BIOTEC-NSTDA ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) National Center for Genetic Engineering and Biotechnology (BIOTEC) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2526 ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 และมีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้กำหนดให้รวมไบโอเทคเป็นส่วนหนึ่งของ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษมีสถานภาพเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ผูกพันไว้กับระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของราชการและรัฐวิสาหกิจ ทำให้มีความคล่องตัวสูง
ไบโอเทคมีภารกิจหลัก คือ
• ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อความเป็นเลิศ
• สร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ
• พัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
• พัฒนาความร่วมมือกับสถาบันเครือข่าย ภาคเอกชน เเละต่างประเทศ
• ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่ภาคสาธารณะเเละภาคอุตสาหกรรม
• สร้างความตระหนักด้านเทคโนโลยีชีวภาพต่อสังคม

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ www.biotec.or.th

เปิดเหมือนปกติ

📢ผลงานวิจัย เอนอีซ (ENZease) ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ระดับชนะเลิศ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)เมื่อวั...
14/10/2021

📢ผลงานวิจัย เอนอีซ (ENZease) ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ระดับชนะเลิศ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเอนไซม์ ไบโอเทค เข้ารับรางวัล รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ระดับชนะเลิศ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเภทหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี 2564 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จากผลงานวิจัย เอนอีซ (ENZease) เอนไซม์อัจฉริยะเพื่อกระบวนการผลิตสิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

📌ผลงานวิจัย เอนอีซ (ENZease) เอนไซม์อัจฉริยะทูอินวันสำหรับกระบวนการผลิตสิ่งทอที่สามารถลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกได้พร้อมกันในขั้นตอนเดียว ซึ่งสูตรเอนไซม์ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถทดแทนการใช้สารเคมีได้ โดยใช้ปริมาณน้ำ เวลา และอุณหภูมิ น้อยกว่ากระบวนการผลิตผ้าแบบเดิมถึง 2 เท่า ช่วยลดต้นทุนการผลิตผ้าฝ้ายให้น้อยลง อีกทั้งผ้าฝ้ายที่ได้ยังมีคุณภาพดีกว่าทั้งด้านความแข็งแรง การย้อมติดสี สามารถนำเข้าสู่กระบวนการย้อมสีและพิมพ์ลายเพื่อนำไปตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอนอีซที่คิดค้นได้โดยทีมวิจัยนี้ยังสามารถเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพของผ้าไทยทั้งในระดับอุตสาหกรรมและสิ่งทอพื้นเมืองและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคม เศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย อย่างมหาศาลต่อไปในอนาคต

อ่านต่อได้ที่ : https://bit.ly/3Dz5clu

📢เชิญรับชมย้อนหลังรายการชีวิตชีวา : Mix&Match ช่อง 3 HD |  10 ต.ค.64📌“วัคซีนโควิด” ควรฉีดแบบไหน? สัมภาษณ์ ดร.อนันต์ จงแก...
12/10/2021
ชีวิตชีวา 10 ตุลาคม 2564 : Mix&Match “วัคซีนโควิด” ควรฉีดแบบไหน?

📢เชิญรับชมย้อนหลัง
รายการชีวิตชีวา : Mix&Match ช่อง 3 HD | 10 ต.ค.64
📌“วัคซีนโควิด” ควรฉีดแบบไหน?

สัมภาษณ์ ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา 👨‍🔬
ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค สวทช.

สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่👇👇👇
https://www.youtube.com/watch?v=l_ltkg4Kwx0

เพื่อรับมือกับโควิด-19 สายพันธ์ใหม่ๆ ต้องเร่งฉีดวัคซีนโควิด กระตุ้นเข็ม 3 โดยฉีดสูตรไขว้ ให้คนที่เคยฉีดวัค.....

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ “การควบคุมทางชีวภาพ” หรือ Biocontrol วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ “ชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพ...
11/10/2021

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ “การควบคุมทางชีวภาพ” หรือ Biocontrol วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ “ชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช” ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Biocontrol กัน

หากผู้สนใจสนใจในรายละเอียด
👍 Facebook fanpage: ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย
📨 E-mail: [email protected]
📲 Tel. 0-2564-6700 ต่อ 3364

