กรมโรงงานอุตสาหกรรม

กรมโรงงานอุตสาหกรรม วิสัยทัศน์ :
สังคมเชื่อมั่นในการบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมสู่ระดับสากล

เปิดเหมือนปกติ

กรมโรงงานฯ เข้ม หนาวนี้ภาคอุตสาหกรรมต้องไม่สร้างปัญหา PM2.5     นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรร...
25/12/2021

กรมโรงงานฯ เข้ม หนาวนี้ภาคอุตสาหกรรมต้องไม่สร้างปัญหา PM2.5

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงาน ปูพรมตรวจกำกับโรงงานอย่างเข้มงวด ตลอดฤดูหนาวนี้ เน้นตรวจโรงงานที่มีกระบวนการเผาไหม้ โรงงานที่มีการใช้หม้อน้ำ โรงงานหลอมเหล็กหรือโลหะ โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ และโรงงานผลิตแอสฟัสติก ที่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 2,570 โรงงาน โดยแบ่งเป็นโรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 268 โรงงาน โรงงานในเขตปริมณฑล (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) จำนวน 2,245 โรงงาน โรงงานที่ตั้งในเขตประกอบการ จำนวน 6 เขต รวม 35 โรงงาน และโรงงานรีไซเคิล กากอุตสาหกรรมและเตาเผากากของเสีย จำนวน 32 โรงงาน ตั้งเป้าตรวจเสร็จก่อนสิ้นปี 2564 พร้อมกำชับผู้ประกอบการวางแผนการผลิต และควบคุมดูแลการประกอบกิจการ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ย้ำต้องดูแลรักษาระบบบำบัดมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา หากพบการกระทำผิด จะให้สั่งหยุดประกอบกิจการทันที

นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวต่อว่า ในช่วงฤดูหนาว การหมุนเวียนของอากาศไม่ดี ทำให้มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) สะสมจำนวนมาก กรอ. จึงดำเนินการเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า การประกอบกิจการโรงงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ด้วยการนำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ เร่งตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วไป โดยรอบพื้นที่เขตประกอบการและพื้นที่โรงงานหนาแน่น จำนวน 12 พื้นที่ รวม 130 จุด ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องทั้งปี รวมทั้งสิ้น 516 จุด รวมถึงจะทำการตรวจวัดฝุ่นละอองจากปล่องระบายของโรงงานเพิ่มอีก 104 โรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้โรงงานสร้างความเดือดร้อน หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อีกทั้งเป็นการป้องปรามให้โรงงานประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังอีกด้วย
“นอกจากนี้ กรอ. ได้เร่งปรับปรุงระบบตรวจสอบมลพิษระยะไกล และปรับปรุงกฎหมาย ให้โรงงานที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษอากาศ ต้องติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติ หรือ CEMS ที่รายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์มายัง กรอ. คาดว่าจะมีโรงงานทั่วประเทศเข้าข่ายต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่มทั้งหมด 600 โรงงาน รวม 1,300 ปล่อง จากเดิมที่มีการติดตั้งอยู่แล้วจำนวน 855 ปล่อง เพื่อให้การกำกับดูแลการระบายมลพิษจากโรงงาน มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมปัญหาด้านฝุ่นละอองอย่างทั่วถึง” อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวปิดท้าย

24/12/2021
sdgs.nesdc.go.th

📣📣📣สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
ได้จัดทำรายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 (Thailand’s SDG Progress Report 2016-2020)
ในรูปแบบไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้กับบุคลากร เจ้าหน้าที่ เครือข่ายประสานงาน ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และช่องทางในการสื่อสารออนไลน์ของหน่วยงาน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รวมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
📋โดยสามารถดาวน์โหลดรายงานฯ ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ที่https://sdgs.nesdc.go.th/wp-content/uploads/2021/11/Thailands-SDGs-report-2016-2020-book_for-web-1.pdf

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดการอบรม เรื่อง “กา...
24/12/2021

