ศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

ศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพจของศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชอย่างเป็นทางการ Officially organized page of Bhumibol Adulyadej Hospital's Cancer Center
(2)

เปิดเหมือนปกติ

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกท่าน1 กรณีกำลังรักษาตัวประจำด้วยเคมีบำบัด / ฉายแสง กรุณาติดตามข่าวสารอละประกาศจากทางโรงพยาบาลอย...
24/03/2020

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกท่าน
1 กรณีกำลังรักษาตัวประจำด้วยเคมีบำบัด / ฉายแสง กรุณาติดตามข่าวสารอละประกาศจากทางโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด เรายังให้บริการตามปกตินะครับ (24/3/63) แนะนำให้อัพเดทเบอร์ติดต่อไว้ให้เป็นปัจจุบันที่สุดเผื่อการแจ้งหรือเปลี่ยนแปลง

2 กรณีติดตามการรักษาโดยไม่มียาใดๆ แนะนำให้เลื่อนออกไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นครับ

3 กรณีติดตามการรักษา/รับการรักษาด้วยยากิน ไม่มีอาการเปลี่ยนแปลงใดๆ ท่านสามารถขอรับยาเดิมได้ตามประกาศในรูปครับ

11/08/2019
แนวทางการรักษาในมะเร็งปัจจุบัน 2562

สี่โรงเรียนแพทย์ร่วมมือสร้างแนวทางรักษาโรคมะเร็ง คลิปวีดีโอนี้เป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งตามมาตรฐานในปัจจุบันครับ

https://youtu.be/pC03ouNtNKs

ระมัดระวังการแชร์ข่าวปลอมที่น่าจะเข้าใจกันผิดนะครับ
20/03/2019

ระมัดระวังการแชร์ข่าวปลอมที่น่าจะเข้าใจกันผิดนะครับ

09/11/2018
รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.

รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.

"ตามที่มีผู้แอบอ้างใช้ชื่อ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.ส่ง sms แจ้งให้ญาติผู้ป่วยโอนเงินค่ายาผ่านรหัสพร้อมเพย์นั้น รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.ขอยืนยันว่า รพ.ไม่มีนโยบายให้ผู้ป่วยหรือญาติโอนเงินด้วยวิธีดังกล่าว จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกันเพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ"

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะรีบแจ้งให้ทราบครับ
29/01/2018
Hfocus

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะรีบแจ้งให้ทราบครับ

ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิ ขรก. 14 ก.พ.นี้ต้องสำรองเงินจ่ายค่ายานอกบัญชีก่อน ใช้เบิกจ่ายตรงไม่ได้

ศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
10/11/2017

ศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

อย่าให้โรคมะเร็ง มาหยุดยั้งความสวย

ขอเชิญชวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับการรักษากับ รพ. ภูมิพลอดุลยเดช เข้าร่วมโครงการ " อยู่อย่างไรให้ใจเป็นสุข" นำทีมโดย
" พ่อมดแห่งความงาม" คุณ ป้อม วินิจ Makeup artist ชื่อดัง

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 -12.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช

ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับการรักษากับ รพ. ภูมิพลอดุลยเดช เท่านั้น
เข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
รับจำนวนจำกัด
ติดต่อสอบถามและลงทะเบียนได้ที่ 02-5347825

อย่าให้โรคมะเร็ง มาหยุดยั้งความสวย ขอเชิญชวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับการรักษากับ รพ. ภูมิพลอดุลยเดช เข้าร่วมโครงการ " อยู่อ...
10/11/2017

อย่าให้โรคมะเร็ง มาหยุดยั้งความสวย

ขอเชิญชวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับการรักษากับ รพ. ภูมิพลอดุลยเดช เข้าร่วมโครงการ " อยู่อย่างไรให้ใจเป็นสุข" นำทีมโดย
" พ่อมดแห่งความงาม" คุณ ป้อม วินิจ Makeup artist ชื่อดัง

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 -12.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช

ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับการรักษากับ รพ. ภูมิพลอดุลยเดช เท่านั้น
เข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
รับจำนวนจำกัด
ติดต่อสอบถามและลงทะเบียนได้ที่ 02-5347825

รักษามะเร็งด้วยทางเลือกมีโอกาสรอดชีวิตต่ำกว่าการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน...
19/08/2017
เตือนรักษามะเร็งทางเลือกเสี่ยงตายยิ่งกว่า 2.5 เท่า - บีบีซีไทย

รักษามะเร็งด้วยทางเลือกมีโอกาสรอดชีวิตต่ำกว่าการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน...

