงใหม่ เตือนพบสารสเตียรอยด์ใน "สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์" #อย่าซื้ออย่ากินอันตรายถึงชีวิต

27 ก.ค. 69 กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนภัยเร่งด่วน พบผู้ป่วยเข้า รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หลังบริโภค "สมุนไพรชนิดอัดเม็ด คุณวัฒน์" ตรวจพบสารสเตียรอยด์ ไม่พบเลขทะเบียน อันตรายถึงชีวิต อย่าซื้ออย่ากิน

ลักษณะเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อยบรรจุในถุง 5 เม็ด (สีแดงดำน้ำตาล) ใช้ชื่อหลากหลาย เช่น คุณธงชัย สมุนไพรประดง108, สมุนไพรชนิดอัดเม็ด ฯลฯ

หากพบเห็นการจำหน่ายแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ,โรงพยาบาลชุมชน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

#เชียงใหม่นิวส์

7 ประเด็นอ่อนไหวใน FTA Thai-EU ที่คนไทยต้องจับตา ก่อนรัฐบาลเร่งปิดดีลปลายปี 2569
26/07/2026

7 ประเด็นอ่อนไหวใน FTA Thai-EU ที่คนไทยต้องจับตา ก่อนรัฐบาลเร่งปิดดีลปลายปี 2569

ภาพรวม: การเจรจาไปถึงไหนแล้ว ความคืบหน้าว่า การเจรจาไทย

25/07/2026

ยาฉีดดีกว่ายากินจริงไหม?
เชื่อผิดมาตั้งนาน กินยาไม่ถูกวิธีอาจได้ผลไม่เต็มที่นะครับ

ภก.เมฆา วีระวานิช เภสัชกรชุมชน เขียนเกี่ยวกับ 3 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องการกินยาไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 558 ว่า

ยาฉีดดีกว่ายากิน?
ไม่จริงเสมอไปครับ เพราะยากินก็มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นกัน เพียงแต่ยาฉีดจะใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ลำไส้หรือกระเพาะอาหารมีปัญหา ดูดซึมยาผิดปกติ หรือติดเชื้อรุนแรง หรือกรณีต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว แต่ยากินจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่ายาฉีดครับ

ยาต่างประเทศดีกว่ายาไทย?
ไม่จริงเสมอไปครับ เพราะยาทุกชนิดไม่ว่าไทยหรือต่างประเทศ ก่อนวางจำหน่ายล้วนผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดและผ่านการรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาเหมือนกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการประกาศมาตรฐานยาตามเภสัชตำรับในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ยาแต่ละชนิดต้องทบทวนตำรับยาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหน้าที่ของโรงงานผู้ผลิตยาที่ต้องดำเนินการครับ

กินยานานๆ ตับไตพัง?
ไม่จริงเสมอไปครับ ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้มีปัญหาการทำงานของตับหรือไตอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ และขึ้นอยู่กับการใช้ยาที่ถูกวิธี ถูกขนาดหรือไม่ หากใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ก็อาจมีผลต่อตับหรือไตได้ครับ และมีความเชื่อที่มักมาคู่กันคือ "ยิ่งกินยาเยอะยิ่งหายป่วยเร็ว" ซึ่งไม่ถูกต้องเช่นกัน เพราะการใช้ยาเกินขนาดที่ใช้รักษาจะทำให้ระดับยาในกระแสเลือดสูงเกินระดับปลอดภัย จนเกิดพิษต่อร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ครับ

แล้วแฟนเพจ "หมอชาวบ้าน" ล่ะครับ เคยเข้าใจผิดเรื่องการกินยาแบบนี้หรือเปล่า? 🙋‍♂️

ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 47 ฉบับที่ 558 ตุลาคม 2568

#หมอชาวบ้าน

ผู้ป่วยโรคไตไทยทะลุ 1.14 ล้านคน ระยะ 3 มากสุดกว่า 6.7 แสนคน กรม ควบคุมโรคชวนคัดกรองก่อนป่วย
25/07/2026

ผู้ป่วยโรคไตไทยทะลุ 1.14 ล้านคน ระยะ 3 มากสุดกว่า 6.7 แสนคน กรม ควบคุมโรคชวนคัดกรองก่อนป่วย

🧂 ผู้ป่วยโรคไตไทยทะลุ 1.14 ล้านคน ระยะ 3 มากสุดกว่า 6.7 แสนคน กรมควบคุมโรคชวนคัดกรองก่อนป่วย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์ “วันไตโลก ปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Kidney Health for All – Caring for People, Protecting the Planet” หรือ “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังและเข้ารับการตรวจคัดกรองมากขึ้น หลังพบแนวโน้มผู้ป่วยในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ กรุงเทพมหานคร

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจาก 1,046,072 คน ในปี 2566 เพิ่มเป็น 1,145,586 คน ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 100,000 คนในเวลา 2 ปี

เมื่อจำแนกตามระยะของโรค พบว่า
• ระยะที่ 3 มากที่สุดกว่า 670,000 คน
• ระยะที่ 4 มากกว่า 186,000 คน
• ระยะที่ 5 มากกว่า 100,000 คน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มเข้าสู่ระยะที่การทำงานของไตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีความเสี่ยงพัฒนาไปสู่ ภาวะไตวาย ระยะ 5 ที่ต้องรับการบำบัดทดแทนไต เช่น การล้างไตหรือปลูกถ่ายไต ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและเพิ่มภาระต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ

พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง เป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากโรคเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม จึงเร่งส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และผู้สูงอายุ เข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับ วันไตโลก (World Kidney Day) กำหนดจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมของทุกปี โดยปี 2569 ตรงกับวันที่ 12 มีนาคม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพไต

กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพไตด้วยการ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต และหลีกเลี่ยงการใช้ยาและสมุนไพรเกินความจำเป็น พร้อมเน้นย้ำว่า การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคไตเรื้อรังและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาในระยะยาว.

