Clicky

กสทช. สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)

The National Broadcasting and Telecommunication Commission (NBTC)

เปิดเหมือนปกติ

📢 วันที่ 25 มกราคม 2566 บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ...
26/01/2023

📢 วันที่ 25 มกราคม 2566 บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ย่าน 723 - 733 MHz คู่กับ 778 - 788 MHz เมื่อปี 2562 ในราคาการประมูลสูงสุด 17,584 ล้านบาท โดย AWN ได้นำเงินประมูลงวดที่ 3 จำนวน 1,881,488,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาชำระให้กับสำนักงาน กสทช. แล้ว ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูล โดยเงินค่าประมูลดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จะรีบนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

สำหรับเงินประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz งวดที่ 1 - 2 AWN ได้ชำระมาก่อนหน้านี้ จำนวน 3,762,976,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #สำนักสื่อสารองค์กร #สำนักงานกสทช

✏️ สำนักงาน กสทช. ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมและร่วมแสดงความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลำดั...
24/01/2023

✏️ สำนักงาน กสทช. ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมและร่วมแสดงความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2)

📕 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.nbtc.go.th/News/publichearing/58215.aspx?lang=th-th

📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โทร 02 271 7600 ต่อ 5008 , 5014

📢 ถอดรหัสความสำเร็จสื่อเกาหลี มองสื่อไทย สร้างโอกาสในการร่วมผลิตเนื้อหาไทย-เกาหลีสู่สากล 🇹🇭🇰🇷จากงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการใ...
20/01/2023

📢 ถอดรหัสความสำเร็จสื่อเกาหลี มองสื่อไทย สร้างโอกาสในการร่วมผลิตเนื้อหาไทย-เกาหลีสู่สากล 🇹🇭🇰🇷

จากงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Korean Media Landscape and the Opportunities for Thai-Korean Co-production : ภูมิทัศน์สื่อเกาหลี และโอกาสในการร่วมผลิตเนื้อหาไทย-เกาหลี” เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม 2566 ที่สำนักงาน กสทช. ได้จัดขึ้นและได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้งชาวไทยและชาวเกาหลีมาบรรยายและร่วมอภิปรายนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจโดยสรุป ดังนี้

▶️ ศาสตราจารย์ ซองชอล คิม (Professor Seongcheol Kim, Ph.D.) ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจสื่อและสื่อใหม่ Korea University กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเสมือนจริง virtual เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จระดับโลกของ K-Content หรือเนื้อหาสื่อของเกาหลี ในขณะที่สิ่งที่จะสร้างมูลค่าหรือทำเงินให้นั้นคือการถือครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property-IP)

ตัวอย่าง เช่น Squid Game ซึ่งเป็นเนื้อหาสื่อเกาหลีโด่งดังไปทั่วโลก แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดกลับเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Netflix ซึ่งถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ผู้ผลิตเนื้อหา

ดังนั้น อุตสาหกรรมสื่อของเกาหลีจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างและเป็นเจ้าของ IP ให้มากขึ้น รวมถึงการใช้ประโยชน์ให้ได้สูงสุดด้วย IP แบบ One Source, Multi Use (OSMU) หรือกลยุทธ์ข้ามสื่อ

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ผู้ประกอบการในเกาหลีพยายามลงทุนในแพลตฟอร์ม เช่น OTT ของเกาหลีเอง แต่ยังไม่สามารถสู้กับแพลตฟอร์มระดับโลกได้ ส่วนหนึ่งเพราะตลาดยังมีขนาดเล็กกว่ามาก

ประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นตลาดเล็กควรร่วมมือกัน เช่นไทยเองซึ่งก็มีศักยภาพสูงในการผลิตเนื้อหาเช่นกันควรร่วมมือกับผู้ประกอบการในเกาหลีเพื่อสู้กับแพลตฟอร์มระดับโลก

▶️ คุณฮีจู ลี (Mr. Hee-joo Lee) Head of Policy Planning Office, Content Wavve Corp มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกล่าวว่า OTT เติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะสื่อยุคใหม่ จึงดูเหมือนว่าผู้ประกอบการสื่อดั้งเดิมต้องเผชิญศึก 2 ด้าน คือการแข่งขันกับสื่อใหม่ภายในประเทศ และการต่อสู้กับ OTT ต่างชาติ โดยเฉพาะเจ้าใหญ่อย่าง Netflix และ YouTube ด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโลก มีผู้ประกอบการในสหรัฐฯ เป็นผู้เล่นรายใหญ่ จะเห็นการร่วมมือกันเพื่อสู้กับ OTT เจ้าตลาด เช่น Warner จับมือกับ Discovery เพราะมองว่าไม่มีเวลาที่จะวิ่งตามผู้นำด้วยตัวเอง ดังนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ผลิตเนื้อหาสื่อทั้งในเกาหลีและไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ จะจับมือกันเพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลกให้ได้ อย่ามัวแต่แข่งกันเอง เช่น ตัดราคากันในการผลิตเพื่อให้ออกเผยแพร่ทาง Netflix เพราะจะเกิดภาวะถูก "แบ่งแยกแล้วปกครอง"