ผลวิจัยพบผู้รักษามะเร็งด้วยวิธีทางเลือก มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 5 ปี มากกว่าคนไข้ที่รักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันหลายเท่า

ทุกพลังแห่งการต่อสู้ สักวันเราจะพบกับชัยชนะ #ชีวิตก็เช่นกัน
13/08/2016

ทุกพลังแห่งการต่อสู้ สักวันเราจะพบกับชัยชนะ #ชีวิตก็เช่นกัน

#ทุกความพ่ายแพ้มีคุณค่าเสมอ

บนเส้นทางของผู้ชนะ ไม่เคยมีใครไม่เคยพ่ายแพ้ เป็นสัจธรรมของความเป็นจริงของโลกใบนี้

แม้แต่ นักกีฬาว่ายน้ำชาวอเมริกันผู้คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ อย่าง ไมเคิล เฟล์ปส

เมื่อเช้านี้ ไมเคิลลงแข่งรอบชิงชนะเลิศในรายการว่ายผีเสื้อ 100 เมตร เขาเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ตามหลัง โจเซฟ สกูลลิง นักกีฬาว่ายน้ำชาวสิงคโปร์

โจเซฟ หรือ โจ เด็กหนุ่มชาวสิงคโปร์อายุ 21 ปี นอกจากการเอาชนะไมเคิลได้ในวันนี้ เหรียญทองนี้ ก็ถือเป็นเหรียญทองแรกในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ของประเทศสิงคโปร์และเป็นเหรียญทองแรกในโอลิมปิกของโจ

"ผมผิดหวังอยู่นะ ใครล่ะที่อยากจะแพ้"

ไมเคิลให้สัมภาษณ์หลังเกม ต่อคำถามถึงความรู้สึกที่มีกับผลการแข่งขัน แม้จะบอกแบบนั้น แต่เขาหัวเราะ มีรอยยิ้มกว้าง สวนทางกับสิ่งที่พูด

"แต่รู้มั้ย ผมรู้สึกภูมิใจในตัวโจ ชัยชนะของเขามันยอดเยี่ยม"

"ผมหวังว่าชัยชนะในครั้งนี้ของโจ จะทำให้เด็กๆเรียนรู้ได้ว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้ากล้าที่จะฝัน อย่ากลัว และจงมีความเชื่อ"

"มองไปในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ มันไม่มีขีดจำกัด ก็เหมือนความฝันของคนเรา"

ความแตกต่างอาจจะอยู่ที่ คนๆนั้น กล้าที่จะทำตามความฝันของตัวเองหรือไม่

ย้อนหลังไปเมื่อราวแปดปีก่อน เด็กชายโจ อายุเพียง 13 ปี ตอนนั้นโจเป็นแค่นักว่ายน้ำฝึกหัด โจได้พบกับไมเคิลโดยบังเอิญที่คลับแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ซึ่งไมเคิลมาเก็บตัวเพื่อเตรียมไปแข่งโอลิมปิคที่ปักกิ่ง

เหมือนทุกคนที่ชอบว่ายน้ำ โจมีไมเคิลเป็นไอดอลในใจเสมอมา โจได้ขอไมเคิลถ่ายรูป เป็นที่ระลึก ตอนนั้นโจไม่เคยคิดฝันว่าในวันหนึ่ง พวกเขาจะได้มาแข่งขันในสระว่ายน้ำเดียวกัน

ลึกๆในใจ โจมีความฝันที่จะทำได้อย่างไมเคิล เขาฝันจะได้เหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิก

แต่ตอนนั้นความเป็นจริง กับความฝันมันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน

แต่ใครจะรู้อนาคต อีกสี่ปีต่อมา โจเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนในปี 2012

ท่าผีเสื้อ เป็นท่าที่โจมีความถนัดที่สุด แต่ตอนนั้นด้วยความผิดพลาดหลายๆอย่าง โจทำเวลาได้ไม่ดีเลยในการแข่งขัน ไม่ผ่านรอบคัดเลือกด้วยซ้ำ

