งานวันการศึกษาเอกชน

งานวันการศึกษาเอกชน "วันการศึกษาเอกชนและมหกรรมการศึกษาเปิดโลกสู่ EEC" วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ณ ศูนย์ประชุ
(1)

เปิดเหมือนปกติ

รองเลขาธิการ กช. เข้าร่วมการประชุมเตรียมการจัดงาน “วันการศึกษาเอกชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2564”(31 ตุลาคม 25...
31/10/2020

รองเลขาธิการ กช. เข้าร่วมการประชุมเตรียมการจัดงาน “วันการศึกษาเอกชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2564”

(31 ตุลาคม 2563) นายธฤติ ประสานสอน รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานฯ เข้าร่วมการประชุมเตรียมการจัดงาน “วันการศึกษาเอกชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2564” โดยมี นายมาโนช จุลสุคนธ์ ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร รองศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร ข้าราชการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน และประธาน ปส.กช. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมสกลแกนด์พาเลช อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

นายธฤติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การจัดงานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2564 ได้กำหนดจัดขึ้นทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่

ภาคใต้ ณ จังหวัดภูเก็ต วันที่ 30 – 31 มกราคม 2564

ภาคเหนือกำหนดให้จัดที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ วันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2564

ภาคตะวันออกกำหนดให้จัดที่ จังหวัดชลบุรี วันที่ 12 – 13 กุมภาพันธ์ 2564

ภาคกลางกำหนดให้จัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2564
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำหนดให้จัดที่ จังหวัดสกลนคร วันที่ 20 – 21 กุมภาพันธ์ 2564 โดยจะจัดที่ โรงเรียนเซนต์ยอแซฟสกลนคร และภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแข่งขันทักษะทางวิชาการและการประกวดสิ่งประดิษฐ์นักเรียนโรงเรียนเอกชน การจัดนิทรรศการของโรงเรียนเอกชน การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้บริหาร ครูโรงเรียนเอกชน เป็นต้น

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
21/09/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

สช. ร่วม ปส.กช. จัดอบรมค่ายผู้นำเยาวชนวิถีใหม่ ห่างไกลยาเสพติดในพื้นที่โคราช

(21 กันยายน 2563) นายธฤติ ประสานสอน รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมค่ายผู้นำเยาวชนวิถีใหม่ห่างไกลยาเสพติด รุ่นที่ 14 ณ โรงแรมเฮาร์มิเทจ รีสอร์ท
ปอนด์ สปา อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา
โดยมี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 200 คน เข้าร่วมการอบรม

รองเลขาธิการ กช. กล่าวในการเปิดการอบรมว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ บั่นทอนความเจริญของประเทศชาติ หากประเทศใดมีประชาชนติดยาเสพติดจำนวนมาก ก็ไม่สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้ ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติด พบว่ากลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มหลักที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งเป็นผู้ค้าและผู้เสพ และผู้เสพมีอัตราการใช้ยาเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งพบทั้งที่อยู่ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การป้องกันและปราบปราบยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่หน่วยงานทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการควบคุม ป้องกัน ปราบปราบ และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการดำรงชีวิต กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาต่อการรองรับสภาพปัญหายาเสพติดในสังคม ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง กอปรกับอย่างที่เราทราบกันดี จากการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และสุขภาพของประชากรทั่วโลก ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างความปลอดภัย และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

รองเลขาธิการ กช. กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทุกคนต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากในการดูแลตนเอง รูปแบบชีวิตวิถีใหม่นี้ ประกอบด้วย วิธีคิด วิธีเรียนรู้ วิธีสื่อสาร วิธีปฏิบัติและการจัดการการใช้ชีวิตแบบใหม่เกิดขึ้นหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้มนุษย์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน มากกว่าจะธำรงรักษาวิถีดั้งเดิมหรือหวนหาถึงอดีต ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่เราต้องปรับตัว ไม่อาจคาดคะเนได้ว่าจะมีสิ่งใดที่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือมีอะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง โดยวันนี้สิ่งที่เราจะมาพูดกันหลักๆ คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม และการใช้ชีวิต New normal ก็คือ วิถีชีวิตใหม่ที่มนุษย์เรียนรู้ที่จะนำมาใช้เพื่อปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมนั้น ๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น โดยส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์เราก็จะมีการปรับตัวใหม่อีกครั้งเพื่อความอยู่รอดของเรานั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะสถานการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็ยังคงต้องปฏิบัติตัวดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่แข็งแรง จิตใจที่แจ่มใสอยู่เสมอ เพื่อพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีกมากมาย

สช. เองได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการสร้างทักษะชีวิตที่สำคัญให้กับนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนโรงเรียนเอกชนมีการดำเนินชีวิตตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ได้อย่างมีความสุข ความสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสนับสนุนให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติดและภัยอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รองเลขาธิการ กช. กล่าวทิ้งท้าย

02/09/2020
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

‼️ Application “สช. On Mobile “ ‼️

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “สช. On mobile “ ได้แล้ววันนี้ในระบบ แอนดรอยด์ และระบบ iOS สามารถดาวน์โหลดได้ ในช่วงเดือน ตุลาคมนี้”

https://play.google.com/store/apps/details?id=td.webuild.opec

31/07/2020
รมช.กนกวรรณตอบกระทู้ถามทั่วไป “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ของโรงเรียนเอกชน

รมช.กนกวรรณตอบกระทู้ถามทั่วไป “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ของโรงเรียนเอกชน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.00 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบกระท.....

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
28/05/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

ขอเชิญชวนพสกนิกร ร่วมประดับตกแต่งอาคารสถานที่เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” 3 มิ.ย.รัฐบาลขอเชิญชวน ภาครัฐ-เอกชนประดับธงชาติคู่ธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ท.

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2563 รัฐบาลขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกิจกรรม ประดับธงชาติคู่กับธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ท. พระฉายาลักษณ์สมเด็พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งเครื่องราชสักการะ ประดับผ้าระบายสีม่วงร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามหน่วยงาน อาคาร บ้านเรือน ตั้งแต่วันที่ 1- 30 มิถุนายน 2563 และจัดสถานที่ลงนามถวายพรพร ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 มิถุนายน 2563

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
23/05/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

สช.เตรียมเสนอขอผ่อนผันให้โรงเรียนนานาชาติเปิดเรียน 1 มิ.ย. นี้

(22 พฤษภาคม 2563) ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า ทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำลังจัดเตรียมข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อการพิจารณาทบทวนการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนเอกชน ประเภทนานาชาติว่า ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 216 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2552 เป็นเท่าตัว และการเรียนการสอนของโรงเรียนนานาชาตินั้น มีการจัดการเรียนการสอนแตกต่างกันไปตามหลักสูตรของแต่ละที่ โดยแบ่งเป็นแบบ เปิดสอน 2 ภาคเรียน จำนวน 81 แห่ง และเปิดสอน 3 ภาคเรียน จำนวน 135 แห่ง จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมาโรงเรียนนานาชาติได้รับความนิยมมากขึ้น และมีแนวโน้มในการขยายสู่ภูมิภาคมากขึ้นด้วย และการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนนานาชาตินั้น จะมีการเปิดภาคเรียนที่ 1 อยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคม – เดือน มิถุนายน จำนวน 11 แห่ง เป็นภาคเรียนที่ 3 จำนวน 201 แห่ง ส่วนในเดือนมิถุนายนนั้น จะเป็นเดือนสุดท้ายของปีการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติจำนวน 201 แห่ง และเดือนกรกฎาคมนั้น จะเป็นเดือนของการปิดภาคเรียน จำนวน 197 แห่ง ดังนั้น หากการเปิดภาคเรียนตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการในวันที่ 1 กรกฎาคมนั้น อาจทำให้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับโรงเรียนนานาชาติ จึงเป็นสาเหตุของการขอผ่อนผันให้โรงเรียนนานาชาติสามารถทำการเปิดเรียนได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน อีกทั้งโรงเรียนนานาชาตินั้น มีปัจจัยความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับมาตรการการป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ดังนี้คือ 1) มีปัจจัยที่เอื้อต่อความปลอดภัย นักเรียนต่อห้อง 20-25 คน (ส่วนใหญ่ 10-20คน) มีพื้นที่โรงเรียนกว้าง มีห้องเรียน/ห้องกิจกรรม เพียงพอ มีจำนวนครูและบุคลากรต่อนักเรียน เฉลี่ย 1:10 (อนุบาล 1:7) ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ ผู้ปกครองมีศักยภาพและมีความพร้อมสูงในการป้องกันโรค โรงเรียนมีที่ตั้งในพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว

ดร.อรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้นักเรียนต่างชาติของโรงเรียนนานาชาติทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้พำนักอยู่เดิมในไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ได้ อีกทั้งโรงเรียนนานาชาติมีระบบสอน online อยู่แล้ว ทำให้นักเรียนจำเป็นต้องเข้ามาในโรงเรียนช่วงสั้นๆ ทำให้สามารถติดตามนักเรียนได้ง่ายในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพ 2) เพื่อลดผลกระทบทางธุรกิจและสังคม เนื่องจากในเดือนมิถุนายนจะเป็นเดือนสุดท้ายของปีการศึกษาโรงเรียนนานาชาติทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ใช้หลักสูตรเดียวกันทำให้จำเป็นต้องปรับช่วงเวลาให้ตรงกับหลักสูตรของต่างประเทศด้วย และผู้ปกครองไม่ยอมรับการสอนแบบ online ตลอดภาค เรียนแต่ต้องการแบบผสมผสาน (hybrid) ทำให้ผู้ปกครองชะลอการจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียน จนทำให้เกิดการฟ้องร้องขอเงินค่าธรรมเนียมการเรียนคืน และมีการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก จากปัจจัยเหล่านี้หากโรงเรียนเอกชน ประเภทนานาชาติใด จะทำการเปิดเรียนในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ จะต้องดำเนินการตามมาตรการรองรับการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ในโรงเรียนเอกชน ประเภทนานาชาติ อย่างเคร่งครัดดังนี้

มาตรการก่อนเปิดเรียน

1. โรงเรียนทำการสำรวจข้อมูลครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ภายใน 14 วัน หรือมีอาการที่แสดงว่ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) และให้แจ้งโรงเรียนรับทราบโดยทันที

2. โรงเรียนมีการแบ่งพื้นที่ใช้งานอย่างชัดเจน จัดเตรียมสถานที่ในห้องเรียน พื้นที่นอนกลางวัน พื้นที่การเรียนรวม โรงอาหาร พื้นที่สันทนาการ โดยใช้ social distancing ให้มีระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร ระหว่างบุคคล พร้อมทำป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือนทั่วบริเวณโรงเรียน และต้องหมั่นตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา

3. โรงเรียนมีการทำความสะอาดพื้นที่ภายในโรงเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอนทุกครั้งก่อนเปิดเรียนอย่างต่อเนื่อง

4. โรงเรียนกำหนดจุดคัดกรองบริเวณประตูทางเข้าโรงเรียน เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักเรียน ครู และบุคลากรที่มาติดต่อกับโรงเรียนทุกรายและทุกครั้ง

5. โรงเรียนมีจุดบริการทำความสะอาดมือและมีการจัดเตรียมสบู่ล้างมือ แอลกอฮอล์เจล บริเวณทางเข้าประตู โรงเรียน ห้องเรียน บริเวณอาคาร ห้องน้ำ หรือสถานที่จัดกิจกรรมอื่นๆ อย่างเพียงพอและทั่วถึง

6. โรงเรียนให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรงเรียนแก่ครู บุคลากร และพนักงานของโรงเรียน ตลอดจนผู้ปกครอง นักเรียน และผู้เกี่ยวข้อง

7. โรงเรียนจัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์แนะนำมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของโรงเรียน การสังเกตอาการ และอื่นๆ