#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์

เตียงล้น-คนไม่พอ ปัจจัยเร่ง ‘เชื้อดื้อยา’ วิกฤตเงียบในโรงพยาบาล
24/07/2026

เตียงล้น-คนไม่พอ ปัจจัยเร่ง ‘เชื้อดื้อยา’ วิกฤตเงียบในโรงพยาบาล

อดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อฯ ชี้ รพ.รัฐ ผู้ป่วยล้น บุคลากรไม่พอ ทำควบคุมการแพร่เชื้อยาก ขณะที่ กพย. เสนอ รัฐบา....

22/07/2026
สมาคมเภสัชกรแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Pharmacists Association, Inc. - PPhA) ออกหนังสือแสดงจุดยืน (Position Paper) วันที...
22/07/2026

สมาคมเภสัชกรแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Pharmacists Association, Inc. - PPhA) ออกหนังสือแสดงจุดยืน (Position Paper) วันที่ 11 กรกฎาคม 2026 เรื่องการระบุคำว่า "ห้ามเปลี่ยนยา" (No Substitution) หรือ "ห้ามเปลี่ยนแบรนด์" (No Brand Switching) ในใบสั่งยา โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. จุดยืนสำคัญและข้อกฎหมาย (Statement of Position & Legal Basis)

ผิดกฎหมาย: การที่แพทย์ระบุข้อความ เช่น "No Substitution", "No Brand Switching" หรือ "Dispense as Prescribed" เพื่อปฏิเสธไม่ให้ผู้ป่วยเลือกใช้ยากลุ่มสามัญ (Generic equivalent) ถือว่าขัดต่อกฎหมาย
ศาลฎีกาเคยตัดสินไว้แล้ว: ศาลฎีกาฟิลิปปินส์เคยมีคำตัดสินชี้ขาดตั้งแต่ปี 1989 (คดี Del Rosario v. Bengzon) ยืนยันว่ากฎหมาย Generics Act มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ การสั่งห้ามเปลี่ยนยาลักษณะนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ป่วยในการเลือกใช้ยาสามัญแทนยาต้นแบบ (Brand-name)

2. หน้าที่และสิทธิของเภสัชกร (Pharmacist's Duty & Protection)

สิทธิในการปฏิเสธจ่ายยา: เภสัชกรมีสิทธิตามกฎหมาย (R.A. No. 10918) ที่จะปฏิเสธการจ่ายยาตามใบสั่งยาที่ผิดกฎหมาย
การคุ้มครองเภสัชกร: กฎหมายกำหนดโทษปรับ (250,000 - 500,000 เปโซ) และ/หรือจำคุกสูงสุด 6 ปี สำหรับผู้ที่ข่มขู่ บังคับ หรือใช้อิทธิพลกดดันให้เภสัชกรจ่ายยาโดยขัดต่อกฎหมาย
บทบาทเภสัชกร: การปฏิเสธใบสั่งยาที่ละเมิดกฎหมาย ถือเป็นการปกป้องผู้ป่วยและปฏิบัติตามวิชาชีพ ไม่ใช่การกระด้างกระเดื่องต่อแพทย์

3. กรณียาที่มีช่วงการรักษาแคบ (Narrow Therapeutic Index - NTI Medicines)

ข้อกังวลทางคลินิก: ยาบางกลุ่ม เช่น Warfarin, Levothyroxine, Digoxin, Lithium, ยาแก้ชัก และยากดภูมิคุ้มกัน มีช่วงความปลอดภัยระหว่างระดับยาในการรักษากับระดับที่เป็นพิษแคบมาก การเปลี่ยนยี่ห้ออาจมีผลทางคลินิก
ทางออกที่ถูกต้อง: แพทย์ควรให้คำปรึกษาและอธิบายแก่ผู้ป่วยถึงความสำคัญของการใช้ยาตัวเดิมอย่างต่อเนื่อง และระบุรูปแบบตัวยาที่ต้องการอย่างชัดเจน ไม่ใช่การเขียนคำสั่งย่อสั้นๆ ว่า "ห้ามเปลี่ยนยา" เพื่อบังคับ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายต้องเป็นของผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน (Informed Choice)

4. ข้อเสนอแนะและการเรียกร้อง (Call for Enforcement)

PPhA เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ (DOH, FDA, PRC) ดำเนินการดังนี้:
ออกประกาศร่วม (Joint Advisory): ยืนยันว่าการระบุคำสั่ง "No Substitution" ไม่มีผลทางกฎหมายและทำให้ใบสั่งยานั้นผิดกฎหมาย
สร้างช่องทางร้องเรียน: จัดทำช่องทางรายงานใบสั่งยาที่ผิดกฎหมายอย่างปลอดภัยและเป็นลับ
ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง: บังคับใช้บทลงโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยและเข้าถึงยาราคาเป็นธรรม

สสส. สำนัก 2 ลงพื้นที่ลำพูน ติดตามผลการดำเนินงาน กพย. Node เหนือ ชูแนวคิด “ใช้ยาเมื่อจำเป็น” พร้อมผลักดัน Social Prescri...
22/07/2026

สสส. สำนัก 2 ลงพื้นที่ลำพูน ติดตามผลการดำเนินงาน กพย. Node เหนือ ชูแนวคิด “ใช้ยาเมื่อจำเป็น” พร้อมผลักดัน Social Prescribing สร้างสุขภาพยั่งยืน

วันที่ 20 กร…

ที่อยู่

อาคารวิศิษฐ์ประจวบเหมาะ ชั้น 4 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา:

ทางลัด

แชร์