กองการสื่อสาร กรมการปกครอง

กองการสื่อสาร กรมการปกครอง เผยแพร่และประสัมพันธ์ภารกิจของกองการสื่อสาร กรมการปกครอง

เปิดเหมือนปกติ

มท.1 สั่งการทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และผลกระทบพายุโซนร้อนโกนเซิน (CONSON) พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด ...
13/09/2021

มท.1 สั่งการทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และผลกระทบพายุโซนร้อนโกนเซิน (CONSON) พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

https://www.facebook.com/prmoithailand/posts/1829502267238983

มท.1 สั่งการทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และผลกระทบพายุโซนร้อนโกนเซิน (CONSON) พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
.
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุโซนร้อนกำลังแรง "โกนเซิน" (CONSON) ขณะนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในขณะที่ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยจะทำให้ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีคลื่นสูง
.
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า เพื่อให้การเตรียมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ดำเนินการ 1) แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ทราบถึงสถานการณ์เป็นระยะ พร้อมแจ้งแนวทางการปฏิบัติและช่องทางในการติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง และให้คณะทำงานของจังหวัด ติดตาม ประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2) กำชับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละระดับ ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย ในการแบ่งมอบพื้นที่ ภารกิจ หน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัยไว้เป็นการล่วงหน้า เพื่อให้มีความพร้อมเผชิญเหตุในการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 3) เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ ให้จัดชุดปฏิบัติการทั้งส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมทั้งดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในด้านต่าง ๆ ตลอดจนจัดตั้งโรงครัวพระราชทานในการประกอบอาหารเลี้ยง การแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ 4) หากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรง ให้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้โดยทันที และให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เข้าดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 5) สำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายทะเล ให้ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำชับสถานประกอบการ โรงแรมในพื้นที่ชายทะเล เร่งสื่อสารให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังและห้ามลงเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรง พร้อมประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานของกรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ตำรวจน้ำในพื้นที่ ดำเนินมาตรการที่กำหนดในการนำเรือเข้าที่กำบังและห้ามการเดินเรือช่วงที่มีคลื่นลมแรงโดยเคร่งครัด
.
ครั้งที่ 114/2564
วันที่ 13 ก.ย. 2564

ขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ / ตอบแบบสอบถามกรมควบคุมโรคโพลออนไลน์ (DDC poll online) ครั้งที่ 40: ความคิดเห็นประชาชน เรื...
09/09/2021

ขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ / ตอบแบบสอบถามกรมควบคุมโรคโพลออนไลน์ (DDC poll online) ครั้งที่ 40: ความคิดเห็นประชาชน เรื่องการป้องกันควบคุมโรคโควิด19 เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคระดับประเทศต่อไป ขอบพระคุณค่ะ #โควิด19 #COVID19 #ดีดีซีโพลออนไลน์ #กรมควบคุมโรค #วัคซีนโควิด #ไทยรู้สู้โควิด
https://forms.gle/AJU3jwrNzfqVKZf79

ขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์ / ตอบแบบสอบถามกรมควบคุมโรคโพลออนไลน์ (DDC poll online) ครั้งที่ 40: ความคิดเห็นประชาชน เรื่องการป้องกันควบคุมโรคโควิด19 เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคระดับประเทศต่อไป ขอบพระคุณค่ะ #โควิด19 #COVID19 #ดีดีซีโพลออนไลน์ #กรมควบคุมโรค #วัคซีนโควิด #ไทยรู้สู้โควิด
https://forms.gle/AJU3jwrNzfqVKZf79

กรมการปกครอง ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19...
23/08/2021

กรมการปกครอง ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) (เพิ่มเติม ครั้งที่ 2)

ตามที่ กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศ เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 29 เมษายน 2564 เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะต้องเดินทางไปขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตร ในทุกท้องที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร จากภายในกำหนดหกสิบวันนับตั้งแต่วันที่ต้องมีบัตร มีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตร
เป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 นั้น

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ในปัจจุบันยังคงทวีความรุนแรงและขยายขอบเขตการแพร่ระบาดของโรคออกเป็นวงกว้าง และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนสูงมากในแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อร่วมแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนในภาวะวิกฤตินี้ กระทรวงมหาดไทย จึงออกประกาศให้ขยายกำหนดเวลาการขอมีบัตร การขอมีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตร ในทุกท้องที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร (เพิ่มเติม ครั้งที่ 2) จากภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เป็นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง call center 1548