8. โรงเรียนจัดทำแผนการเรียนการสอน โดยโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมาก อาจแบ่งนักเรียนสลับมาเรียนที่โรงเรียนแต่ละห้องหรือแต่ละชั้นตามความเหมาะสม และจัดให้มีการเหลื่อมเวลาเข้าเรียน เลิกเรียน รวมถึงเวลาพักของนักเรียนแต่ละชั้นปี

มาตรการระหว่างเปิดเรียน

9. ผู้ปกครองต้องตรวจวัดอุณหภูมิของนักเรียนทุกครั้งก่อนออกจากบ้านมาโรงเรียน หากตรวจพบอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือสูงกว่า 37.5 องศา ต้องไม่ให้นักเรียนมาโรงเรียน

10. พนักงานประจำรถและพนักงานขับรถโรงเรียนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนปฏิบัติหน้าที่หากตรวจพบอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือสูงกว่า 37.5 องศา ไม่อนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ และต้องทำความสะอาดรถทุกรอบ

11. พนักงานประจำรถโรงเรียน มีเทอร์โมมิเตอร์ประจำตัว และต้องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักเรียนก่อนขึ้นรถรับ - ส่งนักเรียน หากตรวจพบอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือสูงกว่า 37.5 องศา ไม่อนุญาตให้ขึ้นรถและนักเรียนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะที่อยู่บนรถ

12. บุคคลทุกคนที่จะเข้ามาภายในบริเวณโรงเรียนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ณ จุดคัดกรองที่ประตูทางเข้าโรงเรียน ในกรณีที่พบ ผู้มีอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือสูงกว่า 37.5 องศา หรือมีอาการไข้ ไอ จามมีน้ำมูก หรือมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จะไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในบริเวณโรงเรียน และมีการบันทึกข้อมูลเก็บไว้

13. นักเรียน ครู และบุคลากร หรือผู้มาติดต่อกับโรงเรียนทุกคน ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ขณะที่อยู่ภายในพื้นที่บริเวณโรงเรียน

14. โรงเรียนต้องจัดให้มีระบบระบายอากาศ เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

15. เพิ่มความเข้มข้นในการทำความสะอาดภายในโรงเรียน ห้องเรียน ห้องน้ำ สนามเด็กเล่น อุปกรณ์การเรียน กีฬา เครื่องดนตรี ฯลฯ อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำหลังเลิกเรียนทุกวัน หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และของเล่นร่วมกันต้องมีการทำความสะอาดก่อนและหลังใช้งานทุกครั้ง รวมถึงไม่อนุญาตให้นำของเล่นส่วนตัวมาใช้ในโรงเรียน

16. โรงเรียนต้องมีการควบคุมคุณภาพการประกอบอาหารและการจัดการน้ำดื่มในโรงเรียนให้ถูกสุขอนามัย

17. ยกเลิกการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรภาคบ่าย (Extra Curricular Activities) ทั้งหมด

18. งดการประชุมหรือจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีคนหมู่มาก

19. งดกิจกรรมกีฬาทุกประเภทที่ต้องสัมผัสตัวกับผู้ร่วมแข่งขัน หรือกีฬาประเภทที่ต้องแข่งขันเป็นทีม

20. นักเรียนจะได้รับคำเตือนจากครูให้ล้างมือเมื่อจบคาบเรียนทุกๆ คาบ หรือเมื่อทำกิจกรรมที่ต้องสัมผัสวัสดุต่าง ๆ โดยมีเจลล้างมือให้บริการหน้าโรงเรียน ในห้องเรียน ห้องน้ำ และโรงอาหาร

21. นักเรียนและพนักงานทุกคนจะต้องมีขวดน้ำ/กระติกน้ำของตนเอง

22. ในกรณีที่พบนักเรียนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) หรือเจ็บป่วย ให้มีผู้ประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อดำเนินการคัดแยกและดูแลรักษาผู้เจ็บป่วย

23. หลีกเลี่ยงการเรียนการสอนในห้องเรียนที่ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลาต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง

24. การจะให้นักเรียนมาหรือไม่มาโรงเรียนในแต่ละวันให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ปกครอง