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดการอบรม เรื่อง “การทำรายงานความปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตราย ประจำปี (บฉ.4) ผ่านระบบใหม่” ผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

การจัดอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการยิ่งขี้น ระบบรายงาน บฉ.4 แบบใหม่นี้ ได้เชื่อมโยงกับระบบการรายงานสารเคมีของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในอนาคตจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถรายงานข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตรายให้เป็นระบบเดียวกัน วันนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้จัดอบรมการจัดทำรายงานฯ ผ่านระบบใหม่เพื่อให้บุคลากรเฉพาะฯ ที่กำลังจะต้องจัดทำรายงานประจำปี 2564 ในช่วงต้นปีหน้าเพื่อความเข้าใจในการจัดทำรายงาน บฉ.4

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม  2564 เวลา 11.00 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ศูนย์บริหารสถานก...
20/12/2021

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 11.00 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตกระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายภานุวัฒน์ ตริยางกรูศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณามาตรการป้องกันโรคโควิด – 19 ในหน่วยงานภายใต้การกำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และโรงงานงาน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ การขับเคลื่อนมาตรการ Bubble and Seal ในสถานประกอบกิจการโรงงาน ณ ห้อง 302 ชั้น 3 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 11.00 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตกระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายภานุวัฒน์ ตริยางกรูศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณามาตรการป้องกันโรคโควิด – 19 ในหน่วยงานภายใต้การกำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และโรงงานงาน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ การขับเคลื่อนมาตรการ Bubble and Seal ในสถานประกอบกิจการโรงงาน ณ ห้อง 302 ชั้น 3 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการการประชุมคณะทำงาน...
20/12/2021

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการการประชุมคณะทำงานกำกับดูแลการใช้สารโซเดียมไซยาไนด์ และสารอื่นที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4/2564 โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาการนำเข้า ส่งออก สารโซเดียมไซยาไนด์ (sodium cyanide) และสารอื่นที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 น.นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจ...
17/12/2021

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 น.นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2548 ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายประสม ดำรงพงษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณากรอบการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2548 และแผนการดำเนินการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ.2548 ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

สุริยะ สั่งทบทวนกฎหมายโรงงาน เพิ่มโทษจำคุกพวกนอกแถว แอบลักลอบทิ้งกาก และลักลอบปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัดกรมโรงงานอุต...
17/12/2021

สุริยะ สั่งทบทวนกฎหมายโรงงาน เพิ่มโทษจำคุกพวกนอกแถว แอบลักลอบทิ้งกาก และลักลอบปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัด

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายรัฐมนตรีอุตฯ ยันเดินหน้าดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ใครแอบลักลอบทิ้ง ถือเป็นอาชญากรทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ต้องได้รับโทษหนัก
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทบทวนกฎหมายโรงงาน โดยให้เพิ่มโทษจำคุกพวกลักลอบทิ้งกากของเสียและแอบลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลองสาธารณะ ซึ่งเดิมมีเพียงแค่โทษปรับ ทำให้ผู้กระทำความผิดกล้าที่จะเสี่ยงทำโดยไม่ยำเกรงกฎหมาย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมทั่วบริเวณที่มีการลักลอบทิ้ง
นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรอ. ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบทิ้งกากของเสียและการปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัดถือเป็นความผิดที่ร้ายแรง แต่กฎหมายกำหนดโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 200,000 บาท ส่งผลให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย ประกอบกับโทษปรับมีอายุความในการดำเนินคดีเพียง 1 ปี กว่าจะมีการพิสูจน์หรือหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษบางครั้งก็ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากขาดอายุความ กรอ.จึงเร่งปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน โดยเพิ่มโทษผู้กระทำความผิด จากเดิมมีบทลงโทษเฉพาะโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท จะเพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า หลังจากผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขั้นตอนทางกฎหมาย
นายวันชัย กล่าวต่อว่า การเพิ่มโทษจำคุก จะทำให้อายุความในการดำเนินคดียาวนานถึง 5 ปี ซึ่งเพียงพอที่จะหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อีกทั้งยังเป็นการป้องปราม ไม่ให้เกิดการกระทำดังกล่าวขึ้นอีก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการยกร่างปรับแก้ไข หลังจากนั้นก็จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยในระหว่างที่กฎหมายเพิ่มเติมโทษจำคุกยังไม่มีผลบังคับใช้ กรอ.จะลงโทษผู้กระทำผิดโดยการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และจะหามาตรการมากำกับควบคุมการขนกากออกนอกโรงงานอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เช่น การบังคับให้รถขนกากต้องเชื่อมต่อระบบ GPS ของตัวรถเข้ากับระบบติดตามรถขนกากของเสียอุตสาหกรรม (E - fully Manifest) ของกรมโรงงาน การสั่งการให้โรงงานที่ทำหน้าที่รับบำบัดและโรงงานที่ขนกากออกจำนวนมาก ๆ ต่อครั้งส่งรายการการขนออกและรับเข้าโดยละเอียดย้อนหลัง 1 ปี หากพบรายใดตัวเลขการขนออกและการรับเข้าไม่สัมพันธ์กัน จะให้รายงานชี้แจงภายใน 15 วัน ถ้าไม่สามารถชี้แจงได้จะถูกสั่งดำเนินคดี และจะถูกสั่งให้ปรับปรุงขบวนการขนกากออกและรับกากเข้าให้ถูกต้องเรียบร้อย หากไม่สามารถทำได้จะถูกสั่งให้หยุดและปิดระบบ เพื่อมิให้มีการขนกากออกและมิให้มีการรับไปบำบัดอีกต่อไป
*****************************
กองกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทร. 02 430 630

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น.นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการอบรมออนไลน์เรื่...
17/12/2021

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น.นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการอบรมออนไลน์เรื่อง “การให้ความรู้ผ่านวิดีทัศน์การตรวจสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเบื้องต้นสำหรับเจ้าหน้าที่ ” ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย กล่าวรายงาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
การจัดอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การตรวจสอบและการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ให้ผู้ประกอบตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย ดังนั้นจึงได้จัดทำสื่อวิดีทัศน์เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ในการตรวจสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายในเบื้องต้น ที่เข้าใจง่าย สำหรับเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในกำกับดูแลสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายได้อย่างปลอดภัย และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรม...
16/12/2021

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 11-5/2564 ผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย นายสุนทร แก้วสว่าง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณา 1.ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการนำผ่านวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ…. 2.ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สำหรับวัตถุอันตรายที่กรมประมงรับผิดชอบ ซึ่งมีวัตถุประสงค์นำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการศึกษา การทดสอบ การวิเคราะห์ การวิจัย และการพัฒนา พ.ศ…. 3.ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การยกเว้นการจำกัดการใช้การกำหนดฉลากและภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย กับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และองค์การของรัฐที่เกี่ยวกับไกลโฟเซตที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ…. ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 14.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมและรับฟังข...
15/12/2021

วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 14.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมและรับฟังข้อเสนอโครงการ เรื่อง BCG Economy Model and Automotive (incl. xEV) Recycling System Project ผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายประสม ดำรงพงษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานจากประเทศญี่ปุ่น และผู้เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โดยการดำเนินงานผ่านโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) เช่น โครงการส่งเสริมสถานประกอบการเพื่อมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โครงการเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดรายสาขา (Clean Technology) เพื่อผลแห่งการป้องกันปัญหามลพิษจากกลุ่มอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยหัวใจของนโยบายเศรษฐกิจใหม่ นั้นคือการพัฒนาแบบคู่ขนานทั้งในส่วนที่อาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาการระดับสูง และในส่วนของการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างมูลค่าให้คนจำนวนมาก และการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งของทุนทางสังคมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ที่จะขยายผลไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs)

วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินกา...
15/12/2021

วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการยกระดับการบริการภาครัฐ ตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4/2564 โดยมีนายรินทวัฒน์ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบมาตรฐานงานกำกับโรงงาน นายศุภชัย โปฎก ผู้อำนวยการกองบริการงานอนุญาตโรงงาน 1 นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

โดยการประชุมในครั้งนี้มีประเด็นพิจารณา ดังนี้
1. ขั้นตอนการดำเนินการตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 3 พ.ศ. 2564 และพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
2. ร่างคู่มือการแจ้งทดลองเดินเครื่องจักรก่อนการเริ่มประกอบกิจการโรงงาน
3. ร่างคู่มือการแจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3
4. ร่างคู่มือการแจ้งเริ่มประกอบกิจการหลังหยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี
5. ร่างคู่มือการขออนุญาตเปิดประกอบกิจการหลังการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน
6.การดำเนินการตามมาตรา 18/1 เข้าข่ายการอนุญาต ต้องจัดทำคู่มือหรือไม่

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเผยแพร...
14/12/2021

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการและพิธีมอบสัญลักษณ์รับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (EMS-DIW) ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวภัสราพร พลับเจริญสุข ผู้อำนวยการกลุ่มจัดการสิ่งแวดล้อมโรงงาน กองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงานกล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ชั้นดาดฟ้า

การจัดในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมได้นำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ใช้ในโรงงาน เพื่อส่งเสริมและยกระดับให้โรงงานอุตสาหกรรมมีแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยยึดหลักการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจด้วยวิธีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ ลดมลพิษที่แหล่งกำเนิด ป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในโรงงาน สามารถนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ใช้ให้ผลในทางปฏิบัติสามารถปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องขจัดข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากชุมชนในบริเวณรอบข้าง รวมตลอดถึงการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นการยกระดับศักยภาพในการดำเนินกิจการของโรงงานอุตสาหกรรมตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการจัดพิธีมอบสัญลักษณ์รับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (EMS-DIW) ประจำปีงบประมาณ 2564 ในครั้งนี้ มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้ผ่านการพิจารณารับรองทั้งสิ้น 10 โรงงานประกอบด้วย ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม EMS-DIW ขั้นที่ 1 จำนวน 2 โรงงาน และขั้นที่ 2 จำนวน 8 โรงงานนอกจากนี้ ยังได้มอบประกาศนียบัตรสำหรับโรงงานที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ซึ่งยังติดขัดในการยื่นเอกสารประกอบการขอรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม EMS-DIW ในปีนี้ อีก 5 โรงงาน สำหรับโรงงานที่เข้าร่วมโครงการและรับเกียรติบัตร ที่สามารถนำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตมีจำนวน 10 โรงงาน

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตส...
13/12/2021

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2564 (The Prime Minister’s Industry Award 2021) โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายธีระยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูง และผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต
กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2564 เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกระดับ ที่มีความเป็นเลิศในแต่ละด้านตามประเภทรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 63 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล ซึ่งผู้ได้รับรางวัลคือ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 9 ประเภท จำนวน 37 รางวัล และรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น 5 ประเภท จำนวน 25 รางวัล โดยได้ดำเนินการตามแนวนโยบายรัฐบาลภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้มีศักยภาพในทุกด้าน ทั้งในด้านพลังงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม
รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2565 เปิดรับสมัครแล้ว ตั้งแต่บัดนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้ประกอบการที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในรางวัลแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 02-430-6833 ต่อ 2310 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 – 11 และเว็บไซต์ http://industryaward.industry.go.th/

ที่อยู่

75/6 ถนนพระรามที่ 6
Bangkok
10400

รถประจำทาง สาย 8, 44, 67, 92, 97, ปอ.8, ปอ.44, ปอ.157, ปอ.171, ปอ.509, ปอ.510, ปอ.พ.8

ข้อมูลทั่วไป

ค่านิยม ให้บริการรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมความปลอดภัย

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6624306300

เว็บไซต์

http://www.diw.go.th

ผลิตภัณฑ์

ศูนย์บริการสารพันทันใจ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ 08.30-16.30 น. และวันเสาร์ 08.30-12.00 น.

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมโรงงานอุตสาหกรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กรมโรงงานอุตสาหกรรม:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

📷วิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรม ให้ทันสมัย ก้าวไกล ยั่งยืน 📷พันธกิจ 1. บริหารจัดการการกำกับดูแลธุรกิจอุตสาหกรรมรวมถึงวัตถุอันตรายตามกรอบของกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ 2. ส่งเสริม สนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ด้านเครื่องจักร การผลิต สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย วัตถุอันตราย พลังงานและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรม 3. การพัฒนาองค์การและบุคลากร 4. บริหารจัดการการกำกับดูแล และติดตามผล การถ่ายโอนภารกิจตามกฎหมายโรงงานให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 📷ค่านิยม อำนวยความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ใฝ่พัฒนา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 อีเมล: [email protected] เว็บไซต์: www.diw.go.th

📷VISION To drive industrial business to be contemporary, advance and sustainable.

📷MISSION 1. Administrate the industrial business regulation and hazardous substances to be in compliance with law and international agreement. 2. Enhance, promote data and knowledge of machinery, production, environment, safety, hazardous substances, energy and corporate social responsibility for industrial business development. 3. Develop the organization and personnel. 4. Administrate the regulation and follow up the mission transfer to local administration pursuant to the Factory Act.

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

กรมโรงงานฯ เข้ม หนาวนี้ภาคอุตสาหกรรมต้องไม่สร้างปัญหา PM2.5 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงาน ปูพรมตรวจกำกับโรงงานอย่างเข้มงวด ตลอดฤดูหนาวนี้ เน้นตรวจโรงงานที่มีกระบวนการเผาไหม้ โรงงานที่มีการใช้หม้อน้ำ โรงงานหลอมเหล็กหรือโลหะ โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ และโรงงานผลิตแอสฟัสติก ที่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 2,570 โรงงาน โดยแบ่งเป็นโรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 268 โรงงาน โรงงานในเขตปริมณฑล (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) จำนวน 2,245 โรงงาน โรงงานที่ตั้งในเขตประกอบการ จำนวน 6 เขต รวม 35 โรงงาน และโรงงานรีไซเคิล กากอุตสาหกรรมและเตาเผากากของเสีย จำนวน 32 โรงงาน ตั้งเป้าตรวจเสร็จก่อนสิ้นปี 2564 พร้อมกำชับผู้ประกอบการวางแผนการผลิต และควบคุมดูแลการประกอบกิจการ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ย้ำต้องดูแลรักษาระบบบำบัดมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา หากพบการกระทำผิด จะให้สั่งหยุดประกอบกิจการทันที นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวต่อว่า ในช่วงฤดูหนาว การหมุนเวียนของอากาศไม่ดี ทำให้มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) สะสมจำนวนมาก กรอ. จึงดำเนินการเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า การประกอบกิจการโรงงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ด้วยการนำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ เร่งตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วไป โดยรอบพื้นที่เขตประกอบการและพื้นที่โรงงานหนาแน่น จำนวน 12 พื้นที่ รวม 130 จุด ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องทั้งปี รวมทั้งสิ้น 516 จุด รวมถึงจะทำการตรวจวัดฝุ่นละอองจากปล่องระบายของโรงงานเพิ่มอีก 104 โรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้โรงงานสร้างความเดือดร้อน หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อีกทั้งเป็นการป้องปรามให้โรงงานประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังอีกด้วย “นอกจากนี้ กรอ. ได้เร่งปรับปรุงระบบตรวจสอบมลพิษระยะไกล และปรับปรุงกฎหมาย ให้โรงงานที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษอากาศ ต้องติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติ หรือ CEMS ที่รายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์มายัง กรอ. คาดว่าจะมีโรงงานทั่วประเทศเข้าข่ายต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่มทั้งหมด 600 โรงงาน รวม 1,300 ปล่อง จากเดิมที่มีการติดตั้งอยู่แล้วจำนวน 855 ปล่อง เพื่อให้การกำกับดูแลการระบายมลพิษจากโรงงาน มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมปัญหาด้านฝุ่นละอองอย่างทั่วถึง” อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวปิดท้าย
📣📣📣สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทำรายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 (Thailand’s SDG Progress Report 2016-2020) ในรูปแบบไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้กับบุคลากร เจ้าหน้าที่ เครือข่ายประสานงาน ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และช่องทางในการสื่อสารออนไลน์ของหน่วยงาน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รวมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 📋โดยสามารถดาวน์โหลดรายงานฯ ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ที่https://sdgs.nesdc.go.th/wp-content/uploads/2021/11/Thailands-SDGs-report-2016-2020-book_for-web-1.pdf
วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานเปิดการอบรม เรื่อง “การทำรายงานความปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตราย ประจำปี (บฉ.4) ผ่านระบบใหม่” ผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม การจัดอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการยิ่งขี้น ระบบรายงาน บฉ.4 แบบใหม่นี้ ได้เชื่อมโยงกับระบบการรายงานสารเคมีของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในอนาคตจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถรายงานข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตรายให้เป็นระบบเดียวกัน วันนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้จัดอบรมการจัดทำรายงานฯ ผ่านระบบใหม่เพื่อให้บุคลากรเฉพาะฯ ที่กำลังจะต้องจัดทำรายงานประจำปี 2564 ในช่วงต้นปีหน้าเพื่อความเข้าใจในการจัดทำรายงาน บฉ.4
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 11.00 น. นายสหวัฒน์ โสภา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตกระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายภานุวัฒน์ ตริยางกรูศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณามาตรการป้องกันโรคโควิด – 19 ในหน่วยงานภายใต้การกำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และโรงงานงาน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ การขับเคลื่อนมาตรการ Bubble and Seal ในสถานประกอบกิจการโรงงาน ณ ห้อง 302 ชั้น 3 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการการประชุมคณะทำงานกำกับดูแลการใช้สารโซเดียมไซยาไนด์ และสารอื่นที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4/2564 โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาการนำเข้า ส่งออก สารโซเดียมไซยาไนด์ (sodium cyanide) และสารอื่นที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 น.นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2548 ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายประสม ดำรงพงษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณากรอบการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2548 และแผนการดำเนินการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการตรวจสอบกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ.2548 ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
สุริยะ สั่งทบทวนกฎหมายโรงงาน เพิ่มโทษจำคุกพวกนอกแถว แอบลักลอบทิ้งกาก และลักลอบปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัด กรมโรงงานอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายรัฐมนตรีอุตฯ ยันเดินหน้าดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ใครแอบลักลอบทิ้ง ถือเป็นอาชญากรทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ต้องได้รับโทษหนัก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทบทวนกฎหมายโรงงาน โดยให้เพิ่มโทษจำคุกพวกลักลอบทิ้งกากของเสียและแอบลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลองสาธารณะ ซึ่งเดิมมีเพียงแค่โทษปรับ ทำให้ผู้กระทำความผิดกล้าที่จะเสี่ยงทำโดยไม่ยำเกรงกฎหมาย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมทั่วบริเวณที่มีการลักลอบทิ้ง นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรอ. ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบทิ้งกากของเสียและการปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัดถือเป็นความผิดที่ร้ายแรง แต่กฎหมายกำหนดโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 200,000 บาท ส่งผลให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย ประกอบกับโทษปรับมีอายุความในการดำเนินคดีเพียง 1 ปี กว่าจะมีการพิสูจน์หรือหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษบางครั้งก็ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากขาดอายุความ กรอ.จึงเร่งปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน โดยเพิ่มโทษผู้กระทำความผิด จากเดิมมีบทลงโทษเฉพาะโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท จะเพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า หลังจากผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขั้นตอนทางกฎหมาย นายวันชัย กล่าวต่อว่า การเพิ่มโทษจำคุก จะทำให้อายุความในการดำเนินคดียาวนานถึง 5 ปี ซึ่งเพียงพอที่จะหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อีกทั้งยังเป็นการป้องปราม ไม่ให้เกิดการกระทำดังกล่าวขึ้นอีก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการยกร่างปรับแก้ไข หลังจากนั้นก็จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยในระหว่างที่กฎหมายเพิ่มเติมโทษจำคุกยังไม่มีผลบังคับใช้ กรอ.จะลงโทษผู้กระทำผิดโดยการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และจะหามาตรการมากำกับควบคุมการขนกากออกนอกโรงงานอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เช่น การบังคับให้รถขนกากต้องเชื่อมต่อระบบ GPS ของตัวรถเข้ากับระบบติดตามรถขนกากของเสียอุตสาหกรรม (E - fully Manifest) ของกรมโรงงาน การสั่งการให้โรงงานที่ทำหน้าที่รับบำบัดและโรงงานที่ขนกากออกจำนวนมาก ๆ ต่อครั้งส่งรายการการขนออกและรับเข้าโดยละเอียดย้อนหลัง 1 ปี หากพบรายใดตัวเลขการขนออกและการรับเข้าไม่สัมพันธ์กัน จะให้รายงานชี้แจงภายใน 15 วัน ถ้าไม่สามารถชี้แจงได้จะถูกสั่งดำเนินคดี และจะถูกสั่งให้ปรับปรุงขบวนการขนกากออกและรับกากเข้าให้ถูกต้องเรียบร้อย หากไม่สามารถทำได้จะถูกสั่งให้หยุดและปิดระบบ เพื่อมิให้มีการขนกากออกและมิให้มีการรับไปบำบัดอีกต่อไป ***************************** กองกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทร. 02 430 630
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น.นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการอบรมออนไลน์เรื่อง “การให้ความรู้ผ่านวิดีทัศน์การตรวจสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเบื้องต้นสำหรับเจ้าหน้าที่ ” ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย กล่าวรายงาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม การจัดอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การตรวจสอบและการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ให้ผู้ประกอบตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย ดังนั้นจึงได้จัดทำสื่อวิดีทัศน์เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ในการตรวจสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายในเบื้องต้น ที่เข้าใจง่าย สำหรับเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในกำกับดูแลสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายได้อย่างปลอดภัย และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 11-5/2564 ผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางสาวรัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย นายสุนทร แก้วสว่าง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณา 1.ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการนำผ่านวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ…. 2.ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สำหรับวัตถุอันตรายที่กรมประมงรับผิดชอบ ซึ่งมีวัตถุประสงค์นำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการศึกษา การทดสอบ การวิเคราะห์ การวิจัย และการพัฒนา พ.ศ…. 3.ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การยกเว้นการจำกัดการใช้การกำหนดฉลากและภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย กับกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และองค์การของรัฐที่เกี่ยวกับไกลโฟเซตที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ…. ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม
วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เวลา 14.30 น. นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมและรับฟังข้อเสนอโครงการ เรื่อง BCG Economy Model and Automotive (incl. xEV) Recycling System Project ผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายประสม ดำรงพงษ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานจากประเทศญี่ปุ่น และผู้เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 505 ชั้น 5 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โดยการดำเนินงานผ่านโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) เช่น โครงการส่งเสริมสถานประกอบการเพื่อมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โครงการเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดรายสาขา (Clean Technology) เพื่อผลแห่งการป้องกันปัญหามลพิษจากกลุ่มอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยหัวใจของนโยบายเศรษฐกิจใหม่ นั้นคือการพัฒนาแบบคู่ขนานทั้งในส่วนที่อาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาการระดับสูง และในส่วนของการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างมูลค่าให้คนจำนวนมาก และการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งของทุนทางสังคมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ที่จะขยายผลไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs)