การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan

การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ให้ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น [JNTO] เป็นหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยการให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เชิญเยี่ยมชมเว็บไซต์ JNTO สำนักงานกรุงเทพฯ ได้ที่ www.jnto.or.th สำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น 10 อาคารเสริมมิตร อโศก เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 09.00 – 12.00 น. ให้บริการข้อมูลทางเคาน์เตอร์โดยเจ้าหน้าที่ เวลา 09.00 – 17.00 น. รับเอกสารการท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วยตัวเอง (12.00 – 17.00 น.ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ) Website: www.jnto.or.th facebook: visitjapanth Instagram: visitjapanth

เปิดเหมือนปกติ

เที่ยวจังหวัดฟุคุอิ เยือนจุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น จังหวัดฟุคุอิ (Fukui) สามารถเดินทางมาเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายจากโอซ...
29/12/2020

เที่ยวจังหวัดฟุคุอิ เยือนจุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น

จังหวัดฟุคุอิ (Fukui) สามารถเดินทางมาเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายจากโอซาก้า (Osaka) โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง สถานที่เที่ยวชื่อดัง อาทิ หน้าผาโทจินโบ (Tojinbo) ที่ตั้งอยู่ริมทะเล มีลักษณะสวยงามแปลกตา และขึ้นชื่อเรื่องวิวพระอาทิตย์ตกดินอันน่าประทับใจ อีกทั้งยังมีร้านอาหารทะเลสดๆ หลายร้านตั้งอยู่โดยรอบบริเวณ

นอกจากนี้ จังหวัดฟุคุอิยังมีจุดชมซากุระสวยๆ หลายแห่ง โดยช่วงที่ดอกซากุระบานในฟุคุอิประมาณปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงกลางเมษายน วันนี้มีมาเสนอบางส่วน เช่น

🌸 บริเวณริมแม่น้ำอะสึวะ (Asuwa River) ใจกลางเมืองฟุคุอิ
เมื่อถึงฤดูที่ซากุระผลิบาน ต้นซากุระกว่า 600 ต้นที่เรียงรายเป็นแนวยาวเลียบทางเดินริมฝั่งแม่น้ำ เป็นระยะทางราว 2.2 กิโลเมตร จะบานสะพรั่งงดงามจนดูคล้ายอุโมงค์เลยทีเดียว ว่ากันว่าเป็นแนวต้นซากุระที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/j4qJxgw9LqytHUUz7

🌸 ปราสาทมารุโอคะ (Maruoka Castle) ในเมืองฟุคุอิ
ได้รับฉายาว่าเป็น “ปราสาทในม่านหมอก (Mist Castle)” จากตำนานอันลึกลับเมื่อครั้งอดีต ในขณะที่ศัตรูบุกเข้ามารุกราน ก็มักจะปรากฏม่านหมอกปกคลุมรอบปราสาท ทำให้บังสายตาจากศัตรูได้ ที่นี่ปลูกต้นซากุระไว้กว่า 400 ต้น ติดอันดับ 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเช่นกัน ในช่วงต้น-กลางเดือนเมษายนมีการจัดงานเทศกาลชมซากุระ (Maruoka Castle Sakura Festival) และมีการประดับไฟไลท์อัพโดยรอบปราสาทเพื่อให้ชมความงามของซากุระในยามค่ำคืนด้วย
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/b6FLMpvkSAnQBRjt6

🌸 เมืองคัตสึยามะ (Katsuyama City)
เป็นจุดชมซากุระชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฟุคุอิ โดยเฉพาะบริเวณริมฝั่งแม่น้ำคุซุริว (Kuzuryu River) มีต้นซากุระเรียงรายกว่า 450 ต้น เป็นระยะทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร ในช่วงกลางเดือนเมษายนจะมีการจัดงาน “เทศกาลคัตสึยามะ เบ็นเท็นซากุระ (Katsuyama Bentenzakura Festival)” ซึ่งในตอนกลางคืนจะเปิดไฟไลท์อัพส่องสว่างที่ต้นซากุระให้ชมด้วย นอกจากนี้ยังมีการประดับธงปลาคาร์ปตลอดแนวแม่น้ำในช่วงเดียวกับที่ซากุระบานด้วย
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/XYqF4RZmwFvR2sZq6

🌸 ศาลเจ้าคาเนะงาซาคิกู (Kanegasaki-gu Shrine) ในเมืองซึรุกะ (Tsuruga)
มีชื่อเสียงในเรื่องเทศกาลซากุระสุดโรแมนติก โดยนอกจากมาชมความงามของดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่งแล้ว ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังจัดงาน “เทศกาลฮะนะคาเอะ (Hanakae Festival)” หรือเทศกาลแลกดอกไม้ ซึ่งในอดีตคนหนุ่มสาวจะนำกิ่งดอกซากุระสีชมพูที่รับมาจากศาลเจ้ามาแลกเปลี่ยนกัน เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ความรัก แต่ในปัจจุบันการแลกปลี่ยนกิ่งดอกซากุระนี้ไม่ได้เฉพาะสำหรับคนรักเท่านั้น แต่ยังแลกเปลี่ยนกับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้ เชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นวันที่ 1-15 เมษายนของทุกปี และตอนกลางคืนมีงานประดับไฟที่สวยงามด้วย
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/xKS6ujFK9k8LfYU86