มาตรการหลังเลิกเรียน

25. โรงเรียนต้องแจ้งผู้ปกครอง เพื่อรับนักเรียนกลับบ้านทันทีหลังเลิกเรียน

26. โรงเรียนมีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID –19) และรายงานผู้อำนวยการสถานศึกษาทราบเป็นประจำทุกวัน

“ซึ่งข้อมูลของมาตรการ และข้อเสนอดังกล่าวนี้ ทาง สช.จะได้นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนำเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป” ดร.อรรถพล กล่าวทิ้งท้าย

เปิดร้องเรียน'เงินเยียวยา 5,000' ผ่านสาขาแบงก์รัฐ 18-29 พ.ค.
20/05/2020
เปิดร้องเรียน'เงินเยียวยา 5,000' ผ่านสาขาแบงก์รัฐ 18-29 พ.ค.

เปิดร้องเรียน'เงินเยียวยา 5,000' ผ่านสาขาแบงก์รัฐ 18-29 พ.ค.

ร้องเรียนเงินเยียวยา ไม่ต้องเดินทางมาที่คลัง ยื่นเรื่องผ่านสาขาแบงก์รัฐ "กรุงไทย-ออมสิน-ธกส."ได้เลย ระหว่า...

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
18/05/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

ผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชนเข้าพบรองนายกฯ เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องภายหลังได้รับผลกระทบ COVID 19

(18 พฤษภาคม 2563) ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) และดร.จีระพันธ์ พิมพ์พันธุ์ นายกสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชนเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเพื่อประชุมหารือพร้อมนำเสนอข้อเรียกร้องในการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID 19) ที่ห้องประชุม 2503 ตึกสำนักทำเนียบรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เข้าร่วมการประชุม

ดร.อรรถพล ตรึกตรอง กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ของทางผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID 19) จนทำให้โรงเรียนไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกันยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย และเงินเดือนครู บุคลากร เช่นเดิมนั้น เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องต่างๆ ต่อรองนายกรัฐมนตรีได้หาทางช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป อีกทั้งนอกจากนี้โรงเรียนเอกชนยังได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องของการเก็บภาษีของโรงเรียนเอกชนที่กำลังจะถูกเรียกเก็บในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 (ตามที่พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ได้ประกาศ ณ วันที่ 12 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อมาแทนที่กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2563) โดยผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชนได้ขอให้ช่วยผ่อนปรนการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนโดยงดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นเวลา 2 ปี และหารือกับกระทรวงมหาดไทยให้บรรเทาความเดือดร้อนจากการเก็บภาษีป้าย โดยงดเก็บภาษีป้ายที่ใช้ในกิจการของโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบทุกชนิดที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียน เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID 19 อีกทางหนึ่งด้วย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
15/05/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 7

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/114/T_0039.PDF

Thai News
15/05/2020

Thai News

สช. เร่งจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวถึงการประชุมหารือแนวทางการดำเนินการจัดระเบียบฐานข้อมูลโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ ชั้น 2 อาคาร สช. พร้อมด้วยผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ว่า สช. จะมีการดำเนินการสำรวจข้อมูลของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศเพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุง แก้ไขรหัสโรงเรียน รวมถึงการเพิ่มข้อมูลในระบบศูนย์กลางการบูรณาการข้อมูลทะเบียนโรงเรียนและประวัติผู้เรียน ครู บุคลากรโรงเรียนเอกชน (PEDC) และระบบสารสนเทศสถานศึกษาเอกชน (PSIS) ให้มีความถูกต้องครบถ้วน มีความแม่นยำ และเป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลทั้งเจ้าหน้าที่ สช. โรงเรียนเอกชน รวมไปถึงประชาชนทั่วไป ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชน

ทั้งนี้ สช. จะดำเนินการสำรวจข้อมูลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศในเร็ว ๆ นี้ โดยขอความร่วมมือให้โรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียนกรอกข้อมูลผ่าน Google form ที่ทาง สช. กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนที่ทาง สช. ยังไม่มีข้อมูล อย่างเช่น โรงเรียนเอกชนที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุน เป็นต้น ดร.อรรถพล กล่าว