เขารู้สึกผิดหวังมาก และเสียกำลังใจ

ในเส้นทางที่เดินไปสู่ความฝัน อาจมีหลายครั้งที่มีเหตุการณ์ที่ทำให้กำลังใจของคนเราหล่นหายไป สิ่งที่เลือกทำ ก็คือ การสร้างกำลังใจให้ตัวเอง แล้วเดินตามความฝันนั้นต่อไป หรือเลือกที่จะเก็บความฝันนั้นในก้นบึ้งของจิตใจ เลิกล้มทุกอย่าง

แต่เพราะอะไร โจจึงเลือกที่จะเดินหน้าคว้าฝันต่อไป

โจเล่าความทรงจำในครั้งนั้น หลังจากความพ่ายแพ้หมดรูป ในโอลิมปิกครั้งแรกว่า

"หลังแข่ง ตอนนั้นผมเดินตามหลังไมเคิล พอเขาหันมาเห็นหน้าผมเข้า ไมเคิลก็ถามผมว่า 'เกิดอะไรขึ้น' ผมเลยเล่าให้เขาฟังว่า เกิดอะไรแย่ๆอะไรกับผมบ้าง เขากอดผม แล้วพูดว่า 'นายยังเด็กนัก ยังมีทางให้นายเดินอีกไกล เรื่องครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ ที่ทำให้นายได้เรียนรู้ ดังนั้น จงเงยหน้าขึ้นและก้าวเดินต่อไป' ผมจำที่เขาพูดกับผมได้ทุกประโยค"

จนมาถึงวันนี้ วันที่โจคว้าเหรียญทองได้จากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่สองในชีวิตของเขา

ที่สำคัญเขาเอาชนะไมเคิล ไอดอลในดวงใจได้

ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ของไมเคิล หรือความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นของโจ มันก็เป็นความพ่ายแพ้ที่ไม่สูญเปล่า

เช่นเดียวกันกับทุกความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น บนเส้นทางไปสู่ความฝันของเราแต่ละคน ถึงจะทำให้เสียน้ำตา แต่เชื่อว่า ก็จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเราแต่ละคนที่ได้เรียนรู้

มีคำกล่าวที่ว่า "ฝันไหนๆ ก็ตาม ไม่มีทางเป็นความจริงได้ด้วยเวทย์มนต์ใดๆ แต่ต้องอาศัยความอดทน มุมานะ และความเพียรพยายาม"

เชื่อในความฝัน และกล้าที่จะทำให้มันเป็นความจริง

เครดิต: ข้อมูลเรื่องราวดีๆ นี้ จาก http://www.straitstimes.com/sport/olympics-nobody-is-happy-to-lose-but-im-proud-of-jo-phelps

https://www.theguardian.com/sport/2016/aug/13/michael-phelps-taught-a-lesson-for-once-by-singapores-joseph-schooling

#หมอมินบานเย็น

เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล
31/07/2016

เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล

#มะเร็ง
#บนเส้นทางของการพ่ายแพ้
.
มะเร็ง คำ ๆ นี้
มาพร้อมกับความน่ากลัว
มาพร้อมกับความหดหู่ สิ้นหวัง

ไม่ใช่แค่กับ คนไข้ หรือ คนทั่วไปเท่านั้น
แม้แต่ผมเองที่เป็นหมอ
"ในอดีต" ผมก็เคยรู้สึกเช่นนั้น
.
วันใดที่คนไข้ของเรา ตรวจเจอว่า
เป็น มะเร็ง ราวกับว่า
วันนั้นคือวันแรกของการนับถอยหลัง

แต่ก่อนที่เราจะกลัว เจ้ามะเร็ง ไปมากกว่านี้
ขอบอกก่อนว่า ทุกวันนี้ ผม ในฐานะหมอ
คำว่า มะเร็ง ไม่ได้แปลว่าหมดทางต่อไปอีกแล้ว
.
ปัจจุบัน วิทยาการ เรื่องการรักษามะเร็ง
พัฒนาไปมาก และใช้คำว่าก้าวกระโดดก็พอได้
.
สำหรับมะเร็งระยะเริ่มต้น
เราสามารถ ตรวจเจอได้เร็วขึ้น
รักษาได้ดีขึ้น และหายกันเป็นเรื่องปกติ

ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม
มะเร็งรังไข่, มะเร็งต่อมลูกหมาก
หรือ แม้กระทั่ง มะเร็งตับที่เราเคยกลัว ๆ กัน
เดี๋ยวนี้ตรวจเจอได้เร็ว รักษาเร็ว หายได้สบาย ๆ
.
สำหรับมะเร็งที่อยู่ในระยะที่รักษาไม่หายขาด
ยาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ
เทคนิคการรักษาใหม่ ๆ
การฉายแสง
การใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ทำให้ คนไข้มีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น