#ขยายเวลาทำบัตรประจำตัวประชาชน
#ถึง31ธันวาคม2564
#ลดความเสี่ยงโควิด19
#อำนวยความสะดวกประชาชน
#สำนักบริหารการทะเบียน
#กรมการปกครอง
#กระทรวงมหาดไทย

กรมการปกครอง ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) (เพิ่มเติม ครั้งที่ 2)

ตามที่ กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศ เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 29 เมษายน 2564 เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะต้องเดินทางไปขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตร ในทุกท้องที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร จากภายในกำหนดหกสิบวันนับตั้งแต่วันที่ต้องมีบัตร มีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตร
เป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 นั้น

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ในปัจจุบันยังคงทวีความรุนแรงและขยายขอบเขตการแพร่ระบาดของโรคออกเป็นวงกว้าง และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนสูงมากในแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อร่วมแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนในภาวะวิกฤตินี้ กระทรวงมหาดไทย จึงออกประกาศให้ขยายกำหนดเวลาการขอมีบัตร การขอมีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตร ในทุกท้องที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร (เพิ่มเติม ครั้งที่ 2) จากภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เป็นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง call center 1548

#ขยายเวลาทำบัตรประจำตัวประชาชน
#ถึง31ธันวาคม2564
#ลดความเสี่ยงโควิด19
#อำนวยความสะดวกประชาชน
#สำนักบริหารการทะเบียน
#กรมการปกครอง
#กระทรวงมหาดไทย

22/08/2021
🔴🔴 ผ่อนคลายเปิดธนาคาร-สถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้าเพิ่ม ส่วนมาตรการอื่นคงเดิม ในพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้ม 29 จังหวัด เริ่...
16/08/2021

🔴🔴 ผ่อนคลายเปิดธนาคาร-สถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้าเพิ่ม ส่วนมาตรการอื่นคงเดิม ในพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้ม 29 จังหวัด เริ่ม 18 - 31 ส.ค.64
.
(18 ส.ค.64) ศบค. มีมติผ่อนคลายเปิดธนาคาร-สถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้า ไม่เกิน 20.00 น. ส่วนมาตรการอื่นๆ ยังคงเดิม มีผลบังคับใช้วันที่ 18-31 สิงหาคม 2564
.
📍📍 29 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ กทม. , ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, นครปฐม, นราธิวาส, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา , กาญจนบุรี, ตาก, นครนายก, นครราชสีมา, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, เพชรบูรณ์, ระยอง , ราชบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, สมุทรสงคราม, สระบุรี, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, เพชรบุรี
.
✅✅ มาตรการป้องกันมีอะไร

▪ เคอร์ฟิว ตั้งแต่ 3 ทุ่ม - ตี 4

▪ ขอความร่วมมืองดเดินทางข้ามจังหวัด

▪ ตั้งด่านสกัดระหว่างเขตจังหวัด

▪ ห้ามทำกิจกรรมรวมตัวกัน เกิน 5 คน

▪ ห้ามทานอาหารในร้าน เปิดได้ไม่เกิน 2 ทุ่ม งดจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน

▪ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ปิด เปิดซูเปอร์มาเก็ต ร้านยา/เวชภัณฑ์/ธนาคาร-สถาบันการเงิน ได้ไม่เกิน 2 ทุ่ม ส่วนร้านอาหาร/เครื่องดื่มในห้าง เปิดให้บริการเฉพาะ Delivery เท่านั้น

▪ ร้านเสริมสวย นวด สถานเสริมความงาม ปิด

▪ การเรียนการสอน ห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนที่มีการรวมคนจำนวนมาก

▪ สถานที่เล่นหรือแข่งขันกีฬา ปิด

#NNT #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #ล็อกดาวน์ #เคอร์ฟิว #พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด #โควิด19