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
14/05/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เผยแพร่ทิศทางองค์การของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

ภายใต้วิสัยทัศน์ของ สป.ศธ. "การบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21"

https://moe360.blog/2020/05/14/ทิศทางองค์การของสำนักง/

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
13/05/2020

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

สช.เร่งหามาตรการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน ช่วยหาแหล่งเงินทุนเสริมสภาพคล่อง/ งดดอกเบี้ยกองทุนฯ/ ลงทะเบียนรับเงินทดแทนเยียวยาต่าง ๆ หวังฝ่าวิกฤต COVID 19

นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ ตามข้อเสนอของสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เพื่อให้การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 4,143 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโรโลน่า 2019 (COVID-19) ทำให้โรงเรียนไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ ต้องสูญเสียรายได้ แต่ในขณะเดียวกันยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย และเงินเดือนครู บุคลากรทางการศึกษาต่าง ๆ เช่นเดิม และบางแห่งก็ถึงขั้นปิดกิจการ ทำให้มีผู้ตกงาน ด้วยนั้น

นายอรรถพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ภายใต้การนำของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกำกับดูแลการจัดการศึกษาเอกชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามหาแนวทางช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของโรงเรียนและสถานศึกษาเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้หารือร่วมกันเพื่อออกมาตรการให้การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนในหลายส่วน โดยในส่วนของ กองทุนสงเคราะห์ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อสวัสดิการ
ได้ดำเนินการตามนโยบายของ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. โดยมอบหมายให้ สช. หารือร่วมกับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของโรงเรียนและสถานศึกษาเอกชน ให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ โดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อเพื่อสวัสดิการ (เงินทุนเลี้ยงชีพ) เพื่อเสริมสภาพคล่องใน 2 ส่วน คือ การงดคิดดอกเบี้ยและค่าปรับสินเชื่อเพื่อสวัสดิการ (กองทุนเลี้ยงชีพ) ลูกหนี้เดิม (โครงการ 1-4) เป็นระยะเวลา 6 เดือน (วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 ตุลาคม 2563) และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเพื่อสวัสดิการ จาก 4.5% ต่อปี เหลือ 4% ต่อปี (ยกเว้นโครงการที่ดอกเบี้ยต่ำอยู่แล้ว) โครงการที่ 3-4 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยให้มีผลอัตโนมัติโดยที่สมาชิกไม่ต้องยื่นคำร้องใด ๆ พร้อมจัดตั้งสินเชื่อเพื่อสวัสดิการ (เงินทุนเลี้ยงชีพ) โครงการ 5 เพื่อขยายสิทธิ์ให้กับสมาชิกที่มีอายุงาน 5 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้มีสิทธิ์กู้สินเชื่อ ร้อยละ 90 ของเงินสะสม (3%) และส่งเงินสะสม 60 งวดขึ้นไปต่อเนื่อง ส่วนสมาชิกที่มีอายุงาน 10 ปีขึ้นไป กู้ได้ร้อยละ 90 ของเงินสะสมและเงินสมทบ (12%) โดยส่งเงินสะสมและเงินสมทบ 120 งวดขึ้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

“มาตรการจัดตั้งสินเชื่อเพื่อสวัสดิการ (เงินทุนเลี้ยงชีพ) โครงการ 5 เป็นแนวคิดของ รมช.ศธ. ที่ต้องการจะขยายสิทธิ์ให้กับสมาชิกที่มีอายุงาน 5 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้มีสิทธิ์กู้สินเชื่อเพื่อสวัสดิการของตนเอง เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของครูและบุคลากรใหม่ ๆ ในขณะเดียวกัน ครูที่เป็นสมาชิกมานานแล้ว ก็จะได้แบ่งเบาภาระในการชำระค่างวดที่น้อยลง”

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายด้านการช่วยเหลือบุคลากรโรงเรียนเอกชน ให้ได้รับเงินทดแทนของประกันสังคม-เงินเยียวยา “เราไม่ทิ้งกัน” นั้น จากการบูรณาการทำงานอย่างต่อเนื่องของ สช. ร่วมกับ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม ตลอดจนผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชน เพื่อให้บุคลากรโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม จำนวนประมาณ 100,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่มีการสั่งปิดโรงเรียน และโรงเรียนงดจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง อันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สามารถยื่นขอรับเงินทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 โดยขณะนี้ ได้รับรายงานจาก ดร.ศุภเสฎฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) ว่า จากการที่ สช.ร่วมประชุมชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจของโรงเรียนเอกชน เกี่ยวกับขั้นตอนและเงื่อนไข เอกสารต่าง ๆ โดยเฉพาะหนังสือรับรองให้แก่ลูกจ้างกรณีที่ไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้าง เพื่อใช้สำหรับยื่นรับเงินทดแทนจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน (3 เดือน) ขณะนี้มีข่าวดีสำหรับบุคลากรโรงเรียนเอกชน ที่สามารถยื่นเรื่องได้ทันตามกำหนดเวลา และได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันสังคมแล้ว ประมาณ 50,000 คน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม กลุ่มบุคลากรโรงเรียนเอกชน ถือเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จะได้รับเงินทดแทนกรณีนี้ ทั้งนี้ เชื่อว่าการประชุมชี้แจงเพื่อซักซ้อมความเข้าใจร่วมกันของทั้งฝ่ายสำนักงานประกันสังคม และโรงเรียนเอกชน เป็นกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้การขอรับสิทธิประโยชน์ของบุคลากรเอกชนครั้งนี้ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและราบรื่น

นอกจากนี้ สช.ยังได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรโรงเรียนเอกชน ในการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อเดือน ตามมาตรการของรัฐบาล สำหรับดูแลและเยียวยาแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ทางเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบโรคติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์และได้รับเงินเยียวยา ถึงร้อยละ 60 ของจำนวนบุคลากรที่ลงทะเบียนทั้งหมด

ทั้งนี้ ในส่วนของเงินอุดหนุนรายหัวต่าง ๆ สช.ได้เร่งโอนงบประมาณไปยังโรงเรียนให้รวดเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการตามบริบทของแต่ละแห่ง ซึ่งเชื่อว่าผู้อำนวยการและผู้รับใบอนุญาตสามารถใช้อำนาจในการบริหารงานของโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 ได้อย่างเต็มที่ ทั้งการบริหารจัดการ งบประมาณ บุคลากร แผนการเรียนการสอน เป็นต้น นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย

ที่อยู่

กระทรวงศึกษาธิการ
Bangkok
10900

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ งานวันการศึกษาเอกชนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


ความคิดเห็น

ขออนุญาตฝากข่าวประชาสัมพันธ์ค่ะ ขอเชิญชวนน้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เกี่ยวก้อยมาเป็นทีม ๆ ละ 3 คน เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการคิดก่อนแช็ต ชัวร์ก่อนแชร์ วันที่ 28-29 พ.ค. นี้ ณ ร.ร. หอวัง 2 นนทบุรี ..กิจกรรม WORKSHOP มันส์ ๆ จากครูทอมคำไทย คิ้วต่ำ ฯลฯ เพื่อเรียนรู้และเปิดรับสื่อโซเชียลอย่างมีวิจารณญาณ พร้อมสร้างสรรค์ผลงาน INFOGRAPHICS SLIDES ชิงทุนการศึกษารวมมูลค่า 72,000 บาท สอบถาม โทร. 02 071 2903
ขออนุญาตฝากข่าวประชาสัมพันธ์ค่ะ โครงการบันไดกวี รุ่นที่ 4 เปิดรับสมัครแล้ว.. ขอเชิญครูอาจารย์ และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ที่มีความสามารถและชื่นชอบการเขียนกวีนิพนธ์ ส่งผงานพร้อมใบสมัคร ..ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านผู้หว่าน จ.นครปฐม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น อำนวยการสอนโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สอบถาม โทร. 02 071 2901-3
ขออนุญาตฝากข่าวประชาสัมพันธ์ค่ะ... กิจกรรมดี ๆ มีมาอีกแล้ว ขอเชิญน้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ที่มีความสามารถด้านการเขียนวรรณกรรมและวาดการ์ตูน สมัครเข้าร่วมโครงการค่ายกล้าวรรณกรรม และโครงการค่ายการ์ตูน 7-11 ถอดรหัสนักวาดการ์ตูนในฝัน รุ่นที่ 15 ภายใต้แนวคิด "รักษ์โลกด้วยพลังคนรุ่นใหม่" ดาวน์โหลดใบสมัครและเอกสารอื่น ๆ ได้เลยจ้า
เมื่อ ผอ.สายพิณ และโปรเฟสเซอร์ไมเคิล ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน มหกรรมการศึกษาเอกชน ประจำปี 2561 ในวันที่ 9 - 10 ก.พ. 61 ณ โรงแรมเซนทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ลองไปดูกันหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจในงานนี้ https://www.facebook.com/edu2558/posts/1929901490607026
[ฟีโบ้ มจธ. เปิดรับสมัครนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา] สาขาธุรกิจเทคโนโลยี #FIBO #KMUTT #เรียนดีมีทุน สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาธุรกิจเทคโนโลยี ประจำปีการศึกษา 2560 สถาบันฯ มีทุนสนับสนุนมากกว่า 10 ทุน !! – ทุนเพชรพระจอมเกล้า ป.โท 400,000 บาท – ทุนหลักสูตร ทุนละ 100,000 – 208,000 บาท – ทุนเพื่อการศึกษาและวิจัย ทุนละ 45,000 บาท สมัครเรียนตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 10 ก.ค.2560 http://admission.kmutt.ac.th/ ติดต่อฝ่ายการศึกษา สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี Tel. 02-470-9716 E-Mail : [email protected] FACEBOOK : https://www.facebook.com/tepfibo WEBSITE : http://www.tep.fibo.kmutt.ac.th/ #FIBO #KMUTT #TEP #ทุนการศึกษา #ธุรกิจเทคโนโลยี #เรียนต่อ #เรียนต่อปโท #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี #robot #AI
[ฟีโบ้ มจธ. เปิดรับสมัครนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา] สาขาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ #FIBO #KMUTT #เรียนดีมีทุน ตามที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ได้บรรจุเป็น new S-curve ของประเทศจาก http://thaipublica.org/2015/11/kanis-boi/ แต่ยังขาดกำลังคนอยู่ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีหน้าที่ผลิตวิศวกรหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จึงเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และ เอก สาขาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ประจำปีการศึกษา 2560 ผู้มีผลงานด้านหุ่นยนต์ มีโอกาสได้รับทุนการศึกษา สถาบันฯ มีทุนสนับสนุนให้มากกว่า 10 ทุน !! – ทุนเพชรพระจอมเกล้า ป.โท 400,000 บาท – ทุนเพชรพระจอมเกล้า ป.เอก 741,000 – 777,000 บาท – ทุนหลักสูตร ทุนละ 100,000 – 208,000 บาท – ทุนเพื่อการศึกษาและวิจัย ทุนละ 45,000 บาท สมัครเรียนตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 10 ก.ค.2560 http://admission.kmutt.ac.th/ ติดต่อ ฝ่ายการศึกษา FIBO Tel. 02-470-9716 E-Mail : [email protected] FACEBOOK : https://www.facebook.com/fibokmutt/ WEBSITE : http://www.fibo.kmutt.ac.th/ YOUTUBE : https://www.youtube.com/user/FIBOrobots/videos #FIBO #KMUTT #FRA #robot #ทุนการศึกษา #เรียนต่อ #ปโท #ปเอก #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี #วิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ #หุ่นยนต์ #AI
"ขอฝากประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ" ประกาศรับสมัคร !! โครงการคัดเลือกตรงโดยใช้คะแนน GAT/PAT ปีการศึกษา 2560 ระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดรับสมัคร ตั้งเเต่วันนี้ ถึง วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2560 http://admission.kmutt.ac.th/announce/bachelor/gatpat-fibo Open House On Air สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ฟีโบ้ มจธ. https://youtu.be/xzCTctYiqRY #เรียนดีมีทุน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พี่เกด 02-470-9716