มะเร็งปอดระยะที่สาม ที่สี่
ที่เมื่อก่อน เจอแล้วต้องส่ายหัว
ไม่ทันสามเดือนก็หมดเวลา
เดี๋ยวนี้ ในรายที่ตอบสนองต่อยาได้ดี
ยืดอายุได้เป็นปีก็เคยเห็นมาแล้ว

มะเร็งลำไส้ แม้ในระยะแพร่กระจาย
การให้ยา การผ่าตัด การฉายแสง
ช่วยประคับประคองให้คนไข้
จากที่อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน
เดี๋ยวอยู่กันได้ปี สองปี ก็เห็นอยู่บ่อย ๆ
.
เพราะฉะนั้น สำหรับผมแล้ว
เมื่อไหร่ เจอ เจ้ามะเร็ง
ไม่ได้แปลว่า จบกัน อีกต่อไป
ยังมีทางไป มีทางสู้อยู่เสมอ
.
สำหรับคนทั่วไป ก็เช่นกัน
เมื่อเจอคำ ๆ นี้ อย่าได้หยุดอยู่แค่นั้น
หากจำอะไรไม่ได้จากการอ่านโพสต์นี้
ขอให้จำไว้คำเดียวก็คือ
.
"อย่าเพิ่งหันหลังให้หมอ"
.
ปรึกษาหมอเสมอ, หมอเฉพาะทางเสมอ
.
หมอ ทั่วไปก็เช่นกัน ส่งคนไข้ไปพบ
หมอเฉพาะทางด้านนี้เสมอ
ไม่ว่าเราจะเรียนจบมากี่ปีก็ตาม
หากเคยคิดว่า มะเร็งคือปลายทาง
ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่
.
วิทยาการใหม่ ๆ ยาใหม่ ๆ เทคนิคใหม่ ๆ
เราตามกันเองไม่ทัน
ต้องพึ่งพา หมอมะเร็งเท่านั้น

=============================
ถึงยังไง
ผมก็ไม่เคยคิดจะเป็นหมอรักษามะเร็ง
ด้วยเหตุผลเดียวก็คือ
ไม่อยากอยู่บนสนามรบที่มีแต่ความพ่ายแพ้
.
สนามรบ คำ ๆ นี้ไม่ได้โอเว่อร์แต่อย่างใด
มันคือความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจริง ๆ
ผมเข้าไปตรวจคนไข้ที่รับเข้ามารักษาตัว
ในคืนที่ผ่านมา เวลาที่เจอคนไข้อาการหนัก ๆ
ช็อก ใส่ท่อช่วยหายใจ มียา มีน้ำเกลือ
มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด
.
ในเวลานั้น หมอก็เหมือนทหาร
เข้ามารบกับโรคต่าง ๆ ภาวะต่าง ๆ
ที่กำลังจะแย่งชีวิตของคนไข้ไป
.
หมอก็ขนอาวุธเท่าที่มีมาใช้
ระดมสติปัญญาทุกอย่างที่อาจารย์เคยให้มา
ออกมาใช้จนหมด เพื่อสู้ เพื่อเอาชนะ
บางครั้งแพ้ บางครั้งชนะ
แต่ไม่ว่ายังไง ๆ ทุก ๆ ครั้ง
ผม ก็มีสิทธิหวังชัยชนะเสมอ
.
แต่กับโรคมะเร็ง มันเป็นอีกแบบ
เมื่อใด ที่เราวินิจฉัยว่า
คนไข้เป็นมะเร็งระยะที่รักษาไม่หายขาดแล้ว
ก็เหมือน เรารู้แล้วว่า สู้อย่างไร ยังไงก็แพ้
.
นักรบ ที่เข้าสู่สนามรบ
ที่รู้ผลลัพธ์ปลายทางว่า ยังไงก็แพ้
...
แค่คิด ใจผมก็เหี่ยวแห้งแล้ว
แต่ หมอที่เรียนมาด้านนี้
พวกเขามีหัวใจแบบไหน ?
.
ผมไม่เคยรู้ชัด ๆ หรอกครับ