🌱 ชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช 🐛
.
หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ “การควบคุมทางชีวภาพ” หรือ Biocontrol กันไปแล้วในโพสต์ก่อนหน้านี้
https://www.facebook.com/BIOTEC.Biocontrol/posts/107320925055809
.
วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ “ชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช” ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Biocontrol กัน
.
ชีวภัณฑ์ เป็นผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชที่ผลิตหรือพัฒนามาจากสิ่งมีชีวิต และทำงานแบบจำเพาะกับแมลงศัตรูพืชเป้าหมายเท่านั้น ทำให้มีความปลอดภัยต่อเกษตรกร สัตว์เลี้ยง รวมถึงไม่มีสารพิษตกค้าง จึงเป็นที่นิยมใช้สำหรับการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยนั้นเอง 🏡
.
ถ้าอย่างนั้น สารเคมียังจำเป็นอยู่ไหม ?
.
ขึ้นชื่อว่าสารเคมีนั้น แน่นอนว่าแมลงตายจริง กำจัดจริง แต่….. ไม่ได้ตายแค่แมลงร้ายนะ แมลงดีที่เป็นประโยชน์ก็ตายไปด้วย เช่น ผึ้ง แมลงตัวห้ำ แมลงตัวเบียน สัตว์อื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ นอกจากนี้สารเคมียังสามารถตกค้างในสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ จึงเป็นอันตรายทั้งเกษตรกรผู้ใช้สารเคมี และผู้บริโภคอีกด้วย
.
และรู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยมีอัตราการใช้สารเคมีทางการเกษตรสูงมาก ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าเราเข้าใจหลักการดูแลพืชผล และเลือกใช้ชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี ตั้งแต่ช่วงเวลาที่แมลงศัตรูพืชระบาดน้อย เพราะชีวภัณฑ์แบบที่แมลงต้องกินเข้าไปนั้นไม่ตกค้างที่พืชผัก ไม่มีความเป็นพิษ สามารถใช้ได้ตลอดการเพาะปลูก ทำให้สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืช พร้อม ๆ กับสร้างระบบนิเวศที่ดีให้กับไร่สวนไปด้วย วันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับชีวภัณฑ์กำจัดแมลงให้มากขึ้นกันค่ะ
.
โดยทั่วไปชีวภัณฑ์กำจัดแมลง สามารถแบ่งตามกลไกการออกฤทธิ์ได้ 2 แบบ คือ แบบที่แมลงต้องกินเข้าไป และแบบที่แค่สัมผัสกับตัวแมลงก็สามารถกำจัดแมลงได้
.
แบบที่แมลงต้องกินเข้าไป 🌿🐛
ชีวภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้แก่ NPV ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ในกลุ่มไวรัส และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแบคทีเรียคือ โปรตีน Vip เป็นต้น โดยจะฉีดพ่นชีวภัณฑ์ไปบนพืชผัก เมื่อเจ้าหนอนตัวร้ายมากัดกินเข้าไป ชีวภัณฑ์จะออกฤทธิ์ทำให้เจ้าหนอนป่วย กินอาหารได้น้อยลงและตายลงในที่สุด อาจจะฟังดูน่ากลัว แต่ชีวภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้ไม่มีพิษภัยต่อมนุษย์และสัตว์อื่น เพราะจะทำอันตรายแบบเจาะจงในกลุ่มของเจ้าหนอน เช่น หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม หนอนผีเสื้อ เท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรลองติดตามพวกเราดูเรื่อย ๆ สิ
.
แบบที่แค่สัมผัสกับตัวแมลงก็สามารถกำจัดแมลงได้ 💨🐛
กลุ่มนี้มักจะเป็นเชื้อรา เช่นที่คุ้นหูกันดีคือ ราบิวเวอเรีย (ราขาว) และราเมตาไรเซียม (ราเขียว) จะมีกลไกการเข้าทำลายแมลงผ่านสปอร์ (Spore) โดยสปอร์ของเชื้อราที่เราฉีดพ่นจะไปเกาะกับตัวแมลง และจะเจาะเข้าตัว โดยอาศัยตามข้อต่อ ช่องเปิดต่าง ๆ ที่อ่อนแอกว่าเปลือกแข็งของแมลง จากนั้นจะเริ่มงอกเส้นใยและเติบโตขึ้นโดยการดูดซึมสารอาหารภายในตัวแมลง จนเจ้าแมลงตายในที่สุด
.
ทางทีมวิจัยเรายังมีชีวภัณฑ์อีก 3 ตัว รวมถึงโลกใบจิ๋วของราหรือจุลินทรีย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมทางชีวภาพยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกมากมาย รอติดตามในบทความถัด ๆ ไปกันนะคะ
.
หรือหากผู้สนใจสนใจในรายละเอียดของชีวภัณฑ์สามารถสอบถามเราได้ที่คอมเมนต์ใต้โพสต์นี้หรือช่องทางติดต่อ
.
👍 Facebook fanpage: ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย
📨 E-mail: [email protected]
📲 Tel. 0-2564-6700 ต่อ 3364