👉 รายละเอียดเพิ่มเติม:
http://www.fuku-e.com/lang/english/places_to_visit/sakura.php

#Fukui #Hokuriku #Shinetsu #Nature #JNTOthailand #คิดถึงญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #Sakura #ซากุระ

จับธงปลาคาร์ปมาว่ายน้ำ งานเทศกาลเก่าแก่ในฤดูหนาวของเมืองกุโจฮะจิมัง เทศกาลโค่ยโนะโบริ คันซาราชิ (Koinobori Kanzarashi) ห...
28/12/2020

จับธงปลาคาร์ปมาว่ายน้ำ งานเทศกาลเก่าแก่ในฤดูหนาวของเมืองกุโจฮะจิมัง

เทศกาลโค่ยโนะโบริ คันซาราชิ (Koinobori Kanzarashi) หรือเทศกาลล้างธงปลา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว (วันที่ 20 มกราคม และวันอาทิตย์ในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์) ที่เมืองกุโจฮะจิมัง (Gujo Hachiman) ในจังหวัดกิฟุ (Gifu)

🎏 หลายคนคงเคยเห็นธงรูปปลาคาร์ป หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โค่ยโนะโบริ (Koinobori) ที่ประดับตกแต่งอยู่ตามที่ต่างๆ ของญี่ปุ่น ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งธงรูปปลาคาร์ปนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของวันเด็กผู้ชาย (วันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี) และธงนี้แหละคือตัวเอกของเทศกาลนี้

📷 เมืองกุโจฮะจิมังนี้ มีชื่อเสียงด้านการย้อมผ้า โดยเฉพาะการย้อมคราม ซึ่งเป็นเทคนิคแบบดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำสีย้อม ที่สืบทอดกันมากว่า 400 ปี ในช่วงฤดูหนาวจะมีการผลิตธงปลาคาร์ป โดยมีธรรมเนียมในการนำผืนผ้าธงปลาคาร์ปที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติเสร็จแล้ว มาขึงด้วยแท่งไม้ลงไปแช่ในแม่น้ำเป็นเวลาหนึ่งคืน น้ำที่เย็นจัดจะช่วยให้สีที่ย้อมธงปลาคาร์ปออกมาสดใส และธงปลาคาร์ปสีสวยที่ลอยล่องอยู่กลางแม่น้ำนับเป็นภาพที่สวยแปลกตา ถือเป็นไฮไลต์ของงาน “เทศกาลโค่ยโนะโบริ คันซาราชิ” นั่นเอง

🐟สำหรับใครที่ไปเมืองกุโจฮะจิมัง ก็มีปลาคาร์ปจริงให้ชมกันด้วย โดยเฉพาะที่บริเวณถนนเล็กๆ ชื่อว่า “อิงาวะ โคมิจิ (Igawa Komichi)” เป็นทางเดินเลียบคูน้ำใสสะอาด ที่มีปลาคาร์ป (ตัวจริง) อาศัยแหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่ถนนเส้นหลักก็จะเจอร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ รวมไปถึงร้านของฝากมากมาย

🏯สถานที่เที่ยวอันมีชื่อเสียงอีกแห่งของที่เมืองนี้ก็คือ “ปราสาทกุโจฮะจิมัง (Gujo Hachiman Castle)” ที่ตั้งอยู่บนภูเขา ถ้าโชคดีจะได้เห็นปราสาทล้อมรอบไปด้วยหมอกขาวในฤดูหนาวจนดูเหมือนอยู่ในเทพนิยาย แต่ถึงจะไปฤดูอื่นก็สวยไม่แพ้กัน เพราะที่นี่มีทิวทัศน์งดงามทั้ง 4 ฤดู

🚆 การเดินทาง : จากสถานีนาโกย่า (Nagoya Station) ขึ้นรถไฟด่วน Limited Express (Wide View) Hida ไปลงที่สถานีมิโนะ-โอตะ (Mino-ota Station) แล้วต่อรถไฟสายนะงะระกะวะ (Nagaragawa Railway) ไปลงที่สถานีกุโจฮะจิมัง (Gujo Hachiman Station) รวมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

จากสถานีกุโจฮะจิมัง ต่อรถบัส Gifu Bus ไปลงที่ป้าย Gujo Hachiman Jokamachi Plaza ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวในเมือง หรือถ้ามีเวลาสบายๆ จะเดินเท้าจากสถานีรถไฟไปก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจะถึงศูนย์กลางการท่องเที่ยวในเมือง

👉 รายละเอียดเพิ่มเติม :
https://visitgifu.com/th/see-do/watanabe-somemono-dyehouse/
🎫 พาสรถไฟที่เกี่ยวข้อง : Takayama-Hokuriku Area Tourist pass ใช้เดินทางด้วยรถไฟบริษัท JR จากสถานีนาโกย่าไปจนถึงสถานีมิโนะ-โอตะ (ไม่รวมรถไฟสายนะงะระกะวะ) ระยะเวลาใช้งาน 5 วัน https://touristpass.jp/th/takayama_hokuriku/
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/GvYysha9DAUqxkT38

#Gujohachiman #Gifu #Chubu #Tradition #JNTOthailand #คิดถึงญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #WinterJapan

นั่งกระเช้าลอยฟ้า ชมวิวตระการตาของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากุจิโคะ🚡 Mt. Fuji Panorama Ropeway หรือกระเช้าลอยฟ้าที่จะพาไป...
27/12/2020

นั่งกระเช้าลอยฟ้า ชมวิวตระการตาของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากุจิโคะ

🚡 Mt. Fuji Panorama Ropeway หรือกระเช้าลอยฟ้าที่จะพาไปชมวิวภูเขาไฟฟูจิแบบพาโนรามาสวยงาม ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวยอดนิยมของผู้ที่ไปเยือนบริเวณทะเลสาบคาวากุจิโคะ (Lake Kawaguchiko) โดยกระเช้าโรปเวย์นี้จะใช้เวลาประมาณ 3 นาทีขึ้นไปสู่จุดชมวิวบนเขาที่ความสูง 1,075 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ให้ได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยๆ ได้แบบรอบทิศทาง

🗻 จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือ ทิวทัศน์ที่งดงามแตกต่างกัน 4 ฤดูกาล ฤดูใบไม้ผลิจะได้พบกับวิวดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่งทั่วทั้งบริเวณยอดเขา ฤดูร้อนก็สดชื่นด้วยบรรยากาศสีเขียวขจีของธรรมชาติ พอถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็จะได้ตื่นตากับสีสันสดใสทั้งวิวใบไม้สีแดง ส้ม เหลือง ส่วนในฤดูหนาวจะได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิใส่หมวกที่มีหิมะสีขาวโพลนปกคลุมยอดเขา

📷 นอกจากนี้ จุดชมวิวด้านบนยังมีมุมถ่ายรูปสุดฮิตหลายแห่ง อาทิ “กระดิ่งรูปหัวใจ” ที่ตั้งอยู่ตรงกับวิวภูเขาไฟฟูจิพอดี เชื่อกันว่าหากได้สั่นกระดิ่งนี้จะได้รับพลังจากภูเขาไฟฟูจิ รวมถึง “ศาลเจ้ากระต่าย (Usagi Jinja)” ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาขอพรเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้เอมะ (Ema) และยังมีตุ๊กตาปูนรูปกระต่ายกับทานูกิน่ารักๆ จากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่อง คาชิคาชิยามะ (Kachi Kachi Yama) ให้แวะถ่ายรูปด้วย

🍡 อีกทั้งยังมีร้านขายของที่ระลึก ร้านขายอาหารและขนมต่างๆ ให้ได้รับประทานกัน เช่น ขนมทานุกิดังโงะ ที่เป็นขนมขึ้นชื่อของที่นี่ และถ้ามีเวลาทั้งวันก็ขอแนะนำให้อยู่รอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกภาพบรรยากาศอันงดงามน่าประทับใจบนจุดชมวิวแห่งนี้

🚆 การเดินทาง : จากโตเกียว (Tokyo) ให้เริ่มต้นที่สถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) สามารถขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ Limited Express Fuji Excursion ตรงไปลงที่สถานีคาวากุจิโคะ (Kawaguchiko Station) ได้ในต่อเดียว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นขึ้นรถบัส Kawaguchiko Sightseeing Bus สายสีแดง ไปลงป้ายหมายเลข 9 (Sightseeing Boat/Ropeway Ent.) ใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาทีก็ถึงสถานีกระเช้าที่อยู่ตรงตีนเขา

👉 รายละเอียดเพิ่มเติม :
https://www.mtfujiropeway.jp/th/
🎫 พาสรถไฟที่เกี่ยวข้อง : JR Tokyo Wide Pass ใช้เดินทางด้วยรถไฟบริษัท JR จากโตเกียวไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาคคันโต รวมถึงไปยังสถานีคาวากุจิโคะได้ ตามที่กำหนด ระยะเวลาใช้งาน 3 วันต่อเนื่อง
https://www.jreast.co.jp/multi/pass/tokyowidepass.html
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/7mV4r8ao71n5hh829

#Kawaguchiko #Yamanashi #Kanto #JNTOthailand #เที่ยวญี่ปุ่น #คิดถึงญี่ปุ่น #MtFuji #Outdoor

คิวชูก็มีหิมะนะ ที่เบปปุไง เบปปุ (Beppu) เป็นเมืองริมทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่...
26/12/2020

คิวชูก็มีหิมะนะ ที่เบปปุไง

เบปปุ (Beppu) เป็นเมืองริมทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดโออิตะ (Oita) คนไทยรู้จักกันดีจากภาพทิวทัศน์เมืองที่มีไอน้ำพวยพุ่ง และบ่อน้ำร้อนหลากสีสันที่เรียกกันว่าบ่อนรก ที่นี่มีแหล่งน้ำพุร้อนกระจายตัวอยู่เป็นจำนวนมาก และนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแช่อนเซ็นแล้ว น้ำพุร้อนยังเอามาใช้กับโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานจากความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Power) และใช้ทำประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย

แม้คนไทยจะรู้จักเบปปุในฐานะเมืองอนเซ็น แต่ที่จริงแล้วในช่วงฤดูหนาวที่เบปปุก็มีหิมะตกไม่น้อยเลย และถ้าโชคดี จะได้เห็นภาพเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม

ไฮไลท์จุดท่องเที่ยวเด่นๆ ของเบปปุมีอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น เบปปุ อนเซ็น (Beppu Onsen) เป็นแหล่งรวมอนเซ็นชั้นดี คุณภาพของน้ำก็เป็นเลิศ และเชื่อกันว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้หลายอย่าง ภายในเมืองมีเรียวกังหลายแห่งให้เลือกซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออกของสถานีเบปปุ อาคารของที่นี่เป็นอาคารไม้ที่ได้บรรยากาศของญี่ปุ่นสมัยก่อน และมักมีบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งซึ่งถือเป็นไฮไลท์ นอกจากนี้โรงแรมบางแห่งก็มีบ่อน้ำร้อนที่สามารถชมวิวอ่าวเบปปุ (Beppu Bay) ที่งดงามพร้อมๆ กับการแช่น้ำร้อนไปด้วย

หรือที่ Beppu Ropeway ซึ่งเป็นกระเช้าขนาดใหญ่ที่สุดในคิวชู สามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 101 คนต่อเที่ยว เพื่อขึ้นไปชมวิวบนภูเขาไฟสึรุมิ (Mt.Tsurumi) สูง 1,375 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พอเข้าฤดูหนาวหิมะจะตกบนยอดเขาสึรุมิเป็นที่แรก ทิวทัศน์สีขาวบริสุทธิ์และหิมะปริมาณไม่น้อยถือเป็นไฮไลท์เด่นของที่นี่

และไม่ว่าจะไปฤดูไหนก็ห้ามลืม Jigoku Meguri หรือบ่อนรก (ชมอย่างเดียว ลงแช่ไม่ได้เนื่องจากน้ำร้อนมาก) มีบ่อน้ำร้อนหลากหลาย ซึ่งสีของน้ำและอุณหภูมิของแต่ละบ่อจะแตกต่างกันไป เช่น บ่อเลือด (Chi no Ike Jigoku) เป็นบ่อน้ำพุร้อนสีแดงคล้ายเลือด หรือบ่อทะเลนรก (Umi Jigoku) น้ำพุร้อนที่เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนน้ำทะเล แต่กลับร้อนมากและมีควันขาวพวยพุ่ง หรือบ่อโคลนนรก (Oniishibozu Jigoku) เป็นบ่อโคลนสีขาวข้น มีโคลนเดือดปุดๆ ให้เห็นและมีฟองโคลนขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาให้เห็นตลอดเวลา

🚆 การเดินทาง : ตั้งต้นจากฟุกุโอกะที่สถานีฮะคะตะ (Hakata Station) โดยสารรถไฟด่วนพิเศษ Limited Express Sonic ไปลงสถานีเบปปุ (Beppu Station) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถใช้รถบัส Yufurin เดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองเบปปุได้ รวมถึงสามารถใช้เดินทางไปต่อที่เมืองยุฟุอิน (Yufuin) ได้ด้วย

👉 ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.jnto.or.th/activities/all-around-japan/9-cities-relax-with-family/beppu/
🎫 พาสรถไฟที่เกี่ยวข้อง : สามารถใช้ JR Kyushu Rail Pass ประเภท JR Northern Kyushu Pass แบบ 3 วันหรือ 5 วันสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในคิวชูตอนเหนือด้วยรถไฟ JR
http://www.jrkyushu.co.jp/english/railpass/railpass.html
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/zim4uFxrppnJt8qY8

#JNTOthailand #คิดถึงญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #Kyushu #Oita #Beppu

ไฟสุดโรแมนติกในโตเกียวช่วงปลายปีที่เป็นเทศกาลคริสต์มาสยาวไปถึงปีใหม่อย่างนี้ โตเกียวจัดงานประดับไฟ (Illumination) ตามย่า...
25/12/2020

ไฟสุดโรแมนติกในโตเกียว

ช่วงปลายปีที่เป็นเทศกาลคริสต์มาสยาวไปถึงปีใหม่อย่างนี้ โตเกียวจัดงานประดับไฟ (Illumination) ตามย่านดังต่างๆ เป็นประจำทุกปี เช่น ย่านชอปปิ้ง ถนนคนเดิน สวนสนุก สวนสาธารณะต่างๆ ครั้งนี้เลยถือโอกาสแนะนำจุดชมไฟประดับสวยๆ ในโตเกียว ให้เก็บเป็นข้อมูลไว้ก่อน

1 รปปงงิ ฮิลส์ (Roppongi Hills)
รปปงงิ ฮิลส์ เป็นย่านสุดฮิตใจกลางเมืองโตเกียวที่รวมเทรนด์ต่างๆ ไว้มากมาย ทุกปีจะมีการจัดงานประดับไฟตลอดสองฝั่งถนนที่ทอดยาวราวๆ 400 เมตร เป็นงานประดับไฟคริสต์มาส (Roppongi Hills Christmas) ที่ไฮไลท์เด่นอยู่ที่เนินเคยากิซากะ (Keyaki Slope) ซึ่งจะมีการแสดงไฟโดยใช้หลอดไฟกว่า 700,000 ดวง เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีตลาดคริสต์มาส Christmas Market 2020 ซึ่งเป็นตลาดกลางแจ้งแบบมีหลังคา ที่มีร้านค้าจำหน่ายอาหาร รวมทั้งของขวัญคริสต์มาสหลากหลาย และมีจัดคอนเสิร์ตกับการแสดงต่างๆ ที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาเดินเที่ยว โดยในปี 2020 นี้ งานนี้จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนถึงวันที่ 25 ธันวาคม
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/P9JGqKr81ZCVub6r5

2 โอไดบะ (Odaiba)
โอไดบะ เป็นที่เที่ยวริมทะเลบรรยากาศโรแมนติก ต่างจากที่อื่นในโตเกียว เพราะโอไดบะมีพื้นที่ใหญ่ ถนนกว้าง อาคารส่วนใหญ่จะไม่ใช่ตึกที่อยู่ติดกันแบบในย่านดังอย่างชินจูกุหรือชิบุย่าที่เราคุ้นเคย แต่จะเป็นห้างขนาดใหญ่หลายหมื่นตารางเมตรที่อยู่ห่างๆ กัน และมีเส้นทางเดินชมวิวรอบๆ ที่อยู่ติดทะเล โดยโอไดบะนั้นมักจะมีการประดับไฟตลอดทั้งปีอยู่แล้ว แต่ในช่วงฤดูหนาวก็จะมีการเปลี่ยนแปลงธีมเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ อย่างในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็จะเปลี่ยนเป็นไฟประดับธีมฤดูหนาว โดยมีไฮไลท์อยู่ที่สามารถชมสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) และมีการจุดพลุที่สวนริมทะเลโอไดบะ (Odaiba Seaside Park) ทุกวันเสาร์ของเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังมีอีเวนต์ต่างๆ และมีการประดับไฟต้นคริสต์มาส จุดที่แนะนำก็อย่างเช่นบนดาดฟ้าของห้าง DECKS Tokyo Beach ที่เห็นสะพานสายรุ้งชัดเจน
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/YvHdENhHnrPGmApq8

3 โยมิอุริแลนด์ (Yomiuriland)
โยมิอุริแลนด์ เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ของโตเกียว ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงไปจนฤดูหนาวจะมีการจัดงานไฟประดับสุดยิ่งใหญ่อลังการเป็นประจำทุกปี ในชื่องาน Yomiuriland Jewellumination เป็นระยะเวลายาวนานถึง 6 เดือน ในปีนี้จัดตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2020 ไปจนถึงวันที่ 4 เมษายน 2021 โดยใช้หลอดไฟ LED ถึง 6.5 ล้านดวง ในธีมที่ต่างกันไปในแต่ละปี ไฮไลท์เด่นอยู่ที่อุโมงค์ไฟ การแสดงน้ำพุเต้นระบำที่น้ำพุขยับเต้นเปลี่ยนสีไปตามเสียงเพลง หรือการขึ้นชิงช้าสวรรค์เพื่อดูไฟทั้งหมดในสวนสนุกจากมุมสูง
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/1sn5fSgevap8eN9W7

#JNTOthailand #คิดถึงญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #Kanto #Tokyo #Illumination #Roppongi #Odaiba #Yomiuriland

ชมความงามของป่าไผ่กลางหิมะอาราชิยามะ (Arashiyama) คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนมาร์คดังของเกียวโต (Kyoto) โดยเฉพ...
24/12/2020

ชมความงามของป่าไผ่กลางหิมะ

อาราชิยามะ (Arashiyama) คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนมาร์คดังของเกียวโต (Kyoto) โดยเฉพาะบริเวณป่าไผ่อาราชิยามะ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในการเดินทางไปเที่ยวชมบรรยากาศตลอดทั้งปี และในฤดูหนาวก็จะได้พบกับภาพทิวทัศน์ป่าไผ่ท่ามกลางหิมะขาวโพลนซึ่งเป็นภาพที่งดงามตระการตาไม่น้อยไปกว่าฤดูกาลอื่น

ป่าไผ่อาราชิยามะในฤดูหนาวคือโอกาสที่จะได้สัมผัสความงามของทิวทัศน์ที่แตกต่างไปจากปกติที่มักจะได้เห็นป่าไฝ่มีสีเขียวขจีอยู่เสมอ อย่างช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ บรรยากาศรอบๆ จะเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนหรืออาจมีหิมะตกโปรยปรายลงมาขณะเดินเที่ยวด้วย ซึ่งระหว่างทางเดินไปป่าไผ่ก็ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดชิมอาหารจากร้านค้าแผงลอยท้องถิ่นในบริเวณใกล้เคียง ที่ขายอาหารคลายหนาวให้ได้รับประทานกันด้วย เช่น ปลาย่าง หมึกย่าง หรือของทอดร้อนๆ และไม่ไกลจากป่าไผ่ก็จะเป็นที่ตั้งของวัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple) วัดที่ทรงคุณค่าแห่งหนึ่งในเกียวโตซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายในวัดจะมีส่วนที่เป็นอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันสวยงามโดดเด่น และมีพื้นที่สวนญี่ปุ่นสำหรับเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งจะสวยงามและเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่หากไปในช่วงที่มีหิมะตกก็จะสวยงามไปอีกแบบ

ใกล้ป่าไผ่ยังมีสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) หรือที่เรียกกันว่าสะพานข้ามจันทร์ เป็นสะพานไม้ทอดตัวยาวข้ามแม่น้ำโฮซุ (Hozu River) ซึ่งในฤดูหนาววิวทิวทัศน์บนสะพานนี้ก็จะมีสีขาวจากหิมะและยังเป็นจุดที่มองเห็นทัศนียภาพของภูเขาอาราชิยามะได้อย่างชัดเจน หรือถ้าสนใจกิจกรรมล่องเรือชมวิวแม่น้ำโฮซุ ก็มีทริปล่องเรือตามเส้นทางคดเคี้ยวของแม่น้ำที่ล้อมรอบด้วยทิวเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งในฤดูหนาวจะมีบริการเครื่องทำความร้อนบนเรือด้วย

นอกจากนี้อีกฟากหนึ่งของเมือง ประมาณหนึ่งกิโลเมตรจากป่าไผ่และวัดเท็นริวจิ ยังมีย่านบ้านเมืองเก่าซากะ-โทริอิโมะโตะ (Saga-Toriimoto Preserved Street) ย่านเมืองเก่าที่สองข้างทางจะได้พบกับบ้านไม้ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยเมจิ มีจุดเด่นคือเป็นบ้านแถวพักอาศัยซึ่งในปัจจุบันได้มีการดัดแปลงให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกน่าสนใจตลอดสองข้างทางและยังสามารถเดินไปถึงวัดอาดาชิโนะ-เนนบุตสึจิ (Adashino Nenbutsuji Temple) ที่ตั้งอยู่สุดทางเดินได้ด้วย จุดเด่นของวัดเก่าแก่แห่งนี้คือรูปปั้นหินจำนวนมากและอาคารสิ่งปลูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบสมัยเก่าที่หาชมได้ยาก

🚆 การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) ขึ้นรถไฟสาย Sagano Line ไปลงสถานี ซากะอาราชิยามะ (Saga-Arashiyama Staion) ใช้เวลา 15 นาที แล้วเดินไปอีกราวๆ 20 นาทีจะถึงบริเวณท่องเที่ยวหลักใกล้ป่าไผ่และวัดเท็นริวจิ
หรือนั่งรถบัสหมายเลข 28 จากสถานีเกียวโตไปยังป้าย Arashiyama Tenryuji-mae แต่อาจใช้เวลาแตกต่างกันมากแล้วแต่สภาพการจราจรบนถนนของเกียวโตซึ่งอาจจะติดขัดในช่วงที่หิมะตกหนัก

👉 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.japan.travel/th/spot/1141/
🎫 พาสรถไฟที่เกี่ยวข้อง : JR Kansai Area Pass ใช้เดินทางด้วยรถไฟ JR จากเกียวโตหรือโอซาก้าไปอาราชิยามะได้ รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ที่กำหนดในภูมิภาคคันไซ ระยะเวลาใช้งานมีให้เลือกตั้งแต่ 1-4 วัน https://www.westjr.co.jp/global/en/ticket/pass/kansai/
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/MJh9QYLZaPjCtgUv7

#JNTOthailand #คิดถึงญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #Arashiyama #Kyoto #Kansai #Snow #หิมะ

ตามรอยฉากใน “ดาบพิฆาตอสูร” ดาบพิฆาตอสูร (Kimetsu no Yaiba หรือ Demon Slayer) คือการ์ตูนญี่ปุ่นดังที่หลายคนอาจจะเคยอ่านแล...
23/12/2020

ตามรอยฉากใน “ดาบพิฆาตอสูร”

ดาบพิฆาตอสูร (Kimetsu no Yaiba หรือ Demon Slayer) คือการ์ตูนญี่ปุ่นดังที่หลายคนอาจจะเคยอ่านแล้ว ซึ่งได้รับความนิยมกับกระแสตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆ ทั้งในญี่ปุ่นและในไทย จนกระทั่งมีการต่อยอดด้วยการสร้างเป็นอะนิเมะรวมทั้งภาพยนตร์อนิเมชั่น และครั้งนี้ก็จะพาไปรู้จักกับสถานที่จริงในญี่ปุ่นที่ดูคล้ายฉากสวยๆ ในการ์ตูนเรื่องนี้กัน ไว้น่านฟ้าเปิดแล้วค่อยไปตามรอยกันนะ

ศาลเจ้าคามาโดะ (Kamado Shrine) จังหวัดฟุคุโอกะ (Fukuoka)
คามาโดะเป็นทั้งชื่อศาลเจ้า และว่ากันว่าเป็นที่มาของนามสกุลของตัวเอกนั่นคือ ทันจิโร คามาโดะ กับน้องสาว เนซึโกะ คามาโดะ ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่เที่ยวดังอีกแห่งนั่นก็คือ ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu) ในจังหวัดฟุคุโอกะ (Fukuoka) ซึ่งนอกจากศาลเจ้าแล้วรอบๆ ก็ยังมีย่านการค้าที่น่าสนใจ ทำให้วางแผนไปเที่ยวได้ง่ายมาก
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/xu6byYXSger6PKjU6

ก้อนหินอิตโต-เซกิ (Itto-Seki) ในศาลเจ้าอะมะโนะอิวะทะเทะ (Amanoiwatate Shrine) จังหวัดนารา (Nara)
ก้อนหินขนาดใหญ่ในบริเวณศาลเจ้า นามว่าอิตโต-เซกิ (หินหนึ่งดาบ) มีตำนานเล่าว่าซามูไรชื่อ ยะงิว มุเนะโทชิ (Yagyu Munetoshi) มาฝึกซ้อมดาบที่นี่และมีเหตุการณ์ที่ต้องต่อสู้กับเท็งงู (สิ่งมีชีวิตในตำนานของญี่ปุ่น บ้างก็ว่าเป็นปีศาจ บ้างก็ว่าเป็นเทพเจ้า) จึงใช้ดาบฟันโจมตี ทำให้ทั้งเท็งงูและก้อนหินอิตโต-เซกิ ที่อยู่ด้านหลังแตกเป็น 2 ซีก ซึ่งหินก้อนนี้ ดูคล้ายกับก้อนหินใหญ่ที่ทันจิโรใช้ดาบผ่าเป็นสองซีกนั่นเอง
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/JpiM6PQX6w5NUSpe8

♨อะชิโนะมากิ อนเซ็น (Ashinomaki onsen) จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima)
เป็นแหล่งอนเซ็นยอดนิยมในเมืองไอซุวะกะมัทสึ (Aizu-wakamatsu) เรียวกังเก่าแก่ของที่นี่ชื่อว่า โอกาวะโซ (Ookawaso) มีห้องโถงใหญ่กับชั้นลอยรูปร่างแปลกตา ที่ดูคล้ายกับปราสาทไร้ขอบเขต (Mugen-Jo) อีกทั้งยังมีโถงที่ยื่นออกมาและเป็นจุดที่มีการแสดงดนตรีโบราณ ซามิเซ็ง (Shamisen) คล้ายๆ กับฉากที่มีอสูรเล่นบิวะ (พิณ) เพื่อควบคุมปราสาทนั่นเอง ซึ่งในเรื่องปราสาทดังกล่าวเป็นที่อยู่ของจอมอสูร มุซัน คิบุทสึจิ
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/wdTBeyYJ7SpvoFbRA

🌸สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) จังหวัดโทชิงิ (Tochigi)
สวนดอกไม้ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) มีจุดเด่นคือดอกฟูจิหรือดอกวิสทีเรีย (Wisteria) สีม่วงที่บานเต็มพื้นที่ เป็นหนึ่งในวิวที่ว่ากันว่าคล้ายกับภูเขาฟูจิคาซาเนะในเรื่องซึ่งมีดอกไม้สีม่วงที่เป็นจุดอ่อนของเหล่าอสูรบานอยู่เต็มภูเขา ซึ่งดอกไม้สีม่วงนี้ก็คือดอกวิสทีเรียนั่นเอง สำหรับคนที่ต้องการไปสวนดอกไม้อาชิคางะ ดอกวิสทีเรียจะบานเต็มที่ให้ได้ชมในระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี
📍 ข้อมูลที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/tiMHcXtTZQxy9hyn6

#JNTOthailand #คิดถึงญี่ปุ่น #เที่ยวญี่ปุ่น #KimetsunoYaiba #อะนิเมะ #มังงะ #ดาบพิฆาตอสูร

ที่อยู่

Serm-Mit Tower 159 Sukhumvit 21 Road, Wattana
Bangkok
10110

รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT-จากสถานีสุขุมวิท ทางออก 1 เดิน 5 นาที, ส่วนรถไฟฟ้า BTS-จากสถานีอโศก ทางออก 3 เดิน 8 นาทีถึงอาคารเสริมมิตร

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622613525

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น [JNTO] เป็นหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยการให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย เชิญเยี่ยมชมเว็บไซต์ JNTO สำนักงานกรุงเทพฯ ได้ที่ www.jnto.or.th สำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น 10 อาคารเสริมมิตร อโศก เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 09.00 – 12.00 น. ให้บริการข้อมูลทางเคาน์เตอร์โดยเจ้าหน้าที่ เวลา 09.00 – 17.00 น. รับเอกสารการท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วยตัวเอง (12.00 – 17.00 น.ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ) Website: www.jnto.or.th facebook: visitjapanth Instagram: visitjapanth

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์นะคะ "อีชิป นิปปอน" ตัวแทนนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น-ไทย 🙄 สนใจสินค้าญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าจะนำเข้าอย่างไร 🤔 อยากขายสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร 🤨 อยากพรีออเดอร์สินค้าญี่ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร . ⭕️ E-SHIP มีคำตอบให้คุณ . บริการซื้อสินค้า ✔️ ช้อปปิ้งออนไลน์สินค้าญี่ปุ่น ✔️ พรีออเดอร์สินค้าญี่ปุ่น ✔️ ประมูลสินค้าญี่ปุ่น ✔️ จัดตู้สินค้าญี่ปุ่นมือสอง . บริการส่งสินค้า ✔️ ชิปปิ้งทางเรือพร้อมเคลียร์ภาษี ✔️ จัดส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน . E-SHIP มีแอดมินประจำอยู่ที่ญี่ปุ่น พร้อมให้บริการเรื่องการจัดหาสินค้าในญี่ปุ่น และขนส่งสินค้าจากญี่ปุ่นมาไทย . บริการแบบครบวงจร ในราคาสบายกระเป๋า 🙇‍♀‍ Yoroshiku 🙇 --------------------------------------------- สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกได้เลย https://www.facebook.com/eshipnippon ---------------------------------------------
จองตั๋วไว้นานแล้วจะไปโอซาก้า ในเดือน มกราคม จะเข้าญี่ปุ่นได้ไหมค่ะ แล้วต้องทำยังไง
หนังสือดี....ท่องเที่ยวญี่ปุ่น....ขายเล่มละ 300 บาท รวมส่ง
หนังสือดี......เที่ยวญี่ปุ่น ตะลอนชิม อิน โตเกียว ถูกและฟรีมีที่โตเกียว เล่มละ 150 บาท ส่ง 40 บาท
Are you now a travel agent? I would like to go to Japan again, but I am to old now, and have only a little Satang.
รายการนี้ฉายช่องไหน เวลากี่โมง วันไหนคะ?
อยากทราบว่า รีสอร์ทที่เห็นในภาพฮอกไกโดอยู่ที่ไหนและชื่ออะไรคะ
Miss Japan so much , this July is the first year that cannot visit Japan. Hope to see u soon.
หนังสือดี...ท่องเที่ยวญี่ปุ่น สภาพดี ขายเล่มละ 250 บาท ส่ง 40 บาท
Yiiiiijhhihjhkwjkkjkjkkhww
ราเมงข้อสอบ@OSAKA
อยากไปเที่ยวช่วงไหนในญี่ปุ่น ระหว่างฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับฤดูหนาว? ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เดินทางมาเที่ยวได้ตลอดปี เพราะในแต่ละฤดูกาล ต่างก็มีกิจกรรมน่าสนใจ อีกทั้งทิวทัศน์ธรรมชาติก็สวยงามไม่แพ้กัน แม้ว่าจะเป็นสถานที่เดียวกัน แต่หากมาเที่ยวในฤดูที่ต่างกันก็ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปด้วย จึงเที่ยวได้ซ้ำๆไม่มีเบื่อ วันนี้เลยอยากถามเพื่อนๆว่า “อยากไปเที่ยวช่วงไหนมากกว่ากัน ระหว่างฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับฤดูหนาว” 1. เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีอันตระการตา ทั้งโทนสีส้ม สีเหลือง สีแดง ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง ราวกับอยู่ในโลกแห่งความฝัน อย่างในภาพแรกเป็นรูปของ “คุโรยุ อนเซ็น (Kuroyu Onsen)“ หนึ่งในเรียวกังอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนิวโต อนเซ็น (Nyuto Onsen) แหล่งน้ำพุร้อนชื่อดังของจังหวัดอะคิตะ (Akita) นักท่องเที่ยวสามารถตระเวณแช่อนเซ็นตามเรียวกังต่างๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งล้วนแล้วตั้งอยู่กลางหุบเขาที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม ให้ได้แช่อนเซ็นสีน้ำนมผ่อนคลายพร้อมชมวิวสวยๆ ในบรรยากาศสุดฟิน โดยช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ประมาณต้น-กลางเดือนตุลาคม เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลน่าเที่ยวที่ไม่ควรพลาด 2. สนุกกับกิจกรรมหิมะในฤดูหนาว อาทิ สกี สโนว์บอร์ด ท่ามกลางทัศนียภาพอันขาวโพลนกว้างไกลสุดสายตา ที่ให้ความรู้สึกเหมือนดินแดนแห่งเทพนิยาย เช่นในภาพที่สองคือ เมืองนิเซโกะ (Niseko) ในฮอกไกโด (Hokkaido) สถานที่ยอดนิยมสำหรับกิจกรรมฤดูหนาว ที่ครบครันไปด้วยสกีรีสอร์ตมากมาย และมองเห็นวิวภูเขาโยเทอิ (Mt. Yotei) ที่มีรูปทรงคล้ายคลึงกับภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างเต็มตา และหากมาเที่ยวในฤดูหนาว บางสถานที่ในญี่ปุ่นมีการจัดงานเทศกาลหิมะให้ได้ร่วมสนุกกันด้วย อีกทั้งมีแหล่งอนเซ็นทั่วญี่ปุ่นให้แช่คลายหนาวท่ามกลางปุยหิมะสีขาว เป็นช่วงเวลาที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม เลือกไม่ถูกเลยว่าจะไปฤดูไหนดี อยากได้ความเห็นจากเพื่อนๆ หรือถ้าใครมีที่เที่ยวในดวงใจที่ญี่ปุ่น ก็สามารถแนะนำมาได้เช่นกัน #Akita #Tohoku #Hokkaido #Other #JNTOthailand #เที่ยวญี่ปุ่น #คิดถึงญี่ปุ่น #Autumn #Winter #Onsen