รู้เพียงแต่ว่า
มันต้องแกร่งกว่าหัวใจของผมแน่ ๆ

ทุกครั้งที่เจอหรือนึกถึง
หมอมะเร็งที่รักษาคนไข้ระยะสุดท้าย
ผมได้แต่ชื่นชม และ นับถืออยู่ในใจเสมอ
.
จนไม่กี่วันนี้ น้องคนนึงได้เขียนสเตตัสเอาไว้
ได้สอนให้ผมรู้ว่า บนเส้นทางนี้
มีอะไรที่มากกว่านั้น

น้องทำให้ผมนึกถึงประโยคจากหนังสือ
ที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้วว่า

"บนเส้นทางที่นำไปสู่การพ่ายแพ้
ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องเอาชนะ"
(เสกสรรค์ ประเสริฐกุล)
.
ขอเอามาฝากให้อ่านกันครับ

=============================
By Archara Supavavej

มีหลายคนถามว่าทำไมถึงเลือกเรียน
สาขาอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา
.
เหตุผลนึงคือการที่เราได้เห็นคนไข้
ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย รักษาให้เค้าอยู่ได้นานที่สุด
ที่เค้าจะอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ได้กลับไปทำอะไรที่อยากทำ
และเตรียมตัวที่จะจากไปอย่างสงบ

วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ได้เห็น
คนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายที่รักษากันมา 4 ปีกว่า
จากไปอย่างสงบ
.
ทั้งที่เค้าแย่มาตั้งแต่เมื่อคืน
แต่เค้าไม่ยอมหลับตา รอจนเรามาราวน์เช้า
จับมือกัน คุยกัน คนไข้จึงยอมหลับตา
.
เมื่อเราเดินออกจากห้องคนไข้ไม่ถึงครึ่งชม.
พยาบาลโทรบอกว่าคนไข้เสียชีวิตแล้วค่ะ
.
ขอบคุณค่ะที่ให้หมอได้มีโอกาส
ดูแลและส่งคุณจนถึงนาทีสุดท้าย

การเป็นหมอมะเร็งนี่ทำให้เรา
ได้สัมผัสถึงคุณค่าของคำว่า
"การรอใครคนนึงจนนาทีสุดท้ายของชีวิต"

----------------------------------------------------
Photo Credit : www.jacquelinedujour.com
-----------------------------------------------------

กำลังใจจากผู้ป่วยตัวจริง สู้ๆนะคะคนไข้ทุกท่าน ทีมแพทย์และพยาบาลดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่
30/07/2016

กำลังใจจากผู้ป่วยตัวจริง สู้ๆนะคะคนไข้ทุกท่าน ทีมแพทย์และพยาบาลดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่

เรื่องจริง ที่อยากแชร์ ของ
ปริญลดา ศรีภัทราพันธุ์ (ปูเป้) อดีตผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 4

สวัสดีค่ะท่านผู้ป่วยและผู้ไม่ป่วยทุกคน (ยิ้มหวาน)

ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อ ปริญลดา ศรีภัทราพันธุ์ (ปูเป้)

ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4 ตอนอายุ 17 ปี
เรียกให้ดูน่ากลัวอีกนิด ก็คือมะเร็งระยะสุดท้ายนั่นแหล่ะค่ะท่านผู้ชม

พี่มะมีการกระจายอย่างเต็มพื้นที่แบบบูรณาการสุดๆค่ะ มีก้อนที่ปอด มดลูก รังไข่ กระเพาะอาหาร ม้ามโต ตับทำงานผิดปกติ รวมไปถึงเชื้อเข้าไปในไขกระดูก และบลาๆๆ
ถึงจะเจอบททดสอบสุดหินตั้งแต่เด็ก

แต่อยากจะบอกทุกคนเพื่อเป็นกำลังใจในการรักษาว่า เป้โรคสงบมา 8 ปีแล้วค่ะ ^___________^

หรือทางการแพทย์เรียกว่า หายขาดแล้วนั่นเอง ตอนนี้เป้อายุ 26 แล้วค่ะ

เป็นอดีตผู้ป่วยที่มีความสุขมากกกก กอ.ไก่ยาวไปถึงปาปัวนิวกินี

“ เป็นมะเร็งได้…ก็หายได้นะคะ “
เป็นมะเร็งไม่ได้แปลว่าต้องตายกันทุกคน
ผู้รอดชีวิตมาแสดงตัวแล้วค่ะ ^___^

***พบโรคได้อย่างไร?***

เริ่มแรกเป้อาบน้ำแล้วคลำเจอก้อนเล็กๆที่ไหปลาร้า เล็กมากค่ะ

ไม่ได้บวมออกมาให้เห็นชัด ถ้าไม่กดลงไปก็ไม่เจอ โชคดีที่วันนั้นอาบน้ำ ขัดขี้ไคล (ขอบคุณที่ฉันรักความสะอาด 555 )

โอ้วววว การขัดขี้ไคลช่วยชีวิตค่ะ หลังจากนั้นเป้ก็ไปบอกแม่
พอดีแม่เป็นพยาบาลค่ะ เลยรู้ว่าตำแหน่งตรงนั้นคือ ต่อมน้ำเหลือง

แรกๆก็คิดว่าคงแค่อักเสบหรือติดเชื้อธรรมดา ลองทานยาฆ่าเชื้อก็ไม่ยุบ อุอุ ดูท่าทางงานจะเข้าค่ะพี่น้อง

ไม่มีสัญญาณเตือนภัยอื่นเลยหรือที่บอกให้รู้ว่านี่คือพี่มะ ?

บอกเลยว่า มีค่ะ แต่ตอนนั้นเป้ไม่รู้ว่านั่นมันคือสัญญาณเตือนภัย !!!

ด้วยความเป็นเด็กที่อดทนมาก ดื้อด้วย เลยไม่ได้ใส่ใจตัวเองเท่าที่ควร เป้ปวดหลังตอนกลางคืนมาก ประมาณตี 1 ถึง ตี 5

ปวดร้าวร้านชนิดที่ต้องขดตัวเป็นกุ้ง ปวดจนไข้ขึ้น มีเหงื่อออกตอนกลางคืน เป็นแบบนี้อยู่ 2 เดือน แต่ละคืนที่เป้ปวด ก็จะตื่นขึ้นมากินพาราเพื่อลดไข้ พอรุ่งเช้าไข้ลด เป้ก็ตื่นไปโรงเรียนตามปกติ ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ตัวซีด จนเพื่อนทัก

เป้ก็ยังไม่รู้ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ มีความอดทนสูงเกินไป

กว่าจะเอ่ยปากบอกที่บ้านว่าเป็นอะไรบ้าง โรคก็กระจายไปเยอะแล้วค่ะ

อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ทุกคนอย่าทำตามนะคะ ต้องหมั่นสำรวจตัวเอง รู้สึกไม่ดียังไง รีบไปหาหมอเพื่อวามสบายใจค่ะ

***ความรุนแรงของโรค***
เป้เป็น Hodgkin’s Lymphoma สำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

ถือว่าโชคดีที่มีการพยากรณ์โรคที่ดี ตอบสนองกับยาเคมีบำบัดได้ดี
ติดอยู่อย่างเดียวที่เป้เป็นเยอะ เรียกว่าระยะสุดท้ายแบบปากเหว

อีกนิดเดียวก็ไม่ต้องมารักษาแล้ว 555 แต่ถึงอย่างไร ถ้ายังมีทางรักษา

เราก็ควรจะลองจริงมั้ยคะ ?

เพราะลมหายใจนี้มันยังมีค่าสำหรับคนที่เรารักและรักเรา

เป้เริ่มทำการรักษาอย่างจริงจัง โดนเจาะต่อมน้ำเหลืองอยู่หลายครั้ง ผ่าตัด เจาะไขกระดูก และอีกสารพัดนับไม่ถ้วน

แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะยอมแพ้ให้กับพี่มะ เจ็บกายนอนพักแป๊บเดียวก็หาย

เริ่มให้คีโมคอร์สแรก 16 ครั้ง กว่าจะสิ้นสุดการรักษาก็ไม่อยากนับครั้งเลยค่ะ นิ้วมือรวมกับนิ้วเท้าก็ไม่พอ ^^

ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดจริงๆ แต่ก็ผ่านมันมาได้ (เด็กอายุ 17 ทำได้ คุณก็ทำได้ค่ะ)

***รับมือกับพี่มะอย่างไร***

“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว…สิ่งนั้นดีเสมอ” คือคติประจำใจเป้ตั้งเริ่มป่วย
และบอกกับผู้ป่วยทุกคนที่เข้ามาคุยด้วย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่เราจะมานั่งคิดว่า

ทำไมต้องเป็นเรา ?
เราจะรอดมั้ย ?
เราจะทรมานมากมั้ย ?

แรกๆเป้ก็มี ? เต็มหัว แต่เป้ถาม ? กลับไปว่า คิดแล้วได้อะไร ?
คิดมากแล้วมะเร็งหายมั้ย // ก็เปล่า เผลอๆจะเครียดจนเป็นหนักกว่าเดิม
คิดแล้วได้คำตอบมั้ยว่าทำไมต้องเรา // ก็ไม่อีกเช่นกัน ได้แต่โทษโชคชะตากันไป
คิดไปก่อนว่าจะทรมานยังไง // ยังไม่ได้ลองให้คีโมเลย เจ็บไปก่อนล่วงหน้าแล้วหรออออ
เลิกตั้งคำถามและมีสติกลับมาเผชิญหน้ากับปัญหาในปัจจุบันนะคะทุกคน

ดูแลตัวอย่างไรตอนเป็นมนุษย์คีโม

ขอแทนตัวเองว่าเป็นศิษย์พี่ทางการรักษานะคะ เพราะอยู่กับพี่มะมาหลายปีดีดัก

เป้เป็นคนไข้คนนึงที่ไม่เคยเลื่อนคีโม เม็ดเลือดขาวอยู่ในระดับสวยงามตลอดการรักษา ไม่เคยติดเชื้อหนักๆระหว่างการรักษา เพราะเป้ดูแลทั้งกายและใจของตัวเองค่ะ
ทางร่างกาย : เป้กินอาหารครบ 5 หมู่ จากที่เป้ไม่ชอบทานเนื้อหมู ก็ทานบ่อยขึ้น (เป้เป็นเด็กที่ไม่กินหมูและเนื้อวัวมาตั้งแต่เด็กๆค่ะ) เน้น #สายไข่

เอาโปรตีนจากไข่มาบำรุงเม็ดเลือดขาว ทานไข่สารพัดเมนูให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 ฟอง เป้มีเมนูไข่กระตุ้นเม็ดเลือดขาวที่เคยทำทานหลายเมนู ท่านในสนใจติดต่อหลังไมค์ได้ค่ะ อาจจะมีเบื่ออาหารบ้าง แต่ก็ต้องกลั้นใจกิน

มีหน้าที่กินต้องกินค่ะ อย่าติดกับความอร่อยและความไม่อยากกินนะคะ

ทานอาหารที่ สุก สด สะอาด ปรุงใหม่ๆ ไม่หมักดอง ตามคู่มือการให้คีโมทุกประการ ไม่ได้เคร่งครัดจนตัวเองเครียด พิซซ่า ไก่ทอดเจ้าดัง เป้ก็กินค่ะ วันไหนที่กินได้ต้องรีบกักตุนสินค้าไว้ก่อน แต่่ก็อย่ามากเกินไป เป้ไมเคยทานอาหารเสริมต่างๆเลยค่ะ เพราะอาหารปกติก็ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ถ้าผู้ป่วยยังทานอาหารได้เอง ร่างกายไม่ได้อ่อเพลียมาก อาหารเสริมก็ไม่จำเป็นเลย
และที่สำคัญเป้ไม่เคยทำอะไรนอกเหนือแผนการรักษาของคุณหมอแพทย์แผนปัจจุบันค่ะ

ไม่เคยทานยาสมุนไพรตำรับใดทั้งสิ้น ขอเป็นคนไข้ที่ดีของคุณหมอค่ะ เราต้องพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนคนปกติค่ะ ช่วงที่ร่างกายสดชื่นก็ไปพักผ่อนบ้าง เป้ไปทะเลทุก 2 อาทิตย์ เลือกบ้านพักที่สะอาด ชายหาดที่คนน้อย ไปสูดโอโซน

เติมพลังก่อนการรักษารอบต่อไป ขอชั้นฟินก่อนไปทำศึกเถอะนะ ^_^

***ทางจิตใจ***
เป้เป็นคนคิดบวก พยายามหาข้อดีจากการเป็นมะเร็งครั้งนี้ จนพบว่า มันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดเลย เป็นมะเร็งใช่ว่าจะมีความสุขไม่ได้ เป็นมะเร็งไม่จำเป็นต้องนอนเป็นผักจมทุกข์ ลุกขึ้นมาแต่งสวยแล้วออกไปยิ้มให้ผู้คน
เป็นมะเร็ง ทำให้มุมมองในชีวิตเป้เปลี่ยนไป เรารู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร เพื่อใคร และความสุขของเราคืออะไร
และเพราะเป็นมะเร็งนี่แหล่ะ ทำให้เป้ได้เจอกับมิตรภาพมากมาย ได้เป็นที่ปรึกษาให้ผู้ป่วยเป็นร้อยๆคน ได้แบ่งปันคลายทุกข์ที่เราอิ่มใจ เป้ว่านั่นคือการทำบุญอย่างนึง เพราะเป้เข้าใจความสับสน เคว้ง ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะหันหน้าไปถามใคร

คุณๆโชคดีกว่าเป้เยอะค่ะ ที่ป่วยในยุคที่มีโซเชียลแพร่หลาย ตอนนั้นเป้ต้องลองผิดลองถูกเอาเอง ไม่มีที่ปรึกษาเลยสักคน
เป็นมะเร็ง ทำให้เป้ตระหนักว่า ชีวิตนี้สั้นมาก เป้เกือบตายตั้งแต่อายุ 17 !!!

เป้อยากทำประโยชน์ให้กับคนอื่นบ้าง อยากมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ ให้คนที่มีร่างกายปกติเห็นว่า
คนป่วยแบบเป้ยังลุกขึ้นมาทำสิ่งดีดีได้ คุณๆที่ปกติดีก็ทำได้เช่นกัน

ตอนเป้ป่วย เราเห็นถึงความขาดแคลนในอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะ Infusion pump เจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมๆที่ต่อเข้ากับสายน้ำเกลือนั่นแหล่ะค่ะ

ดังนั้น โครงการ กอดเพิ่มพลัง V.1 จึงเริ่มขึ้น เพื่อนำรายได้จากการขายเสื้อยืดไปซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ มอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ปลื้มปริ่มมากเพราะมีผู้ร่วมบุญเป็นเงินเกือบ 5 แสนบาท
ตามมาด้วยโครงการกอดเพิ่มพลัง V.2 คราวนี้เรามามอบการมองเห็นอีกครั้งให้กับผู้ป่วยโรคต้อกระจก ด้วยการซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้ในห้องผ่าตัด มูลค่า 244,000 บาท

และโครงการกอดเพิ่มพลัง V.3 กำลังจะเริ่มเร็วๆนี้ค่ะ
ฝากทุกท่านติดตามด้วยนะคะ (แอบขายของเลยทีเดียว)

“ตอนป่วยโลกของเราอาจจะสีเทาๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปโลกของเราคงมีสีที่เปลี่ยนไป และเมื่อโลกของคุณสดใส อย่าลืมแต้มสีสวยๆให้กับโลกของคนอื่นด้วยนะคะ “
สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยทุกท่านนะคะ
พี่มะเค้าไม่ชอบคนมีความสุข เพราะฉะนั้น เราต้องมีความสุขเยอะๆนะคะ ยิ้มให้กับตัวเองและยิ้มให้กับคนรอบข้างเรา
รอยยิ้มของผู้ป่วย คือยาใจชั้นดีของผู้ดูแล และ รอยยิ้มของผู้ดูแลก็เป็นกำลังใจชั้นยอดให้กับผู้ป่วยนะคะ

เป้ยินดีพูดคุยให้กำลังใจและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทุกท่านนะคะ
ติดตามกันได้ที่เพจ “ปริญลดา สาวสู้มะเร็ง” หรือ Inbox : Parinlda Sriphattarapun

ย้ำอีกครั้งท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า "สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว…สิ่งนั้นดีเสมอ" :)

****
มาพบปะพูดคุยกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญแบบใกล้ชิด พร้อมอัพเดทแนวทางการรักษาใหม่ๆ

รู้เคล็ดลับและเทคนิคการพิชิตมะเร็งจากอดีตผู้ป่วยที่หายขาด

พร้อมฟังมะเร็งสร้างสุข จาก ท่าน ว. วชิรเมธี และกิจกรรมดีๆ มากมายภายในงาน

ปาฏิหาริย์ เปลี่ยนมะเร็ง ให้เป็นสุข : Miracle is all around : Fight to Lymphoma ครั้งที่ 3
ในวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559 เวลา 12.00 - 17.00 น.
ณ Living Gallery 1 ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้าร่วมงาน)

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตามลิ้งนี้เลยค่ะ http://goo.gl/EbXsPu

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมลล์ [email protected]
หรือโทร 083-291-1188 ค่ะ แล้วพบกันนะคะ

ที่อยู่

โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

02-5347000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ไม่ทราบทางโรงพยายาลรับบริจาคเส้นผมไหมค่ะ