คุณฮีจู ลี กล่าวว่าทุนและงบประมาณ ถือเป็นส่วนสำคัญในการขยายตลาดเนื้อหารายการนานาชาติให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งทางรัฐบาลเกาหลีก็ให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการเรียนรู้และพัฒนาเนื้อหา ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนทั้งผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์แบบดั้งเดิมและ OTT รวมถึงเคารพกลไกตลาดด้วย ส่วนผู้ชมของเกาหลีก็ถือว่ามีบทบาทมากในการควบคุมคุณภาพของเนื้อหา เพราะพร้อมที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นหากเนื้อหามีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนหรือด้อยคุณภาพ

▶️ คุณไมเคิล ชอง (Mr. Michael Jung) Co-CEO, True CJ Creations (Thailand) / Managing Director, CJ ENM Hong Kong กล่าวว่า อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่งจากรัฐบาลเกาหลี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคมและวัฒนธรรมในยุคทศวรรษ 1990 มีการกำหนดสัดส่วนเนื้อหาสื่อเกาหลีทั้งสำหรับโทรทัศน์และการฉายภาพยนตร์ในโรง มีหน่วยงานสนับสนุน เช่น Kocca (Korean Creative Content Agency) และKOFIC (Korean Film Council) และการลดการควบคุมหรือเซ็นเซอร์ให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้ผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่

ในช่วงทศวรรษ 2000 ละครเรื่อง Winter Sonata ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ต่อด้วยแดจังกึมและ Full House ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศในเอเชีย ผู้ผลิตเนื้อหารวมถึงสถานีโทรทัศน์ KBS MBC และ SBS ได้ตัดสินใจที่จะทุ่มทุนให้กับการสร้างละครโดยมีเป้าหมายส่งออกไปยังต่างประเทศ

ต่อมา ด้วยการรุกคืบและกระแสความนิยม OTT เนื้อหาสื่อเกาหลีอย่าง Squid Game และ Parasite ได้ปรากฏต่อสายตาชาวโลกและเป็นที่นิยมมากขึ้น ผู้ผลิตเนื้อหาของเกาหลีจึงมีโอกาสและมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะขยายตลาดและนำความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมาไปเผยแพร่ พร้อมๆ กับพัฒนา IP ทั้งนี้ CJ ENM ได้เตรียมที่จะขยายไปสู่ตลาดและความร่วมมือในประเทศต่างๆ มากขึ้น รวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย

ในตอนหนึ่ง คุณไมเคิล ชอง ซึ่งมีโอกาสได้ทำงานกับคนไทยกล่าวถึงจุดแข็งประการหนึ่งของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยว่า นักแสดงไทยหน้าตาดี อย่างไรก็ตาม เมื่อมองกลับไปที่นักแสดงเกาหลีจะพบว่ามีการพัฒนา standard of actors and actresses จะต้องมีการฝึกฝนและฝึกซ้อมอย่างหนัก และพยายามพัฒนาตนเอง มีการเปรียบเทียบนักแสดงด้วยกันทั้งในต่างประเทศและในประเทศเพื่อให้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ด้วยความมุ่งมั่นของนักแสดง มาตรฐานการผลิต และบทละครที่ลึกซึ้งก็ยิ่งทำให้นักแสดงเข้าถึงบทบาทมากขึ้น

สำหรับความท้าทายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเนื้อหาสื่อของไทยนั้น จากประสบการณ์พบว่าผู้ประกอบการของไทยนั้นแข่งกันเองมากเกินไป ไม่ยอมร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับผู้เล่นในระดับโลก จึงอาจทำให้เสียโอกาสไป

▶️ ทางด้านผู้ประกอบการของไทย คุณอภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง กรรมการผู้บริหาร สายธุรกิจสตูดิโอ บริษัทบีอีซีเวิร์ล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเนื้อหารายการในไทย มีความท้าทายอย่างมากในด้านของการผลิตเนื้อหารายการ โดยปัจจัยหลักคือ การที่ประเทศไทยมีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอสำหรับการผลิตเนื้อหารายการ ทั้งด้านบุคลากร ด้านการผลิตเนื้อหารายการที่ไม่มีสตูดิโอเป็นของตนเองทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งด้านทุนการผลิตที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้การเขียนบท การพัฒนานักแสดง และ production ยังไม่ดีพอทัดเทียมต่างชาติ

▶️ ส่วนคุณพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การเป็นหุ้นส่วนหรือรวมตัวกันผลิตเนื้อหารายการของผู้ประกอบกิจการกันเองจะสามารถช่วยให้ เนื้อหารายการในประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ นโยบายของรัฐบาลถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่จะช่วยให้การผลิตเนื้อหารายการของไทยก้าวไกลได้ ต้องร่วมมือกัน และให้ผู้ประกอบการได้ร่วมทุนและผลิตรายการร่วมกันอย่างเสรี จากนั้น นำ OTT มาเป็นช่องทางในการสื่อสารและขยายตลาด Content ไทยสู่ตลาดโลก ต้องมีการเพิ่มปริมาณ (volume) ในการผลิตเนื้อหารายการ ต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างแบรนด์ของเนื้อหาไทยสู่สากล รวมถึงการระดมทุนในการสร้างภาพลักษณ์และคุณค่าของเนื้อหารายการไทย

▶️ ทั้งนี้ กสทช. ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต กล่าวว่า ความสำเร็จของเนื้อหาสื่อเกาหลีอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับโลก เช่น เวทีออสการ์และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงกระแสคลื่นวัฒนธรรมเกาหลี หรือ Hallyu ที่เริ่มมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วและได้แทรกซึมไปทั่วโลกแล้วนั้น เป็นผลสะท้อนจากการที่รัฐบาลเกาหลีมีนโยบายส่งเสริมการเผยแพร่เนื้อหาทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน และจากความร่วมมือของทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคการศึกษา

จากบทเรียนสำคัญดังกล่าว กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ซึ่งมีพันธกิจโดยตรงในการสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมโทรทัศน์

สำนักงาน กสทช. ถือว่าการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์เป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดประการหนึ่ง ได้แก่ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 52 ที่กำหนดให้ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ารายการใดเป็นประโยชน์ต่อสังคม หรือสมควรส่งเสริมให้มีการผลิตรายการ หรือผู้ประกอบการรายใดปฏิบัติตามมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการและคนด้อยโอกาสตามมาตรา 36 คณะกรรมการอาจพิจารณาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกองทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งสำนักงาน กสทช.กำลังอยู่ระหว่างการร่างประกาศ ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว และหนึ่งในเนื้อหาที่เห็นสมควรให้ส่งเสริมก็คือรายการที่มีศักยภาพในการผลิตร่วมกับต่างประเทศ

▶️ การจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเปิดพื้นที่ให้มีการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการของไทยและเกาหลี โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และมากด้วยประสบการณ์ตรงจากประเทศเกาหลี มาถ่ายทอดความรู้และร่วมอภิปรายกับผู้ประกอบการของไทย

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมกิจการโทรทัศน์ของไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล และเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิเวศทางการสื่อสารที่ยั่งยืน

------------------
🖥 รับชมย้อนหลังทาง https://www.facebook.com/ONBTC/videos/882113589598612
📌 รายละเอียดเพิ่มเติมทาง https://nbtc.go.th/News/Information/58260.aspx?lang=th-th
📑 ดาวน์โหลดไฟล์ Presentation ทาง
https://www.nbtc.go.th/News/Information/58246.aspx?lang=th-th

📢 วันอังคารที่ 17 มกราคม 2566 สำนักงาน กสทช. ได้รับเกียรติจาก ท่าน กสทช. ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต เป็นประธานและกล่า...
19/01/2023

📢 วันอังคารที่ 17 มกราคม 2566 สำนักงาน กสทช. ได้รับเกียรติจาก ท่าน กสทช. ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต เป็นประธานและกล่าวเปิดงานเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Korean Media Landscape and the Opportunities for Thai-Korean Co-production : ภูมิทัศน์สื่อเกาหลี และโอกาสในการร่วมผลิตเนื้อหาไทย-เกาหลี” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ

🇹🇭🇰🇷 ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้จากประสบการณ์และมุมองของวิทยากรทั้งในและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหาสำหรับโทรทัศน์และทิศทางการกำกับดูแลสื่อในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้เข้าใจถึงบทบาทและความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาที่นำไปสู่ความสำเร็จของอุตสาหกรรมสื่อเกาหลี มองเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ความเหมือนและความแตกต่างในแง่ของศักยภาพและปัญหาในอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหาของไทยและต่างประเทศ ตลอดจนเข้าใจถึงแนวคิดและแนวปฏิบัติในการสร้างความร่วมมือในการผลิตรายการร่วมกัน อันจะสามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจ การวางแผนกลยุทธ์ พัฒนาศักยภาพของการผลิตรายการได้ นอกจากนี้ การเสวนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมฯ ทั้งในและต่างประเทศเข้าด้วยกัน

🇰🇷🇹🇭 การเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่องให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการผลิตรายการร่วมกัน และสามารถช่วยส่งเสริมผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ของไทยให้พัฒนาการผลิตเนื้อหารายการที่ก้าวไกลสู่เวทีโลกในอนาคตต่อไป

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #สำนักงานกสทช.

------------------
🖥 รับชมย้อนหลังทาง https://www.facebook.com/ONBTC/videos/882113589598612
📌 รายละเอียดเพิ่มเติมทาง https://nbtc.go.th/News/Information/58260.aspx?lang=th-th

17/01/2023
🔴 การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ

🔴 การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Korean Media Landscape and the Opportunities for Thai-Korean Co-production...ภูมิทัศน์สื่อเกาหลี และโอกาสในการร่วมผลิตเนื้อหาไทย-เกาหลี” ในวันอังคารที่ 17 มกราคม 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น.

📌 Download เอกสารประกอบการสัมมนาได้ทาง >> https://www.nbtc.go.th/News/Information/58246.aspx...

📢 สำนักงาน กสทช. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Korean Media Landscape and the Opportunities for Thai-Korean Co-produc...
16/01/2023

📢 สำนักงาน กสทช. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Korean Media Landscape and the Opportunities for Thai-Korean Co-production...ภูมิทัศน์สื่อเกาหลี และโอกาสในการร่วมผลิตเนื้อหาไทย-เกาหลี” ในวันอังคารที่ 17 มกราคม 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น.

---------------------------------------------

🇹🇭🇰🇷 โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากอุตสาหกรรมผู้ผลิตเนื้อหาทั้งไทยและเกาหลี มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ

● ทิศทางและแนวโน้มของสื่อโทรทัศน์ในเกาหลี
● ตลาดและสถานะของเนื้อหาสื่อเกาหลีในระดับโลก
● จุดแข็งและเคล็ดลับความสำเร็จของสื่อเกาหลี
● ประสบการณ์ จุดแข็ง และความท้าทายของสื่อโทรทัศน์กับผู้ผลิตเนื้อหาสื่อในเกาหลีและในประเทศไทย
● บทบาทของ OTT ในการร่วมผลิตเนื้อหา
● ประสบการณ์จาก Wavve และ CJ ENM
● โอกาสในการร่วมผลิตและการนำเนื้อหาสื่อของไทยสู่สากล

🔴 ท่านที่สนใจสามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดตลอดทั้งงานได้ทาง Live Facebook กสทช.

💻 Download เอกสารประกอบได้ทาง https://www.nbtc.go.th/News/Information/58246.aspx?lang=th-th

---------------------------------------------

📝 งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตเนื้อหาสำหรับโทรทัศน์ และด้วยจำนวนที่นั่งมีจำกัด ขอเชิญผู้สนใจรับชมผ่านการถ่ายทอดสดทาง Live Facebook กสทช. 🙏

📢  ผลการประมูลสำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ตามประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และ...
15/01/2023

📢 ผลการประมูลสำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ตามประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) โดยมีลำดับการประมูลจากข่ายงานดาวเทียมชุดที่ 4 ชุดที่ 3 ชุดที่ 5 ชุดที่ 2 และ 1 ตามที่ได้มีการจับฉลาก

▶️ การประมูลเริ่มต้นเมื่อเวลา 10.00 น. ในวันที่ 15 มกราคม 2566 และได้สิ้นสุดลง ณ เวลา 11.36 น. ในวันที่ 15 มกราคม 2566 ซึ่งใช้เวลาในการประมูลรวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 36 นาที (ไม่รวมเวลาหยุดพักการประมูล) และมีราคาประมูลรวมของชุดข่ายงานดาวเทียมจำนวน 3 ชุดข่ายงานดาวเทียม (Package) เท่ากับ 806,502,650 บาท (แปดร้อยหกล้านห้าแสนสองพันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน) โดยมีผู้ชนะการประมูลในแต่ละชุดข่ายงานดาวเทียม ดังนี้

✅ ชุดที่ 1 ไม่มีผู้ยื่นความต้องการ
✅ ชุดที่ 2 ผู้ชนะการประมูล บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด ราคาสุดท้าย 380,017,850 บาท
✅ ชุดที่ 3 ผู้ชนะการประมูล บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด ราคาสุดท้าย 417,408,600 บาท
✅ ชุดที่ 4 ผู้ชนะการประมูล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ราคาสุดท้าย 9,076,200 บาท
✅ ชุดที่ 5 ไม่มีผู้ยื่นความต้องการ

▶️ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงขอประกาศผลการประมูลสำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) และขอประกาศให้การประมูลสำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) สิ้นสุดลง

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #สำนักสื่อสารองค์กร #สำนักงานกสทช.

📢 วันนี้ (วันที่ 11 มกราคม 2566) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ส...
11/01/2023

📢 วันนี้ (วันที่ 11 มกราคม 2566) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ย่าน 703 - 713 MHz คู่กับ 758 - 768 MHz เมื่อปี 2562 ในราคาการประมูลสูงสุด 17,584 ล้านบาท โดย TUC ได้นำเงินประมูลงวดที่ 3 จำนวน 1,881,488,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาชำระให้กับสำนักงาน กสทช. แล้ว ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูล

โดยเงินค่าประมูลดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จะรีบนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

สำหรับเงินประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz งวดที่ 1 - 2 TUC ได้ชำระมาก่อนหน้านี้ จำนวน 3,762,976,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #สำนักสื่อสารองค์กร #สำนักงานกสทช.

📢 วันนี้ (วันที่ 10 มกราคม 2565) ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติประสบการณ์ และความสามารถทางด้านการเ...
10/01/2023

📢 วันนี้ (วันที่ 10 มกราคม 2565) ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติประสบการณ์ และความสามารถทางด้านการเงินของผู้ขอรับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (package) เพื่อเป็นผู้เข้าร่วมการคัดเลือก จำนวน 3 ราย ได้แก่
1. บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด
2. บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด
ทำให้ทั้ง 3 บริษัท มีสิทธิที่จะเข้าร่วมประมูลในวันที่ 15 มกราคม 2566 โดยจะมีการประมูลสาธิต (mock auction) ให้ผู้เข้าร่วมประมูลในวันที่ 14 มกราคม 2566 ที่ สำนักงาน กสทช.

▶️ สำหรับการประมูลครั้งนี้ ใช้วิธี Sequential Ascending Clock Auction กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องตัดสินใจตามระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละรอบ (20 นาที) ด้วยการเคาะซึ่งจะทำให้ราคาสูงขึ้นครั้งละ 5% ของราคาขั้นต่ำ โดยผู้ชนะ คือ ผู้ให้ราคาสุดท้ายสูงสุด อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมประมูลจะไม่ทราบว่าผู้ร่วมแข่งขันรายใดต้องการสิทธิวงโคจรชุดใดและมีความต้องการกี่ชุด รวมทั้งลำดับชุดในการการประมูลนั้น กสทช.จะกำหนดลำดับในวันประมูล เพื่อป้องกันการสมยอมกันระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งการประมูลในลักษณะนี้จะทำให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุด รวมทั้งรายได้ที่เกิดขึ้นหลังหักค่าใช้จ่ายในการประมูล กสทช.จะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด

▶️ สำหรับกรณีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการประมูลครั้งนี้ และให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ นั้น พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 60 บัญญัติให้ “รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน” นั้น กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด จึงมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต ให้สอดคล้องตามแผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมทั้งตามนโยบายในการส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรมในการประกอบกิจการดาวเทียม ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมที่นำมาประมูลในครั้งนี้ เป็นการนำสิทธิที่ประเทศไทยมีอยู่เดิม และมีลักษณะการให้บริการในเชิงพาณิชย์ จึงได้ใช้วิธีการประมูลในการคัดเลือกผู้ขอรับการอนุญาต ซึ่งเป็นวิธีที่มีความโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นกลไกในการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด ซึ่งหากยกเลิกการประมูลและให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว ย่อมส่งผลกระทบ ขาดความต่อเนื่อง และอาจถูกเพิกถอนสิทธิจาก ITU ได้ กรณีที่ไม่สามารถส่งดาวเทียมได้จริง รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันในการให้บริการดาวเทียมในประเทศไทย กลับไปสู่การผูกขาด และขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 75 วรรค 2 ที่บัญญัติให้ “รัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐหรือการจัดทำบริการสาธารณะ” อย่างไรก็ตาม การประมูลครั้งนี้ กสทช.ได้คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ ดังจะเห็นได้จาก การกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องมีหน้าที่จัดช่องสัญญาณสำหรับการให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในแต่ละชุดของข่ายงานดาวเทียมจำนวน 1 transponder กรณีดาวเทียม broadcast และจำนวน 400 Mbps กรณีดาวเทียม broadband ซึ่งหากเทียบกับสัมปทานเดิม รัฐได้รับทั้งหมดเพียง 1 transponder เท่านั้น ไม่ว่าจะมีดาวเทียมกี่ดวงก็ตาม รวมทั้งในชุดที่ 3 ยังเปิดโอกาสให้รัฐสามารถตั้งสถานีควบคุมบริหารจัดการดาวเทียมในส่วนที่รัฐรับผิดชอบได้ เป็นต้น

▶️ “ กสทช. ยินดีสนับสนุนการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม โดยที่ หากเป็นการให้บริการเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์สาธารณะ โดยไม่มีวัตถุประสงค์การใช้งานในเชิงพาณิชย์ แล้ว กสทช.พร้อมที่จะอนุญาตให้สิทธิดังกล่าวแก่หน่วยงานรัฐ หรือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) โดยไม่ต้องประมูล เหมือนที่ กสทช. ได้สนับสนุนและอนุญาตให้สิทธิแก่กองทัพอากาศและสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เป็นต้น ส่วนกรณีการนำสิทธิไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ กสทช.ต้องพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาต ให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใส เสรี และ เป็นธรรม รวมทั้ง สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างชาติได้ด้วย เพราะต้องเข้าใจว่ากิจการดาวเทียมสื่อสารไม่ใช่ให้บริการเฉพาะภายในประเทศ แต่สามารถให้บริการในต่างประเทศได้ด้วย รวมทั้งต่างประเทศเองก็ต้องการมาให้บริการในประเทศไทยด้วยเช่นกัน “ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ฯ กล่าว

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #สำนักสื่อสารองค์กร #สำนักงานกสทช.

ที่อยู่

พหลโยธิน 8
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622710151

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กสทช.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กสทช.:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

📢 วันนี้ (31 ม.ค. 2565) พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. พร้อมด้วย นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานโทรคมนาคม รับมอบเงินประมูลคลื่นความถี่จากบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ 723 - 733 MHz คู่กับ 778 - 788 MHz เมื่อปี 2562 ในราคาการประมูลสูงสุด 17,584 ล้านบาท โดยมีนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) เป็นตัวแทนชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ งวดที่ 2 จำนวน 1,881,488,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาชำระให้แก่สำนักงาน กสทช. ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูลเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ สำนักงาน กสทช. จะรีบนำเงินค่าประมูลดังกล่าวส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

สำหรับเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz งวดที่ 1 ที่ AWN ได้ชำระมาก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 1,881,488,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว

#ข่าวประชาสัมพันธ์
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช.
นี่คือ เจเนอเรชั่นใหม่ของการยืนยันตัวตน!
Mobile ID เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ
ที่จะทำให้คุณลืมการทำธุรกรรมแบบเดิมๆ ไปเลย
3 ขั้นตอนง่ายๆ
เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน และไปที่ศูนย์บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่คุณใช้งาน
ถ่ายรูปเพื่อลงทะเบียน
เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้ Mobile ID ได้แล้ว!
และยังสามารถใช้งานได้ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว
Mobile ID เบอร์มือถือ แทนบัตร แทนตัวคุณ
สะดวก สบาย ง่ายทุกธุรกรรม

#แทนบัตรแทนตัวคุณ

#กสทช
📢 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบในหลักการสนับสนุนการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารที่ได้รับมอบหมายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2564 ตามแนวทางที่สำนักงาน กสทช. เสนอ โดย กสทช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการจัดระเบียบสายสื่อสารกลุ่มเร่งด่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2565-2566 โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ส่วนที่นอกเหนือจากเส้นทางกลุ่มเร่งด่วน กสทช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน โดยให้นำมาหักลดหย่อนจากรายได้ฯ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากภารกิจด้านโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะมาหักลดหย่อนจากรายได้ที่ต้องจัดสรรเพื่อนำไปใช้ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม ทั้งนี้สำนักงาน กสทช. จะรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารแก่คณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ เป็นระยะต่อไป

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณในการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วประเทศ จากการประชุมหารือร่วมกันระหว่างสำนักงาน กสทช. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เห็นชอบร่วมกันที่แต่ละหน่วยงานดำเนินการจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่าย ตามภารกิจหน้าที่ โดย การไฟฟ้านครหลวง รับผิดชอบในเรื่องค่าอุปกรณ์แขวนสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับผิดชอบในเรื่องค่าอุปกรณ์แขวนสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าในพื้นที่ต่างจังหวัด กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบในเรื่องการจัดหาพื้นที่ในการพักสายสื่อสารที่รอการกำจัดซาก และการอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบสายสื่อสาร ส่วนสำนักงาน กสทช. รับผิดชอบเรื่องค่ารื้อถอนสายสื่อสาร และค่ากำจัดซากสายสื่อสาร

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า การจัดระเบียบสายสื่อสารจะเร่งดำเนินการตามแผนจัดระเบียบสายสื่อสาร 3 ปี ด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน กสทช. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยปี 2565 นี้ จะเริ่มดำเนินการในกลุ่มเร่งด่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทางประมาณ 400 กม. และพื้นที่ต่างจังหวัดจะดำเนินการ ระยะทางประมาณ 2,000 กม. ก่อน ซึ่งจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ประมาณกลางเดือน ก.พ. เป็นต้นไป ทั้งนี้ ในระหว่างการดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารประชาชนผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ในอนาคตหลังจากดำเนินการแล้วเสร็จ บ้านเมืองจะเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความปลอดภัยในการสัญจรไปมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


#ข่าวประชาสัมพันธ์
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช.
เตือนภัย ❗️❗️ อย่าหลงเชื่อ แก๊ง Call Center โทรหลอกลวงให้โอนเงิน 📱


#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช
📢 วันนี้ (18 ม.ค. 2565) สำนักงาน กสทช. ร่วมประชุมหารือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่นำโดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ได้แก่ AIS TRUE DTAC และ NT เกี่ยวกับแนวทางการป้องกันปัญหา Call Center หลอกลวง

ที่ประชุมได้หารือถึงวิธีการที่แก๊ง Call Center ใช้ว่ามีการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (โทรผ่าน VoIP) จากต่างประเทศเข้ามายังที่เบอร์โทรศัพท์ของประชาชนในประเทศไทย ด้วยวิธีการดังกล่าว มิจฉาชีพสามารถเลือกตั้งได้เลยว่าจะให้เบอร์ที่โทรขึ้นว่าเป็นเบอร์อะไร ส่วนใหญ่จะตั้งให้เป็นเบอร์โทรของหน่วยงานภาครัฐ เช่น สถานีตำรวจ ปปส. DSI เพื่อก่อให้ผู้รับเกิดความเข้าใจผิด และหลงเชื่อ ให้ข้อมูลหรือโอนเงินตามคำหลอกลวงนั้น

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงานฯ ได้ย้ำแนวทางป้องกันปัญหา Call Center หลอกลวง โดยกำชับให้ผู้ให้บริการต่อสาย VoIP ไปยังปลายทาง (Call Termination) ตรวจสอบการโทรที่มาจากต่างประเทศ หากเบอร์ที่โทรมานั้นมีรูปแบบเป็นเบอร์โทรศัพท์บ้าน เบอร์พิเศษ 3 หลัก หรือเบอร์พิเศษ 4 หลักของประเทศไทย ให้ตัดสายเพื่อไม่ให้ส่งต่อการโทรนั้นไปยังปลายทางในประเทศไทย และให้ผู้ให้บริการต่อสาย VoIP ไปยังปลายทาง (Call Termination) ต้องแสดงเบอร์โครงข่ายของตนเองหรือโครงข่ายที่ตนเองเช่าใช้ที่โทรศัพท์ที่รับสายปลายทางเท่านั้น รวมทั้งหากพบว่ามีการโทรเข้าโดยส่งเบอร์แปลกปลอมที่ไม่ใช่เบอร์ของตนเองเข้ามาให้ตัดสายนั้นทันที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการปลอมแปลงเบอร์โทรเข้ามา

“วันนี้ สำนักงาน กสทช. ได้กำชับโอเปอเรเตอร์ให้ป้องกันการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตที่มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชนของแก๊ง Call Center ตามมาตรการที่กำหนดไว้ ในขณะเดียวกันก็อยากขอให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ DSI พนักงานธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ อย่าเพิ่งให้ข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินไปตามที่เขาขอ แต่ให้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสายที่โทรมานั้นไม่ใช่มิจฉาชีพ เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทองของท่าน” นายไตรรัตน์ กล่าว


#ข่าวประชาสัมพันธ์
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช.
📢 วันนี้ (17 ม.ค. 2565) พล.อ.ต. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภาได้เข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมเอกสารและพยานหลักฐานพฤติกรรมให้ กสทช. เร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีการโทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงสมาชิกแพทยสภาหลายราย โดยกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงขอเอกสารสำคัญและให้โอนเงิน ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย

พล.ท. ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กล่าวว่า ทางแพทยสภายังได้ขอให้สำนักงาน กสทช. ช่วยประสานงานวางระบบตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่โทรเข้ามาหลอกลวง โดยให้มีผู้ประสานงานกับทางแพทยสภาโดยตรง เพื่อรับเรื่องร้องเรียน และข้อมูลในการป้องกันไม่ให้มีการโทรศัพท์หลอกลวงเกิดขึ้น และยังขอให้ช่วยดำเนินการทางกฎหมายกับมิจฉาชีพต่อไป

“กสทช. ตระหนักถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังระบาด สร้างความเดือดร้อนให้แพทย์ และประชาชนอยู่ในขณะนี้ จึงได้เร่งให้สำนักงาน ดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ซึ่งข้อมูลและหลักฐานที่ได้รับจากทางแพทยสภาในวันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้การจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้” พล.ท. ดร.พีระพงษ์ กล่าว

#ข่าวประชาสัมพันธ์
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช.
แอป NetCare คือแอปพลิเคชันที่ผู้ปกครองใช้สำหรับจัดสรรเวลาและดูแลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของบุตรหลาน ด้วยฟังก์ชันหลากหลายแต่ไม่ยุ่งยาก เช่น กำหนดระยะเวลาที่ใช้ พักการใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ การเรียกพิกัดตำแหน่งของเครื่องลูกแบบเรียลไทม์ เป็นต้น เริ่มใช้เพียงลงทะเบียนและศึกษาคู่มือการใช้งานตามลิงก์ด้านล่างนี้

รายละเอียดแอปพลิเคชัน NetCare
คำแนะนำการใช้งาน https://netcare.nbtc.go.th/#/login

พักเน็ตพักจอ NetCare ดูแลสัมพันธ์

#กสทช #เน็ตแคร์ #พักเน็ตพักจอ #อินเทอร์เน็ต
ให้ Connect Wi-Fi แล้วแถมความรู้สึกดี ๆ แบบนี้เอาไหมล่ะ?

เมื่ออินเทอร์เน็ตเป็นแม่สื่อชักพาให้ทิวหนุ่มข้างบ้านสุดกวนและทัศน์สาวข้างบ้านสุดหวาน ต้องเผชิญเรื่องราววุ่นวายผ่านโลกอินเทอร์เน็ตไปด้วยกันจนพัฒนาเป็น Love Connection ระหว่างทั้งสอง ติดตามชมความฟินได้ที่ช่อง Youtube กสทช. และอย่าลืม Subscribe เพื่อรับชมตอนใหม่ได้ก่อนใครนะครับ


ักล้นใจWiFiข้างบ้าน

#สมุนเจ้าป่า
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช
📢 วันนี้ (11 ม.ค. 2565) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ 703 - 713 MHz คู่กับ 758 - 788 MHz เมื่อปี 2562 ในราคาประมูลสูงสุด 17,584 ล้านบาท ได้นำเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ งวดที่ 2 ประจำปี 2564 จำนวน 1,881.488 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาชำระให้แก่สำนักงาน กสทช. ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูลเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. จะรีบนำเงินค่าประมูลดังกล่าวส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำหรับเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz งวดแรกที่ TUC ได้ชำระมาก่อนหน้านี้ จำนวน 1,881.488 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว

#ข่าวประชาสัมพันธ์
#สำนักสื่อสารอง์กร
#สำนักงานกสทช.
📢 ปฏิบัติตาม 4 มาตรการหลัก ยกระดับป้องกันโควิดด้วยมาตรการ V-U-C-A 💉
...ด้วยความห่วงใยจาก สำนักงาน กสทช.


#ไม่ประมาทการ์ดอย่าตก
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช.
📢 วันนี้ (7 ม.ค. 2565) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 MHz ช่วงความถี่ 713 - 723 MHz คู่กับ 768 - 778 MHz เมื่อปี 2562 ในราคาประมูลสูงสุด 18,814.88 ล้านบาท ได้นำเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ งวดที่ 2 ประจำปี 2564 จำนวน 1,881.49 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาชำระให้แก่สำนักงาน กสทช. ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูลเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. จะรีบนำเงินค่าประมูลดังกล่าวส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำหรับเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz งวดแรกที่ DTN ได้ชำระมาก่อนหน้านี้ จำนวน 1,881.49 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว

#ข่าวประชาสัมพันธ์
#สำนักสื่อสารองค์กร
#สำนักงานกสทช.
x

องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)

PFEC ตชด.(ตำรวจตระเวนชายแดน) กองบัญชาการกองอาสารักษาดิน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ Phayathai District Sapan Kwai Phaya Thai District Escuela de Defensa Nacional de Tailandia ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ : Strategic Studies Radio Thailand News National Defence College of Thailand กองกฎหมาย กรมสรรพากร Radio Thailand World Service WE Go กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สป.ทส