📢ทำความรู้จักกับ "การควบคุมทางชีวภาพ หรือ Biological Control" ได้ที่ :  ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย
07/10/2021

📢ทำความรู้จักกับ "การควบคุมทางชีวภาพ หรือ Biological Control"
ได้ที่ : ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย

🌱 “การควบคุมทางชีวภาพ หรือ Biological Control คืออะไร”
.
คำว่า Biological Control หรือ Biocontrol หมายถึง “การควบคุมสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ด้วยอีกสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง” ในแง่ของพืชผักผลไม้ คือการใช้ศัตรูธรรมชาติ (ฝ่ายดี) เพื่อควบคุมศัตรูพืช (ฝ่ายร้าย) คือ ทำให้ศัตรูพืชอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่พืชหลัก
.
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า ค่าเฉลี่ยนั้นคืออะไร ?
ปกติแล้วธรรมชาติจะมีกลไกการควบคุมจำนวนสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยที่มนุษย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งมีชีวิตที่ทำตัวเป็นทหารยามเฝ้าจำกัดจำนวนสิ่งมีชีวิตอื่นนั้นเรียกว่า “ศัตรูธรรมชาติ” สมดุลเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เราหลับใหล
.
แต่เมื่อมีปัจจัยในสภาพแวดล้อม ที่ทำให้การควบคุมตามธรรมชาติไม่ได้ผลเท่าที่ควรเช่น การเพาะปลูกแบบเชิงเดี่ยว สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้แมลงศัตรูพืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การใช้สารเคมีจนเกิดการดื้อยาของแมลง นั้นคือเกินค่าของธรรมชาติที่จะอยู่เองได้ ทำให้มนุษย์ต้องเข้าไปใช้ประโยชน์จาก “ศัตรูธรรมชาติ” มาควบคุม
.
ตัวอย่างการควบคุมทางชีวภาพที่มนุษย์รู้จักครั้งแรก เกิดขึ้นมาในยุคอียิปต์โบราณ กว่า 4000 ปี ก่อน “หนู” สัตว์รบกวนที่สร้างความรำคาญใจ และทำลายทรัพย์สิน ยากแก่การกำจัดหรือดักจับ แต่ก็ไม่เกินความสามารถของชาวอียิปต์ ที่นำเอาสัตว์เลี้ยงขนปุกปุยมาจัดการปัญหานี้ นั้นก็คือ เจ้าเหมียวนั้นเอง โดยใช้สัญชาตญาณของเจ้าเหมียวในการล่าและควบคุมประชากรหนู เพียงเท่านี้ปัญหาหนูรบกวนก็หมดไป
.
ย้ายกลับมาฝั่งเอเชียของเราบ้าง ในปี ค.ศ.200 ได้มีการใช้มดเพื่อควบคุมหนอนศัตรูพืชในสวนส้มในประเทศจีนและ ปี 1762 มีการใช้นกควบคุมตั๊กแตนศัตรูพืชเช่นกัน ในประเทศไทยเองก็มีการศึกษาการควบคุมทางชีวภาพ โดยนำมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรกว่า 46 ปีมาแล้ว
.
ปัจจุบันกระแสการบริโภคผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกษตรกรหันมาพึ่งพาการควบคุมทางชีวภาพแทนการใช้สารเคมีมากขึ้นตามไปด้วย การใช้ประโยชน์จากการควบคุมทางชีวภาพจึงมีความสำคัญในด้านการเกษตร เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเกษตรกรเอง
.
ทางทีมวิจัย IBCT ไบโอเทค เล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ และได้ศึกษาและวิจัยการใช้จุลินทรีย์ในธรรมชาติ อาทิเช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส เพื่อเป็นอีกหนึ่งบทบาทในการควบคุมทางชีวภาพในด้านการเกษตร
.
ในบทความต่อไป เราจะพูดถึงสาระความรู้ในการใช้วิธีการควบคุมทางชีวภาพ ไม่ว่าจะชีวภัณฑ์ วิธีการใช้งาน รวมถึงเรื่องที่น่าสนใจในสิ่งแวดล้อม แวดวงวิทยาศาสตร์ มาฝากในโพสต์หน้านะคะ
กดติดดาว see first แฟนเพจกันไว้ได้เลย
.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Biological Control of Parasites
https://www.intechopen.com/chapters/55437

ข้อมูลติดต่อ
👍 Facebook fanpage: ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย
📨 E-mail: [email protected]
📲 Tel. 0-2564-6700 ต่อ 3364

ขอขอบคุณภาพ
คนอียิปต์ (นำมาดัดแปลง) created by macrovector - www.freepik.com
มด created by wirestock - www.freepik.com
นกกินหนอน created by wirestock - www.freepik.com
ถาดผัก created by freepik - www.freepik.com
รวงข้าว created by jcomp - www.freepik.com

📢𝐃𝐫. 𝐍𝐢𝐭𝐬𝐚𝐫𝐚 𝐊𝐚𝐫𝐨𝐨𝐧𝐮𝐭𝐡𝐚𝐢𝐬𝐢𝐫𝐢 𝐫𝐞𝐜𝐞𝐢𝐯𝐞𝐝 𝐭𝐡𝐞 𝐑𝐢𝐬𝐢𝐧𝐠 𝐒𝐭𝐚𝐫 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐒𝐜𝐡𝐨𝐥𝐚𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 𝐒𝐭𝐮𝐝𝐞𝐧𝐭𝐬 𝟐𝟎𝟐𝟏 𝐟𝐫𝐨𝐦 𝐭𝐡𝐞 𝐀𝐬𝐬𝐨𝐜𝐢𝐚...
05/10/2021

📢𝐃𝐫. 𝐍𝐢𝐭𝐬𝐚𝐫𝐚 𝐊𝐚𝐫𝐨𝐨𝐧𝐮𝐭𝐡𝐚𝐢𝐬𝐢𝐫𝐢 𝐫𝐞𝐜𝐞𝐢𝐯𝐞𝐝 𝐭𝐡𝐞 𝐑𝐢𝐬𝐢𝐧𝐠 𝐒𝐭𝐚𝐫 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐒𝐜𝐡𝐨𝐥𝐚𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 𝐒𝐭𝐮𝐝𝐞𝐧𝐭𝐬 𝟐𝟎𝟐𝟏 𝐟𝐫𝐨𝐦 𝐭𝐡𝐞 𝐀𝐬𝐬𝐨𝐜𝐢𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐓𝐡𝐚𝐢 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐒𝐜𝐡𝐨𝐥𝐚𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 𝐒𝐭𝐮𝐝𝐞𝐧𝐭𝐬

On 22 September 2021 the Association of the Thai Government Scholarship Students announced that Dr. Nitsara Karoonuthaisiri received the Rising Star Award of the Government Scholarship Student 2021. The Award presentation Ceremony will be held in the Annual Meeting of the Association of Thai Government Scholarship Students on 28 November 2021.
Dr. Nitsara Karoonuthaisiri was born in Nakhonsawan Province. She won a national prestigious and highly competitive scholarship of the Royal Thai Government to pursue her studies in the United States at the age of 16. She received a bachelor’s degree in Chemical Engineering (the first-class honor with distinction) from Columbia University, New York in 1999. Due to her outstanding academic merit, she was awarded the Bonilla Medal. She was also conferred the title of Departmental Valedictorian and her name was inscribed at the Chemical Engineering Department. She was also inducted to Tau Beta Pi National Engineering Honor Society in the United States. She went on to pursue the master’s and Ph. D degrees in Chemical Engineering at Stanford University, California. During her Ph. D., she received an Outstanding Teaching Award for the Chemical Engineering Department in 2003 before graduated in 2004. In addition, her Ph.D. Dissertation on “the development of a DNA microarray to improve antibiotic production using Streptomyces coelicolor” won the Outstanding Dissertation Award from the National Research Council of Thailand in 2006.
After graduated, Dr. Nitsara Karoonuthaisiri determined to utilize and apply knowledge of microarray technology to enhance the country’s competitive advantage in agricultural sector. She joined the National Center for Genetic Engineering and Biotechnology (BIOTEC) in 2004. In 2007, she established and became the founding Head of the Microarray Laboratory. During 2012-2018, Dr. Karoonuthaisiri became the Director of Biosensing Technology Research Unit. She and her team were among the pioneers applying microarray principles for developing multiplex diagnostics. She has successfully developed antibody arrays for a broad range of applications such as detection of foodborne pathogens, plant pathogens and food contaminants. In 2020 she led an international consortium from Europe and Asia to be the first team in the world to decipher the black tiger shrimp Penaeus monodon genome sequence to the chromosome level.
Dr. Karoonuthaisiri is now a Principal Researcher at the Microarray Research Team, Biosensing and Bioprospecting Technology Research Group of BIOTEC.
Dr. Nitsara Karoonuthaisiri has published over 70 peer-reviewed scientific papers with an author h-index of 21, filed 22 patents, eight petty patents, 13 prototypes, a book chapter, and a trade secret. She has been a Scientific Experts for project proposals of the European Union. She had been invited to present over 80 scientific papers nationally and internationally. She received several awards such as The Outstanding ONE HEALTH Researcher in Aquaculture Award' from American National Shellfisheries Association 2021, ‘Women Scientists in Asia’ by the Association of Academies and Societies of Sciences in Asia (AASSA) and InterAcademy Partnership (IAP) 2018, Young Technologist Award of the year 2011 from the Science and Technology Promotion Foundation under the Royal Patronage of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn, Marie Curie Incoming International Fellowship from the European Union, For Women in Science Award from L’Oreal (Thailand)-UNESCO, Invention Award 2010 from the National Research Council of Thailand, Research Award 2014 from the National Research Council of Thailand. Her interview was published in the Nature Magazine.
In addition, she was selected as the Young Global Leader 2013 from the World Economic Forum. She also is the Best-Selling author of ‘Push the Limit’.
With the breadth and depth of scientific-technological knowledge and innovation, Dr. Karoonuthaisiri has been appointed as a member of National Strategy Drafting Committee,
Her long lists research records almost two decades have been a proof of dedicated effort and determination to contribute to the sustainable growth of her country.

📢𝐃𝐫. 𝐍𝐢𝐭𝐬𝐚𝐫𝐚 𝐊𝐚𝐫𝐨𝐨𝐧𝐮𝐭𝐡𝐚𝐢𝐬𝐢𝐫𝐢 𝐫𝐞𝐜𝐞𝐢𝐯𝐞𝐝 𝐭𝐡𝐞 𝐑𝐢𝐬𝐢𝐧𝐠 𝐒𝐭𝐚𝐫 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐒𝐜𝐡𝐨𝐥𝐚𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 𝐒𝐭𝐮𝐝𝐞𝐧𝐭𝐬 𝟐𝟎𝟐𝟏 𝐟𝐫𝐨𝐦 𝐭𝐡𝐞 𝐀𝐬𝐬𝐨𝐜𝐢𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐓𝐡𝐚𝐢 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐒𝐜𝐡𝐨𝐥𝐚𝐫𝐬𝐡𝐢𝐩 𝐒𝐭𝐮𝐝𝐞𝐧𝐭𝐬

On 22 September 2021 the Association of the Thai Government Scholarship Students announced that Dr. Nitsara Karoonuthaisiri received the Rising Star Award of the Government Scholarship Student 2021. The Award presentation Ceremony will be held in the Annual Meeting of the Association of Thai Government Scholarship Students on 28 November 2021.
Dr. Nitsara Karoonuthaisiri was born in Nakhonsawan Province. She won a national prestigious and highly competitive scholarship of the Royal Thai Government to pursue her studies in the United States at the age of 16. She received a bachelor’s degree in Chemical Engineering (the first-class honor with distinction) from Columbia University, New York in 1999. Due to her outstanding academic merit, she was awarded the Bonilla Medal. She was also conferred the title of Departmental Valedictorian and her name was inscribed at the Chemical Engineering Department. She was also inducted to Tau Beta Pi National Engineering Honor Society in the United States. She went on to pursue the master’s and Ph. D degrees in Chemical Engineering at Stanford University, California. During her Ph. D., she received an Outstanding Teaching Award for the Chemical Engineering Department in 2003 before graduated in 2004. In addition, her Ph.D. Dissertation on “the development of a DNA microarray to improve antibiotic production using Streptomyces coelicolor” won the Outstanding Dissertation Award from the National Research Council of Thailand in 2006.
After graduated, Dr. Nitsara Karoonuthaisiri determined to utilize and apply knowledge of microarray technology to enhance the country’s competitive advantage in agricultural sector. She joined the National Center for Genetic Engineering and Biotechnology (BIOTEC) in 2004. In 2007, she established and became the founding Head of the Microarray Laboratory. During 2012-2018, Dr. Karoonuthaisiri became the Director of Biosensing Technology Research Unit. She and her team were among the pioneers applying microarray principles for developing multiplex diagnostics. She has successfully developed antibody arrays for a broad range of applications such as detection of foodborne pathogens, plant pathogens and food contaminants. In 2020 she led an international consortium from Europe and Asia to be the first team in the world to decipher the black tiger shrimp Penaeus monodon genome sequence to the chromosome level.
Dr. Karoonuthaisiri is now a Principal Researcher at the Microarray Research Team, Biosensing and Bioprospecting Technology Research Group of BIOTEC.
Dr. Nitsara Karoonuthaisiri has published over 70 peer-reviewed scientific papers with an author h-index of 21, filed 22 patents, eight petty patents, 13 prototypes, a book chapter, and a trade secret. She has been a Scientific Experts for project proposals of the European Union. She had been invited to present over 80 scientific papers nationally and internationally. She received several awards such as The Outstanding ONE HEALTH Researcher in Aquaculture Award' from American National Shellfisheries Association 2021, ‘Women Scientists in Asia’ by the Association of Academies and Societies of Sciences in Asia (AASSA) and InterAcademy Partnership (IAP) 2018, Young Technologist Award of the year 2011 from the Science and Technology Promotion Foundation under the Royal Patronage of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn, Marie Curie Incoming International Fellowship from the European Union, For Women in Science Award from L’Oreal (Thailand)-UNESCO, Invention Award 2010 from the National Research Council of Thailand, Research Award 2014 from the National Research Council of Thailand. Her interview was published in the Nature Magazine.
In addition, she was selected as the Young Global Leader 2013 from the World Economic Forum. She also is the Best-Selling author of ‘Push the Limit’.
With the breadth and depth of scientific-technological knowledge and innovation, Dr. Karoonuthaisiri has been appointed as a member of National Strategy Drafting Committee,
Her long lists research records almost two decades have been a proof of dedicated effort and determination to contribute to the sustainable growth of her country.

📢ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ ได้รับรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2564 จากสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย สมาคมนักเรียน...
05/10/2021

📢ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ ได้รับรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2564 จากสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (สนธ.) ประกาศรายชื่อนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่นและนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2564 เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นักเรียนทุนรัฐบาลไทย โดยการคัดเลือกครั้งนี้ ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยไมโครอะเรย์แบบครบวงจร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการค้นหาสารชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่งประจำปี พ.ศ. 2564 โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564
ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ เกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่ออายุ 16 ปีได้รับทุนรัฐบาลไทยประจำปี 2537 เพื่อศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท-เอก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเคมี (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ก (Columbia University, New York) ในปีพ.ศ. 2542 ด้วยคะแนนสูงสุดจึงได้รับรางวัล Bonilla Medal และได้รับการจารึกชื่อไว้ที่มหาวิทยาลัยด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก Tau Beta Pi National Engineering Honor Society ของมหาวิทยาลัยทั้งประเทศของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
หลังจากนั้นเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมเคมีที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย (Stanford University, California) ระหว่างที่ศึกษาต่อยังได้รับรางวัลผู้ช่วยสอนดีเยี่ยม (Outstanding Teaching Award) ประจำปีพ.ศ. 2546 ของภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ด้วย ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในปี 2547 ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ระดับดีเยี่ยม ประจำปีพ.ศ. 2549 จากสภาวิจัยแห่งชาติ
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ดร.นิศรา กลับมาทำงานในตำแหน่งนักวิจัยที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติในปี 2547 โดยนำเทคโนโลยีไมโครอะเรย์มาประยุกต์ใช้ในงานวิจัยและพัฒนาต่างๆ และในปี 2550 ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจร (Microarray) และดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องปฏิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจรด้วย จากนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2555-2561 ดร.นิศราได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางชีวภาพ ดร.นิศราและทีมถือเป็นผู้บุกเบิกในการใช้การพัฒนาเทคโนโลยีฐานแบบอะเรย์ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาชุดตรวจเชื้อก่อโรคพืช เชื้อก่อโรคในอาหารและสารพิษจากเชื้อราที่สามารถตรวจหาเชื้อได้หลายชนิดพร้อมๆกัน นอกจากนี้ดร.นิศรายังประสบความสำเร็จในการนำฐานข้อมูลการแสดงออกของยีนมาช่วยในการถอดรหัสจีโนมกุ้งกุลาดำสำเร็จเป็นทีมแรกของโลก ปัจจุบัน ดร.นิศรา ดำรงตำแหน่งนักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยไมโครอะเรย์แบบครบวงจร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการค้นหาสารชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
ดร.นิศรา มีผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติมากกว่า 70 เรื่อง เป็นผู้ประเมินผลงานตีพิมพ์ให้วารสารนานาชาติมากกว่า 21 วารสาร และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินข้อเสนอโครงการให้กับสหภาพยุโรป (European Union-EU) ได้ดำเนินการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการพัฒนาชุดตรวจ 22 ฉบับ อนุสิทธิบัตร 8 ฉบับ งานวิจัยต้นแบบ 13 ผลงาน หนึ่งในผู้เขียนหนังสือซึ่งได้รับการรวมรวมและตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม (a book chapter) ข้อตกลงความลับทางการค้า (Trade Secret) ได้รับเชิญเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยมากกว่า 80 เรื่องทั้งในทั้งประเทศและต่างประเทศ ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น รางวัล The Outstanding ONE HEALTH Researcher in Aquaculture Award from the American National Shellfisheries Association 2021 รางวัล ‘Women Scientists in Asia’ by the Association of Academies and Societies of Sciences in Asia (AASSA) and InterAcademy Partnership (IAP) 2018, ได้รับพระราชทานรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ประจำปี 2554 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับทุนวิจัย Marie Curie Incoming International Fellowship จากสหภาพยุโรป (European Union-EU) ได้รับรางวัล ‘For Women in Science’ จาก L’Oreal (Thailand) -UNESCO รางวัลผลงานประดิษฐคิดค้นประจำปี 2553 จากสภาวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัยประจำปี 2557 จากสภาวิจัยแห่งชาติ ได้รับการสัมภาษณ์และตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature ได้รับเลือกให้เป็น Young Global Leader 2013 จาก World Economic Forum เป็นต้น และเป็นยังผู้เขียนและเจ้าของหนังสือ Best Seller ชื่อ ‘Push the Limit เก่งได้…ไร้ขีดจำกัด’ นอกจากนี้ ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติอีกด้วย

📢ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ ได้รับรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2564 จากสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (สนธ.) ประกาศรายชื่อนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดีเด่นและนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2564 เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นักเรียนทุนรัฐบาลไทย โดยการคัดเลือกครั้งนี้ ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยไมโครอะเรย์แบบครบวงจร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการค้นหาสารชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่งประจำปี พ.ศ. 2564 โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564
ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ เกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่ออายุ 16 ปีได้รับทุนรัฐบาลไทยประจำปี 2537 เพื่อศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท-เอก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเคมี (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ก (Columbia University, New York) ในปีพ.ศ. 2542 ด้วยคะแนนสูงสุดจึงได้รับรางวัล Bonilla Medal และได้รับการจารึกชื่อไว้ที่มหาวิทยาลัยด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก Tau Beta Pi National Engineering Honor Society ของมหาวิทยาลัยทั้งประเทศของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
หลังจากนั้นเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมเคมีที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย (Stanford University, California) ระหว่างที่ศึกษาต่อยังได้รับรางวัลผู้ช่วยสอนดีเยี่ยม (Outstanding Teaching Award) ประจำปีพ.ศ. 2546 ของภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ด้วย ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในปี 2547 ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ระดับดีเยี่ยม ประจำปีพ.ศ. 2549 จากสภาวิจัยแห่งชาติ
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ดร.นิศรา กลับมาทำงานในตำแหน่งนักวิจัยที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติในปี 2547 โดยนำเทคโนโลยีไมโครอะเรย์มาประยุกต์ใช้ในงานวิจัยและพัฒนาต่างๆ และในปี 2550 ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจร (Microarray) และดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องปฏิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจรด้วย จากนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2555-2561 ดร.นิศราได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางชีวภาพ ดร.นิศราและทีมถือเป็นผู้บุกเบิกในการใช้การพัฒนาเทคโนโลยีฐานแบบอะเรย์ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาชุดตรวจเชื้อก่อโรคพืช เชื้อก่อโรคในอาหารและสารพิษจากเชื้อราที่สามารถตรวจหาเชื้อได้หลายชนิดพร้อมๆกัน นอกจากนี้ดร.นิศรายังประสบความสำเร็จในการนำฐานข้อมูลการแสดงออกของยีนมาช่วยในการถอดรหัสจีโนมกุ้งกุลาดำสำเร็จเป็นทีมแรกของโลก ปัจจุบัน ดร.นิศรา ดำรงตำแหน่งนักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยไมโครอะเรย์แบบครบวงจร กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการค้นหาสารชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
ดร.นิศรา มีผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติมากกว่า 70 เรื่อง เป็นผู้ประเมินผลงานตีพิมพ์ให้วารสารนานาชาติมากกว่า 21 วารสาร และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินข้อเสนอโครงการให้กับสหภาพยุโรป (European Union-EU) ได้ดำเนินการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการพัฒนาชุดตรวจ 22 ฉบับ อนุสิทธิบัตร 8 ฉบับ งานวิจัยต้นแบบ 13 ผลงาน หนึ่งในผู้เขียนหนังสือซึ่งได้รับการรวมรวมและตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม (a book chapter) ข้อตกลงความลับทางการค้า (Trade Secret) ได้รับเชิญเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยมากกว่า 80 เรื่องทั้งในทั้งประเทศและต่างประเทศ ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น รางวัล The Outstanding ONE HEALTH Researcher in Aquaculture Award from the American National Shellfisheries Association 2021 รางวัล ‘Women Scientists in Asia’ by the Association of Academies and Societies of Sciences in Asia (AASSA) and InterAcademy Partnership (IAP) 2018, ได้รับพระราชทานรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ประจำปี 2554 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับทุนวิจัย Marie Curie Incoming International Fellowship จากสหภาพยุโรป (European Union-EU) ได้รับรางวัล ‘For Women in Science’ จาก L’Oreal (Thailand) -UNESCO รางวัลผลงานประดิษฐคิดค้นประจำปี 2553 จากสภาวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัยประจำปี 2557 จากสภาวิจัยแห่งชาติ ได้รับการสัมภาษณ์และตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature ได้รับเลือกให้เป็น Young Global Leader 2013 จาก World Economic Forum เป็นต้น และเป็นยังผู้เขียนและเจ้าของหนังสือ Best Seller ชื่อ ‘Push the Limit เก่งได้…ไร้ขีดจำกัด’ นอกจากนี้ ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติอีกด้วย

ที่อยู่

113 Thailand Science Park, Paholyothin Rd., Klong Luang, Pathumthani
Bangkok
12120

รถตู้ TU ขึ้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือ รถตู้ ต118 ขึ้นจากสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร

ข้อมูลทั่วไป

ดุข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.biotec.or.th https://www.youtube.com/user/BIOTECThailand

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

025646700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BIOTEC-NSTDAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BIOTEC-NSTDA:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติAutoDesiccator ภายใต้แบรนด์"เวยโฟ(WEIFO)", ประเทศไต้หวัน สอบเทียบค่าความชื้นได้ รับประกัน/ดูแลต่อเนื่องหลังขาย สอบถาม Idline/Tel.062-4944693 Tel.02-8124024/092-3624299
ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติAutoDesiccator ภายใต้แบรนด์"เวยโฟ(WEIFO)", ประเทศไต้หวัน สอบเทียบค่าความชื้นได้ รับประกัน/ดูแลต่อเนื่องหลังขาย สอบถาม Idline/Tel.062-4944693 Tel.02-8124024/092-3624299
ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติAutoDesiccator ภายใต้แบรนด์"เวยโฟ(WEIFO)", ประเทศไต้หวัน สอบเทียบค่าความชื้นได้ รับประกัน/ดูแลต่อเนื่องหลังขาย สอบถาม Idline/Tel.062-4944693 Tel.02-8124024/092-3624299
ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติAutoDessicator ภายใต้แบรนด์"เวยโฟ(weifo)", ประเทศไต้หวัน สอบเทียบค่าความชื้นได้ รับประกัน/ดูแลต่อเนื่องหลังขาย สอบถาม idline/Tel.062-4944693 Tel.02-8124024/092-3624299
ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ"เวยโฟ"..เจ้าแรกเจ้าเดียวที่ไม่ใช้สาร/ฮีทเตอร์ดูดความชื้น..สอบเทียบค่าความชื้นได้..สะดวกในการซ่อมโดยไม่ต้องยกตู้.. สอบถาม idline:weifo1/062-4944693 โทร.02-8124024/092-3624299/062-4944693
ตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ"เวยโฟ"(WEIFO)..เจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศที่ไม่ใช้ สาร/ฮีทเตอร์ดูดความชื้น..สอบเทียบค่าความชื้นได้..สะดวกในการซ่อมโดย ไม่ต้องยกตู้.........สอบถาม idline:weifo1/062-4944693 โทร.02-8124024/092-3624299/062-4944693
เก็บรักษา: เครื่องมือ-อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ชิ้นงานวิจัย กล้อง เลนส์ ฟิล์ม ชิ้นส่วนอิเลคฯ สารเคมี น้ำยา ฯลฯ ไม่ให้เสื่อมสภาพ/เสียหายจากความชื้น
ฐานข้อมูลการพัฒนาด้านต่างๆของยุโรป สามารถสืบค้นได้ทุกเรื่องครับ (ฝากถึงหน่วยงานต่างๆด้วยครับ)
ผลงานวิจัยที่ Biotec ที่โดดเด่นหาได้ที่ไหนครับสามารถนำไปใช้ได้ไหมครับ
#Structuralbiologycongress2018 Welcomes BIOTEC-NSTDA to participate in our event. #lifesciences #Asia #molecularbiology #scientists #researchers #Thailand #osaka #Japan
ผมอยากได้หัวเชื้อราบิวเวอร์เรีย ต้องทำอย่างไรบ้างคับ ผมทำงานที่จ.ระยอง บ้านอยู่จ.จันทบุรี คับ