🔴🔴 ผ่อนคลายเปิดธนาคาร-สถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้าเพิ่ม ส่วนมาตรการอื่นคงเดิม ในพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้ม 29 จังหวัด เริ่ม 18 - 31 ส.ค.64
.
(18 ส.ค.64) ศบค. มีมติผ่อนคลายเปิดธนาคาร-สถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้า ไม่เกิน 20.00 น. ส่วนมาตรการอื่นๆ ยังคงเดิม มีผลบังคับใช้วันที่ 18-31 สิงหาคม 2564
.
📍📍 29 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ กทม. , ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, นครปฐม, นราธิวาส, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา , กาญจนบุรี, ตาก, นครนายก, นครราชสีมา, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, เพชรบูรณ์, ระยอง , ราชบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, สมุทรสงคราม, สระบุรี, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, เพชรบุรี
.
✅✅ มาตรการป้องกันมีอะไร

▪ เคอร์ฟิว ตั้งแต่ 3 ทุ่ม - ตี 4

▪ ขอความร่วมมืองดเดินทางข้ามจังหวัด

▪ ตั้งด่านสกัดระหว่างเขตจังหวัด

▪ ห้ามทำกิจกรรมรวมตัวกัน เกิน 5 คน

▪ ห้ามทานอาหารในร้าน เปิดได้ไม่เกิน 2 ทุ่ม งดจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน

▪ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ปิด เปิดซูเปอร์มาเก็ต ร้านยา/เวชภัณฑ์/ธนาคาร-สถาบันการเงิน ได้ไม่เกิน 2 ทุ่ม ส่วนร้านอาหาร/เครื่องดื่มในห้าง เปิดให้บริการเฉพาะ Delivery เท่านั้น

▪ ร้านเสริมสวย นวด สถานเสริมความงาม ปิด

▪ การเรียนการสอน ห้ามใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนที่มีการรวมคนจำนวนมาก

▪ สถานที่เล่นหรือแข่งขันกีฬา ปิด

#NNT #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #ล็อกดาวน์ #เคอร์ฟิว #พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด #โควิด19

16/08/2021

ครั้งแรกในไทย! เปิดจุดฉีดวัคซีนโควิดที่ รพ.สต. – หน่วยเคลื่อนที่ ลดแออัด เข้าถึงประชาชนเร็วขึ้น
.
กระทรวงสาธารณสุขนำร่องแนวทางการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ครั้งแรกในประเทศ
.
โดยเริ่มแล้ววันนี้ ที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมการส่งทีมแพทย์เข้าไปฉีดวัคซีนให้ผู้ป่วยติดเตียงถึงบ้าน ซึ่งหลังจากนี้จะทยอยเปิดเพิ่มอีกที่ รพ.สต. ทั่วประเทศ
.
เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ไม่ต้องเดินทางไกล ลดความแออัด ให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงวัคซีนได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19

-------------------
👍Website : www.thaigov.go.th
👍Facebook/Twitter : ไทยคู่ฟ้า
👍YouTube : ไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
👍LINE/TikTok : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)

ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนของรัฐและเอกชน สามารถตรวจสอบสิทธิ รับเงินเยียวยานักเรียน รายละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้...
15/08/2021

ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนของรัฐและเอกชน สามารถตรวจสอบสิทธิ รับเงินเยียวยานักเรียน รายละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แล้ว

วันที่ 14 สิงหาคม 2564 ความคืบหน้าหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึง ม.6, ระดับอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในกรอบวงเงิน 23,000 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการเปิดตรวจสอบการมีสิทธิตามโครงการดังกล่าวแล้ว

สำหรับ ขั้นตอนการตรวจสอบ ผ่านทางเว็บไซต์ https://student.edudev.in.th/

เมื่อเข้าสู่เว็บไซต์แล้วให้กรอกข้อมูล ดังนี้

- กรอกเลขประจำตัวนักเรียน
- กรอกรหัสให้ตรงตามรูปที่กำหนด
- จากนั้นกดปุ่มค้นหาเพื่อตรวจสอบข้อมูล

ข้อมูลการมีตัวตน ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2564 จากระบบนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) ศูนย์พัฒนาระบบข้อมูลทางการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด สามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว บน 'Application สช. On Mobile' สามารถดาวน์โหลด 'Application สช. On mobile' ในระบบแอนดรอยด์ และระบบ iOS ดังนี้

- ระบบแอนดรอยด์
https://play.google.com/store/apps/details?id=td.webuild.opec&fbclid=IwAR0lYij1fNkELyV5F6m3WttRErsIiufk

- ระบบ iOS
https://apps.apple.com/th/app/%E0%B8%AA%E0%B8%8A-on-mobile/id1540552791?l=th

ทั้งนี้ วิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือนี้ จะจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ในรูปแบบของเงินสด หรือนำเข้าบัญชีธนาคาร ประมาณ 11 ล้านคน วงเงินราว 21,600 ล้านบาท

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ

ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนของรัฐและเอกชน สามารถตรวจสอบสิทธิ รับเงินเยียวยานักเรียน รายละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แล้ว

วันที่ 14 สิงหาคม 2564 ความคืบหน้าหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึง ม.6, ระดับอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในกรอบวงเงิน 23,000 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการเปิดตรวจสอบการมีสิทธิตามโครงการดังกล่าวแล้ว

สำหรับ ขั้นตอนการตรวจสอบ ผ่านทางเว็บไซต์ https://student.edudev.in.th/

เมื่อเข้าสู่เว็บไซต์แล้วให้กรอกข้อมูล ดังนี้

- กรอกเลขประจำตัวนักเรียน
- กรอกรหัสให้ตรงตามรูปที่กำหนด
- จากนั้นกดปุ่มค้นหาเพื่อตรวจสอบข้อมูล

ข้อมูลการมีตัวตน ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2564 จากระบบนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) ศูนย์พัฒนาระบบข้อมูลทางการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด สามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว บน 'Application สช. On Mobile' สามารถดาวน์โหลด 'Application สช. On mobile' ในระบบแอนดรอยด์ และระบบ iOS ดังนี้

- ระบบแอนดรอยด์
https://play.google.com/store/apps/details?id=td.webuild.opec&fbclid=IwAR0lYij1fNkELyV5F6m3WttRErsIiufk

- ระบบ iOS
https://apps.apple.com/th/app/%E0%B8%AA%E0%B8%8A-on-mobile/id1540552791?l=th

ทั้งนี้ วิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือนี้ จะจ่ายผ่านสถานศึกษา และให้สถานศึกษาจ่ายตรงให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง ในรูปแบบของเงินสด หรือนำเข้าบัญชีธนาคาร ประมาณ 11 ล้านคน วงเงินราว 21,600 ล้านบาท

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ

💸 💸 ลูกหนี้มีเฮ!! ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้.วานนี้ ( 13 ส.ค.) เว็บไซต์ราชก...
14/08/2021

💸 💸 ลูกหนี้มีเฮ!! ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้
.
วานนี้ ( 13 ส.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 (1) ประกอบมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
.
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้”
.
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับ แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
.
ข้อ 3 ในประกาศนี้ “ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้” หมายความว่า จำนวนเงินที่ได้กำหนดไว้เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้จากลูกหนี้หรือบุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้โดยต้องมีหลักฐานหรือเอกสารเกี่ยวกับการทวงถามหนี้ ให้สามารถตรวจสอบได้ แต่ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตามเอาทรัพย์กลับคืน
.
“รอบการทวงถามหนี้” หมายความว่า รอบระยะเวลาเพื่อการทวงถามหนี้ โดยนับตั้งแต่วันผิดนัดชำระหนี้ของงวดนั้นจนถึงวันครบกำหนดชำระหนึ่งวันถัดไป ทั้งนี้ การนับหนึ่งรอบระยะเวลาดังกล่าวจะต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
.
ข้อ 4 เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ และมีการทวงถามหนี้ ผู้ทวงถามหนี้อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ได้ ดังนี้
.
(1) ไม่เกินห้าสิบบาทต่อรอบการทวงถามหนี้ ในกรณีลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระหนึ่งงวด
.
(2) ไม่เกินหนึ่งร้อยบาทต่อรอบการทวงถามหนี้ ในกรณีลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระมากกว่าหนึ่งงวด
.
สำหรับหนี้ประเภทให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลิสซิ่งในสินค้าประเภทรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้เพิ่มเติมจากวรรคหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการลงพื้นที่ติดตามทวงถามหนี้ ตามที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ไม่เกินสี่ร้อยบาทต่อรอบการทวงถามหนี้และให้เรียกเก็บได้เฉพาะกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระมากกว่าหนึ่งงวด
.
ข้อ 5 ห้ามมิให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ตามข้อ 4 สำหรับกรณีลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระหรือหนี้ที่ถึงกำหนดชำระสะสมที่ไม่เกินหนึ่งพันบาท
.
ข้อ 6 ห้ามมิให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้อีกภายหลังจากได้รับชำระหนี้ครบตามจำนวน หรือมีการบอกเลิกสัญญาแล้วตามกฎหมาย
.
ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2564 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการกำกับการทวงถามหนี้

#NNT #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #กระทรวงมหาดไทย #ราชกิจจานุเบกษา #ทวงถามหนี้ #ลูกหนี้

💸 💸 ลูกหนี้มีเฮ!! ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้
.
วานนี้ ( 13 ส.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 (1) ประกอบมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
.
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้”
.
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับ แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
.
ข้อ 3 ในประกาศนี้ “ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้” หมายความว่า จำนวนเงินที่ได้กำหนดไว้เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้จากลูกหนี้หรือบุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้โดยต้องมีหลักฐานหรือเอกสารเกี่ยวกับการทวงถามหนี้ ให้สามารถตรวจสอบได้ แต่ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตามเอาทรัพย์กลับคืน
.
“รอบการทวงถามหนี้” หมายความว่า รอบระยะเวลาเพื่อการทวงถามหนี้ โดยนับตั้งแต่วันผิดนัดชำระหนี้ของงวดนั้นจนถึงวันครบกำหนดชำระหนึ่งวันถัดไป ทั้งนี้ การนับหนึ่งรอบระยะเวลาดังกล่าวจะต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
.
ข้อ 4 เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ และมีการทวงถามหนี้ ผู้ทวงถามหนี้อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ได้ ดังนี้
.
(1) ไม่เกินห้าสิบบาทต่อรอบการทวงถามหนี้ ในกรณีลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระหนึ่งงวด
.
(2) ไม่เกินหนึ่งร้อยบาทต่อรอบการทวงถามหนี้ ในกรณีลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระมากกว่าหนึ่งงวด
.
สำหรับหนี้ประเภทให้เช่าซื้อหรือให้เช่าแบบลิสซิ่งในสินค้าประเภทรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้เพิ่มเติมจากวรรคหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการลงพื้นที่ติดตามทวงถามหนี้ ตามที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ไม่เกินสี่ร้อยบาทต่อรอบการทวงถามหนี้และให้เรียกเก็บได้เฉพาะกรณีที่ลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระมากกว่าหนึ่งงวด
.
ข้อ 5 ห้ามมิให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้ตามข้อ 4 สำหรับกรณีลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระหรือหนี้ที่ถึงกำหนดชำระสะสมที่ไม่เกินหนึ่งพันบาท
.
ข้อ 6 ห้ามมิให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทวงถามหนี้อีกภายหลังจากได้รับชำระหนี้ครบตามจำนวน หรือมีการบอกเลิกสัญญาแล้วตามกฎหมาย
.
ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2564 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการกำกับการทวงถามหนี้

#NNT #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #กระทรวงมหาดไทย #ราชกิจจานุเบกษา #ทวงถามหนี้ #ลูกหนี้

ที่อยู่

กองการสื่อสาร กรมการปกครอง อาคารกรมการปกครอง ชั้น 6 ถนนอัษฎางค์ เขตพระน
Bangkok
10200

สาย 1 สาย 2 สาย 12 สาย 60 สาย 38

ข้อมูลทั่วไป

ยุทธศาสตร์กองการสื่อสาร 2557 - 2560 วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศและบูรณาการเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของกรมการปกครอง พันธกิจ : ดำเนินการเกี่ยวกับการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน จัดหา ซ่อมแซม บำรุงรักษาระบบสื่อสารของกรมการปกครอง ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย พัฒนา การสื่อสารและเทคโนดลยีสารสนเทศและบูรณาการเครือข่าย ให้เหมาะสมกับภารกิจ พัฒนาบุคลากรด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความรู้ ความสามารถเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของกรมการปกครอง สร้างโครงข่ายด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับ การเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน ยุทธศาสตร์ : พัฒนาด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ เสริมสร้างการบูรณาการเครือข่าย การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาการให้บริการ ด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาองค์ความรู้บุคลากรเพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนภารกิจกรมการปกครอง

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

022243353

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองการสื่อสาร กรมการปกครองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด